Dhamma Daily : กลัวโควิด-19 ควรทำใจอย่างไรดี 

Dhamma Daily : กลัวโควิด-19 ควรทำใจอย่างไรดี  จากสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันที่นับวันจะมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น ทำให้เกิดความหวาด กลัวโควิด-19 เป็นอย่างมาก พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญแห่งสำนักวิวัฏฏะ จังหวัดเลย ได้เมตตาช่วยชี้แนะว่าเราควรจะปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความกลัวโควิด-19 ดังนี้ ปัญหาธรรม : หากเรากลัวโควิด-19 ควรทำใจอย่างไรดี พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ : พระผู้มีพระภาคเจ้าได้แสดงไว้ว่า โรคนั้นมีสองอย่างคือ “โรคทางกาย” และ “โรคทางใจ” เราไม่ประมาท ดูแลภูมิต้านทานเป็นอย่างดี นั้นคือเราไม่ประมาทโรคทางกาย โรคทางจิตใจคือเรื่องของกิเลสและการปรุงแต่ง วิตก กังวล เครียด ธรรมะจะมีบทบาทช่วยในตรงนี้ รักษาใจให้เป็นปกติ ว่างจากสังขารการปรุงแต่ง เพราะความปรุงแต่งมากขึ้น อารมณ์ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ใจก็เศร้าหมองขุ่นมัว ธรรมะคือยารักษาใจ เป็นโอสถธรรม โอสถทิพย์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปรุงแต่ง วิตก กังวล ธรรมะนั้นก็คือกรรมฐาน เช่น อยู่กับลมหายใจ (อานาปานสติ) กรรมฐานทุกหมวดทุกประเภท เป็นการทำให้จิตไม่คิดไปในเนื้อเรื่อง ในเนื้อหาเหล่านั้น […]

Dhamma Daily : ถ้าให้เลือกได้ 1 อย่าง สิ่งที่ควรทำในช่วงกักตัว 14 วันคืออะไร

คนที่ไปในสถานที่มีเชื้อไวรัส รัฐบาลมีมาตรการให้ กักตัว 14 วัน สำหรับคนที่ต้องกักตัวแบบนี้ สิ่งที่พวกเขาควรทำในช่วงโควิด-19ระบาดคืออะไร

คิดบวก คือคิดอย่างไร ธรรมะดี ๆ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

คิดบวก คือคิดอย่างไร ธรรมะดี ๆ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี เดี๋ยวนี้ได้ยินแต่คำว่า “คิดบวก” อยู่บ่อย ๆ เลยอยากทราบว่าการคิดบวกคือคิดอย่างไร การคิดบวกจะทำให้เราไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงใช่หรือไม่ ในสถานการณ์อย่างไรจึงจะใช้การคิดบวก บางคนก็ประณามการคิดบวกว่าเป็นวิธีคิดของคนสิ้นคดิ ความจริงเป็นอย่างไรกันแน่ครับ จากนักศึกษาไทยในออกซฟอร์ด การคิดบวกอาจอนุโลมเรียกว่าเป็นวิธีคิดอย่างหนึ่งในพุทธธรรมได้เหมือนกัน โดยมีชื่อเรียกว่า “อุปปาทกมนสิการ” แปลว่า “การคิดให้เกิดกุศลธรรม” หรือ “การคิดเพื่อให้เกิดประโยชน์” หลักทั่วไปมีอยู่ว่า ให้เรารู้จักมองหาแง่ดี แง่งาม แง่ที่เป็นประโยชน์ของสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราให้พบ แล้วพยายามใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นให้ได้ ขั้นตอนของการคิดบวกมีอยู่สองขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 เป็นการมองสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง แล้วพยายามแก้ปัญหาบนพื้นฐานของความเป็นจริงให้ได้อย่างถึงที่สุดก่อน แต่ถ้าหากพยายามทุกวิถีทางแล้วก็ยังไม่อาจแก้ปัญหาอะไรได้เลย จึงมาถึงขั้นตอนที่ 2 คือเริ่มใช้การคิดบวกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ขั้นตอนที่ 2 คือ เมื่อพยายามแก้ปัญหาตามความเป็นจริงจนสุดความรู้ความสามารถแล้ว แต่กลับพบว่าเหตุปัจจัยที่ขวางอยู่ตรงหน้านั้นใหญ่โตหรือยากเย็นเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้ แทนที่เราจะเป็นฝ่ายยอมจำนน หรือยอมรับสภาพอย่างจนมุมและอยู่กับปัญหาแบบหมดอาลัยตายอยาก เรากลับลุกขึ้นมา ปรับวิธีคิดและปรับมุมมองของเราใหม่ เพื่อที่จะเผชิญกับความเป็นจริงในเชิงสร้างสรรค์ พูดง่าย ๆ ว่า […]

