วิธีให้อภัย และ ปล่อยวาง ความโกรธ เมื่อรู้สึกโกรธเกลียดใครสักคน

วิธีให้อภัย และ ปล่อยวาง ความโกรธ เมื่อรู้สึกโกรธเกลียดใครสักคน เชื่อหรือไม่ว่า ความรู้สึกโกรธเกลียดใครสักคน นอกจากจะทำให้เราไม่มีความสุข เครียด กังวลแล้ว ยิ่งเราเกลียดคนอื่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้สมองของเราเหนื่อยล้า ประสิทธิภาพลดลงอีกด้วย วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือการ ให้อภัย และ ปล่อยวางความโกรธนั้นออกไป เพื่อตัวของเราเอง   ::: ยิ่งเกลียดคนอื่นมากเท่าไหร่ สมองของเราก็ยิ่งเหนื่อย ::: หนังสือ “สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย” สำนักพิมพ์ Short Cut เขียนเอาไว้ว่า สิ่งที่ทำให้สมองของเราเหนื่อยมากที่สุดคือ ความเกลียด เมื่อใจเรารู้สึกเกลียดสมองของเราก็จะเข้าสู่โหมดพร้อมต่อสู้ เมื่อความคิดที่ว่า “จัดการมันเลย!” แล่นเข้ามาในหัว ร่างกายของเราก็จะเต็มไปด้วยฮอร์โมนนอร์อะดรีนาลิน ความดันเลือดพุ่งสูงขึ้น เริ่มหายใจขัด เอชพีเอ (HPA ย่อมาจาก hypothalamic – pituitary – adrenal axis) เป็นการตอบสนองระหว่างกันและกันของอวัยวะต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหลักของระบบประสาทต่อมไร้ท่อที่ควบคุมการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียด เมื่อระบบประสาทซิมพาเทติกตื่นตัว จะทำให้เอชพีเอทำงาน  หากปล่อยให้ร่างกายของเราตกอยู่ในสภาพเช่นนี้นานๆ ย่อมไม่ดีต่อสุขภาพของเราอย่างแน่นอน […]

“มองให้เป็น เห็นด้วยใจ” พลังบวกให้ชีวิตจากผู้อยู่ในโลกมืด

หลังจากมีอาการปวดเอวมาหลายเดือน ก็มีคนแนะนำให้ฉันไปหาหมอนวดตาบอดมือดีคนหนึ่ง ฉันรีบไปทันทีโดยไม่คิดเลยว่า นอกจากจะได้รับความสบายกายแล้ว ยังได้รู้ว่าบางครั้งความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปได้ เพียงแค่เราทำใจให้เป็นเท่านั้น พอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนวดซึ่งอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง  ผู้ชายในวัยห้าสิบเศษก็หันมายกมือไหว้ฉัน  พร้อมทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  ก่อนจะเดินออกมาต้อนรับอย่างคล่องแคล่ว  ถ้าไม่มีคนบอกมาก่อน  ฉันคงไม่รู้ว่าเขาตาบอด  เพราะดวงตาของเขาภายใต้แว่นกันแดดสีอ่อนไม่มีวี่แววของคนตาบอดสักเท่าไร  หลังจากลงมือนวดไปได้พักหนึ่ง  เขาก็พูดคุยกับฉันในเรื่องต่าง ๆ จนฉันได้รู้ว่าเขาเคยเป็นครูมาก่อน  แต่ต้องลาออกเพราะประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการทางสายตาของเขา “ความจริงเหตุการณ์นี้ผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วครับ   หัวผมถูกกระแทกอย่างแรง แล้วคงกระเทือนไปถึงจอประสาทตา  แต่มันไม่ได้มองไม่เห็นทันทีนะครับ  เพิ่งจะมาส่งผลเมื่อสิบกว่าปีก่อน  ที่ผมเริ่มรู้สึกว่าตาพร่า ตอนแรกนึกว่าไม่ร้ายแรงอะไร  แต่กลับเป็นมากขึ้น ๆ  จนในที่สุดวันหนึ่งทุกอย่างก็มืดมิดไป  เหมือนจอทีวีที่ดับไปเฉย ๆ”  เขาเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  ในขณะที่ฉันทั้งตกใจและเศร้าใจจนไม่กล้าถามอะไร  ได้แต่ฟังเขาเล่าต่อไป “ตอนแรกผมรู้สึกเหมือนโลกจะถล่มทลาย  คิดดูซิครับ  ทุกอย่างที่เคยเห็น  และมีสีสันสวยงาม  จู่ ๆ ก็กลายเป็นมืดสนิท ไม่มีกลางวันไม่มีกลางคืน  มีแต่ความมืดมิด ทำอะไร  เดินไปไหนก็ไม่สะดวก  ผิดกับคนที่เขาตาบอดมาแต่กำเนิด  ซึ่งเขาสามารถทำทุกอย่างได้เพราะความเคยชิน  เขาคงไม่เจ็บปวดเท่าคนที่เคยมองเห็นมาค่อนชีวิต ผมเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้งนะครับ เพราะไม่อยากเป็นภาระให้ใคร  งานก็ทำไม่ได้  ไปไหนก็ลำบาก  […]

ธรรมะทำให้ลดละจากของหวง

ของรักของหวง  บางชิ้นก็ซื้อหามาด้วยราคาแสนแพง (สำหรับกำลังเงินของเรา)  และบางชิ้นถึงแม้ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร  หากแต่มันมีที่มาที่ไปและคุณค่าทางใจ  ที่เราประเมินค่าไม่ได้  แต่ล้ำค่าทางความทรงจำ ก่อนนี้ต้นพุทธก็คิดแบบนี้ จนเมื่อสองวันก่อนได้พบกับเรื่องราวของเสื้อยีนตัวหนึ่งที่ตัวเองเก็บเงินซื้อจากน้ำพักน้ำแรงเมื่อ 12 ปีก่อน กับราคาตอนนั้น 1,250 บาท ซึ่งเรียกได้ว่าแพงที่สุดในชีวิต พี่สาวต้นพุทธเคยเอ่ยปากขอเสื้อยีนตัวนี้ เธอขอกึ่งแซวมาตลอดกว่า 12 ปีว่า เมื่อไหร่ไม่ใช้ พี่ขอ เธอเพียรพยายามขอมาตลอด แต่ต้นพุทธก็บ่ายเบี่ยง แสร้งเงียบ เปลี่ยนเรื่องคุย ฯลฯ กระทั่งล่าสุดเธอขออีกครั้งเมื่อต้นพุทธเอารูปเก่า ๆ ทเี่คยใส่เสื้อตัวนี้ส่งไลน์ไปให้เธอดู เพื่อบอกว่า ดูสิ เมื่อก่อนฉันเคยผอมสวย เธอจำเสื้อยีนตัวนี้ได้และเอ่ยปากขอผ่านไลน์มาอีกครั้ง ต้นพุทธตัดสินใจเขียนจดหมายใส่ในกล่องพร้อมเสื้อยีนตัวนี้ แล้วส่งไปรษณีย์ไปให้เธอที่ทำงาน เนื้อความบอกเหตผุลว่าทำไมที่ผ่านมาถึงไม่ให้เสื้อยีนตัวนี้กับพี่เสียที “จี๊ (แปลว่าพี่สาว) มีเงินเดือนมากกว่าน้อง ทำไมไม่ซื้อเอง (พี่สาวได้เงินเดือนมากกว่า 2 หมื่นค่ะ ในขณะที่ต้นพุทธเป็นแค่ช่างตัดผมที่ร้านเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด เงินเดือนไม่แน่นอน และไม่เคยถึง 2 หมื่นเลยสักเดือน ถึงรู้สึกเยอะ) น้องแลกมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ต้องเก็บหอมรอบริบ จี๊ไม่เคยนึกถึงใจน้องเลยเหรอ สังเกตบ้างไหมว่าทำไมน้องบ่ายเบี่ยงทุกครั้งตลอด 12 ปี […]

ทำอย่างไรเราจะคิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย โดย พระไพศาล วิสาโล

