“รับความจริงได้ย่อมไร้ทุกข์” ธรรมะจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

“รับความจริงได้ย่อมไร้ทุกข์” ธรรมะจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่กับความเป็นจริง แต่ชอบอยู่กับความปรารถนาหรือความต้องการของตนเอง พฤติกรรมดังกล่าวจึงนำความทุกข์มาให้โดยไม่รู้ตัว การอยู่กับความปรารถนาหรือความต้องการคืออะไร แต่ละวันเรามักจะคิดอยากให้สิ่งนี้เป็นอย่างนั้น อยากให้สิ่งนั้นเป็นอย่างนี้ มากมายต่าง ๆ นานา จนเป็นความเคยชินหรือเป็นพฤติกรรมของจิต เช่น เมื่อขับรถหรือนั่งรถไปบนท้องถนนก็ไม่อยากให้รถติด ไม่อยากเจอสัญญาณไฟแดง ไม่อยากให้รถคันอื่นมาตัดหน้า อยากให้ถึงที่หมายเร็ว ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่อยู่กับความต้องการของตนเองทั้งสิ้น ครั้นเมื่อเจอรถติด เจอสัญญาณไฟแดง เจอรถคันอื่นปาดหน้า ไปถึงที่หมายช้ากว่ากำหนด ก็เกิดความรู้สึกหงุดหงิด เครียด หรือโกรธ อาการเหล่านี้คือความทุกข์ หากอยู่กับความเป็นจริงจะอยู่อย่างไร อยู่อย่างรู้เห็นตามความเป็นจริง นั่นคือเมื่อเจอรถติดก็รู้และยอมรับว่ารถติด ต่อให้คิดอย่างไรรถก็ยังติดตามเหตุของมันเมื่อเจอสัญญาณไฟแดง หากยังเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ต่อให้คิดจนตายก็ยังติดไฟแดงอยู่นั่นเอง เมื่อมีรถคันอื่นปาดหน้า ก็รู้ว่าเหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้นและผ่านพ้นไปแล้ว ต่อให้โกรธหรือด่าแช่งชักหักกระดูกผู้ขับรถปาดหน้าอย่างไร ก็แก้ไขเหตุการณ์นั้นไม่ได้ เมื่อรถติด ไปไม่ทันเวลา ก็ยอมรับความเป็นจริงว่าไปไม่ทันเวลา จะคิดขุ่นเคืองโทษสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้ไปไม่ทันเวลาอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ การอยู่กับความเป็นจริงและยอมรับความเป็นจริงจึงไม่ทำให้เครียด ไม่ต้องทุกข์ แต่มิใช่ว่าจะต้องยอมจำนนต่อปัญหาที่เกิดขึ้น หากรู้ว่าเส้นทางที่จะไปรถติด ก็เผื่อเวลาเดินทางให้มากขึ้นหรือไปเส้นทางอื่นที่รถไม่ติด แต่ถ้ารถยังติดก็ยอมรับความเป็นจริงและหาวิธีปรับเปลี่ยนแก้ปัญหาไปเรื่อย ๆ   ที่มา : […]

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : ทำอย่างไรให้เราเลิกคิดยึดติด

