Dhamma Daily: ตักบาตรพระ ด้วยอาหารค้างคืน บาปไหม

Dhamma Daily: ตักบาตรพระ ด้วยอาหารค้างคืน บาปไหม อาหารที่เราขายไม่หมด แล้วเก็บไว้ ตักบาตรพระ ในวันถัดไป จะบาปไหม ผลหรืออานิสงส์แห่งทานก็ย่อมเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ตนได้ทำไว้ ให้สิ่งใดก็ได้รับสิ่งนั้น

สูตรแก้ ปัญหา ครอบจักรวาล! โดยคุณพศิน อินทรวงค์

สูตรแก้ ปัญหา ครอบจักรวาล! โดยคุณพศิน อินทรวงค์ ธรรมชาติของ ปัญหา ในโลก จะประกอบไปด้วยสองส่วนหลักๆ คือปัญหาภายใน และ ปัญหาภายนอก ผู้มีจิตอริยชนควรมีสติมองปัญหาให้ทะลุ ควรจับปัญหาทั้งสองส่วนแยกออกจากกันให้ชัดเจน เพื่อนำไปสู่การสะสางปัญหาที่มีประสิทธิภาพและถูกต้องตรงธรรม ปัญหาภายนอก 1. ให้วิเคราะห์ตามความเป็นจริงว่า เรากำลังมีสถานการณ์อะไร กับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ วิธีแก้ไข ให้แก้ไปตามเหตุปัจจัยที่เหมาะสม โดยย้อนกลับมามองที่ความบกพร่องของตนเองก่อน แล้วตั้งต้นว่า เราจะแก้ไขความผิดพลาดของตนก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงค่อยแก้ที่คู่กรณี หาทางเจรจาในเวลาที่เหมาะสม ระลึกอยู่เสมอว่า การเจรจานี้เป็นไปเพื่อสะสางปัญหา มิใช่เพิ่มพูนปัญหา ในด้านสถานการณ์ต่างๆ ก็เช่นกัน เมื่อคิดจะแก้ไข ให้ทำอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มองเป้าหมายให้ทะลุ ว่าอะไรคือเป้าหมายของการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง จากนั้นจึงค่อยๆ คลีคลายออกมาเป็นกรรมวิธีดำเนินการที่ชัดเจน แก้ไขอย่างไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ใช้เวลากี่วัน พร้อมด้วยวิธีประเมิณผลที่จับต้องได้ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ต้องทำด้วยจิตที่ขาวสะอาด ใช้วาจาสุภาพเรียบร้อย ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เป็นไปด้วยลักษณะของผู้ทรงคุณธรรมที่มีทั้งความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม สูตรการแก้ไขปัญหาภายนอก (วิเคราะห์ปัญหาตามจริง หรือโยนิโสมนสิการในปัญหา) […]

“รู้แล้ววาง” คือ “ทางพ้นทุกข์” ข้อธรรมให้แง่คิดโดย ส. ชิโนรส

ท่าน ส. ชิโนรส ได้แสดงข้อธรรมให้แง่คิดในเรื่องของการพ้นทุกข์ไว้ดังนี้ ธรรมชาติของกายและใจตามเป็นจริง คือ “มันเป็นอย่างนั้นเอง” กายและใจ รูปธรรมและนามธรรมทั้งหมด มีแต่เกิดกับดับ เกิดกับตายทุกวินาที (อนิจจัง) มีเหตุปัจจัยต่าง ๆ บีบคั้น บีบบังคับให้ต้องเกิด – ดับอยู่ตลอดเวลา (ทุกขัง) และไม่มีใครมีอำนาจสั่งให้เป็นไปตามความต้องการ ไม่มีตัวกูของกูที่แน่นอน ไม่มีค่าที่ตายตัวเที่ยงแท้ ว่างเปล่าจากตัวตน (อนัตตา) “อนิจจัง – ทุกขัง -อนัตตา” คือ ธรรมชาติแท้ของกายและใจมันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร  ผู้เจริญวิปัสสนาเคยเห็นธรรมชาตินี้มาแล้ว ก่อนที่ยังไม่พ้นวิปัสสนูปกิเลส แต่ตอนนั้นสติปัญญายังไม่แจ่มแจ้งเต็มร้อย เพราะวิปัสสนูปกิเลสทำให้เขว และยังมีความสงสัยคลำหาทางออกไม่พบ แต่ตอนนี้มองเห็นได้แจ่มแจ้งแล้วว่า “กายและใจมันเป็นอย่างนี้เอง เราหนีธรรมชาตินี้ไม่พ้น ต้องยอมรับมัน” การเห็นอนิจจัง ทุกขัง หรืออนัตตาได้ชัดเจนกว่ากันหรือไม่ แต่ละคนไม่เหมือนกัน บุญใครบุญมัน ผู้ที่มีความเชื่อเลื่อมใสมาก (ศรัทธา) จะเห็นการเกิด – ดับได้ชัดเจน ผู้ที่มีความเพียรมาก (วิริยะ) จะเห็นความทุกข์ได้ชัดเจน ส่วนผู้ที่มีปัญญามาก (ปัญญา) จะเห็นอนัตตาความว่างได้ชัดเจน […]