ทำอย่างไรเราจะ คิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย โดย พระไพศาล วิสาโล ปุจฉา : ทำอย่างไรเราจะ คิดถึงความตายได้โดยที่ไม่กลัวตาย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ ได้ตอบปัญหาธรรมไว้ดังนี้ วิสัชนา : การนึกถึงความตายบ่อย ๆ จะทำให้เราคุ้น รับรู้และระลึกถึงความตายได้โดยไม่ตระหนก เวลาอ่านข่าวอุบัติเหตุ อ่านข่าวสึนามิ แผ่นดินไหวต่าง ๆ ให้เราคิดว่าเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นกับเรา เรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์นั้นด้วยตัวเอง หากเรารู้สึกอินกับมันมากเหมือนกับว่าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ใหม่ ๆ เราจะรู้สึกใจวูบใจหายและปฏิเสธที่จะคิดต่อเลยด้วยซ้ำไป แต่ก็ไม่เป็นไร ควรทำต่อไป หากรู้สึกว่าเรากำลังจะตายจริง ๆ เราจะได้คิดว่า ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย รวมทั้งฐานะ อำนาจ และชื่อเสียงทั้งหลายที่เราสะสมมานั้นไม่มีประโยชน์เลย เพราะมันช่วยอะไรเราไม่ได้เลย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ เราจะตาสว่างขึ้นมาและไม่ลุ่มหลงสิ่งเหล่านี้ หรือคิดว่ามันเป็นสรณะอีกต่อไป แต่เราจะเจริญมรณสติโดยนึกถึงความตายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงมือปฏิบัติด้วย นั่นคือทำความดี สร้างกุศล ไม่เอาเปรียบเบียดเบียนใคร ฝึกใจให้ปล่อยวาง ถ้าเราเจริญมรณสติ แต่ชีวิตเราไม่เปลี่ยน ยังลุ่มหลงเพลิดเพลินในโลกธรรม ยังทะเลาะกับคนโน้นคนนี้ ถึงเวลาตายก็ต้องกลัวอยู่ดี […]

แก้ปัญหาอย่างไร เมื่อต้อง ผิดใจกับเพื่อนข้างบ้าน

ผู้อ่านคนหนึ่งมีเรื่อง ผิดใจกับคนข้างบ้าน ตื่นเช้าขึ้นมาก็ได้ยินเสียงพูดจากระทบกระแทกแดกดัน ถึงกับต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่เป็นผล

วิธีง่าย ๆ วางใจอยู่เหนือคำนินทาทั้งปวง บทความดีๆ จาก ปิยสีโลภิกขุ

แม้การนินทาจะเป็นเรื่องสามัญ แต่น้อยคนนักที่ทำใจยอมรับได้ คนยิ่งชอบนินทามากเท่าใด พอตกกับตัวเองเข้า กลับยิ่งเป็นฟืนเป็นไฟไปเท่านั้น

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ เรื่องที่จิตจะปฏิเสธว่า โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเรานั้น อาจจะไม่ปฏิเสธไปเสียทุกครั้ง เพราะการปฏิเสธของจิตมิใช่เป็นเรื่องบังคับ หากเป็นธรรมชาติที่เป็นจริง แต่เมื่อใดที่จิตมีความรู้เห็นในสรรพสังขารทั้งหลายว่าเป็นทุกข์อย่างนี้ มีความไม่เที่ยงอย่างนี้ และรู้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดเป็นเรา จิตจะเอาอะไรเป็นเครื่องยึดถือ เพราะจิตได้รู้เห็นโทษภัยในการยึดถือทั้งหมดแล้วว่าเป็นทุกข์อย่างนี้ ไม่มีความสงสัยลังเลในสัจธรรมทั้งหลาย จิตก็ย่อมปฏิเสธและทอดอาลัยในความยึดถือทันที ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง นี้คือจิตมีความฉลาด สามารถที่จะรู้เห็นในปัญญาญาณอย่างเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดในภพทั้งสามจะปิดบังอำพรางในวิปัสสนาญาณนี้เลย แม้จะน้อมจิตไปพิจารณาสัจธรรมในอดีต ก็รู้เห็นสัจธรรมในอดีต จะน้อมจิตไปพิจารณาสัจธรรมในอนาคต ก็รู้เห็นสัจธรรมในอนาคต นี้ก็เพราะปัจจุบันมีสัจธรรมที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว การกำหนดดูในเรื่องอดีต อนาคต จึงไม่มีปัญหาที่จะทำให้เกิดความสงสัย เพราะความเป็นไปในสัจธรรมมีสภาพเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เหมือนกับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้น การรู้เห็นในสัจธรรมในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นเครื่องยืนยันตัดสินได้อย่างถูกต้อง นี้คือความรู้รอบ เป็นความรอบรู้ในสรรพสังขารทั้งหลายว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรยึดถือ ถ้ารู้เห็นในสัจธรรมว่าเป็นจริงแล้วอย่างนี้ จึงไม่มีสิ่งใดจะมาบังคับให้จิตมีความยึดถือได้ เหมือนกับรู้เห็นไฟว่าเป็นของร้อน รู้เห็นงูพิษว่าเป็นงูพิษ รู้เห็นเสือว่าเป็นเสือ รู้เห็นจระเข้ว่าเป็นจระเข้ รู้เห็นมูตรคูถว่าเป็นของสกปรกโสโครก ใครเล่าจะไปคลุกคลีอยู่กับสิ่งเหล่านี้ หนทางที่จะหลีกหนีให้พ้นไปจากสิ่งเหล่านี้ ก็ผู้นั้นแลจะรู้เห็นเส้นทางที่จะหนีไปให้พ้นเองนี้ฉันใด เมื่อจิตมีญาณคือความรู้ จิตมีความสว่างในการเห็น ความรู้ความเห็นทั้งสองนี้มารวมในจุดเดียวเมื่อไร ความฉลาดความเฉียบแหลมคมคายก็เกิดขึ้นภายในจิตใจทันที จะพิจารณาในสัจธรรมหมวดใด ก็จะรู้ชัดเห็นจริงในสัจธรรมหมวดนั้น ๆ อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน […]

