อานิสงส์จากการปฏิบัติธรรมมีจริง

อานิสงส์จากการ ปฏิบัติธรรม มีจริง แม้วันเวลาจะล่วงเลยมาแล้วถึง 17 ปี แต่ผมยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี  (ปฏิบัติธรรม) เช้าวันนั้นผมตื่นนอนประมาณ 6.00 น. รู้สึกแขนขวาชา ความคิดแรกคือ ผมคงจะนอนทับแขนนาน พอลุกจากที่นอนก็หยิบแปรงมาหวีผม ปรากฏว่าแขนขวาไม่มีแรง จึงเดินลงมาชั้นล่างเพื่อถอยรถออกจากบ้าน (บ้านเป็นตึกแถว) พอเหยียบคันเร่ง รถพุ่งออกจากบ้านอย่างแรงจนเกือบชนประตูเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม เนื่องจากขาขวาเหยียบคันเร่งแล้วไม่ยอมถอน ผมลงจากรถแบบงง ๆ เอ…เราเป็นอะไรนี่ เช้านี้รู้สึกแปลก ๆ รีบไปนอนพักบนโซฟาในห้องรับแขก พอสาย ๆ เริ่มพูดไม่ค่อยได้ ลิ้นแข็ง แขนและขาไม่มีแรง มึนศีรษะเล็กน้อย เห็นท่าจะไม่ค่อยดี ผมจึงรีบนั่งแท็กซี่ไปหาหมอ (ไม่กล้าขับรถเอง) พอถึงโรงพยาบาล หมอตรวจอาการแล้วรีบให้ยา พร้อมกับบอกว่าผมเป็นอัมพฤกษ์ ผมใจหายวูบ เป็นไปได้อย่างไร ผมเพิ่งจะอายุ 43 ปีเอง ความคิดสับสนไปหมด หลังจากนั้นหมอเอาผมเข้าตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ผลปรากฏว่ามีเส้นเลือดตีบในสมอง หมอบอกว่า ถ้าผมมาช้าอีกสองสามชั่วโมงเส้นเลือดในสมองที่ตีบอาจแตกได้ โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตก็จะค่อนข้างสูง เจ็ดวันที่อยู่โรงพยาบาล ผมนอนรับยาละลายลิ่มเลือดผ่านทางสายน้ำเกลือ ต้องให้ภรรยาคอยป้อนอาหารและน้ำ ระหว่างอยู่โรงพยาบาล หมอมาตรวจอาการเพิ่มเติม […]

“จิตสัมผัส” เมื่อพระพุทธคุณบังเกิดขึ้นในจิต – ครูหนุ่ย งามจิต มุทะธากุล

ครั้งหนึ่งในฤดูหนาว ครูไปเข้ากรรมฐานที่วัดแห่งหนึ่ง พักในกุฏิหลังสุดท้าย ที่วัดนี้รับประทานอาหารมื้อเดียว พอถึงเวลาอาหาร ครูก็เดินไปตักอาหารใส่กะละมังสีขาวรวม ๆ กันไป แล้วก็เดินกลับไปนั่งรับประทานที่กุฏิ เวลาที่ครูไปเข้ากรรมฐาน ครูจะปิดวาจา ไม่พูดไม่คุยกับใคร สำรวมตา ไม่สอดส่ายสายตามองโน่นมองนี่ สำรวมหู ไม่เงี่ยหูฟังเสียงพูดคุยของคนอื่น สำรวมใจ คอยดูจิตไม่ให้ฟุ้งไปตามอารมณ์ เรียกว่า สำรวมอินทรีย์ ให้จิตมีสติรู้อยู่ภายในกายภายในใจของเราเท่านั้น (จิตสัมผัส) การสำรวมอินทรีย์นี้เป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติธรรมมาก แต่ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่มักไม่เคร่งครัดในการนี้ ความจริงสำนักปฏิบัติธรรมที่ดี ๆ ท่านก็บอกไว้แล้วทั้งนั้นว่าให้งดพูด แต่ไม่ค่อยจะปฏิบัติกัน มุ่งแต่การปฏิบัติในห้องกรรมฐานอย่างเดียว พอออกจากห้องกรรมฐานหรือห้องปฏิบัติรวมบ้างก็เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย บ้างก็แอบคุยกัน บ้างก็แอบเขียนแอบจด สติจึงไม่ต่อเนื่อง สมาธิไม่รวม ขาด ๆ วิ่น ๆ จิตไม่ตั้งมั่น การปฏิบัติธรรมจึงไม่สัมฤทธิผล ทำให้เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า “ปฏิบัติธรรมมาตั้งนานไม่เห็นจะได้อะไรเลย” ยังขี้โกรธเหมือนเดิม ปากมากเหมือนเดิม ชอบนินทาเหมือนเดิม ขี้อิจฉาเหมือนเดิม ยังถือตัวถือตน ดูถูกคนเหมือนเดิม ไปมากไปบ่อย แต่ปฏิบัติจริง ๆ น้อย ก็ได้มรรคได้ผลตามเหตุปัจจัย เช้าวันนั้นพระท่านบิณฑบาตได้อาหารมาไม่มากนัก ครูตักข้าวกับผัดถั่วฝักยาวมารับประทาน […]

