พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นเอก กษัตริย์นักจิตรกรรม

“ความเป็นศิลปิน หมายถึง ความสามารถตามธรรมชาติที่จะเห็นความงามและคิดถึงความงาม เมื่อเกิดความคิดแล้ว ก็ต้องอาศัยวิชาความรู้หรือเทคนิค เช่น วิชาช่าง เป็นต้น

ในหลวงรัชกาลที่๙ พระมหากษัตริย์ผู้อ่อนน้อมและไม่ถือพระองค์

ในหลวงรัชกาลที่๙ พระมหากษัตริย์ผู้อ่อนน้อมและไม่ถือพระองค์ เมื่อเอ่ยถึงพระมหากษัตริย์ เราจะต้องคิดถึงชนชั้นสูงที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง แต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ใกล้ชิดกับราษฎรที่สุด และยังทรงเป็นต้นแบบของความอ่อนน้อม อ่อนโยน ไม่ถือพระองค์ไม่ว่ากับราษฎรหรือใครก็ตาม ในหนังสือสองธรรมราชา สัมภาษณ์และรวบรวมโดย อัครวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ กล่าวถึง ปาฏกถาจากศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ว่า “พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติต่อพระภิกษุสงฆ์ด้วยความคารวะนอบน้อมยิ่งกว่าคนธรรมดาเสียอีก เช่น เวลาบำเพ็ญพระราชกุศลส่วนพระองค์ ท่านก็ทรงนั่งพับเพียบต่อหน้าพระ เมื่อทรงเข้าไปทักสมณะผู้ใหญ่ ท่านก็ทรงคุกพระชงฆ์ลงไปกับพื้นเพื่อพูดกับพระ  “ครั้งหนึ่งมีภิกษุชราที่ท่านอาราธนามาเดินไม่ไหว พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเข้าไปประคองแขน และไปส่งจนถึงรถ ทรงทำเองแท้ๆ ไม่ได้ใช้มหาดเล็กเลย” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่เพียงแต่มีพระราชจริยวัตรอันงดงามกับพระภิกษุสงฆ์เท่านั้น กับราษฎรก็ไม่ต่างกัน เรื่องนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะบุคคลที่มาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2534 ว่า “…ทรงคุยกับราษฎรนี่ไม่โปรดยืน ทรงถือขนบธรรมเนียมไทยที่ไม่ยืนค้ำผู้เฒ่าผู้แก่ จะประทับลงรับสั่งกับราษฎรเสมอมา แม้จะเป็นตอนเที่ยง แดดร้อน ซึ่งข้าพเจ้าก็เห็นพระราชจริยวัตรนี้ มาตั้งแต่ต้นรัชกาลแล้ว… “…ข้อสำคัญรับสั่งว่า ต้องเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของราษฎร ให้เขามีความสนิทสนมพอที่จะเอ่ยปากเล่าความทุกข์ของเขาให้ฟังได้…”     สายใยความผูกพันของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับราษฎรนั้น […]

keyboard_arrow_up