กำไรจากเรื่องร้าย ๆ นิทานธรรมสะกิดใจ โดย พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ

“กำไรจากเรื่องร้าย ๆ” นิทานธรรม สะกิดใจ โดย พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ เศรษฐีคนหนึ่งมีฐานะร่ำรวยมาก ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ล้วนสร้างกำไรแก่เขาเสมอ เขามีลูกทั้งหมด 7 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิงอีก 4 คน ทุกคนในครอบครัวต่างอยู่ด้วยกันอย่างผู้มีน้ำใจเอื้ออารีต่อกัน เศรษฐีมีสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ เช่น อูฐ โค ลา แพะ และแกะ เมื่อมีการจำหน่ายออกไปในแต่ละครั้งก็จะนำรายได้มาสู่ครอบครัวของเศรษฐีเป็นจำนวนมาก นิทานธรรม ด้วยความที่เป็นผู้มั่งคั่ง เศรษฐีจึงต้องมีการบริหารจัดการสิ่งที่มีอยู่อย่างรอบคอบ ทำให้ท่านเป็นคนที่ได้เรียนรู้ชีวิตอย่างผู้มีปัญญาเสมอมา การที่เศรษฐีต้องอยู่กับการบริหารมาโดยตลอด ต้องทนแรงเสียดทานต่าง ๆ จากการค้าขาย รวมทั้งต้องเกี่ยวข้องกับการได้กำไรและการขาดทุนอยู่เรื่อย ๆ จึงทำให้ท่านมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้จักปล่อยวางได้เมื่อมีเหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้น อยู่มาวันหนึ่ง คนรับใช้ชาย 4 คนของเศรษฐีที่ได้ไปปฏิบัติภารกิจที่แตกต่างกันวิ่งหน้าตาตื่นมาหา พอมาถึงก็รีบแจ้งข่าวให้ท่านรับทราบในทันที คนที่ 1 แจ้งให้ทราบว่า “ท่านเศรษฐีครับ ผมมีข่าวร้ายจะแจ้งให้ท่านได้ทราบ คือมีโจรมาดักปล้นโคและลาที่ท่านมอบหมายให้พวกผมไปเลี้ยง พวกผมต่อสู้จนสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่สามารถต้านทานพวกโจรได้ […]

รู้จักพูดคำว่า​ ” ช่างมัน ” บ้าง​ ปล่อยวางความทุกข์ แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง

รู้จักพูดคำว่า​ ” ช่างมัน ” บ้าง​ ปล่อยวางความทุกข์ แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง ในชีวิตของเรานั้น เป็นเรื่องธรรมดา ที่เราอาจต้องพบเจอกับความผิดหวัง เคยทำสิ่งที่ผิดพลาด ต้องพบเจอกับความทุกข์ เศร้า เสียใจ ทั้งที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง และ ที่เกิดขึ้นกับคนที่เรารัก ขึ้นอยู่กับตัวเรา ว่าจะมีวิธีจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไร บางสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา หากเราลองพูดคำว่า ” ช่างมัน ” ออกมาบ้าง อาจจะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น และแข็งแกร่งมากขึ้นได้   ::: เพราะเราไม่สามารถ​ “แบก” ทุกอย่าง เอาไว้ได้ทั้งหมด​ ::: หากเราไม่รู้จักที่จะปล่อยวาง​ หรือ​ วางเฉยต่อสิ่งต่าง ๆ​ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราได้​ เราก็จะต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้กับตัวเรา​ จนวันหนึ่ง​ สิ่งเหล่านั้นก็ถาโถมเข้ามา​ จน​”หนัก” เกินกว่าที่เราจะรับไหว เราไม่สามารถเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพบเจอกลับมา​คิด​ เพราะฉะนั้น​ พูดคำว่า​ “ช่างมัน” ไปบ้าง​ ก็ช่วยให้ชีวิตของเราสงบสุขมากขึ้นได้   ::: แต่ละคนมีลิมิตที่แตกต่างกัน​ ::: […]

พุทธมนต์ปล่อยวาง สำหรับสวดมนต์ก่อนนอน เพื่อนอนหลับอย่างสบาย สุข สงบ และมีสติ

พุทธมนต์ปล่อยวาง สำหรับ สวดมนต์ก่อนนอน เพื่อนอนหลับอย่างสบาย สุข สงบ และมีสติ สวดมนต์ก่อนนอน ก่อนที่จะล้มตัวหลับบนหมอนนุ่ม ๆ สบาย ๆ เพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน การสวดมนต์ก่อนนอนก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ต่างจากการช่วยขับไล่ความเครียดที่สะสมมาทั้งวัน สารพัดสิ่งที่เราต้องเผชิญมาตลอดทั้งวัน ย่อมต้องมีทั้งที่ถูกใจ และไม่ถูกใจ มีทั้งที่สมหวังและผิดหวัง แต่ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นไปในทิศทางใด สิ่งที่เราควรต้องมีไว้คู่ใจเสมอก็คือ “การปล่อยวาง” เพราะใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง เป็นสิ่งสมมติ เมื่อหมดอายุขัยลงก็ต้องสิ้นสลายไป ไม่ว่าจะเป็นใครหรือเป็นอะไรก็หนีการเปลี่ยนแปลงและการเสื่อมสลายไปไม่พ้น บทสวดมนต์ที่ขอแนะนำก็คือ บทอภิณหปัจจเวกขณ์ หรือ ที่เรียกง่าย ๆ ว่า บทพิจารณาสังขาร โดยเลือกสวดเฉพาะพระคาถา บางบทที่มีใจความครอบคลุมถึงความเป็นจริงในธรรมชาติที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป   บทอภิณหปัจจเวกขณ์   ชราธัมโมมหิ  ชะรัง อะนะติโต พะยาธิธัมโมมหิ  พะยาธิง  อะนะตีโต มะระณะธัมโมมหิ  มะระณัง  อะนะตีโต สัพเพหิ  เม  ปิเยหิ […]

