ทำไมสมัยนี้จึงไม่มีคนบรรลุธรรมจากการฟังธรรม โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ทำไมสมัยนี้จึงไม่มีคนบรรลุธรรมจากการ ฟังธรรม โดย ท่าน ว.วชิรเมธี อาตมาคิดว่าเป็นเพราะยุคนั้นเขา ฟังธรรม กับพระพุทธเจ้าโดยตรง คือเมื่อเราไปเรียนกับพระองค์ท่านโดยตรง มันมีบรรยากาศของความศักดิ์สิทธิ์ ลองจินตนาการดู ถ้าเราได้คุยกับบุคคลสำคัญโดยตรง ไม่ผ่านคนอื่น เราจะรู้สึกบรรยายกาศมันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แล้วถ้าบุคคลนั้นเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จิตใจของเรามันพร้อมที่จะเชื่อพร้อมที่จะเสื่อมใสอยู่แล้ว แล้วพระองค์ก็อยู่ตรงนั้นเป็นประจักษ์พยานให้เราเห็นด้วยว่าผู้ที่บรรลุธรรมผู้ที่มีธรรมะด้วยนั้นเป็นผู้ที่มีความสุขแค่ไหนอย่างไร เรียกว่าสภาพแวดล้อมมันเอื้อ เหมือนเราลองเดินไปในโบสถ์ในวิหารที่มันเงียบดูสิ เราก็จะเงียบโดยอัตโนมัติ บางทีเราเดินเข้าไปในวัดป่าที่มีต้นไม้สูงใหญ่ระหง เรายังไม่เจอพระเลยเราเงียบกริบโดยอัตโนมัติ ฉะนั้นถ้าเราเดินเข้าไป แล้วพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมอยู่ตรงนั้น กายเราก็พร้อมใจเราก็พร้อม วาจาเราก็พร้อมที่จะฟังพระองค์ เราแทบไม่ต้องบอกตัวเองนะว่าตั้งใจ ฉะนั้นเราพร้อมที่จะทุ่มเทความสนจิตสนใจไปตรงนั้นเต็มที่ นี่เรียกว่าสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย แล้วก็มีพระพุทธองค์ซึ่งเป็นผู้ค้นพบธรรมะมาแสดงโดยตรง แล้วตัวเราเองก็เป็นผู้ที่ถึงพร้อม ด้วยความเชื่อความเลื่อมใส และประเด็นสุดท้ายก็คือการที่เราหรือบุคคลเหล่านั้น มาเกิดร่วมยุคกับพระพุทธเจ้า แสดงว่าบารมีนั้นสุกงอมแล้ว มีเหตุอย่างน้อย 4 ประการนี้บวกกัน ก็ทำให้คนบรรลุธรรมกันได้ง่าย ๆ   ถอดความ :  สัมมาทิฏฐิ รู้ถูกต้อง สัมมาปฏิบัติรู้ถูกต้อง ปฏิบัติธรรมก็จะได้ผล | สุขทุกวัน7วัน7กูรู |13ธ.ค.61 ภาพ : www.pexels.com บทความน่าสนใจ อย่ายอมให้อัตตาครองใจ […]

