การเล่นพนันฟุตบอลเป็นบาปไหม วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

การเล่น พนันฟุตบอล เป็นบาปไหม วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก การเล่น พนันฟุตบอล เป็นการเล่นพนันอย่างหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสว่าการเล่นพนันเป็นช่องทางหนึ่งแห่งความพินาศและความเสื่อม ทำให้ทรัพย์ที่หามาได้ย่อยยับ ช่วงนี้เข้าสู่เทศกาลบอลโลกแล้ว ใครๆก็จ้องที่จะชมนัดสำคัญเพื่อที่จะเชียร์ทีมฟุตบอลโปรดของตน ท่ามกลางเทศกาลกีฬาที่สนุกสนานนี้ เบื้องหลังที่หลบซ่อนอยู่แฝงไปด้วยการเล่นอบายมุข ที่ผ่านมาเรามักได้ยินข่าวเกี่ยวกับการเล่นพนันฟุตบอล มีเด็กและเยาวชนจนถึงผู้ใหญ่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมายเพราะผลจากการเล่นพนันฟุตบอล ถึงแม้การเล่นพนันจะไม่ได้ผิดศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 หรือแม้ศีลของพระสงฆ์ก็ตาม แต่การเล่นพนันก็เป็นหนทางที่ทำให้ทรัพย์ที่หามานั้นพินาศไป ซึ่งก็เป็นจริง เราจะเห็นในหลายบุคคลที่เล่นการพนันแล้วเงินที่หามาจากการทำงานก็จะหมดไป มักเข้าใจว่าการเล่นพนันเพื่อหวังให้เงินเพิ่มขึ้น แต่ตามจริงแล้ว คนเราไม่ได้ดวงดีทุกวันหรือทุกครั้ง การพนันจึงเป็นการสูญเสียเงินไปโดยใช่เหตุ ซ้ำยังเป็นการผิดต่อหลักคำสอนอกุศลกรรมบถ 10  คือ “อภิชฌา” เป็นผู้ที่ละโมบคอยจ้องอยากได้ของเขา การเล่นพนันก็ไม่ต่างจากการที่เราละโมบอยากได้เงินของคนอื่น เพราะการเล่นพนันต้องมีคนที่เสียเงินให้แก่ผู้ที่ชนะพนัน การเล่นพนันฟุตบอลเป็นบาปทางมโนกรรม เพราะทำให้คิดละโมบอยากเอาผลตอบแทนจากการชนะพนัน  เราเห็นโทษของพนันได้จากคัมภีร์พระพุทธศาสนา เช่น ทศชาติเรื่อง “วิธุรชาดก” ปุณณกยักษ์หมายปองธิดาพญานาค พญานาคว่าถ้าเอาหัวใจของวิธุรบัณฑิตมาได้จะยกธิดาให้ ปุณณกยักษ์จึงเดินทางไปเมืองอินทรปัตถ์เพื่อหาวิธีพาวิธุรบัณฑิตมายังนาคพิภพ ปุณณกยักษ์ใช้วิธีท้าพระเจ้าธนัญชัยโกรพยราชเล่นพนัน เมื่อพระองค์แพ้ ปุณณกยักษ์จึงทูลขอวิธุรบัณฑิตเป็นรางวัลที่เล่นพนันชนะ ทำให้พระเจ้าธนัญชัยโกรพยราชต้องสูญเสียบัณฑิตอันเป็นที่รัก ผู้เป็นศรีแก่เมืองไป นี้คือโทษของการพนัน ไม่เท่านั้นเรายังพบเจอในวรรณคดีและวรรณกรรมหลายเรื่องที่ต้องสูญเสียอะไรหลายอย่างในชีวิตเพราะการพนัน เช่น พี่น้องกลุ่มปาณฑพในมหากาพย์มหาภารตะที่แพ้พนันจนเสียเมือง คติพระพุทธศาสนายังกล่าวถึงวิบากกรรมของนักพนันหลังจากสิ้นอายุขัยไปแล้ว […]

keyboard_arrow_up