ฝึกอ่านจิตเพื่อปล่อยวาง โดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม

ฝึกอ่านจิต เพื่อปล่อยวาง โดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม ฝึกก็คือ ฝึกอ่านจิต ตัวเอง ก็ใจของเราจริง ๆ เรารู้ว่าใจของเรากำลังรู้สึกอย่างไร เรากำลังสบายใจเรารู้ตัวเอง เราไม่สบายใจเราก็รู้ตัวเอง ฉะนั้นที่เรารู้ตัวเองตรงนั้น เราเพิ่มเข้าไปอีกนิดนึง พอรู้สึกสบายใจแล้วเรารู้ตัวเองว่าเราสบายใจ พอเรารู้ว่าสบายใจให้มองไปที่ความรู้สึกสบายใจนั้น พอรู้สึกไม่สบายใจก็มองเข้าไปที่ความรู้สึกไม่สบายใจ มองตรงนี้บ่อย ๆ เขาเรียกว่าฝึกอ่านความรู้สึก พอเรามองเข้าไปเราก็จะค่อย ๆ เห็นความเป็นจริง ว่ารู้สึกสบายใจมันเกิดจริง แต่เดี๋ยวนี้มันดับแล้ว พอเรามองมันมันก็ดับไป เพราะว่าอายุของความรู้สึกตรงนี้มันมีหนึ่งขณะจิต เกิดขึ้นมาหนึ่งขณะจิตแล้วดับลงทันที พอเราเข้าไปมองคราวนี้จิตใจเราก็เกิดการรอบรู้ขึ้นมา รู้ว่ามันเกิดขึ้นแล้วดับไป เกิดขึ้นแล้วดับไป พอเห็นเกิดขึ้นแล้วดับไปใจก็จะวางเฉย แต่ถ้าเรายังไม่สามารถอ่านความรู้สึกตัวเราเองได้ ตรงนี้ต้องฝึกเจริญสติ ในการฝึกเจริญสตินี่พระพุทธเจ้าก็มีแนวอุบายวิธีหลายอย่าง ฝึกเจริญสติด้วยการติดตามดูร่างกาย เดินแล้วไปตามดูอาการเดิน ยืนแล้วก็ตามดูร่างกายในขณะยืน นั่งอยู่แล้วไปตามดูอาการของกายในขณะนั่ง นอนอยู่แล้วก็ไปตามดูอาการของกายในขณะนอน ไปตามดูร่างกายในขณะเดิน ขณะยืน ขณะนั่งแล้วก็ขณะนอน พอไปตามดูกายบ่อย ๆ สติก็เกิด พอสติของเราเกิดคราวนี้สัมปชัญญะรอบรู้ก็เกิด พอเราเห็นกายจนชำนิชำนาญต่อไปก็ค่อย ๆ เห็นความรู้สึกก็เลยต้องมาฝึก ถ้าการปฏิบัติธรรมก็ฝึกเดินจงกรมหรือฝึกนั่งสมาธิ อย่างนั่งสมาธิเราก็หายใจเข้าเราเพียงมองดู หายใจออกเพียงมองดู นั่นคือเป็นการฝึกเจริญสติอย่างหนึ่ง […]

ฝึกใจอย่างไรให้เรารู้สึกพอใจในสิ่งที่มี ธรรมะสบายใจจากพระไพศาล วิสาโล

ฝึกใจอย่างไรให้เรารู้สึก พอใจ ในสิ่งที่มี ธรรมะสบายใจจากพระไพศาล วิสาโล เราจะฝึกจิตฝึกใจอย่างไรเมื่อทราบว่าคนอื่นได้ดีกว่าเรา เราจะสร้างความ พอใจ ขึ้นมาได้อย่างไร ลองเปรียบเทียบกับคนที่ยังไม่มีสิ สมมติเราได้โบนัสมาห้าหมื่น แต่เราถูกหวยมาหนึ่งแสนบางคนยังไม่ถูกเลย หรืออย่างมีเด็กคนหนึ่งเขาร้องไห้ที่ว่ารองเท้าเขาไม่สวย และแม่ไม่ยอมซื้อรองเท้าใหม่ให้ แต่พอเขาเห็นเด็กคนหนึ่งซึ่งขาขาดกำลังขอทานอยู่ เขาหยุดร้องเลย เขารู้สึกว่าเขายังโชคดีที่ยังมีรองเท้า และเขายังมีขา ปัญหาคนสมัยนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าตัวเองมีเท่าไร แต่อยู่ที่ว่าเพื่อนมีเท่าไร เรามีมากกว่าเขาหรือเปล่า มีน้อยก็จะเป็นทุกข์ เราอย่าไปมองเขา เราต้องรู้จักชื่นชมสิ่งที่เรามี พอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้ แล้วหยุดเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งอันนี้เรียกว่าสันโดษ ประการที่สองคือรู้จักปล่อยรู้จักวาง สิ่งที่เรายึด และทำให้เราทุกข์ ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และสองเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เช่น เงินหาย โทรศัพท์มือถือหาย มันผ่านไปแล้ว ให้เงินเพื่อนยืมแล้วเพื่อโกงไป มันเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เรายังไปยึดมัน เราจะไม่เสียแค่เงินแล้ว เราจะเสียใจ แล้วถ้าเราเสียใจมาก ๆ สุขภาพเราก็จะเสีย แล้วถ้าเราเสียใจมาก ๆ งานการเราก็จะเสีย แทนที่คนฉลาดจะเสียอย่างเดียวคือเสียเงิน หรือเสียโทรศัพท์มือถือ แต่ไม่ยอมเสียใจ ไม่ยอมเสียสุขภาพ ไม่เสียงานการ   ถอดความ […]

