ทำไม พระมหาโมคคัลลานะ จึงเป็นผู้มีฤทธิ์มาก

ทำไม พระมหาโมคคัลลานะ จึงเป็นผู้มีฤทธิ์มาก เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักพระเถระรูปนี้ “ พระมหาโมคคัลลานะ ” พระอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระผู้มีพระภาคเจ้า แต่จะมีใครบ้างไหมที่จะทราบว่า ทำไมพระมหาโมคคัลลานะจึงเป็นผู้มีฤทธิ์มาก ซีเคร็ตจะเผยสาเหตุที่พระเถระรูปนี้กลายเป็นผู้มีฤทธิ์มากให้ทุกคนได้ทราบ ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับความหมายของคำว่า “ฤทธิ์” หรือ “อิทธิ” กันก่อน ฤทธิ์ มีความหมายว่า “ความสำเร็จ” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้อธิบายว่า พระพุทธศาสนาแบ่งฤทธิ์ออกเป็น 2 ประเภท คือ อามิสฤทธิ์ และ ธรรมฤทธิ์ ฤทธิ์อย่างแรกจะเกิดขึ้นจากวัตถุ ส่วนธรรมฤทธิ์จะเกิดจากการสำเร็จธรรม หรือที่นิยมเรียกว่า การบรรลุธรรม ดังนั้นฤทธิ์นี้จึงเป็นฤทธิ์ของพระอริยบุคคล ตามจริงผู้สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลย่อมสามารถแสดงฤทธิ์ได้ จึงสรุปได้ว่า ฤทธิ์ 2 ประเภทนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะผู้ที่สำเร็จฌาน ในอิทธิกถาได้กล่าวถึงการแสดงฤทธิ์ในแบบต่าง ๆ เช่น การเดินทะลุกำแพง เหาะไปยังพรหมโลก จำแลงเป็นสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติของพระเถระบางรูปจะพบว่า พระเถระบางรูปเมื่อเข้าใจในธรรมแล้ว (บรรลุธรรม) กลับมีฤทธิ์ขึ้นมา เช่น พระจูฬปันถกเถระที่พระพี่ชายต่อว่าท่านว่าเป็นคนที่โง่เขลาจึงบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ยาก จนกระทั่งพระบรมศาสดาทรงทราบว่าเมื่อในอดีตชาติ พระจูฬปันถกเคยเกิดเป็นพระราชา […]

พระโกกาลิกะ ผู้ไปสู่ขุมนรกเพราะอาฆาตพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้า

