เส้นทางสู่อรหัตตผลของพระอุบลวรรณาเถรี : สตรีผู้ทำบุญด้วยดอกบัวมาหลายชาติ

เส้นทางสู่อรหัตตผลของพระ อุบลวรรณาเถรี : สตรีผู้ทำบุญด้วยดอกบัวมาหลายชาติ อุบลวรรณาเถรี เป็นหนึ่งในภิกษุณีที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงยกย่องเป็นเอตทัคคะผู้มีฤทธิ์ฝ่ายพระสาวิกา ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเถรีรูปหนึ่งปรารถนามานานตั้งแต่สมัยพระกัสสปพุทธเจ้า เท้าความกลับไปก่อนสมัยเจ้าชายสิทธัตถะจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ครั้งพระองค์เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร พระองค์ทรงมีพระธิดานามว่า “กัณหา” เพราะตอนประสูติ พระญาตินำหนังหมีมารับพระกุมารี (คำว่า “รับ” ในที่นี่อาจหมายถึง ของขวัญ หรือ ห่มทารกด้วยหนังหมีก็ได้)   ทำไมพระกัณหาไม่ได้เกิดร่วมวงศ์กับพระพุทธเจ้า หลังจากพระเวสสันดรทรงถูกเนรเทศออกจากเมือง พระองค์พร้อมด้วยพระนางมัทรี พระชาลีและพระกัณหาเดินทางไปเขาวงกต ชูชกเข้าเฝ้าพระเวสสันดรเพื่อทูลขอทาส พระองค์จึงประทานสองกุมารให้ พระชาลี-พระกัณหาพากันไปซ่อนที่สระบัว พระเวสสันดรทรงขอร้องให้สองกุมารช่วยให้ปุตตทาน (การยกลูกเป็นทาน) ครั้งนี้สำเร็จ พระกัณหาต่อว่าพระบิดาว่าไม่รักตนแล้วจึงยกให้เป็นทาส วิบากกรรมแห่งวจีทุจริตนี้ ทำให้พระกัณหาไม่ได้เกิดร่วมวงศ์กับพระเวสสันดร (เจ้าชายสิทธัตถะ) พระมัทรี (เจ้าหญิงยโสธราพิมพา) และ พระชาลี (พระราหุล) อีกต่อไป     สตรีผู้มีผิวพรรณเหมือนดอกบัวขาบ พระกัณหาได้มาเกิดเป็นสตรีงามที่มีผิวเหมือนดอกบัวขาบ (ดอกบัวสีเขียว) บิดาจึงตั้งชื่อว่า “อุบลวรรณา” เมื่อเติบโตเป็นสาว ก็กลายเป็นหมายปองของบรรดาชายหนุ่ม แม้กระทั่งพระราชาจากทั่วชมพูทวีปส่งทูตมาสู่ขอ บิดาเล็งเห็นแล้วว่าไม่อาจทำตามใจทุกคนได้ จึงขอให้นางอุบลวรรณาออกบวช ด้วยอานิสงส์แห่งกุศลที่สั่งสมมา ทั้งเคยเกื้อกูลพระโพธิสัตว์ […]

พระสีวลี อรหันต์ผู้มีลาภมาก ทดสอบบุญ

พระสีวลี อรหันต์ผู้มีลาภมาก ทดสอบบุญ หลังจากที่ พระสีวลี ออกบวชโดยมีพระสารีบุตรเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านก็ต้องการทดสอบบุญของตนเอง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดจากการทดสอบบุญนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยลาภสักการะของท่าน ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปยังนครสาวัตถี พระสีวลีเถระได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมกราบทูลว่า ต้องการทดสอบเรื่องลาภสักการะของตนเอง จึงขอให้พระพุทธเจ้าประทานภิกษุ 500 รูปให้ติดตามท่านไปด้วย เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบความปรารถนา จึงตรัสอนุญาตและรับสั่งให้พระสีวลีพาภิกษุทั้ง 500 รูปออกเดินทางไปยังป่าหิมพานต์ ระหว่างทางไปยังป่าหิมพานต์นั้น คณะภิกษุซึ่งมีพระสีวลีเป็นประธานได้เดินทางผ่านเส้นทางที่มีเทวดาสถิตอยู่ เหล่าเทวดาเมื่อได้เห็นพระสีวลีและคณะพระภิกษุเป็นครั้งแรกก็เกิดจิตเป็นกุศล จึงได้ถวายทานให้คณะสงฆ์ในสถานที่ต่าง ๆ ที่พระสีวลีเดินทางผ่านไป รวมทั้งหมด 8 ครั้ง ดังนี้ ครั้งแรก ณ ต้นนิโครธ หรือต้นไทร ครั้งที่ 2 ณ ภูเขาปัณฑวะ ครั้งที่ 3 ณ แม่น้ำอจิรวดี ครั้งที่ 4 ณ ทะเล ครั้งที่ 5 ณ ป่าหิมพานต์ ครั้งที่ 6 ณ สระน้ำฉัททันตะ ครัั้งที่ […]

