“แมคาเดเมีย” คุณค่าที่มาพร้อมมูลค่า

ในโลกสังคมทุนนิยม บ่อยครั้งที่มูลค่ามักเป็นตัวชี้วัดกำหนด คุณค่า ยิ่งสิ่งใดหากมองดูโดยผิวเผินแล้วไม่เห็นประโยชน์…สิ่งนั้นก็ย่อมไร้ทั้งมูลค่าและคุณค่า หากแต่กฎเกณฑ์นี้คงใช้ไม่ได้กับถั่วเปลือกหนาที่สุดในโลกอย่าง “แมคาเดเมีย” กว่าที่ ถั่วแมคาเดเมีย (Macadamia nut) จะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะถั่วที่มีความหอม กรอบ มัน สุดอร่อยอย่างทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เมื่อมีผู้นำไม้ป่าชนิดนี้ออกเดินทางจากถิ่นกำเนิดแถบภาคตะวันออกของออสเตรเลีย * ไปยังมลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อค.ศ. 1990 ทว่าการมาถึงของแมคาเดเมียในครั้งแรกนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะของอาหาร แต่กลับอยู่ในฐานะของ ไม้ยืนต้นที่ทำหน้าที่เป็นแนวกันลมให้แก่ไร่อ้อยของชาวฮาวาย เพราะความที่มีลำต้นสูงใหญ่ กิ่งก้านใบแข็งแรงนั่นเอง ตราบจนสี่สิบปีให้หลัง สถานีวิจัยเกษตรแห่งฮาวายจึงเกิดความคิดว่า ภายใต้เปลือกแข็ง ๆ หนา ๆ ของผลแมคาเดเมียน่าจะมีอะไรดี ๆ ซ่อนอยู่ พวกเขาลองกะเทาะเปลือกหนาออกมา จึงได้รู้ว่า เนื้อในของแมคาเดเมียนั้นหอม มัน และอร่อยเป็นที่สุด แถมยังมีคุณค่ทางโภชนาการสูงกว่าถั่วชนิดอื่น ๆ ในโลก แมคาเดเมีย มีโปรตีน เส้นใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มพอลิฟินอล แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ฯลฯ ที่สำคัญคือ ไม่มีคอเลสเตอรอล และช่วยลดไขมันเลวในเส้นเลือดได้ แมคาเดเมียจึงเลื่อนขั้นขึ้นเป็นพืชเศรษฐกิจในฮาวายอย่างรวดเร็ว […]

“ชีวิตคือความตาย” ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ

“ชีวิตคือความตาย” ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ เมื่อรู้แจ้งชัดว่าชีวิตและความตายคือสิ่งเดียวกัน ย่อมพ้นจากความกลัวทั้งปวงและเข้าถึงความสุขอย่างยิ่ง การดำเนินชีวิตของปุถุชนล่องลอยไปตามกระแสของสังสารวัฏแห่งการเกิดและการตาย และความน่าสะพรึงกลัวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพราะเราไม่เห็นโทษภัยของสังสารวัฏ จึงมีแต่ปัญหาอันหาที่สุดมิได้ การดำเนินชีวิตของวิสุทธิบุคคลย่อมนำไปสู่ทัศนะที่ถูกต้อง เป็นการเรียนรู้ตนเองที่กำลังดำเนินอยู่ในสังสารวัฏจนเกิดความเข้าใจที่แท้จริงจากประสบการณ์ตรงต่อสัจจะ เข้าใจชีวิต เข้าใจโลก เข้าใจจักรวาลตามที่มันเป็น จนจิตใจเป็นอิสระจากความยึดถือในสิ่งที่เคยสำคัญผิดทั้งปวง สภาวะตามที่รู้แจ้งชัดในขณะบำเพ็ญภาวนาคือประสบการณ์ที่เป็นกัลยาณมิตรอันประเสริฐ เราจึงจำเป็นต้องแสวงหามันเพื่อเป็นประทีปส่องทางของชีวิต ธมุมทีโป ธมฺมสรโณ** (มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นที่พึ่ง) เพื่อสั่งสมบ่มเพาะอริยทรัพย์และความเจริญยิ่งในธรรม เราต้องตระเตรียมพวงแพเพื่อใช้ข้ามสายธารอันเชี่ยวกรากแห่งสังสารวัฏ ด้วยการเจริญจิตตภาวนาโดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นนิกายใด ศาสนาใด ย่อมกำจัดอุปสรรคและขวากหนามทั้งปวงลงได้ คำสอนของพระพุทธองค์ย่อมคงทนต่อการพิสูจน์ด้วยปัญญาญาณ แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาเป็นพัน ๆ ปี แต่ก็ยังคงความมั่นใจมาให้แก่ผู้เข้าถึงความจริงอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้แจ้งชัดว่าชีวิตในทุกขณะที่เรากำลังดำเนินอยู่คือความเป็นพุทธะ (ความสิ้นสุดของอัตตาตัวตน)   **ธมุมทีโป ธมฺมสรโณ (มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมป็นที่พึ่ง) ที่มา : ทีมนิกาย มหาวรรค…ไตร-เล่มที่ 10 ข้อ 93 หน้า 119   ที่มา  ทางสายกลางสู่อิสรภาพแห่งชีวิต โดย หลวงพ่อโพธินันทะ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ Photo by […]

