เผยที่มาของ มนต์อาลัมพายน์ และข้อเท็จจริงเรื่องพญานาคกลัวมนต์นี้จริงหรือไม่ 

เผยที่มาของ มนต์อาลัมพายน์ และข้อเท็จจริงเรื่องพญานาคกลัวมนต์นี้จริงหรือไม่ มีละครถึง 2 เรื่องแล้วที่กล่าวถึง มนต์อาลัมพายน์ คือเรื่อง นาคี และ เพลิงนาคา เป็นเรื่องที่ชวนให้สงสัยอยู่ไม่น้อยว่าทำไมพญานาคถึงกลัวมนต์บทนี้ และมนต์บทนี้มีที่มาอย่างไร ซีเคร็ตจึงหาคำตอบมาฝาก เพื่อคลายข้อสงสัยนี้แก่ชาวซีเคร็ตทุกท่าน หากยังจำกันได้กับละครเรื่อง นาคี ที่หมอเมืองอินทร์ใช้มนต์อาลัมพายน์สะกดเจ้าแม่นาคี และละครเรื่อง เพลิงนาคา ที่ภุมภนาคราชสะกดสิงหนาคราชผู้เป็นพี่ชายไว้ด้วยมนต์อาลัมพายน์ เราลองมาทำความรู้จักกับมนต์บทนี้กันดีกว่า   ความเป็นมาของมนต์อาลัมพายน์ ในชาดกเรื่อง ภูริทัตตชาดก ไม่ได้กล่าวถึงมนต์บทนี้ หากมีใกล้เคียงก็คือ ” ครุฑมาบอกวิชาหมองูอย่างสูง แก่ฤาษีโกสิยโคตรผู้อยู่ในป่า ประพฤติตบะอยู่สิ้นกาลนาน เราเข้าไปหาฤาษีตนหนึ่งซึ่งนับเข้าในพวกฤาษีผู้บำเพ็ญตนอาศัยอยู่ในระหว่างภูเขา ได้บำรุงท่านโดยเคารพ มิได้เกียจคร้านทั้งกลางคืนกลางวัน ในกาลนั้น ท่านบำเพ็ญวัตรและพรหมจรรย์ เป็นผู้มีโชค เมื่อได้สมาคมกับเรา จึงสอนมนต์ทิพย์ให้แก่เราด้วยความ รัก เราทรงไว้ซึ่งผลอันวิเศษในมนต์นั้น จึงไม่กลัวต่อนาค เราเป็น อาจารย์ของพวกหมอฆ่าพิษ ชนทั้งหลายรู้จักเราว่าอาลัมพายน์ “ ข้อความที่ยกมาจากภูริทัตตชาดกในพระไตรปิฎกนี้ แสดงให้เห็นว่า ไม่มีคำว่า “มนต์อาลัมพายน์” แต่มีชื่อของอาจารย์ของหมอฆ่าพิษ หรือหมองู ชือว่า “อาลัมพายน์” […]

 ละครพญานาค : เมื่อพญานาคในพระพุทธศาสนามีชีวิตอยู่บนจอแก้ว

ละครพญานาค : เมื่อ พญานาคในพระพุทธศาสนา มีชีวิตอยู่บนจอแก้ว อย่างที่ทราบกันดีว่า สื่อโทรทัศน์ไทยผลิต ละครพญานาค ออกมาหลายเรื่องในระยะเวลาแค่ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ละครพญานาคเรื่องแรกที่โลดแล่นอยู่บนจอแก้วคือ มนต์นาคราช ในปี 2533 ปีถัดมานวนิยายจากปลายปากกาของแก้วเก้าเรื่อง นาคราช ได้นำมาสร้างเป็นละคร เรื่องราวของพญานาคราชหนุ่มที่มาทวงสัญญากับครอบครัวที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองมาย       ละครพญานาคที่โด่งดังและอยู่ในความทรงจำของผู้ชมอีกเรื่องคือ “แม่โขง” สร้างจากนวนิยายของ ปองพล อดิเรกสาร ออกอากาศเมื่อ ปี 2544 พญานาคดุร้ายนานว่า “สุโภคะ” จะสำแดงฤทธิ์ทำร้ายเฉพาะคนที่ประพฤติผิดศีลเท่านั้น ละครเรื่องนี้ยังสอดแทรกด้วยตำนานเมืองลับแล กลุ่มคนที่สืบเชื้อสายมาจากพญานาค ทั้งยังได้รับอิทธิพลจากนิทานชาดกเรื่อง “ภูริทัตตชาดก” พระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้าที่เสวยพระชาติเป็นพญานาค เพราะพญานาคสุโภคะเป็นพระอนุชาของพระภูริทัตต์       กระแสเรื่องพญานาคและปริศนาที่มาของดวงไฟพญานาคในแม่น้ำโขงกำลังเป็นที่สนใจของประชาชน จึงทำให้เกิดภาพยนตร์เรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 เข้าฉายในโรงเมื่อปี 2545 อีก 5 ปีถัดมา บริษัท เป่าจิ้นจง ได้สร้างละครเรื่อง กาษา […]