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : ทำอย่างไรให้เราเลิกคิด ยึดติด ปัญหาธรรม : ทำอย่างไรให้เราเลิกคิด ยึดติด เสียที เพราะยึดติดทีไรก็ทุกข์ทุกที ตอบปัญหาธรรม :  ” ต้องมองสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงในธรรมชาติของสิ่งนั้นที่มีอยู่ เป็นอยู่ เหมือนเรามองเหรียญ เราก็ว่าเหรียญมีกี่ด้าน 2 ด้าน ก็เชื่อกันว่าเหรียญมี 2 ด้าน คือด้านหัวกับด้านก้อย ไปลองพิจารณาดูสิว่าจริง ๆ มันมีกี่ด้าน เหรียญนี่มันมี 3 ด้าน มันไม่ได้มี 2 ด้านเท่านั้น นอกจากด้านหัว ด้านก้อย มันยังมีด้านที่อยู่กึ่งกลาง อยู่ตรงกลางระหว่างหัวกับก้อยนั่นก็คือด้านสันนั่นเอง เราไม่ค่อยให้ความสำคัญด้านสันของเหรียญ เราก็ไปให้ความสำคัญกับด้านหัวกับด้านก้อย เหมือนกับในชีวิตประจำวันของเรา เห็นอะไร ได้ยินสิ่งไหน ได้สัมผัสสัมพันธ์กับสิ่งไหนก็จะเกิดความรู้สึกต่อสิ่งนั้น ” ความรู้สึกส่วนใหญ่มันจะชักนำเราไป ที่ชอบ ไม่ชอบ สวย ไม่สวย ดี ไม่ดี ถ้าเราไปชอบด้านก้อยมากกว่าด้านหัว เราก็ว่าด้านหัวไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น ด้านก้อยดีกว่าอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น นี่มันมองอย่างใจที่เป็นธรรม ไม่เที่ยงธรรม […]

การปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งจำเป็น บทความธรรมะดี ๆ จากพระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ 

การปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งจำเป็น บทความธรรมะดี ๆ จากพระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ หลายคนอาจมองว่า การปฏิบัติธรรม เป็นเรื่องยากที่จะนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ด้วยภาระงานและวิถีชีวิตที่ไม่มีเวลาว่าง แต่จริง ๆ แล้วการปฏิบัตินั้นเป็นสิ่งจำเป็นมาก ซึ่งพระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ ได้อธิบายถึงความสำคัญของการปฏิบัติธรรมไว้ดังนี้ เพราะการปฏิบัติเป็นสิ่งที่อยากจะบอกว่าเป็นความจำเป็น มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะชีวิตทุกชีวิตไม่ต้องการความทุกข์ ชีวิตทุกชีวิตต้องการที่จะมีกำลังใจ ที่จะต่อสู้และฟันฝ่ากับปัญหาและอุปสรรค โดยเฉพาะที่จะเอาชนะใจตัวเองจากสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีวิชาทางโลกวิชาไหนเลย ที่จะสอนให้ทำใจเป็นสุข สอนให้จิตใจมีกำลังที่จะต่อสู้กับกิเลส เอากิเลสออกได้ เหมือนวิชาทางธรรมเลย ไม่มีวิชาทางโลกวิชาไหนเลยที่จะใช้ไปได้ทุกวันจนวันตาย มีแต่ธรรมะที่ใช้ได้ตลอดเวลา ทุกลมหายใจเข้าออก และโดยเฉพาะสุดท้าย วันตายของเราด้วยใช้ธรรมะอย่างมากเลย ส่วนการทำงาน เมื่อเราแก่แล้วต้องเกษียณไป คนที่สัมพันธ์กับเรานับวันก็ต้องจากกันไป มีอะไรบ้างที่จะเป็นที่พึ่งของชีวิตได้อย่างจริง ๆ บ้านช่องก็เป็นที่อยู่อาศัย เสื้อผ้าก็สักแต่เป็นของใช้ รถลาสักแต่เป็นของใช้ แต่ธรรมะนั่นแหละเป็นที่พึ่งของจิตใจได้อย่างแท้จริง คนไม่รู้ธรรม ไม่เข้าใจธรรม ก็ไม่เห็นคุณค่าของธรรมะ แต่วันหนึ่งถ้าเข้าใจธรรม จะเห็นคุณค่าของธรรมะอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นอย่ายกเวลาในชีวิตของเราทั้งหมด ให้กับสิ่งอื่น หรือให้กับคนอื่นเสียทั้งหมด ควรแบ่งปันเวลาในชีวิตของเราให้กับตัวเองบ้าง อย่าไปรักแต่คนอื่นโดยไม่รักตัวเอง อย่าไปสงสารแต่คนอื่นโดยไม่รู้จักสงสารตัวเอง ต้องรักต้องห่วยใยต้องสงสารตัวเองบ้าง   […]