“อย่ายอมให้คอร์รัปชัน กลายเป็นวัฒนธรรมของชาติ” ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

“อย่ายอมให้ คอร์รัปชัน กลายเป็นวัฒนธรรมของชาติ” ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี ถาม : ดิฉันทำงานอยู่แผนกจัดซื้อในโรงพยาบาลของรัฐ โดยมีหัวหน้าแผนกและพนักงานขายร่วมกันทุจริตในการซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์มานานแล้ว ดิฉันรู้เห็น แต่ไม่เคยมีส่วนได้เสียเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ เพราะแม้แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็ยังมีส่วนแบ่ง ดิฉันไม่ทราบจะไปร้องเรียนที่ไหน หรือว่าจะลาออกดี แต่อายุขนาดนี้แล้วก็ไม่รู้จะไปทำงานอะไร รู้สึกบาปมากค่ะ ตอบ : ในฝ่ายพระสงฆ์ของเรานั้นว่ากันว่า ถ้าเห็นผู้อื่นทำผิดวินัยแล้วเราเฉย ๆ ก็เท่ากับว่าเราเองกำลังมีส่วนผิดด้วย เพราะความเสียหายที่คนอื่นทำนั้น บางทีไม่ได้เกี่ยวกับเราก็จริงอยู่ แต่มันเกี่ยวกับประโยชน์ส่วนรวมของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งการที่เราเฉยก็เหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วย ไม่ทราบว่าคุณเคยได้ยินคำกล่าวทำนองนี้บ้างหรือไม่ “หากเราไม่ร่วมแก้ปัญหา เราก็คือส่วนหนึ่งของปัญหา” แต่อย่างไรก็ตาม บางครั้งมนุษย์เราก็มีปัญหาเรื่อง “ความมั่นคง” ของชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในกรณีของคุณก็เช่นกัน บางทีการพูดออกไปก็หมายถึงอันตรายที่จะเกิดกับตัวเอง แต่หากเฉยไว้ ๆ ประเทศชาติก็เสียหายจากปัญหาทุจริตไม่จบไม่สิ้น ทางสายกลางในเรื่องนี้ก็คือ ควรหาทางแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเรื่องการทุจริตนี้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวเองก็ได้ โดยวิธีนี้คุณเองก็ปลอดภัย และยังสามารถแก้ปัญหาได้อีกด้วย ซึ่งการทำเช่นนี้คือการแก้ปัญหา ส่วนการอยู่เฉย ๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น นั่นแหละคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ “คนชั่วยังคงลอยนวล” อยู่ทั่วไป และทำให้ การคอร์รัปชันกลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลักของสังคมไทยที่แตะไปยังวงการไหนก็มีเหมือนกันหมด หากเราคนไทยยังคงเย็นชากับปัญหา […]

Dhamma Daily : ชาวพุทธควรทำอย่างไรเมื่อต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ท่ามกลางสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายคนตึงเครียดไม่น้อย เราในฐานะที่เป็นชาวพุทธจะฝ่าฟันกับเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างไร ซีเคร็ตจึงรวบรวมปัญหาธรรมถึงพระอาจารย์มานพ มานิโต แห่งวัดธารน้ำไหล ท่านเมตตาตอบปัญหาธรรมเหล่านี้ให้กระจ่างและได้ข้อคิดดังนี้ 

การมีชีวิตอยู่อย่างไม่กลัว โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