” การปล่อยวาง ” ไม่ใช่การปล่อยปละละเลย โดย พระอาจารย์ชยสาโร

” การปล่อยวาง ” ไม่ใช่การปล่อยปละละเลย ธรรมเตือนสติ โดย พระอาจารย์ชยสาโร การปล่อยวาง ในทางพระพุทธศาสนา คือไม่ใช่การปล่อยปละละเลย ด้วยการปล่อยวางการกระทำในขณะที่เรากำลังทำสิ่งที่ควรทำ ต้องทำด้วยการปล่อยวาง เราก็ปล่อยวางกิเลส ปล่อยวางอัตตาตัวตนที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการทำสิ่งที่ควรทำ ไม่ว่าเราทำสิ่งใดก็ตาม เราต้องเจอ “โลกธรรม” เช่น สรรเสริญ นินทา คนเราส่วนใหญ่หรือว่าทุกคนก็ว่าได้ ชอบคำสรรเสริญ ไม่ชอบคำนินทา และมีแนวโน้มจะหลงอยู่กับคำชื่นชม และน้อยใจ เสียใจ หรือว่าหมดกำลังใจเพราะคำนินทา ถ้าอย่างนั้นเราต้องการคำสรรเสริญ หรือยินดีกับคำสรรเสริญ เราก็จะทุกข์กับคำนินทา การทำงานด้วยการปล่อยวางก็คือ เมื่อเรากำหนดว่าสิ่งไหนควรทำ เราก็เตรียมตัวพร้อม แล้วมันจะไม่ยึดมั่นถือมั่นกับคำพูดของใคร เขาชื่นชม เราก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ก็เป็นสักแต่ว่าความรู้สึกของคนบางคน อาจจะเป็นด้วยความเข้าใจก็ได้ ไม่เข้าใจก็ได้ อาจจะพูดด้วยความจริงใจก็ได้ อาจจะพูดด้วยเจตนา ประจบประแจง  ก็เป็นเรื่องของโลก เราก็ทำ เรารู้ว่าถึงแม้ว่าทำด้วยความบริสุทธิ์ใจก็มีบางคนเขาจะนินทาเรา อาจจะเป็นด้วยเจตนาร้ายก็ดี หรือด้วยความหวังดีต่อเราก็ได้ สิ่งที่เขานินทาอาจจะมีส่วนถูกก็ได้ การปล่อยวางการคาดหวัง เพราะทำความดีทุกคนต้องยอมรับ หรือว่าไม่ ไม่มีใครน่าตำหนิเราได้ เพราะเราทำความดี อันนี้เราทำงานแบบไม่ ไม่รู้จักปล่อยวาง […]

เมื่อ “เปิดหน้าต่าง” ก็เท่ากับ “เปิดใจ”

วันนี้เป็นอีกวันที่ท้องฟ้าแปรปรวนเหลือเกิน ตอนเช้ายังสดใสสว่างจ้า อากาศกำลังสบาย ลมพัดมาแผ่ว ๆ แต่ตอนนี้ท้องฟ้ากลับแปรเปลี่ยนเป็นมืดมนดำทะมึนด้วยเมฆฝน ลมพัดโหมแรงขึ้น เหล่านกน้อยที่กำลังบินฉวัดเฉวียนอยู่บนฟ้าคงกำลังหาที่กำบัง บรรยากาศแบบนี้หากเป็นเมื่อก่อนฉันจะรู้สึกกังวลใจ เพราะฉันชอบเปิดหน้าต่างห้องทำงานทิ้งไว้เพื่อให้ลมพัดผ่าน แต่พอถึงเวลาฝนตก ถึงแม้พ่อจะทำกันสาดให้ยื่นยาวออกไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อมีลมแรง ๆ ฝนก็สาดเข้ามาทางหน้าต่าง เจ้ากันสาดที่พ่อทำไว้กลับช่วยอะไรไม่ได้เลย ทำให้หนังสือเอกสารสำคัญ ๆ และสิ่งของอีกหลายอย่างบนโต๊ะเปียกชุ่ม แต่ตอนนี้ฉันได้ปิด “หน้าต่างบานนั้น” ไว้แล้ว จึงทำให้ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความรู้สึกราวกับได้กำชัยชนะเล็ก ๆ ส่วนในใจก็คิดว่า “เจ้าฝนเอ๊ย เจ้าทำอะไรห้องทำงานของฉันไม่ได้หรอก” หน้าต่างก็คล้ายใจคน เมื่อเราเปิดออกก็ทำให้ได้เรียนรู้หลาย ๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เช่น ความเจ็บไข้ได้ป่วย การพลัดพรากจากคนที่เรารัก การถูกเลิกจ้างงาน ความล้มเหลวในการทำธุรกิจ หากเราได้เตรียมใจไว้ก่อน เราจะรับมือกับเรื่องราวร้าย ๆ ได้ดีขึ้นและคงผ่อนความรู้สึกจากหนักให้เป็นเบาลงไปได้บ้าง หลายปีที่ผ่านมาฉันเที่ยวหาอ่านหนังสือทางด้านปรัชญาและจิตวิทยาตะวันตก แต่สุดท้ายเมื่อได้พบคำสอนของพระพุทธเจ้าและได้ศึกษาธรรมะ ก็กลับพบว่าคำสอนของพระพุทธองค์นั้นล้ำเลิศลึกซึ้งกว่าปรัชญาและจิตวิทยาของฝั่งตะวันตกเสียอีก ฉันจึงได้อาศัยพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเครื่องออกจากทุกข์ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ฉันเพิ่งเสียคุณตาที่ฉันรักมากไป ในยามที่ฉันมีความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส ฉันจึงมีแต่ธรรมะเท่านั้นเป็นที่พึ่ง ฉันพยายามเอาความตายของคุณตามาฝึกจิตและสอนใจตัวเองว่า ชีวิตเรานี้แสนสั้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา เราควรดำรงตนอยู่บนความไม่ประมาท […]