ในวัดควร มีสัตว์เลี้ยง หรือนําสัตว์เลี้ยงเข้าไปหรือไม่ โดย ณัฐพบธรรม

ณ วัดแห่งหนึ่ง ปกติในวัดไม่ มีสัตว์เลี้ยง ใดๆ และที่หน้าประตูวัดก็มีป้ายห้ามนําสัตว์เลี้ยงเข้ามาในวัด แต่ช่วงหลังผมเริ่มเห็นทั้งแมวและสุนัขในวัด คาดว่าน่าจะเป็นคนที่ไปอยู่วัดเลี้ยงเอาไว้ด้วยใจที่มีเมตตา 1 นอกจากนี้เราคงเคยเห็นข่าวเกี่ยวกับสุนัขแสนรู้ที่ช่วยพระบิณฑบาต ภาพที่ดูน่ารักดังกล่าวนํามาสู่ความอยากเล่าให้ฟังว่า ในวัดควรมีสัตว์เลี้ยงหรือไม่ เราควรนําสัตว์เลี้ยงเข้าวัดหรือไม่ เพราะอะไร 2 แน่นอนว่า หากมองในมุมของการช่วยเหลือสัตว์ การได้บุญและความมีเมตตา การให้อาหารและที่อยู่อาศัยกับสัตว์ก็เป็นสิ่งที่สมควรทําอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม หากนําเรื่องสถานที่มาพิจารณาร่วมด้วย การกระทําที่ถือว่าดีต่อสัตว์ อาจไม่ใช่การให้พวกเขาอยู่ในวัด 3 หลายคนพอได้อ่านประโยคดังกล่าว อาจเกิดความรู้สึกไม่เห็นด้วย เพราะพระพุทธศาสนาสอนเรื่องความเมตตาและการทําบุญ วัดซึ่งเป็นสถานที่เผยแผ่คําสั่งสอนจึงควรมีเมตตาด้วยการเลี้ยงสัตว์และให้ที่พักอาศัย และหากสัตว์เลี้ยงบางตัวมีจิตอนุโมทนาในขณะที่มีคนทําบุญ หรือฟังธรรมและจิตน้อมตามบทธรรมเขาก็จะได้บุญด้วย การนําสัตว์เลี้ยงเข้าวัดจึงเป็นสิ่งที่ควรทํา 4 ก่อนอื่นผมต้องขอสนับสนุนว่า ความเข้าใจเกี่ยวกับความเมตตาและเรื่องบุญนั้นถูกต้องแล้วแต่ความเข้าใจดังกล่าวทําให้ลืมพิจารณาองค์ประกอบอื่นซึ่งมีความสําคัญเช่นกัน จึงทําให้เจตนาที่ดีนั้นกลับกลายเป็นการทําร้ายสรรพสัตว์โดยไม่รู้ตัว 5 องค์ประกอบสําคัญที่ผมกล่าวถึงคือ บาปที่สรรพสัตว์มีโอกาสได้รับเมื่ออยู่ในวัด เพราะสัตว์เหล่านี้ต้องขับถ่าย ซึ่งทําให้วัดสกปรก หรือสัตว์บางตัวอาจกัดหรือข่วนทําให้ทรัพย์สินของวัดเสียหาย การกระทําดังกล่าว ได้บาปหนักมาก ๆ เพราะเป็นการทําให้ของสงฆ์สกปรกเสียหาย 6 บางครั้งการส่งเสียงของสัตว์ตามสัญชาตญาณทั่วไปก็รบกวนการปฏิบัติธรรมหรือการจําวัดของพระ บางครั้งสัตว์อาจกัดหรือทําร้ายพระ ซึ่งก็จะได้บาปหนักมาก 7 ในขณะเดียวกันสัตว์บางตัวอาจรบกวนหรือกัดคนที่ไปทําบุญ หรือการที่ในวัดมีสัตว์บางชนิดอาจทําให้บางคนที่ไม่ชอบสัตว์ดังกล่าวไปวัดอย่างไม่มีความสุข ขาดความสงบและไม่อยากไปทําบุญ การขัดขวางการทําบุญดังกล่าวก็ทําให้สัตว์เหล่านั้นมีโอกาสได้บาปเช่นกัน (สัตว์ทําบุญก็ได้บุญ […]

เบญจภาคีวารีปาฏิหาริย์ เล่าขานตํานาน หลวงพ่อลอยน้ำ 5 องค์

เบญจภาคีวารีปาฏิหาริย์ เล่าขานตำนาน หลวงพ่อลอยน้ำ 5 องค์ ตามตํานานกล่าวว่า พี่น้องชาวเมืองเหนือ 5 คน บวชเป็นพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนา และสําเร็จเป็นพระอริยบุคคลชั้นโสดาบัน จึงพร้อมใจกันตั้งสัจอธิษฐานว่า “เกิดมาชาตินี้จะขอบําเพ็ญบารมีช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ แม้ตายไปแล้วก็จะสร้างบารมีช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ต่อไปจนกว่าจะถึงซึ่งนิพพาน” 1 เมื่อพระอริยบุคคลทั้ง 5 ดับขันธ์แล้ว ก็เข้าสถิตอยู่ในองค์พระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ ด้วยปรารถนาจะช่วยปลดเปลื้องทุกข์ให้คนที่อยู่ทางใต้ จึงลอยน้ำลงมาตามแม่น้ํา 5 สาย 2 เมื่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ํำเห็นพระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ลอยน้ํำมา ต่างพากันเลื่อมใส จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นฝั่งและอาราธนาให้ขึ้นประดิษฐานที่วัดใกล้กับจุดที่ชะลอองค์พระขึ้นจากแม่น้ํำ ดังนี้ 3 • หลวงพ่อโสธร ลอยมาตามแม่น้ํำบางปะกง ประดิษฐานที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร อําเภอเมืองฯ จังหวัดฉะเชิงเทรา 4 • หลวงพ่อโต ลอยมาตามแม่น้้ำเจ้าพระยา ประดิษฐานที่วัดบางพลีใหญ่ในอําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 5 • หลวงพ่อบ้านแหลม ลอยมาตามแม่น้ํำแม่กลอง ประดิษฐานที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) อําเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสงคราม 6 • […]