เควิน วอร์วิก มนุษย์ยนต์คนแรกของโลก

เควิน วอร์วิก มนุษย์ยนต์คนแรกของโลก คุณผู้อ่านคงเคยฝันอยากเป็นอะไรต่อมิอะไรมากมาย แต่ Secret เชื่อว่าความฝันของคุณคงไม่เหมือนของชายผู้นี้ “ผมมีเป้าหมายอย่างหนึ่งในชีวิต นั่นคือผมอยากจะเป็นหุ่นยนต์ หรือเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่มีสภาพกึ่งมนุษย์กึ่งเครื่องจักร” แม้ความฝันนี้ของ ศาสตราจารย์ ดร.เควิน วอร์วิก (Kevin Warwick) จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่ปัจจุบันเขาก็พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า “เขาทำได้ “ เควิน วอร์วิก เกิดที่เมืองคอเวนทรี (Coventry) สหราชอาณาจักร ด้วยความหลงใหลในวิทยาศาสตร์ เขาจึงตัดสินใจหยุดเรียนหนังสือเมื่ออายุเพียง 16 ปี เพื่อร่วมงานกับ บริติชเทเลคอม (British Telecom) และเรียนต่อจนจบมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 22 ปื อีกทั้งยังเก่งกาจจนคว้าปริญญาเอกจาก อิมพีเรียลคอลเลจ (Imperial College) ได้ในเวลาต่อมา ด้วยความหลงใหลในความมหัศจรรย์ของเครื่องจักรที่สามารถทำสิ่งต่าง ๆได้เหนือมนุษย์ ดร.เควินจึงค้นคว้าเกี่ยวกับการดัดแปลงร่างกายของมนุษย์เพื่อให้สามารถสั่งงานอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ได้โดยใช้เพียงแค่ความคิดเท่านั้น ที่สำคัญ ดร.เควินไม่ได้ขอแรงอาสาสมัครที่ไหน หากแต่ใช้ตัวของเขาเองในการทดลอง วันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1998 เพื่อนนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการผ่าตัดฝังชิปลงไปบริเวณต้นแขนของ […]

โอลก้า สปีแรนสกายา กับภารกิจ “คืนชีวิตให้สิ่งแวดล้อม”