7 ขั้นตอนสู่ การนอนอย่างพระอรหันต์ เพื่อคุณภาพชีวิต คุณก็ทำได้

พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติเกี่ยวกับ การนอนอย่างพระอรหันต์ ไว้ว่า พระอรหันต์นอนเพียงวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะท่านเป็นผู้ที่ละแล้วซึ่งกิเลส

พระอรหันต์อยู่ไหน?

พระอรหันต์ อยู่ไหน ? เมืองจีนนั้นมีตำนานปรัมปราอยู่เรื่องหนึ่งว่ากันว่า  มีชายหนุ่มคนหนึ่งหลงใหลในเครื่องรางของขลังและผู้วิเศษขุนขลังขมังเวทย์มาก วันหนึ่งเขาได้ข่าวว่ามีพระธุดงค์มาจำพรรษาอยู่บนยอดเขาชาวบ้านเล่าลือกันว่าพระรูปนี้เป็น พระอรหันต์ จึงแตกตื่นพากันไปกราบไหว้วันละเป็นหมื่นคนพอชายหนุ่มได้ข่าว ก็รีบลาแม่เพื่อไปหาพระอริยบุคคลบนยอดเขา ผู้เป็นแม่นั้นรักลูกมาก  แม้จะอายุมากจนหูตาฝ้าฟาง  แต่เมื่อลูกมาขออนุญาตเธอก็ไม่คิดจะห้าม “ไปเถอะลูก  ถ้าเป็นความสุขของลูกแม่อยู่คนเดียวได้ ไม่เป็นไรหรอก” ลูกชายเดินทางเจ็ดวันเจ็ดคืนจึงถึงยอดเขา  เขารอจนพลบค่ำจึงมีโอกาสได้เข้าไปกราบพระธุดงค์ที่มีหนวดเครายาวเฟื้อยเขาถามเข้าประเด็นทันทีว่า “หลวงปู่ครับ  คนเขาลือกันว่าหลวงปู่เป็นพระอรหันต์  ผมบุกป่าฝ่าดงมาไกลแสนไกล  เพราะอยากรู้ว่าหลวงปู่เป็นพระอรหันต์จริงหรือไม่  ถ้าจริง  ผมจะได้กราบไหว้อย่างสนิทใจ  แล้วจะไปรับแม่ของผมมากราบหลวงปู่ให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตสักครั้งหนึ่ง” หลวงปู่ตอบว่า  “โยมเอ๋ย  อาตมาไม่ได้เป็นพระอรหันต์อะไรหรอก  คนเขาลือกันอย่างนั้นเอง” “หลวงปู่ไม่ได้เป็นพระอรหันต์  แล้วมานั่งให้คนกราบทำไมเล่า” “อาตมาก็ไม่ได้เรียกร้องให้ใครมากราบเขามากราบกันเอง  อาตมาก็สงเคราะห์เขาไป” “ถ้าอย่างนั้นที่ผมเดินทางมาเจ็ดวันเจ็ดคืนนี่ก็เสียเวลาเปล่าน่ะสิครับ” หลวงปู่ตอบว่า  “โยมไม่เสียเวลาหรอกอาตมาไม่ได้เป็นพระอรหันต์ก็จริง  แต่อาตมารู้ว่าพระอรหันต์มีคุณสมบัติอย่างไร  จำไว้นะ  พระอรหันต์มีคุณสมบัติสองประการหนึ่ง  ชอบสวมเสื้อกลับตะเข็บ  เอาด้านในมาไว้ด้านนอก  สอง  ชอบใส่รองเท้ากลับข้างเอาข้างขวามาใส่เท้าซ้าย  เอาข้างซ้ายมาใส่เท้าขวา  ถ้าเจอคนที่มีคุณสมบัติอย่างนี้ที่ไหนเข้าไปกราบไหว้ได้ทันที  นั่นแหละพระอรหันต์ตัวจริง” ชายหนุ่มเดินทางกลับบ้านด้วยความผิดหวัง  พอใกล้ถึงบ้าน  เขาตะโกนเรียกหาแม่แต่ไกล  