วิธีให้อภัย และ ปล่อยวาง ความโกรธ เมื่อรู้สึกโกรธเกลียดใครสักคน

วิธีให้อภัย และ ปล่อยวาง ความโกรธ เมื่อรู้สึกโกรธเกลียดใครสักคน เชื่อหรือไม่ว่า ความรู้สึกโกรธเกลียดใครสักคน นอกจากจะทำให้เราไม่มีความสุข เครียด กังวลแล้ว ยิ่งเราเกลียดคนอื่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้สมองของเราเหนื่อยล้า ประสิทธิภาพลดลงอีกด้วย วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือการ ให้อภัย และ ปล่อยวางความโกรธนั้นออกไป เพื่อตัวของเราเอง   ::: ยิ่งเกลียดคนอื่นมากเท่าไหร่ สมองของเราก็ยิ่งเหนื่อย ::: หนังสือ “สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย” สำนักพิมพ์ Short Cut เขียนเอาไว้ว่า สิ่งที่ทำให้สมองของเราเหนื่อยมากที่สุดคือ ความเกลียด เมื่อใจเรารู้สึกเกลียดสมองของเราก็จะเข้าสู่โหมดพร้อมต่อสู้ เมื่อความคิดที่ว่า “จัดการมันเลย!” แล่นเข้ามาในหัว ร่างกายของเราก็จะเต็มไปด้วยฮอร์โมนนอร์อะดรีนาลิน ความดันเลือดพุ่งสูงขึ้น เริ่มหายใจขัด เอชพีเอ (HPA ย่อมาจาก hypothalamic – pituitary – adrenal axis) เป็นการตอบสนองระหว่างกันและกันของอวัยวะต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหลักของระบบประสาทต่อมไร้ท่อที่ควบคุมการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียด เมื่อระบบประสาทซิมพาเทติกตื่นตัว จะทำให้เอชพีเอทำงาน  หากปล่อยให้ร่างกายของเราตกอยู่ในสภาพเช่นนี้นานๆ ย่อมไม่ดีต่อสุขภาพของเราอย่างแน่นอน […]

“มองให้เป็น เห็นด้วยใจ” พลังบวกให้ชีวิตจากผู้อยู่ในโลกมืด

หลังจากมีอาการปวดเอวมาหลายเดือน ก็มีคนแนะนำให้ฉันไปหาหมอนวดตาบอดมือดีคนหนึ่ง ฉันรีบไปทันทีโดยไม่คิดเลยว่า นอกจากจะได้รับความสบายกายแล้ว ยังได้รู้ว่าบางครั้งความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปได้ เพียงแค่เราทำใจให้เป็นเท่านั้น พอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนวดซึ่งอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง  ผู้ชายในวัยห้าสิบเศษก็หันมายกมือไหว้ฉัน  พร้อมทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  ก่อนจะเดินออกมาต้อนรับอย่างคล่องแคล่ว  ถ้าไม่มีคนบอกมาก่อน  ฉันคงไม่รู้ว่าเขาตาบอด  เพราะดวงตาของเขาภายใต้แว่นกันแดดสีอ่อนไม่มีวี่แววของคนตาบอดสักเท่าไร  หลังจากลงมือนวดไปได้พักหนึ่ง  เขาก็พูดคุยกับฉันในเรื่องต่าง ๆ จนฉันได้รู้ว่าเขาเคยเป็นครูมาก่อน  แต่ต้องลาออกเพราะประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการทางสายตาของเขา “ความจริงเหตุการณ์นี้ผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วครับ   หัวผมถูกกระแทกอย่างแรง แล้วคงกระเทือนไปถึงจอประสาทตา  แต่มันไม่ได้มองไม่เห็นทันทีนะครับ  เพิ่งจะมาส่งผลเมื่อสิบกว่าปีก่อน  ที่ผมเริ่มรู้สึกว่าตาพร่า ตอนแรกนึกว่าไม่ร้ายแรงอะไร  แต่กลับเป็นมากขึ้น ๆ  จนในที่สุดวันหนึ่งทุกอย่างก็มืดมิดไป  เหมือนจอทีวีที่ดับไปเฉย ๆ”  เขาเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  ในขณะที่ฉันทั้งตกใจและเศร้าใจจนไม่กล้าถามอะไร  ได้แต่ฟังเขาเล่าต่อไป “ตอนแรกผมรู้สึกเหมือนโลกจะถล่มทลาย  คิดดูซิครับ  ทุกอย่างที่เคยเห็น  และมีสีสันสวยงาม  จู่ ๆ ก็กลายเป็นมืดสนิท ไม่มีกลางวันไม่มีกลางคืน  มีแต่ความมืดมิด ทำอะไร  เดินไปไหนก็ไม่สะดวก  ผิดกับคนที่เขาตาบอดมาแต่กำเนิด  ซึ่งเขาสามารถทำทุกอย่างได้เพราะความเคยชิน  เขาคงไม่เจ็บปวดเท่าคนที่เคยมองเห็นมาค่อนชีวิต ผมเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้งนะครับ เพราะไม่อยากเป็นภาระให้ใคร  งานก็ทำไม่ได้  ไปไหนก็ลำบาก  […]