เมื่อหลวงปู่ดูลย์เข้าถึงแก่นธรรมแห่งอริยสัจ 4 หรืออริยสัจแห่งจิต

เมื่อ หลวงปู่ดูลย์ เข้าถึงแก่นธรรมแห่งอริยสัจ 4 หรืออริยสัจแห่งจิต เมื่อจาริกออกจากวัดม่วงไข่ หลวงปู่ดูลย์ เปรียบประหนึ่งหลักชัยของภิกษุผู้แสวงหาความหลุดพ้น แม้มีลูกศิษย์มากมายพร้อมให้การอุปัฏฐาก แต่ท่านยังคงวัตรปฏิบัติอันน่เลื่อมใสยังคงถือสันโดษ ไม่เห็นแก่ความสะดวกสบาย ยังคงบำเพ็ญเพียรอย่างจริงจัง ในที่สุดจึงตัดสินใจนำคณะหยุดพำนัก ณ ถ้ำพระเวสสันคร อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม “สัพเพสังขารา สัพพะสัญญา อะนัดตา” ตลอดเวลาที่บำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำพระเวสสันตร หลวงปู่ดูลย์ยกหัวข้อหลักกัมมัฏฐานที่ได้รับจกพระอาจารย์มั่นขึ้นพิจารณา เมื่อจิดตั้งมั่นในสมาธิจึงเกิดปัญญารู้แจ้งในธรรมว่า ” เมื่อสังขารขันธ์ดับไปแล้ว ความเป็นตัวตนจักไม่มี เพราะไม่ได้เข้าไปเพื่อปรุงแต่ง ครั้นเมื่อความปรุงแต่งขาดไป และสภาพแห่งความเป็นตัวตนไม่มี ความทุกข์จะเกิดขึ้นแก่ใครได้อย่างไร “     ณ ถ้ำพระเวสสันดรแห่งนั้น จิตของหลวงปู่ดูลย์ได้รับการพัฒนอย่างต่อเนื่องจนเกิดภาวนามยปัญญา ที่สุดก็ได้พบธรรมะอันป็นหัวใจของพุทรศสนาคือ อริยสัจสี่ ก่อนจะสรุปป็น”อริยสัจแห่งจิต”ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี เนื่องจากเป็นข้อธรรมที่กระจ่างชัดด้วยถ้อยคำเรียบง่ายของหลวงปู่ดูลย์เอง ” จิตที่ส่งออกนอก  เพื่อรับสนองอารมณ์ทั้งสิ้น              เป็นสมุทัย ผลอันเกิดจากจิตที่ส่งออกนอกแล้วหวั่นไหว          […]

วินาทีหลวงปู่ขาวบรรลุธรรม เรื่องเล่าจากหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

วินาที หลวงปู่ขาว บรรลุธรรม เรื่องเล่าจากหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงลำคัญของ หลวงปู่ขาว ไว้ว่า “เย็นวันหนึ่ง เมื่อปัดกวาดเสร็จ ท่านขาวออกจากที่พักไปสรงน้ำ ได้เห็นข้าวในไร่ชาวเขากำลังสุกเหลืองอร่าม ทำให้เกิดปัญญาขึ้นมาในขณะนั้นว่า ข้าวมันงอกขึ้นมาเพราะมีอะไรเป็นเชื้อพาให้เกิด ใจที่พาให้เกิดตายอยู่ไม่หยุด ก็นจะมีอะไรเป็นเชื้ออยู่ภายในเช่นเดียวกันกับเมล็ดข้าว เชื้อนั้นถ้าไม่ถูกทำลายเสียที่ใจให้สิ้นไป จะต้องพาให้เกิดตายอยู่ไม่หยุด ก็แล้วอะไรเป็นเชื้ออยู่ภายในเช่นเดียวกันกับเมล็ดข้าว เชื้อนั้นถ้าไม่ถูกทำลายเสียที่ใจให้สิ้นไป จะต้องพาให้เกิดตายอยู่ไม่หยุด ก็แล้วอะไรเป็นเชื้อของใจเล่า ถ้าไม่ใช่กิเลสอวิชชา ตัณหาอุปาทาน     “ท่านคิดทบทวนไปมา โดยถืออวิชชาเป็นเป้าหมายแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ พิจารณาย้อนหน้าถอยหลังอนุโลมปฏิโลมด้วยความสนใจอย่ากรู้ตัวจริงแห่งอวิชชา นับแต่หัวค่ำจนดึก ไม่ลดละการพิจารณาระหว่างอวิชชากับใจ จวนสว่างจึงตัดสินใจกันลงได้ด้วยปัญญา อวิชชาขาดกระเด็นออกจากใจไม่มีอะไรเหลือ “การพิจารณาข้าว ก็มายุติกันที่ข้าวสุก หมดการงอกอีกต่อไป การพิจารณาจิต ก็มาหยุดกันที่ อวิชชาดับกลายเป็นจิตสุกขึ้นมา เช่นเดียวกับข้าวสุก จิตหมดการก่อกำเนิดเกิดในภพต่าง ๆ อย่างประจักษ์ใจ สิ่งที่หลือให้ชมอย่างสมใจคือความบริสุทธิ์แห่งจิตล้วน ๆ ใน กระท่อมกลางขา มีชาวป่าเป็นอุปัฏฐากดูแล     “ขณะที่จิตผ่านดงหนาป่ากิเลสวักไปได้แล้วเกิดความอัศจรรย์อยู่คนเดียวตอนสว่าง พระอาทิตย์ก็เริ่มสว่างบนฟ้า ใจก็เริ่มสว่างจากอวิชชาขึ้นธรรมอัศจรรย์ […]

เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงสงสัยเรื่อง “ฆราวาสบรรลุธรรมได้หรือไม่”

เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงสงสัยเรื่อง ” ฆราวาสบรรลุธรรม ได้หรือไม่ “ ครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ตรัสถามปัญหาธรรมกับหลวงพ่อพุธ ฐานิโย เรื่อง ” ฆราวาสบรรลุธรรม ได้หรือไม่” ว่า “หากเผื่อว่าไม่ได้บวชเป็นพระนี้ จะสามารถชำระจิตของท่านจนสามารถบรรลุธรรมได้ไหมเจ้าค่ะ”     หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ถวายวิสัชนาว่า “อาศัยตามหลักฐานในพระคัมภีร์ ผู้ที่เป็นฆราวาสก็สามารถที่จะชำระจิตให้ถึงวิมุติความหลุดพ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น สมเด็จพระสุทโธทนะ พระพุทธบิดา พระองค์ก็ทรงสำเร็จพระอรหันต์ในขณะทรงเป็นฆราวาสอยู่ เพราะเมื่อได้ฟังเทศน์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็สำเร็จอรหันต์ ทั้ง ๆ ที่ยังเป็นฆราวาสอยู่ “ในปัจจุบันนี้ คฤหัสถ์ที่ยังครองเพศอยู่ ก็สามารถที่จะปฏิบัติในทางจิต ทำให้จิตสงบเป็นสมาธิ รู้ธรรมเห็นธรรมได้เหมือนกับพระในพระพุทธศาสนา”    สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตรัสถามว่า “หมายความว่าถ้าแม้ว่าเข้าถึงพระอรหันต์แล้ว ถ้าไม่บวชก็วางเบญจขันธ์ได้อย่างสิ้นเชิงใช่ไหมเจ้าค่ะ”     หลวงพ่อพุธถวายวิสัชนาว่า “ตามพระคัมภีร์ก็ยืนยันอย่างนั้น แต่ถ้านำมาพิจารณาให้รู้แน่นอน และจะหาเหตุผลมาขัดแย้งก็อาจจะมีทาง เพราะในแง่ที่ขัดแย้งได้มีว่า โดยธรรมชาติของพระอรหันต์แล้วท่านจะวางเบญจขันธ์ คลายความยึดมั่นหมดกิเลส ตัณหา มานะ […]

บรรลุธรรมทั้งครอบครัว เรื่องเล่าจากพระเชตวัน

บรรลุธรรมทั้งครอบครัว เรื่องเล่าจาก พระเชตวัน ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่  ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี  มีอุบาสกคนหนึ่งทราบถึงคุณอันประเสริฐของพระสมณโคดมจึงเข้าไปฟังธรรม เพราะอยากทราบว่าจะเป็นจริงตามที่ล่ำลือกันหรือไม่ หลังจากเขาได้ฟังธรรมก็เกิดอยากบวชเป็นพระภิกษุในสำนักของพระพุทธเจ้า เมื่อกลับมาถึงเรือนจึงบอกกับภรรยาว่าตนจะบวช เมื่อภรรยาสาวได้ยินก็ขอร้องว่า “ตอนนี้น้องกำลังท้อง ขอให้พี่อยู่กับน้องจนกว่าลูกโตได้ไหม” อุบาสกยอมอยู่กับภรรยาสาวจนกระทั่งลูกชายเดินได้ จากนั้นเขาอำลาภรรยาแล้วเดินทางไปสู่พระเชตวัน เมื่ออุบาสกผู้นี้ได้บวชเป็นพระภิกษุแล้วก็มุ่งมั่นปฏิบัติกรรมฐานตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอน จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เมื่อเขาได้เห็นคุณแห่งการเป็นพระอริยบุคคล จะทำให้ผู้นั้นไม่ห่างไกลจากพระนิพพานอย่างแน่นอน จึงอยากให้ภรรยาและลูกชายได้พ้นทุกข์ด้วย จึงตัดสินใจเดินทางกลับไปยังเรือนที่ตนจากมา     พระอรหันต์ได้แสดงธรรมโปรดลูกชาย ลูกชายก็อยากบวชขอมารดาออกบวชตามอย่างบิดา เมื่อได้บวชเป็นพระภิกษุ และศึกษาธรรมอย่างมุ่นมั่นไม่นานนักก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ ฝ่ายมารดาที่ยังอยู่ทางโลกเมื่อทราบว่าพระลูกชายสำเร็จมรรคผล นางจึงตัดสินใจสละเรือนออกบวชในสำนักของภิกษุณี ซึ่งไม่นานนางก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์เช่นกัน เรื่องนี้ทราบไปทั่วในพระเชตวัน ทำให้เหล่าพระภิกษุสนทนาถึงเรื่องของครอบครัวที่บรรลุเป็นพระอรหันต์กันทั้งบ้าน พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จผ่านมาก็ทรงถามว่าพวกเธอสนทนากันด้วยเรื่องอะไรกัน ภิกษุทั้งหลายจึงตอบว่า กำลังสรรเสริญครอบครัวหนึ่งที่บิดา มารดา และบุตรชายได้เข้ามาบวชในสำนักของพระองค์และสำเร็จเป็นพระอรหันต์กันทั้งหมด พระพุทธองค์จึงตรัสขึ้นว่า  “ภิกษุทั้งหลาย เป็นธรรมดาว่าบัณฑิตไม่พึงปรารถนาความสำเร็จเพราะเหตุแห่งตน (และ) ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จเพราะเหตุแห่งคนอื่น แต่พึงเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม มีธรรมเป็นที่พึ่งโดยแท้”   ที่มา : อรรถกถา ธรรมบท เรื่อง เรื่องพระเถระผู้ตั้งอยู่ในธรรม ภาพ : https://pixabay.com […]

