ประสบความสำเร็จเพราะค่อย ๆ พัฒนา “เจ๊โอว ข้าวต้มเป็ด” แต่ดังมาม่าโอ้โห ขายได้วันละ 100 หม้อ 

ประสบความสำเร็จเพราะค่อย ๆ พัฒนา ” เจ๊โอว ข้าวต้มเป็ด ” แต่ดังมาม่าโอ้โห ขายได้วันละ 100 หม้อ เมื่อพูดถึง “ เจ๊โอว ” ภาพมาม่าต้มหม้อใหญ่ ๆ แน่นไปด้วยเครื่องแบบจัดหนัก และยำปลาแซลมอนเนื้อนุ่ม ๆ ลอยมาเลยทีเดียว เพราะเป็นเมนูเด็ดของร้านนี้ “เจ๊โอว ข้าวต้มเป็ด” ถึงเธอจะเป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จมีรายได้เข้าร้านตกล้านต่อเดือน แต่เมื่อมองย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้นของผู้หญิงคนนี้ พูดได้เลยว่า กว่าเธอจะมีวันที่ลืมตาอ้าปากได้อย่างวันนี้ต้องผ่านมรสุมชีวิตและปัญหาหนี้สินมากมาย     เจ๊โอว หรือคุณหมวย แซ่ฉั่ว เติบโตมาในครอบครัวคนจีนที่ยากจนในชุมชนตลาดสามย่าน เธอไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนคนอื่น เพราะต้องช่วยครอบครัวค้าขาย ทำให้เธออ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ เธอแต่งงานตอนอายุเพียง 18 ปี ชีวิตคู่ไม่ราบรื่นเพราะสามีติดเที่ยว และครอบครัวต้องเป็นหนี้ล้มละลาย เหลือเงินอยู่แค่ 200 บาท ก่อนจะมาเป็นร้านเจ๊โอว ข้าวต้มเป็ดอย่างทุกวันนี้ เธอช่วยครอบครัวของสามีขายข้าวต้มเป็ด และเป็ดพะโล้ ตอนนั้นยังไม่มีร้านก็หาบขายไปเรื่อย พอมีร้านก็ค่อย ๆ พัฒนาเมนูขึ้นมาทีละอย่าง 2 อย่าง […]

3 เทคนิคดีๆ ที่ทำให้คุณ ประสบความสำเร็จในการทำงาน

เทคนิคดีๆ ที่ทำให้คุณ ประสบความสำเร็จในการทำงาน ด้วยคำ 3 คำ เทคนิคดีๆ ที่ทำให้คุณ ประสบความสำเร็จในการทำงาน ด้วยคำ 3 คำ จาก คุณสุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ ประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายสร้างสรรค์แห่ง บีบีดีโอ กรุงเทพ จำกัด ผู้เคยฝากข้อคิดดีๆ ในการทำงานเอาไว้อย่างน่าสนใจ บนเวที TED x Chiangmai ในหัวข้อว่า “ทำไมเราจึงควรทิ้งพื้นที่สุขสบาย” หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า พื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) นั่นเอง   ::: ตั้งเป้าหมาย ::: ขั้นตอนเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือ การตั้งเป้าหมายกับตัวเราเอง พิจารณาดูว่าเราอยากทำอะไร เราชอบทำอะไร อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ เมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว เราจึงจะสามารถวางแผนเพื่อก้าวไปยังเป้าหมายที่เราต้องการนั้นได้   ::: ตั้งคำถาม ::: ตั้งคำถามต่อสิ่งเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย หรือ ทำเป็นประจำจนเคยชิน ว่าเราสามารถที่จะในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมได้หรือไม่ […]

6 เคล็ดลับง่ายๆ อยากเป็น คนโชคดี บ้าง ต้องทำอย่างไร ?

