การมีชีวิตอยู่อย่างไม่กลัว โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

การมีชีวิตอยู่อย่างไม่กลัว โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร  ยุคสมัยนี้เป็นยุคที่มรสุมถาโถมเข้ามา ผู้คนจิตใจเร่าร้อน วุ่นวาย อย่างปัจจุบันก็มีเรื่องของไวรัสเกิดขึ้น ผู้คนตื่นตระหนก เกิดความกลัว เกิดความทุกข์ทรมานจิตใจ เราจะผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้อย่างไร พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “ เธอจงมีธรรมเป็นเกราะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นสรณะเลย” ฝึกสติปัฏฐาน จนมีจิตใจที่ตั้งมั่น เข้าถึงธรรมที่บริสุทธิ์ แล้วท่านทั้งหลายจะพบกับความร่มเย็น ความสงบสุข ความมั่นคงจากข้างใน ชีวิตคนเราไม่ต้องการอะไรมากมายเลย แต่ที่มันกระเสือกกระสนทุรนทุราย เพราะว่าความทะยานอยากมันชักนำไป แต่เมื่อไรที่เราตื่นขึ้น มีจิตใจที่ตั้งมั่น มีธรรมเป็นเกราะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง สลัดความทุกข์ทรมานทุกอย่างออก ท่านจะพบกับชีวิตที่มีความร่มเย็นเป็นสุข และสงบเย็น เราสร้างได้ด้วยตัวของเราเองด้วยการเจริญสติปัฏฐานสี่ อะไรมันจะเกิดก็เกิด อะไรจะดับก็ดับ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่มีการบังเอิญหรอก เป็นไปตามปัจจัยที่เกิดขึ้น จิตที่ไม่ได้รับการฝึกฝน จะหวั่นไหว ทุรนทุราย  เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นก็ตื่นตระหนก เกิดความเครียด ความกดดัน เกิดความกลัว เกิดความเร่าร้อน แต่ถ้าท่านทั้งหลายฝึกสติปัฏฐานสี่อยู่เนืองๆ จนมีจิตใจที่ตั้งมั่น มีธรรมเป็นเกราะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ท่านจะไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น อะไรมันจะเกิดก็เกิด อะไรจะดับก็ดับ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีการบังเอิญ  ความตายยังไงมันเกิดขึ้นแน่นอน […]

การฝึกสติสามารถตัดภพชาติได้อย่างไรบ้าง : พระมหาวรพรต กิตฺติวโร 

การฝึกสติสามารถ ตัดภพชาติ ได้อย่างไรบ้าง : พระมหาวรพรต กิตฺติวโร  วงจรของปฏิจจสมุปบาท เริ่มตั้งแต่สภาวะที่เรียกว่า “รู้” ที่เป็นอมตะธรรม ถูกอวิชชาบดบังประดุจเมฆหมอก จากนั้นก็เกิดสังขารคือความปรุงแต่งขึ้น มันกลายเป็นวังวนขึ้นมา จากนั้นเกิดสิ่งที่เรียกว่า วิญญาณขันธ์ ตามมาด้วย นามรูป พอนามรูปเกิดก็จะเกิดสฬายตนะ คืออายตนะทั้ง 6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ จากนั้นเกิดผัสสะ มีการกระทบแล้วเกิดเวทนา เมื่อเวทนาเกิด ถ้าไม่มีสติก็จะเกิดอาการยึดติดเรียกว่า อุปาทาน จากนั้นเกิดตัณหา คือความทะยานอยาก เมื่ออุปาทานเกิดก็คือเกิดภพ แล้วก็เกิดชาติ ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่า การเกิดเป็นชีวิตช่วงอายุไข แต่เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในทุก ๆ ขณะจิต วงจรตัวนี้เกิดขึ้นทุก ๆ ขณะจิต ถ้าเราไม่มีสติก็จะเกิดภพ เกิดชาติ ในทุก ๆ ขณะจิต จิตมันเกิดดับตลอดเวลา แต่เมื่อใดที่เรามีสติรู้สึกตัวขึ้นมาความรู้สึกตัวจะตัดกระบวนการปฏิจจสมุปบาทลงทันที  เพราะเราจะเหลือแต่สิ่งที่เรียก “สักแต่รู้ สักแต่รู้สึก” ขึ้นมาแทนที่ความรู้สึกชอบหรือชัง […]

“กรรมชั่ว” ความเผ็ดร้อนที่สืบเนื่องไปถึงชาติหน้า โดยพระมหาวรพรต กิตฺติวโร

“ กรรมชั่ว ” ความเผ็ดร้อนที่สืบเนื่องไปถึงชาติหน้า โดยพระมหาวรพรต กิตฺติวโร พระพุทธองค์ตรัสเรื่องกรรมไว้ว่า เจตนาเป็นตัวกรรม เช่น จิตที่คิดเบียดเบียน คิดทำร้าย เพราะด้วยเจตนานี้กรรมจึงได้เกิดขึ้นแล้ว ถ้าเรารู้ผลที่จะตามมา จะไม่มีใครกล้าทำ กรรมชั่ว เลย ในอดีตกาลมีพราหมณ์คนหนึ่ง จะจับแพะเพื่อบูชายัญ เขาก็ไปเจอแพะตัวหนึ่ง ก็เลยให้ลูกน้องรุมจับ หมายที่จะจับแพะไปเชือดเพื่อบูชายัญ แพะมันก็หัวเราะดีใจ โลดเต้นขึ้นมา จากนั้นมันก็ร้องไห้เสียใจ พราหมณ์ก็งงว่า แพะมันเป็นอะไร ถูกจับจนบ้าแล้วหรือ อยู่ดี ๆ ก็ดีใจโลดเต้น แล้วเดี๋ยวก็ร้องไห้ สมัยนั้นมนุษย์กับสัตว์สามารถสื่อสารพูดคุยกันได้ มันมียุคสมัยที่ทำแบบนี้ได้อยู่ แพะเลยบอกว่า ที่ข้าพเจ้าหัวเราะดีใจโลดเต้นเพราะว่า ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายแล้วที่ข้าพเจ้าจะถูกตัดคอ ข้าพเจ้าเลยดีใจว่าจะได้พ้นจากวิบากกรรมนี้เสียกที แต่ที่ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจเพราะเสียใจแทนท่าน ท่านจะต้องได้รับผลกรรมแบบเดียวกับที่ข้าพเจ้าโดน เมื่อในอดีตกาลนานมาข้าพเจ้าเคยจับแพะมาบูชายัญ ผลจากการเชือดไปหนึ่งตัว ส่งให้ข้าพเจ้าต้องตกอบายภูมิ เสวยความเผ็ดร้อนอยู่ในนรกอย่างแสนสาหัสเป็นเวลายาวนาน สิ่งที่เราทำครั้งหนึ่งกลับส่งผลสืบต่ออย่างยาวนาน หลังจากแพะตัวนั้นชดใช้กรรมในนรกแล้วขึ้นมาเป็นเปรตเพราะยังมีเศษกรรมหลงเหลืออยู่ จากนั้นมาเกิดเป็นแพะและถูกเขาตัดคอ เสวยความทุกข์ทรมานอย่างนี้มา 499 ชาติ และชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายที่จะถูกตัดคอ จะได้หมดเวรหมดกรรมเสียที กรรมที่เราได้ทำไว้ จะดีหรือไม่ดีก็ตาม มันส่งผลเผ็ดร้อนสืบต่ออย่างยาวนาน  ถ้าเรารู้อดีตชาติของตัวเองแล้ว […]

keyboard_arrow_up