“อย่ายอมให้อัตตาครองใจ” ธรรมะเตือนสติโดย พระไพศาล วิสาโล

“อย่ายอมให้อัตตาครองใจ” ธรรมะเตือนสติโดย พระไพศาล วิสาโล การทำความดี มีเมตตากรุณาต่อผู้อื่น มิใช่สิ่งที่ฝืนธรรมชาติของมนุษย์ เพราะทุกคนล้วนมีมโนธรรมอยู่แล้วในจิตใจ จริงอยู่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเห็นแก่ตัวหรืออัตตาเป็นธรรมชาติของมนุษย์ด้วย แต่มันก็เปรียบเสมือนเปลือกชั้นนอกของจิตใจ ลึกลงไปเรายังมีธรรมชาติอีกส่วนหนึ่งคือมโนธรรมหรือความใฝ่ดี มโนธรรมเป็นแรงผลักดันให้เราอยากทำความดี ในเวลาเดียวกันทุกครั้งที่เราทำความดีก็ช่วยเสริมสร้างมโนธรรมภายในให้เข้มแข็งขึ้น และทำให้มีพลังในการทำความดีมากขึ้น การทำความดีนั้นบ่อยครั้งหมายถึงการเสียสละ เช่น เสียสละเงินทอง เวลา หรือแรงงาน แต่ก็ทำให้เกิดความอิ่มเอมใจเมื่อเห็นผู้ทุกข์ได้รับความสุข อีกทั้งยังช่วยให้อัตตาของเราเบาบางลง อัตตายิ่งเบาบางมากเท่าไร เราก็ยิ่งมีความสุขได้ง่ายเท่านั้น เพราะเพียงแค่เห็นผู้อื่นเป็นสุข เราก็สุขแล้ว โดยไม่จำต้องไปดิ้นรนแสวงหาสิ่งต่าง ๆ มาครอบครอง การทำความดีจึงเป็นเสมือนกุญแจที่เปิดประตูให้ใจได้สัมผัสกับความสุขภายในซึ่งประเสริฐและประณีตกว่าความสุขจากวัตถุ ได้กล่าวแล้วว่ามโนธรรมภายในเข้มแข็งขึ้นทุกครั้งที่เราทำความดี แต่อันที่จริงแม้ยังไม่ได้ทำความดี เพียงแค่เปิดใจรับรู้ความทุกข์ของผู้อื่น รู้สึกร่วมทุกข์กับเขา ก็ช่วยกระตุ้นมโนธรรมของเราให้เข้มแข็งและฉับไวมากขึ้น ทำนองเดียวกับสมองที่ต้องมีงานทำอยู่เสมอจึงจะกระฉับกระเฉงและแคล่วคล่องว่องไว อย่างไรก็ตามอุปสรรคสำคัญที่มักขัดขวางไม่ให้เราเปิดใจรับรู้ความทุกข์ของผู้อื่น ได้แก่อัตตาหรือความเห็นแก่ตัว อัตตานั้นรู้ว่าหากไปรับรู้ความทุกข์ของผู้อื่นเมื่อใดเราจะรู้สึกเป็นทุกข์และอยู่เฉยไม่ได้ ต้องเข้าไปช่วยเหลือเขา ซึ่งหมายถึงการที่ต้องเสียเวลา เสียเงิน หรือเหนื่อยยาก นั่นเป็นเรื่องที่อัตตายอมไม่ได้ เพราะอัตตานั้นอยาก “เอา” แต่ไม่ต้องการ “ให้” ดังนั้นอัตตาจึงมักหาอุบายขัดขวางเราไม่ให้ทำเช่นนั้น วิธีการที่มักใช้กันก็คือปิดหูปิดตา เบือนหน้าหนี หรือแกล้งเป็นมองไม่เห็น เช่น ถ้านั่งรถเมล์ก็หันหน้าไปทางหน้าต่าง หรือถ้านั่งรถไฟฟ้าก็แกล้งหลับหรือจดจ้องอยู่กับหนังสือ ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ไม่ต้องไปรับรู้ว่ามีเด็ก […]