ธรรมะทำให้ลดละจากของหวง

ของรักของหวง  บางชิ้นก็ซื้อหามาด้วยราคาแสนแพง (สำหรับกำลังเงินของเรา)  และบางชิ้นถึงแม้ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร  หากแต่มันมีที่มาที่ไปและคุณค่าทางใจ  ที่เราประเมินค่าไม่ได้  แต่ล้ำค่าทางความทรงจำ ก่อนนี้ต้นพุทธก็คิดแบบนี้ จนเมื่อสองวันก่อนได้พบกับเรื่องราวของเสื้อยีนตัวหนึ่งที่ตัวเองเก็บเงินซื้อจากน้ำพักน้ำแรงเมื่อ 12 ปีก่อน กับราคาตอนนั้น 1,250 บาท ซึ่งเรียกได้ว่าแพงที่สุดในชีวิต พี่สาวต้นพุทธเคยเอ่ยปากขอเสื้อยีนตัวนี้ เธอขอกึ่งแซวมาตลอดกว่า 12 ปีว่า เมื่อไหร่ไม่ใช้ พี่ขอ เธอเพียรพยายามขอมาตลอด แต่ต้นพุทธก็บ่ายเบี่ยง แสร้งเงียบ เปลี่ยนเรื่องคุย ฯลฯ กระทั่งล่าสุดเธอขออีกครั้งเมื่อต้นพุทธเอารูปเก่า ๆ ทเี่คยใส่เสื้อตัวนี้ส่งไลน์ไปให้เธอดู เพื่อบอกว่า ดูสิ เมื่อก่อนฉันเคยผอมสวย เธอจำเสื้อยีนตัวนี้ได้และเอ่ยปากขอผ่านไลน์มาอีกครั้ง ต้นพุทธตัดสินใจเขียนจดหมายใส่ในกล่องพร้อมเสื้อยีนตัวนี้ แล้วส่งไปรษณีย์ไปให้เธอที่ทำงาน เนื้อความบอกเหตผุลว่าทำไมที่ผ่านมาถึงไม่ให้เสื้อยีนตัวนี้กับพี่เสียที “จี๊ (แปลว่าพี่สาว) มีเงินเดือนมากกว่าน้อง ทำไมไม่ซื้อเอง (พี่สาวได้เงินเดือนมากกว่า 2 หมื่นค่ะ ในขณะที่ต้นพุทธเป็นแค่ช่างตัดผมที่ร้านเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด เงินเดือนไม่แน่นอน และไม่เคยถึง 2 หมื่นเลยสักเดือน ถึงรู้สึกเยอะ) น้องแลกมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ต้องเก็บหอมรอบริบ จี๊ไม่เคยนึกถึงใจน้องเลยเหรอ สังเกตบ้างไหมว่าทำไมน้องบ่ายเบี่ยงทุกครั้งตลอด 12 ปี […]

ทำอย่างไรเราจะคิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย โดย พระไพศาล วิสาโล

ทำอย่างไรเราจะ คิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย โดย พระไพศาล วิสาโล ปุจฉา : ทำอย่างไรเราจะ คิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ ได้ตอบปัญหาธรรมไว้ดังนี้ วิสัชนา : การนึกถึงความตายบ่อย ๆ จะทำให้เราคุ้น รับรู้และระลึกถึงความตายได้โดยไม่ตระหนก เวลาอ่านข่าวอุบัติเหตุ อ่านข่าวสึนามิ แผ่นดินไหวต่าง ๆ ให้เราคิดว่าเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นกับเรา เรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์นั้นด้วยตัวเอง หากเรารู้สึกอินกับมันมากเหมือนกับว่าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ใหม่ ๆ เราจะรู้สึกใจวูบใจหายและปฏิเสธที่จะคิดต่อเลยด้วยซ้ำไป แต่ก็ไม่เป็นไร ควรทำต่อไป หากรู้สึกว่าเรากำลังจะตายจริง ๆ เราจะได้คิดว่า ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย รวมทั้งฐานะ อำนาจ และชื่อเสียงทั้งหลายที่เราสะสมมานั้นไม่มีประโยชน์เลย เพราะมันช่วยอะไรเราไม่ได้เลย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ เราจะตาสว่างขึ้นมาและไม่ลุ่มหลงสิ่งเหล่านี้ หรือคิดว่ามันเป็นสรณะอีกต่อไป แต่เราจะเจริญมรณสติโดยนึกถึงความตายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงมือปฏิบัติด้วย นั่นคือทำความดี สร้างกุศล ไม่เอาเปรียบเบียดเบียนใคร ฝึกใจให้ปล่อยวาง ถ้าเราเจริญมรณสติ แต่ชีวิตเราไม่เปลี่ยน ยังลุ่มหลงเพลิดเพลินในโลกธรรม ยังทะเลาะกับคนโน้นคนนี้ ถึงเวลาตายก็ต้องกลัวอยู่ดี […]