พระโกกาลิกะ ผู้ไปสู่ขุมนรกเพราะอาฆาต พระอัครสาวก ของพระพุทธเจ้า เพราะเหตุใดพระโกกาลิกะจึงอาฆาตพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ ผู้เป็น พระอัครสาวก ของพระพุทธเจ้า ด้วยการกล่าวหาพระอรหันต์ผู้ประเสริฐนี่เองที่ทำให้พระเถระรูปนี้ต้องลงไปสู่มหานรกอย่างไม่ทันตั้งตัว เรื่องราวของพระภิกษุรูปหนึ่งมีชื่อว่า “โกกาลิกะ“เิริ่มจากพระภิกษุรูปนี้กล่าวหาว่าพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเป็นผู้กล่าวลามก พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตักเตือนไม่ให้พระโกกาลิกะกล่าวเช่นนั้นถึง 3 ครั้ง แต่ทันใดนั้นเองแผ่นดินได้แยกออก (ในอรรถกถา ธรรมบทใช้คำว่า “แผ่นดินได้ให้ช่องแล้ว” หมายถึงแผ่นดินได้แยกเป็นช่อง อาจตรงกับธรณีสูบ) พระโกกาลิกะไปสู่มหานรกที่มีชื่อว่า “ปทุมนรก”  ทันที การกล่าวดูหมิ่นพระอรหันต์จัดเป็นหนึ่งในกรรมหนัก จึงไม่แปลกที่พระโกกาลิกะจะต้องไปชดใช้กรรมที่มหานรก บรรดาพระภิกษุที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพาจับกลุ่มสนทนาถึงเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาจึงตรัสถามบรรดาพระภิกษุว่า “พวกเธอทั้งหลายจับกลุ่มสนทนาด้วยเรื่องอะไรกัน” พระภิกษุตอบพระองค์ว่า “กำลังสนทนาถึงเรื่องกรรมของพระโกกาลิกะพระเจ้าข้า”     พระพุทธองค์จึงตรัสถึงอดีตชาติของพระโกกาลิกะว่า ครั้งพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเกิดเป็นหงส์ทองอาศัยอยู่บนภูเขามีชื่อว่า “จิตตกูฎ” หงส์ทองสองตัวนี้มักพากันไปหาอาหารที่สระน้ำแห่งหนึ่งในหิมวัตประเทศ (ป่าหิมพานต์) ซึ่งมีเต่าตัวหนึ่งอาศัยอยู่ หงส์ทั้งสองสนิทสนมกับเต่าตัวนี้มาตั้งแต่เด็กทำให้กลายเป็นเพื่อนที่คบหากันมานาน หงส์ทองทั้งสองอยากพาเต่าไปเที่ยวบ้านของตนที่อยู่บนเขาจิตตกูฎ จึงให้เต่าใช้ปากกัดกิ่งไม้แล้วหงส์ทั้งสองจะคาบกิ่งไม้คนละข้างแล้วบินพาเต่าไปยังเขาจิตตกูฎ ภาพของหงส์ทองสองตัวพาเต่าบินไปยังเขาจิตตกูฎ ทำให้บรรดาเด็ก ๆ พากันสนใจและเรียกกันมาดูเพราะเห็นว่าเป็นภาพที่ประหลาด เจ้าเต่าเป็นผู้มีวาจาที่หยาบคายอยู่เป็นทุนเดิม จึงเพ้อกล่าวด่าเด็กน้อยด้วยวาจาที่หยาบคายว่า “เจ้าเด็กเวร ไม่เคยเห็นเต่ากันหรืออย่างไร” ปรากฏว่าขณะที่เต่ากล่าวอยู่นั้น ปากได้ปล่อยออกจากกิ่งไม้ ทำให้มันตกลงมาตัวแตกเป็นสองเสี่ยงและตายในที่สุด เรื่องของพระโกกาลิกะทำให้เห็นว่านอกจากพระเทวทัต พระเจ้าสุปปพุทธะ นันทมานพ […]

บุพกรรมของพระอรหันต์ สำเร็จมรรคผลแต่หนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น