“ชนะใจ” ลูกน้องทันที…ที่ “ไม่โกรธ” – พิทยากร ลีลาภัทร์

เชื่อไหมว่า ผมเป็นคนโทสะแรงมาก ก่อนที่ผมจะฝึกเจริญสติเมื่อหลายปีก่อน แค่คนขับรถปาดหน้าก็จะลงจากรถเข้าไปต่อยเขาแล้ว ไม่เคยกลัวใคร ตายเป็นตาย! แต่หลังจากเริ่มดูกายดูใจตัวเองเป็น โทสะที่เคยแรงมากก็ลดระดับลงแทบไม่เหลือ อย่างเมื่อวันก่อนกำลังยืนต่อแถวเพื่อจ่ายสตางค์ในห้างดัง อยู่ ๆ ก็มีคนเดินมาแซงคิวแบบเนียน ๆ ผมก็ขัดใจ แต่รู้ทันและมีสติพิจารณาบอกได้ว่า เราไม่รีบ การได้จ่ายเงินช้าลง 1 – 2 นาที คงไม่ได้เปลี่ยนชีวิตเราขนาดนั้น แต่บางครั้งหากโกรธมาก ๆ เราพิจารณาไม่ทัน ก็ต้องให้สติเข้ามาช่วย อย่างเช่นเหตุการณ์ดังต่อไปนี้… หลังจากผมพบว่าลูกน้องทำงานผิดพลาดในสิ่งที่ไม่ควรผิด รับปากอะไรแล้วไม่ดำเนินการให้เรียบร้อย ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ในฐานะผู้จัดการ ผมเรียกเขาเข้ามาคุยและตักเตือน แต่ลูกน้องคนนั้นกลับมีข้ออ้างและข้อแก้ตัวแบบเดิม ๆ ที่ใช้มาแล้วหลายรอบ และไม่เคยแก้ไขตัวเองเลย ผมเริ่มโมโหจนหน้าแดง ใจเต้นแรง มือสั่น หายใจถี่ รู้สึกเหมือนอยากจะต่อว่าลูกน้องคนนั้นแรง ๆ ให้สะใจ ซึ่งหากไม่เคยฝึกสติดูจิตดูใจ ปฏิบัติธรรมมาก่อน ผมอาจต่อยอดจากการต่อว่าเป็นการกระโดดเข้าไปต่อยลูกน้องแล้วก็ได้ วินาทีนั้นรู้สึกเหมือนภายในตัวมีแรงดันคล้ายกับท่อที่มีน้ำร้อน ๆ กำลังพลุ่งขึ้นมา จิตของผมคล้ายมีทางแยกเป็นสองทาง ทางแรกคือ ด่าลูกน้องออกไปแรง ๆ อีกทางคือ บอกกับตัวเองว่าถ้าพูดออกไปตอนนี้จะเป็นการใช้อารมณ์ […]

“ด้วยรักและเมตตา” รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ

ผมมักสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับความจริงของโลก ชีวิต จิตวิญญาณ ศาสนา และศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตัวเองมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก (นายแพทย์ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ) อาจจะด้วยความที่เป็นเด็กช่างสงสัย ผมจึงไม่เคยหยุดที่จะหาคำตอบหรือยอมเชื่ออะไรง่าย ๆ จนกว่าจะลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ในเรื่องการรู้แจ้งในความจริงของชีวิตก็เช่นกัน ผมจึงลงมือหาคำตอบด้วยการปฏิบัติธรรมตั้งแต่อายุ 12 – 13 ปี โดยฝึกสมาธิทุกวัน รวมทั้งอ่านคัมภีร์ทางศาสนา เช่น มิลินทปัญหา ซึ่งผมอ่านตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมและชอบหนังสือเล่มนี้มาก เพราะได้แสดงให้เห็นการปุจฉา – วิสัชนาอย่างลึกซึ้งตลอดทั้งเล่ม รวมไปถึงหนังสือ กรรมฐาน 40 ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ และหนังสือ คู่มือมนุษย์ ของท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนังสือหลักของผู้ปฏิบัติธรรมทุกคน จากประสบการณ์ในวิปัสสนากรรมฐานทำให้ผมตระหนักรู้ในทุกข์คือตั้งแต่เกิดจนตาย ชีวิตของคนเราคือกองทุกข์ หายใจเข้าไม่หายใจออกก็ทุกข์ หายใจออกแล้วไม่ได้หายใจเข้าก็ทุกข์…ทุกข์นี้คือความจริง แต่ทุกข์นั่นเองที่เป็นเงื่อนไขสำคัญให้จิตพ้นทุกข์ อาจเรียกได้ว่าเป็น “ข้อดี” ของความทุกข์ก็น่าจะได้ เพราะทุกข์เป็นเครื่องช่วยให้เรามีความรักความเมตตาต่อทุกชีวิต และยังช่วยให้แสวงหาทางพ้นทุกข์ด้วยสติปัญญา ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ผมจึงมักจะเฟ้นหาสถานที่ที่สงบเพื่อไปเก็บตัวปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิตามที่ต่าง ๆ หากมีเวลามากหน่อยก็ไปพักฝึกจิตใจที่วัดป่าสัก 3 – 4 วัน ถ้าไม่มีเวลาก็อาศัยการนั่งที่ข้างสระน้ำแถว […]

ปล่อยจิตให้เป็นโสด (บ้างเถอะ!) – ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