แก้ปัญหาอย่างไร เมื่อต้อง ผิดใจกับเพื่อนข้างบ้าน

ผู้อ่านคนหนึ่งมีเรื่อง ผิดใจกับคนข้างบ้าน ตื่นเช้าขึ้นมาก็ได้ยินเสียงพูดจากระทบกระแทกแดกดัน ถึงกับต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่เป็นผล

วิธีง่าย ๆ วางใจอยู่เหนือคำนินทาทั้งปวง บทความดีๆ จาก ปิยสีโลภิกขุ

แม้การนินทาจะเป็นเรื่องสามัญ แต่น้อยคนนักที่ทำใจยอมรับได้ คนยิ่งชอบนินทามากเท่าใด พอตกกับตัวเองเข้า กลับยิ่งเป็นฟืนเป็นไฟไปเท่านั้น

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ เรื่องที่จิตจะปฏิเสธว่า โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเรานั้น อาจจะไม่ปฏิเสธไปเสียทุกครั้ง เพราะการปฏิเสธของจิตมิใช่เป็นเรื่องบังคับ หากเป็นธรรมชาติที่เป็นจริง แต่เมื่อใดที่จิตมีความรู้เห็นในสรรพสังขารทั้งหลายว่าเป็นทุกข์อย่างนี้ มีความไม่เที่ยงอย่างนี้ และรู้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดเป็นเรา จิตจะเอาอะไรเป็นเครื่องยึดถือ เพราะจิตได้รู้เห็นโทษภัยในการยึดถือทั้งหมดแล้วว่าเป็นทุกข์อย่างนี้ ไม่มีความสงสัยลังเลในสัจธรรมทั้งหลาย จิตก็ย่อมปฏิเสธและทอดอาลัยในความยึดถือทันที ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง นี้คือจิตมีความฉลาด สามารถที่จะรู้เห็นในปัญญาญาณอย่างเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดในภพทั้งสามจะปิดบังอำพรางในวิปัสสนาญาณนี้เลย แม้จะน้อมจิตไปพิจารณาสัจธรรมในอดีต ก็รู้เห็นสัจธรรมในอดีต จะน้อมจิตไปพิจารณาสัจธรรมในอนาคต ก็รู้เห็นสัจธรรมในอนาคต นี้ก็เพราะปัจจุบันมีสัจธรรมที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว การกำหนดดูในเรื่องอดีต อนาคต จึงไม่มีปัญหาที่จะทำให้เกิดความสงสัย เพราะความเป็นไปในสัจธรรมมีสภาพเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เหมือนกับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้น การรู้เห็นในสัจธรรมในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นเครื่องยืนยันตัดสินได้อย่างถูกต้อง นี้คือความรู้รอบ เป็นความรอบรู้ในสรรพสังขารทั้งหลายว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรยึดถือ ถ้ารู้เห็นในสัจธรรมว่าเป็นจริงแล้วอย่างนี้ จึงไม่มีสิ่งใดจะมาบังคับให้จิตมีความยึดถือได้ เหมือนกับรู้เห็นไฟว่าเป็นของร้อน รู้เห็นงูพิษว่าเป็นงูพิษ รู้เห็นเสือว่าเป็นเสือ รู้เห็นจระเข้ว่าเป็นจระเข้ รู้เห็นมูตรคูถว่าเป็นของสกปรกโสโครก ใครเล่าจะไปคลุกคลีอยู่กับสิ่งเหล่านี้ หนทางที่จะหลีกหนีให้พ้นไปจากสิ่งเหล่านี้ ก็ผู้นั้นแลจะรู้เห็นเส้นทางที่จะหนีไปให้พ้นเองนี้ฉันใด เมื่อจิตมีญาณคือความรู้ จิตมีความสว่างในการเห็น ความรู้ความเห็นทั้งสองนี้มารวมในจุดเดียวเมื่อไร ความฉลาดความเฉียบแหลมคมคายก็เกิดขึ้นภายในจิตใจทันที จะพิจารณาในสัจธรรมหมวดใด ก็จะรู้ชัดเห็นจริงในสัจธรรมหมวดนั้น ๆ อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน […]

กำไรจากเรื่องร้าย ๆ นิทานธรรมสะกิดใจ โดย พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ

“กำไรจากเรื่องร้าย ๆ” นิทานธรรม สะกิดใจ โดย พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ เศรษฐีคนหนึ่งมีฐานะร่ำรวยมาก ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ล้วนสร้างกำไรแก่เขาเสมอ เขามีลูกทั้งหมด 7 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิงอีก 4 คน ทุกคนในครอบครัวต่างอยู่ด้วยกันอย่างผู้มีน้ำใจเอื้ออารีต่อกัน เศรษฐีมีสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ เช่น อูฐ โค ลา แพะ และแกะ เมื่อมีการจำหน่ายออกไปในแต่ละครั้งก็จะนำรายได้มาสู่ครอบครัวของเศรษฐีเป็นจำนวนมาก นิทานธรรม ด้วยความที่เป็นผู้มั่งคั่ง เศรษฐีจึงต้องมีการบริหารจัดการสิ่งที่มีอยู่อย่างรอบคอบ ทำให้ท่านเป็นคนที่ได้เรียนรู้ชีวิตอย่างผู้มีปัญญาเสมอมา การที่เศรษฐีต้องอยู่กับการบริหารมาโดยตลอด ต้องทนแรงเสียดทานต่าง ๆ จากการค้าขาย รวมทั้งต้องเกี่ยวข้องกับการได้กำไรและการขาดทุนอยู่เรื่อย ๆ จึงทำให้ท่านมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้จักปล่อยวางได้เมื่อมีเหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้น อยู่มาวันหนึ่ง คนรับใช้ชาย 4 คนของเศรษฐีที่ได้ไปปฏิบัติภารกิจที่แตกต่างกันวิ่งหน้าตาตื่นมาหา พอมาถึงก็รีบแจ้งข่าวให้ท่านรับทราบในทันที คนที่ 1 แจ้งให้ทราบว่า “ท่านเศรษฐีครับ ผมมีข่าวร้ายจะแจ้งให้ท่านได้ทราบ คือมีโจรมาดักปล้นโคและลาที่ท่านมอบหมายให้พวกผมไปเลี้ยง พวกผมต่อสู้จนสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่สามารถต้านทานพวกโจรได้ […]

รู้จักพูดคำว่า​ ” ช่างมัน ” บ้าง​ ปล่อยวางความทุกข์ แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง

รู้จักพูดคำว่า​ ” ช่างมัน ” บ้าง​ ปล่อยวางความทุกข์ แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง ในชีวิตของเรานั้น เป็นเรื่องธรรมดา ที่เราอาจต้องพบเจอกับความผิดหวัง เคยทำสิ่งที่ผิดพลาด ต้องพบเจอกับความทุกข์ เศร้า เสียใจ ทั้งที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง และ ที่เกิดขึ้นกับคนที่เรารัก ขึ้นอยู่กับตัวเรา ว่าจะมีวิธีจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไร บางสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา หากเราลองพูดคำว่า ” ช่างมัน ” ออกมาบ้าง อาจจะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น และแข็งแกร่งมากขึ้นได้   ::: เพราะเราไม่สามารถ​ “แบก” ทุกอย่าง เอาไว้ได้ทั้งหมด​ ::: หากเราไม่รู้จักที่จะปล่อยวาง​ หรือ​ วางเฉยต่อสิ่งต่าง ๆ​ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราได้​ เราก็จะต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้กับตัวเรา​ จนวันหนึ่ง​ สิ่งเหล่านั้นก็ถาโถมเข้ามา​ จน​”หนัก” เกินกว่าที่เราจะรับไหว เราไม่สามารถเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพบเจอกลับมา​คิด​ เพราะฉะนั้น​ พูดคำว่า​ “ช่างมัน” ไปบ้าง​ ก็ช่วยให้ชีวิตของเราสงบสุขมากขึ้นได้   ::: แต่ละคนมีลิมิตที่แตกต่างกัน​ ::: […]

พุทธมนต์ปล่อยวาง สำหรับสวดมนต์ก่อนนอน เพื่อนอนหลับอย่างสบาย สุข สงบ และมีสติ

พุทธมนต์ปล่อยวาง สำหรับ สวดมนต์ก่อนนอน เพื่อนอนหลับอย่างสบาย สุข สงบ และมีสติ สวดมนต์ก่อนนอน ก่อนที่จะล้มตัวหลับบนหมอนนุ่ม ๆ สบาย ๆ เพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน การสวดมนต์ก่อนนอนก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ต่างจากการช่วยขับไล่ความเครียดที่สะสมมาทั้งวัน สารพัดสิ่งที่เราต้องเผชิญมาตลอดทั้งวัน ย่อมต้องมีทั้งที่ถูกใจ และไม่ถูกใจ มีทั้งที่สมหวังและผิดหวัง แต่ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นไปในทิศทางใด สิ่งที่เราควรต้องมีไว้คู่ใจเสมอก็คือ “การปล่อยวาง” เพราะใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง เป็นสิ่งสมมติ เมื่อหมดอายุขัยลงก็ต้องสิ้นสลายไป ไม่ว่าจะเป็นใครหรือเป็นอะไรก็หนีการเปลี่ยนแปลงและการเสื่อมสลายไปไม่พ้น บทสวดมนต์ที่ขอแนะนำก็คือ บทอภิณหปัจจเวกขณ์ หรือ ที่เรียกง่าย ๆ ว่า บทพิจารณาสังขาร โดยเลือกสวดเฉพาะพระคาถา บางบทที่มีใจความครอบคลุมถึงความเป็นจริงในธรรมชาติที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป   บทอภิณหปัจจเวกขณ์   ชราธัมโมมหิ  ชะรัง อะนะติโต พะยาธิธัมโมมหิ  พะยาธิง  อะนะตีโต มะระณะธัมโมมหิ  มะระณัง  อะนะตีโต สัพเพหิ  เม  ปิเยหิ […]