แม่ซึ่งกำลังหุงข้าวอยู่ในครัว  พอได้ยินเสียงลูกก็ทิ้งเตาไฟ  รีบคว้าเสื้อเก่า ๆ ขาด ๆ มาใส่  แล้วสวมรองเท้าด้วยความเร่งรีบ  ก่อนจะวิ่งถลันออกมากอดลูกชายด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ  ลูกชายกอดแม่พลางร้องห่มร้องไห้  น้ำตาไหลอาบไหล่ของแม่ “แม่ครับ  ผมรู้สึกแย่มากที่ถูกหลอกให้ขึ้นไปถึงบนยอดเขาไกลแสนไกล  แม่รู้ไหมไม่มีพระอรหันต์ในโลกนี้หรอกครับ  ผมไม่น่าจากแม่ไปเลย” พอผละออกจากอ้อมอกแม่  ลูกชายก็สังเกตเห็นว่าแม่ของตนแก่ลงไปมาก  หนำซ้ำยังมีอาการคล้ายคนเลอะเลือน  เห็นได้จากการที่แม่ใส่เสื้อกลับตะเข็บ  กลัดกระดุมผิดเม็ด  และสวมรองเท้าผิดข้าง  ทั้งหมดเกิดจากอารามรีบร้อนวิ่งออกมารับขวัญลูกชายจึงไม่ได้ดูแลเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย “แม่ดูแก่ไปเยอะเลยนะครับ” แม่บอกว่า  “แม่แก่ขนาดนี้แล้ว  ลูกจะทิ้งแม่ไปไหนอีกหรือเปล่า” “ไม่แล้วครับแม่  ผมไม่เชื่ออีกแล้วว่าโลกนี้มีพระอรหันต์” ว่าแล้วลูกชายก็สวมเสื้อให้แม่ใหม่พลางถอดรองเท้าที่สวมผิดข้างออกให้ด้วยหมายจะสวมให้ถูกข้าง ระหว่างที่ก้มลงจนหน้าแนบชิดติดเท้าทั้งสองของแม่  เขาก็พลันได้ยินเสียงหลวงปู่แว่วมาเข้าหูว่า… “โยมไม่เสียเวลาเปล่าหรอกนะ  หลวงปู่ไม่ได้เป็นพระอรหันต์  แต่หลวงปู่รู้ว่าพระอรหันต์มีลักษณะอย่างไร  จำไว้  ถ้าเจอใครที่สวมเสื้อด้านในกลับมาเป็นด้านนอก  และสวมรองเท้ากลับข้าง  กราบได้ทันที  คนนั้นแหละคือพระอรหันต์ตัวจริง” ถอดรองเท้าให้แม่ยังไม่ทันเสร็จลูกชายก็รู้สึกสว่างโพลงขึ้นมาในหัวใจ  คิดว่าตัวเองช่างโง่เหลือเกิน  วิ่งระหกระเหินไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำมหาสมุทรเพื่อแสวงหาพระอรหันต์  ถูกหลอกมานับครั้งไม่ถ้วนโดยหารู้ไม่ว่าแท้ที่จริงพระอรหันต์ก็คือพ่อแม่ของเรานั่นเอง พ่อแม่ของเราคือพระอรหันต์ในบ้านถ้าไม่มั่นใจว่าพระที่วัดเป็นพระอรหันต์หรือไม่  เพราะเราไม่ได้อยู่กับท่าน  จึงไม่รู้จักท่านทุกแง่ทุกมุม  ก็จงอย่าเสียใจว่าไม่มีพระอรหันต์ให้กราบไหว้  เพราะยังมีพระอรหันต์องค์จริงอีกชนิดหนึ่ง  ซึ่งเป็นพระอรหันต์โดยสมมุติ  คือ พ่อแม่ของเราท่านจำพรรษาอยู่ในชายคาเดียวกันกับเรามาตลอดเวลา  สององค์นี้ให้ชีวิต  กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดู  