วิธีปลูกสติ บทความดีๆ จาก พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 

เราทุกคนคงเคยได้ยินคำสอนที่ว่า ให้มีสติ อย่าใจลอย ตั้งใจฟัง ตั้งใจทำ อย่าทำเล่น ระวัง อย่าประมาท เดินให้ดีขับรถให้ดี นั่งให้ดี…มารู้จัก วิธีปลูกสติ กันค่ะ

ประคอง จิต ถอนพิษรัก บทความดี ๆ จากพระราชญาณกวี

เราต้องประคองจิต  ถอนพิษรัก ให้ได้ด้วยการตั้งสติ  ดึงจิตกลับมาอยู่ที่ตัว  อย่าปล่อยอารมณ์เพ้อคลั่งให้พรั่งพรูจนใครเขา รู้ว่าเราหลง 

ความดีคือ อะไร อะไรคือความดี พระราชญาณกวี มีคำตอบ

ความดีคือ อะไร อะไรคือความดี เรื่อง พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)    ความดี คือ การสร้างตนและสร้างคนอื่นได้ดีเฉพาะตน ไม่มองคนอื่นว่าดี ยังไม่ชื่อว่าดี ความดี คือ จิตที่เข้มแข็ง ไม่ยอมให้กามราคะ โลภโกรธ หลง เข้ามาเล่นงาน ความดี คือ การฝึกฝนตน ทนทุกข์ลำบากได้ จนยืนได้ด้วยลำแข้งของตน ความดี คือ การมีจิตสงสาร หาทางช่วยเหลือคนตกทุกข์ให้พ้นทุกข์ โดยไม่เพิกเฉยทอดธุระ ความดี คือ ความสามารถดำรงชีวิตโดยสุจริต แม้จะมีโอกาสให้ทุจริตได้ แต่ไม่ทำ ความดี คือ การเสียสละ มิใช่เพื่อสร้างตน แต่เพื่อสร้างชาติบ้านเมืองเยี่ยงวีรบุรุษ ความดี คือ การทำตนให้คนอยากเอาอย่างในทางดี ทำอย่างเสมอต้นเสมอปลายจนมีอนุสาวรีย์ให้โลกยกย่อง ความดี คือ การเอาภาระธุระของตน ด้วยการตั้งระเบียบวินัย ไม่ทำอะไรตามสบาย จนก้าวถึงเป้าหมายที่ต้องการ ความดี คือ การมุมานะบากบั่น ไม่หวั่นไหว แต่มีจิตเข้มแข็ง อดทนต่อเรื่องราวร้ายแรงที่ผ่านมาในชีวิต ไม่คิดสั้น คนดี คือ คนที่มีความดีดังกล่าว สั่งสมเรื่องราวเล่าขานเป็นตำนานชีวิต ชีวิตคนดีสั้น แต่ความดีของคนดีอยู่ได้นานนับพันปี ทรัพย์คนดีอาจหมดไป แต่ความดีของเขายังยั่งยืนพันปีอำนาจอาจสูญสิ้น แต่ความดีไม่มีเสื่อมคลาย คนดี ไม่เคยทำดีเพื่อประกาศว่าตนเป็นคนดี คนดี คือคนที่พร้อมจะยกย่องคนอื่นว่าดีกว่าตน คนดี คือ คนที่มีดี แต่ไม่อวดดี คนดี คือ คนที่ให้ความดีพูด มิใช่ตัวคนพูด คนดีมิใช่ดีเพราะสร้างภาพลักษณ์ คนดี อาจมิใช่คนหน้าตาดี มีทรัพย์ มีเกียรติ มีอำนาจมีอิทธิพล คนเกรงกลัว คนดี อาจมิใช่คนเรียนเก่งเป็นที่หนึ่งคนดี ไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ คนดีที่โลกยกย่อง ให้เพ่งมองดูว่าเขาเคยทำอะไรไว้ให้โลก นักวิทยาศาสตร์นักศิลปะ นักเคมี ศาสดา หรือนักบวชที่โลกยกย่องมายาวนานหลายร้อยหลายพันปี ท่านเหล่านั้นมีดีอะไร คนจึงนับถือ ให้เราดูว่าท่านเหล่านั้นได้ให้อะไรแก่มวลมนุษยชาติ มิใช่ท่านได้อะไรไปจากโลกนี้มากกว่ากัน การจะตัดสินว่าใครดี ไม่ดี ข้าพเจ้าถือว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ซึ่งใจของแต่ละคนจะสัมผัสเอง ในทางพระพุทธศาสนา มีเครื่องมือตรวจสอบคนดีด้วยวิธีง่าย ๆ ตามคำสอนของพระพุทธองค์ว่า “ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี”  Secret Magazine (Thailand) Photo by Ryan Loughlin on Unsplash