“อายุ วรรณะ สุขะ พละ…ก็ใช่ว่าจะไม่ทุกข์” ธรรมะโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ทั้งที่นิพพานเป็นอุดมคติของชาวพุทธ แต่ชาวพุทธจำนวนมากก็ละทิ้งอุดมคตินี้ไป หวังแต่ประโยชน์เฉพาะหน้า หวังแต่ความสุขในชีวิตนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นหลักประกันที่ยั่งยืนเลย มีอายุ วรรณะ สุขะ พละ ก็ใช่ว่าจะไม่ทุกข์ อายุร้อยปีก็ยังทุกข์ ทุกข์เพราะลูก ทุกข์เพราะหลาน ร่ำรวยเป็นหมื่นล้านก็ยังกลุ้มใจ หวาดกลัวความตายอยู่นั่นเอง แม้อายุ วรรณะ สุขะ พละ จะไม่ได้เป็นหลักประกันความสุขที่แท้จริง แต่ชาวพุทธไทยเราก็หวังแค่นี้ ทั้งที่มนุษย์เราสามารถที่จะไปให้ไกลกว่านั้นได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า “โลกุตรธรรมอันประเสริฐเป็นทรัพย์ประจำตัวของทุกคน” พูดง่าย ๆ ว่าเราทุกคนมีศักยภาพที่จะเข้าถึงโลกุตรธรรมได้ แต่เรากลับปฏิเสธ เราละเลยที่จะใช้ศักยภาพนี้ ส่วนหนึ่งเพราะเราไม่รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพนี้อยู่ และที่สำคัญคือเราไม่คิดว่าความสุขระดับโลกุตระสำคัญกว่าความสุขแบบโลก ๆ หรือกามสุข “จะให้ทิ้งความสุขทางวัตถุเพื่อไปนิพพานน่ะหรือ…ฉันไม่อยากไปหรอก” ทั้งที่รู้ว่านิพพานประเสริฐ แต่เรายังติดในรสชาติความสุขทางกามอยู่ เมื่อใจไม่คล้อยไปทางนิพพานก็เลยไม่เห็นคุณค่า เมื่อไม่เห็นคุณค่าก็ไม่ตั้งไว้เป็นอุดมคติของชีวิต เช่นนี้นับว่าผิดจากในอดีต ชาวพุทธแต่ไหนแต่ไรมานั้นถือว่านิพพานเป็นอุดมคติของชีวิต ปู่ย่าตายายของเราเวลาทำบุญเสร็จเขาไม่ขออะไรมาก เขาขอแค่ว่า “นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ” (ขอให้ผลบุญนี้จงเป็นปัจจัยเพื่อบรรลุนิพพาน) หรืออย่างน้อยก็ขอให้ได้ไปเกิดในยุคพระศรีอาริย์ เพื่อจะได้ไปนิพพาน แม้อาตมาจะไม่ค่อยแน่ใจว่า นิพพานของคนเฒ่าคนแก่นั้นหมายถึงอะไร อาจหมายถึงเมืองแก้วหรือสวรรค์ชั้นสูงสุด หรือหมายถึงภาวะที่อยู่เหนือสวรรค์ก็ได้ แต่คำอธิษฐานนั้นก็แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เห็นว่าความสุขทางวัตถุหรือความสุขแบบโลก ๆ เป็นความสุขที่แท้ […]

เตรียมตัวตายวันนี้ นิพพานวันนี้ ธรรมะโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

มรณสติเป็นกรรมฐานอย่างหนึ่งที่เราทุกคนควรน้อมนำปฏิบัติ ถ้าเราระลึกถึงความตายที่จะเกิดขึ้นกับเราหรือคนที่เรารักอยู่เสมอ ความตายจะคอยเตือนและเคี่ยวเข็ญให้เราใช้เวลาทุกนาทีของชีวิตอย่างคุ้มค่า ความตายช่วยผลักดันให้เราเข้าหาธรรมะ ขวนขวายปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ เพื่อเข้าถึงนิพพานอันเป็นเป้าหมายสูงสุด อย่างไรก็ดี มรณสติไม่ใช่เพียงการนึกถึงความตายที่เกิดขึ้นกับตัวเราเท่านั้น การเตรียมตัวตายที่อาตมาหมายถึงไม่ได้เน้นเฉพาะตอนใกล้ตายเท่านั้น แต่ต้องเตรียมตัวตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ขณะที่ยังเป็นปกติ มีสุขภาพดี เตรียมพร้อมด้วยการใช้ชีวิตอย่างถูกทำนองคลองธรรม เติมเต็มหน้าที่ในชีวิตมนุษย์ให้สมบูรณ์ ถ้าเราระลึกถึงความตายแล้วรู้สึกอินกับมัน ตระหนักว่าความตายได้เดินทางมาถึงเราแล้วจริง ๆ เราจะเห็นความสำคัญของการปล่อยวาง ปล่อยทั้งสิ่งที่เราชอบและวางทั้งสิ่งที่เราชัง ถ้าเรายึดติดกับสิ่งที่เราชอบ เวลาตายเราก็จะห่วงหาอาลัย ขณะเดียวกัน ถ้าเราพกความโกรธเกลียดชิงชังไว้ในใจจนถึงวาระสุดท้าย เราก็จะตายอย่างทุรนทุราย การระลึกถึงความตายทำให้เราปล่อยวางความโกรธ เพราะไม่อยากตายอย่างเป็นทุกข์ ฉะนั้น เวลาโกรธใครก็ตามให้คิดว่า “อีกไม่นานเราก็ต้องตายจากกัน แล้วจะโกรธกันไปทำไม ถ้าไม่อยากตามไปจองเวรในชาติหน้า ก็ต้องเลิกราให้อภัยกันเสียแต่เดี๋ยวนี้” เป็นต้น สำหรับคนที่กลัวตาย การระลึกถึงมรณสติอยู่เสมอ แม้จะทำให้เราต้องระลึกถึงความจริงที่ไม่อยากนึกถึง แต่การเจริญมรณสติเนือง ๆ จะทำให้จิตใจคุ้นเคยกับความตายมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ความกลัวลดลง ยิ่งหมั่นทำความดีมาก ๆ ละเว้นความชั่ว ก็ยิ่งทำให้มีความกล้ามากขึ้นในการเผชิญกับความตาย ขณะเดียวกันก็ควรปฏิบัติธรรม ทำสมาธิภาวนาอยู่เสมอ จะได้หายกลัว กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว คนเรากลัวตายก็เพราะยังยึดติดถือมั่นหรือหวงแหนตัวตนอยู่ ดังที่มีสำนวนว่า “รักตัวกลัวตาย” ประโยคนี้มีความหมายที่ลึกมาก นั่นคือ เพราะรักตัว […]