และรักเราอย่างไม่มีเงื่อนไขเป็นพระอรหันต์ตัวจริงในชีวิตเรา  แต่คำถามก็คือ  แล้วเราให้เวลากับพระอรหันต์สององค์นี้คุ้มกับที่ท่านเป็นปูชนียบุคคลของเราหรือเปล่า ก่อนจะไปกราบไหว้พระสงฆ์องค์เจ้าที่ไหน  จงอย่าลืมกราบไหว้พ่อแม่ของเราให้ดีที่สุดเสียก่อน  ปราชญ์ท่านบอกว่า “กราบพระหมื่นองค์แสนองค์ก็ไม่นับว่ามีคุณค่า  หากเธอยังไม่เคยกราบมารดาบิดาของตัวเอง”  พระในบ้านนั้นเป็นพระอรหันต์ตัวจริง  เรากราบได้อย่างสนิทใจ  บำรุงได้อย่างเต็มที่  พ่อแม่เป็นเนื้อนาบุญของเราผู้เป็นลูกเป็นหลาน ระหว่างที่คนกำลังสับสนกันว่าใครเป็นพระอรหันต์จริง  ใครเป็นพระอรหันต์ปลอม  เราอย่าไปเสียเวลาสับสนกับเขา  จงมองกลับเข้าไปในบ้านของเรา  พ่อของเราอยู่ตรงนั้น  แม่ของเราอยู่ตรงนั้น…จงถามตัวเองว่า เรากินอิ่มนอนอุ่น  ท่านกินอิ่มนอนอุ่นเหมือนเราหรือเปล่า เรามีเงินมีทองใช้  ท่านมีเงินมีทองใช้เหมือนเราหรือเปล่า เรามียศมีศักดิ์  ท่านมีศักดิ์เหมือนเราหรือเปล่า เราสุขภาพดี  ท่านสุขภาพดีเหมือนเราหรือเปล่า ทุกครั้งที่ก้มกราบพระรูปไหน  ให้เราลองถามตัวเองว่า  เรากราบพระในบ้านแล้วหรือยัง  ทุกครั้งที่จะบำรุงพระรูปไหน  ให้เราลองถามใจตัวเองว่า  เราบำรุงพระในบ้านของเราแล้วหรือยัง                 ก่อนที่เราจะทำดีกับคนทั้งโลก  อย่าลืมกลับมาทำดีกับคนใกล้ตัวที่สุด  คือพระอรหันต์ของเราเสียก่อน  เป็นการรับประกันได้ว่าเราจะไม่ถูกพระอรหันต์บ่มแก๊สหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกต่อไป  เรื่อง ว.วชิรเมธี บทความน่าสนใจ ชวนเที่ยวไหว้ 5 พระอรหันต์ กิจกรรมนี้ทำได้ทุกเมื่อ “ พุทธทาส จักไม่ตาย ” ตามรอยพระอรหันต์ พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ) 7 ขั้นตอนสู่ การนอนอย่างพระอรหันต์ ที่ใครๆ ก็ทำตามได้ ‘ตุ๊กกี้’ตลกหญิงยอดกตัญญู […]

พระจักขุปาละ ผู้มองเห็นแสงสว่างในความมืด

ในวินาทีที่ดวงตาของ พระจักขุปาละ ดับมืดลง ท่านกลับได้มองเห็น “แสง”ที่สว่างที่สุดในชีวิต

ชวนเที่ยวไหว้ 5 พระอรหันต์ กิจกรรมนี้ทำได้ทุกเมื่อ

ซีเคร็ตจึงนำกิจกรรมดีๆมาฝากคือ ไหว้ 5 พระอรหันต์ ได้แก่ พระกัจจายนะ พระสีวลี พระควัมปติ พระอุปคุต และพระมาลัย ด้วย พระอรหันต์ทั้ง 5 เป็นอริยสงฆ์ผู้ประเสริฐ ผู้เป็นเนื่้อนาบุญ

keyboard_arrow_up