สัมผัส โลก เบา ๆ โดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

สัมผัส โลก เบา ๆ โดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) สมบัติบน โลก ใบนี้มีไว้ให้ทุกคนชื่นชม มิใช่ให้ใครครอบครอง แม้ใครจะเป็นเจ้าของก็เป็นได้ชั่วขณะ เมื่อถึงเวลาวางก็ต้องวางให้ได้ ทุกคนต้องหัดวาง ถ้าไม่หัดอาจติดขัดเวลาเดินทางกลับ เรามาอยู่บนโลกนี้เพียงมือเปล่า เพียงร่างกายเท่านั้นที่เรานำมาหรือนำเรามา สมบัติทั้งปวงเราหาใหม่ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเงินทอง บ้านเรือน การศึกษา บาปกรรมและบุญกุศลตกแต่งให้เราเกิดมาแตกต่างกัน การมาเกิดจึงเหมือนการเดินทางมาท่องเที่ยว คลอดจากครรภ์แม่เหมือนเดินลงจากเครื่องบิน มองเห็นทิวเขา ดอกไม้ ผู้คนสวยงาม อากาศดีสดชื่น ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส เรารู้สึกเพลิดเพลินเจริญใจสังเกตเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างสถานที่ อากาศดีอาหารดี เพื่อนดี เราจะเบิกบานใจ พอใจ สุขใจ ชีวิตเป็นเช่นนี้ คนใหม่ตื่นเต้น คนเก่าเริ่มเดินทางซ้ำซากสายเก่าที่เคยเดิน เคยเที่ยว เคยกิน เคยมี เคยเห็น เคยเป็นเจ้าของ ยิ่งถ้าใครถึงจุดหมายของชีวิตสูงสุดตั้งแต่เยาว์วัยยิ่งทำให้ต้องคิดหนัก เพราะอะไรที่คนส่วนใหญ่ต้องการ เราได้หมดแล้ว ชีวิตที่เหลืออีกตั้งนานจะทำอย่างไร ด้วยเหตุนี้จึงมีเรื่องของการทำสาธารณประโยชน์เกิดขึ้น ใครมีมากมีน้อยยังไม่สำคัญเท่ากับใครทำให้คนอื่นได้มากกว่ากัน การให้จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของบุญกุศล เพราะจะทำให้เรามีความสุขยิ่งกว่าการมี ตอนแรกเราอาจคิดว่าการมีมากๆ คือความสุข การได้ครอบครองคือความยิ่งใหญ่ แต่ความจริงการได้เป็นผู้ให้ต่างหากคือความสุขใจ ภูมิใจ ลองคิดดู ในชีวิตจริงของเรา เราภูมิใจเมื่อเราหาเงินได้ซื้อของที่ต้องการได้ ได้กิน ได้ไปตามปรารถนา เราภูมิใจมากแต่เมื่อใดก็ตามถ้าเราสามารถทำให้คนอื่นที่ด้อยโอกาสกว่าเราทำได้อย่างที่เราทำ เราจะมีความภาคภูมิใจ ปลื้มปีติยินดีไม่สิ้นสุด อย่างน้อยที่สุดก็คนใกล้ชิดเรา เช่น ภรรยา สามี ลูก ญาติพี่น้อง มิตรสหาย ต่อมาถึงคนอื่นที่ยากจนขาดแคลน ด้วยเหตุนี้จึงมีเศรษฐีจำนวนไม่น้อย เวลามีเงินทองมากมายเหลือใช้แล้วนำเงินมาทำการกุศล เช่น ตั้งมูลนิธิการศึกษา สร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน สร้างมหาวิทยาลัยเพื่อให้ใจบางเบาต่อการยึดครอง การให้เป็นกำไรของชีวิตเสมอ   Photo by Slava Bowman on Unsplash Secret Magazine (Thailand) บทความน่าสนใจ จงปล่อยวาง ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ธรรมะสอนใจ จากพระไพศาล วิสาโล ฝึกปล่อยวาง ด้วยคำสอน หลวงพ่อชา สุภทฺโท 6 คำสอนปล่อยวางจากทุกข์ โดย หลวงปู่แหวน สุจิณโณ อริยสงฆ์แห่งเมืองเชียงใหม่