โอลก้า สปีแรนสกายา กับภารกิจ “คืนชีวิตให้สิ่งแวดล้อม” ภายหลังการล่มสลายของ “สหภาพโซเวียต” เมื่อ 29 ปีก่อน นอกจากโลกจะได้ต้อนรับ 14 ประเทศน้องใหม่ซึ่งล้วนเป็นอดีตรัฐที่ขอแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียตแล้ว ยังเป็นการกลับมาอีกครั้งของ “รัสเซีย” ยักษ์ใหญ่ที่ถูกล้มล้างอำนาจไปในอดีตอีกด้วย ประชาชนทั้ง 15 ประเทศต่างตื่นเต้นยินดีในอิสรภาพครั้งนี้ โดยแทบไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “ระบอบคอมมิวนิสต์” ที่เคยครอบงำสหภาพโซเวียตครั้งเก่าก่อนได้ทิ้ง “ระเบิดเวลา” จำนวนมหาศาลไว้ทั่วทุกแห่ง กว่าจะรู้ตัว ระเบิดเวลาเหล่านั้นก็ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปเป็นจำนวนนับพัน ๆ ราย! โอลก้า สปีแรนสกายา (Olga Speranskaya) นักวิทยาศาสตร์ทางสมุทรศาสตร์ชาวรัสเซียเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลานั้นสืบเนื่องมาจาก “ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์” นั่นเอง ครั้งนั้นสหภาพโซเวียตต้องการสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจตามหลักคอมมิวนิสต์ ด้วยการ “เร่ง” กำลังการผลิตทั้งในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ภาคแรงงานทั้งสองฝ่ายจึงจำเป็นต้องหา “ตัวช่วย” เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้ปริมาณมากที่สุดในเวลาอันจำกัด ซึ่งพวกเขาเลือกใช้ “สารเคมีนานาชนิด” สหภาพโซเวียตสั่งนำเข้าสารเคมีจากผู้ผลิตหลายแห่งทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง จนว่ากันว่า เวลานั้นสารเคมีทั่วทั้งสหภาพโซเวียตมีปริมาณมากถึงร้อยล้านตัน! และน่าจะมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ทว่าหลังกระบวนการผลิต สารเคมีเหล่านั้นกลับไม่ได้หายไปไหน ส่วนหนึ่งปนเปื้อนอยู่ในผลผลิต อีกส่วนเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตและถูกกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี ในที่สุดสารเคมีเหล่านั้นก็กลายเป็นระเบิดเวลาสุดอันตรายที่รอจังหวะทำร้ายมนุษย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ข้อมูลที่น่าตกใจเหล่านี้ สปีแรนสกายาได้เขียนตีแผ่ลงในบทความเรื่อง […]

ถ้ารู้สึกหวาดกลัวอันเนื่องมาจากเหตุการณ์รุนแรงที่โคราช เราควรวางใจอย่างไร

ถ้ารู้สึกหวาดกลัวอันเนื่องมาจาก เหตุการณ์รุนแรงที่โคราช เราควรวางใจอย่างไร โดย พระวรท ธมฺมธโร จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งอาจจะเกิดความรู้สึกหวาดกลัวต่อเหตุการณ์อยู่ แม้ว่าจะกลับมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม แต่เหตุการณ์นั้นก็ยังหลอกหลอนอยู่ในจิตใจของเรา ทำให้ใจเราเกิดความกลัวขึ้น เช่นกลัวสถานที่เกิดเหตุ ทำให้ไม่กล้าที่จะไปสถานที่นั้น ๆ อีกพักใหญ่ หรือกลัวคนที่กระทำความผิดแบบนี้อีก หากเรากลัวสถานที่นั้น ๆ ให้เราทำความเข้าใจว่า ความผิดหรือความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นที่สถานที่โดยตรง แต่เกิดขึ้นที่จิตใจคนต่างหาก ดังนั้นความชั่วร้ายไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่ สถานที่ก็อยู่ของมันอย่างนั้น ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย ในเมื่อความชั่วร้ายเกิดขึ้นที่จิตใจและจิตใจที่มีสภาพอย่างนั้นก็อยู่ในตัวบุคคลที่ชื่อว่าคนร้าย บัดนี้ คนที่ได้ชื่อว่าคนร้าย ก็ได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว เมื่อตัวบุคคลตายจากโลกนี้ไปแล้ว ความชั่วร้ายที่อยู่ในจิตใจคน ๆ นั้นก็สลายหายไปแล้วเช่นกัน และผู้ที่ได้รับวิบากกรรมจากเหตุการณ์นั้น คือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตก็ได้รับไปหมดแล้ว  ไม่มีใครจะต้องได้รับวิบากจากความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นในจิตใจของคนร้ายคนนั้นอีกต่อไป จึงเท่ากับว่าความโกรธแค้น การทำร้าย การฆ่า ที่มาจากคน ๆ นั้นจึงจบสิ้นไปแล้ว ความตายหรือความเจ็บจากเหตุการณ์นั้นจึงจบแล้วเช่นกัน ความจริงในปัจจุบันขณะจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติทันที เมื่อความจริงในปัจจุบันเป็นสภาพปกติแล้ว แต่ที่ยังไม่ปกติกลับกลายเป็นจิตใจของเราเองต่างหาก เมื่อเราไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกลายเป็นอดีตไปแล้ว ใจเราก็เกิดความกลัว ผวา หลอกหลอน เพราะเราปรุงแต่งมันขึ้นมาเอง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นที่ใจเรา ดังนั้นเราจึงต้องแก้​ที่ใจ วิธีแก้คือเราต้องมีสติอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบัน […]

