โรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นจากการคิดว่าห้องเป็นเพียงที่ซุกหัวนอน

โรคซึมเศร้า ที่เกิดขึ้นจากการคิดว่าห้องเป็นเพียงที่ซุกหัวนอน ปัจจุบันนี้มีคนป่วยเป็น โรคซึมเศร้า มาขึ้น คงเนื่องมาจากความกดดันของสังคมที่มีการแข่งขันกันสูง เรื่องที่ซีเคร็ตนำมาเสนอต่อไปนี้ เป็นเรื่องจากคุณเคโซ ยะโน เจ้าของงานเขียนเรื่อง “แค่ปรับปรุงบ้าน ชีวิตทุกด้านก็สำเร็จ” การปรับปรุงที่อยู่อาศัยเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า บอกได้เลยว่าเกี่ยวค่ะจากเรื่องที่คุณเคโซ ยะโน สถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์เรื่องบ้านมาอย่างยาวนาน และนี่คือประสบการณ์ที่คุณเคโซอยากแชร์ คุณเคโซเล่าว่า มีผู้ชายคนหนึ่งอายุ 30 ปีต้น ๆ ทำงานอยู่ในบริษัทโฆษณาขนาดกลางแห่งหนึ่ง ในระหว่างที่เขากำลังมองหาบ้านใกล้ที่ทำงานเพราะงานเยอะและต้องกลับบ้านดึกทุกวัน เขาก็เจอห้องหนึ่งที่อยู่ชั้นใต้ดิน ราคาถูกกว่าที่อื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงกว่า สองหมื่นเยน เขาคิดว่า “เอาเถอะ ยังไงก็มีไว้แค่ซุกหัวนอน” จึงทำสัญญาและย้ายเข้ามาอยู่ในห้องนั้น แต่หลังจากย้ายเข้ามาได้ 1-2 เดือนก็รู้สึกได้ว่าสุขภาพแย่ลงเรื่อย ๆ ตอนเช้าก็ตื่นไม่เต็มตา แม้จะตื่นแล้วก็ยังรู้สึกเพลีย และถึงจะนอนต่อก็ยังรู้สึกเหนื่อย อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนส่งผลกระทบกับงาน เขาขาดสมาธิจนทำงานผิดพลาด ประสิทธิภาพในการทำงานที่ค่อนข้างดีกลับลดลง ถึงเขาจะคิดได้ว่า “ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” แต่สภาพร่างกายของเขาก็ไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมแม้แต่น้อย ความเครียดและความอ่อนล้าเริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ความกระฉับกระเฉงก็ค่อย ๆ หายไป กระทั่งปีต่อมาเขาเข้าโรงพยาบาลและได้รับยารักษาโรคซึมเศร้า เขาสร้างกำลังใจให้ตัวเองให้ทำงานและกินยาสม่ำเสมอ […]

Dhamma Daily : ฮวงจุ้ย คืออะไร ทำไมต้องสนใจ

ฮวงจุ้ย ก็คือหลักเรื่องการเลือก “ทำเลที่ตั้ง” ทางพุทธศาสนา หลักฮวงจุ้ยก็คือเ “การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี” เมื่อจัดวางสิ่งของที่อยู่ได้ถูกใจ จิตใจก็สบาย

เมื่อฉันได้พบ อาวุธฟาดฟันความทุกข์

 เมื่อฉันได้พบ อาวุธฟาดฟันความทุกข์ – เรื่องเล่าของคนที่รู้เท่าทันความทุกข์ บ้าน… สำหรับใครต่อใครหลายคนอาจเป็นที่ที่อบอุ่น‹ และเป็นสุข แต่ส‹ำหรับฉัน บ้านไม่เคยให้คŒวามรู้สึกอย่างนั้น เพราะบ้านเป็นเพียงสถานที่ที่ตอกย้ำความขมขื่นโดดเดี่ยวของชีวิตในวัยเด็กที่ครอบครัวล่มสลาย หลายครั้งที่ใครๆ ถามว่า ทำไมฉันจึงไม่ค่อยกลับบ้าน ฉันตอบไปตามที่กระบวนการทางความคิดได้ไตร่ตรองไว้แล้วว่า ฉันไม่ค่อยมีเวลา มันเป็นเหตุผลที่เหมาะสมและทำให้ตัวเองไม่ดูแย่ในสายตาของคนถาม และกับเพื่อนรักที่คบหาสนิทสนมกันมายาวนาน คำตอบที่แท้จริงก็คือ เพราะฉันไม่เคยรักและผูกพันกับบ้าน ฉันรู้สึกว่าไม่เคยมีบ้าน นับตั้งแต่วันที่แม่แต่งงานมีครอบครัวใหม่ ฉันรู้ว่าแม่คงเสียใจกับคำตอบของฉัน ฉันเองก็เสียใจและเจ็บเหมือนกัน และยิ่งเจ็บมากกว่า หากต้องกลับไปเห็นฉากตอนต่างๆ ของชีวิตวันวานเหล่านั้นอีก ฉันจึงเลือกที่จะเติบโตและเบ่งบานในที่ที่ห่างไกลจากครอบครัว หัวเราะ…หรือร้องไห้…ตามลำพัง การกลับบ้านของฉันครั้งสุดท้ายจึงผ่านมานานมากแล้ว …นานมากจนฉันแทบนึกย้อนไปไม่ถึง ช่องทางการรับรู้ข่าวคราวสุขทุกข์ของกันและกันระหว่างฉันกับแม่มีเพียงเสียงตามสายโทรศัพท์กับคำพูดซ้ำเดิมไม่กี่คำว่า แม่สบายดีนะ…มีอะไรก็โทร.มานะ…หนูสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง… จนกระทั่งวันหนึ่ง ด้วยโอกาสและวาสนาได้โน้มนำให้ฉันไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเขาดินหนองแสงร่วมกับสมาชิกนิตยสาร Secret สิ่งที่ฉันได้กลับมาจากการปฏิบัติก็คือ การเป็นอิสระจากความทุกข์และหัวใจที่สุขสงบจากการรู้เท่าทันจิตเฉกเช่นผู้ร่วมปฏิบัติคนอื่นๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ฉันได้แตกต่างจากคนอื่นคือ ฉันได้บ้านที่ฉันแกล้งทำเป็นลืมและละทิ้งไปยาวนานกลับคืนมา บ้านที่เป็นเพียงภาพเก่าๆ สีซีดจางที่ฉันตั้งใจเก็บซุกซ่อนไว้ในซอกหลืบเล็กๆ ของกล่องความทรงจำ เพียงหวังว่าจะลืม แต่แล้ว…ภาพสวนยางพาราที่ยืนต้นสูงสล้างสองข้างทาง กลับเกี่ยวกระหวัดความทรงจำที่อยากจะลืมให้หวนคืนกลับมา ภาพเก่า ๆ ภาพแล้วภาพเล่าวิ่งวนอยู่ในเงาตา ความเจ็บและขมขื่นเดือดพล่านอยู่ในใจ ความทุกข์เกาะกุมหัวใจของฉันอีกแล้ว ไม่ว่าเมื่อไร ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ไม่ว่าฉันจะซุกจะซ่อนอย่างไร ความทุกข์ก็ตามหาฉันจนเจอเสมอ […]

keyboard_arrow_up