ปัญหาธรรม : เราสามารถกำหนดภพภูมิได้หรือไม่ โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

ปัญหาธรรม : เราสามารถ กำหนดภพภูมิ ได้หรือไม่ โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ เมื่อพูดถึงความตาย หลายคนอาจนึกถึง “จิตสุดท้าย” แต่เราจะสามารถ กำหนดภพภูมิ ของเราได้หรือไม่ เพื่อให้จิตสุดท้ายพาเราไปสู่ภพภูมิที่ดี พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญได้ไว้ดังนี้ หลักของการเกิดในชาติต่อไปพระพุทธองค์ตรัสเอาไว้ว่า ถ้าจิตเศร้าหมองในขณะที่จะขาดใจตาย ไปอบายภูมิ หรือทุคติภูมิ อันมีนรก เปรต อสูรกาย สัตว์เดรัจฉาน ไปตามคุณสมบัติของจิตในขณะจะขาดใจตายนั่นเอง แต่ถ้าจิตผ่องใสก็จะไปสุคติภูมิอันมีมนุษย์ เทวดา 6 ชั้น พรหม 20 ชั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้อย่างนี้ ถ้าเราไม่อยากไปอบายภูมิซึ่งมันไม่มีใครอยากไป เวลาจะตาย เราก็ต้องพยายามประคับประคองจิตของเรา ในวาระสุดท้ายของชีวิตในชาตินี้ อย่าให้จิตมันเศร้าหมอง ให้จิตมีความผ่องใส จิตผ่องใสเป็นอย่างไร จิตมีความตั้งมั่นอยู่ในความสงบ นึกถึงความดีที่เราเคยทำไว้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยง นึกถึงพระรัตนตรัยเอาเป็นเครื่องนำทาง หรือจิตมีความกล้าหาญ อาจจองไม่หวั่นไหวต่อสิ่งต่าง ๆ มีปัญญาเข้าใจว่าถึงวาระแล้วที่จิตดวงนี้จะต้องเดินทางต่อไป ละสิ่งทั้งหลาย ละแม้กระทั่งร่างกาย เพราะฉะนั้นโอกาสที่คนตายไปแล้ว จะกลับมาเกิดเป็นคนในชาติถัดไปนี่จึงมีน้อย ส่วนใหญ่มันจะไปอบายภูมิก่อน พ้นกรรมเมื่อใดจึงจะกลับมาเกิดเป็นคนอีก ก็คิดดูเอา […]

ทำอย่างไรจึงจะเรียกว่า “ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า” ธรรมะเปิดโลกจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

ทำอย่างไรจึงจะเรียกว่า ” ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า ” ธรรมะเปิดโลกจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า หลายคนอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป พระพุทธศาสนามีมุมมองการ ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า อย่างไร พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ดังนี้ การใช้ชีวิตของเราในฐานะที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ให้รู้ว่าเราควรจะใช้ชีวิตของเราอย่างไร เราจะต้องเดินทางต่อไปอย่างไรอีก การเดินทางของชีวิตของแต่ละคน เดินทางกันมายาวนาน ยาวไกล ไม่รู้ว่าเริ่มต้นเมื่อใด และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดวันไหน ณ สถานที่แห่งใด ร่างกายมันมีอายุของมัน อายุขัยของมันอยู่ได้ช่วงอายุขัยของมันเท่านั้นเอง แต่เมื่อร่างกายแตกสลายหรือตายไปแล้ว จิตมันก็ต้องเดินทางต่อไปอีก ไปหาที่เกิดอีก ไม่จบไม่สิ้น สิ่งที่นำจิตไปเกิดก็คือตัณหาที่อยู่ในจิต เกิดทุกชาติไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไรก็มีความทุกข์ติดไปด้วย ทุกข์กับกาย ทุกข์กับจิต ทุกข์กับการที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ แล้วเมื่อตายไป มันก็ต้องไปเกิดอีก นี่คือการเดินทางที่แท้จริงของชีวิต จนกว่ามันจะหมดตัณหาหรือหมดกิเลสนั่นเอง จึงไม่มีเหตุที่จิตจะต้องไปเกิดอีก ถ้าเราไม่เข้าใจอย่างนี้แล้ว เราก็ไม่รู้ว่าเราจะใช้ชีวิตของเราอย่างไร แล้วก็คิดว่า เกิดมาทั้งที แสวงหาความสุข สุขที่ชาวโลกปรารถนาคือ สุขจากการเสพรูป เห็นอะไรที่สวยงาม เสียงฟังอะไรที่ไพเราะ ได้กลิ่นที่เราชื่นชอบ สัมผัสกับสิ่งที่นุ่มละไม ชาวโลกก็ต่างปรารถนา สุขอย่างนี้ในรูป ในเสียง ในกลิ่น […]

