พุทธมนต์ดับความเบื่อหน่ายต่าง ๆ

ทุกคนย่อมพบเจอกับความสมหวังหรือผิดหวัง ความสำเร็จหรือล้มเหลว คนที่รู้เท่าทันก็จะยอมรับแล้ววางเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ส่วนคนที่ไม่รู้เท่าทัน ยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ ส่วนคนที่ไม่รู้เท่าทัน ยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ ก็จะเกิดความท้อแท้ เบื่อหน่ายในชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเราทุกคนอย่างเท่าเทียมกันนี้เรียกว่า “โลกธรรม” คือ เรื่องธรรมดาของสัตว์โลก สิ่งที่เป็นของธรรมดาคู่กับสัตว์โลก คนที่เกิดมาบนโลกต้องได้สัมผัสไม่วันใดก็วันหนึ่ง หลีกเลี่ยงไม่ได้ คนที่ไม่คิดจะเรียนรู้อย่างถ่องแท้ ย่อมมีความยินดียินร้ายหลงระเริงกับความสำเร็จที่ตนเองได้รับ แต่เมื่อสูญเสียมันไปแล้วย่อมทุกข์ทรมาน โศกเศร้า เสียใจไปกับมัน ส่วนคนที่เข้าใจย่อมไม่ทุกข์ เพราะรู้ว่านั่นคือธรรมชาติเท่านั้น แนะนำบทสวด โลกธรรมสูตร (บางส่วน) หรือ โลกวิปัตติสูตร เพื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนของโลกธรรม 8 ทั้งนี้โลกธรรม 8 แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายที่มีความหมายตรงข้ามกัน ได้แก่ โลกธรรมฝ่ายอิฏฐารมณ์ หมายถึง สิ่งที่ต้องตามปรารถนาหรือน่าพอใจ ได้แก่ ลาภะ – มีลาภ ยสะ – มียศ ปสังสะ – สรรเสริญ สุขะ – มีความสุข และโลกธรรมฝ่ายอนิฏฐารมณ์ หมายถึงสิ่งที่ไม่เป็นไปตามปรารถนาหรือไม่น่าพอใจ ได้แก่ […]

พุทธมนต์บรรเทาความโกรธ ปรับใจให้เป็นกลาง เพื่อชีวิตมีสุข

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) กล่าวไว้ว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเมตตากรุณา เพราะชาวพุทธจะได้รับการสั่งสอนให้มีเมตตากรุณา ให้ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นด้วยกาย วาจา และมีจิตใจปรารถนาดี (พุทธมนต์บรรเทาความโกรธ) อย่างไรก็ตาม ความเมตตาก็มีคู่ปรับสำคัญอย่างหนึ่งคือ “ความโกรธ” ความโกรธเป็นศัตรูที่คอยขัดขวางไม่ให้เกิดเมตตาขึ้น คนบางคนเป็นผู้มักโกรธ โกรธง่าย และพอโกรธขึ้นมาแล้วก็ต้องทำอะไรรุนแรงออกไป ทำให้เกิดความเสียหาย ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็หงุดหงิดทรมานใจตัวเอง ในเวลานั้นความเมตตาจะหลบหาย ไม่รู้ว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ไม่ยอมปรากฏให้เห็น เราจึงควรรู้ให้เท่าทันจิตเพื่อหยุดความโกรธให้ทันก่อนที่ความโกรธจะเริ่มแสดงออกทางสีหน้า การกระทำ และคำพูดต่อไป บางคนพอโกรธเข้า จากคนดี ๆ ก็กลายเป็นผีบ้า ขี้วีน ขี้เหวี่ยง หรือบางคนก็ยั้งอารมณ์ไม่อยู่ ถึงขั้นลงไม้ลงมือให้อีกฝ่ายบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปเลยก็มี อย่างที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ในข่าว ดังนั้นความโกรธจึงไม่เป็นผลดีกับใคร นอกจากมีแต่เสียกับเสีย บทสวดมนต์ที่ขอแนะนำเพื่อใช้รับมือกับความโกรธก็คือ บทแผ่อุเบกขา เพื่อปรับใจของเราให้เป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งจะช่วยขจัดความหงุดหงิดขัดเคืองใจให้เบาบางลงได้   บทแผ่อุเบกขา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระณา ยัง กัมมัง กะริสสามะ กัลยาณัง […]