การมีชีวิตอยู่อย่างไม่กลัว โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร  ยุคสมัยนี้เป็นยุคที่มรสุมถาโถมเข้ามา ผู้คนจิตใจเร่าร้อน วุ่นวาย อย่างปัจจุบันก็มีเรื่องของไวรัสเกิดขึ้น ผู้คนตื่นตระหนก เกิดความกลัว เกิดความทุกข์ทรมานจิตใจ เราจะผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้อย่างไร พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “ เธอจงมีธรรมเป็นเกราะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นสรณะเลย” ฝึกสติปัฏฐาน จนมีจิตใจที่ตั้งมั่น เข้าถึงธรรมที่บริสุทธิ์ แล้วท่านทั้งหลายจะพบกับความร่มเย็น ความสงบสุข ความมั่นคงจากข้างใน ชีวิตคนเราไม่ต้องการอะไรมากมายเลย แต่ที่มันกระเสือกกระสนทุรนทุราย เพราะว่าความทะยานอยากมันชักนำไป แต่เมื่อไรที่เราตื่นขึ้น มีจิตใจที่ตั้งมั่น มีธรรมเป็นเกราะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง สลัดความทุกข์ทรมานทุกอย่างออก ท่านจะพบกับชีวิตที่มีความร่มเย็นเป็นสุข และสงบเย็น เราสร้างได้ด้วยตัวของเราเองด้วยการเจริญสติปัฏฐานสี่ อะไรมันจะเกิดก็เกิด อะไรจะดับก็ดับ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่มีการบังเอิญหรอก เป็นไปตามปัจจัยที่เกิดขึ้น จิตที่ไม่ได้รับการฝึกฝน จะหวั่นไหว ทุรนทุราย  เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นก็ตื่นตระหนก เกิดความเครียด ความกดดัน เกิดความกลัว เกิดความเร่าร้อน แต่ถ้าท่านทั้งหลายฝึกสติปัฏฐานสี่อยู่เนืองๆ จนมีจิตใจที่ตั้งมั่น มีธรรมเป็นเกราะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ท่านจะไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น อะไรมันจะเกิดก็เกิด อะไรจะดับก็ดับ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีการบังเอิญ  ความตายยังไงมันเกิดขึ้นแน่นอน […]

การกระทำของ ” ไอซ์ หีบเหล็ก ” เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมหรือไม่

การกระทำของ ” ไอซ์ หีบเหล็ก ” เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมหรือไม่ ข่าว ไอซ์ หีบเหล็ก กำลังเป็นที่สนใจและถูกตั้งคำถามต่อการกระทำของเขา ซีเคร็ตจึงเกิดข้อสงสัยเรื่องพฤติกรรมและการกระทำของไอซ์ หีบเหล็ก รวมไปถึงการหาทางแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกด้วยธรรมะ ซีเคร็ตจึงได้ขอความเมตตาจากพระครูธรรมรัต (ธนัญชัย เตชปญฺโญ) แห่งวัดญาณเวศกวัน ช่วยตอบปัญหาธรรมนี้ ” การกระทำของไอซ์ หีบเหล็กถือว่าเป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมหรือไม่ และถ้าเราเป็นไอซ์ หีบเหล็ก จะทำอย่างไรให้หลุดพ้นจากวิบากกรรมที่ต้องฆ่ากันไปฆ่ากันมาเช่นนี้ แล้วถ้าเราตกเป็นเหยื่อของฆาตกร ควรทำตัวอย่างไรให้รอดจากการถูกฆ่า และคดีนี้สอนหรือเตือนใจเราอย่างไรบ้างคะ พระอาจารย์ ”  พระอาจารย์ไขปัญหาธรรมดังนี้ : ก่อนตอบคำถาม ผู้เขียนขอชื่นชมผู้ถามสักเล็กน้อยว่า มีความเป็นนักศึกษาที่ดีที่สนใจใคร่ธรรมและรู้จักน้อมนำมาสู่วิถีชีวิต ชาวพุทธผู้ได้ชื่อว่า เป็นผู้ตื่น รู้ เบิกบาน ต้องเป็นนักศึกษาชนิดที่ใฝ่รู้ใฝ่สร้างสรรค์อย่างนี้ และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในความรู้ ชาวพุทธต้องจับหลักให้ได้ โดยเฉพาะหลักกรรม ซึ่งเป็นหลักสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตของมวลมนุษยชาติ แต่ก็ต้องเตือนตนบ่อยๆ ด้วยว่า แม้หลักกรรมจะสำคัญแต่ก็ยังมีหลักอื่นๆ ที่ต้องระลึกเสมอ ไม่เช่นนั้นจะเหมารวมไปหมดว่าอะไรๆ ที่เป็นไปนั้นเป็นเพราะกรรมเสียหมด อย่างนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นความเห็นผิดชนิดหนึ่ง ผู้สนใจพึงศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง นิยาม ๕ (ได้ในพจนานุกรมพุทธศาสน์ […]