“เชื่อมั่นในความดี” ยุ้ย – จีรนันท์ มะโนแจ่ม

“เชื่อมั่นในความดี” ยุ้ย – จีรนันท์ มะโนแจ่ม ชีวิตที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่มาจากการ “คิดดี ทำดี” เช่นเดียวกับชีวิตของ ยุ้ย – จีรนันท์ มะโนแจ่ม นักแสดงสาวผู้เชื่อมั่นว่า ผลของ “ความดี” ไม่เพียงนำ “ความสุข” มาให้เธอเท่านั้น แต่ยังมอบสิ่งมีค่าให้ชีวิตมากมาย แม้ว่าเธอจะเกิดมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม ชีวิตครอบครัวในวัยเด็กเป็นอย่างไรคะ ยุ้ยเกิดในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่กับคุณตาคุณยาย ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เพราะท่านต่างไปมีครอบครัวใหม่ แต่คุณแม่ก็ไม่ได้ทิ้งไปไหน ยังมาหาตลอด เพียงแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ยุ้ยมีพี่สาวอีกสองคน พี่สาวคนโตอายุห่างกับยุ้ย 10 ปี พี่คนกลางห่างกัน 6 ปี ยุ้ยเป็นน้องเล็กที่สุด ทุกคนใจดี คอยดูแลยุ้ยอย่างดีมาตลอด เมื่อก่อนครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยอะไร จะเรียกว่าจนก็ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับลำบากยากเข็ญ คุณตาเป็นยาม คุณแม่รับจ้างทุกอย่าง แต่พอยุ้ยเริ่มโต คุณตาได้ทำงานบริษัท จึงพอมีรายได้มากขึ้น คุณยายเป็นคนเลี้ยงยุ้ยตั้งแต่เด็ก ๆ ยุ้ยต้องกินน้ำข้าวแทนนมแม่ แต่ที่บ้านใช้หม้อข้าวไฟฟ้า พี่สาวสองคนต้องไปขอน้ำข้าวจากข้างบ้านที่หุงข้าวด้วยเตาถ่าน คุณยายก็เอาน้ำข้าวมาต้มใส่เกลืออีกนิดหน่อยให้พอมีรสชาติ ส่วนพี่สาวทั้งสองคนมีหน้าที่ป้อนน้ำข้าว […]

การเมือง … เรื่องเล็ก?