ไตรสิกขา – พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

ไตรสิกขา – พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) ไตรสิกขา  คือ  การเรียนรู้เรื่องศีล  สมาธิ  ปัญญา ศีล คือ การควบคุมกาย สมาธิ คือการควบคุมใจ ส่วนปัญญา คือ การสลายข้อมูลคืออารมณ์ทั้งหมด ทำให้พื้นที่ในใจว่างเปล่า ไตรสิกขาเป็นหลักปฏิบัติสำคัญของชีวิต ไตรสิกขาคือต้นแบบของระบบการทำงานคอมพิวเตอร์ ศีลเหมือนระบบสแกนไวรัส สมาธิเหมือนระบบจัดเก็บข้อมูลส่วนปัญญาเหมือนระบบลบข้อมูลทิ้ง ในพระพุทธศาสนามีระบบลบข้อมูลทิ้ง เรียกว่า “ปัญญา” หรือ “วิปัสสนาญาณ”มองทุกอย่างในชีวิตให้เป็นไตรลักษณ์ คือเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างเกิดจากการผสมกันระหว่างธาตุดิน น้ำลม ไฟ และวิญญาณ แล้วเกิดเป็นชีวิตทำกรรม ใช้กรรม เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ก็แตกสลายไปตามกาล ภายในวิญญาณนั้นก็มีเมล็ดพันธุของกรรมบรรจุอยู่ พร้อมที่จะงอกขึ้นมาได้ทุกเมื่อ หากวิญญาณเหนี่ยวภพชาติได้บางครั้งเกิดเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นคนก็มีเผ่าพันธุ์และความเป็นอยู่ที่ต่างกัน บางคนเกิดมาแข็งแรง แต่บางคนพิการ บางคนอายุยืน แต่บางคนอายุสั้น บางคนร่ำรวยบางคนยากจน บางคนรูปงาม บางคนขี้เหร่ที่เป็นเช่นนี้เพราะบุญทำกรรมแต่ง บุญกรรมอยู่ที่ไหน มี 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 อยู่ภายในจิตหรือวิญญาณ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เดินทางมาพร้อมกัน ส่วนที่ 2 สร้างขึ้นมาใหม่ ขณะใช้กรรม มนุษย์ก็สร้างกรรมใหม่ด้วย ชีวิตมนุษย์คือสุดยอดคอมพิวเตอร์ไตรสิกขาจึงเป็นระบบการทำงานของชีวิตไม่ต่างจากระบบคอมพิวเตอร์   ภาพ : pixabay บทความน่าสนใจ การให้ทานที่ได้ผลสมบูรณ์ โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เทคโนโลยีของจิต บทความให้แง่คิด จาก พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) Dhamma Daily : ถ้ามีแฟนอยู่แล้ว แต่ไป คุยกับผู้ชายคนอื่น แบบเพื่อนให้คำปรึกษาถือว่าผิดศีลไหม การปฏิบัติสมาธิ มีหลายแบบหลายแนวไม่เหมือนกัน สรุปแล้วจะเชื่อสำนักใดดี? ปัญญาธรรมประจำวันนี้ : ในฐานะคนธรรมดาทั่วไป เราจะสามารถเข้าสู่ นิพพาน ได้หรือไม่ อานิสงส์ของการรักษาศีล โดย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต 7 อานิสงส์ที่ได้จากการพับ ดอกบัว ถวายพระ สัญลักษณ์แห่งสมาธิและศรัทธา งานบุญเข้าพรรษา ตักบาตรบนหลังช้างที่จังหวัดสุรินทร์ งานประเพณีบุญแปลกหนึ่งเดียวในประเทศไทย    