Dhamma Daily : ถ้าฆ่าสัตว์มีพิษเพื่อป้องกันตัว บาปหรือไม่

มีคำถามส่งมายังนิตยสารซีเคร็ตเพื่อคลายความสงสัยว่า ฆ่าสัตว์เพื่อป้องกันตัว เช่น ตะขาบ งูพิษ บาปมากไหม พระอาจารย์ผู้ไขปัญหาธรรม อธิบายว่า

ท่าน ว. วชิรเมธี ไขข้อข้องใจ ศาสนาอื่น ตายแล้วไปไหน?

ดิฉันเชื่อว่านรก – สวรรค์มีอยู่จริง แต่สงสัยว่าผู้ที่นับถือศาสนาอื่นซึ่งไม่ได้ห้ามการกระทำที่เป็นอกุศลกรรมตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ตายแล้วไปไหน

ผิดไหม? เลือกศรัทธาเฉพาะ พระเคร่งวินัย …ท่าน ว.วชิรเมธี มีคำตอบ

เลือกทำบุญและศรัทธาเฉพาะพระที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน หรือ พระเคร่งวินัย เท่านั้น ถือเป็นความคิดที่ไม่ดี เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: พระธาตุ ต่าง ๆ เป็นของแท้ที่ควรแก่การสักการบูชาหรือไม่

อยากทราบว่า พระธาตุ ที่มีอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ เป็น พระธาตุ ของพระพุทธเจ้าจริง ๆ หรือเปล่าคะ แล้วควรแก่การสักการบูชาจริงๆ หรือไม่

ทำอย่างไรเราจะคิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย โดย พระไพศาล วิสาโล

ทำอย่างไรเราจะ คิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย โดย พระไพศาล วิสาโล ปุจฉา : ทำอย่างไรเราจะ คิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ ได้ตอบปัญหาธรรมไว้ดังนี้ วิสัชนา : การนึกถึงความตายบ่อย ๆ จะทำให้เราคุ้น รับรู้และระลึกถึงความตายได้โดยไม่ตระหนก เวลาอ่านข่าวอุบัติเหตุ อ่านข่าวสึนามิ แผ่นดินไหวต่าง ๆ ให้เราคิดว่าเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นกับเรา เรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์นั้นด้วยตัวเอง หากเรารู้สึกอินกับมันมากเหมือนกับว่าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ใหม่ ๆ เราจะรู้สึกใจวูบใจหายและปฏิเสธที่จะคิดต่อเลยด้วยซ้ำไป แต่ก็ไม่เป็นไร ควรทำต่อไป หากรู้สึกว่าเรากำลังจะตายจริง ๆ เราจะได้คิดว่า ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย รวมทั้งฐานะ อำนาจ และชื่อเสียงทั้งหลายที่เราสะสมมานั้นไม่มีประโยชน์เลย เพราะมันช่วยอะไรเราไม่ได้เลย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ เราจะตาสว่างขึ้นมาและไม่ลุ่มหลงสิ่งเหล่านี้ หรือคิดว่ามันเป็นสรณะอีกต่อไป แต่เราจะเจริญมรณสติโดยนึกถึงความตายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงมือปฏิบัติด้วย นั่นคือทำความดี สร้างกุศล ไม่เอาเปรียบเบียดเบียนใคร ฝึกใจให้ปล่อยวาง ถ้าเราเจริญมรณสติ แต่ชีวิตเราไม่เปลี่ยน ยังลุ่มหลงเพลิดเพลินในโลกธรรม ยังทะเลาะกับคนโน้นคนนี้ ถึงเวลาตายก็ต้องกลัวอยู่ดี […]

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : เรายังเชื่อถือใน ความดีและความยุติธรรม ได้หรือไม่

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระวิปัสสนาจารย์ที่เน้นสอนด้านการปฏิบัติ โดยสอนที่พุทธิกสมาคมฯ จะมาตอบปัญหาเรื่อง “ความดีและความยุติธรรม”

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: โกหก เพราะหน้าที่ การงาน ผิดศีลหรือไม่

สำหรับชาวพุทธ โกหก ถือเป็นการผิดศีล แต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แทบทุกคนไม่มีใครที่ตลอดชีวิตไม่เคยโกหกเลย แม้เราทุกคนได้รับการสั่งสอนจากผู้ใหญ่ให้พูดแต่ความจริง