เขมาเขมสรณทีปิกคาถา (แปล)

เขมาเขมสรณทีปิกคาถา เป็นพระสูตรที่สอนให้ชาวพุทธไม่หลงงมงาย เห็นความจริงของสรรพสิ่งตามความเป็นจริง มีความเชื่อในอริยสัจ 4 ที่พระพุทธองค์ทรงสอน

พุทธมนต์ปล่อยวาง สำหรับสวดมนต์ก่อนนอน เพื่อนอนหลับอย่างสบาย สุข สงบ และมีสติ

พุทธมนต์ปล่อยวาง สำหรับ สวดมนต์ก่อนนอน เพื่อนอนหลับอย่างสบาย สุข สงบ และมีสติ สวดมนต์ก่อนนอน ก่อนที่จะล้มตัวหลับบนหมอนนุ่ม ๆ สบาย ๆ เพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน การสวดมนต์ก่อนนอนก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ต่างจากการช่วยขับไล่ความเครียดที่สะสมมาทั้งวัน สารพัดสิ่งที่เราต้องเผชิญมาตลอดทั้งวัน ย่อมต้องมีทั้งที่ถูกใจ และไม่ถูกใจ มีทั้งที่สมหวังและผิดหวัง แต่ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นไปในทิศทางใด สิ่งที่เราควรต้องมีไว้คู่ใจเสมอก็คือ “การปล่อยวาง” เพราะใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง เป็นสิ่งสมมติ เมื่อหมดอายุขัยลงก็ต้องสิ้นสลายไป ไม่ว่าจะเป็นใครหรือเป็นอะไรก็หนีการเปลี่ยนแปลงและการเสื่อมสลายไปไม่พ้น บทสวดมนต์ที่ขอแนะนำก็คือ บทอภิณหปัจจเวกขณ์ หรือ ที่เรียกง่าย ๆ ว่า บทพิจารณาสังขาร โดยเลือกสวดเฉพาะพระคาถา บางบทที่มีใจความครอบคลุมถึงความเป็นจริงในธรรมชาติที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป   บทอภิณหปัจจเวกขณ์   ชราธัมโมมหิ  ชะรัง อะนะติโต พะยาธิธัมโมมหิ  พะยาธิง  อะนะตีโต มะระณะธัมโมมหิ  มะระณัง  อะนะตีโต สัพเพหิ  เม  ปิเยหิ […]

คาถาที่วิทวัสสวดเพื่อ ขับไล่ภูตผีปีศาจ ในละครเรื่อง แก้วขนเหล็ก คือ คาถาศักดิ์สิทธิ์บทนี้นี่เอง

คาถาที่วิทวัสสวดเพื่อขับไล่ภูตผีปีศาจในละครเรื่อง แก้วขนเหล็ก คือ คาถาศักดิ์สิทธิ์บทนี้นี่เอง แก้วขนเหล็ก นวนิยายสยองขวัญผลงานของตรี อภิรุม หรือที่หลายคนต่างขนานนามนิยายเรื่องนี้ว่า แดร็กคิวลาเมืองไทย สะท้อนเรื่องบาป-บุญ และภพ-ชาติ การเปลี่ยนจากมนุษย์ไปสู่อมนุษย์ของเมฆินทร์ที่เกิดมาจากพลังความแค้นที่มีต่อพ่อและคนรัก กับการกลับมาเกิดใหม่ของบุญชื่น หญิงที่เมฆินทร์รัก และเสือเที่ยง ที่กลับชาติมาเกิดเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อ วิทวัส     วิทวัสได้ทดลองคาถานี้หลังจากสอนหนังสือเสร็จ ผลปรากฏว่า วิญญาณร้ายที่สิงอยู่ในห้องเรียนกลับปรากฏตัวขึ้นแล้วเข้าจู่โจมทำร้ายเขา วิทวัสได้ใช้แก้วขนเหล็กชี้ไปยังกลุ่มวิญญาณร้าย แล้วมันก็สลายไปด้วยอานุภาพของแร่ธาตุศักดิ์สิทธิ์นี้     สำหรับความรู้จากละครเรื่องนี้ที่ซีเคร็ตอยากบอกต่อคือที่มาของคาถาศักดิ์สิทธิ์ที่วิทวัสสวดนั้น มิใช่คาถาธรรมดา ๆ เลย แต่เป็นคาถาที่แต่งขึ้นจากเหตุการณ์พระเถระในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชปราบยักษ์ ซึ่งมีปรากฏในคัมภีร์สมันตปาสาทิกา     สะมุทา ภูตุงคังกา นาเคนทะนาคี ทุนนิมิตตะโรคี ปิศาจจะ ภูตะกาลี สุกะระภุชง สีหะ สะทาสุชัยยา ฉัฏฐาระสะ ชัยยะกัง ชัยยะมัคะลัง ฉะยัง มารัสสะ จะ ปาปิมะโต ปะราชะโย สุปัณณะคนา นันทิ วัฑฒโน สุมิตา วิรุฬหา […]