นันโทปนันทนาคราช นาคมิจฉาทิฏฐิ ผู้อำพรางแดนสวรรค์

นันโทปนันทนาคราช นาคมิจฉาทิฏฐิ ผู้อำพรางแดนสวรรค์ นันโทปนันทนาคราช เป็นชื่อของพญานาคที่คนไทยรู้จักพอ ๆ กับมุจลินทนาคราช ในฐานะนาคมิจฉาทิฏฐิ คือนาคที่ไม่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และคำสอนของพระองค์ หลายคนอาจคุ้นชื่อของพญานาคตนนี้จากพระคาถาพาหุง ตรงท่องที่ว่า ” นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม ชะยะมังคะลา “ แปลว่า ” พระจอมมุนีได้ทรงโปรดให้พระมหาโมคคัลลานเถระ นิรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพญานาคราชชื่อนันโทปนันทะ ผู้มีความหลงผิด มีฤทธิ์มาก ด้วยวิธีใช้ฤทธิ์ที่เหนือกว่าแก่พระเถระ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น ” พระคาถาในท่องที่ยกมานี้ปรากฎในอรรถกถา มหาโมคคัลลานเถรคาถา โดยมีความอยู่ว่า ครั้งพระพุทธเจ้าตรวจดูหมื่นโลกธาตุในเวลาใกล้รุ่งนั้น ปรากฎภาพของนันโทปนันทนาคราชขึ้นในทิพยญาณ พระองค์ตรวจอุปนิสัยของพญานาคตนนี้แล้วพบว่าเป็นนาคที่มีมิจฉาทิฏฐิ ไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย พระองค์ทรงเห็นว่ามีพระพุทธบุตรเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถช่วยปราบพยศให้พญานาคตนนี้ละจากมิจฉาทิฏฐิได้คือ พระมหาโมคคัลลานะ พระพุทธเจ้าทรงให้พระอานนท์เรียกพระภิกษุ 500 รูปให้เดินทางร่วมกับพระองค์ไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งในคณะพระภิกษุมีพระมหาโมคคัลลานะรวมอยู่ด้วย ขณะที่พระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้ง 500 กำลังเหาะไปยังแดนสวรรค์ ได้เหาะข้ามเหล่านาคที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับสุรา โดยมีนันโทปนันทนาคราขเป็นประธาน […]

พระนาคปรก พระประจำวันเสาร์ ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่านาคปรกจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร

พระนาคปรก พระประจำวันเสาร์ ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่านาคปรกจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร พระนาคปรก คือพระพุทธรูปประจำวันเสาร์ ทุกคนทราบว่าเป็นพระที่คนที่เกิดวันเสาร์ต้องบูชา แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ทำไมคนวันเสาร์ต้องบูชาพระปางนี้   พระพุทธรูปประจำวันเสาร์ ทำไมต้องเป็นพระนาคปรก ครั้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ทรงโปรดฯให้สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงคิดค้นคัดเลือกพุทธอิริยาบถปางต่าง ๆ ตามพุทธประวัติมาสร้างเพิ่มเติมขึ้น และรวมกับพระพุทธรูปปางเดิมที่มีมาก่อนหน้านี้จึงรวมทั้งสิ้น 40 ปาง โดยพื้นเพตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ วันเสาร์ เป็นวันแข็ง แล้วดาวเสาร์เป็นดาวบาปเคราะห์ใหญ่ส่งผลให้คนเกิดวันนี้มักอาภัพ ต้องเหน็ดเหนื่อย และมักมีเรื่องทุกข์ใจ ผิดหวังบ่อยครั้ง รวมทั้งมักพบปัญหาอุปสรรคอยู่เสมอ ดังนั้น พระนาคปรกจึงเป็นพระประจำวันนี้ เปรียบเสมือนให้พญานาคราชได้แผ่พังพานปกป้องคุ้มครองเจ้าชะตาให้พ้นทุกข์และภัยพิบัติต่าง ๆ อีกทั้งดาวเสาร์ยังใช้เลข 7 เป็นสัญลักษณ์ซึ่งตรงกับเศียรพญานาคราชที่มี 7 เศียรและยังวงขนดเป็น 7 รอบอีกด้วย   พระพุทธเจ้ากับมุจลินทนาคราช พระปางนาคปรก มีที่มาจากเหตุการณ์ในมุจลินทสูตร ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ และประทับบำเพ็ญสมาบัติเสวยวิมุตติสุข ณ อาณาบริเวณที่ไม่ไกลจากต้นพระศรีมหาโพธิ์แห่งละ 7 วันนั้น ในสัปดาห์ที่ 3 […]

พญานาคในทรรศนะของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

พญานาคในทรรศนะของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชปุจฉาถึง กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส หรือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ว่าด้วยเรื่อง จตุโลกบาล พระองค์ทรงสืบค้นเรื่องจตุโลกบาล เพื่อเป็นข้อมูลเขียนภาพที่วัดเบญจมบพิตร พระองค์ทรงตรวจข้อมูลจากหลายแหล่งแล้ว ทราบว่าในพระพุทธศาสนากล่าวถึงจตุโลกบาลไว้ใน อาฏานาฏิยสูตร และบางส่วนของคัมภีร์ในพระพุทธศาสนากล่าวไม่ตรงกัน รัชกาลที่ 5 ทรงขอความช่วยเหลือจากกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ให้พระองค์ทรงระบุรูปลักษณ์ ประวัติ สีผิว อาวุธ ของจตุโลกบาล     กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสแห่งวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงสนองงานรัชกาลที่ 5 ศึกษาและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับจตุโลกบาลอย่างละเอียด ทั้งในศาสนาพราหมณ์ พระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายาน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ พญานาคในทรรศนะของกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส พระองค์ทรงวิสัชชนาถวายรัชกาลที่ 5 ว่า     “พวกนี้ (นาค) เข้าใจต้องกันทั้งฝ่ายพราหมณ์และฝ่ายผู้ถือพระพุทธศาสนาว่า เป็นชาติงูมีภพอยู่ภายใต้ เรียกบาดาล ฝ่ายพราหมณ์กล่าวตามหนังสือปทานุกรมว่าด้วยชื่อต่าง ๆ ในเรื่องฮินดู จัดเป็นพวก เทวดากลาย ๆ มีหน้าอย่างมนุษย์ มีหางอย่างงู […]

พญานาคปากพล่อย นิทานธรรมะเตือนใจอย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน

พญานาค ปากพล่อย นิทานธรรมะเตือนใจอย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน นิทานธรรมเรื่องนี้ เป็นนิทานธรรมะเรื่องหนึ่งที่ดีมาก เท่าที่อ่านมา สอนใจเราในเรื่องของการระวังตัวในการพูดความลับ ไม่เช่นนั้นจะประสบชะตาเดียวกับ พญานาค ตนนี้ กาลครั้งหนึ่ง มีชีเปลือยอยู่คนหนึ่ง เป็นที่นับถือของชาวบ้านแม้กระทั่งพญานาค วันหนึ่งพญาครุฑทราบข่าวว่ามีชีเปลือกที่เป็นที่นับถืออาศัยอยู่บริเวณนี้ พญาครุฑเข้ามาภายในอาศรมพร้อมกับถวายพวงมาลัยบูชาชีเปลือย ชีเปลือยถามขึ้นว่า “ท่านพญาครุฑผู้ทรงฤทธา เหตุไฉนจึงมาหาข้ามนุษย์ผู้ต่ำด้อยเช่นนี้” พญาครุฑยกมือพนมแล้วกล่าวว่า “ข้ามาที่พึ่งท่านนักบวชผู้สละทางโลก” “ท่านจะมาพึ่งเราด้วยเรื่องอันใด” “ท่านเป็นที่นับถือของพญานาค ท่านพอจะทราบไหมว่า เหตุไฉนเหล่านาค ซึ่งเป็นอาหารของเราหมู่นี้จึงจับได้ยากเย็นนัก” ชีเปลือยพอทราบเรื่องนี้มาบ้าง เพราะพญานาคนามว่า “ปัณฑรกนาคราช” เคยเล่าไว้เมื่อหลายวันก่อน “ข้าพอทราบ พญานาคตนหนึ่งที่นับถือเราเคยเล่าไว้ว่า พวกนาคพอเห็นพญาครุฑบินมา นาคก็จะกลืนก้อนหิน แล้วขดตัว เมื่อครุฑบินมาจับนาค ด้วยความหนักของหินที่กลืนเข้าไป ทำให้ครุฑบินขึ้นไม่ไหว ครุฑบางตนอาจต้องทิ้งนาคอาหารอันโอชะ แต่บางตนก็จมน้ำตาย เพราะนาคได้พันขาครุฑนั้นไว้อีกที” พญาครุฑได้ทราบสาเหตุที่จับนาคได้ยากแล้ว จึงกล่าวขึ้นว่า “ขอบพระคุณท่านจริงๆ” จากนั้นพญาครุฑอำลาชีเปลือยแล้วบินมุ่งไปยังหาดทราย ซึ่งปัณฑรกนาคราชกำลังอาบแดดอยู่ พญานาคเห็นพญาครุฑบินมุ่งมาใกล้ตัว ก็รีบกลืนหินเข้าไป แต่ครั้งนี้พญาครุฑรู้ทันจึงจับนาคที่ปลายหางแล้วบินขึ้นสูง เมื่อเศียรปัณฑรกนาคราชดิ่งลง จึงทำให้ต้องคายหินออกมา เมื่อคายหินแล้วครุฑยิ่งจับนาคแน่นขึ้น พญาครุฑจึงสรรเสริญชีเปลือย “เราสามารถจับราชาแห่งนาคได้ ต้องขอขอบพระคุณชีเปลือยผู้นั้น” […]