ตำรวจใจดี ช่วยเลี้ยงลูกให้คุณแม่บาริสต้าที่งานเข้าเพราะหาพี่เลี้ยงเด็กไม่ได้

ตำรวจใจดี ช่วยเลี้ยงลูกให้คุณแม่บาริสต้าที่งานเข้าเพราะหาพี่เลี้ยงเด็กไม่ได้ ถ้าเป็นคุณแม่ที่ต้องทำงานไปด้วยก็ต้องมีพี่เลี้ยงมาช่วยเลี้ยงลูกเวลาที่ไปทำงาน หากวันไหนหาพี่เลี้ยงไม่ได้เป็นอันงานเข้า อย่างที่เกิดกับ แชนทาเฟ เบลกส์ (Shantaphae Blakes)  วัย 26 ปี บาริสต้าพาร์ทไทม์ของสตาร์บัคส์ที่เมืองวินสตัน-เซเลม รัฐนอร์ทแคโรไลนา เธอโทร.หาเจ้านาย ฮาร์เปอร์ สเปล ตอนตีสี่ครึ่งทั้งน้ำตา บอกว่าเช้านี้เธอกำลังจะออกไปทำงาน แต่ไม่มีใครเป็นพี่เลี้ยงให้หนูน้อย ดิลิน (Dilynn) ลูกสาวของเธอเลย เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตอนนี้ลูกสาวก็นั่งอยู่ในรถ จะเป็นอะไรมั้ยถ้าเธอเอาลูกสาวไปทำงานด้วย เจ้านายก็แสนดีบอกให้เธอพาลูกมาทำงานได้ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวทางร้านจะช่วยดูแลลูกให้เอง เมื่อแชนทาเฟมาถึงร้าน เธอก็จัดที่นั่งให้ลูกนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งในมุมที่เธอและเจ้านายจะมองเห็นได้ ฮาร์เปอร์เล่าถึงความน่ารักของลูกสาวของลูกน้องตัวเองว่า หนูน้อยเอาแต่ทำตาโตจ้องมองเธอและแชนทาเฟ เธอหาอะไรให้หนูน้อยไว้เล่นแก้เบื่อ และก็หาอะไรให้กินนิดหน่อย ซึ่งหนูน้อยดิลินก็ทำตัวดีมาก ไม่ร้องไห้โยเยเลย หลังจากนั้นไม่นาน แบรด มาร์แชลล์ (Brad Marshall) และ ออสติน ไวท์ (Austin White) สองตำรวจซึ่งมาซื้อกาแฟที่ร้านเป็นประจำแทบทุกเช้าก็เดินเข้ามาในร้าน เมื่อรับรู้สถานการณ์ทั้งคู่ก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทันที แบรดและออสตินไม่เพียงมาซื้อกาแฟ หากแต่ยังช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้หนูน้อยเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมง คอยอุ้มคอยเล่นด้วยตลอดเวลาไม่ให้คลาดสายตาเลยแม้แต่น้อย ฮาร์เปอร์และแชนทาเฟทำงานไปก็มองภาพน่ารักประทับใจที่ได้เห็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตัวโต […]

ขายให้เป็น เห็นเงินล้าน โอม – กิตติทัต ปานคง กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอเชีย โปรดัก ซัพพลาย จำกัด

ขายให้เป็น เห็นเงินล้าน โอม – กิตติทัต ปานคง กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอเชีย โปรดัก ซัพพลาย จำกัด หลายคนเริ่มทำธุรกิจ เพราะมีความฝันอันแรงกล้า แต่ถ้ามีใครคนหนึ่งบอกคุณว่ามีคนที่เริ่มธุรกิจจากความต้องการรับประทานอาหารดีๆ ในงานสัมมนา คุณจะเชื่อไหม และคุณโอม – กิตติทัต ปานคง คือคนคนนั้น ไม่มีความสุขกับการอยู่ในกรอบ ผมเกิดในครอบครัวต่างจังหวัด ครอบครัวของผมฐานะปานกลาง คุณพ่อเป็นตำรวจ ครอบครัวเรามีกัน 4 คน คือ คุณพ่อ คุณแม่ ผม และน้องสาว ผมเป็นเด็กเรียนดี เพราะคุณพ่อเคี่ยวเข็ญ บังคับว่าต้องเรียนให้ดี ท่านเอาตัวเลขเป็นที่ตั้งว่าต้องสอบได้ที่ 1 – 3 เท่านั้น ผมก็ทำได้มาตลอด จนกระทั่งครั้งหนึ่งผมสอบได้ที่ยี่สิบกว่า ตอนนั้นคุณครูเรียกผู้ปกครองมา พอคุณพ่อทราบเรื่อง ท่านบอกว่าพ่อขาอ่อนเลยนะ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ผมเพิ่งโดนคุณพ่อตีจริงจังเป็นครั้งแรกช่วงประถมศึกษาปีที่ 3 ผมรู้ว่าเราไม่ได้แย่ลง แต่ทุกคนเขาก็เก่งขึ้นหรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่ผมคิดในตอนนั้น ตอนสอบเข้าโรงเรียนมัธยม ผมรู้ตัวเลยว่า ถ้าผมสอบได้ไม่ดีต้องโดนคุณพ่อจัดการอีกแน่ […]

อยู่คนเดียวให้ได้ แง่คิดธรรมะดี ๆ โดย หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

อยู่คนเดียวให้ได้ แง่คิดธรรมะดี ๆ โดย หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ครูบาอาจารย์แต่ละองค์ เห็นท่านนะ ไม่เหมือนฆราวาส ฆราวาสอายุเยอะขึ้น แค่เกษียณอายุก็แย่แล้วละ เกษียณอายุใจก็เศร้าหมองแล้ว เคยมีอํานาจก็ไม่มี รายได้ก็ลดลง อะไรอย่างนี้ ลําบาก กลุ้มใจ กลุ้มใจแล้วก็เลยคิดมาก 1 ทําไมลูกไม่มาเยี่ยม หลานไม่มาเยี่ยม โกรธมันอีก พอมันมาก็ด่ามัน มันก็ยิ่งกลัวหนักใหญ่ มันไม่มาเลย คราวนี้ไม่มาก็เที่ยวด่ามันลับหลังอีก ใจเต็มไปด้วยโทสะ ไม่มีความสุข พวกเราเตรียมตัวไว้นะ วันข้างหน้าตอนที่เราแก่ มันไม่มีแล้ว ระบบครอบครัวแบบโบราณ อยู่ตัวคนเดียวแทบทั้งนั้น อยู่กันสองคนบ้าง อยู่คนเดียวบ้าง 2 วันข้างหน้าเราจะเหงา เราจะว้าเหว่ “ถ้าเราภาวนาไม่เป็น” เหมือนพวกฝรั่งแก่ ๆ ถึงมีเงินก็เหงา คุยกับหมา คุยกับแมวไปวัน ๆ คุยกับคนไม่ได้ ไม่มีใครคุยด้วย ต่างคนต่างอยู่ 3 วันข้างหน้าพวกเราก็จะเหงามากนะ “ต้องฝึก” ฝึกการอยู่คนเดียวให้ได้ ที่จริงเราไม่ได้อยู่คนเดียว เราอยู่กับธรรมะ 4 […]

สนทนาธรรมร่วมสมัย ระหว่าง “พระนักเผยแผ่รุ่นใหม่” และ “ลูกศิษย์สุดแนว”

ฉบับนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระวิปัสสนาจารย์ผู้มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ได้มาให้ความรู้ทางธรรมและตอบข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้โดยมีลูกศิษย์สุดแนว ป๊อด – ธนชัย อุชชิน เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ ตั้งคำถามสุดจี๊ด พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งทางโลกและทางธรรมกับพระอาจารย์ ก่อนการสนทนาธรรม Secret ได้ซักถามถึงความเป็นมาในการทำงานร่วมกันทั้งทางโลกและทางธรรมระหว่างพระอาจารย์และลูกศิษย์ ย้อนไปเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว คุณป๊อดและพระอาจารย์พบกันได้อย่างไรคะ พระอาจารย์นวลจันทร์ : เจอกันครั้งแรกที่สถานที่ประสูติพระพุทธเจ้า ประเทศเนปาล เมื่อก่อนอาจารย์ก็แทบไม่รู้จักป๊อดเลย แต่เคยได้ยินชื่อบ้าง เพราะเราเป็นพระสายปฏิบัติความเคลื่อนไหวทางโลกหายไป ช่วงที่อาจารย์พาคณะลูกศิษย์ไปอินเดีย และเดินทางไปที่เมืองลุมพินี ในประเทศเนปาลได้มาเจอป๊อดที่ที่พักโดยบังเอิญ หนึ่งในลูกศิษย์ที่ไปด้วยกันเป็นรุ่นพี่ของป๊อดที่โรงเรียนสวนกุหลาบฯ จึงชวนป๊อดมารู้จักพระอาจารย์ ป๊อด : ครับ รุ่นพี่คนนั้นชื่อ พี่ใหญ่ เจอกันโดยบังเอิญที่ที่พัก พี่เขาชวนมากราบพระอาจารย์ ผมก็เข้าไปกราบท่านพอได้เจอท่าน ท่านก็ชวนคุย แล้วพี่ใหญ่ก็แนะนำว่า “คนนี้ชื่อป๊อด เป็นนักร้องที่เรานำเพลงเขามาใช้ในคอร์สปฏิบัติธรรมครับ” ผมดีใจมาก ไม่น่าเชื่อว่าเพลงของเรานำไปใช้ในสถาน-ปฏิบัติธรรมได้ด้วย จากนั้นท่านได้มอบหนังสือที่ท่านเขียนให้ผมนี่เป็นครั้งแรกที่พบท่านครับ วันนั้นคุณป๊อดก็ได้รู้ว่าตัวเองเกิดวันเดียวกับพระอาจารย์ด้วย ป๊อด : วันนั้นอยู่ ๆ พระอาจารย์ก็ถามว่าผมเกิดวันที่เท่าไหร่เดือนอะไร ปีอะไร ผมตอบไปว่า 24 พฤษภาคม 2514 ท่านก็ว่า “อ้าว ตรงกับอาตมาเลย” เลยได้รู้ว่าเกิดวันเดียวกับท่าน คุณป๊อดเข้ามาช่วยงานพระอาจารย์ได้อย่างไรคะ ป๊อด : หลังจากนั้น คุณจอม (ปรียวิศว์ โยธีพิทักษ์) ลูกศิษย์ท่านก็โทร.มาหา บอกว่าพระอาจารย์เชิญไปแลกเปลี่ยนมุมมองในคอร์สปฏิบัติธรรมของท่าน และให้เอากีตาร์มาเล่นดนตรีด้วยปกติผมเล่นคอนเสิร์ตให้คนสนุก กระโดดตัวลอย เฮฮาครั้งนั้นเล่นให้ผู้ชมที่ใส่ชุดขาว นั่งกับพื้นดู และทุกคนดูสงบถือเป็นมิติใหม่ในการแสดงดนตรีของผมมาก (หัวเราะ) พระอาจารย์ให้คุณป๊อดมาช่วยงานด้านไหนคะ พระอาจารย์นวลจันทร์ : จริง ๆ แล้วเขาก็เหมือนเทศน์กัณฑ์บทเพลง บทธรรม ถ้าฟังดี ๆ ก็เหมือนเทศน์กัณฑ์หนึ่งเลยนะคนทั่วไปอาจไม่ได้สนใจหรือตรึกตรองตรงนี้เท่าไร แต่พอทีมงานนำเพลงมาใช้ในหลักสูตรปฏิบัติธรรม เราเอาเพลงเขามาทำเป็นสื่อการสอน เช่น เพลง “มา” ที่มีเนื้อร้องว่า “ทุกอย่างแล้วก็ว่างเปล่า ทุกสิ่งเพียงแค่ชั่วคราว เมื่อเห็นทุกข์ในเรื่องราวและรู้ว่าทุกสิ่งต้องปวดร้าว” นี่เป็นหลักธรรมตั้งแต่ไตรลักษณ์หลักอริยสัจ เชื่อมโยงไปถึงวงจรปฏิจจสมุปบาท จึงมองว่าน่าจะมาทำงานเผยแผ่ธรรมะร่วมกันได้ เพื่อเสริมให้คนทั่วไปเห็นว่าธรรมะแฝงอยู่ทั่วไป ทั่วทุกอณูในชีวิต และทุกอย่างในโลก ในฐานะศิลปินเขาก็แฝงบทธรรมเหล่านี้ไว้ จึงขอให้เขามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ทางธรรมด้วยกัน เพราะฉะนั้นเวลามีคอร์สปฏิบัติธรรมจึงเชิญเขามาเสริมด้านเนื้อธรรม แก่นธรรม โดยเฉพาะหลัง ๆ มีคนรุ่นใหม่มาเข้าคอร์สกันมาก ถ้าเขาได้ฟังบทเพลงธรรมะประกอบก็จะปรุงจิตให้อ่อนโยน นี่แค่เพลงเดียวเองนะ เพลง “มา” ที่พระอาจารย์พูดถึงนี้ คุณป๊อดได้แรงบันดาลใจในการเขียนมาจากไหนคะ ป๊อด : หลังจากผมบวชประมาณ 4 เดือนครึ่ง เมื่อกลับมาเป็นฆราวาสก็ตรึกตรองดูว่าเราเข้าใจอะไรที่พระพุทธเจ้าทรงสอนบ้าง จึงได้เขียนเพลง “มา” ซึ่งผมซ่อนความหมายในเนื้อเพลงไว้ว่า “(พระพุทธเจ้า) มาทำให้ฉันมีความสุข ในโลกที่ไม่เคยหยุด และไม่เคยรู้มาก่อน มาทำให้ฉันมองดูใหม่ ลึกลงไปในจิตใจ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน” ผมซ่อนความหมายนี้เอาไว้เนียน ๆ เพราะจริง ๆ แล้วเราแต่งเพื่อบอกตัวเอง ยังไม่ได้อยู่ในจุดที่จะไปสอนใคร เราแค่เข้าใจอะไรก็เขียนเป็นเพลง เพื่อสอนใจตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพลง “มา” “ตาสว่าง” หรือเพลงอื่น ๆ ผมเพียงคิดว่าหากเพลงนี้ไปตรงกับชีวิตใคร แล้วทำให้เขาตาสว่างขึ้นด้วยนับเป็นเรื่องดี จนกระทั่งลูกศิษย์พระอาจารย์มาถอดรหัสและนำไปใช้ ซึ่งผมก็ดีใจที่สุดท้ายแล้วมันเป็นประโยชน์ต่อคนที่มาปฏิบัติธรรม การสนทนาธรรม ป๊อด : ในฐานะที่ผมเป็นคนทำงานในวงการบันเทิงมักได้ยินคำถามที่ว่า คนที่ทำอาชีพแบบนี้ คือในวงการบันเทิง ทั้งนักร้อง นักแสดง ทำให้คนเกิดกิเลส ผิดศีล พระอาจารย์เห็นอย่างไรครับ พระอาจารย์นวลจันทร์ : ลองตัดคำว่า “อาชีพแบบนี้” ออกไปก่อน และมองว่าอกุศล กาม หรือแม้แต่โทสะ หรือกิเลสอื่น ๆ ล้วนเกิดขึ้นที่ ใจเรา ไม่ได้เกิดขึ้นที่การเป็นนักร้องนักแสดง สิ่งสวยงามในโลกนี้ไม่ใช่กาม ทุกอย่างเป็นกลาง ๆและเป็นอยู่อย่างนั้น พระพุทธเจ้าจึงให้เราเน้นดูที่ “ข้างใน”เพราะเรายังต้องอยู่กับโลก ต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ คนส่วนมากมองว่า การละเล่น การแสดง การละครทำให้คนเกิดกิเลส เกิดอกุศล ถ้าตอบว่า “ใช่” แล้วอาชีพอื่นและสิ่งอื่น ๆ ในโลกนี้ล่ะ ไม่เป็นปัจจัยให้เกิดกิเลส เกิดอกุศลเลยหรือ นอกจากนักร้อง นักดนตรี และนักแสดงแล้วสิ่งอื่น ๆ คุณไม่เคยมองเห็นโทษเลยใช่ไหม เช่น การช็อปปิ้งการกิน ไม่เป็นกิเลสเลยหรือ จริง ๆ แล้วทุกอย่างเหมือนกันหมด พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้เราดูเจตนาข้างใน แม้แต่ผู้ที่ทำอาชีพบันเทิงก็ต้องดูว่ามีจุดมุ่งหมาย ความตั้งใจจะสื่ออะไรให้ผู้ชม ผู้ฟัง มีเจตนาที่จะมอมเมาหรือยั่วให้คนที่ยังไม่เกิดโลภะให้มีโลภะ หรือที่ยังไม่เกิดโทสะก็ทำให้เกิดโทสะ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ชัดเจนว่าเป็นอกุศล ในทางตรงกันข้าม ถ้าเรามีเจตจำนงสนับสนุนให้เกิดการตื่น ตาสว่าง เกิดปัญญา เข้าใจชีวิต เข้าใจสัจธรรมว่า ทุกสิ่งเพียงชั่วคราว ทุกอย่างแล้วว่างเปล่า หากเป็นเช่นนี้ตอบได้เลยว่าไม่ผิดศีล เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่าเรามีเจตนาเช่นไร   ป๊อด : พระอาจารย์มีคำแนะนำในการปฏิบัติธรรมสำหรับคนในวงการบันเทิงหรือทำงานกลางคืนอย่างไรบ้างครับ พระอาจารย์นวลจันทร์ : อาจารย์พูดเสมอว่า การปฏิบัติธรรมไม่มีกลางวัน ไม่มีกลางคืน ทำอะไรก็ทำไป แต่ไม่ไปจากธรรม ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าทำอะไร แต่อยู่ที่ว่ามีธรรมอยู่หรือเปล่าถ้าธรรมไม่อยู่แล้วก็ไม่น่าทำ เพราะธรรมไม่อยู่แล้วจะเป็นกรรม ถ้ายังเลิกทำอาชีพแบบนี้ไม่ได้ก็ให้มีธรรมประจำใจ เช่นสมาธิ สติ หรือกุศลอื่น ๆ โดยเฉพาะธรรมภาคปฏิบัติ เช่นการกลับมาดูลมหายใจเป็นช่วง ๆ ในระหว่างการทำงาน ทั้งกลางวันและกลางคืน หรือทำอาชีพอะไรก็ตาม แม้จะไม่ได้บริสุทธิ์ทั้งหมด แต่ช่วงเวลาที่กลับมาอยู่กับลมหายใจ จิตก็มีที่ตั้ง มีสติ มีสมาธิ เรียกว่า ธรรมยังประกบอยู่กับโลก ต่อให้อาชีพนั้นเป็นบาป เป็นอกุศล แต่ถ้าคุณไม่ได้เอาจิตไปอยู่กับงานตรงนั้นทุกวินาที ทุกนาที หรือทุกชั่วโมง โดยมีบางช่วงที่ถอนจิต ถอนความรู้สึกให้มาอยู่กับกุศล ให้ใจสงบ ร่มเย็นธรรมก็ยังมีส่วนร่วมกับโลก เมื่อธรรมอยู่กับโลก ธรรมก็คุ้มครองโลก ป๊อด : การปฏิบัติเช่นนี้น่าจะเหมาะกับทุกคนทุกอาชีพใช่ไหมครับ พระอาจารย์นวลจันทร์ : ส่วนมากจะเน้นอาชีพที่ล่อแหลมเมื่อเรายังไม่หลุดพ้นและยังต้องอยู่ในโลก ก็ไม่ควรหนีไปจากโลก แต่ขอแค่ให้ธรรมได้มีส่วนร่วมอยู่ในชีวิตของคุณ ขอให้ธรรมมีส่วนแทรก แหวก เจาะ ทะลุทะลวง แทรกเข้าไปในเวลาที่คุณประกอบกิจนั้น ๆ ให้ธรรมะภาคปฏิบัติ เช่น การดูลมหายใจชะแว้บเข้ามา ในช่วงที่อยู่กับลมหายใจจะไม่มีความคิดคำนึงถึงใคร ไม่มีเหตุการณ์ ไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่จิตจะว่าง ว่างจากอารมณ์ ว่างจากโลภะ โทสะ โมหะ ว่างจากอกุศล ว่างจากกิเลส เมื่อจิตกลับมาอยู่กับกุศลได้มากเท่าไหร่ ก็จะลดปริมาณของการเกิดอกุศลได้มากขึ้นเท่านั้น ป๊อด : ถ้ายกตัวอย่างคนทำอาชีพโฆษณาล่ะครับบางครั้งต้องโกหก อวดอ้างสรรพคุณสินค้าการกระทำแบบนี้เป็นบาปหรือเปล่า พระอาจารย์นวลจันทร์ : แค่ “บางครั้ง” ดีแล้ว น่าอนุโมทนาแต่ถ้าไม่ใช่บางครั้ง แล้วเป็นทุกครั้ง อันนี้ไม่น่าอนุโมทนาเมื่อเรายังอยู่ในโลกิยะ อยู่ในวงการธุรกิจ วงการตลาดที่ต้องใช้กิเลสมาปรุงแต่งย้อมจิต ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าถามว่าบาปไหม ก็ตอบว่าเป็นบาปแน่นอน แต่ไหน ๆ จะบาปแล้วก็ต้องมีความฉลาด หรือเรียกว่าการบริหารจัดการ ต้องฉลาดในการทำบาป คือนาน ๆ ทำที ไม่ได้ทำถี่ ๆ หากทำเพียงบางครั้งก็ถูกต้องแล้ว น่าอนุโมทนา ป๊อด : การทำบาปที่พระอาจารย์กล่าวถึงนี้ คือผิดศีลข้อ 4 ใช่ไหมครับ พระอาจารย์นวลจันทร์ : ถ้าทำงานอยู่ในวงการโฆษณา รักษาศีลข้อ 4 หรือข้อมุสายากมาก คุณก็ไม่ต้องสมาทานศีลข้อนี้เลยแต่อีกสี่ข้อก็ต้องรักษาอย่าให้ขาด ต้องรักษาไว้ให้ได้มากที่สุดความผิดพลาด ความบกพร่องมีอยู่หนึ่ง แต่ส่วนที่ดีมีประโยชน์มีอีกสี่ เราควรมามองที่สี่ข้อที่เหลืออยู่ ต้องรักษาไว้ให้ดี ป๊อด : ตอนนี้ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยห่วงว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่มองว่าธรรมะเป็นเรื่องของคนสูงอายุเป็นเรื่องเชย พระอาจารย์มีกลยุทธ์อย่างไรให้เด็กวัยรุ่นหันมาสนใจธรรมะ พระอาจารย์นวลจันทร์ : ง่ายนิดเดียว กลยุทธ์อยู่ที่ “การนำเสนอ” ต้องให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ธรรมะเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วแต่หลายคนไม่เข้าหาธรรมะเพราะรูปแบบการนำเสนอไม่น่าสนใจ ไม่ถูกจริต ไม่เร้าใจ จึงไม่มีโอกาสเรียนรู้แก่นธรรมถ้าเราหวังให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจธรรมะ อาจลองเปลี่ยนจากฟังพระเทศน์มาฟังเพลงธรรมะบ้างก็ได้ ป๊อด : พระอาจารย์ใช้วิธีการไหนในการนำเสนอธรรมะครับ พระอาจารย์นวลจันทร์ : หลักของอาจารย์อยู่ที่กลุ่มผู้ฟังหรือผู้รับ สมมุตินั่งฟังกันอยู่ แล้วเริ่มเห็นว่าบรรยากาศไม่ไหวแล้วก็พาเขาเปลี่ยนกิจกรรมไปทำอย่างอื่นบ้าง จริง ๆ แล้วอาจารย์ก็ดำเนินตามรอยพุทธจริยา พระพุทธเจ้าทรงมองดูกลุ่มผู้รับเป็นหลักเสมอ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเขาเอง ไม่ใช่ว่าเราให้ในสิ่งที่เราอยากจะให้ แต่ควรคำนึงว่าเขาต้องการอะไรต้องมีศิลปะในการให้ คนรุ่นใหม่ไม่อยากเข้าวัด ต้องถามว่าวัดน่าเข้าไหมมีอะไรที่เด็กสนใจไหม จะไปโทษเด็กฝ่ายเดียวไม่ได้ เราต้องมองตัวเองด้วย แต่ตอนนี้ก็มีนิมิตหมายอันดี น่าอนุโมทนาที่มีนักเผยแผ่รุ่นใหม่หลายท่านปรุงวิธีการนำเสนอธรรมะได้อย่างลงตัว หากเขาไม่ได้สนใจพระ ไม่เข้าหาพระ เราก็ไม่ต้องเอาพระไปหาเขา หรือถ้าไม่อยากไปวัด ก็ไม่ต้องไปวัด สมัยนี้จึงมีสวนธรรม มีบ้านปฏิบัติธรรม อย่างน้อยคนที่รู้สึกไม่ดีกับวัดและพระก็ไปปฏิบัติธรรมได้ ตอนนี้ก็มีประยุกต์จัดบ้านจัดสวน จัดบรรยากาศโรงหนัง โรงละครในการเสนอธรรมะอย่างการจัดงานวัดลอยฟ้าที่สยามพารากอนที่ผ่านมา ทำให้คนได้ความรู้ทั้งทางโลกทางธรรม โลกไม่ช้ำ ธรรมไม่เสียตอนหลังก็มีการนำเสนอช็อปปิ้งบุญ ธนาคารออมศีล กิจกรรมเหล่านี้ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ทั้งสิ้น ป๊อด : เรื่องวัยรุ่นชอบยกพวกตีกันก็เป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง เรื่องนี้พระอาจารย์มีคำแนะนำอย่างไรครับ และทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดทุกยุคทุกสมัย พระอาจารย์นวลจันทร์ : จริง ๆ แล้วเกิดจากการปลูกฝังจากผู้ใหญ่และการเห็นชอบตามกันรุ่นต่อรุ่น เรียกได้ว่าเป็นวงจรที่สืบต่อกันมา เช่น เด็กรุ่นใหม่เห็นว่ารุ่นพี่ทำอะไรกันมาก็โอ้โห ฮีโร่ สุดยอด ซึ่งที่จริงแล้วการนำเสนอและการป้อนข้อมูลก็สำคัญ หากมีการให้ข้อมูลที่ไม่ดี แต่นำเสนอว่าดี เด็กรุ่นใหม่ไปเห็นก็กลายเป็นว่าข้อมูลที่ไม่ดีกลับเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่พึงกระทำ น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เช่น ถ้าเข้าอาชีวศึกษา ไม่ยกพวกตีกันเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นว่าเขามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องดี ป๊อด : ผมเคยพูดในคอนเสิร์ตเวลาที่มีการตีกันว่า “ยุคนี้ยังตีกันอีกเหรอ เชยมาก” เขาจะรู้สึกอายว่าสิ่งที่เขาทำมันเชยเพราะอาจเคยคิดว่าทำแล้วเท่ แต่พอเราบอกไปว่ามันไม่ใช่ของเท่เลยนะ เขาเลยหยุดตีกัน พระอาจารย์นวลจันทร์ : วิธีที่ป๊อดพูดคือการป้อนข้อมูลใหม่ซึ่งเป็นคำตอบของปัญหานี้ได้ เราต้องสร้างค่านิยมใหม่ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเป็นสิบปี ยี่สิบปี หรืออาจเป็นร้อยปี แต่เราต้องสร้างค่านิยมที่ว่าอย่าตีกันเลย เชยแล้ว ซึ่งเราต้องหาทางออกให้เขาด้วย ถ้าเราไม่บอกทางออก ไม่บอกวิธีทำ แต่ไปโทษเขาว่าไม่ดี ๆ แล้วดีคืออย่างไรล่ะ มีใครบอกไหมว่าดีคืออย่างไร ทำแบบไหน ไม่เห็นมีใครบอกเลย ป๊อด : อีกคำถามที่น่าสนใจคือ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่เรียกร้องและไม่คาดหวังกับความสัมพันธ์บาปไหม ในเมื่อใคร ๆ ก็ทำกัน พระอาจารย์นวลจันทร์ : ประเด็นนี้ดี ที่ว่า “เมื่อใคร ๆ ก็ทำกัน”ถามว่า เมื่อใคร ๆ ทำกัน แล้วเราต้องทำตามหรือ ไฉนเราต้องทำตามใคร ๆ เพราะเห็นใคร ๆ เขาทำ เราจึงต้องทำหรือ ทำไมไม่เป็นตัวของตัวเองบ้าง ถ้าสิ่งที่ใคร ๆ ทำกันไม่ใช่สิ่งที่เป็นธรรม จะทำอย่างไร กลายเป็นว่าเราต้องทำในสิ่งที่ไม่เป็นธรรมเหมือนที่ใครเขาทำกันน่ะสิ ฉลาดนักเหรอ เช่นเราเห็นคนโดดลงนรกไปเป็นหมื่นเป็นล้าน เรายังจะกระโดดลงไป อย่างนี้ฉลาดนักหรือ ป๊อด : พระอาจารย์มีคำแนะนำสำหรับคนที่กิเลสหนา ทั้งโลภ โกรธ หลง ให้มีดวงตาเห็นธรรมได้อย่างไรครับ พระอาจารย์นวลจันทร์ : คนเรามีกิเลสเท่ากันหมดนั่นแหละทุกคนกิเลสหนา ปัญญาทึบ ที่เรากลับมาเกิดเป็นปุถุชนอีกเพราะไม่มีใครกิเลสบางกว่าใครหรอก ตามพุทธวิธี ท่านจึงประทานหลักปฏิบัติมาให้ คือ มรรคมีองค์ 8 เป็นธรรมนูญชีวิต เอามรรคทั้ง 8 ไปใช้ ไปสวมชีวิต แจกแจงและน้อมนำมาใช้ทีละข้อ เอามาใช้จริงในชีวิตประจำวัน น้อมนำมาใช้เท่าที่จะใช้ได้ บางวันอาจไม่ครบทั้ง 8 องค์ บางครั้งอาจนำมาใช้แค่ข้อใดข้อหนึ่ง แต่อย่างน้อยก็ถือว่าได้ปฏิบัติตามพระศาสดา เพราะเมื่อปฏิบัติตามหลักมรรคแล้ว จะกลายเป็นผู้บริสุทธิ์หมดจด พ้นจากกิเลส หากบางคนไม่เข้าใจเรื่องมรรคมีองค์ 8 ก็ลองฟังแบบเป็นคีตะก็ได้ ลองให้ป๊อดเล่าประสบการณ์ที่ถ่ายทอดเรื่องมรรคมีองค์ 8 ออกมาเป็นเพลงให้ฟัง ป๊อด : พอดี พี่เอก – ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ทำโปรเจ็กต์“ด้วงแมงแสดงธรรม” โดยน้อมนำธรรมะ เช่น บทปฏิจจสมุปบาทและมรรคมีองค์ 8 มาแจกแจงให้อยู่ในท่วงทำนองเพลง ผมในฐานะนักร้องก็ต้องอ่านบทมรรคมีองค์ 8 ทั้งหมด ต้องทำความเข้าใจแต่ละประโยค เรียกว่าเริ่มจากผู้ส่งสารต้องซึมซับความหมายก่อนเลย และเชื่อว่าสารนี้จะเข้าไปแทรกอยู่ในสมองของคนฟัง หลังจากดูโชว์แล้วบางคนอาจนำมรรคไปใช้ อย่างน้อยถือเป็นการซึมซับโดยใช้ดนตรีเป็นพาหนะในการสื่อสาร โดยนำโอวาทของพระพุทธเจ้ามาสื่อถึงปุถุชน โปรเจ็กต์ด้วงแมงแสดงธรรมถือเป็นไอเดียหนึ่งในการนำเสนออย่างที่พระอาจารย์กล่าวมาครับ เมื่อผมได้มาถ่ายทอดเพลงนี้ ทำให้คิดถึงมรรคมีองค์ 8ได้คล่องขึ้น และได้เห็นความสัมพันธ์ของศีล 5 และมรรคมีองค์ 8 ว่ามีความทับซ้อนกันอยู่ ก่อนหน้านี้เราอาจมองแยกกันแต่เมื่อเข้าใจแล้วจะรู้ว่ามรรคมีองค์ 8 ก็คือศีล 5 ที่นำมาขยายความอีก เช่น ข้อมุสาของศีล 5 ขยายได้ไปถึงการไม่พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ ซึ่งทำให้เราเข้าใจละเอียดยิ่งขึ้น ป๊อด : โปรเจ็กต์ด้วงแมงแสดงธรรม อาจารย์คิดไว้นานหรือยังครับ พระอาจารย์นวลจันทร์ : ไม่ได้คิดอะไรเลย (หัวเราะ) ไม่ได้คิดอะไรล่วงหน้าไว้ก่อนเลยนะ ทุกอย่างมาตามเหตุ ตามปัจจัย ตามความลงตัวเป็นธรรมะจัดสรร แม้แต่คนที่มาร่วมก็ไม่ได้คิดว่าวันนี้จะไปเจอใคร ที่ไหนทุกอย่างเป็นความประจวบเหมาะพอดี […]