ธชัคคปริตร (แปล)

ธชัคคปริตร เป็นพระสูตรที่นิยมใช้สวดสาธยายเพื่อป้องกันภัย โดย คำว่า ธชัคคะ แปลว่า ยอดธง ธชัคคสูตรคือพระสูตรที่แสดงถึงยอดธง

ชาวพุทธใฝ่ธรรมหมั่นสวดมนต์ต้องรู้ … 4 หลักการอ่าน ภาษาบาลี ให้คล่องปรื๊ด

ภาษาบาลี หรือ Pali เป็นภาษาที่เก่าแก่ภาษาหนึ่งในตระกูลอินเดีย-ยุโรป (อินโด-ยูโรเปียน) โดยนักปราชญ์ทางภาษาและนักการศาสนาให้ความเห็นว่า คือ ภาษาท้องถิ่นของชาวมคธ ในชมพูทวีป คำว่า “บาลี” มีความหมายว่า “ภาษาอันรักษาไว้ซึ่งพุทธพจน์” เนื่องจากเป็นภาษาที่ใช้ทรงจำและจารึกรักษาพุทธพจน์มาแต่ดั้งเดิม โดยใช้บันทึกเป็นคัมภีร์ในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท จึงนับว่ามีความสำคัญมาก  แม้แต่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ยังเคยประทานพระโอวาทเมื่อครั้งเสด็จไปวัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ในการที่คณะธรรมยุต แสดงมุทิตาต่อพระภิกษุสามเณรผู้สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ประจำพุทธศักราช ๒๕๖๑  ความว่า “ความเข้าใจกระจ่างใน ‘พระไตรปิฎก’ ที่โบราณาจารย์เรียกว่า ‘พระบาลี’ นั้นคือการรักษาพระบวรพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่คู่โลก “สาเหตุที่บูรพาจารย์ท่านใช้คำว่าพระบาลี เสมอแทนด้วยคำว่าพระไตรปิฎก ก็เพราะภาษาบาลีคือภาษาที่รักษาอรรถธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ได้อย่างไม่แปรผันบิดเบือน ความรู้พระไตรปิฎกฉบับภาษาอื่นย่อมมีประโยชน์ก็จริงอยู่ แต่ก็เสมือนเรียนรู้เพียงข้อมูลระดับทุติยภูมิ ซึ่งถูกแปลผ่านบริบทถ้อยคำและวัฒนธรรมทางภาษาออกมาแล้วชั้นหนึ่ง จึงเป็นหน้าที่ของพระภิกษุสามเณรที่ตั้งใจบวชเรียนทุกรูป ที่จะต้องทำความเข้าใจพระไตรปิฎกภาษาบาลี อันเป็นข้อมูลระดับปฐมภูมิด้วยตนเองให้ได้ การเล่าเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี จึงอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีความสำคัญคู่สังคมไทยมานับแต่โบราณกาลตราบจนปัจจุบัน” จริงอยู่ว่าทุกวันนี้ยังไม่มีบทบัญญัติว่าพุทธศานิกชนทั้งหลายต้องลุกขึ้นมาศึกษาภาษาบาลีเหมือนพระสงฆ์ ทว่าสำหรับผู้ที่ต้องการลึกซึ้งใน ‘ธรรม’ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า การรู้หลักการอ่าน ภาษาบาลี ให้คล่อง ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย แต่ก่อนจะอ่านให้คล่อง ต้องรู้ก่อนว่าภาษาบาลีมีตัวอักษรทั้งสิ้น […]