คนโง่ชอบ ปะทะ บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

คนโง่ชอบ ปะทะ บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) รถมีพวงมาลัยไว้ให้คนขับหักหลบหลุม หมุนล้อรถให้เลี้ยวไปตามโค้งที่คดงอ มีเบรกไว้ให้เหยียบชะลอหยุดรถเมื่อคราวจะเฉี่ยวชนหรือ ปะทะ ธรรมชาติชีวิตมักเต็มไปด้วยสิ่งขวางกั้นและอันตรายที่อาจเกิดโดยไม่คาดคิด ไม่ว่าภัยนั้นจะเกิดจากคนอื่นหรือจากเราเอง การปะทะกันเป็นภัยร้ายอย่างหนึ่ง แม้แต่ละคนจะมีเหตุผลของตน แต่ก็หนีไม่พ้นความหายนะ เหมือนรถวิ่งชนกัน แม้จะอ้างกฎกติกาว่าตนถูก หากมองเห็นซากปรักหักพังรออยู่ข้างหน้า เราจะเสี่ยงปะทะไปทำไม คนโง่มักใช้อารมณ์มากกว่าสติปัญญา คนโง่มักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล คนโง่มักใช้คนประจบสอพลอทำงานแทน คนโง่มักรอคอยข้อมูลเท็จจากคนประจบ การอยู่ร่วมกัน ต้องอาศัยหลักการง่าย ๆ คือ ความยืดหยุ่นอุ่นใจให้เกิดมิตรภาพ เพราะเมื่อเป็นมิตรกันภัยอันตรายก็จะน้อยลง การอยู่ร่วมกัน ให้เกรงใจกันมากกว่าหาทางหักหาญน้ำใจ อย่าคิดว่าคนใกล้เป็นของตาย จะพูดอะไรก็ได้ เขาต้องเชื่อ ต้องทำตามทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะเราเหนือเขาทุกประตู การอยู่ร่วมกัน ให้แบกรับภาระหน้าที่ร่วมกัน บางคนหน้าที่ตนก็ไม่ทำ หน้าที่ส่วนรวมก็ทอดทิ้ง ปล่อยให้คนอื่นทำงานหนัก ตนได้หน้า คนอื่นได้ภาระ การอยู่ร่วมกัน มิใช่เราอยู่คนเดียว พึงสำนึกว่าที่นี่มิใช่มีเราอยู่คนเดียว พึงใส่ใจต่อกันและกันให้มาก บ้านจะเป็นวิมาน สถานที่จะเป็นสรวงสวรรค์ได้ก็เพราะเราทุกคนไม่ปะทะกัน   ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 232 […]

เราคือ ความหวัง ของใคร โดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

เราคือ ความหวัง ของใคร โดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) คนทุกคนมี ความหวัง และเป็นที่คาดหวังของใครบางคนเสมอ บางครั้งเราเองอาจคาดไม่ถึงว่าเรามีความหมายเพียงไรกับใครบางคน นับตั้งแต่ครอบครัว พ่อแม่ ญาติมิตร บริวาร องค์กร และประเทศชาติ กว้างออกไปคือชาวโลก เราอาจไม่คิด แต่คนอื่นเขาคิดว่าเราสำคัญมาก แรงกดดันที่มีต่อคนสำคัญนี้จะเป็นทั้งแรงบวกมหันต์ และแรงกดดันรุนแรงที่ทำให้คนคนนั้นเครียดได้ เช่น นักกีฬาที่แข่งในนามประเทศ ทุกคนคาดหวังว่าต้องชนะ ต้องได้เหรียญทอง หากไม่ได้ย่อมสร้างแรงกดดันรุนแรงต่อตัวนักกีฬา อาจดูเหมือนเป็นกำลังใจในบางอารมณ์ แต่ถ้าทำให้ผิดหวัง แรงโกรธจะปะทุขึ้นมาทันที และอาจกลายเป็นความเกลียดชังได้ในพริบตา ความหวังเป็นพลังเงียบที่น่ากลัวทั้งบวกและลบ ลูกเศรษฐีมักเครียด เพราะเป็นความหวังของพ่อแม่ที่ฝากให้ลูกดูแลมรดกทรัพย์สินมหาศาล ลูกต้องเก่งกว่าพ่อแม่หาไม่ก็ไม่อาจธำรงรักษาทรัพย์สมบัติเอาไว้ได้ สิ่งที่หนักที่สุดมิใช่ภูผา แต่คือความหวัง เราพลาดไม่เป็นไร ถ้าไม่มีใครหวังอะไร แต่ถ้ามีคนจำนวนมากมายมหาศาลคอยเป็นกำลังใจช่วยให้เราก้าวไปถึงเส้นชัยปลายทางนั้น แรงกดดันจะตกมาที่ตัวเราเต็ม ๆ พ่อแม่บางคนอยากให้ลูกเรียนหมอ แต่ลูกไม่ชอบ เพราะเห็นชีวิตพ่อแม่ที่เป็นหมอแล้วเครียดแทน จึงฝังใจว่าตนไม่ขอเรียนหมอเด็ดขาด แต่บางครั้งลูกก็หนีไม่รอด ต้องสนองตอบความหวังของพ่อแม่ ต้องทำให้ท่านทั้งสองสมหวัง ไม่อยากทำลายความหวังดีที่ท่านมีต่อตนเอง สุดท้ายก็กลายเป็นความเครียดจนเกิดเหตุร้ายก็มีให้เห็น ท่านผู้อ่านคงพอจะมีเวลานั่งสำรวจตนเองว่า ขณะนี้เรามีความหวังอะไรในชีวิต หวังอะไรไว้มากน้อยแค่ไหน และมีใครตั้งความหวังไว้กับเราบ้าง เมื่อเป้าหมายชีวิตแน่นอนแล้ว […]