“ปล่อยวางได้ก็เป็นสุข” คารา พลสิทธิ์

คารา  พลสิทธิ์  ในยุคหนึ่งเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงโด่งดัง เธอเป็นนางแบบลูกครึ่งไทย - นิวซีแลนด์ที่ฮอตมาก งานพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์วิ่งเข้ามามากมาย เรียกว่ามีชื่อเสียงพอๆ กับซุปตาร์ในยุคนี้เลยทีเดียว นอกจากเคยเป็นนางแบบสุดฮอตแล้ว เธอยังเคยเป็นพิธีกรรายการ ฟุดฟิดฟอไฟ  ฒ.ไม่เฒ่า  เช้านี้ที่ช่อง 5  ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลพิธีกรดีเด่น  รางวัลโทรทัศน์ทองคำในปี 2544  และรางวัลพิธีกรยอดเยี่ยมจาก Elle Style Awards และผลงานที่ทำให้เธอเป็นที่จดจำมาจนทุกวันนี้คือบท คุณหญิงกีรติ ในภาพยนตร์เรื่อง ข้างหลังภาพ  ซึ่งเธอยังคว้ารางวัลพระสุรัสวดี สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปี 2544  จากการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวในชีวิต ชีวิตของเธอไม่ได้สวยหรูราบรื่นมาตลอด เธอต้องผ่านความผิดหวังและยากลำบากทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะอยางยิ่งในเรื่องความรัก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่อาชีพนางแบบกำลังรุ่งโรจน์ ตอนนั้นคาราได้โกอินเตอร์ รับงานเดินแบบหลายประเทศ จนกระทั่งได้ไปเดินแบบที่ญี่ปุ่น ในเวลานั้นเองที่ความรักของเธอมาถึงจุดพลิกผัน…   หัวใจที่พังทลาย ดิฉันไม่รู้เลยว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนั้นจะเปลี่ยนชีวิตรักของตัวเองอย่างไม่มีวันหวนคืน  เพราะเมื่อกลับมาทำงานเดินแบบต่อที่ประเทศไทย  แฟนหนุ่มสจ๊วร์ดซึ่งเป็นอดีตนายแบบที่คบหาดูใจกันมานานนับปีก็เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป  จนทำให้ดิฉันต้องตัดสินใจทำบางอย่างทั้งน้ำตา หลังจากไปทํางานถ่ายแบบเดินแบบที่ญี่ปุ่นได้ 2 เดือน ดิฉันก็เดินทางกลับเมืองไทยโดยไม่ล่วงรู้เลยว่ามีข่าวที่ทําให้เสียใจรออยู่ แฟนหนุ่มอดีตนายแบบแอบไปคบคนอื่นนานแค่ไหนแล้ว ดิฉันไม่ทราบแต่ทราบอีกทีก็ต่อเมื่อเดินทางกลับจากญี่ปุ่นแล้ว ดิฉันช็อกมากเพราะแม้เราจะไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานกันแต่ดิฉันคิดมาตลอดว่าเขาคือคนที่เราจะใช้ชีวิตด้วย แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้ ดิฉันจําต้องบอกเลิกกับเขาและใช้ชีวิต 2 ปีให้หลังทั้งน้ำตา ร้องไห้ทุกครั้งที่มีใครพูดถึงเขา แถมช่วงนั้นด้วยความเสียใจทําให้ตอบปฏิเสธงานจากเอเจนซี่ญี่ปุ่นที่ติดต่อมาอีกครั้งด้วย ตอนนี้มาย้อนคิด ดิฉันพบว่าการกระทําของตัวเองไร้สาระมาก เสียใจจนไม่เป็นอันทํางานทําการ ทั้งที่ความจริงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเวลาเห็นเขาโดยบังเอิญ ดิฉันก็ยังน้ำตาไหลแต่จะให้ไปรักอีกก็ไม่รักแล้วเพราะเขาก็มีครอบครัวของเขา หลังจากนั้นดิฉันเคยมีแฟนบ้างแต่เลิกรากันไปหมดเพราะดิฉันชอบทําอะไรคนเดียว มีความรู้สึกว่าคล่องตัวมากกว่า ความจริงมีแฟนก็มีความสุขไปอีกแบบแต่สุดท้ายก็รู้สึกอึดอัดไม่สามารถทําอะไรที่อยากทํา อย่างเรื่องง่ายๆ แค่ให้อาหารหมาที่บ้านซึ่งเลี้ยงไว้หลายตัว ดิฉันจะใช้เวลาคลุกข้าวเป็นชั่วโมง พอมีแฟนเขาก็จะรู้สึกว่าทําไมให้อาหารหมานานจัง หรือเขาชอบไปเดินจตุจักรดูคอนเสิร์ต แต่ดิฉันไม่ชอบไปในที่ร้อนๆ หรือที่ที่มีคนเยอะๆ เราเลยไม่ได้ใช้เวลาด้วยกัน ทําให้ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าดิฉันน่าจะไม่เหมาะกับการมีแฟน ไม่ใช่เพราะอกหักเข็ดกับความรักแต่เป็นเพราะมีแฟนแล้วรู้สึกว่าชีวิตไม่ค่อยเป็นอิสระ     ชีวิตสาวโสดที่มีความสุข ทุกวันนี้ดิฉันมีความสุขที่ได้อยู่บ้าน  ได้อยู่กับหมา  แมว […]

