เห็นไตรลักษณ์ = เห็นโทษ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เห็นไตรลักษณ์ = เห็นโทษ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ จิตมีความผูกพันกับกายและใจมากเพียงไร จึงทำให้การปล่อยวางกาย-ใจเป็นไปได้ยากยิ่งนัก เรื่องนี้พระอาจารย์นวลจันทร์เปรียบเทียบไว้อย่างน่าฟังว่า… เห็นไตรลักษณ์ เราอยู่กับกายใจนี้ก็เหมือนว่าเราได้แต่งงานกับกายกับใจแล้ว เรายึดว่ากายนี้เป็นของเรา ใจนี้เป็นของเรา เราจึงต้องดูแลรับผิดชอบเหมือนสามี-ภรรยาที่ต้องรับผิดชอบดูแลกันอย่างดีที่สุด เต็มที่ที่สุดจริงไหม แต่พออยู่มาอยู่ไป เมื่อเราเริ่มเห็นโทษ เห็นภัย เห็นความไม่ดีไม่งามของกาย-ใจ เช่น เห็นไตรลักษณ์ บ่อยขึ้น ๆ เราก็เริ่มรู้สึกว่าชักจะยังไง ๆ อยู่ สุดท้ายจึงเซ็นใบหย่าเสียเลย ไม่เอาแล้วสามีคนนี้ ไม่เอาแล้วภรรยาคนนี้ เมื่อเซ็นใบหย่าเสร็จก็คือเป็นอิสระแล้ว เป็นอิสระจากกาย-ใจ เป็นอิสระจากธาตุขันธ์ แต่จู่ ๆ จะให้จิตเซ็นใบหย่า วางธาตุขันธ์เลยย่อมเป็นไปไม่ได้ จิตต้องเห็นโทษเห็นภัยของขันธ์นี้ก่อน เห็นโทษเห็นภัยของการยึดก่อน เพราะธรรมชาติของการที่เราจะวางสิ่งไหนหรือจะไปจากสิ่งไหน กฎง่าย ๆ คือเราต้องเห็นโทษของสิ่งนั้นก่อน ถ้ายังไม่เห็นโทษก็จะยังไม่ไป ยังอยากจะกำเอาไว้อยู่อย่างนั้น คนเรามักจะกำสิ่งต่าง ๆ ไว้อย่างเหนียวแน่น เช่น ถ้าจะให้ไปจากสามี เราก็ต้องเห็นโทษของสามีก่อน ถ้าไม่เห็นโทษของสามี เราย่อมต้องการจะอยู่กับสามีไปตลอดกาลนานเทอญ อยู่กับสามีไปจนสามีอยู่กับเราไม่ได้ สามีทนไม่ได้ สามีก็ไปเสียเอง […]

ไขข้อข้องใจ หากคู่รัก ปฏิบัติธรรม ชีวิตคู่มักจะไปไม่รอดจริงหรือ

หากสามีหรือภรรยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิบัติธรรม ชีวิตคู่มักจะไปไม่รอดจริงหรือ พระอาจารย์นวลจันทร์  กิตติปัญโญ มีคำตอบดีๆ มาฝาก

Dhamma Daily : ไม่ทำบุญแต่ทำทาน จะสามารถอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับได้ไหม

ถ้าไม่ค่อยได้ทำบุญใส่บาตร แต่มักให้ทานแก่ผู้ยากไร้หรือสัตว์สม่ำเสมอ จะสามารถนำบุญที่ได้ อุทิศส่วนกุศล ให้กับญาติที่ล่วงลับได้ไหมคะ

“ดี ชั่ว…เราเลือกได้” สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

“คนดีได้ดีมีที่ไหน คนชั่วได้ดีมีถมไป” เป็นคำกล่าวที่ทำให้คนใฝ่ดีรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่มากก็น้อย ผนวกกับหลายเหตุการณ์ในปัจจุบันที่ทำให้คำกล่าวนี้ดูหนักแน่นขึ้นทุกที ถ้าเช่นนั้นเราควรเลือกยืนอยู่ฝ่ายใดกันแน่ ความดีหรือความชั่วร้าย… ดี ชั่ว คนที่ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี เช่น คนที่ครั้งหนึ่งเคยติดยา หรือพวกเด็กแว๊น เขาจะต้องทำอย่างไรคะ ถ้าต้องการกลับตัวเป็นคนดี ถ้าเขาอยากเป็นคนดีจริงๆ สิ่งแรกที่จะเปลี่ยนแปลงคือจิตใจ แค่ความรู้สึกภายในใจเปลี่ยนเป็นใฝ่ดี เขาก็จะกลายเป็นคนดีทันทีเลย แม้ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยนะ เพราะจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ถ้ามีจิตตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีแล้ว พฤติกรรมและวาจาก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีด้วย เรียกได้ว่าแค่ใจคิดจะเปลี่ยนขณะนั้นก็ได้เป็นคนดีเรียบร้อยแล้ว บางสังคมเรียกการกระทำแบบหนึ่งว่าเป็นความดี แต่อีกสังคมกลับมองว่าเป็นความชั่ว จริงๆ แล้วเราจะใช้เกณฑ์อะไรมาวัดคะ ยุคสมัยนี้คนที่ร่ำเรียนสูง มีงานดี มีเงิน มียศฐาบรรดาศักดิ์ มีบริวาร และมีชื่อเสียง มักจะถูกสังคมยกย่องว่าเป็นคนดีน่านับถือ แต่คนเหล่านี้อาจจะไม่ใช่คนดี ไม่ใช่คนที่น่านับถือในอีกหมื่นปีข้างหน้าก็ได้ ซึ่งหลักธรรมคำสอนได้อธิบายไว้ว่า ความจริงทุกสิ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ สมมุติสัจจะและปรมัตถสัจจะ สมมุติสัจจะ คือ ความจริงโดยสมมุติ เป็นความจริงแบบชาวโลก แบบโลกียธรรม สามารถเกิดขึ้นได้ เปลี่ยนแปลงได้ ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับกาลสมัย ค่านิยม และวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น เช่น […]