ใครว่าเรื่องโชคไม่มีผลกับชีวิต? ลองมองไปรอบข้างเวลาเห็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เรามักเกิดคำถามในใจว่าคนเหล่านี้ทำได้อย่างไร พวกเขามีวิธีจัดการตัวเองแบบไหน ทำไมถึงมักจะทำอะไรสำเร็จเหมือนโชคเข้าข้างอยู่เรื่อยแบบนี้ อยากเป็น คนโชคดี แบบพวกเขาบ้างต้องทำยังไง ความจริงคนที่ประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมเรียกโชคดีประจำตัวอยู่ค่ะ     ::: มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ::: รอยยิ้มคือเครื่องประดับที่งดงามที่สุดบนใบหน้า เราดูดีเสมอเวลาที่ยิ้มออกมาจากใจจริง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ขอให้แย้มยิ้มเอาไว้เพราะมันคือการให้กำลังใจทั้งตัวเราเองและคนรอบข้าง ที่สำคัญยังช่วยให้ให้เรารู้สึกรักตัวเองขึ้นทุกๆ ครั้งที่ยกยิ้มอีกด้วย   ::: เชื่อว่าวันนี้จะต้องโชคดีแน่ๆ ::: ความเชื่อมักจะทรงพลังเสมอ โดยเฉพาะเมื่อคุณบอกตัวเองซ้ำๆ ด้วยพลังบวกในตัวคุณ วันนี้คุณจะมีความสุข วันนี้คุณจะโชคดีเป็นพิเศษ ความเชื่อแบบนี้ ช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองและสิ่งรอบข้าง ถึงจะเจอเรื่องไม่ดีก็คิดเสียว่า โชคดีแล้วล่ะที่ไม่แย่ไปกว่านี้ ความเชื่อแบบนี้จะกลายเป็นลูกโซ่เเห่งความสุข ช่วยให้คุณรู้สึกดีได้ อย่างน้อยๆ ก็กับตัวคุณเองค่ะ   ::: เป็นผู้ให้ ::: ในวันที่เรามีโอกาส และไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงจนเกินไป ลองให้บางสิ่งแก่คนรอบข้างดู ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเสมอไป อาจเป็นความรู้ที่เรามีติดตัว ‘การให้’จะดึงดูดคนที่ชอบให้เหมือนกันเข้ามาหา แถมยังทำให้เรารู้สึกสุขใจ คุณไม่จำเป็นต้องคาดหวัง แค่ทำจนเคยชิน รับรองว่าชีวิตจะมีสิ่งดีๆ เข้ามาหาแน่นอน   ::: ทำความรู้จักกับคนโชคดี […]

ตั้งเป้าหมายแล้วก้าวไปให้ถึง ด้วยเทคนิคการ “ทำความฝันให้เป็นความจริง”

ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ด้วยเทคนิค “ทำความฝันให้เป็นความจริง” คุณเคยรู้สึกเคว้งคว้าง ไร้ทิศทาง ไม่รู้ว่าจะก้าวไปทางไหน จะทำอะไรต่อ ไม่รู้ว่าเป้าหมายของเราคืออะไร และอนาคตของเราจะเป็นอย่างไรบ้างไหมคะ? บางครั้งเรามีความฝันมากมาย แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะ ทำความฝันให้เป็นความจริง ได้สักที ด้วยหลายๆ สาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น “ความไม่พร้อม” “ไม่มีเวลา” “ไม่มีความสามารถ” หรือบางครั้งเราอาจรู้สึกว่าความฝันนั้นมันช่างสูงส่งเกินไป จนยากที่จะไปถึง เราจึงไม่ประสบความสำเร็จ ดังที่เราต้องการสักที Goodlifeupdate ขอแนะนำเทคนิคดีๆ ในการเริ่มต้นทำความฝันของคุณให้เป็นความจริง เพื่อให้คุณได้ก้าวเข้าใกล้ความฝันของคุณเข้าไปอีกขั้น และสามารถทำความฝันนั้นให้เป้นความจริงได้ในที่สุด   ::: จดบันทึกความฝัน ::: จินตนาการถึงเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม มองให้เห็นภาพลอยขึ้นอย่างชัดเจนในจินตนาการของคุณ แล้วจดบันทึกสิ่งต่างๆ ที่คุณอยากทำ จดทั้งหมดออกมาตามที่คิดออก โดยที่ยังไม่ต้องเรียงลำดับใดใดทั้งสิ้น เขียนสิ่งที่คุณชอบ สิ่งที่คุณอยากทำ สิ่งที่คุณใฝ่ฝัน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะง่าย หรือยาก หรือดูเป็นไปไม่ได้สักเพียงไหน ก็เขียนไล่เรียงออกมาให้หมด เมื่อจดได้ครบทั้งหมดแล้ว จึงเริ่มเรียงลำดับจากเรื่องที่ทำง่ายไปสู่เรื่องที่ทำยาก ใส่กำหนดเวลาที่อยากให้ความฝันนั้นสำเร็จ การทำเช่นนี้จะเป็นการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนให้กับชีวิตของเรา มองเห็นแผนการปฏิบัติตน และ การใช้ชีวิต เพื่อมุ่งไปสู่สิ่งที่เราใฝ่ฝันนั้น และเมื่อเราปฏิบัติตามนั้น ความฝันของเราก็จะกลายเป็นคามจริงค่ะ   […]