หายใจ ให้เป็นบุญ บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

หายใจ ให้เป็นบุญ บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) ชีวิต เริ่มต้นที่ลม หายใจ หยุด หายใจ ก็หยุดมีชีวิต ความสำคัญของชีวิตมิใช่จุดเริ่มต้นหรือจุดจบ หากแต่อยู่ที่ช่วงระหว่างมีชีวิต บางคนอยู่ได้ยาว แต่บางคนอยู่ได้สั้น บางคนทำยาวให้สั้น คือไม่รู้คุณค่าชีวิต ทำเวลาให้สูญเปล่า บางคนทำสั้นให้ยาว คือเร่งทำคุณงามความดีให้ชีวิตมีคุณค่า ชีวิตสั้น แต่คุณค่าของชีวิตยาว คำถามสำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้ชีวิตมีคุณค่า ก็ต้องถามกลับไปว่า ต้องการคุณค่าในด้านไหน • มีทรัพย์สินเงินทองมาก ๆ • มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม แข็งแรง • มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน มีเพื่อนดี • มีความมั่นคงในชีวิตบนโลกนี้ • มีอริยทรัพย์ คือสุขทางใจ ถ้าท่านมีพร้อมในสินทรัพย์ รูปร่าง สติปัญญา พอทำมาหาเลี้ยงชีพได้แล้ว สิ่งต่อไปที่ท่านต้องการคือ ความสุขในชีวิต ความเบาใจ สบายใจ สงบใจ ความปลาบปลื้มปีติ ความไม่เหงา ไม่ว้าเหว่ว่าถูกทอดทิ้งยามชรา รู้สึกว่าหมดคุณค่าในยามแก่เฒ่า ข้าพเจ้าขอเชิญชวนท่านมาหายใจให้เป็นบุญ ตราบใดที่ท่านยังมีลมหายใจ […]