วิธีป้องกันความเหงา สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

วิธีป้องกัน ความเหงา สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระอาจารย์ขา ความเหงา เกิดจากอะไรหรือคะ ความเหงาเกิดจากกิเลสตัวสำคัญคือโมหะ เป็นอวิชชาตัวหนึ่งที่ทำให้คนไม่รู้สึกตัว คนที่มีโมหะประกอบจะมีอาการเหม่อ ๆ เหงา ๆ คิดโน่นคิดนี่ เปล่าเปลี่ยว อ้างว้าง เหมือนเราอยู่คนเดียวในจักรวาล จิตใจจะหดหู่ลง ๆ โดยเฉพาะเวลานั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน จิตจะตกไปกับพระอาทิตย์ เพราะมองด้วยความเหม่อ ไม่มีสติ พอมีโมหะแล้ว ตัวอื่น ๆ ก็จะเข้ามาร่วมแจมด้วย เป็นราคะบ้าง โทสะบ้าง ทำให้เกิดความขุ่นใจ คิดโน่นคิดนี่ บางครั้งก็อยากฆ่าตัวตาย เป็นความคิดปน ๆ เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว มีคำกล่าวว่า “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” แสดงว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อเหงา ต้องอยู่กับกลุ่มกับพวกหรือเปล่าคะ คำกล่าวนี้เป็นศัพท์สมมติเฉย ๆ ว่ามนุษย์ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ ต้องอยู่กับกลุ่มกับพวก เพราะมนุษย์ยังมีกิเลส ยังเป็นผู้ที่มีสัญชาตญาณแห่งความหวาดกลัว จึงไม่สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ กลัว…แต่ไม่รู้ว่ากลัวอะไร รู้แต่ว่ากลัว…“ไม่รู้” จึงกลัว เพราะมีอวิชชาคลุมจิตอยู่ บางครั้งอาจารย์ถามว่า “กลัวความมืดหรือ” ไม่ใช่ “กลัวผีหรือ” […]

อโหสิกรรม…ทำอย่างไรหนอ – สนทนาธรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

อโหสิกรรม …ทำอย่างไรหนอ – สนทนาธรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ “เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น” เคยมีสักช่วงเวลาในชีวิตไหมคะที่รู้สึกว่ากำลังโดนกระทำซ้ำเติมจากบุคคลรอบข้างเหลือเกิน ในทางพุทธเชื่อกันว่า ผู้ที่กระทำเรานั้นมักเป็นผู้ที่มีกรรมเกี่ยวข้องกันมา หรือเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรา ถามใครต่อใครว่าควรจะทำอย่างไร ส่วนใหญ่มักตอบว่าให้ไปขออโหสิกรรมเขาซะ…ฟังแล้วหลายคนอาจจะงง ขออโหสิกรรมคืออะไรกันหนอ…จึงรีบรี่ไปถามพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ เพื่อให้หายข้องใจ การขอ อโหสิกรรม ต่างจากการขอโทษอย่างไรคะ ไม่ต่างกัน ความหมายเหมือนขอโทษนั่นแหละ แต่สาระของคำนี้คือ เมื่อเราพลาดพลั้งทำไม่ดีลงไปและสำนึกได้แล้วจะทำอย่างไรให้อีกฝ่ายเขาให้อภัยหรือยกโทษให้ เราจะต้องกล้ารับผิดชอบต่อการกระทำที่ตัวเองเคยทำมาทั้งหมด ไม่ว่ากับใครที่ไหน ด้วยการแสดงออกทางกาย วาจา หรือจิตอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อขอขมาบรรดาทุกสรรพสิ่งที่เราได้ล่วงเกินในสังสารวัฏ โดยบอกเขาว่า เราจะไม่ทำผิดอีกแล้ว ขอเป็นชาติสุดท้าย และจะอยู่ในเส้นทางของคุณงามความดีจากนี้เป็นต้นไป คนส่วนมากเวลาเกิดอะไรขึ้นในชีวิต มักคิดว่าเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวร ดังนั้นถ้าเราขออโหสิกรรมเขาแล้ว เท่ากับขอโทษแล้ว ถือว่าจบได้ไหมคะ ก็ต้องลองถามเขาดูนะ อย่ามาถามอาจารย์…สมมุติเราไปตบหน้านาย ข. แล้วมาถามอาจารย์ว่านาย ข.จะยกโทษให้หนูไหม อาจารย์คงตอบให้ไม่ได้หรอก (หัวเราะ) สาระไม่ได้อยู่ที่ว่าเขายกโทษให้หรือไม่ยกโทษให้ สาระคือเราได้ขออโหสิขอโทษเขาแล้ว เราได้ทำในสิ่งที่สมควรทำคือขอขมา คุณธรรมที่เกิดขึ้นในใจบ่งบอกว่าสิ่งที่กระทำล่วงไปนั้นไม่ดี แต่ดันทำไปแล้ว สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด ณ ปัจจุบันคือ “ขอโทษ” […]