“ปล่อยวางได้ก็เป็นสุข” คารา พลสิทธิ์

คารา  พลสิทธิ์  ในยุคหนึ่งเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงโด่งดัง เธอเป็นนางแบบลูกครึ่งไทย - นิวซีแลนด์ที่ฮอตมาก งานพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์วิ่งเข้ามามากมาย เรียกว่ามีชื่อเสียงพอๆ กับซุปตาร์ในยุคนี้เลยทีเดียว นอกจากเคยเป็นนางแบบสุดฮอตแล้ว เธอยังเคยเป็นพิธีกรรายการ ฟุดฟิดฟอไฟ  ฒ.ไม่เฒ่า  เช้านี้ที่ช่อง 5  ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลพิธีกรดีเด่น  รางวัลโทรทัศน์ทองคำในปี 2544  และรางวัลพิธีกรยอดเยี่ยมจาก Elle Style Awards และผลงานที่ทำให้เธอเป็นที่จดจำมาจนทุกวันนี้คือบท คุณหญิงกีรติ ในภาพยนตร์เรื่อง ข้างหลังภาพ  ซึ่งเธอยังคว้ารางวัลพระสุรัสวดี สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปี 2544  จากการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวในชีวิต ชีวิตของเธอไม่ได้สวยหรูราบรื่นมาตลอด เธอต้องผ่านความผิดหวังและยากลำบากทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะอยางยิ่งในเรื่องความรัก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่อาชีพนางแบบกำลังรุ่งโรจน์ ตอนนั้นคาราได้โกอินเตอร์ รับงานเดินแบบหลายประเทศ จนกระทั่งได้ไปเดินแบบที่ญี่ปุ่น ในเวลานั้นเองที่ความรักของเธอมาถึงจุดพลิกผัน…   หัวใจที่พังทลาย ดิฉันไม่รู้เลยว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนั้นจะเปลี่ยนชีวิตรักของตัวเองอย่างไม่มีวันหวนคืน  เพราะเมื่อกลับมาทำงานเดินแบบต่อที่ประเทศไทย  แฟนหนุ่มสจ๊วร์ดซึ่งเป็นอดีตนายแบบที่คบหาดูใจกันมานานนับปีก็เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป  จนทำให้ดิฉันต้องตัดสินใจทำบางอย่างทั้งน้ำตา หลังจากไปทํางานถ่ายแบบเดินแบบที่ญี่ปุ่นได้ 2 เดือน ดิฉันก็เดินทางกลับเมืองไทยโดยไม่ล่วงรู้เลยว่ามีข่าวที่ทําให้เสียใจรออยู่ แฟนหนุ่มอดีตนายแบบแอบไปคบคนอื่นนานแค่ไหนแล้ว ดิฉันไม่ทราบแต่ทราบอีกทีก็ต่อเมื่อเดินทางกลับจากญี่ปุ่นแล้ว ดิฉันช็อกมากเพราะแม้เราจะไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานกันแต่ดิฉันคิดมาตลอดว่าเขาคือคนที่เราจะใช้ชีวิตด้วย แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้ ดิฉันจําต้องบอกเลิกกับเขาและใช้ชีวิต 2 ปีให้หลังทั้งน้ำตา ร้องไห้ทุกครั้งที่มีใครพูดถึงเขา แถมช่วงนั้นด้วยความเสียใจทําให้ตอบปฏิเสธงานจากเอเจนซี่ญี่ปุ่นที่ติดต่อมาอีกครั้งด้วย ตอนนี้มาย้อนคิด ดิฉันพบว่าการกระทําของตัวเองไร้สาระมาก เสียใจจนไม่เป็นอันทํางานทําการ ทั้งที่ความจริงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเวลาเห็นเขาโดยบังเอิญ ดิฉันก็ยังน้ำตาไหลแต่จะให้ไปรักอีกก็ไม่รักแล้วเพราะเขาก็มีครอบครัวของเขา หลังจากนั้นดิฉันเคยมีแฟนบ้างแต่เลิกรากันไปหมดเพราะดิฉันชอบทําอะไรคนเดียว มีความรู้สึกว่าคล่องตัวมากกว่า ความจริงมีแฟนก็มีความสุขไปอีกแบบแต่สุดท้ายก็รู้สึกอึดอัดไม่สามารถทําอะไรที่อยากทํา อย่างเรื่องง่ายๆ แค่ให้อาหารหมาที่บ้านซึ่งเลี้ยงไว้หลายตัว ดิฉันจะใช้เวลาคลุกข้าวเป็นชั่วโมง พอมีแฟนเขาก็จะรู้สึกว่าทําไมให้อาหารหมานานจัง หรือเขาชอบไปเดินจตุจักรดูคอนเสิร์ต แต่ดิฉันไม่ชอบไปในที่ร้อนๆ หรือที่ที่มีคนเยอะๆ เราเลยไม่ได้ใช้เวลาด้วยกัน ทําให้ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าดิฉันน่าจะไม่เหมาะกับการมีแฟน ไม่ใช่เพราะอกหักเข็ดกับความรักแต่เป็นเพราะมีแฟนแล้วรู้สึกว่าชีวิตไม่ค่อยเป็นอิสระ     ชีวิตสาวโสดที่มีความสุข ทุกวันนี้ดิฉันมีความสุขที่ได้อยู่บ้าน  ได้อยู่กับหมา  แมว […]

