ทำไมผู้หญิงถึงฝันร้าย มากกว่าผู้ชาย

ฝันร้าย เรื่องที่ถูกคนล้วนเคยเจอ ความฝันเป็นเรื่องปกติของทุกคน บางครั้งนอนฝันตื่นขึ้นมาอาจจำเรื่องราวได้ แต่บางครั้งตื่นมา เราอาจจำได้เพียงความรู้สึกลางๆ แต่จำรายละเอียดที่ชัดเจนของมันแทบไม่ได้  ซึ่งความฝันที่มีเหล่านี้มักเชื่อมโยงกับจิตใจ และความรู้สึกลึกๆ ทำให้กลายมาเป็นภาพฝันในตอนนอน สอดคล้องกับคำอธิบายของ Sigmund Freud (ซิกมันด์ ฟรอยด์) นักจิตวิทยาชื่อดังว่า การที่คนเราฝัน ตอบสนองถึงความต้องการบางอย่างของจิตใต้สำนึก และทำไมบางครั้งเราถึงฝันร้าย ทั้งๆ ที่เราก็รู็สึกมีความสุขด้วยล่ะ ? มหาวิทยาลัยเวสต์ ออฟ อิงแลนด์ ได้นำอาสาสมัครทั้งชายและหญิง มาทดลองเรื่องความฝันและทำการบันทึก จากนั้นค้นพบว่า ผู้ชายฝันร้าย 19% และผู้หญิงฝันร้ายมากถึง 30% ทำให้สรุปได้ว่า “ผู้หญิงมักฝันร้ายบ่อยกว่าผู้ชาย” ถึงแม้ว่ามักจะมีอาการนอนไม่หลับมากกว่า   แล้วทำไมผู้หญิงถึง “ฝันร้าย” กันบ่อยขนาดนี้ ? เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วผู้หญิงจะรับมือกับความกังวล หรือมีการจัดการความรู้สึกที่แย่ ได้น้อยกว่าผู้ชาย จึงเป็นเหตุผลให้เราเก็บความรู้สึกด้านลบไว้ในจิตใจ โดยจะสามารถแบ่งประเภทความฝันได้เป็นประเภท อย่าง การฝันว่ามีคนมาไล่ล่า หรือต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดให้ได้ รวมถึงความฝันที่ต้องสูญเสียสิ่งของ ผู้คน การจากลา และถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว นอกจากนี้เรื่องของประจำเดือน อารมณ์แปรปรวน อุณหภูมิในร่างกายก็มีส่วนสำคัญต่อความฝันของผู้หญิงเช่นกัน […]

อภยปริตร (แปล) สวดแล้วไม่ฝันร้าย  

อภัยปริตร เป็นพระพุทธมนต์แห่งการให้อภัยและอโหสิกรรม อานิสงส์ของการสวดบทนี้จะทำให้พ้นจากทุกข์ ที่เกิดจากความไม่สบายใจและฝันร้าย

ฝันร้ายของแม่ เรื่องจริงไม่อิงนิยาย ของแม่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก

ฝันร้ายที่แสนทรมานของคนเป็นแม่ แม่ทุกคนต้องการให้ลูกมีร่างกายแข็งแรง เติบโตมีอนาคตที่สดใส  ทว่าชะตาพาให้ลูกสาวสุดที่รักของเธอ ต้องป่วยเป็นมะเร็งต่อมหมวกไต

ไม่สามารถมีลูกได้ เพราะ คำสาป จากความฝันตามหลอกหลอน

คำสาป จากความฝัน ใครไม่เจอกับตัวคงไม่เข้าใจว่ามันหลอน น่ากลัวเพียงใด “เมื่อไหร่จะมารับลูกไปเสียที ฝากฉันไว้นานแล้วนะ” หญิงผิวคล้ำร่างผอมเกร็งตวาดใส่หน้าฉัน สายตาคู่นั้นจ้องเขม็งมองตรงมา แต่นั่นก็ไม่น่าหวาดหวั่นเท่าสายตาของเด็กชายที่หญิงคนนั้นอุ้มอยู่ สายตาคู่นั้นทำให้ฉันต้องสาวเท้าออกวิ่ง วิ่ง วิ่ง…อย่างไม่คิดชีวิต แต่สายตาไร้เดียงสาคู่นั้นก็ยังตามติดฉันมาไม่ห่าง นึกถึงครั้งใดก็ให้เสียวสันหลัง หลายคืนมาแล้วที่ฉันฝันเป็นซีรี่ส์แบบนี้…ฝันว่าท้อง ฝันว่ามีลูก ฝันว่าจูงมือเด็กผู้ชาย ฝันว่ามีเด็กมากระชากมือฉันออกจากมือของคนรัก แล้วสักพักก็สะบัดมือวิ่งหนีไป ในความฝัน เรามีความสัมพันธ์คล้ายแม่ลูก แต่ติดที่ว่าเด็กคนนี้มักมองฉันด้วยแววตาอาฆาต เจ็บปวด เกลียดชัง นี่ถ้าฉันเคยทำแท้งแม้สักครั้ง ฉันคงคิดว่าเด็กคนนี้เป็นลูกที่ฉันตัดสินใจฆ่าไปแล้วแน่ๆ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคย… ฉันทนความพิศวงในใจไม่ไหว และที่พึ่งของฉันก็คือวัด ฉันกราบพระประธานในโบสถ์ ถวายสังฆทานให้หลวงพ่อรูปหนึ่ง หลวงพ่อถามฉันว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ประโยคเปี่ยมเมตตานั้นเองที่ทำให้ฉันเล่าความฝันให้ท่านฟัง และท่านก็ให้สติฉันว่า “คงเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่ยังไม่เลิกแล้วต่อกัน เวลาทำบุญทำกุศล โยมอย่าลืมส่งบุญให้เขาบ้าง แล้วก็คิดดี ทำดี พูดดี เท่านั้นละลูก พระคุ้มครอง” เรียบๆ ง่ายๆ แต่ทำให้ฉันสบายใจขึ้นมาพอสมควร ฉันกราบลาพระประธานด้วยจิตใจที่สงบ ไม่กลัวที่จะต้องฝันอะไรแบบนั้นอีก แต่เงื่อนงำของความฝันยังคงค้างคาอยู่ในใจฉันเรื่อยมา กระทั่งวันหนึ่ง โทรศัพท์สายหนึ่งที่เข้ามาก็เหมือนจะช่วยคลี่คลายความฝันของฉัน เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับเงินห้าพันบาทที่ฉันให้เพื่อนยืมไป โดยไม่ถามไถ่ว่าทำไมนักศึกษาปีหนึ่งอย่างเขาถึงได้มีเรื่องร้อนเงินขึ้นมากะทันหัน ฉันจำได้เพียงว่าจู่ๆ เพื่อนที่เคยร่าเริงก็มีอาการเงียบ ซึม […]

keyboard_arrow_up