ย้อนไปในอดีตเมื่อหลายปีก่อน ระหว่างที่ผมบวชเป็นพระอยู่นั้น ผมและเพื่อนพระใหม่ด้วยกันได้มีโอกาสนั่งรถติดตามพระอาจารย์ของพวกเราไปที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง เพื่อช่วยพระอาจารย์ดูแลพระใหม่ (กว่า) ซึ่งเพิ่งเข้าอุปสมบทหมู่สด ๆ ร้อน ๆ กันเป็นจำนวนมาก ขณะนั้นเป็นช่วงที่เหตุการณ์ทางการเมืองในกรุงเทพฯยังร้อนระอุและยังคงลุกลามมากขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างทางที่นั่งรถข้ามกรุงเทพฯออกไปนอกเมือง รถของพวกเราต้องติดอยู่บนทางด่วนนานมาก เพราะวันนั้นมีการเดินขบวนและปะทะกันในหลายพื้นที่ ด้วยความกังวลว่าจะไปถึงที่พักช้ากว่ากำหนด พวกเราพระใหม่ก็พูดกันเล่น ๆ ว่า ที่จริงเราก็ไม่ได้ไปทำกรรมดีกรรมชั่วเกี่ยวข้องอะไรกับเขา ทำไมถึงต้องมารับกรรมรถติดไปกับเขาด้วย พระอาจารย์ท่านนั่งฟังอยู่ด้วยก็เลยหันมาพูดยิ้ม ๆ ว่า ถึงกายเราไม่ได้ไปทำอะไรกับเขา แต่ใจเราก็เข้าร่วมทำกรรมกับเขาไปแล้วใช่ไหม เราถึงโดนหางเลข “เศษกรรม” ลำบากเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปกับเขาด้วย ตอนนั้นพวกเราพระใหม่ก็ว่าจริงของพระอาจารย์ ก่อนหน้าที่จะบวช (หรือตอนที่เป็นพระอยู่ก็เถอะ) ถึงแม้เราจะไม่ได้ไปเข้าร่วมขบวนการต่อต้านประท้วงอะไรกับเขา แต่ใจเราก็ยังแอบเชียร์ แอบชม แอบด่าฝ่ายนั้นฝ่ายนี้อยู่ตลอดเวลา เรียกว่า ใจเราเข้าร่วมเวรร่วมกรรมไปกับเขาแล้วจริง ๆ นั่นแหละ ก็คงไม่ต้องแปลกใจถ้าเราจะต้องเข้าร่วมรับผลเวรผลกรรมไปกับเขาด้วย แม้จะไม่ได้รุนแรงเท่ากับคนที่เข้าไปสร้างกรรมเองจริง ๆ ก็เถอะ กว่าหนึ่งปีจากวันนั้น เหตุการณ์บ้านเมืองแม้จะคลี่คลายลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องร้อนระอุให้ประชาชนอย่างเราๆ ได้ติดตามและร่วมลุ้นกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปอีกบ้าง โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่ผ่านมาที่เปิดโอกาสให้เราใช้สิทธิของประชาชนในการกำหนดอนาคตของประเทศ เพียงแค่ในช่วงค่ำของวันเลือกตั้ง เมื่อเริ่มมีการประกาศผลการเลือกตั้ง […]