“จากตาย” เรื่องที่ไม่มีใครในโลกหนีพ้น โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

Secret สนทนาถึงเรื่อง “จากตาย” กับพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ได้แง่คิดเตือนสติมากมายดังนี้ค่ะ คำกล่าวที่ว่า “จิตดวงสุดท้ายไม่ควรเข้าไปรบกวน” เป็นเรื่องจริงหรือไม่คะ แล้วถ้าคนที่เรารักกำลังจะจากไป แต่ทุกคนในบ้านยังคงทำหน้าที่ของตัวตามปกติ เช่น ไปเรียน ไปทำงาน และถ้าวินาทีสุดท้ายไม่มีใครอยู่กับเขา แบบนี้จะถือว่าเห็นแก่ตัวหรือเปล่าคะ เวลาใครจะจากไป เราควรปล่อยให้เขาได้อยู่ส่วนตัว มีบรรยากาศสงบ ๆ ตามสมควร เพราะจิตทุกดวงมีความสามารถในการช่วยตัวเองได้อยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นชาวพุทธ เราคงเคยได้ยินได้ฟังคำสอนการปฏิบัติมาบ้าง ส่วนใหญ่มีร่องจิตกันมาอยู่แล้ว ถ้าเราพูดมากไป เขาจะรำคาญเปล่า ๆ ถ้ามั่นใจว่าเราทำดีที่สุดแล้วก็ไม่ต้องคร่ำครวญ เพราะการคร่ำครวญทำให้ใจเขาพลอยเศร้าหมองไปด้วย ลึก ๆ เรารู้คำตอบในใจอยู่แล้วว่าเราทำดีพอแล้วหรือยัง ไม่ต้องไปแคร์ความคิดคนภายนอกว่าจะคิดอย่างไร หันมาเช็กที่ใจของเราเองดีกว่า พระอาจารย์คิดอย่างไรกับคำพูดที่ว่า “สิ่งที่เจ็บกว่าการจากลาคือการจากทั้งที่ยังไม่ได้ลา” ก็ลาสิ…ลาเลย เจอใครก็บอก “ลาแล้วนะ ซาโยนาระ” (หัวเราะ) ไม่อย่างนั้นจะมาเสียดายทีหลังว่าไม่ได้ลา อาจารย์ไม่ได้พูดเล่นนะ เราทุกคนควรลากันให้เป็นปกติในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มองว่าการพูดเรื่องการจากลาไม่เป็นมงคล ทั้งที่บางทีจากกันวันนี้ ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันหรือเปล่า เช่น ไปทำงาน ต้องฟันฝ่ามาก ขึ้นทางด่วนเจอรถปาดไปมา ระหว่างทำงานเจอเพื่อนร่วมงานร้อยแปด ทะเลาะกันตีกันจนบาดเจ็บ ขับรถกลับบ้านเจอรถจี้ตูด…ออกจากบ้านทีเหมือนออกสงคราม […]

ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทางพ้นทุกข์ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ขึ้นชื่อว่า “ความรัก” น้อยคนที่จะกล้าปฏิเสธว่า ไม่ต้องการรับรัก หรือไม่เคยมอบความรักให้แก่ใคร เพราะความสุขจากความรักนั้นช่างหอมหวาน ในขณะเดียวกันความทุกข์ที่เกิดจากความรักก็สุดแสนทรมานเช่นกัน เมื่อความรักเป็นดั่งดาบสองคมเช่นนี้ พุทธศาสนาจะมีวิธีการจัดการกับความรักอย่างไร พ้นทุกข์ พระอาจารย์คะ พระพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับความรักไหมคะ ให้ความสำคัญสิ พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความรักที่บริสุทธิ์เชียวละ ความรักที่บริสุทธิ์ในที่นี้คือการให้ พระพุทธเจ้าทรงให้ในสิ่งที่ดีที่สุดแก่มนุษย์ เป็นการให้เพียงฝ่ายเดียว ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แม้กระทั่งคำขอบคุณหรือความรักตอบ สิ่งที่ดีที่สุดที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้มนุษย์ทุกคนไม่ใช่ทรัพย์สมบัติหรือแก้วแหวนเงินทองใดๆ แต่ ท่านทรงให้ในสิ่งที่มนุษย์พึงได้รับเมื่อเกิดมาชาติหนึ่ง นั่นคือ การหลุดพ้นจากวัฏสงสาร การเวียนว่ายตายเกิด ท่านปรารถนาให้เราพ้นทุกข์เข้าสู่นิพพาน ซึ่งจะทำให้มนุษย์เกิดปัญญา ตื่น เบิกบาน มีอิสระ ปล่อยวาง ปลอดโปร่ง โล่ง เบาสบาย ไม่เวียนวน ไม่มีทุกข์ และได้สัมผัสถึงความสงบร่มเย็น ในสังคมปัจจุบันมีข่าวฆาตกรรมหรือคดีความสืบเนื่องจากความรักฉันท์หนุ่มสาวมากมาย พระอาจารย์มีข้อคิดเตือนใจอย่างไรบ้างคะ คดีความต่างๆ โดยมากเกิดขึ้นเพราะคนส่วนใหญ่มีเจตนาในการมอบความรักในวงจำกัด เป็นต้นว่า ความสุขของเขาคนนั้นจะต้องเกิดจากฉันเท่านั้น ห้ามเกิดจากคนอื่น อย่างนี้เรียกว่าเป็นความรักที่มีราคะมาเจือปน มีอกุศล มีความเป็นเจ้าของ ยึดครองถือครอง หวงแหน ยึดมั่นถือมั่นให้เป็นของเรา พอเห็นเขาไปควงกับคนอื่นก็ทนไม่ได้ เพราะความสุขนั้นไม่ได้เกิดจากฉัน แต่ในทางพุทธศาสนา ความรักที่มีอานุภาพมากเกิดประโยชน์สูงสุดคือ ความรักอย่างมีเมตตา […]

” จากเป็นหรือจากตาย หากรู้วิธีก็ไม่เจ็บ” – เยียวยาปัญหารักด้วยธรรม

ทำไมคนเราต้องมีการจากลา การพลัดพรากคะ เป็นหลักธรรมชาติ มีพบต้องมีจาก สิ่งนี้เป็นของคู่โลก ของประจำโลก พลังงานมีแรงขับเคลื่อนอยู่ตลอด 

ชีวิตสุดกู่ของหนุ่มขี้เหงา โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เมื่อ หนุ่มขี้เหงา อาชีพพริตตี้บอย สนทนากับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ   ผมเป็นคนชอบคิดฟุ้งซ่านครับ ต้องหาคนมาอยู่ด้วยตลอด ไม่อย่างนั้นก็จะคิดมาก คิดโน่นคิดนี่ บางครั้งถ้านอนไม่หลับก็จะกินเหล้ากินเบียร์เพื่อให้หลับ ทำอย่างนี้ระบบประสาทจะเสียเอานะ…จริง ๆ แล้วไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนี้ แต่ก็ห้ามไม่ได้ใช่ไหม ตามหลักธรรมท่านบอกไว้ว่า ให้จิตเรามีที่ตั้ง มีหลักผูกไว้เสมอ ท่านเรียกว่ากรรมฐาน อาจจะฟังดูน่าเบื่อ บางครั้งการทำบริกรรมหรือการสวดมนต์มันเป็นอุบายที่ทำให้จิตเรามีสมาธิ ไม่ต้องซ่านออกไปเหมือนว่าวขาดป่าน ไม่มีความสงบ หยุดคิดไม่ได้ ทำให้ต้องกินยาระงับประสาท กินเหล้าให้มันหาย แต่พอฤทธิ์ของสิ่งเหล่านี้หายไป เราก็จะกลับมาคิดใหม่ บางครั้งมันห้ามไม่ได้นะความคิด มันต้องมีสิ่งให้คิด ฉะนั้นถ้าจะคิดก็ให้เลือกคิดบวก เจาะจงคิดแต่สิ่งดี ๆ เช่น เรื่องบุญกุศล ใช้ความคิดล้างระบบความคิดว่าเราเคยทำสิ่งดีให้ใคร ที่ไหนบ้าง   บางทีเหงามาก ๆ ก็จะโทร.เรียกให้ผู้หญิงมาหา… ปัญหาโลกแตกของคนทั่วไป…มนุษย์ทั้งหลาย เมื่อจิตไม่มีที่พึ่ง ก็เลยหันไปหาสิ่งอื่นรอบตัว เช่น สุรา นารี ดูหนัง ฟังเพลง แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้อยู่กับเราแบบเสถียร มันมีความสุขขึ้นชั่วแวบเดียวที่ใจ พอสิ่งนั้นหรือคนนั้นผ่านไปเราก็จะกลับมาจุดเดิม การที่เรานำความสุขไปฝากไว้กับปัจจัยภายนอก ท่านบอกว่าดีอยู่ระดับหนึ่ง […]