วิธี ให้กำลังใจตัวเอง​ ขอบคุณตัวเอง​​ และให้รางวัลตัวเอง​ ในวันที่รู้สึกท้อแท้

วิธี​ ให้กำลังใจตัวเอง ขอบคุณตัวเอง​​ และให้รางวัลตัวเอง​ ในวันที่รู้สึกท้อแท้​ หมดกำลังใจ ในวันที่รู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ เราอาจมองหากำลังใจจากใครสักอยู่ แต่บุคคลที่สามารถให้กำลังใจเราได้ดีที่สุด ไม่ใช่คนไกลตัวที่ไหน แต่คือ “ตัวเรา” เองนี่แหละ มาดูวิธีการ ให้กำลังใจตัวเอง ขอบคุณตัวเอง และ ให้รางวัลตัวเอง เพื่อเป็นการเติมพลังให้ตัวเรา มีกำลังที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง แข็งแรงกันค่ะ   ตามใจตัวเองบ้าง​ ไม่ว่าในชีวิตประจำวัน​ เราจะเป็นคนมีเหตุผลขนาดไหน​ แต่ในวันนี้ลองวางเหตุผลลง  แล้วทำตามหัวใจของเราเองบ้าง​ ปกติเราอาจจะเป็นคนที่มีเวลาน้อย​ เวลาทุกนาทีเป็นสิ่งมีค่า​ เราจึงต้องทุ่มเทใช้เวลาทุกนาที​ไปกับการทำสื่งที่​ “มีสาระ” แต่ถ้าเราอยากลองทำตัว​ “ไร้สาระ” ดูบ้างล่ะ ในเมื่อวันนี้เรามีโอกาสได้ขอบคุณตัวเอง​ ก็ลองทำตัวไร้สาระดูบ้าง​ ทำสิ่งที่ปกติเราไม่ได้ทำ​ หรือ​ ไม่มีโอกาสได้ทำดูบ้าง​ ​ถ้าสิ่งที่เราอยากทำ​ ไม่ส่งผลเสีย​ หรือ​ ผลกระทบที่ไม่ดีต่อใคร​ ก็ทำมันเลยค่ะ​ แล้วมีความสุขกับมันให้เต็มที่   กินอาหารดีๆ คำว่า​ “อาหารดีๆ” ในที่นี้​ นอกจากจะหมายถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพของเราแล้ว​ ยังรวมถึงอาหารที่ดีต่อ​ “ใจ” ของเราด้วย​ […]

วิธี ปล่อยวางความเครียด ก่อนนอน

วิธี ปล่อยวางความเครียด ก่อนนอน แต่ละวันคนเราก็ล้วนมีหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบ มากมายหลายสิ่งต้องทำ ส่งผลให้เคร่งเครียดได้ง่ายทั้งร่างกายและจิตใจ บางครั้งรุนแรงจนส่งผลให้มีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว จนถึงกับนอนไม่หลับ ทำให้ร่างกายขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอีกด้วย หากต้นเหตุเกิดจากความเครียดแล้วจึงนอนไม่หลับ จะดีไหมหากเราสามารถหาหนทาง ปล่อยวางคลายเครียด ให้ตัวเองได้ เพื่อสุขภาพของตัวเราเองและจิตใจที่ผ่อนคลายไม่เคร่งเครียดก็ส่งผลให้การทำงานต่างๆ มีประสิทธิภาพขึ้นด้วย ทดลองดูกับตัวอย่างการคลายเครียดก่อนนอนดังวิธีต่อไปนี้   ::: หลีกเลี่ยงมือถือ ::: เนื่องจากโซเชียลมีเดียนั้นเต็มไปด้วยข้อมูลต่าง ๆ มากมาย รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ในชีวิตคนอื่น เช่น ข่าวลือ ดราม่าต่างๆ ถ้าเราเสพข่าวสารเหล่านี้ แล้วเก็บกลับมามาก คิดของพวกนี้มากไปก็เป็นการทำร้ายตัวเองอย่างหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้มือถือก่อนนอนสัก 30 นาทีขึ้นไป ก็ลงความเครียดลงได้   ::: อาบน้ำอุ่นก่อนนอน ::: การอาบน้ำอุ่นเป็นการกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนดีขึ้น ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายสบายตัว จะทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นด้วย   ::: หาสิ่งผ่อนคลายดูก่อนนอน ::: ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์สนุกๆ ที่ยังดูไม่จบ หรือสารคดีชีวิตสัตว์น่ารักๆ จะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของคุณจากเรื่องที่คุณกำลังเคร่งเครียดออกไปได้ นั่งดูคลิปแมวน่ารักๆ หรือท่าทางตลกๆ ของมัน เผลอตัวไปแปบเดียวคุณก็คงจะหลับฝันดี […]

เมื่อทุกข์ จึงเห็นธรรม วัดอัมพวันช่วยชีวิต

ดิฉันก็จำได้ทันทีว่า วัดที่เห็นในความฝันคือ วัดอัมพวัน  เพราะทั้งทางเดิน  ต้นโพธิ์  กุฏิพระ และบรรยากาศโดยรอบเหมือนกันทุกประการ 

keyboard_arrow_up