มัลกอร์ชาตา กอร์สกา นักอนุรักษ์ตัวเล็กๆ ผู้กล้าล้มโครงการยักษ์ของรัฐบาล

ว่ากันว่า “ชีวิตที่มีคุณค่าคือชีวิตที่เกิดมาเพื่อผู้อื่น” แม้แต่ต้นหญ้าที่เรามักมองกันว่า “ไร้ค่า” ก็ยังเกิดมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น นับตั้งแต่หญ้าแต่ละต้นที่แตกใบออกเป็นต้นอ่อน จนกระทั่งชูยอดอวดระบัดใบ หรือแม้แต่เมื่อต้นหญ้าตายลง หญ้าแห้ง ๆ ต้นนั้นก็ยังคงเป็นประโยชน์แก่ผืนโลกต่อไป… จะว่าไปแล้วในโลกที่ยึดถือวัตถุนิยมเป็นใหญ่ ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยอำนาจและสถานภาพทางสังคม ผู้เป็นใหญ่มักได้รับการเทียบเคียงให้เป็นขุนเขาอันยิ่งใหญ่สูงเทียมฟ้า ชีวิตของ มัลกอร์ชาตา กอร์สกา (Malgorzata Gorska) นักกิจกรรมและนักอนุรักษ์ชาวโปแลนด์ก็คงไม่ต่างอะไรจากตันหญ้าเล็ก ๆ เรี่ยดิน     ค.ศ.1996 หลังจากรัฐบาลโปแลนด์ประกาศโครงการก่อสร้างถนนขนาดใหญ่ที่เรียกว่า“เวียบอลติคา (Via Baltica)” เพื่อเชื่อมนครเฮลซิงกิกับนครวอร์ชอว์เข้าด้วยกัน ครั้งนั้นแม้นักวิชาการนักอนุรักษ์จะพยายามคัดค้านโครงการดังกล่าว เพราะมันจะสร้างความเสียหายอย่างไม่อาจประเมินได้ให้กับพื้นที่ หุบเขารอสพูดา (Rospuda Valley) ซึ่งเป็นผืนป่าที่มีความหลากหลายทางนิเวศวิทยาสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป และเป็นบ้านหลังสุดท้ายของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด เช่น นกอินทรีหางขาว กวางใหญ่ หมูป่า แมวป่า ฯลฯ ครั้งนั้นแม้วาการคัดค้านระดับภายในจะไม่เป็นผลใด ๆ “เพราะรัฐบาลโปแลนด์ยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิม แต่โชคยังดีว่าโครงการไม่สามารถเริ่มการก่อสร้างได้ด้วยเหตุติดขัดบางประการ จนกระทั่งเวลาผ่านไป 5 ปี “ฮีโร่”กู้วิกฤติรอสพูดาก็ปรากฏตัวขึ้น…ฮีโร่ซึ่งเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ชื่อว่า มัสกอร์ชาตา กอร์สกา หลังจากกอร์สกาซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์นกแห่งโปแลนด์ได้เดินทางไปสัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของรอสพูดาด้วยตนอง […]

อานิสงส์จากการปฏิบัติธรรมมีจริง

อานิสงส์จากการ ปฏิบัติธรรม มีจริง แม้วันเวลาจะล่วงเลยมาแล้วถึง 17 ปี แต่ผมยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี  (ปฏิบัติธรรม) เช้าวันนั้นผมตื่นนอนประมาณ 6.00 น. รู้สึกแขนขวาชา ความคิดแรกคือ ผมคงจะนอนทับแขนนาน พอลุกจากที่นอนก็หยิบแปรงมาหวีผม ปรากฏว่าแขนขวาไม่มีแรง จึงเดินลงมาชั้นล่างเพื่อถอยรถออกจากบ้าน (บ้านเป็นตึกแถว) พอเหยียบคันเร่ง รถพุ่งออกจากบ้านอย่างแรงจนเกือบชนประตูเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม เนื่องจากขาขวาเหยียบคันเร่งแล้วไม่ยอมถอน ผมลงจากรถแบบงง ๆ เอ…เราเป็นอะไรนี่ เช้านี้รู้สึกแปลก ๆ รีบไปนอนพักบนโซฟาในห้องรับแขก พอสาย ๆ เริ่มพูดไม่ค่อยได้ ลิ้นแข็ง แขนและขาไม่มีแรง มึนศีรษะเล็กน้อย เห็นท่าจะไม่ค่อยดี ผมจึงรีบนั่งแท็กซี่ไปหาหมอ (ไม่กล้าขับรถเอง) พอถึงโรงพยาบาล หมอตรวจอาการแล้วรีบให้ยา พร้อมกับบอกว่าผมเป็นอัมพฤกษ์ ผมใจหายวูบ เป็นไปได้อย่างไร ผมเพิ่งจะอายุ 43 ปีเอง ความคิดสับสนไปหมด หลังจากนั้นหมอเอาผมเข้าตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ผลปรากฏว่ามีเส้นเลือดตีบในสมอง หมอบอกว่า ถ้าผมมาช้าอีกสองสามชั่วโมงเส้นเลือดในสมองที่ตีบอาจแตกได้ โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตก็จะค่อนข้างสูง เจ็ดวันที่อยู่โรงพยาบาล ผมนอนรับยาละลายลิ่มเลือดผ่านทางสายน้ำเกลือ ต้องให้ภรรยาคอยป้อนอาหารและน้ำ ระหว่างอยู่โรงพยาบาล หมอมาตรวจอาการเพิ่มเติม […]

