คิลานธรรม กลุ่มพระอาสาเยียวยาจิตใจผู้ป่วยและญาติ : พระวรท ธมฺมธโร

คิลานธรรม กลุ่มพระอาสาเยียวยาจิตใจผู้ป่วยและญาติ : พระวรท ธมฺมธโร คิลานธรรม คือกลุ่มพระจิตอาสาที่แวะเวียนไปเยี่ยมผู้ป่วยตามโรงพยาบาล เพื่อให้คำปรึกษาและเยียวยาจิตใจให้คลายทุกข์ ซีเคร็ตได้มีโอกาสมาพูดคุยถึงความเป็นมาและกิจกรรมของกลุ่มคิลานธรรมกับ พระวรท ธมฺมธโรแห่งวัดญาณเวศกวัน พระอาจารย์รุ่นใหม่หนึ่งในกลุ่มคิลานธรรมที่อุทิศตนเพื่อผู้ป่วยมาตลอด   กลุ่มพระคิลานธรรมเริ่มต้นมาอย่างไร “ กลุ่มคิลานธรรมเริ่มต้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 บุกเบิกโดยพระอาจารย์มหาสุเทพ ธนิกกุล (สุทธิญาโณ) แห่งวัดสังเวชวิศยาราม กับพระครูศรีวิรุฬหกิจ (หรือพระอาจารย์มหาวสันต์ ฐานวโรแห่งวัดอมรคีรี) และกลุ่มพระเพื่อน ๆ ของท่าน เริ่มจากที่พระอาจารย์เป็นพระนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาชีวิตและความตาย ก็ได้เป็นอาสาสมัครไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยตามโรงพยาบาล จากนั้นหนึ่งปีถัดมาก็ตั้งชื่อกลุ่มพระที่เป็นอาสาสมัครว่า ‘คิลานธรรม’ แล้วดำเนินกิจกรรมของกลุ่มมาจนถึงทุกวันนี้ พอเวลาผ่านไปกลุ่มคิลานธรรมจากกลุ่มพระนิสิตก็มีพระจากหลาย ๆ วัดทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดมาร่วมด้วย ”   พระอาจารย์เข้าร่วมในกลุ่มพระคิลานธรรมตั้งแต่เมื่อไร “ เริ่มแรกอาตมาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคิลานธรรมตอนมาอยู่ที่วัดญาณเวศกวัน พระอาจารย์ที่พรรษามากกว่าอย่างพระครูเมธังกร (ปณต คุณวฑฺโฒ) พระครูธรรมรัต (ธนัญชัย เตชปญฺโญ)ท่านรู้จักกับพระอาจารย์มหาสุเทพ ประธานกลุ่มคิลานธรรมมาตั้งแต่สมัยเป็นพระนิสิตมหาจุฬาฯแล้ว ได้ชักชวนอาตมาให้ไปอบรมและเรียนรู้เกี่ยวกับการให้คำปรึกษา และได้ไปลองเยียวยาผู้ป่วยตามโรงพยาบาล ”   เมื่อได้พบผู้ป่วยครั้งแรกรู้สึกอย่างไร “ […]

ถ้ารู้สึกหวาดกลัวอันเนื่องมาจากเหตุการณ์รุนแรงที่โคราช เราควรวางใจอย่างไร

ถ้ารู้สึกหวาดกลัวอันเนื่องมาจาก เหตุการณ์รุนแรงที่โคราช เราควรวางใจอย่างไร โดย พระวรท ธมฺมธโร จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งอาจจะเกิดความรู้สึกหวาดกลัวต่อเหตุการณ์อยู่ แม้ว่าจะกลับมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม แต่เหตุการณ์นั้นก็ยังหลอกหลอนอยู่ในจิตใจของเรา ทำให้ใจเราเกิดความกลัวขึ้น เช่นกลัวสถานที่เกิดเหตุ ทำให้ไม่กล้าที่จะไปสถานที่นั้น ๆ อีกพักใหญ่ หรือกลัวคนที่กระทำความผิดแบบนี้อีก หากเรากลัวสถานที่นั้น ๆ ให้เราทำความเข้าใจว่า ความผิดหรือความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นที่สถานที่โดยตรง แต่เกิดขึ้นที่จิตใจคนต่างหาก ดังนั้นความชั่วร้ายไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่ สถานที่ก็อยู่ของมันอย่างนั้น ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย ในเมื่อความชั่วร้ายเกิดขึ้นที่จิตใจและจิตใจที่มีสภาพอย่างนั้นก็อยู่ในตัวบุคคลที่ชื่อว่าคนร้าย บัดนี้ คนที่ได้ชื่อว่าคนร้าย ก็ได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว เมื่อตัวบุคคลตายจากโลกนี้ไปแล้ว ความชั่วร้ายที่อยู่ในจิตใจคน ๆ นั้นก็สลายหายไปแล้วเช่นกัน และผู้ที่ได้รับวิบากกรรมจากเหตุการณ์นั้น คือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตก็ได้รับไปหมดแล้ว  ไม่มีใครจะต้องได้รับวิบากจากความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นในจิตใจของคนร้ายคนนั้นอีกต่อไป จึงเท่ากับว่าความโกรธแค้น การทำร้าย การฆ่า ที่มาจากคน ๆ นั้นจึงจบสิ้นไปแล้ว ความตายหรือความเจ็บจากเหตุการณ์นั้นจึงจบแล้วเช่นกัน ความจริงในปัจจุบันขณะจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติทันที เมื่อความจริงในปัจจุบันเป็นสภาพปกติแล้ว แต่ที่ยังไม่ปกติกลับกลายเป็นจิตใจของเราเองต่างหาก เมื่อเราไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกลายเป็นอดีตไปแล้ว ใจเราก็เกิดความกลัว ผวา หลอกหลอน เพราะเราปรุงแต่งมันขึ้นมาเอง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นที่ใจเรา ดังนั้นเราจึงต้องแก้​ที่ใจ วิธีแก้คือเราต้องมีสติอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบัน […]

keyboard_arrow_up