ชีวิตที่พอและพร้อมของ วันทนีย์ จิราธิวัฒน์

ชีวิตที่พอและพร้อมของ วันทนีย์ จิราธิวัฒน์ “พร้อมและพอ”  คือนิยามชีวิตของ คุณปุ๊ – วันทนีย์ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส  สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์  บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล  จำกัด ก่อนจะมาอยู่ในจุดของความพร้อมเป็นผู้ให้อย่างสมบูรณ์แบบ  เธอเล่าถึงเส้นทางชีวิตว่า “หลังจากเรียนด้านการโรงแรมจบ ปุ๊ทำงานด้านการโรงแรม  อยู่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ทำเทรนนิ่งให้พนักงาน” เมื่อลูกทั้ง 3 คนขึ้นชั้นมัธยมปลาย  เธอลาออกมาดูแลลูก ๆ  เพราะมองว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต  จึงอยากดูแลลูก ๆ อย่างใกล้ชิด  หลังจากลูกเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เธอมีเวลาว่างมากขึ้น  และเห็นว่าบริษัทกลุ่มเซ็นทรัลมีมูลนิธิเตียงจิราธิวัฒน์ ซึ่งตอบโจทย์การทำงานเพื่อสังคม “ปุ๊อยากทำงานเกี่ยวกับมูลนิธิ  แต่ไม่ได้อยากเอาเงินหรือสิ่งของไปบริจาคแล้วจบ สิ่งที่ทำต้องสามารถต่อยอดได้และมีความยั่งยืน  เงินทุกบาทที่ใช้ต้องเกิดประสิทธิภาพสูงสุด” ด้วยเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่ต้องการทำงานเพื่อสังคมอย่างแท้จริง  จึงทำให้เธอเข้ามาดูแลมูลนิธิเตียง  จิราธิวัฒน์เต็มเวลา “หลักการทำงานของมูลนิธิเตียง  จิราธิวัฒน์  คือส่งเสริมความก้าวหน้าและทำประโยชน์ที่ยั่งยืนให้แต่ละท้องถิ่นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนแบ่งออกเป็นสี่ด้าน  คือ  หนึ่ง ด้านอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทย  สอง ด้านการศึกษา  สามด้านสิ่งแวดล้อม  และสี่ ด้านการพัฒนาอาชีพตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง  เราให้ความสำคัญกับข้อสุดท้ายมากที่สุด  เพราะถ้าไม่มีอาชีพที่ดี  อีกสามข้อก็ไม่เกิดขึ้นหากมีอาชีพที่ดีแล้ว  สามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลาน  ถือเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง  เราจึงเข้าไปช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชน  สหกรณ์  หรือกลุ่มของชาวบ้าน  โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ  ต้องลด  ละ  เลิกการใช้สารเคมี  เพราะต้องการให้ทุกคนรักษาสิ่งแวดล้อม  ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์กับสิ่งแวดล้อมแล้ว  ยังปลอดภัยต่อผู้ประกอบอาชีพและผู้บริโภคอีกด้วย “ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเงินที่เราเอาไปช่วยเหลือชุมชนต่าง ๆ คือเงินบริจาคที่มาจากบริษัทในเครือเซ็นทรัลทั้งหมดเมื่อมันเป็นเงินบริจาค เราต้องเอาไปสร้างประโยชน์แก่สังคมให้ได้มากที่สุด  ปุ๊บอกลูกน้องทุกคนว่า  งานของเราเป็นงานที่ต้องช่วยเหลือคน  จึงต้องประหยัดงบประมาณทุกบาททุกสตางค์  เราต้องกินอยู่แบบธรรมดาที่สุด  ถูกที่สุด  แล้วเอาเงินทั้งหมดนี้ไปช่วยคนอื่น  ไม่มีการเบิกเบี้ยเลี้ยงอะไรทั้งสิ้นซึ่งทุกคนก็ยอมรับได้  