เกิดเป็นมนุษย์มีทั้งวิกฤตและโอกาสที่จะนิพพาน

เกิดเป็นมนุษย์มีทั้งวิกฤตและโอกาสที่จะ นิพพาน ธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ เมื่อกล่าวว่าจิตทุกดวงมีศักยภาพที่จะชำระกิเลสตัณหาและสัมผัสพระนิพพานได้ หลายคนอาจเห็นแย้งว่า ในเมื่อทุกเช้าเรายังต้องแย่งกันขึ้นรถไฟฟ้า พอไปทำงานก็ต้องเจรจาเพื่อเพิ่มยอดขายเก็งกำไร แถมยังถูกเจ้านายต่อว่าทั้งวัน ลำพังศีล สมาธิ ปัญญา ยังไม่มีโอกาสได้สัมผัส แล้วปุถุชนอย่างเรา ๆ จะเข้าใกล้ภาวะ นิพพาน ในชีวิตนี้หรือในชีวิตประจำวันได้อย่างไร เกิดเป็นมนุษย์นั้นมีทั้งวิกฤตและโอกาส มีวิกฤตก็คือต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ อาชีพการงานนำความทุกข์มาให้ไม่น้อย เพราะต้องต่อสู้เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ปลอดภัย มีความมั่นคงในชีวิต ความต้องการของมนุษย์มีมากกว่าสัตว์โลกชนิดใด ๆ เพราะถูกตัณหาขับเคลื่อนไป ด้วยเหตุนี้หากปล่อยให้กิเลสตัณหานำพาไปแล้ว การเกิดเป็นมนุษย์ก็เท่ากับเป็นการสั่งสมกิเลสตัณหาให้พอกพูนอยู่ในจิตอย่างเหนียวแน่น อย่างไรก็ตาม โครงสร้างทางกายภาพและจิตของมนุษย์ เป็นโครงสร้างที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้และการพัฒนาได้ดียิ่งกว่าสัตว์โลกใด ๆ ด้วยเช่นกัน ฉะนั้น หากใครมีความเห็นถูก เห็นภัยในวัฏสงสาร เบื่อหน่ายต่อการเวียนว่ายตายเกิด ก็จะเข้ามาศึกษาปฏิบัติธรรม ขัดเกลาจิตให้เบาบางจากกิเลสตัณหา ก็สามารถพัฒนาปัญญาเป็นอริยบุคคลได้   ที่มา :  นิพพาน…ที่นี่…เดี๋ยวนี้  โดย 4 พระผู้นำทางปัญญาแห่งยุคสมัย สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ (https://www.naiin.com/product/detail/234145) Photo by NEOSiAM 2020 […]

