นิพพานเทียมง่าย ๆ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

เราสามารถเข้าถึงนิพพานโดยทำใจให้ว่างสบาย ๆ ปลอดจากความคิด แม้จะได้ชั่วครั้งชั่วคราวก็ดีกว่าไม่ได้เลย นอกจากนี้อาจจะหาตัวช่วย เช่น •  ฟังเพลงบรรเลงที่ไพเราะนุ่มนวลชวนฟัง ปล่อยใจให้ผ่อนคลายเบาสบายไปกับเสียงเพลง โดยไม่ต้องใส่ความคิดเข้าไปปรุงแต่ง ให้ใจของเราดื่มด่ำเป็นสุขไปกับเสียงเพลง •  ชมภาพทิวทัศน์ของธรรมชาติที่ดูแล้วเย็นตาเย็นใจ ทำให้จิตใจมีความสงบปลอดโปร่งเบาสบาย •  ทำงานอดิเรกที่ทำแล้วผ่อนคลาย ไม่ปล่อยความคิดให้ฟุ้งซ่านไปทางรัก โลภ โกรธ หลง •  การทำจิตให้อยู่ในอารมณ์เช่นนี้ ก็เป็นสภาวะของนิพพานเทียมที่ทำได้ง่าย ๆ เช่นกัน   นิพพานเทียมในใจตน 1.  ถ้าอยู่กับตัวเองตามลำพังก็ให้มีสติปัญญารู้กายของเราเป็นหลัก 2.  ถ้ามีสิ่งอื่นที่มากระทบทางประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย แม้ใจเผลอคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ก็ใช้สติปัญญาพิจารณาสิ่งนั้น ๆ ว่า สิ่งใดเป็นคุณ สิ่งใดเป็นโทษ 3.  ละสิ่งที่เป็นโทษเป็นอกุศลเสีย 4.  เจริญในสิ่งที่เป็นบุญกุศล 5.  วางใจอย่าให้กระเพื่อมไหวไปในทางยินดียินร้าย สิ่งนี้พูดง่าย ฟังง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก แต่ทำยาก จะทำให้ได้ก็ต้องฝึก การฝึกฝนก็คือความเพียร […]

นิพพานเทียม สำหรับคนที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์ โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

นิพพานเทียมสำหรับคนที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์ โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ ได้แสดงทรรศนะถึงเรื่องของ นิพพานเทียม ไว้ดังนี้ “นิพพาน…ที่นี่…เดี๋ยวนี้” หรือ “นิพพานในชีวิตประจำวัน” น่าจะหมายถึงนิพพานของคนที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์ ทัศนะเช่นนี้อาจไปกระทบความเห็นของผู้ที่ตีความนิพพานอย่างเคร่งครัดว่าคือการเข้าถึงอรหันตผลเท่านั้น แต่ถ้าให้พระอาจารย์ออกความเห็นก็สามารถอนุมานเปรียบเทียบจากพระสูตรได้ดังนี้ ใน คิริมานนทสูตร นั้น พระพุทธเจ้าทรงจัดนิพพานดิบและนิพพานสุกของพระอรหันต์เป็นโลกุตรนิพพาน ส่วนโลกิยะนิพพาน ได้แก่นิพพานพรหม เป็นต้น หมายถึงพวกที่ไปเกิดในพรหมโลก เช่น อรูปพรหม อันเป็นผลมาจากการทำสมาธิจนได้ฌาน จิตเข้าไปพักอยู่ในความสงบลึก แม้จะมีความสุขสงบก็เป็นเพียงห้วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ในพรหมโลกเท่านั้น หมดอายุขัยก็ยังต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก เพราะยังไม่หมดกิเลส และมีสิทธิ์พลาดพลั้งไปเกิดในอบายภูมิได้ สภาวะของนิพพานคือ สภาวะของจิตที่หมดกิเลสโดยถาวร ข้อนี้เป็นสภาวะจิตของพระอรหันต์ที่เรียกว่า “โลกุตรนิพพาน” แต่ถ้าเป็นปุถุชนคนทั่วไปแล้ว หากจิตว่างจากกิเลสยามใดก็เข้าถึงสภาวะนิพพานได้ยามนั้น การว่างจากกิเลสในที่นี้ มิได้หมายถึงหมดกิเลส เพียงแต่กิเลสถูกข่มไว้ไม่ให้แสดงตัวออกมา ลักษณะนี้เป็น “โลกิยนิพพาน” หรือนิพพานของผู้ที่ไม่ได้เป็นพระอรหันต์ เป็นนิพพานชั่วคราว อาจจะเรียกว่า “นิพพานเทียม” เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายไม่สับสน ในชีวิตประจำวันของปุถุชนที่ยังไม่หมดกิเลสนั้นยากที่จะเข้าถึงสภาวะนิพพานได้ แต่ถ้าเป็นผู้ที่หมั่นฝึกฝนอบรมจิตรู้ธรรมนำชีวิตแล้ว ก็อาจเข้าถึงสภาวะนิพพานเทียมได้เป็นบางช่วงบางเวลา เป็นต้นว่า เมื่อทำสมาธิเข้าถึงความสงบ จิตอยู่ในความว่างไม่มีความโลภ โกรธ หลง […]

keyboard_arrow_up