โจรลักทรัพย์ในพระเชตวันได้เป็นพระโสดาบัน

โจรลักทรัพย์ในพระเชตวันได้เป็น พระโสดาบัน โจรอาจเป็นอาชีพที่ไม่สุจริตตามทรรศนะของพระพุทธเจ้า แต่โจรคนนี้คงมีบุญเก่าอยู่ เมื่อได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วบรรลุเป็น พระโสดาบัน เรื่องของโจรกลับใจที่ได้บรรลุธรรม ตอนที่เข้ามาขโมยของที่พระเชตวัน ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน พุทธกิจหลักของพระองค์คือการแสดงโปรดสาธุชนที่แวะเวียนเข้ามาฟังธรรมเสมอ ท่ามกลางมหาชนที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เพราะเลื่อมใสในคำสอนของพระบรมศาสดา กำลังจะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น โจร 2 คนเป็นเพื่อนกัน ได้วางแผนจะลักทรัพย์ของสาธุชนที่เข้ามาฟังพระธรรมเทศนาในพระเชตวัน ด้วยกรุงสาวัตถีเป็นนครมหาอำนาจ ปกครองโดยพระเจ้าปเสนทิโกศล ทั้งยังเป็นชุมทางการค้าจึงมีมหาเศรษฐีอยู่หลายคน อย่างที่รู้จักและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากก็คืออนาถบิณฑิกเศรษฐี กับ นางวิสาขามหาอุบาสิกา จึงเป็นเมืองแห่งความมั่งคั่ง     พระบรมศาสดาประทับอยู่ที่เมืองแห่งนี้นานถึง 25 พรรษา จะสังเกตได้ว่าในพระสูตรหลายเรื่องมักกล่าวว่า ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี เป็นต้น นับว่าเมืองแห่งนี้เป็นอีกเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพุทธกาล โจรคนที่หนึ่งพยายามขโมยถุงเงินจากอุบาสกคนหนึ่ง ซึ่งเงินจำนวนนี้เขาต้องใช้เป็นค่าอาหารของคนในครอบครัว ขณะนั้นเองพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรม โจรคนที่สองที่กำลังดูต้นทางได้มีใจโน้มไปในกระแสแห่งพระธรรมเทศนาก็บรรลุโสดาปัตติผล เมื่อโจรเป็นพระโสดาบันก็เกิดความละอายใจ เลิกเฝ้าต้นทางให้เพื่อนโจรด้วยกัน คิดเลิกเป็นโจรอย่างเด็ดขาดและขอนับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งจนกว่าชีวิตจะหาไม่  เพื่อนโจรรู้ว่าเพื่อนเลิกเป็นโจรก็ขำคิดว่าเพื่อนตนนั้นโง่เขลาเสียเหลือเกิน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณ จึงตรัสขึ้นว่า “บุคคลใดรู้ว่าตนเองโง่ ย่อมถือได้ว่าเป็นบัณฑิต (รู้ว่าตนเองโง่เขลาเพื่อหาทางแก้ไขจากความโง่เขลา) แต่บุคคลใดโง่เขลาแต่กลับคิดว่าตนเองเป็นบิณฑิต บุคคลแบบนี้เรียกได้ว่าคนที่โง่ยิ่งกว่า”   ที่มา […]