บุพกรรม ของพระอรหันต์ สำเร็จมรรคผลแต่หนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น บุพกรรม หมายถึงกรรมหรือการกระทำที่ได้ทำมานานมากแล้ว อาจหมายถึงสิ่งที่เคยทำไว้เมื่อในอดีตชาติ ดังเรื่องของพระอรหันต์รูปหนึ่งที่ได้สร้างบุพกรรมที่ไม่ดี แม้ท่านจะเป็นบรรลุธรรมแล้วก็ตาม แต่ยังไม่สามารถหนีกฎแห่งกรรมพ้น ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน ได้ตรัสถึงเรื่องบุพกรรมของพระอรหันต์รูปหนึ่งว่า พระภิกษุผู้สำเร็จมรรคผลแล้ว เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากพระบรมศาสดาว่าเป็นผู้มีฤทธิ์ มาก ได้ทราบด้วยญาณว่าวิบากกรรมในอดีตชาติจะตามมาทันในวันนี้ ตนจะชดใช้ผลกรรมที่ได้ก่อขึ้นไว้ เหล่าเดียรถีย์ที่เสียลาภสักการะ เพราะประชาชนหันไปเลื่อมใสในคำสอนของพระพุทธเจ้ากันเป็นจำนวนมาก ก็คิดจะโจมตีพระสาวกของพระบรมศาสดา จึงจ้างโจรลงมือทำร้ายพระเถระรูปหนึ่งจนปานตาย แต่หารู้ไหมว่าพระเถระรูปนั้นเป็นพระอรหันต์ ผู้ที่ทำร้ายพระอรหันต์ย่อมได้รับผลกรรมหนัก (ครุกรรม) คือตกอเวจีมหานรก บุพกรรมที่พระเถระรูปนี้ก่อไว้คือ เมื่อครั้งพระเถระเกิดเป็นบุตรชายที่มีบิดามารดาแก่ชราภาพมาก เมื่อเติบใหญ่ก็หลงใหลภรรยาสาว นางพูดอะไรตนก็เชื่อฟังหมด นางเป่าหูให้ฆ่าบิดามารดาเสีย เขาเชื่อจึงพาบิดามารดานั่งเกวียนไปยังที่แห่งหนึ่ง เขาดำเนินตามแผนไว้จึงกล่าวว่ามีโจรซุมอยู่ เมื่อลูกชายลงจากเกวียนก็แสดงทำเป็นว่าโจรบุกมา บิดามารดาคิดว่าเป็นโจรบุกจริงจึงตะโกนบอกให้บุตรชายหนีไป บุตรชายที่ปลอมตัวเป็นโจรก็ทุบตีบิดามารดาจนเสียชีวิต การทุบตีบุพการีจนกระดูกแตกละเอียด ทำให้บิดามารดาตายอย่างน่าเวทนาได้ย้อนกลับไปหาพระอรหันต์รูปแล้ว ท่านเข้าใจดีว่าไม่มีใครหนีผลกรรมที่ก่อไว้พ้นได้ ท่านจึงยินดียอมรับโทษทัณฑ์ หลังจากนั้นพระเถระก็ประสานกระดูกด้วยฤทธิ์แล้วเหาะไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทูลลาปรินิพพาน พระอรหันต์รูปนี้ก็คือ พระมหาโมคคัลลานะนั่นเอง นอกจากพระมหาโมคคัลลานะแล้วยังมีพระองคุลิมาลเถระอีกรูปที่ได้รับเคราะห์กรรมหนัก ในขณะที่กำลังศึกษาธรรมเพื่อไปสู่ความหลุดพ้น เพราะตนได้สังหารให้ครบหนึ่งพ้นคน แต่สุดท้ายพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณว่า โจรที่มีนิ้วมือรอยเป็นสร้อยคอนั้นมีกุศลที่บำเพ็ญมาระดับหนึ่ง สามารถสำเร็จเป็นพระอริยบุคคลได้จึงเสด็จมาโปรดองคุลิมาลจนสุดท้ายก็กลับใจเข้าสู่ทางธรรม และสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในที่สุด พระองคุลิมาลได้รับทุกขเวทนาจากการถูกชาวบ้านรังเกียจ และการถูกทำร้ายร่างกายต่าง ๆ นานา แต่พระบรมศาสดาทรงสอนว่า […]