ทุกคนมีความสุขกับการได้ทำงานที่เป็นผู้ให้” เมื่อถามถึงหลักในการทำงาน  เธอบอกว่า “ปุ๊ถือศีล 5 อย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว  เพราะศีลเป็นสิ่งกำหนดการปฏิบัติตัวของเรา  ส่วนเรื่องของการบริหารจัดการคน  ใช้หลักคุณธรรม  จริยธรรม  ศีลธรรม  ปุ๊มองว่าทุกคนมีความสำคัญและมีดีในตัวเอง  ทุกคนอยากทำดี  เราต้องดึงตรงนั้นออกมา  ปุ๊ให้คุณค่ากับลูกน้องทุกคน  สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง  หรือถ้าปุ๊พูดอะไรออกมาแล้วไม่เห็นด้วยบอกได้เลย ยินดีรับฟัง  เพราะถือว่าทุกคนมีสิทธิ์  มีมุมมองแตกต่างกัน     “ปุ๊อยู่ต่างประเทศมาตลอดตั้งแต่อายุ 12 ปี  จะมองไปในมุมหนึ่ง  ในขณะที่คนที่โตมาในต่างจังหวัดจะมีอีกมุมมองหนึ่ง  หลายครั้งเขามีความรู้มากกว่าเราด้วยซ้ำ  เราต้องฟังให้มากแล้วเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์  บางอย่างเราไม่รู้  เขาก็สอนเราได้  ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้านายจะต้องเก่ง  ต้องรู้ทุกอย่างมันไม่ใช่” แม้จะเป็นงานที่ไม่ได้หวังผลกำไรตอบแทน  แต่ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรคในการทำงาน “ตอนที่ไปเป็นวิทยากรให้งานโอทอปจังหวัดหนองคายได้เจอกับคุณสุเนตร  ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนอยู่ที่อำเภอพบพระจังหวัดตาก  เป็นชุมชนม้งที่ทำข้าวเหนียวลืมผัว  เขามาขอให้มูลนิธิไปช่วยเหลือ  เมื่อลงพื้นที่จึงรู้ว่าเขาปลูกข้าวพันธุ์ดี  แต่ต้องใช้โรงสีข้าวโบราณของชุมชนเพื่อนบ้าน  เนื่องจากไม่มีโรงสีของตัวเอง “เรื่องแรกที่เรากังวลคือ อำเภอพบพระเป็นพื้นที่ที่ดินมีแคดเมียมสูง  แล้วข้าวเป็นพืชที่ดูดแคดเมียม  อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้  จึงปรึกษากับอาจารย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  พออาจารย์เก็บตัวอย่างดินกับเมล็ดพันธุ์ไปตรวจ  ปรากฏว่าไม่มีสารตัวนี้อยู่ในดินและข้าวเพาะปลูกบนเขา  เราก็เบาใจ “เมื่อตัดสินใจว่าจะทำโรงสีข้าวให้เป็นสมบัติของชุมชนก็เกิดปัญหาว่า  คนในชุมชนหลายคนมองว่าเราเข้ามาทำแบบนี้เพราะต้องการผลประโยชน์จากเขาหรือเปล่า  แต่ปัญหาคือเขาพูดและฟังภาษาไทยไม่ได้ ทำให้ทำงานยากขึ้นไปอีกเราก็ต้องพยายามสื่อสารผ่านล่ามและแสดงให้เห็นว่าเราช่วยด้วยใจ  ทำให้เขาไว้ใจด้วยการไปหาเขาบ่อย ๆ เพื่อช่วยเหลือให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์  จนตอนนี้เขาสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชนได้” คุณสมบัติสำคัญสำหรับงานที่ต้องช่วยเหลือคนอื่นคือการเป็นคนหูตากว้างไกลและมองหาทุก ๆ โอกาสในปัญหา “อย่างกรณีของพี่ยิ่งที่อยู่ในชุมชนบ้านบ่อเหมืองน้อยจังหวัดเลย  เขาปลูกแมคาเดเมีย  ในขณะที่มีชาวบ้านอีกไม่น้อยที่ยังไม่มีอาชีพ  เราจึงเข้าไปสนับสนุนอาชีพโดยการลงทุนให้ชาวบ้านปลูกป่าแมคาเดเมียทั้งหมด 10,000 ต้นในเนื้อที่ 400 ไร่  แต่ปัญหาคือแมคาเดเมียเป็นพืชที่ให้ผลระยะยาว  ต้องรอ 5 - 7 ปีจึงจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้  แต่ระหว่างที่รอผลผลิต  ชาวบ้านไม่มีรายได้  