สุข-ทุกข์อยู่บนเหรียญคนละด้าน แต่เหรียญไม่ได้มีแค่สองด้าน

สุข-ทุกข์อยู่บนเหรียญคนละด้าน แต่ เหรียญไม่ได้มีแค่สองด้าน ธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ เราคุ้นเคยอยู่กับการเห็นเหรียญมีสองด้าน เห็นแต่ว่ามีด้านหัวกับก้อยเท่านั้น เปรียบเหมือนความรู้สึกของเราที่มีต่อสิ่งที่ได้สัมผัสสัมพันธ์ ถ้าไม่ยินดีก็ยินร้าย ไม่สุขก็ทุกข์ ไม่ชอบก็ชัง เป็นไปตามที่กิเลสตัณหาโปรแกรมไว้ในจิต ความรู้สึกชอบย่อมนำมาซึ่งความอยากได้ อยากมี อยากเป็น อยากเสพ อยากสัมผัสสัมพันธ์ อยากให้สิ่งนั้นคงอยู่ในสถานะนั้นต่อไป เป็นกิเลสฝ่ายราคะ หรือโลภะ ซึ่งจัดอยู่ในประเภทของกามตัณหาและภวตัณหา ครั้นรู้สึกไม่ชอบ ไม่ยินดี ไม่พอใจ ไม่อยากสัมผัสสัมพันธ์ อยากให้สิ่งนั้นผ่านไปโดยเร็ว ก็เป็นกิเลสฝ่ายโทสะ ซึ่งจัดอยู่ในประเภทของวิภวตัณหา ความชอบและความไม่ชอบมีสาเหตุมาจากความหลง หรือ โมหะ อันเป็นกิเลสอีกตัวหนึ่งที่เข้ามาปรุงแต่งจิตให้หลงยึดติดอยู่กับความยินดียินร้าย การที่เรามีความรู้สึกต่อสิ่งต่าง ๆ ไปในทางยินดีหรือยินร้าย เป็นเพราะจิตของเราขาดความเที่ยงธรรม ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นกลาง หากจิตตั้งอยู่ตรงกลาง วางอุเบกขา จิตก็จะปลอดจากความรู้สึกโลภ โกรธ หลง สภาวะของจิตในขณะนั้นก็จะเป็นสภาวะจิตของนิพพานนั่นเอง ที่เราคุ้นเคยว่าเหรียญมีสองด้าน คือด้านหัว สมมติว่าเป็นมุมมองด้วยความชอบ (โลภะ) และด้านก้อย สมมติว่าเป็นมุมมองด้วยความชัง (โทสะ) การมองแต่ด้านใดด้านหนึ่งก็นับเป็นมุมมองที่มาจากความหลง (โมหะ) เพราะที่จริงแล้วเหรียญไม่ได้มีเพียงสองด้านเท่านั้น ระหว่างด้านหัวกับด้านก้อย […]

นิพพานเทียมง่าย ๆ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

เราสามารถเข้าถึงนิพพานโดยทำใจให้ว่างสบาย ๆ ปลอดจากความคิด แม้จะได้ชั่วครั้งชั่วคราวก็ดีกว่าไม่ได้เลย นอกจากนี้อาจจะหาตัวช่วย เช่น •  ฟังเพลงบรรเลงที่ไพเราะนุ่มนวลชวนฟัง ปล่อยใจให้ผ่อนคลายเบาสบายไปกับเสียงเพลง โดยไม่ต้องใส่ความคิดเข้าไปปรุงแต่ง ให้ใจของเราดื่มด่ำเป็นสุขไปกับเสียงเพลง •  ชมภาพทิวทัศน์ของธรรมชาติที่ดูแล้วเย็นตาเย็นใจ ทำให้จิตใจมีความสงบปลอดโปร่งเบาสบาย •  ทำงานอดิเรกที่ทำแล้วผ่อนคลาย ไม่ปล่อยความคิดให้ฟุ้งซ่านไปทางรัก โลภ โกรธ หลง •  การทำจิตให้อยู่ในอารมณ์เช่นนี้ ก็เป็นสภาวะของนิพพานเทียมที่ทำได้ง่าย ๆ เช่นกัน   นิพพานเทียมในใจตน 1.  ถ้าอยู่กับตัวเองตามลำพังก็ให้มีสติปัญญารู้กายของเราเป็นหลัก 2.  ถ้ามีสิ่งอื่นที่มากระทบทางประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย แม้ใจเผลอคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ก็ใช้สติปัญญาพิจารณาสิ่งนั้น ๆ ว่า สิ่งใดเป็นคุณ สิ่งใดเป็นโทษ 3.  ละสิ่งที่เป็นโทษเป็นอกุศลเสีย 4.  เจริญในสิ่งที่เป็นบุญกุศล 5.  วางใจอย่าให้กระเพื่อมไหวไปในทางยินดียินร้าย สิ่งนี้พูดง่าย ฟังง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก แต่ทำยาก จะทำให้ได้ก็ต้องฝึก การฝึกฝนก็คือความเพียร […]