คนเราทำอะไรต้องมีเป้าหมาย โดยเริ่มจากการตั้งหางเสือ แล้วพุ่งไปที่เป้าหมาย (ปล่อยจิตให้เป็นโสด) …ดังเช่นตัวผมตั้งเป้าที่จะไปนิพพาน ผมจึงปักธงชัยไว้ที่นิพพานแล้วเดินตามเส้นทางแห่งการหลุดพ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อยก็พัก แต่ไม่เคยหยุด ทำให้ไม่ทุกข์ ไม่คาดหวัง แต่ไม่เลิก ฝึกไปเรื่อย ๆ โดยไม่ประมาท ถึงไม่ถึงเป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตน เหมือนการอิ่มข้าว ซึ่งเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ ผมใชัหลักการที่ว่า หากเส้นทางเดินถูกต้องตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงชี้แนะไว้ อย่างไรก็ไม่หลงทาง ตราบใดที่เรามั่นใจในกระบวนการ ซึ่งระหว่างทางก็อาจทำเพื่อโลกบ้าง เพื่อธรรมบ้าง ตราบนั้นเราเดินทางถึงแน่นอน มีคนเคยถามผมว่า ทำไมผมถึงตั้งเป้าเช่นนั้น หากอุปมาก็เหมือนกับคนที่เคยกินมะม่วงแล้วพบว่า อร่อย ก็เลยกินต่อ กับคนเคยกินของบูดเน่าแล้วรู้ว่าไม่อร่อย เลยเข็ดขยาดไม่กินอีก…มะม่วงอร่อยที่กล่าวถึงคือความสุขทางธรรมระดับลึก ๆ ที่เกิดขึ้นกลางใจ ทำให้ใจโล่งโปร่งสบาย ซึ่งยิ่งใหญ่และลึกซึ้งกว่าความสุขแบบโลก (สุขทางเนื้อหนัง วัตถุ สิ่งสมมุติทั้งหลาย) อย่างไม่สามารถเปรียบเทียบได้ ดังนั้นการที่ผมตั้งเป้าหมายที่จะไปนิพพานจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่กระนั้นการที่ผมทำงานเยอะและหลากหลายทำให้ตัวเองไม่ค่อยมีเวลา ผมจึงใช้หลักการ “บวชอยู่กับงาน” ดังที่ท่านพระอาจารย์พุทธทาสเคยสอนว่า “งานคือธรรม ธรรมคืองาน” แทน…ในงานทั้งหลายที่เราจำเป็นต้องทำนั้น มีทั้งโจทย์และแบบฝึกหัดให้ฝึกสติมากมาย ตั้งแต่กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต จนถึงธรรมในธรรม ทุกวินาที ทุกอิริยาบถที่ผ่านไป […]

เณรตรัย สามเณรน้อยแห่งวัดบวรฯ มีจิตศรัทธาปฏิบัติธรรมที่ วัดป่าธรรมคีรี

เณรตรัย สามเณรน้อยแห่งวัดบวรฯ มีจิตศรัทธาปฏิบัติธรรมที่ วัดป่าธรรมคีรี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา เพจ วัดป่าธรรมคีรี ได้โพสต์รูปถ่ายพร้อมข้อความว่า “ สามเณร นพสิทธิ์ เขมสิทฺธิโก (โชติสุริยสินสุข) หรือ “เณรตรัย” สามเณรรูปเดียวที่อยู่ประจำภายในวัดบวรนิเวศวิหาร มีจิตศรัทธากราบขออนุญาตพระผู้ใหญ่ทางวัดบวรนิเวศวิหารมาปฏิบัติธรรมที่วัดป่าธรรมคีรี (จันดีอนุสรณ์) ก่อนที่จะเดินทางกลับไปศึกษาฝ่ายปริยัติต่อไป     “ ลูกเณรกราบเรียนพระอาจารย์คม อภิวโร ว่า “ถ้าผมมีวันหยุดจากการเรียนพระปริยัติอีก ผมขออนุญาตมาฝึกตนที่วัดป่าธรรมคีรีนะครับ” “ ลูกเณรตรัยเคยบรรพชาสามเณรฤดูร้อนหลายครั้ง จากนั้นจึงตั้งใจว่าจะออกบวชจริงจังด้วยศรัทธาในคุณพระรัตนตรัย อ้อนวอนคุณพ่อคุณแม่จนได้รับอนุญาตให้บรรพชาเป็นสามเณรเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม     “ ลูกเณรมีความน่ารักตามประสาเด็กน้อยที่อาจมีอะไรขาดบ้างเกินบ้าง ถูกบ้างพลาดบ้างเป็นธรรมดา แต่ด้วยจิตที่เคารพรักในพระรัตนตรัยและพระนิพพานจึงทำให้เป็นที่รักของหลวงพี่และอุบาสกอุบาสิกาวัดป่าธรรมคีรีทุกท่าน ”     ที่มาและภาพ : www.facebook.com/WatPaThammakeeree บทความน่าสนใจ ดารา-คนดังร่วมงานแถลงข่าวโครงการบรรพชาสามเณร บวชเด็กอินเดียรุ่นที่ 3  อาลัย พระใบฎีกาธีระศักดิ์ ธัมมธีโร พระอาจารย์หนุ่มช่วยเหลือสามเณรจนมรณภาพ […]

หัวใจของการปฏิบัติธรรมอยู่ที่การเจริญกุศล โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ช่วงหนึ่งในโทรทัศน์เคยมีรายการเกม กำจัดจุดอ่อน เป็นการกำจัดคู่แข่งออกไปเรื่อย ๆ แต่เวลามาปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะการมาทำวิปัสสนากรรมฐานซึ่งเป็นการทำงานทางจิตนี้ ไม่ได้เป็นการมาเล่นเกมกำจัดจุดอ่อน แต่เป็นการสร้างจุดเด่นให้เกิดขึ้น เมื่อจุดเด่นโตเต็มที่ เต็มเปี่ยม สมบูรณ์ บริบูรณ์ จุดด้อยย่อมอยู่ไม่ได้และไม่เกิดขึ้น (เจริญกุศล) การทำวิปัสสนานั้นไม่ใช่การปฏิบัติเพื่อดับหรือละกิเลส แต่เป็นการมาเจริญกุศลในหมวดสติปัฏฐาน และเจริญสติสัมปชัญญะให้มีสติอยู่กับกายกับใจ ทำให้สิ่งอื่นเข้ามาไม่ได้ เมื่อกุศลเต็มเปี่ยมแล้ว อกุศลย่อมเกิดไม่ได้ เพราะเมื่อสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งจะไม่เกิด เราจึงมีหน้าที่ เจริญกุศล ไม่ได้มีหน้าที่ไปดับอกุศล เกมนี้เล่นง่าย ๆ แบบนี้ละ หากปฏิบัติตามนี้แล้วเราจะมีความผ่อนคลาย สบาย และสงบร่มเย็นในจิตใจ เพราะในขณะที่กุศลเกิด อกุศลที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดไม่ได้ ส่วนอกุศลที่เคยเกิดขึ้นแล้วย่อมสลายหมดไป และขณะที่เจริญกุศลอยู่นั้น กุศลที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น ส่วนกุศลที่เกิดแล้วก็จะยิ่งพัฒนาต่อไป เรียกว่าถึงพร้อมด้วยสัมมาวายามะ 4*** แต่ถ้าเราต้องไปจงใจละอกุศลก่อน แล้วค่อยมาเจริญกุศลต่อ ย่อมเหมือนการแยกส่วนปฏิบัติทีละข้อ เมื่อกุศลเกิด อกุศลเช่นโลภะ โทสะ โมหะย่อมเกิดไม่ได้ เราจึงไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับโลภะ โทสะ โมหะ แค่ตั้งหน้าตั้งตา ตั้งอกตั้งใจเจริญกุศลอยู่เนือง ๆ เมื่อสติหมดก็ตั้งสติใหม่ ตั้งใหม่ ๆ […]

การเติมบุญโดยไม่ต้องใช้เงิน ธรรมะโดย หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี (ส.เขมรังสี)

การเติมบุญ ใช่ว่าจะต้องจ่ายทรัพย์เท่านั้น การให้ทาน การให้อภัย ให้ธรรมะ สนทนาธรรมะ รักษาศีล 5 ศีล 8 ก็เป็น การเติมบุญ พยายามที่จะเจริญภาวนา หายใจเข้ารู้ หายใจออกรู้ เจริญสติปัฏฐาน ระลึกรู้กายเนือง ๆ เวทนาเนือง ๆ จิตเนือง ๆ ธรรมในธรรมเนือง ๆ เรียกว่าต้องเจริญสติปัฏฐาน เจริญสัมมัปปธาน 4 ต้องเพียร เพียรในการละบาป วันนี้บาปเกิดขึ้นในใจเรา โกรธบ้าง โลภบ้าง ก็เพียรที่จะละออกไป เพียรมากก็ละออกไปได้มาก แล้วก็เพียรระวังไว้อย่าให้บาปมันกลับมาเกิดขึ้นอีก เพียรให้เกิดกุศล สติ สมาธิ ปัญญา พอเกิดสติขึ้นมาก็เพียรรักษาไว้ให้มันเจริญไว้ ต้องมีอิทธิบาท ฉันทะ พอใจในการปฏิบัติธรรม ถ้าเราไม่มีฉันทะ ปฏิบัติไปก็ง่วง ปฏิบัติไปก็เบื่อหน่าย ท้อแท้ ท้อถอย เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างฉันทะให้เห็นว่าการปฏิบัติเป็นเรื่องดี นั่งกรรมฐาน เจริญภาวนา เจริญสติ เพียรปฏิบัติ เดินจงกรม เป็นเรื่องดี […]