พระสารีบุตร พระอรหันต์ผู้ อ่อนน้อมถ่อมตน

พระสารีบุตร พระอรหันต์ผู้ อ่อนน้อมถ่อมตน แม้พระสารีบุตรจะเป็นผู้มีปัญญามาก แต่พระสารีบุตรก็ยังคงประกอบด้วยความ อ่อนน้อมถ่อมตน พระสารีบุตรเคารพนอบน้อมต่อพระอัสสชิเป็นอย่างมาก ด้วยท่านถือว่าได้บรรลุธรรมจากการสอนของพระอัสสชิ พระสารีบุตรจึงยกย่องท่านเป็นอาจารย์ จนมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ภิกษุท้้งหลายเห็นว่าพระสารีบุตรสลับสับเปลี่ยนหัวนอนไปทางทิศต่าง ๆ ก็คิดว่าพระอัครสาวกเบื้องขวากลับเป็นคนเคารพนอบน้อมต่อทิศทั้งหลาย อันไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของประชาชนเอาเสียเลย จึงนำความขึ้นกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ที่พระสารีบุตรยังหันศีรษะไปยังทิศต่าง ๆ ก็เพราะว่าทิศนั้นเป็นทิศที่พระอัสสชิอยู่ พระสารีบุตรจึงหันหัวนอนไปทางทิศนั้น ๆ เพื่อแสดงความเคารพยกย่องพระเถระ ผู้เป็นหนึ่งในปัญจวัคคีย์ผู้นี้เป็นอย่างมาก     อีกครั้งคือเมื่อครั้งที่พระสารีบุตรกับพระมหาโมคคัลลานะอยู่กันที่กโปตกันทราวิหาร มียักษ์สองสหายเดินผ่านมาพบพระเถระทั้งสองพอดี ครั้นหันมาบอกเพื่อนว่าจะประหารศีรษะของสมณะผู้นี้เสียเลย แต่เพื่อนไม่เห็นด้วยบอกห้ามถึง 3 ครั้ง แต่ยักษ์ก็ไม่ฟัง ทุบลงไปที่ศีรษะของพระสารีบุตรด้วยกำลังที่รุนแรงขนาดสมารถทุบพญาช้างสูง 7 ศอกให้จมลงไปในดินได้ หรือทำลายยอดภูเขาใหญ่ได้ แต่พระเถระก็ไม่เป็นอะไรเลย แต่ปรากฏว่าแผ่นดินได้แยกออกและสูบยักษ์ผู้ประทุษร้ายพระสารีบุตรลงนรกไปเสีย ฝ่ายพระมหาโมคคัลลานะเห็นยักษ์ทุบศีรษะพระสารีบุตรด้วยตาทิพย์ก็เข้ามาถามไถ่อาการ แต่พระสารีบุตรกลับบอกว่าไม่เป็นอะไร มีแค่รู้สึกศีรษะมึนนิด ๆ เมื่อได้ยินดังนั้นพระมหาโมคคัลลานะก็ชื่นชมในพระสารีบุตรว่า แม้แต่ยักษ์ก็ทำอะไรไม่ได้ พระมหาโมคคัลลานะได้เล่าเรื่องที่ท่านเจอให้พระสารีบุตรฟัง พระสารีบุตรก็ชื่นชมพระมหาโมคคัลลานะกลับเช่นกันว่าเป็นผู้วิเศษที่มีตาทิพย์   ที่มา : พระสารีบุตร มหาสาวกผู้เป็นเลิศด้านปัญญา โดย นทธัญ แสงไชย ภาพ : […]

“พระบุญหนัก แต่บาปหนา” เรื่องราวของ พระมหาโมคคัลลานะ ที่หนีกรรมชั่วของตนไม่พ้น

“พระอรหันต์อยู่เหนือบุญเหนือบาป อยู่เหนือกรรมดีและกรรมชั่วได้แล้ว ท่านยังหนีไม่พ้นกฎแห่งกรรมได้อีกหรือ” นี่คือคำถามที่สงสัยกันอยู่เสมอ บางคนเชื่อว่า “พระอรหันต์คงหนีพ้นกรรมได้แล้ว กรรมคงเข้าตามสนองท่านไม่ได้อีกต่อไป” แต่เรื่องราวของ พระมหาโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระศาสดา แสดงให้เราเห็นว่า “พระอรหันต์ก็ยังต้องรับกรรม หนีกรรมชั่วที่ตนเคยทำไม่พ้น” นักพรตกลุ่มหนึ่งกำลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดถึงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นแก่พวกตน ตั้งแต่พระสมณโคดมเข้ามาสอนคนในเมือง ชาวเมืองต่างหลั่งไหลเข้าเป็นศิษย์ของพระองค์มิได้ขาด คนที่เคยอุปถัมภ์ค้ำชูพวกตนต่างร่อยหรอลงทุกวัน หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง มิช้านัก พวกตนจะต้องไส้แห้งหมดตัวอย่างแน่นอน “พวกเราจะจัดการเรื่องนี้กันอย่างไรดี” กลุ่มนักพรตต่างระดมสมองขบคิดหาแนวทางกอบกู้สถานการณ์ “ผมคิดว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่พวกเรากำลังเผชิญเกิดจากสมณะเพียงรูปเดียวเท่านั้น” นักพรตรูปหนึ่งเสนอความคิดเห็นขึ้นกลางที่ประชุม “มันคือใคร !” กลุ่มนักพรตต่างถามด้วยสายตาที่จ้องเขม็ง “สมณะชื่อ ‘มหาโมคคัลลานะ’ น่ะสิคุณ” “อืม…ทำไมคุณจึงคิดเช่นนี้” กลุ่มนักพรตถามด้วยความสงสัย “พวกคุณไม่รู้หรือไงว่า ตั้งแต่สมณะรูปนี้นำเรื่องนรก – สวรรค์มาบอกแก่มนุษย์ ชาวบ้านต่างหลงเชื่อคำพูดของสมณะรูปนี้อย่างหัวปักหัวปำ ผู้คนได้หลั่งไหลเข้าหาสมณะรูปนี้ไม่เว้นแต่ละวัน ลาภสักการะของพระสมณโคดมและเหล่าสาวกจึงเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ส่วนรายได้ที่พวกเราเคยมีกลับหดตัวลงเรื่อยมา หากปล่อยสมณะรูปนี้ไว้ พวกเราจะต้องฉิบหายอย่างแน่นอน” “พวกเราจะทำอย่างไรกันดี” กลุ่มนักพรตปรึกษากันในที่ประชุม “ฆ่ามันทิ้งซะ !” นักพรตรูปหนึ่งเสนอแผนตัดไฟเสียแต่ต้นลม เมื่อได้ฟังแผนของนักพรตรูปนี้ กลุ่มนักพรตต่างลงมติเห็นด้วย นักพรตแต่ละคนได้ช่วยกันหาทุนรอนจนได้เงินถึง 1,000 กหาปณะ […]