เราจึงให้เขาปลูกไหลสตรอว์เบอร์รี่ (ต้นอ่อนของสตรอว์เบอร์รี่)  เราลงทุนให้เขาประมาณ 250,000 บาท  เขาขายได้ 300,000 บาท  เพียงปีแรกก็ได้กำไรเลย “ทีนี้การปลูกไหลสตรอว์เบอร์รี่ทำได้แค่ช่วงเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม  แล้วเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แค่ช่วงฤดูหนาวเท่านั้น  แต่เราอยากให้เขามีรายได้ตลอดทั้งปี  จึงให้ปลูกมะเขือเทศด้วย  และสร้างโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ให้แปรรูป  การแปรรูปช่วยเพิ่มมูลค่าอย่างเห็นได้ชัด  ปกติแล้วมะเขือเทศกิโลกรัมละ 50 บาท  หลังจากแปรรูปเป็นมะเขือเทศ อบแห้ง สามารถขายได้กิโลกรัมละเกือบ 2,000 บาท  ทำให้ชาวบ้านมีรายได้พอเลี้ยงครอบครัวตลอดทั้งปี” อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาของชุมชนหนึ่งอาจใช้ไม่ได้กับอีกชุมชนหนึ่ง  เพราะแต่ละชุมชนมีความพร้อมและต้องการแตกต่างกันไป “เช่นชุมชนในจังหวัดชัยนาทที่ทำข้าวไรซ์เบอร์รี่ออร์แกนิกเขาบอกว่าไม่ต้องการโรงสี  เพราะเขาไม่สามารถบริหารจัดการได้  เมื่อเขาบอกความต้องการชัดเจนแบบนี้ เราก็ต้องทำตามความต้องการของเขา  ในขณะที่ทุกคนอาจเห็นว่ามะขามเก็บจากต้นแล้วกินได้เลย  แต่จริง ๆ ไม่ใช่  ที่เรามีมะขามหวานกินตลอดทั้งปีเพราะผ่านการแช่เย็น  แล้วต้องอบความร้อนเพื่อป้องกันไม่ให้ขึ้นรา  แต่ชุมชนปลูกมะขามหวานแห่งหนึ่งที่เพชรบูรณ์ไม่มีโรงงานแปรรูปเลย  มูลนิธิจึงเข้าไปทำห้องเย็นโรงอบ  และห้องแปรรูปให้  ซึ่งนอกจากใช้เป็นที่เก็บมะขามหวานแล้ว  ยังสามารถแปรรูปผลผลิตเป็นสินค้าอย่างอื่น  เช่นมะขามรสบ๊วย  มะขามคลุกน้ำตาล  สร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมได้อีกด้วย” ไม่ว่าจะพบเจออุปสรรคมากน้อยเพียงใด  ก็ไม่ทำให้เธอท้อถอยเลยแม้แต่น้อย  เพราะผลที่ได้รับคือความสุขที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ “ครั้งหนึ่งปุ๊ลงพื้นที่ชุมชนในจังหวัดพัทลุงซึ่งมีโครงการทำข้าวสังข์หยด  ได้เจอกับพี่มาลีซึ่งเป็นคนที่มีแววตามุ่งมั่นและดูมีความหวังอยู่ตลอดเวลา  เราไปช่วยสร้างโรงแปรรูปให้กับชุมชน  พอชุมชนของเขามีรายได้ดีและมั่นคง  เขาก็ไปถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับอาชีพให้ชุมชนอื่นต่อ  เขาไม่เอาตัวรอดคนเดียว  นอกจากนี้พี่มาลียังดึงญาติพี่น้อง  คนในชุมชนที่ไปทำงานที่อื่นให้กลับมาทำงานที่บ้าน  ปุ๊มีความสุขที่การช่วยเหลือของเราได้รับการต่อยอดไปเรื่อย ๆ  เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง” ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเธอไม่เคยหวังว่าจะได้รับสิ่งตอบแทนใด ๆ “ปุ๊ไม่อยากได้หน้า  ไม่อยากได้ตำแหน่ง ไม่อยากได้ยศถาบรรดาศักดิ์  ไม่อยากได้อะไรเลยจริง ๆ แม้กระทั่งเรื่องลูกก็ไม่ได้หวังอะไร  แค่เขาไม่ทำให้หนักใจ เป็นเด็กเรียนดีมีความรับผิดชอบก็พอแล้ว  ครอบครัวก็ดีอยู่แล้ว ชีวิตมีครบทุกอย่างแล้ว  ปุ๊พอแล้วนะ” “พอ”  คำสั้น ๆ ที่ทำให้คนเรามีความสุข เรื่อง อุรัชษฎา  ขุนขำ  ภาพ วรวุฒิ  วิชาธร  สไตลิสต์ ณัฏฐิตา  เกษตระชนม์