ธรรม (ชาติ) พาบรรลุธรรม เรื่องเล่าประสบการณ์ของพระนักปฏิบัติครั้งสมัยพุทธกาล

ธรรม (ชาติ) พา บรรลุธรรม เรื่องเล่าประสบการณ์ของพระธุดงค์ครั้งสมัยพุทธกาล คัมภีร์อรรถกถาธรรมบท มีเรื่องราวของพระอริยบุคคล บรรลุธรรม อยู่หลายเรื่อง แต่เรื่องที่อ่านแล้วทำให้หัวใจผ่องใสมากคงหนีไปไม่พ้นเรื่องการบรรลุธรรมที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ครั้งสมัยพุทธกาลมีพระภิกษุรูปหนึ่งอบรมกรรมฐานจากพระบรมศาสดาแล้วก็ออกธุดงค์ไปทำความเพียรในป่า แต่ปฏิบัตินานหลายปีก็ไม่สำเร็จอรหัตตผลอย่างที่ตั้งใจไว้เสียที จึงคิดว่าเราจะไปทูลถามพระพุทธองค์ว่าเราปฏิบัติติดข้องตรงไหนจึงยังไม่ได้มรรค ผล นิพพาน เสียที ขณะที่ท่านกำลังเดินทางออกจากป่าเพื่อกลับไปยังพระเชตวัน แสดงว่าป่าแห่งนี้ไม่ไกลจากกรุงสาวัตถีนัก ระหว่างทางได้เห็นไฟป่า จึงปีนขึ้นไปบนภูเขาลูกหนึ่ง ปรากฏว่าเส้นทางข้างหน้าที่กำลังมุ่งหน้าไปพระเชตวันเกิดไฟป่า พระภิกษุรูปนี้ได้เพ่งเปลวไฟเหล่านั้นเป็นอารมณ์ และกล่าวขึ้นว่า “ไฟเหล่านี้เผาผลาญมากน้อยเพียงใด ก็ไม่ต่างจากพระอริยมรรคที่ผลาญสังโยชน์ให้สิ้นไป”  การที่พระภิกษุรูปนี้กล่าวถึงสังโยชน์ แสดงว่าท่านยังไม่สำเร็จขั้นไหนเลย เพราะขนาดพระโสดาบันยังต้องละสังโยชน์ 3 ขั้นต่ำได้ก่อน พระพุทธเจ้าทรงทราบถึงความคิดของพระภิกษุรูปนี้จึงจำแลงพระวรกายไปปรากฏเบื้องหน้าพร้อมทั้งพระรัศมีแล้วตรัสต่อพระภิกษุว่า “ที่เธอเข้าใจนั้นถูกต้องแล้ว เธอจงเผาผลาญสังโยชน์นั้นด้วยไฟคือญาณเถิด”      ไม่นานพระภิกษุก็ได้กำลังใจและปฏิบัติจนสำเร็ตญาณ และญาณนั้นก็ขจัดสังโยชน์ไปจนสิ้น เมื่อละสังโยชน์ได้แล้ว ซึ่งสังโยชน์ในที่นี้หมายถึง กิเลส แต่อย่างไรก็ตามผู้ปราศจากกิเลสก็คือพระอรหันต์ ซึ่งพระภิกษุรูปนี้ได้สำเร็จอรหัตตผลตามที่ตั้งใจไว้แล้ว เรื่องของพระภิกษุรูปนี้เห็นแสดงให้เห็นว่า ท่านสังเกตุการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ เพราะธรรม (ชาติ) ได้พาท่านไปพบกับธรรม อย่างแท้จริง อีกเหตุการณ์หนึ่งคล้ายกับพระภิกษุรูปแรกที่บรรลุธรรมจากการพิจารณาไฟที่กำลังเผาไหม้ป่า แต่จะมีความแตกต่างกันอย่างไรลองมาติดตามเรื่องราวของพระภิกษุอีกรูปกัน พระภิกษุรูปหนึ่งหลังจากอบรมกรรมฐานจากพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็ตัดสินใจไปทำความเพียรอยู่ในป่า แต่แล้วหลายวันผ่านไปก็ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าตนเองได้มรรคผล เกิดข้อสงสัยว่าเป็นเพราะอะไรจึงมุ่งเดินทางไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทันที แต่ยังไม่ทันพ้นออกจากเขตป่า ได้มองแดดที่สาดส่องมาที่พื้น […]