“ถ้าพร้อมตาย ก็สบายไปแปดอย่าง”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการไปปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูงในเทือกเขาอันสลับซับซ้อนที่สวยงามราวกับภาพวาด ทว่าฉันกลับได้รับความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวแต่ก็มีคุณค่าที่สุด! เนื่องจากฉันขออยู่คนเดียวและ “เรือนภาวนา” ใกล้ ๆ เต็มหมด ฉันเลยถูกส่งไปอยู่หลังที่ไกลลิบ…ตอนแรกฉันดีใจมากที่ไม่ต้องนอนกับคนแปลกหน้า แถมวิวตรงนั้นยังสวยเกินบรรยาย เพราะเรือนอยู่ตรงเชิงเขาอย่างโดดเดี่ยว มีอีกเพียง 1 – 2 หลังอยู่ห่าง ๆ แต่พอตกกลางคืนฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดเมื่อต้องนอนเพียงลำพังในกระท่อมหลังเล็ก ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขากว้างใหญ่และเสียงโหยหวนของสัตว์กลางคืน รวมทั้งจักจั่นเรไรที่แข่งกันร้องระงม ฉันพยายามข่มตาหลับ แต่จู่ ๆ ลมก็พัดแรงขึ้น ๆ จนเสียงดังอื้ออึงไม่ต่างจากพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ ราวกับจะหอบเอาเรือนทั้งหลังไป!…อากาศก็เย็นยะเยือกจนทนแทบไม่ไหว เพราะฉันไม่คิดว่าอุณหภูมิจะต่ำถึงขนาดนั้นจึงไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมามากพอ ที่ร้ายยิ่งกว่าคือ ฉันได้ยินเสียงประตูกระแทกกันตลอดเวลา ซึ่งฟังดูคล้ายมีคนกำลังพยายามเปิดมันเข้ามา!…ทำให้ฉันรู้สึกประสาทเสียมากขึ้น เมื่อนึกได้ว่าตอนที่มาถึงและหาเรือนไม่เจอ ฉันได้ไปถามทางคนสวนหน้าตาน่ากลัวที่ทำงานอยู่แถวนั้น “เขาจะต้องรู้ว่าฉันอยู่คนเดียวในเรือนโดดเดี่ยวหลังนี้!”…. ฉันตัดสินใจลุกขึ้นหยิบไม้ถูพื้นไปวางไว้ที่ประตู เผื่อใครเข้ามาจะได้รู้ตัว…พร้อมทั้งแข็งใจมองไปรอบ ๆ เรือน แล้วก็ต้องแปลกใจมากที่เห็นว่าใบไม้บริเวณนั้นแทบไม่ไหวติง “แล้วเสียงลมมาจากไหนกัน?!” ฉันกลับมานอนครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานา และยิ่งคิดก็ดูเหมือนเสียงหวีดหวิวนั้นจะยิ่งดังขึ้น ๆ จนฉันรู้สึกเหมือนจะสติแตกเอาเลยทีเดียว! แต่แล้วฉันก็พยายามหายใจเข้าออกช้า ๆ พร้อมกับคิดว่า “นี่เรากำลังกลัวอะไรหรือ…กลัวพายุ…กลัวสัตว์ร้าย…กลัวผี…กลัวคน หรือกลัวความตายกันแน่” สุดท้ายฉันก็คิดได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นพายุ สัตว์ร้าย ผี หรือคน […]

บันทึกของ “คนไกลวัด”

“ซ้าย ย่าง หนอ ขวา ย่าง หนอ” เสียงพูดดังงึมงำรอบตัว  (คนไกลวัด) บรรยากาศมีแต่ความสงบและผ่อนคลาย ไม่ได้มีทีท่าว่าจะขำ ๆ ตลก ๆ อย่างที่ฉันเกรง “ให้พูดออกเสียง ระวังอย่าให้คำพูดไปก่อน ต้องให้ พอดี จึงจะอยู่ในปัจจุบันอย่างแท้จริง” เสียงของพระอาจารย์ที่พูดเตือนเป็นระยะ ทว่ากลับไม่ทำให้ความสงบรอบตัวลดลงหรือทำให้เกิดบรรยากาศของการเข้มงวด นี่เป็นการฝึก เดินจงกรม อย่างเป็นรูปธรรมจริงจังครั้งแรกในชีวิต แม้ว่าจะมีเวลาเดินจงกรมครั้งนี้เพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ทว่ากลับทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงความสงบและความนิ่งในใจ สถานที่ปฏิบัติธรรมอยู่ที่ห้องประชุมบนชั้น 8 ของตึกศรีสุลาลัย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ภายในห้องมีทั้งอาสนะวางเรียงรายห่าง ๆ กัน และเก้าอี้ตั้งชิดกำแพงห้องสำหรับให้เลือกนั่งปฏิบัติธรรม บรรยากาศดูสบาย ๆ เรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตอง ฉันเดินไปนั่งบนอาสนะที่เตรียมไว้ สักครู่วิทยากรก็มาพูดเชิญชวนให้นั่งด้านหน้า จริงสิ ต่างคนต่างก็ยึดที่นั่งด้านหลังทั้งนั้น รวมทั้งฉันด้วย นี่ละวิสัยคนไทย นั่งหลังไว้ก่อน (มารยาทดี อยากเก็บที่นั่งดี ๆ ด้านหน้าไว้ให้คนอื่นไง ฮา) ในห้องประชุม ทุกคนต่างก็นั่งกันเงียบ ๆ […]

“นิพพานที่ได้เห็น” ประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติธรรมจากแดนไกล

ประสบการณ์ที่จะแบ่งปันวันนี้เป็นประสบการณ์สดใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับฉันเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา นอกจากสดใหม่แล้ว ฉันยังอยากจะเก็บสิ่งที่ฉันเพิ่งได้สัมผัสมาใส่กระปุกฝากทุก ๆ ชีวิตในโลกหากปอดฉันใหญ่เท่ากับป่าทั้งป่า เธอคงพอจะเดาได้แล้วสิว่าของฝากแสนพิเศษที่ไร้คำบรรยายที่ฉันพูดถึงคืออะไร หากยังนึกไม่ออก ฉันขอให้เธอหยุดอ่านที่บรรทัดนี้ หยุดนิ่ง แล้วจินตนาการว่าเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางป่าสนในเมืองหนาว รอบข้างมีละอองไอหมอกที่เย็นสนิท มองไปทางไหนก็เห็นแต่กอต้นเฟินสีเขียวสดท่ามกลางสายหมอก แหงนหน้าขึ้นฟ้าก็เห็นต้นสนสูงตระหง่านและยอดสนรางเลือน ที่นี่ไม่มีใคร มีแต่เธอและสรรพชีวิตในธรรมชาติซึ่งกำลังมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น ลมอันเย็นชื้นที่เธอกำลังสูดเข้าทางปลายจมูกได้ระบายลงสู่ปอด เป็นความสดชื่นและเย็นฉ่ำของลมหายใจที่ปอดของเธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน…นี่แหละของฝากจากฉันถึงเธอ…ลมหายใจจากป่าสน ฉันมาปฏิบัติธรรมและดูแลรับใช้สังฆะเล็ก ๆ ที่มีพระสงฆ์จากเมืองไทยและพระชาวบราซิลเพียงสองรูปที่วัดป่าวิมุตติ วัดสาขาหลวงพ่อชาบนเกาะเหนือ ประเทศนิวซีแลนด์ ชีวิตที่ถูกจำกัดด้วยตารางเวลาและกิจกรรมอันเรียบง่าย ทำให้ฉันมีเวลาในแต่ละวันเหลือพอที่จะอยู่กับความจริงของชีวิต หลังจากถวายอาหารเพล ฉันออกกำลังด้วยการเดินเจริญสติ ความวิเวกของสถานที่ทำให้ฉันพบว่า ชีวิตที่นี่ใกล้ชิดธรรมชาติจนไม่ยากนักที่จะรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับท้องฟ้า ก้อนเมฆ พระอาทิตย์ ฝูงนก และไก่ป่าที่ขานรับรุ่งอรุณในยามเช้ารวมไปถึงพระจันทร์กับดวงดาวที่ส่องแสงในยามกลางคืนเป็นเพื่อนสัตว์ที่ออกหากินยามค่ำ เช่น กระต่ายป่าและตัวพอสซัม ซึ่งพากันกระโดดโลดเต้นอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ เช้านี้แปลกกว่าทุกวันตรงที่เมื่อฉันตื่นนอนและเปิดประตูกุฏิออกมา พระจันทร์ที่เคยส่องแสงทักทายฉันกลับหลบไปซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอก เมื่อเสร็จจากภาระหน้าที่ฉันก็ออกเดินเช่นทุกวัน ต่างกันแต่วันนี้ฉันต้องใส่เสื้อหนาว หมวก ถุงมือ และถุงเท้าเต็มที่ แม้จะเป็นตอนบ่าย แต่เทือกเขาทั้งเทือกและทุ่งหญ้ายังถูกปกคลุมด้วยสายหมอก ฉันออกเดินเจริญสติไปยังสถานที่พิเศษในหุบเขาที่ฉันหมายใจว่าจะไปให้ถึงในสักวันก่อนอำลาวิมุตติ สถานที่นี้ฉันขอแอบตั้งชื่อในใจว่า “หุบเขาทะเลหมอก” และของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้ตรงหน้าฉันขอเรียกว่า “นิพพานที่เห็นได้ด้วยตา” อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าฉันโอ้อวดอุตริว่าตัวเองบรรลุธรรม เพราะฉันทำได้ก็แค่นิพพานชั่วขณะตามที่พระท่านมักเอ่ยถึงในหนังสือธรรมะ เพื่อให้คนมีกำลังใจในการปฏิบัติเท่านั้น “นิพพาน” ในที่นี้คือภาพที่กล้องถ่ายรูปหรือกล้องวิดีโอไม่อาจบันทึกองค์ประกอบที่รวมกันเป็นรูปธรรมของคำว่า “นิพพาน” […]

ปฏิบัติธรรมตามจริต แบบไหนที่เหมาะกับคุณ

จริตมนุษย์ โดย พระกรภพ กิตติปญฺโญ (ปฏิบัติธรรมตามจริต) การปฏิบัติธรรมเพื่อให้บรรลุธรรมนั้นมีหลายวิธี ปัญหาอยู่ที่ว่าใครถนัดวิธีไหนมากกว่า เพราะจริตของคนเราไม่เหมือนกัน (ปฏิบัติธรรมตามจริต) เช่นเดียวกัน ทำไมบางคนชอบฟังเพลงลูกทุ่ง บางคนชอบลูกกรุง บางคนไม่ชอบทั้งลูกทุ่งและลูกกรุง แต่ชอบเพลงคลาสสิก คนที่ชอบเพลงลูกทุ่ง แล้วจับมาให้นั่งฟังเพลงคลาสสิกก็คงจะบ้าตายเสียก่อนจะจบการบรรเลง หรือหากจับเอาคนที่ชอบเพลงคลาสสิกมาให้นั่งฟังเพลงลูกทุ่งก็คงนั่งกระสับกระส่าย ออกอาการเหมือนปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ ของชิ้นเดียวกัน คนหนึ่งว่าสวย แต่อีกคนอาจมองว่าน่าเกลียดก็เป็นได้ ทางโลกเรียกว่า “รสนิยม” ต่างกัน ฉันใดก็ฉันนั้น การปฏิบัติธรรมของแต่ละคนก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคนเช่นกัน แต่ทางธรรมเราเรียกว่า “จริต” นั่นเอง ตามตำราบอกว่า จริตของมนุษย์เรานั้นแบ่งออกเป็น 6 ประเภทด้วยกัน คือ 1. ราคจริต คือผู้ที่รักสวยรักงาม ละเอียดลออ ละมุนละไม ให้พยายามพิจารณาร่างกายของตัวเอง หรือซากศพสัตว์ หรือนึกภาพซากศพคนก็ได้ เพื่อให้เห็นว่าที่จริงร่างกายนั้นเป็นของน่าเกลียด ของสกปรก แต่ละนาทีล้วนแต่ปล่อยของเสียของเหม็นออกมา ไม่ใช่ของสวยงามแต่อย่างใด ยิ่งถ้าตายไปแล้ว มีแต่จะเน่าเฟะ น่าเกลียด และเหม็นขนาดไหน 2. โทสจริต คือผู้ที่ขี้โมโห ฉุนเฉียว หงุดหงิด […]