เบื้องหลังความสำเร็จของ ระเฑียร ศรีมงคล ผู้บริหารบริษัทบัตรกรุงไทย

เบื้องหลังความสำเร็จของ ระเฑียร ศรีมงคล ผู้บริหารบริษัทบัตรกรุงไทย คงไม่ผิดนักหากจะบอกว่าการพลิกฟื้นของบริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” จากการขาดทุนอย่างหนักให้กลับมามีกำไรได้ภายในปีเดียวคุณ ระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบันมีส่วนสำคัญอย่างมากในความเปลี่ยนแปลงนี้ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ธุรกิจการเงิน เขาเคยเป็นแพทย์มาก่อน และมองว่าทั้งสองอาชีพมีหลักการไม่ต่างกัน “เป็นหมอต้องวินิจฉัยโรค แล้วหาวิธีแก้ไปทีละโรคเช่นเดียวกับการทำธุรกิจที่ต้องพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วแก้ไปทีละปม” คุณระเฑียรเริ่มทำงานที่บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัดเป็นที่แรก โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบริษัททำธุรกิจอะไร ทุกอย่างจึงเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด “เมื่อได้เข้าไปทำงาน ผมพยายามศึกษาทุกอย่าง เรียนรู้ให้มากกว่าคนอื่น ปกติเริ่มทำงานเวลา 8.30 น. แต่ผมไปถึงออฟฟิศ 6.30 น. ซึ่งจะมีเวลา 2 ชั่วโมงเพื่อเรียนรู้งานต่าง ๆ รวมทั้งคอมพิวเตอร์ เพราะช่วงนั้นบริษัทเริ่มมีคอมพิวเตอร์ผมไม่เคยใช้มาก่อน ตื่นเต้นมาก เมื่อยังไม่มีใครมาทำงานเราก็มีโอกาสได้ลองใช้คอมพิวเตอร์มากกว่าคนอื่น “ทิสโก้คือโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับผม เจ้านายของผมคือคุณสถิตย์ อ๋องมณี เป็นคนเก่งมาก ท่านสอนผมว่า ก่อนที่เราจะทำความเข้าใจเรื่องธุรกิจ ต้องเข้าใจกฎหมายก่อน ท่านให้หนังสือมาเล่มหนึ่ง ผมก็มานั่งศึกษา ถ้ามีอะไรที่เราไม่เข้าใจหรือไม่รู้ ผมก็เดินเข้าไปถามท่าน นอกจากนี้คุณสถิตย์ยังสอนผมเรื่องให้ความสำคัญกับเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือจากงานด้านการตลาด ทั้งเรื่องของระบบปฏิบัติการต่าง ๆ การทวงหนี้เรื่องของไอที ฯลฯ คือให้ใส่ใจกับทุก ๆ เรื่อง” หลังจากนั้นเขาทำงานในแวดวงการเงินการธนาคารมาโดยตลอด โดยเป็นอดีตรองกรรมการผู้จัดการสนับสนุนธุรกิจ บมจ.ธนาคารธนชาต, อดีตรองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มปฏิบัติการ บมจ.ธนาคารนครหลวงไทย, อดีตประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ก่อนจะเข้ามาบริหารบริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)เมื่อปี พ.ศ. 2555     “ช่วงที่ คุณนิวัตต์ จิตตาลาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เกษียณอายุ เคทีซีเปิดรับประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ผมจึงลองมาสมัครสุดท้ายก็ได้รับโอกาสที่ดีในการทำงาน” เมื่อถามถึงวิธีพลิกฟื้นบริษัทที่กำลังขาดทุนอย่างหนักให้กลับมามีกำไร เขาเล่าว่า “ตอนเข้ามาเคทีซีใหม่ ๆ ผมตั้งโจทย์ง่าย ๆ คือดูว่าบริษัทมีโครงสร้างรายได้ โครงสร้างรายจ่ายอย่างไร ธุรกิจบัตรเครดิตจะมี 3 ส่วนใหญ่ ๆ ส่วนแรกคือ ที่มาของผู้สมัครบัตร ส่วนที่ 2 Execution คือการประสานงานให้การใช้บัตรซื้อสินค้าและเบิกเงินสดเป็นไปอย่างราบรื่น และสุดท้ายคือส่วนของ Collection คือส่วนติดตามทวงหนี้ ผมให้ความสำคัญกับ 3 ส่วนนี้เท่า ๆ กัน “หลังจากนั้นต้องมาดูว่าส่วนไหนที่เป็นจุดอ่อน ส่วนไหนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด ส่วนไหนที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนก็ไปแก้จุดนั้นก่อน ในเวลานั้นส่วนที่สำคัญที่สุดคือ Collectionก็ค่อย ๆ แก้ไปทีละส่วน จนสามารถพลิกสถานการณ์ที่ย่ำแย่ให้กลับมาดีได้ในที่สุด “ผมโชคดีที่ได้ความร่วมมือจากพนักงานที่ช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สะดุด ผมเชื่อว่าการที่องค์กรประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดจากผมเพียงคนเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันของทีมงานทุกคน” ในฐานะที่เป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง เขาเล่าถึงหลักในการบริหารงานบริหารคนว่า “เรื่องของการบริหารงาน ผมจะไม่ใส่ใจอดีตมากนักเพราะกลับไปแก้ไขไม่ได้ ถึงมันจะผิดพลาด ก็เรียนรู้จากความผิดพลาด เพราะเสียใจก็ไม่ช่วยอะไร มันไม่เปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วให้ดีขึ้นได้ แล้วก็จะไม่กังวลกับอนาคตมากนักเพราะยังมาไม่ถึง ผมจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด การบอกว่าไม่กังวลกับอนาคต ไม่ได้หมายความว่าประมาท เราต้องมีการตั้งรับกับปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือทิศทางธุรกิจที่จะเป็นไป ว่าในอนาคตจะไปในทิศทางไหน การเตรียมการที่ทำในวันนี้ไม่ใช่ความกังวล แต่คือสิ่งที่ต้องทำ ถ้าวันข้างหน้าเป็นไปตามที่เราพยากรณ์ ก็แก้กันไปตามที่เตรียมตั้งรับไว้ แต่ถ้าไม่เป็นไปตามที่พยากรณ์ก็ไม่ต้องแก้อะไร แค่นั้นเอง “ส่วนเรื่องของการบริหารคน ผมเป็นคนให้คนอื่นเต็มร้อยก่อน เวลาเขาทำไม่ดีก็ค่อย