อุบายการพิจารณาด้วยปัญญา ธรรมะโดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

อุบายการพิจารณาด้วยปัญญา ธรรมะโดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ – ขอทำความเข้าใจกับนักปฏิบัติดังนี้ การพิจารณาด้วยปัญญานั้น จะพิจารณาได้ทุกอิริยาบถ จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ก็ใช้ปัญญาพิจารณาได้ทั้งนั้น และก็เป็นอุบายการพิจารณาอย่างเดียวกัน ส่วนอุบายที่นำมาพิจารณานั้นต้องอาศัยเหตุการณ์ที่เป็นหลักความจริงและพิจารณาให้ลงสู่ไตรลักษณ์ทุกครั้งไป การพิจารณากายต้องยกเอาธาตุ 4 ขันธ์ 5 มาเป็นต้นเหตุ และอาศัยสัญญา สมมติเป็นแนวทางของปัญญาไปก่อน ถ้าไม่อาศัยสัญญาและสมมติเป็นเหตุแล้ว การใช้ปัญญาก็จะขยายออกไปไม่ได้ เหมือนกันกับเด็ก ถ้าไม่มีที่เกาะพอพยุงตัวช่วยแล้ว การยืน การเดิน ก็จะล้มตัวได้ง่าย ถ้ามีที่เกาะพอพยุงช่วยตัวเองได้ เด็กก็จะค่อย ๆ ฝึกตัวเองให้ยืนเดินไปได้จนกว่ากำลังกายและความชำนาญพร้อมแล้ว ถึงจะไม่มีสิ่งอื่นช่วยก็ลุกเดินไปได้โดยกำลังตัวเองอย่างคล่องตัวนี้ฉันใด การฝึกปัญญาในช่วงแรกนั้น ก็ต้องอาศัยสัญญาและสมมติมาเป็นหลัก เพื่อเป็นสนามฝึกให้ปัญญาเกิดความเคยชินและชำนาญในการค้นคิดให้ถูกกับความเป็นจริง เรียกว่าจริงสมมติฉันนั้น ถึงจิตยังไม่ยอมรับความจริงตามปัญญาก็ตาม การพิจารณาก็ต้องค้นคิดกันไปอย่างต่อเนื่อง เหมือนเด็กที่เรียนหนังสือในขั้นต้น เด็กยังไม่เข้าใจในหลักการและยังไม่เข้าใจในการสอนของครู แต่ครูก็ต้องสอน อธิบายวิชาต่าง ๆ ให้เด็กฟังอย่างซ้ำ ๆ ซาก ๆ หลายครั้งหลายหนจนเด็กเกิดความเคยชิน ความรู้และวิชานั้น ๆ ครูสอนไปอย่างไร ความเข้าใจของเด็กก็จะค่อยซาบซึ้งเข้าไปในหัวใจเด็กได้นี้ฉันใด การใช้ปัญญาสอนจิตก็ต้องอาศัยความหมั่น […]