ที่มาของนะโม ตัสสะ ไม่ธรรมดา

ที่มาของ นะโม ตัสสะ ไม่ธรรมดา นะโม ตัสสะ บทสวดที่ชาวพุทธตั้งแต่เด็กเล็กยังผู้สูงอายุต่างสวดเป็น “ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ” แปลว่า “ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง” คุ้นกันไหม เชื่อว่าคุ้น แต่มีใครบ้างที่จะทราบว่า กว่าจะเป็นบทสวดสรรเสริญพระพุทธเจ้าบทนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย ในคัมภีร์ฎีกานะโม เรียกง่าย ๆว่า คัมภีร์อธิบายความหมายของนะโม เล่าถึงความเป็นมาของบทสวดนี้ไว้ว่า ครั้งสมัยพุทธกาล มีเทพเจ้า 5 พระองค์เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าตามลำดับ เทพเจ้าพระองค์แรกคือ “สาตาคิรียักษ์” เป็นเทวดาประเภทภุมมเทวดา (พระภูมิ) สถิตอยู่ที่เขาสาตาคีรี ในหิมวันตประเทศ มีหน้าที่เฝ้าประตูของป่าหิมพานต์ทางทิศเหนือ เป็นหนึ่งในคณะบริวารของพระเวสสุวัณ สาตาคิรียักษ์เมื่อได้ฟังพระธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วบังเกิดจิตเลื่อมใสจึงเปล่งวาจาขึ้นว่า “นะโม” (ขอนอบน้อม) ต่อมาพระอสุรินทราหูทราบว่าพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของโลก ทรงโปรดให้มนุษย์และเทวดาบรรลุธรรมเป็นจำนวนมาก จึงปรารถนาจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม แต่ด้วยพระองค์มีรูปร่างใหญ่โต หากเข้าใกล้พระพุทธเจ้าจะไม่สมควร พระพุทธเจ้าทรงทราบจึงเนรมิตร่างของพระองค์ให้ใหญ่โตกว่าพระอสุรินทราหูในท่าไสยาสน์ เมื่อพระอสุรินทราหูเห็นดังนั้นจึงมีจิตเลื่อมใส ยอมเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม พอฟังจบแล้วจึงเปล่งวาจาด้วยความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าว่า “ตัสสะ” […]

รวม 11 บทสวดมนต์ข้ามปี เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิตรับปีใหม่

รวม 11 บทสวดมนต์ข้ามปี เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิตรับปีใหม่ มีหลายคนวางแผนท่องเที่ยว เพื่อถือเป็นการพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว แต่ก็มีพุทธศาสนิกชนจำนวนไม่น้อยต่างวางแผนไปสวดมนต์ข้ามปี ซีเคร็ตขอรวบรวม บทสวดมนต์ข้ามปี หากใครไม่สามารถไปร่วมกิจกรรมสวดมนต์ตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ ก็สามารถสวดมนต์ที่บ้านของตนเองได้เช่นกัน   คำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ บทกราบพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ) นมัสการพระพุทธเจ้า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3จบ) […]

ขันติกถา (แปล)

ขันติกถา คือบทสวดที่บรรยายอานิสงส์ของการมีขันติหรือความอดทนไว้ทั้งหมด 14 ประการ หากสวด เข้าใจ และนำมาปฏิบัติตามแล้ว ชีวิตก็จะมีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้น

บทแผ่เมตตา (ให้ตัวเองและผู้อื่น)

บทแผ่เมตตา ให้ตัวเองและผู้อื่นน: อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข นิททุกโข โหมิ ปราศจากความทุกข์อะเวโร โหมิ ปราศจากเวร

keyboard_arrow_up