ธรรมชาติ คือธรรม บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

ธรรมชาติ คือธรรม บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) ธรรมชาติคือบ่อเกิดของธรรมะ ธรรมชาติคือความจริงอันบริสุทธิ์ ธรรมชาติคือความสมดุลของสรรพสิ่ง ธรรมชาติคือต้นกำเนิดของชีวิต การเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ คือ การเรียนรู้ธรรมะ ความบริสุทธิ์ ความสมดุล และตัวชีวิตที่แท้จริง ชีวิตคือศาสนา เพราะทุกชีวิตมีคำสอนในตัวเสมอ การเข้าใจชีวิตก็คือเข้าใจศาสนา เพราะศาสนาแปลว่าคำสอนว่าด้วยเรื่องชีวิต ผู้ใดต้องการศึกษาธรรมะ ขอให้ศึกษาธรรมชาติ ผู้ใดอยากบรรลุธรรม ขอให้เข้าถึงธรรมชาติของธรรมชาติทั้งปวง ผู้ใดอยากพ้นทุกข์ ขอให้ปรับชีวิตและธรรมชาติให้สมดุล การเรียนรู้ธรรมะ หากศึกษาจากธรรมชาติจะมีความง่ายและงามควบคู่กันไป การเรียนที่ทอดทิ้งธรรมชาติ คือการบังคับเรียนด้วยเหตุนี้ธรรมะจึงยากและน่าเบื่อหน่ายสำหรับมนุษย์บางจำพวก เมื่อมนุษย์หมดความสามารถในการบอกความจริง ก็จงนำ “ธรรมชาติ” ออกมา ให้ธรรมชาติแสดงธรรมแก่โลกให้มาก เมื่อธรรมชาติเริ่มทำงาน จะทำให้การศึกษาธรรมะเป็นของง่ายและงามตามธรรมชาติ โลกนี้เป็นของธรรมชาติอยู่แล้ว ก็ควรที่ธรรมชาติจะได้ปกป้องคุ้มครองด้วยตัวเอง เพราะโลกมนุษย์ละเมิดธรรมชาติ พยายามปรับธรรมชาติให้เข้ากับตัวเอง พวกเขาจึงเป็นมนุษย์ที่หาความสุขได้ยากที่สุด ตรงกันข้าม มนุษย์ใดที่พยายามปรับตัวให้สมดุลกับธรรมชาติ เขาจะมีแต่ความสุขและความสงบเย็น ผู้เข้าถึงธรรมชาติของสรรพสิ่ง ย่อมเข้าถึงธรรม ตรงนี้เองที่เรียกว่า “ผู้บรรลุธรรม”   ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 231 […]

การพลัดพราก ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรัก

การพลัดพราก ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรัก การพลัดพราก ทุกข์ของมนุษย์ส่วนใหญ่อยู่ที่ความกังวลใจ กังวลใจเรื่องอะไรก็เป็นทุกข์ในเรื่องนั้น แม้แต่เรื่องความรักซึ่งเป็นสิ่งประเสริฐสุดที่มนุษย์ต้องการ ตะเกียกตะกาย แสวงหาให้สมปรารถนามากที่สุด แต่เวลากังวลใจในรักก็มักจมอยู่ในรักนั้นอย่างลุ่มหลงมากที่สุด จนหาทางออกไม่พบ ปราชญ์ท่านจึงบอกว่า รักมากดูเหมือนสุขมาก ความจริงรักมากคือทุกข์มากนั่นเอง อารมณ์รักเป็นอารมณ์ที่ไม่เป็นจริง เป็นอารมณ์ปรุงแต่ง แม้แต่คำพูดหรือกวีที่เขียนพรรณนาความรักด้วยบทเพลงหรือกลอน ล้วนแต่เป็นเรื่องเกินจริงทั้งสิ้น