การตั้งเป้าไว้ที่นิพพานจะทำให้ขัดแย้งหรือสวนทางกับการใช้ชีวิตทางโลกหรือไม่

การตั้งเป้าไว้ที่นิพพาน จะทำให้ขัดแย้งหรือสวนทางกับการใช้ชีวิตทางโลกหรือไม่ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ปุจฉา: แต่ทำไมเรามักเห็นคนที่เข้าวัดแล้วกลับออกมาทำท่าซึม ๆ เบื่อโลก แล้วการตั้งเป้าไว้ที่นิพพานจะทำให้ขัดแย้งหรือสวนทางกับการใช้ชีวิตทางโลกหรือไม่ วิสัชนา: นั่นไม่ใช่ชาวพุทธ ผู้ภาวนาตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าจะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่ใช่ผู้เซื่องซึม ไม่ใช่ผู้ไม่รู้ ไม่ใช่ผู้คิดมาก ไม่ใช่ผู้ซึมเศร้าเหงาเซ็ง ที่นุ่งขาวห่มขาว นั่งสมาธิ เดินจงกรม มันบอกไม่ได้หรอก เพราะบางคนทำไปโดยไม่รู้อะไรเลย ทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์หรือสะสมแต้มบางอย่าง สมัยนี้มีเยอะที่ไปเข้าวัดแล้วกลับออกมาทำท่าเบื่อลูกเบื่อผัว จะธุดงค์ท่าเดียว หลวงปู่พุทธทาสจึงเทศน์ว่าธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่ที่ทำอยู่ปกติธรรมดาก็ต้องทำให้ดีที่สุด ถ้าหน้าที่ยังไม่รับผิดชอบ ยังเป็นลูกที่ดีไม่ได้ ยังเป็นพนักงานที่ไม่ดี แล้วจะไปวิมุตติหลุดพ้นได้อย่างไร ถ้าเข้าวัดถูก ปฏิบัติถูก ก็จะเป็นอิสระทางใจ รู้ตื่นเบิกบาน ปฏิบัติหน้าที่การงานที่มีอยู่ธรรมดา ๆ อย่างดีที่สุด เรียกว่าปฏิบัติหน้าที่โดยธรรม มีแรงกำลังอย่างเหลือเฟือ ทำหน้าที่แล้วก็จบไปในหน้าที่ ไม่ยึดติด ไม่ถือมั่น ไม่แบกความวิตกกังวล ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า เป็นผู้บริหาร เป็นครู เป็นพ่อแม่ ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อเข้าสู่นิพพานธาตุแล้ว ท่านก็ทำงานจนลมหายใจสุดท้าย ท่านไม่ได้ละทิ้งหน้าที่แต่อย่างใด […]

เมื่อลูกชายเกรงกลัวต่อบาปขั้นรุนแรง จนต้องหาวิธีเยียวยา

พบกับทางออกของปัญหา ด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้าผ่านเรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่งที่มีลูกชาย เกรงกลัวต่อบาปขั้นรุนแรง ถึงขนาดเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา เธอจะหาวิธีช่วยลูกได้อย่างไร และตัวเธอเองจะคลายจากทุกข์ได้หรือไม่ โปรดติดตาม ลูกชายของดิฉันเป็นเด็กขี้กลัวมาตั้งแต่เด็ก เขามักกลัวเรื่องบาปกรรม กลัวการตกนรก กลัวการทำผิด ไปจนถึงกลัวความคิดที่ไม่ดีของตัวเอง หากว่าความกลัวเหล่านี้มีเพียงเล็กน้อย คนที่เป็นแม่คงไม่กังวลใจ แต่ลูกของดิฉันซึ่งปัจจุบันอายุ 12 ปี กลับคิดเรื่องเหล่านี้ตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนเข้าห้องสอบ เช่น วันนี้ผมทำผิด ผมคงต้องตกนรก วันนี้ผมคิดไม่ดีกับอาจารย์ ผมจะทำยังไงดี หรือบางครั้งเขาก็มาร้องห่มร้องไห้สารภาพผิดกับดิฉันว่า เขาคิดฆ่าพ่อแม่ คิดฆ่าพระ ฆ่าเทพเจ้า ฯลฯ และสุดท้ายความคิดของเขาก็จะวกกลับมาที่การคิดโทษตัวเองทั้งวันทั้งคืน ลูกมาสารภาพบาปให้ดิฉันฟังทุกวัน ดิฉันจึงสอนเขาด้วยธรรมะที่ศึกษามากว่าค่อนชีวิต เช่น สอนให้เขาให้อภัยตัวเอง กลับมารักตัวเองให้เป็น และอยู่กับปัจจุบัน แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่เป็นผล สุดท้ายดิฉันจึงพาเขาไปสารภาพบาปกับพระพุทธเจ้า ต่อหน้าพระพุทธรูป เพื่อให้ลูกลดความรู้สึกผิดบาปในใจ แต่ผ่านไปนานวัน ลูกกลับมีอาการแปลก ๆ มากขึ้น ดิฉันจึงส่งลูกไปคุยกับจิตแพทย์ แพทย์วินิจฉัยว่า อาการของเขาเกิดจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมนในสมอง ส่งผลให้มีความไฮเปอร์ที่แสดงออกมาด้วยอาการวิตกจริตและขี้กังวลมากกว่าคนปกติ ครั้งนั้นแพทย์สั่งยาให้ลูก แต่แม้จะกินยาแล้วก็ตาม อาการของลูกก็ไม่ดีขึ้นเลย ยังคงนึกถึงความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในอดีตซ้ำ […]