พระอนาคามี : พระอริยบุคคลผู้ไม่กลับมาเกิดอีกต่อไป

พระอนาคามี : พระอริยบุคคลผู้ไม่กลับมาเกิดอีกต่อไป พระอนาคามี เป็นพระอริยบุคคลระดับที่ 3 ในพระพุทธศาสนา “อนาคามี” มีความหมายว่า “ผู้ไม่มาเกิดอีก” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) กล่าวถึงความหมายของพระอนาคามีไว้ว่า หมายถึง พระอริยบุคคลผู้ได้บรรลุอนาคามิผล มี 5 ประเภทด้วยกัน คือ 1. อันตราปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานในระหว่างอายุยังไม่ถึงกึ่ง 2. อุปหัจจปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานเมื่อจวนจะถึงสิ้นอายุ 3. อสังขารปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้ความเพียรนัก 4. สสังขารปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก 5. อุทธังโสโต อกนิฏฐคามี ผู้มีกระแสในเบื้องบนไปสู่อกนิฏฐภพ (ชั้นสูงสุดในพรหมโลก)     ผู้ที่จะเป็นพระอนาคามีต้องละ สังโยชน์ 5 ประการ (กิเลสที่ทำให้สัตว์เวียนว่ายตายเกิด) ได้แก่ สักกายทิฏฐิ (ถือมั่น) วิจิกิจฉา (สงสัยในพระรัตนตรัย) สีลัพพตปรามาส (หลงใหลในศีล) กามราคะ (ติดใจในกามคุณ) และปฏิฆะ (ขุ่นเคือง) ในสมัยพุทธกาลมีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ วิสาขเศรษฐี สามีของนางธัมมทินนา (พระธัมมทินนาเถรี) […]

5 สิ่งที่ทำให้เกิด วินาทีบรรลุธรรม

5 สิ่งที่ทำให้เกิด วินาทีบรรลุธรรม โดย ณัฐพบธรรม คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า วินาทีบรรลุธรรมนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราได้ปฏิบัติธรรมตามรูปแบบ ด้วยการนั่งสมาธิ หรือเดินจงกรมเท่านั้น แต่ความจริงเป็นอย่างไรลองมาดูกันครับ ในพระไตรปิฎกได้อธิบายไว้ว่า สิ่งที่จะทำให้เกิดวินาทีบรรลุธรรมได้ มีอยู่ 5 อย่าง คือ 1. การฟังธรรม หมายถึง การได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าโดยตรง หรือฟังธรรมของพระพุทธเจ้าผ่านการถ่ายทอดของผู้มีปัญญามาก แล้วเข้าใจในธรรมนั้น ทำให้ในใจเกิดความปราโมทย์ ความปีติ ความสงบ ความสุข และจิตตั้งมั่น (ตามลำดับ) จนบรรลุธรรมในที่สุด การฟังธรรมนี้มีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่า ธรรมที่ฟังต้องเป็นธรรมของพระพุทธเจ้าเท่านั้น การได้ฟังธรรมที่ผู้อื่นคิดขึ้นเอง หรือเป็นเพียงคำพูดที่เน้นความสนุกสนาน เน้นภาษาที่สวยงาม แต่ไม่เข้าถึงแก่นธรรมของพระพุทธเจ้า การฟังธรรมนั้นย่อมไม่อาจทำให้เกิดวินาทีบรรลุธรรมขึ้นได้ 2. การแสดงธรรม หมายถึง การได้ศึกษาธรรมของพระพุทธเจ้า แล้วนำบทธรรมนั้นไปบรรยายให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยในขณะที่บรรยายไปก็ได้พิจารณาบทธรรมที่พูดไปด้วย จนเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และเกิดความปราโมทย์ ความปีติ ความสงบ ความสุข และจิตตั้งมั่น (ตามลำดับ) แล้วบรรลุธรรมในที่สุด ทั้งนี้ ผู้บรรยายต้อง พูดเฉพาะสิ่งที่เป็นธรรมของพระพุทธเจ้า และต้องเข้าใจสิ่งที่กล่าวออกไปอย่างแท้จริง พร้อมกับพิจารณาตามไปด้วย […]

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: ” เราหยุดแล้ว ท่านยังไม่หยุด ” หมายถึงอะไร

พระพุทธเจ้าตรัสแก่องคุลิมาลว่า ” เราหยุดแล้ว ท่านยังไม่หยุด ” แปลว่าอะไรกันแน่ และเหตุใดคนอื่น ๆ ที่ไม่เคยฆ่าคนจึงยังไม่บรรลุธรรม

keyboard_arrow_up