4 เคล็ดลับรับมืออาการ ‘เครียดแล้วชอบกิน’ จะได้ไม่เครียดเพราะน้ำหนักขึ้น!

เครียดแล้วกิน หายเครียดจริงหรือ? สาวๆ หลายคนเวลาเกิดอาการเครียดขึ้นมา จะเครียดมากเครียดน้อยสุดท้ายก็มักจะจบลงด้วย ‘การกิน’  เครียดในขณะกำลังทำงาน ก็มักหาขนมขบเคี้ยวมากิน หลังเลิกงานยังไม่หายเครียด ก็ไปคลายเครียดด้วยบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง ขนมหวานจานโต สาเหตุที่หลายๆ คนชอบกินเมื่อรู้สึกเครียด เพราะว่าในขณะที่กำลังเคี้ยว เราให้ความสนใจกับอาหารที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เรามักจะลืมปัญหาไปได้ชั่วคราว จนคิดไปเองว่า การกินช่วยคลายเครียดได้ บางคนก็ชอบกินเพราะว่าไม่รู้จะทำอะไร คิดไม่ออกก็กิน แต่เมื่อปากหยุดเคี้ยวแล้ว รู้สึกไหมว่า ทำไมรู้สึกเครียดกว่าเดิม ยังมีทั้งปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก แล้วก็มานั่งเครียดรู้สึกผิดเพราะกินไปเยอะจนน้ำหนักขึ้น แล้วก็เครียดอีกครั้ง กินอีกครั้ง กลับสู่วงโคจรเดิมๆ เครียดแล้วกิน กินแล้วก็เครียด ถ้าใครกำลังเป็นแบบนี้อยู่คงไม่ดีแล้ว ต้องรีบหาทางจัดการรับมือให้ได้ ด้วย 4 เคล็ดลับ รับมืออาการเครียดแล้วชอบกิน   เครียดแล้วกิน รับมืออย่างไร? ยอมรับความจริงว่า ‘เป็นคนเครียดแล้วชอบกิน’ ก่อน เครียดแล้วกินไม่ใช่เรื่องแปลก อาจเกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่บางคนไม่รู้ตัว หรือไม่ยอมรับตัวเอง  หลายคนบอกตัวเองว่าไม่ได้เครียดๆ กินเฉยๆ ไม่ได้เครียดสักหน่อย แล้วก็พยายามทำทุกอย่างให้ปกติทั้งๆ ที่จริงแล้วรู้สึกเครียดมาก แถมปากก็ไม่หยุดเคี้ยวด้วย การยอมรับความจริงว่า เราเป็นคนเครียดแล้วชอบกิน […]

บำบัด เครียด ด้วยการเต้น

บำบัด เครียด สามารถทำได้ด้วยการเต้น บำบัด เครียด ด้วยการเต้นได้จริงหรือ คุณกาญจนา พันธรักษ์ หรือครูกาญจน์ อดีตนักกรีฑาทีมชาติชุดซีเกมส์ถึงสองสมัย อธิบายว่า ศิลปะการเคลื่อนไหว เป็นกระบวนการที่จะทำให้บุคคลเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลดีต่ออารมณ์ความคิด สุขภาพร่างกาย และทักษะการเข้าสังคม จึงช่วยบำบัดจิตได้ ครูกาญจน์ อธิบายว่า ปัจจุบันสังคมไทย เปลี่ยนแปลงไปมาก มีการแข่งขันกันสูงขึ้น ความมีน้ำใจน้อยลงและมีความเครียดเพิ่มขึ้น การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางภาวะเช่นนี้ มีความเสี่ยงต่อความเจ็บป่วย จึงเกิดการรักษาหรือการบําบัดด้วยองค์ความรู้ต่างๆ ขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นดนตรีบําบัด จิตใต้สํานึกบําบัด เสียงบําบัดธรรมชาติบําบัด วันนี้ ครูกาญจน์อยากพาทุกท่านมาทําความรู้จักศาสตร์จิตบําบัดด้วยศิลปะการเคลื่อนไหวให้มากขึ้น การบําบัดรูปแบบนี้มีแนวคิดพื้นฐานมาจากการเคลื่อนไหวร่างกายที่สามารถสะท้อนอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกของแต่ละคนได้ โดยนักจิตบําบัดด้วยศิลปะการเคลื่อนไหวจะช่วยสร้างรูปแบบการเคลื่อนไหวใหม่ๆ เพื่อให้ผู้เข้ารับการบําบัดเกิดความตระหนักรู้และมีกําลังใจ ตลอดจนช่วยดึงศักยภาพของผู้เข้ารับการบําบัดออกมาอีกด้วย ใครบ้างที่สามารถบําบัดด้วยศาสตร์นี้ •ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะขัดแย้งทางอารมณ์มีความเครียด หรือกําลังประสบความสูญเสียการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน •ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะด้านการสื่อสาร การค้นหาหรือทําความเข้าใจตนเอง •ผู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ ด้วยวิธีพูด หรือไม่สามารถพูดเป็นประเด็นได้ •ผู้ที่มีปัญหาทางร่างกายและจิตใจ เช่น การพยายามบิดเบือนภาพลักษณ์ของตนเอง เกิดอาการเกร็งตามอวัยวะส่วนต่างๆ มีความบกพร่องด้านการเคลื่อนไหว มีความกังวลใจเรื่องความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด •ผู้ที่ไม่สามารถรับรู้และเข้าใจจุดแข็ง จุดด้อยของทั้งตนเองและผู้อื่น เนื่องจากเคยประสบเหตุการณ์รุนแรงในชีวิตจนเสียสุขภาพจิต […]

keyboard_arrow_up