ผู้ไม่ได้ใช้ชีวิตตามความเป็นจริง แต่ใช้อย่างละเมอเพ้อฝัน เขาจะประทับใจในช่วงเวลานั้น แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ในชีวิตจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ หนุ่มสาวที่มีความรัก จึงมักเพ้อฝันเกินจริง แต่พอได้อยู่ร่วมชีวิตกันจริง ๆ เห็นสภาพที่แท้จริงของชีวิตแล้ว ความกังวลใจย่อมเกิดขึ้น ข้าพเจ้ากำลังบอกท่านผู้อ่านว่า ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรักก็คือการพลัดพราก เพราะไม่มีอะไรจะทำให้เราโศกเศร้าเสียใจได้เท่ากับการพลัดพรากจากคนรัก คนที่เราผูกพันมายาวนาน ฉะนั้น เวลามีรักท่านจึงสอนให้ทำใจไว้ด้วย เพราะวันหนึ่งจะต้องมีการพลัดพรากจากกัน ข้าพเจ้ามีประสบการณ์ มิใช่คนรัก แต่เป็นของรัก ข้าพเจ้าชอบสะสมปากการาคาแพงยี่ห้อดัง มีความสุขมากเมื่อได้เห็น ได้หยิบ ได้ใช้ แต่ก็ชั่วขณะเดียวเท่านั้น แค่รู้สึกดีใจว่ามีเท่านั้นเอง วันหนึ่งปากกาทั้งหมดเกือบ 100 ด้ามหายไป เพราะถูกขโมย ปรากฏว่ามีบรรยากาศหนึ่งเกิดขึ้นในชีวิตคือ เสียใจแวบหนึ่ง แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกโปร่ง โล่ง เบาสบายอย่างบอกไม่ถูก คิดว่าหายไปเสียได้ก็ดีเหมือนกัน คนอื่นจะได้ใช้ประโยชน์ อยู่กับเรามาตั้งนานก็ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไร เขียนก็ไม่ได้เขียน ใช้ก็ไม่ได้ใช้ ยังต้องดูแลรักษาอีก เขาเอาไป ก็อาจใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ ขายก็ได้เงิน เขียนก็ได้สาระ คิดอย่างนี้ก็เลยหายกังวลใจ    ตั้งแต่นั้นมา เมื่อเวลาเกิดรักอะไร ก็นึกถึงการพลัดพรากเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใจ เรื่อง: พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)   บทความน่าสนใจ ภพชาติและการพลัดพราก | เรื่องมหัศจรรย์และสิ่งลี้ลับ Dhamma Daily: เพราะเหตุใดคนเราจึงมัก กังวลเรื่องความตาย อยู่ตลอดเวลา Q: ทำอย่างไรไม่ให้คิดกังวลและกลัวความตาย บททดสอบ จากเทวดา ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ ชีวิตนี้ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว กังวลใจ เรื่องใดก็เป็นทุกข์ในเรื่องนั้น ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร โคตรประหยัด ขจัดทุกข์ แนวคิดสุขๆ ของจอห์น วิญญู สารพัดทุกข์ของคนเป็นแม่ แก้ไขได้ด้วยธรรมะ อยู่กับทุกข์ให้เป็น ก็ไม่เป็นทุกข์ บทความให้กำลังใจจาก พระไพศาล วิสาโล […]