ทำอย่างไรเราจะคิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย โดย พระไพศาล วิสาโล

ทำอย่างไรเราจะ คิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย โดย พระไพศาล วิสาโล ปุจฉา : ทำอย่างไรเราจะ คิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ ได้ตอบปัญหาธรรมไว้ดังนี้ วิสัชนา : การนึกถึงความตายบ่อย ๆ จะทำให้เราคุ้น รับรู้และระลึกถึงความตายได้โดยไม่ตระหนก เวลาอ่านข่าวอุบัติเหตุ อ่านข่าวสึนามิ แผ่นดินไหวต่าง ๆ ให้เราคิดว่าเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นกับเรา เรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์นั้นด้วยตัวเอง หากเรารู้สึกอินกับมันมากเหมือนกับว่าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ใหม่ ๆ เราจะรู้สึกใจวูบใจหายและปฏิเสธที่จะคิดต่อเลยด้วยซ้ำไป แต่ก็ไม่เป็นไร ควรทำต่อไป หากรู้สึกว่าเรากำลังจะตายจริง ๆ เราจะได้คิดว่า ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย รวมทั้งฐานะ อำนาจ และชื่อเสียงทั้งหลายที่เราสะสมมานั้นไม่มีประโยชน์เลย เพราะมันช่วยอะไรเราไม่ได้เลย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ เราจะตาสว่างขึ้นมาและไม่ลุ่มหลงสิ่งเหล่านี้ หรือคิดว่ามันเป็นสรณะอีกต่อไป แต่เราจะเจริญมรณสติโดยนึกถึงความตายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงมือปฏิบัติด้วย นั่นคือทำความดี สร้างกุศล ไม่เอาเปรียบเบียดเบียนใคร ฝึกใจให้ปล่อยวาง ถ้าเราเจริญมรณสติ แต่ชีวิตเราไม่เปลี่ยน ยังลุ่มหลงเพลิดเพลินในโลกธรรม ยังทะเลาะกับคนโน้นคนนี้ ถึงเวลาตายก็ต้องกลัวอยู่ดี […]

“ชื่นชมสิ่งดีๆ ที่มีอยู่” หนทางสู่ความสุข จากพระไพศาล วิสาโล

หนทางสู่ความสุข และความดีนั้น สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่จำต้องมีเวลา สุขภาพ และเงินทองครบทั้งสามประการ แม้มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เกิดได้แล้ว

“ทุกข์คลายได้ เมื่อใจยอมรับ” บทความสำหรับคนทุกข์ จาก พระไพศาล วิสาโล

พระไพศาล วิสาโล เขียนไว้ใน บทความสำหรับคนทุกข์ ว่า ถ้าไม่อยากซ้ำเติมตนเองก็ควรทำใจยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ก่อน แต่การยอมรับไม่ได้แปลว่ายอมแพ้

วางใจผิด ชีวิตเป็นทุกข์ เรื่องเล่าจากพระไพศาล วิสาโล

วางใจผิด ชีวิตเป็นทุกข์ เรื่องเล่าจากพระไพศาล วิสาโล “ฉันทำผิดอะไร ถึงต้องมาเป็นอย่างนี้” หญิงชราวัย 75 ตัดพ้อกับหลวงพ่อที่เธอเคารพนับถือ

keyboard_arrow_up