พระเถระท่องสวรรค์เยือน วิมานของเทวดา ไม่ทำบุญ

พระเถระท่องสวรรค์เยือน วิมานของเทวดา ไม่ทำบุญ พระมหาโมคคัลลานะ พระอรหันต์ผู้ชำนาญในฤทธิ์ เหาะท่องสรวงสวรรค์ เยือน วิมานของเทวดา เพื่อสอบถามถึงบุญที่เทวดากระทำมา แต่ในครั้งนี้ คำตอบที่ท่านได้จากสองเทพธิดากลับแตกต่างออกไปจากเทวดาอื่น ครั้งพระมหาโมคคัลลานะเถระ เหาะท่องพื้นฟ้ามุ่งสู่แดนสวรรค์อันเป็นถิ่นพำนักของเหล่าเทวดา มีวิมานมากด้วยความวิจิตรของประติมาอันเป็นทิพย์ พร้อมด้วยสรรพสินสมบัติที่เลอค่า ทุกสิ่งล้วนประณีตกว่าแดนมนุษย์ พระเถระเจ้าหยุดอยู่เบื้องหน้าวิมานที่สุกเรืองรองด้วยรัศมีอันโชติช่วง เทพธิดาอันเป็นเจ้าของวิมานออกมาต้อนรับ “นมัสการพระเถระเจ้า ผู้เป็นพุทธบุตร ท่านมายังวิมานของดิฉัน นับว่าเป็นบุญแก่ดิฉันหนักหนา” “แม่เทพธิดา วิมานของเธอเรืองรองรุ่งเรืองกว่าวิมานของเทวดาในบริเวณนี้ เราใคร่อยากทราบว่าตอนเธอเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญใดไว้จึงส่งผลให้เธอ เสพสุขด้วยทิพยสมบัติเช่นนี้”     “อย่าให้ดิฉันกล่าวถึงเลยเจ้าค่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก” “เล่ามาเถิด แม่เทพธิดา อาตมาอยากทราบถึงบุญที่ทำให้เธอรุ่งเรืองเช่นนี้”   “ตอนดิฉันเป็นมนุษย์ ไม่เคยทำบุญ ทำทาน ไม่เคยฟังธรรมเทศนาจากพระพุทธเจ้า หรือพระเถระรูปใด ดิฉันเพียงแต่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นคนไม่ชอบโกหก ไม่เคยพูดปดตลอดชีวิตจนสิ้นบุญเจ้าค่ะ วิมานนี้ พร้อมด้วยสมบัติอันเป็นทิพย์ และบริวารล้วนมาจากการกระทำของดิฉันอันเป็นกุศล คือไม่โกหก ไม่พูดปดเจ้าค่ะ”   “เป็นเช่นนี้เอง การที่เธอเจริญในศีลข้อที่ 4 คือการไม่พูดปดมดเท็จ ส่งผลให้ครองวิมานและสมบัติทิพย์มากมายถึงเพียงนี้ ขอบใจแม่เทพธิดามาก […]

keyboard_arrow_up