ๆ ตัดคะแนนลง เมื่อให้คะแนนเต็มร้อยไว้ก่อน ผมก็จะพยายามช่วยให้เขาทำงานให้ได้ ถ้าเขาทำงานไม่ได้เพราะไม่มีความรู้ ผมจะพยายามใส่ความรู้ให้เขาจัดทำเทรนนิ่งให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ถ้าเขาทำไม่ได้เพราะไม่อยากทำ ก็ต้องดูว่ามีสาเหตุมาจากอะไร จากนั้นก็พยายามหาทางสร้างแรงจูงใจให้เขา คนเรามีที่มาต่างกัน ผมจะคอยเสริมส่วนที่เขาขาด ที่สำคัญคือ พยายามมองคนบวกไว้ก่อนจะไม่มองลบ และเน้นที่การให้โอกาส “ชีวิตผมทำอะไรผิดพลาดเยอะ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยจำอะไรที่ผิดพลาด ผมคิดว่าถ้าผิดพลาด ต้องไปดูว่าผมพลาดเพราะอะไร แล้วต้องทำอย่างไรจึงจะไม่เกิดขึ้นอีก ผมเชื่อว่าคนที่ทำงานแล้วไม่ผิดพลาด คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ถ้าให้ผมเลือกรับคนเข้าทำงาน ระหว่างคนที่ไม่เคยทำอะไรผิดพลาด กับคนที่ทำอะไรผิดพลาดแล้วรู้ว่าตัวเองผิดพลาดตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร ผมเลือกคนที่เคยทำงานผิดพลาดมากกว่าเลือกคนที่ไม่เคยทำงานผิดเลย” อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าวิธีคิดในวันนี้แตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง “เมื่อก่อนผมเป็นคนหยิ่ง ทะนง และจองหอง เพราะเป็นคนทำอะไรประสบความสำเร็จมาตลอด ไม่เคยทำอะไรไม่ได้สามารถหาเงินล้านได้ง่ายมาก จนเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 การเงินของผมเสียหายหนักมาก นั่นเป็นสิ่งที่ในชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น ผมไม่เคยเข้าใจในเรื่องอนิจจัง จนกระทั่งเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าว “มาถึงวันนี้ผมดีใจที่เกิดวิกฤติครั้งนั้น เพราะทำให้ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้น ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ ผมเป็นคนที่ตั้งอยู่บนความประมาทมากเกินไป ถึงวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 จะทำให้ชีวิตติดลบ แต่มันก็ช่วยพลิกชีวิต พลิกมุมมองในการมองโลกของผมใหม่หมด ผมรู้สึกว่ามันเป็นการกลับด้านที่ดีมาก ๆทำให้ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ใช้ชีวิตโดยมีสติเป็นที่ตั้ง และรู้สึกว่าชีวิตมีคุณภาพมากกว่าเดิม” เมื่อเข้าใจสัจธรรมเรื่องนี้ เขาจึงต้องการปลูกฝังพนักงานให้ตระหนักเรื่องการมีสติ เพราะมีประโยชน์ทั้งในการทำงานและชีวิตส่วนตัว ในองค์กรเคทีซีช่วงนั้นจึงนิมนต์พระมาเทศน์ให้พนักงานฟังเป็นประจำ “คนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ นับถือและศรัทธาพระสงฆ์ ผมคิดว่าการนิมนต์พระดี ๆ มาพูดเพื่อเตือนสติเรื่องการใช้ชีวิตเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมาก เพราะสติเป็นเรื่องสำคัญในการดำรงชีวิต เป็นตัวควบคุมทุกอย่าง รวมทั้งช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งองค์กรของเรามีคนทำงานที่อายุน้อยเป็นจำนวนมาก เป็นวัยที่หลงระเริงและขาดสติได้ง่าย ผมในฐานะที่เคยผ่านชีวิตที่ประมาทมาก่อน จึงคิดว่าการนำธรรมะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างมาก และอีกหนึ่งเจตนาคือต้องการให้คนในองค์กรเข้าใจในหลักคำสอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไตรลักษณ์หรือมรรค 8 เพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและกำจัดทุกข์ได้ด้วยตัวเอง” แม้จะพยายามสนับสนุนให้พนักงานนำธรรมะไปใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ในแง่ของการทำธุรกิจ หลายคนอาจมองว่าการให้บริการบัตรเครดิตเป็นการกระตุ้นกิเลสประเภทหนึ่ง เขามีมุมมองในเรื่องนี้ว่า “เราไม่เคยกระตุ้นความโลภของใคร เพราะเราไม่ยัดเยียดสิ่งที่คนไม่ต้องการ เราให้บริการคนที่มีความต้องการอยู่แล้วคนที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่าย “ส่วนเรื่องของการติดตาม ผมขอชี้แจงว่า ถ้าเป็นลูกค้าที่ดี ปฏิบัติตามกฎทุกอย่าง แล้วพนักงานทำอะไรไม่ถูกบอกได้เลย เราจะจัดการทันที เพราะพนักงานติดตามของเราผ่านการอบรมให้พูดจาสุภาพ เคารพลูกค้า ไม่มีการพูดข่มขู่กรรโชกอย่างแน่นอน แต่ก็อยากให้เข้าใจว่าการติดตามหนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานของเราที่มีต่อบริษัท เขาไม่รู้ว่าเรื่องที่ลูกค้าเล่าเพื่อขอผ่อนปรนหนี้เป็นเรื่องจริงหรือเท็จ คนไม่จ่ายหนี้มีเหตุผลทุกคน พนักงานต้องทำเพราะเป็นหน้าที่พอหมดหน้าที่ คนเหล่านี้ก็เข้าวัดทำบุญตามปกติ”                 นับเป็นแนวคิดของผู้บริหารที่สามารถประสานทั้งทางโลกและทางธรรมให้เดินควบคู่กันไปได้เป็นอย่างดี  เรื่อง อุรัชษฎา ขุนขำ ภาพ วรวุฒิ วิชาธร สไตลิสต์ ณัฏฐิตา เกษตระชนม์   บทความน่าสนใจ ยืดหยุ่นให้กับนิยามความสำเร็จของตัวเอง แล้วจะประสบความสำเร็จ หยุดทำ 10 สิ่งนี้หากคุณ อยากประสบความสำเร็จ กฎ 3 ข้อของ การสื่อสาร ให้ประสบความสำเร็จ 6 เคล็ดลับ ประสบความสำเร็จสำหรับ คนทำงาน 5 เทคนิค พูดให้ประสบความสำเร็จ […]