แก้ปัญหาอย่างไร เมื่อต้อง ผิดใจกับเพื่อนข้างบ้าน

ผู้อ่านคนหนึ่งมีเรื่อง ผิดใจกับคนข้างบ้าน ตื่นเช้าขึ้นมาก็ได้ยินเสียงพูดจากระทบกระแทกแดกดัน ถึงกับต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่เป็นผล

จงพร้อมจะเรียนรู้จากคุณครู ประสบการณ์

นอกจากความผิดพลาด ประสบการณ์ก็ถือเป็นครูชั้นยอดของมนุษย์เช่นกัน

Dhamma Daily : ควรทำอย่างไร เมื่ออยาก เปลี่ยนศาสนา แต่เกรงใจครอบครัว

เป็นเรื่องที่น่าคิดหนักเมื่อเราต้องการ เปลี่ยนศาสนา แต่ก็เกรงใจครอบครัว กลัวพวกเขาไม่เข้าใจเหตุผลของเรา พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธีมีคำอธิบายในเรื่องนี้

Dhamma Daily: หัวหน้า ไม่ให้โบนัส กลุ้มใจ ทำอย่างไรดี

หัวหน้า ไม่ให้โบนัส กลุ้มใจ ทำอย่างไรดี ถาม: ดิฉันทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งค่ะ ทุกปีจะมีการประเมินผลเพื่อปรับขึ้นเงินเดือนและพิจารณาโบนัส ดิฉันเคยถามหัวหน้าถึงข้อบกพร่องของตนเอง ที่ไม่ได้รับโบนัสและไม่ได้ปรับเงินเดือนมาตลอด หัวหน้า แจ้งว่า ไม่ควรอยากได้เงินของคนอื่น มันบาป ท่านมีความคิดอย่างไรในเรื่องนี้คะ ท่าน ว.วชิรเมธี ได้ตอบคำถามเรื่องนี้ไว้ว่า คำตอบของหัวหน้าคุณฟังดูไร้สาระมาก ๆ ถ้าคุณยังเชื่อว่านั่นคือเหตุผลที่แท้จริง คุณก็คงไร้สาระตามไปด้วยอีกคนหนึ่ง (ขออภัยที่ใช้คำแรงไปหน่อย แต่อยากให้คิดให้ถี่ถ้วน) เพราะในทางปฏิบัติแล้ว การที่เราทำงานก็มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะได้รับผลแห่งการทำงานนั้นอยู่แล้ว ถ้าใช้เหตุผลอย่างที่หัวหน้าของคุณบอกว่าการอยากได้ค่าตอบแทนเท่ากับเป็นการอยากได้เงินของคนอื่น ถ้าคุณยินดีเชื่อตามตรรกะนี้ ทุกคนในบริษัทก็ล้วนแต่กำลังอยากได้เงินของคนอื่นกันอยู่ทั้งนั้น ในทางที่ถูกแล้ว คุณไม่ควรจะเชื่อหากหัวหน้าโยนคำตอบตื้น ๆ เช่นนี้มาให้ แต่คุณควรถามต่อไปว่า คุณกับหัวหน้ามีปัญหาส่วนตัวอะไรกันอยู่หรือเปล่า ทำไมเขาจึงไม่พิจารณาปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนให้คุณ การที่ใครคนหนึ่งทำงานให้บริษัท ก็ย่อมมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะได้รับเงินเดือน หรือการเลื่อนขั้นเงินเดือนตามความรู้ความสามารถและความรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวกับบาปหรือไม่บาป นี่เป็นข้อตกลงทางกฎหมาย ไม่ใช่ข้อตกลงทางจริยธรรม ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เหตุผลที่หัวหน้าให้คุณนั้นเป็นเพียงเหตุผลแบบเด็ก ๆ เท่านั้น คุณควรถามหาเหตุผลที่จริงจังมากกว่านี้จากหัวหน้า มิเช่นนั้นแล้วก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมากไปกว่าที่เป็นอยู่ แล้วจะทำอย่างไรดี? หากที่ทำงานมีเรื่องการเมืองเยอะมาก  อีกคำถามหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ทำงานและเจ้านาย คือ ถาม: ในที่ทำงานของผม มีการเมืองเยอะมาก เก้าอี้ไม่มั่นคง […]

keyboard_arrow_up