วิธี ให้กำลังใจตัวเอง​ ขอบคุณตัวเอง​​ และให้รางวัลตัวเอง​ ในวันที่รู้สึกท้อแท้

วิธี​ ให้กำลังใจตัวเอง ขอบคุณตัวเอง​​ และให้รางวัลตัวเอง​ ในวันที่รู้สึกท้อแท้​ หมดกำลังใจ ในวันที่รู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ เราอาจมองหากำลังใจจากใครสักอยู่ แต่บุคคลที่สามารถให้กำลังใจเราได้ดีที่สุด ไม่ใช่คนไกลตัวที่ไหน แต่คือ “ตัวเรา” เองนี่แหละ มาดูวิธีการ ให้กำลังใจตัวเอง ขอบคุณตัวเอง และ ให้รางวัลตัวเอง เพื่อเป็นการเติมพลังให้ตัวเรา มีกำลังที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง แข็งแรงกันค่ะ   ตามใจตัวเองบ้าง​ ไม่ว่าในชีวิตประจำวัน​ เราจะเป็นคนมีเหตุผลขนาดไหน​ แต่ในวันนี้ลองวางเหตุผลลง  แล้วทำตามหัวใจของเราเองบ้าง​ ปกติเราอาจจะเป็นคนที่มีเวลาน้อย​ เวลาทุกนาทีเป็นสิ่งมีค่า​ เราจึงต้องทุ่มเทใช้เวลาทุกนาที​ไปกับการทำสื่งที่​ “มีสาระ” แต่ถ้าเราอยากลองทำตัว​ “ไร้สาระ” ดูบ้างล่ะ ในเมื่อวันนี้เรามีโอกาสได้ขอบคุณตัวเอง​ ก็ลองทำตัวไร้สาระดูบ้าง​ ทำสิ่งที่ปกติเราไม่ได้ทำ​ หรือ​ ไม่มีโอกาสได้ทำดูบ้าง​ ​ถ้าสิ่งที่เราอยากทำ​ ไม่ส่งผลเสีย​ หรือ​ ผลกระทบที่ไม่ดีต่อใคร​ ก็ทำมันเลยค่ะ​ แล้วมีความสุขกับมันให้เต็มที่   กินอาหารดีๆ คำว่า​ “อาหารดีๆ” ในที่นี้​ นอกจากจะหมายถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพของเราแล้ว​ ยังรวมถึงอาหารที่ดีต่อ​ “ใจ” ของเราด้วย​ […]

วิธี ปล่อยวางความเครียด ก่อนนอน

วิธี ปล่อยวางความเครียด ก่อนนอน แต่ละวันคนเราก็ล้วนมีหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบ มากมายหลายสิ่งต้องทำ ส่งผลให้เคร่งเครียดได้ง่ายทั้งร่างกายและจิตใจ บางครั้งรุนแรงจนส่งผลให้มีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว จนถึงกับนอนไม่หลับ ทำให้ร่างกายขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอีกด้วย หากต้นเหตุเกิดจากความเครียดแล้วจึงนอนไม่หลับ จะดีไหมหากเราสามารถหาหนทาง ปล่อยวางคลายเครียด ให้ตัวเองได้ เพื่อสุขภาพของตัวเราเองและจิตใจที่ผ่อนคลายไม่เคร่งเครียดก็ส่งผลให้การทำงานต่างๆ มีประสิทธิภาพขึ้นด้วย ทดลองดูกับตัวอย่างการคลายเครียดก่อนนอนดังวิธีต่อไปนี้   ::: หลีกเลี่ยงมือถือ ::: เนื่องจากโซเชียลมีเดียนั้นเต็มไปด้วยข้อมูลต่าง ๆ มากมาย รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ในชีวิตคนอื่น เช่น ข่าวลือ ดราม่าต่างๆ ถ้าเราเสพข่าวสารเหล่านี้ แล้วเก็บกลับมามาก คิดของพวกนี้มากไปก็เป็นการทำร้ายตัวเองอย่างหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้มือถือก่อนนอนสัก 30 นาทีขึ้นไป ก็ลงความเครียดลงได้   ::: อาบน้ำอุ่นก่อนนอน ::: การอาบน้ำอุ่นเป็นการกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนดีขึ้น ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายสบายตัว จะทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นด้วย   ::: หาสิ่งผ่อนคลายดูก่อนนอน ::: ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์สนุกๆ ที่ยังดูไม่จบ หรือสารคดีชีวิตสัตว์น่ารักๆ จะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของคุณจากเรื่องที่คุณกำลังเคร่งเครียดออกไปได้ นั่งดูคลิปแมวน่ารักๆ หรือท่าทางตลกๆ ของมัน เผลอตัวไปแปบเดียวคุณก็คงจะหลับฝันดี […]