อโหสิกรรม นำสุข อโหสิมงคล พ้นทุกข์ บทความจาก พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 

การให้อภัยคือใจที่นึกถึงกฎแห่งกรรม การนึกถึงกฎแห่งกรรมนั้น ทำใจได้ง่าย ส่วนการขอ อโหสิกรรม คือการนำของเหม็นออกจากใจช่วยไม่ให้เกิดทุกข์ภัยข้ามภพชาติ

จับเงา – พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

จับเงา – พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) มนุษย์เกิดมาก็วิ่งหาสุข เขาวิ่งหาไม่สิ้นสุด หยุดไม่ได้บางคนก็สมหวัง บางคนก็ผิดหวัง มีไม่น้อยที่ร่ำรวยหรือล้มละลาย เป็นหนี้สินรุงรัง. เขาคิดว่า เมื่อมีสิ่งใดแล้วสิ่งนั้นจะนำสุขมาให้อย่างแน่นอน แต่ปรากฏว่า สิ่งที่มีหลายอย่างไม่ได้นำความสุขมาให้ แต่กลับนำความขัดแย้งความกังวลใจมาให้มากกว่า บางครั้งถึงกับคิดว่า ถ้าเราไม่มีสิ่งนี้ ปัญหาก็คงไม่เกิดมากมายเพียงนี้ อยากสลัดทิ้งแต่ก็สายเสียแล้ว เช่น การมีอำนาจ แล้วใช้อำนาจในทางผิด การมีทรัพย์ แต่ได้มาโดยทุจริต เป็นต้น. ท่านผู้อ่านของข้าพเจ้าคงคิดไม่ต่างกันว่า แท้จริงแล้วเราทั้งหลายต่างก็วิ่งจับเงากันทั้งนั้น ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาแล้วเป็นของเราจริงๆ เพราะสิ่งที่เราได้มาเมื่อก่อนก็เป็นของคนอื่นเราซื้อมา เราขายไป จากที่เป็นของเรา เขาก็รับไปเป็นเจ้าของชีวิตและทรัพย์สินก็เช่นกัน เปลี่ยนมือ เปลี่ยนผ่านไปเรื่อยๆที่เราเรียกกันว่า สมบัติผลัดกันชม ชีวิตของเราถูกเปลี่ยนผ่านด้วยกาลเวลา กาลเวลาเป็นผู้ชื่นชมชีวิตและให้คุณค่าแก่ชีวิต บางคนกว่าจะรู้ว่าชีวิตมีค่าก็ต่อเมื่อสายเสียแล้วจะเริ่มต้นก็ยาก จะถอยหลังกลับก็สาย สิ่งที่มีอยู่ก็มาก แต่เอาไปไม่ได้ สิ่งทั้งปวงที่มนุษย์แสวงหามาปรนเปรอชีวิต ในที่สุดก็เป็นเงาที่เราไล่ตะครุบตลอดชีวิต ยกเว้นสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจ เกียรติยศของชีวิต ความดีงามและบุญกุศลที่ได้ทำแก่ตนและคนอื่นไว้ นี่คือความสุขใจ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะเป็นตัวประคองอารมณ์สุดท้ายก่อนสิ้นลมปราณ ใยเล่าพวกเราจึงมาแก่งแย่งแบ่งแยกกัน จนทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ใยเล่าเราจึงมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริง ถ้าเราไม่ต้องการเงา เราต้องรีบสละตัวตน เพราะมีตัวจึงมีเงา ตัวใหญ่เงาก็ใหญ่ ไร้ตัวตน ก็ไร้เงา การจะมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขหรืออยู่ร่วมกันในสังคมอย่างร่มเย็นได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ หยุดสร้างเงาหลอกหลอนตัวเองและพรรคพวก เพราะเงาไร้รูปร่างหน้าตา เงามีสีเดียวคือดำทะมึน เงาไม่บอกว่ารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรให้ชัดเจน เมื่อเราหลงเงา ก็เท่ากับหลงเข้าไปในกับดักอารมณ์หยุดสร้างเงา ใจเราก็จะสบาย.   Photo by Marco Bianchetti on Unsplash Secret Magazine (Thailand) บทความน่าสนใจ “ พุทธทาส จักไม่ตาย ” ตามรอยพระอรหันต์ พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ) คำสอนเพื่อปล่อยวางความทุกข์จาก หลวงปู่แหวน สุจิณโณ อริยสงฆ์แห่งเมืองเชียงใหม่ ถึงเวลา… ก็ต้อง “ปล่อย” เรื่องจริงของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ปล่อยวางความทุกข์ Dhamma Daily : อยากให้พ่อแม่ ปล่อยวาง และมีความสุขในชีวิตบั้นปลายควรทำอย่างไรดีคะ อานิสงส์ของการรักษาศีล โดย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ปัญหาธรรมประจำวัน :แม่ฝักใฝ่แต่การพนัน ไม่ยอมทำบุญทำทาน ลูกควรทำอย่างไร

การให้สติเมื่อเพื่อนปรับทุกข์ – พระราชญาณกวี

การให้สติเมื่อเพื่อนปรับทุกข์ – พระราชญาณกวี  คนเรายิ่งปรับทุกข์ยิ่งเจอทุกข์ ยิ่งปรับทุกข์ยิ่งจมอยู่ในกองทุกข์ ถ้าเราไม่มีทางช่วยอะไรได้ ได้แต่เออออตาม “เออ…จริงของเธอนะ ฉันก็ว่าเธอถูก เธออย่ายอม ลุยเลย” อย่างนี้เท่ากับผลักดันให้เพื่อนลงนรก มีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้วิธีแก้ปัญหาโดยสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก เพื่อนที่ให้สติหายาก การที่เพื่อนมาปรับทุกข์กับเรา เป็นเพราะเราไม่ขัดแย้งเขา เราสามารถให้สติโดยที่ไม่ขัดแย้งเขาได้ เช่น “เออ…ฉันเข้าใจความทุกข์ที่เธอมีนะ แต่ว่าเราจะจมทุกข์ไปทำไม ทางออกมีเยอะ ฉันว่าเราน่าจะหาวิธีคิดที่ทำให้มีความสุขดีกว่า อย่าปล่อยให้วันเวลาผ่านไปโดยจมอยู่กับ กองทุกข์นี้เลย เหมือนเรามองหน้าต่างบานนี้เห็นแต่กองขยะ บ้านเรามีหน้าต่างตั้งหลายบาน ถ้าเราทำลายขยะไม่ได้ เราก็ปิดหน้าต่างบานนี้เสีย ไปปลูกดอกไม้กลบมัน หรือไปเปิดหน้าต่างบานอื่น พอตื่นเช้าขึ้นมา เราก็จะสดชื่น” วิธีคิดอย่างนี้จึงจะเป็นการให้สติเพื่อน การให้สติเป็นสุดยอดของกัลยาณมิตร    Photo by Joshua Sazon on Unsplash

keyboard_arrow_up