การเจริญสติที่ทำให้เกิดปัญญา โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

การเจริญสติ ที่ทำให้เกิดปัญญา โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ สำหรับอาตมา มีประสบการณ์ว่า การเจริญสติ ไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตา หลวงพ่อเคยทำวิธีหลับตามาแล้ว แต่ไม่เกิดปัญญา พอมาทำวิธีใหม่ วิธีของหลวงพ่อนี้มันเกิดปัญญา ทำให้รู้สึกว่าถูกต้องกับตำรับตำราของคนสมัยใหม่ วิธีของหลวงพ่อนี้ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นของใหม่ก็ได้ เพราะยังไม่เคยได้ยิน แต่ความจริงแล้วเป็นของเก่าตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าสอนนั่นแหละ ก. ปลุก “ตัว” ให้รู้สึกและตื่นอยู่เสมอ การเจริญสติที่อาตมาทำมาและกำลังเล่าให้ฟังอยู่นี้ทำดังนี้ สมมติว่าเรากำลังนั่งพับเพียบ หรือกำลังนั่งเก้าอี้หรือกำลังนอนหรือยืนก็ได้ ให้เอาสติมาจับความเคลื่อนไหวของมือ พลิกมือขึ้น คว่ำมือลง ยกมือขึ้น เอามือลง ให้มีสติรู้ทุกอิริยาบถ ทำอย่างนี้บ่อย ๆ นี่เป็นการเจริญสติอย่างหยาบ ๆ พูดง่าย ๆ คือ ให้มีสติอยู่ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่งนอนยืนเดิน จะทำอะไรอยู่ก็ตามให้รู้สึก การทำวิธีนี้ใคร ๆ ก็ทำได้ จะนับถือศาสนาอะไรก็นำเอาไปทำทั้งนั้น ไม่ว่าชนชาติใดก็ทำได้ เพราะทุกคนมีกายกับใจด้วยกันทั้งนั้น ทุกศาสนาก็สอนเหมือนกันหมดคือให้ละความชั่วทำความดี ข. ปลุก “ใจ” ให้รู้สึกและตื่นอยู่เสมอ เมื่อเจริญสติจนชำนาญแล้ว ให้เอาสติเข้าไปจับความรู้สึกของจิตใจ คือรู้ตามอารมณ์ […]

ซีเคร็ตชวนอ่าน : ปฏิบัติธรรม “ง่าย” กว่าที่คิด (ง่ายจริงหรือ ต้องลองอ่าน)

ซีเคร็ตชวนอ่าน : ปฏิบัติธรรม “ง่าย” กว่าที่คิด (ง่ายจริงหรือ ต้องลองอ่าน) ปฏิบัติธรรม “ง่าย” กว่าที่คิด หนังสือธรรมะปกสีฟ้า สะดุดกับตัวหนังสือสีเหลืองว่า “ง่าย กว่าที่คิด” ผลงานชิ้นที่สองของคุณ Camouflage กับสำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ เหมาะสำหรับผู้ที่ปฏิบัติธรรมแล้วมีข้อสงสัยบางประการ รวมทั้งผู้ที่อยากหาคำตอบบางอย่างเกี่ยวกับการปฏิบัติ โดยที่ยังไม่เริ่มเช่นกัน ปฏิบัติธรรมง่ายกว่าที่คิดจริงหรือไม่ คำตอบรอเราอยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้ว เพียงได้ยินคำว่า “ปฏิบัติธรรม”  ภาพที่ปรากฏขึ้นในหัวคงหนีไม่พ้น ภาพของคนใส่ชุดขาวห่มขาว นั่งสมาธิ เดินจงกรมอยู่ในวัด หรือในสำนักปฏิบัติสักแห่ง แต่หนังสือเล่มนี้คือ ได้สลายภาพเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น การปฏิบัติคือ การนำธรรมะมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน แม้แต่ตอนตื่นก็เป็นปฏิบัติธรรม การควบคุมความคิดก็เป็นการปฏิบัติธรรม ผู้อ่านประหลาดใจไม่น้อยที่ได้ทราบข้อมูลเหล่านี้ แม้จะมีพระอาจารย์หลายรูปก่อนหน้านี้ ได้อธิบายเรื่องการทำสมาธิ การดูจิตระหว่างทำงานไว้บ้างแล้ว เช่น ท่านพุทธทาสภิกขุ หลวงพ่อชา สุภทฺโท เป็นต้น     คุณเมตตา อุทกะพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวเรื่อง จิต ไว้ในคำนิยมอย่างน่าสนใจว่า “สภาพปกติ” มีอยู่ในทุกคน […]

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: การ ปิดวาจา ขณะปฏิบัติธรรม คืออะไร

การปิดวาจาก็คืองดพูดเพราะว่าพูดแล้วอาจเกิดปัญหา คนเราเวลาพูดกันไม่ได้คุยกันแต่เรื่องของสองคน มักจะพาดพิงถึงคนอื่น ไม่ใช่เรื่องของเรา ถือเป็นการส่งจิตออก

ความสำเร็จของการปฏิบัติธรรมวัดจากอะไร โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