พญานาคอยากเป็นมนุษย์

พญานาคอยากเป็น มนุษย์ พญานาคตนหนึ่งเบื่อหน่ายนาควิมาน เบื่อหน่ายทิพยสมบัติ เบื่อหน่ายภพชาติเดรัจฉา จึงพยายามหนีจากเดรัจฉาภูมิ ด้วยการรักษาศีล เพื่อหวังได้เกิดเป็น มนุษย์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพญานาคอยู่ตนหนึ่ง ปกครองนครบาดาลด้วยทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล และนางนาคเป็นบริวารถึงหมื่นนาง วันหนึ่งพญานาคเกิดเบื่อหน่ายร่างที่เป็นเดรัจฉา เกิดปรารถนาหาความสงบสุขจากการเสพกามคุณ นางนาคผู้เป็นพระมเหสีเห็นพระสวามีผิดแปลกไปกว่าทุกๆวัน จึงชักชวนให้เหล่านางนาคที่เป็นพระสนมเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ พญานาคก็มีความสุขกับบรรดาพระสนมทั้งหลายไม่กี่วันก็เกิดความเบื่อหน่ายขึ้นอีก พระแท่นที่ประทับของพระอินทร์เกิดร้อนจนพระอินทร์ทนนั่งไม่ได้จึงทราบว่า พญานาคอยากบำเพ็ญบุญ จึงเสด็จสู่นครบาดาลในรูปของมนุษย์หนุ่มรูปงาม พญานาคเห็นพระอินทร์ในรูปของมนุษย์หนุ่ม จึงเกิดความคิดว่ารูปลักษณ์ดูงามกว่าร่างของนาคเป็นไหน ๆ จึงถามพระอินทร์ว่า “เราจะทำอย่างไรที่จะได้มีร่างที่งามเช่นนี้” พระอินทร์จึงตอบกลับว่า “บำเพ็ญศีลแล้วจะได้เกิดเป็นมนุษย์ในภพหน้า” พญานาคทราบดังนั้นจึงตั้งใจจะขึ้นไปถือศีลบนโลกมนุษย์ พญานาคกล่าวลาพระมเหสีว่า หากตนเป็นอันตรายให้มาดูน้ำที่สระบัว ถ้าถูกมนุษย์ทำร้ายน้ำในสระจะขุ่นมัว หากถูกครุฑจับไป น้ำในสระบัวจะเป็นเดือดพล่าน และมีหมองูมาจับไปน้ำในสระจะเป็นสีแดงเลือด แล้วพญานาคก็มุ่งสู่โลกมนุษย์ อาศัยจอมปลอมเป็นที่ยึดเกาะแล้วทำสมาธิ ชาวบ้านเห็นนาคมีขดที่จอมปลอมเห็นเป็นเรื่องแปลก จึงนำเครื่องบูชา ของหอม ต่างๆมาบูชา วันต่อมามีหมองูเดินทางผ่านมาพบพญานาคเข้าจึงเข้าจับพญานาคด้วยฤทธิ์ของมนต์ แต่ตามจริงแล้วพญานาคสามารถใช้ฤทธิ์ และพิษพ่นใส่ให้หมองูตายได้ แต่พญานาคถือศีลจึงไม่คิดฆ่าใคร ยอมให้เขาจับไปโดยดี หมองูนำพญานาคออกแสดงโชว์ตามเมืองต่างๆ ได้เงินทองมากมายจนมาถึงเมืองพาราณสี พระราชาอยากชมพญานาคจึงให้หมองูเข้าเฝ้า พญานาคแสดงฤทธิ์และร่ายระบำให้พระราชาชมก็ปรากฏฝนตกลงมาเป็นเพชรพลอย เทวดาเห็นความตั้งใจของพญานาคที่บำเพ็ญศีลโดยศีลไม่ขาดมาเป็นเวลาหนึ่งเดือน พระมเหสีเห็นน้ำในสระบัวเป็นสีแดงเลือดจึงออกติดตามจนมาพบพระสวามีกำลังแสดงอยู่หน้าพระพักตร์พระราชา จึงทูลขอพระสวามีคืน พระราชาเมตตาไถ่ขอจากหมองูให้ พญานาคจำแลงร่างเป็นมนุษย์รูปงาม […]

keyboard_arrow_up