5 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณ สมหวังในความรัก

แค่ปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน คุณก็สามารถ สมหวังในความรัก ได้! ใครๆ ก็อยากได้รับความรัก อยากประสบความสำเร็จในความรักด้วยกันทั้งนั้น มาริอะ อาคิยามะ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “ทุกสิ่งเกิดขึ้นจากเรา 100% ความรักก็เช่นกัน” CEO ของบริษัท Creative Power Japan.inc และผู้ริเริ่มสร้าง CPM หรือ Creative Power Method ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติ “้เปลี่ยนความคิดให้เป็นความจริง” จึงให้คำแนะนำพร้อมข้อคิดดีๆ ในการปรับเปลี่ยน แก้ปัญหา ความคิด และพฤติกรรมของเราเพื่อให้เราประสบความสำเร็จและ สมหวังในความรัก แบบง่ายๆ เอาไว้ 5 ข้อ ดังนี้   ::: ยิ้มอยู่เสมอ ::: คุณเคยได้ยินไหมคะ ที่ว่า “ไม่ว่าใครก็ดูสวยเวลาที่ ยิ้ม” เพราะรอยยิ้มแสดงถึงความน่ารัก เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ทำให้คุณ มีเสน่ห์ เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ไม่ว่าใครก็ชอบคนอารมณ์ดี อัธยาศัย และมีรอยยิ้มหวานๆ ให้แก่กันอยู่เสมอ ลองยิ้มให้มากขึ้น […]

เคล็ดลับประสบความสำเร็จสำหรับ คนวัยทำงาน

คนวัยทำงาน เป็นกลุ่มคนที่ต้องเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียดเต็มไปด้วยความกดดันได้ง่ายกว่าวัยอื่นๆ บางครั้งอาจทำให้สมองรวน งานล่ม สุขภาพลงเหวเอาง่ายๆ

keyboard_arrow_up