ความสำเร็จของการปฏิบัติธรรม วัดจากอะไร โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ความสำเร็จของการปฏิบัติธรรม วัดได้จากอะไร เป็นสิ่งบ่งชี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้เทศนาธรรมเรื่องนี้ไว้ในหัวข้อว่า “หลักพุทธธรรมเพื่อการปฏิบัติธรรม” ซึ่งได้แสดงให้นิสิตปริญญาโท ภาควิชาสารัตถศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2532 การบรรยายธรรมเรื่องนี้คงช่วยตอบข้อสงสัยของนักปฏิบัติธรรมได้ไม่มากก็น้อย การตัดสินผลการปฏิบัติว่าใครก้าวหน้าไปแค่ไหน ใครเป็นผู้สำเร็จ ใครบรรลุอรหันต์หรือไม่ จะวัดกันด้วยอะไร เรามักจะตื่นเต้นกัน บางทีก็ตื่นเต้นด้วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เห็นท่านไหนมีอิทธิฤทธิ์ก็ฮือกันว่า โอ! ท่านคงจะสำเร็จแล้ว เป็นพระอรหันต์แล้ว ใครทำนั่นทำนี่ได้ก็เป็นผู้วิเศษ บางทีก็ตื่นกันว่าท่านผู้นั้นเข้าสมาธิได้ เห็นโน่นเห็นนี่ มองเห็นสวรรค์วิมาน แม้แต่ไปพบพระพุทธเจ้าได้ เป็นผู้สำเร็จ หรือบางทีเห็นผู้ที่ถือศีลเคร่งครัดมากเป็นพิเศษก็นึกว่านี่เป็นผู้สำเร็จ ทั้งหมดนั้นก็เป็นเรื่องที่มองกันไปต่าง ๆ แต่การตรวจสอบผลสำเร็จที่แท้จริงนั้นต้องวัดได้ที่ประสบการณ์ตรง ที่ในใจของทุกคนนี่เอง     พระพุทธเจ้าทรงเห็นแล้วว่า คนเรานี่จะเขวได้ง่าย จึงตรัสหลักในการตรวจสอบไว้ การตรวจสอบด้วยประสบการณ์ตรงก็คือ ให้ดูใจของตนเองว่ามีโลภ โกรธ หลงไหม แล้วละคลายไปได้แค่ไหน มีความก้าวหน้าในเรื่องนี้แค่ไหนเพียงไร มีความคิดประทุษร้ายต่อผู้อื่นหรือไม่ มีความเกลียดชังผู้อื่นหรือไม่ […]

เมื่อผมพาแม่ไปปฏิบัติธรรม

วันนี้จะขอพาพี่ ๆ เพื่อน ๆ มาวัดที่จังหวัดบ้านเกิดผม ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หลาย ๆ คนอาจจะนึกว่าวัดหลวงพ่อโสธร แต่ไม่ใช่ครับ วัดนี้เป็นวัดที่ไม่ได้โด่งดังด้านความศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นวัดที่มีความสําคัญในการพัฒนาจิตใจเราให้ดีขึ้น พาแม่ไปปฏิบัติธรรม นี่คือ ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดผาณิตาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา สถานที่นี้เป็นบ้านอีกแห่งหนึ่งของผมเช่นกัน ที่ผมพูดแบบนี้เพราะว่า ถ้าผมหมุนเวลาย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน นาฬิกาชีวิตย้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่ผมได้เริ่มทํางานที่แรกกับการเป็นเซลส์ รายได้อู้ฟู่ไม่ใช่น้อย ใช้ชีวิตแบบสุรุ่ยสุร่าย หมดเงินไปกับสิ่งที่เรียกว่าแฟชั่น ค่านิยมจํานวนมาก จนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แม่เริ่มไม่สบาย ปวดขา และต้องมารักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เวลาที่ผมไปหาลูกค้าเสร็จ ช่วงเย็นผมต้องมาเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล อาการที่ขาของแม่ก็ไม่ดีขึ้นเลย ผมมักจะซื้อของที่แม่ชอบมาให้แม่กินประจํา ผมนั่งมองดูแม่หลับ น้ำตาผมจะไหล แต่มันไหลไม่ได้ ผมอยากให้แม่หายไว ๆ เมื่อก่อนเวลาที่แม่บ่นแม่ว่า ผมไม่เคยสนใจท่านเลย ผมไม่เคยกอดแม่นานมากแล้ว…จําได้ครั้งล่าสุดที่กอดคือวันที่รถตู้โรงเรียนสมัยมัธยมถูกสิบล้อชน แม่มาที่โรงเรียนและวิ่งเข้ามากอดผม แม่นึกว่าผมอยู่ในรถคันนั้น ผมเดินออกจากโรงพยาบาลในตอนค่ำอย่างอ่อนล้า ท่ามกลางแสงไฟและแสงสีในกรุงเทพฯ ผมเคยเป็นเหมือนแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ หลงแสงสี หลงรัก หลงทาง หาทางออกไม่เจอ วันนี้ผมไม่ต้องออกตลาด เพราะผมต้องประชุมและเคลียร์งานอยู่ที่ออฟฟิศแถวชิดลม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พ่อโทรศัพท์มาบอกว่า […]

เมื่อทุกข์ จึงเห็นธรรม วัดอัมพวันช่วยชีวิต

ดิฉันก็จำได้ทันทีว่า วัดที่เห็นในความฝันคือ วัดอัมพวัน  เพราะทั้งทางเดิน  ต้นโพธิ์  กุฏิพระ และบรรยากาศโดยรอบเหมือนกันทุกประการ 

keyboard_arrow_up