เมื่อทุกข์ จึงเห็นธรรม วัดอัมพวันช่วยชีวิต

ดิฉันก็จำได้ทันทีว่า วัดที่เห็นในความฝันคือ วัดอัมพวัน  เพราะทั้งทางเดิน  ต้นโพธิ์  กุฏิพระ และบรรยากาศโดยรอบเหมือนกันทุกประการ 

เราต้องเป็นเรา อย่าให้เรากลายเป็นของมัน – ธรรมะเพื่อการปล่อยวางจากพระไพศาล

เราต้องเป็นเรา พระไพศาล วิสาโล เล่าว่า เงินนั้นมีไว้ใช้ แต่เมื่อใดที่เผลอใจกลายเป็นของมันไป มันก็สามารถทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตได้

อย่ารบกวนเสียง – บทความดีๆ จากพระไพศาล วิสาโล

เรื่องเล่าของหลวงพ่อชา บทความดีๆ จากพระไพศาล เรื่องมีอยู่ว่า คืนหนึ่งขณะที่พระสงฆ์และญาติโยมนั่งสมาธิ มีเสียงดนตรีจังหวะกระแทกกระทั้นดังเข้ามาในห้องตลอดเวลา

เกลียด! เกลียด! เกลียด! เกลียดเรื้อรัง ทำอย่างไรให้หาย

เกลียดเรื้อรัง ทำอย่างไรให้หาย สนทนาธรรมกับ ท่านเปสโลภิกขุ พระอาจารย์คะ ความเกลียดเกิดจากอะไรคะ ส่วนหนึ่งเกิดจากการตั้งจิตไว้ไม่ดี อาตมาเคยปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งยิ้มได้กับทุกเรื่อง คนชมว่าวัดสวย ท่านก็ยิ้ม คนบอกว่าไม่ศรัทธาวัดนี้ ท่านก็ยิ้ม อาตมาสงสัยมากถึงมากที่สุดว่าท่านทำได้ยังไง เรื่องที่เราหงุดหงิด แต่ท่านกลับยิ้มได้ ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ท่านสามารถรักษาอารมณ์แบบนี้ได้ตั้งแต่ตื่นยันหลับเลยทีเดียว เมื่อปฏิบัติธรรมไปนาน ๆ อาตมาจึงพบคำตอบ นั่นก็คือ “การตั้งจิตไว้ดี” ถ้าจิตใจของเราดี ไม่ว่าดีหรือร้ายมากระทบ มันก็ดีทั้งนั้น แต่ถ้าจิตใจของเราไม่ดี ได้ยินหรือเห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมดแม้แต่เรื่องดี ๆ สำหรับคนที่เราไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เรารู้สึกขวางหูขวางตา แสนจะเกลียดสิ่งที่เขาทำ เช่น นักการเมืองที่คดโกง นักธุรกิจที่เอาเปรียบลูกค้า ฯลฯ เราจะเมตตาหรือส่งความปรารถนาดีให้เขาได้อย่างไรกันคะ เมตตานักการเมืองผู้นั้นด้วยการไม่เลือกเขาเข้าไปบริหารบ้านเมืองอีก ส่งความปรารถนาดีให้นักธุรกิจผู้นั้นด้วยการไม่อุดหนุนกิจการของเขา เราไม่ได้ทำสิ่งนี้ด้วยความโกรธหรือเกลียดชัง แต่เราทำเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ วันหนึ่งเขาอาจฉุกคิดได้ว่า เอ๊ะ! เราทำอะไรไม่ถูกต้องหรือเปล่า ประชาชนจึงไม่เลือกเรา หรือ เอ๊ะ! เราทำอะไรผิดหรือเปล่า ธุรกิจของเราจึงขาดทุน …ถ้าอย่างนั้นเราอธิษฐานจิตให้คนเหล่านี้สำนึกตัวหรือทำตัวดีขึ้นได้ไหมคะ อธิษฐานให้ตัวเองสำนึกตัวหรือทำตัวดีขึ้น มีโอกาสเป็นไปได้มากกว่า แล้วสำหรับคนที่เราแค้นมาก ๆ เช่น คนที่ฆ่าพ่อแม่ […]

วางได้ ใจไม่ทุกข์ บทความเรียกสติจากพระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

เราต่างยอมรับว่าความสุขอยู่ที่ใจ เท่ากับยอมรับว่าความสุขอยู่ภายในตัวเรา เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไปหาความสุขนอกตัว ทำอย่างไร ใจไม่ทุกข์

keyboard_arrow_up