เมื่อฉันพลั้งเผลอฆ่าแมวตัวเอง เสียใจมาก ทำใจอย่างไรดี

บ้านของฉันมีเจ้าเหมียวแสนรู้อยู่ตัวหนึ่งซึ่งทุกคนในบ้าน คือ แม่ แฟน ฉัน และลูกรักมันมากถึงขนาดเอามานอนกอดบนเตียงด้วยทุกคืน เสียใจมาก อยู่มาวันหนึ่งฉันตั้งใจจะแวะไปซื้อยากำจัดเห็บหมัดจากร้าน Pet Shop ใกล้บ้าน เพราะเกรงว่าเจ้าเหมียวจะเอาเห็บหมัดมาปล่อยให้คนในครอบครัว เจ้าของร้านแนะนำยาตัวหนึ่งให้ พร้อมคำรับรองว่า “ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง 100 เปอร์เซ็นต์” เมื่อกลับมาบ้าน ฉันจึงหยอดยากำจัดเห็บให้เจ้าเหมียวที่กลางหลัง แล้วออกไปทำงาน คืนนั้นแฟนของฉันโทร.มาบอกว่าเจ้าเหมียวอาการไม่ดี นอนน้ำลายฟูมปาก ฉันและแฟนจึงรีบพามันไปโรงพยาบาลโดยด่วน ตอนนั้นฉันได้แต่คิดว่า มันคงกินอะไรผิดสำแดงเข้าไปในร่างกายกระมัง แต่แล้ว…ราวกับโลกถล่มลงมาตรงหน้า เมื่อหมอแจ้งว่า เจ้าเหมียวจากเราไปแล้ว พร้อมกับบอกสาเหตุ…และสาเหตุนั้นเกิดจากฉันเอง! หมอบอกว่า จริง ๆ แล้วไม่ควรซื้อยาจากร้านขายสัตว์เลี้ยง เพราะแมวเป็นสัตว์ที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการดูแล และคนขายมักไม่รู้จริงในเรื่องยา ยาที่ฉันซื้อมาใช้ จึงส่งผลทำให้ตับของแมวพัง ช่วงเวลานั้นฉันร้องไห้ทุกวัน เพราะฉันเป็นคนฆ่าแมวที่ฉันและทุกคนในบ้านรักด้วยตัวฉันเอง ลูกถามฉันทั้งน้ำตาว่า “…มันเกิดขึ้นได้ยังไง…ใครทำเหมียว” แต่ฉันก็ไม่กล้าตอบว่าเป็นฉันเอง แม่และแฟนฉันก็รักแมวแสนรู้ตัวนั้นมากจนทำใจไม่ได้ที่มันจากไป หากเห็นแมวตัวอื่น ก็มักเปรยออกมาว่า จะไม่เลี้ยงอีกแล้ว ไม่มีใครแทนที่เจ้าเหมียวได้ บางครั้งแม่ก็ซื้ออาหารไปให้เจ้าแมวที่หลุมศพ ไปพูดคุยกับมันบ่อย ๆ ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ยังคงกอดและกระซิบบอกฉันว่า ไม่เป็นไรนะ ทุกคนให้อภัย เมื่อเห็นฉันร้องไห้ไม่หยุด แต่เป็นตัวฉันเองที่ไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้ […]

โลกสวย?…ด้วยการ (หนี) ทุกข์ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

คำถามจากนักปฏิบัติหน้าใหม่ ผู้ที่เพิ่งค้นพบว่าตัวเองเป็นคน “โลกสวย” คือ ชอบมองโลกแต่ในด้านสวยงามของชีวิตโดยไม่มองถึงความเป็นจริง และแสนจะเกลียดความทุกข์ แต่ศาสนาพุทธสอนว่า ถ้าไม่เห็น ทุกข์ ก็ไม่เห็นธรรม แล้วคนไม่ชอบยุ่งกับความทุกข์อย่างเธอจะทำอย่างไรดี… พระอาจารย์คะ หนูเกลียดความทุกข์มาก ไม่ชอบเผชิญหน้ากับมันเลย เช่น ถ้ารู้ว่ามีความรักแล้ว ทุกข์ ก็เลือกที่จะไม่มีความรักดีกว่า แต่พระพุทธศาสนาสอนว่า “ไม่เห็นทุกข์ ไม่เห็นธรรม” หนูอยากเห็นธรรม แต่ไม่อยากเห็นทุกข์…จะได้ไหมคะ ไม่ชอบทุกข์ ไม่ปรารถนาทุกข์ใช่ไหม…แต่ถ้าทุกข์แล้วได้ธรรม มันคุ้มนะ ถ้ามีผัว 4 – 5 คน มีลูก 7 – 8 คน แล้วทำให้ทุกข์จนถึงที่สุด จนได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันก็น่ามี ลองนึกถึงสมการ “เจอทุกข์ = เจอธรรม” สิ ใจเราจะได้เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนทิฏฐิ ปรับจิตให้เข้าใจ ไม่หลบ ไม่หลีก ไม่หนี ปล่อยไปตามวิถี ถ้าไม่อย่างนั้นเราก็ต้องเป็นจิตวิญญาณที่ระหกระเหิน เร่ร่อนในวัฏสงสารอีกหลายชาติ เพราะไม่รู้จักทุกข์เลย ฟังเผิน ๆ […]