Dhamma Daily: เคยพลาดทำแท้งมาครั้งหนึ่ง จะ ลดวิบากกรรม นี้ได้อย่างไรคะ

Dhamma Daily: เคยพลาด ทำแท้ง มาครั้งหนึ่ง จะลดกรรมนี้ได้อย่างไรคะ – ถาม: ดิฉันเคยพลาดทำแท้งมาครั้งหนึ่ง จะลดกรรมนี้ได้อย่างไรคะ พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ ตอบคำถามเรื่องนี้ไว้ว่า

วัดบุคคโล ประกายศรัทธาแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

วัดบุคคโล ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตธนบุรี ย่านถนนเจริญนคร แม้ความงดงามของวัดจะดึงดูดให้ผู้คนไปเยี่ยมชมกันไม่ขาดสาย แต่ว่ากันว่า ประวัติความเป็นมาของวัดแห่งนี้ก็มีคุณค่าน่าจดจำและบอกต่อสู่คนรุ่นลูกรุ่นหลานเป็นอย่างยิ่ง

ความรัก ความทุกข์   ต้นเหตุของความสุขในปัจจุบัน – ต้อม รชนีกร พันธุ์มณี

ความรัก ความทุกข์   ต้นเหตุของความสุขในปัจจุบัน – ต้อม รชนีกร พันธุ์มณี – แน่นอนว่าความล้มเหลวในความรักสร้างทุกข์ให้เธออย่างมาก แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป 

โอม ค็อกเทล กับการเรียนรู้ในทุกจังหวะของชีวิต

โอม ค็อกเทล กับการเรียนรู้ในทุกจังหวะของชีวิต – “ชีวิตคือการเรียนรู้ไม่รู้จบ” เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่เราได้จากการสัมภาษณ์ ปัณฑพล ประสารราชกิจ ที่หลายคนรู้จักในชื่อของ“โอม ค็อกเทล” นักร้องนำและนักแต่งเพลงมาดสุขุมของวงร็อคชื่อดัง

Dhamma Daily: แม่ติดการพนัน จะช่วยท่านได้อย่างไร

Dhamma Daily: แม่ติดการพนัน จะช่วยท่านได้อย่างไร – ดิฉันมีเรื่องทุกข์ใจที่ปลงไม่ตกมานาน หาทางออกไม่ได้ ปัญหาก็คือ แม่ติดการพนัน เป็นเวลาหลายปีแล้ว

Dhamma Daily: รักคนมีครอบครัวแล้ว ผิดศีลไหมคะ

Dhamma Daily: รักคนมีครอบครัวแล้ว ผิดศีลข้อ 3 ไหมคะ – อยากถามเรื่องการผิด ศีล ข้อ 3 ค่ะ คือเรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันมีคนพิเศษที่รัก และรู้ใจกันมา

ที่พึ่งของใจ ธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

ที่พึ่งของใจ ธรรมะโดยพระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ ที่พึ่งของใจ – ชีวิตเรามีร่างกายกับจิตใจร่างกายต้องพึ่งพาอาศัยวัตถุ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ฯลฯ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานเพื่อให้ร่างกายมีชีวิตอยู่ได้ นอกจากนี้คนเรายังประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความสะดวกสบายให้แก่ร่างกาย เช่น บ้าน รถยนต์ ตู้เย็น แอร์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ ทำให้ผู้คนต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาซื้อวัตถุไว้บริโภคได้มาเท่าไรก็ไม่พอ ยังอยากได้สิ่งดี ๆ ยิ่งขึ้นไปอีก ทัศนะดังกล่าวทำให้จิตใจยึดติดอยู่กับวัตถุ เอาวัตถุมาเป็นที่พึ่งของร่างกายและจิตใจ ทำให้ชีวิตมีความทุกข์ เราคงไม่ปฏิเสธว่าร่างกายต้องการวัตถุเป็นเครื่องอยู่อาศัย เพราะร่างกายก็คือธาตุ 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ส่วนวัตถุก็คือธาตุเช่นเดียวกับร่างกาย โดยธรรมชาติแล้วธาตุ 4 ต้องอาศัยธาตุ 4 ด้วยกัน เช่น ถ้าบ้านผุพัง เมื่อจะซ่อมแซมก็ต้องหาวัสดุมาซ่อม จะไปใช้พลังจิตหรือวิงวอนร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้บ้านคืนสู่สภาพเดิมไม่ได้ แต่ใจของเรามิใช่วัตถุหรือธาตุ 4 หากปล่อยให้ใจยึดถือเอาวัตถุมาเป็นที่พึ่งที่อาศัยก็จะมีแต่ความทุกข์ใจ ทั้งนี้เพราะวัตถุเป็นเชื้อกิเลสตัณหาของจิตใจเป็นอย่างดี เช่น กามตัณหา […]

” บัญชีชีวิต ” ที่ติดตัวมายามเกิด บทความจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

” บัญชีชีวิต ” ที่ติดตัวมายามเกิด บทความจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ – คนเราเกิดมามีบัญชีติดตัวมาด้วย

อาจเรียกได้ว่า บัญชีชีวิต มีอยู่ 2 ประเภท คือ บัญชีทางโลกและบัญชีทางธรรม บัญชีทางโลก ได้แก่ ทรัพย์สมบัติ อาหารการกิน สิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีผู้ให้เราและที่เราหามาด้วยตนเองเพื่อใช้ยังชีพและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ไม่เพียงแต่ทรัพย์ดังกล่าวเท่านั้น แม้ร่างกายของเราก็จัดอยู่ในบัญชีทางโลกด้วย

เลิกเถอะ – วลีง่าย ๆ ในการจัดการกิเลส โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เลิกเถอะ – วลีง่าย ๆ ในการจัดการกิเลส โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ – พอเสียทีความคิดที่จะไม่ให้มีราคะ  โทสะ  โมหะ เลิกล้มไปเลย ความพยายามที่

keyboard_arrow_up