ธรรมที่นำไปสู่นิพพาน โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

ธรรมที่นำไปสู่นิพพาน โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ พระพุทธเจ้าทรงชี้ทางที่นำไปสู่มรรคผลนิพพานไว้หลายนัย ใน คิริมานนทสูตร พระองค์ตรัสว่า หากดับโลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฐิได้ขาดแล้ว ก็ถึงพระนิพพาน ธรรมที่นำไปสู่นิพพาน โลภะ หมายถึงความทะเยอทะยานมุ่งหวังอยากได้กิเลสกาม อยากเสพในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ประการหนึ่ง กับอยากได้พวกวัตถุกาม หมายถึงสิ่งที่มีชีวิต ได้แก่ บุคคล สัตว์ กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ได้แก่ วัตถุสิ่งของ อีกประการหนึ่ง โทสะ หมายถึง ความเคืองแค้นผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นเหตุให้ประทุษร้ายเบียดเบียนผู้นั้น โมหะ หมายถึงความหลง เช่น หลงรัก หลงชัง หลงลาภยศ สรรเสริญ สุข ฯลฯ มานะ หมายถึงความถือตัวถือตน ถือว่าตนดี เด่นกว่าผู้อื่น จึงดูถูกดูหมิ่นผู้อื่น ทิฐิ หมายถึงความเห็นในลัทธิที่ผิด เช่น เห็นว่าตายแล้วดับสูญไม่มีการเกิดอีก เรียกว่า […]

บอก ไม่ต้องแบก บทความธรรมะที่ พ่อแม่ ควรอ่าน โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

บอก ไม่ต้องแบก บทความธรรมะที่ พ่อแม่ ควรอ่าน โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ เมื่อเราทําดีก็น่าจะมีความสุข แต่เหตุใดหลายคนทําดีแล้วยังทุกข์ ดังเช่น พ่อแม่ เลี้ยงลูกด้วยความรักจึงทุ่มเทกําลังกายกําลังใจ กําลังทรัพย์ นอกจากนี้ยังเฝ้าอบรมสั่งสอนลูก แม้ต้องเหนื่อยยากลําบากกายและใจก็ไม่ท้อ หวังเพียงให้ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีมีความรู้เทียมหน้าเทียมตาคนอื่น 1 การกระทําของพ่อแม่เป็นความดีอันมีค่าซึ่งพ่อแม่ควรจะได้รับความสุข แต่พ่อแม่หลายคนกลับได้รับความทุกข์จากการทําความดีดังกล่าว เมื่อลูกไม่เชื่อฟังคําสอน ประพฤติตนเหลวไหล ไม่รับผิดชอบการเรียน เอาแต่เล่นเกม เกียจคร้านการงาน ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ชอบออกไปเที่ยวนอกบ้าน ติดเพื่อน ติดอบายมุข เป็นต้น 2 กรณีเช่นนี้มีเหตุปัจจัยที่สําคัญอยู่ 2 ประการ 3 ประการแรกมาจากตัวพ่อแม่เอง ประการหลังมาจากตัวลูก 4 เหตุประการแรกที่มาจากพ่อแม่นั้น เพราะพ่อแม่ไม่เข้าใจวิธีเลี้ยงลูกจึงใช้ท่าทีและวิธีการที่ไม่เหมาะสมในการอบรมลูก วิธีการเลี้ยงและอบรมลูกที่เหมาะสมนั้นควรให้สอดคล้องกับวัยของเขา กล่าวคือ 5 วัยที่ลูกยังนอนแบเบาะพูดไม่ได้ ช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องเลี้ยงแบบไข่ในหิน เฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูไม่ให้คลาดจากสายตา ดูแลกันชนิดริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยทีเดียว 6 เมื่อลูกเติบโตขึ้นมาอยู่ในวัยคืบคลานพอจะเรียนรู้สื่อข้อความกันได้ ต้องเลี้ยงแบบครูที่คอยดูแลอบรมบ่มเพาะให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ในทางที่ถูกที่ควร เป็นต้นว่าปลูกฝังเรื่องการมีระเบียบวินัยเช่น กินเป็นเวลา […]