แก้กรรม… ทำแท้ง?!?

แก้กรรม… ทำแท้ง?!? โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระอาจารย์ครับ แฟนผมเคยไป ทำแท้ง เพราะตอนนั้นเราไม่พร้อมมีลูก ผมเองก็ปล่อยให้เขาทำ อย่างนี้ผมจะต้องรับผลกรรมด้วยไหมครับ รับไม่รับอยู่ที่ว่าจิตของเรามีส่วนร่วมไหม ถ้าจิตเราคอยคิดถึงมัน มีความเศร้าหมองขุ่นมัว ผลทางใจก็เกิดขึ้นแล้ว แต่เราจะทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องคิดถึงเรื่องที่จบไปแล้ว…ก็กรรมฐานนี่แหละที่จะทำให้เราไม่คิดถึงอดีต ส่วนผลทางรูปธรรมว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตามมานั้น ก็ต้องดูว่าเราทำอะไรมา…อย่างการทำแท้งก็เหมือนกับการฆ่าชีวิตหนึ่ง การฆ่าการเบียดเบียนผู้อื่นจะทำให้เราอายุสั้น สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เจ็บป่วยบ่อย ส่วนการที่เราไปเกี่ยวพันกับการทำแท้ง จะมีอะไรติดตามมาหลังจากทำไปแล้วก็ต้องยอมรับไป เราควรดูแลสุขภาพใจและกายของเราให้ดี อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องยอมรับแล้วหันไปทำสิ่งที่ดีทดแทน แสดงว่า ทำดีทดแทนแล้ว จะแก้กรรมนี้ได้หรือครับ? อธิบายอย่างนี้ดีกว่า สมมุติเคยทำแท้ง 1 ครั้ง ถือว่าติดลบไป 100 คะแนน เราก็ไปทำคุณงามความดีอย่างอื่นที่บวกแต้มเพิ่มอีก 100 ที่ติดลบยังไม่ไปไหนหรอก แต่เราแค่ไปทำความดีอย่างอื่นให้บวกเพิ่มขึ้นเป็น พัน – หมื่น – แสน เราจะไปกังวลทำไมกับลบ ตราบใดที่บวกมันเยอะกว่า ลบก็ให้ผลไม่ได้ บาปของการทำแท้งมีค่าเท่ากับฆ่าคน องคุลีมาลฆ่าคนเป็นพันคนแต่ก็ยังบรรลุอรหันต์ได้ ดังนั้นเมื่อมันผ่านไปแล้วก็อย่าปล่อยให้ใจเศร้าหมอง มุ่งหน้าตั้งใจทำสิ่งที่จะข้ามฝั่งคือเจริญสติอย่างเดียวดีกว่า อย่างนี้ผมหรือแฟนบาปมากกว่ากันครับ ผู้หญิงที่เป็นคนตัดสินใจทำแท้งรับกรรมไปเลย 80 เปอร์เซ็นต์ […]

ความทุกข์ของคนเก่ง บำบัดได้ด้วยธรรมะ

เรื่องราวของผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง ซึ่งเกิดความทุกข์จากการเรียนในต่างแดนและการถูกคุกคามทางเพศโดยไม่คาดฝันเธอจะหาวิธีคลายทุกข์ได้หรือไม่ ธรรมะจะรักษาใจเธอได้หรือเปล่า

ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของดิฉัน เมื่ออยู่ด้วยกันสักพักจนเราท้อง เขาก็ไปมีผู้หญิงอื่น

ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของดิฉัน เมื่ออยู่ด้วยกันสักพักจนเราท้อง เขาก็ไปมีผู้หญิงอื่น ถาม : ตอนนี้ดิฉันกำลังตั้งท้องค่ะ ก่อนหน้านี้มีลูกมาแล้ว 4 คน แต่คนละพ่อกัน ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาในชีวิตจะเหมือนกันหมด คือ อยู่ด้วยกันสักพัก พอเราท้อง เขาก็ไปมีผู้หญิงอื่น ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมชีวิตดิฉันถึงเป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าคะ ตอบ : จริงๆ จิตที่เร่าร้อนก็จะดึงดูดสิ่งที่เร่าร้อนเข้ามา มันเป็นกฎของธรรมชาติ ตามหลักธรรมเราต้องปรับคลื่นของเราใหม่ จูนคลื่นจิตที่เคยร้อนแรงให้ซอฟต์ลง ก็จะเจอคนที่เมตตาการุณย์เอื้อเฟื้อจริง ๆ เรามีหน้าที่แค่ชงจิตเราให้กลมกล่อม โดยเอากรรมฐานหรือธรรมะมาช่วยปรุงจิตในเบื้องต้น ใช้ความสงบสยบการเคลื่อนไหว ใช้ความอ่อนสยบความแข็ง กระบวนท่าบางอย่างถ้าแข็งมาแล้วแข็งไปมันก็หัก แนะนำให้ปรุงจิตโดยใช้โอสถธรรมปลดปล่อยตัวเอง คนจะเป็นครูสั่งสอนคนได้ เขาต้องไปประสบพบเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตมากมาย…ก่อนที่เขาจะมาสอนเรา เขาต้องถูกโลกสอนมาก่อน ต้องถูกโลกตบหน้ามาก่อน บางคนเคยติดคุก เคยเป็นคนชั่วมาก่อน มองอีกแง่หนึ่ง สักวันเราอาจจะได้เป็นตัวแทนสื่อสารเรื่องราวชีวิตของเราเป็นธรรมทาน ประสบการณ์ที่เลวร้ายของเราอาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ถ้าชีวิตเจอแต่เรื่องดี ๆ มาตลอดจะมีค่าอะไร คนเราต้องเจอทุกข์ถึงจะพบธรรม ขนาดภิกษุณีอรหันต์ในสมัยพุทธกาลก็ยังเคยถูกข่มขืนมาก่อนเลย   พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระอาจารย์ผู้ไขปัญหาธรรม photo by pixabay หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความน่าสนใจ อย่า “แก้ปัญหา” ด้วยการ “เพิ่มปัญหา” เมื่อ สามีนอกใจ โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ตอบประเด็นคำถามค้างคาใจเรื่องการ นอกใจคนรัก โดย 4 พระอาจารย์ Dhamma daily : แฟนนอกใจ จนผู้หญิงอีกคนท้อง ควรทำอย่างไรดี ปัญหาธรรมประจำวันนี้: ทำอย่างไรจึงจะลืมเรื่องราวในอดีตที่ สามีเคยนอกใจ ได้คะ […]

Dhamma Daily : ทำอย่างไรดีให้เลิกโกรธพี่สาว

Dhamma Daily : ทำอย่างไรดีให้ เลิกโกรธ พี่สาว โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ คำถาม : ดิฉันทะเลาะกับพี่สาวตั้งแต่ยังเด็กเพราะ พี่สาวทําไม่ดีกับพ่อแม่ แต่ปัจจุบันเขาปรับปรุงตัวและพ่อแม่ก็ไม่เป็นทุกข์อีกต่อไป มีแต่ตัวเราเอง ที่ยังลืมเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้ ยังไม่ เลิกโกรธ พี่สาวควรทําอย่างไรดีคะ คำตอบ : ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้ว ไม่มีผู้ใดไม่เคยกระทําผิด มาก่อน ลองพิจารณาตัวเองด้วยความเป็นธรรมว่า ตั้งแต่ เล็กจนโต เราเคยทําความผิดต่อคุณพ่อคุณแม่บ้างหรือไม่ อาจเล็กบ้างน้อยบ้าง แต่ย่อมต้องมีกันทุกคน การที่เราเฝ้าคิดถึงแต่สิ่งที่ไม่ดีของพี่สาวและทําไม่ดี กับเขาเป็นประจํา นอกจากจะทําให้จิตใจขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา แล้ว ในอนาคตการกระทําอันเป็นอกุศลนั้นอาจส่งผลต่อเรา ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้ ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งเราอาจกระทํา ผิดต่อคนที่มีความหมายกับเรามากที่สุดในชีวิต แล้วเขาอาจ ไม่ให้อภัยเราเลยก็ได้ ดังเช่นที่เราเคยทํากับพี่สาว การรู้จักให้อภัยถือเป็นการเอาภัยออกจากตัว อาตมาอยากให้ลองสังเกตใจเราดู ขณะที่ให้อภัยคนอื่น เราจะรู้สึก เบาสบายขึ้นทันที ให้หมั่นฝึกให้อภัยคนบ่อยๆจนเป็นนิสัย เมื่อจิตเสพคุ้นกับสภาวะที่เบาสบายอยู่เสมอ เราก็จะรับรู้ผล แห่งการให้อภัยในที่สุด พุทธเจ้าทรงกล่าวเรื่องเกี่ยวกับอภัยทานไว้ว่า เป็น การให้ทานที่ไม่ต้องลงทุนด้วยวัตถุและเป็นทานสูงสุด ใคร มีอภัยทานประจําใจ ผู้นั้นก็เข้าถึงปรมัตถบารมีซึ่งเป็นบารมี สูงสุดที่จะทําให้เข้าถึงพระนิพพานแล้ว […]

keyboard_arrow_up