Dhamma Daily : ถ้าเราเป็น เมียน้อย มาตลอด จะทำอะไรเพื่อลดกรรมนี้ได้ไหมคะ

Dhamma Daily : ถ้าเราเป็น เมียน้อย มาตลอด จะทำอะไรเพื่อลดกรรมนี้ได้ไหมคะ ถาม : ถ้าเราเป็น เมียน้อย มาตลอด จะทำอะไรเพื่อลดกรรมนี้ได้ไหมคะ จริง ๆ อยากเลิกเป็นเมียน้อย แต่ทำไม่ได้เสียที พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ ตอบปัญหานี้ไว้ว่า ตอบ : ที่ทำไม่ได้เพราะใจไปผูกกับเขา สำคัญว่ามีลูกกันแล้วหรือยัง แล้วเมียหลวงเขารู้หรือเปล่า รู้แล้วเขาทุกข์ใจขนาดไหน ถ้ายังไม่มีลูกด้วยกันเราต้องการจะเลิกก็เป็นสิทธิ์ของเราที่จะเลิกได้ถ้าอยู่กันต่อไปก็จมปลักอย่างนี้ ไม่มีใครมีความสุข ผู้เป็นเมียน้อยก็ละอายใจ ผู้เป็นเมียหลวงก็ทุกข์ใจ คับแค้นใจ เสียใจที่สามีนอกใจ ผู้เป็นสามีก็ไม่เป็นสุข มัวแต่พะว้าพะวังกับทั้งเมียหลวงเมียน้อย ถ้ายังไม่มีลูกก็ควรบอกเขาตรง ๆ ว่าเราไม่สามารถทนอยู่ในสภาพนี้ได้ แต่ไม่ใช่ไปยุให้เขาเลิกกับเมียหลวงนะ เราขอแยกทางออกมาดีกว่า อาจจะเจ็บปวดระยะแรก แต่นานไปเวลาจะช่วยเยียวยารักษาจิตใจ แล้วเราก็อาจมีโอกาสเจอคนใหม่ที่เหมาะสมกว่าก็ได้ แต่ถ้ามีลูกแล้วก็ยาก เพราะมีห่วงผูกพันกันแล้ว ต้องให้สามีของเราวางตัวให้เป็นธรรม ดูแลเมียหลวงและครอบครัวของเขาไม่น้อยกว่าเรา อย่าให้เมียหลวงทุกข์ใจ ปัญหานี้ถ้าเลิกกับเขาก็เจ็บปวดเพียงระยะต้น เพื่อที่จะได้สบายระยะยาว ซึ่งควรเลือกระยะยาวไว้ดีกว่า จะได้จบเรื่อง ดีกว่าอยู่อย่างผิดศีลกันด้วย ขอให้ไปพิจารณาดู   ที่มา […]

การซื้อหวย ผิดศีลหรือไม่

การซื้อหวย หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลผิดศีลหรือเปล่า พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ ไขปัญหาธรรมข้อนี้ว่า ไม่ผิดศีล แต่ผิดทางธรรม เพราะเป็นการพนันคนฉลาดไม่เล่นกัน

keyboard_arrow_up