“ปาฏิหาริย์บนเทือกเขาแอนดีส” วิกฤตคนกินเนื้อคนเพื่อเอาชีวิตรอด

วันที่ 13 ตุลาคม 1972 สายการบินอุรุกวัย แอร์ฟอร์ซ เที่ยวบินที่ F-227 บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือรวม 45 ชีวิต ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากเมืองเมนโดซา ประเทศอุรุกวัย ไปยังประเทศชิลี ผู้โดยสารทั้งหมดคือนักกีฬารักบี้แห่งมหาวิทยาลัยสเตลลามารีส์คอลเลจ (ปาฏิหาริย์บนเทือกเขาแอนดีส) กัปตันทีมวัยเกือบ 23 ปีอย่าง นานโด ปาร์ราโด (Nando Parrado) รู้จักความหมายของมิตรภาพเป็นอย่างดี เพราะสิ่งสำคัญที่สมาชิกในทีมเข้าใจตรงกันก็คือ ““เมื่อใครคนใดคนหนึ่งล้มลง เพื่อนร่วมทีมที่เหลือต้องเข้ามาปกป้องอย่างดีที่สุด”” นานโดเล่าว่า บรรยากาศบนเครื่องบินในวันนั้นคล้ายกับเที่ยวบินหรรษา เพื่อน ๆ ลุกจากที่นั่งเดินทักทายกันไปทั่ว มีกลุ่มหนึ่งนั่งเล่นไพ่อยู่ท้ายลำ อีกกลุ่มหนึ่งปาบอลรับส่งกันไปมา เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังลั่น นอกจากนักกีฬาแล้วยังมีโค้ชและญาติ ๆ ของนักกีฬา รวมทั้งแม่และน้องสาวของนานโดด้วย นี่คงเป็นเกมการแข่งขันที่สนุกสนานอีกเกมหนึ่งถ้าเพียงแต่มันได้เกิดขึ้น! แต่…ความเป็นจริงก็คือ เครื่องบินลำนี้ตกบนเทือกเขาแอนดีสในเขตประเทศอาร์เจนตินา จุดที่ตกอยู่สูงกว่าระดับทะเลถึง 12,000 ฟุต (3,659 เมตร) ลำตัวเครื่องบิน ส่วนปีก และส่วนท้ายฉีกขาดออกจากกัน มีผู้เสียชีวิตทันที 12 คน และผู้รอดชีวิตจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ นานโดแทบไม่รู้สึกตัวตลอด […]

“จิตสัมผัส” เมื่อพระพุทธคุณบังเกิดขึ้นในจิต – ครูหนุ่ย งามจิต มุทะธากุล

ครั้งหนึ่งในฤดูหนาว ครูไปเข้ากรรมฐานที่วัดแห่งหนึ่ง พักในกุฏิหลังสุดท้าย ที่วัดนี้รับประทานอาหารมื้อเดียว พอถึงเวลาอาหาร ครูก็เดินไปตักอาหารใส่กะละมังสีขาวรวม ๆ กันไป แล้วก็เดินกลับไปนั่งรับประทานที่กุฏิ เวลาที่ครูไปเข้ากรรมฐาน ครูจะปิดวาจา ไม่พูดไม่คุยกับใคร สำรวมตา ไม่สอดส่ายสายตามองโน่นมองนี่ สำรวมหู ไม่เงี่ยหูฟังเสียงพูดคุยของคนอื่น สำรวมใจ คอยดูจิตไม่ให้ฟุ้งไปตามอารมณ์ เรียกว่า สำรวมอินทรีย์ ให้จิตมีสติรู้อยู่ภายในกายภายในใจของเราเท่านั้น (จิตสัมผัส) การสำรวมอินทรีย์นี้เป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติธรรมมาก แต่ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่มักไม่เคร่งครัดในการนี้ ความจริงสำนักปฏิบัติธรรมที่ดี ๆ ท่านก็บอกไว้แล้วทั้งนั้นว่าให้งดพูด แต่ไม่ค่อยจะปฏิบัติกัน มุ่งแต่การปฏิบัติในห้องกรรมฐานอย่างเดียว พอออกจากห้องกรรมฐานหรือห้องปฏิบัติรวมบ้างก็เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย บ้างก็แอบคุยกัน บ้างก็แอบเขียนแอบจด สติจึงไม่ต่อเนื่อง สมาธิไม่รวม ขาด ๆ วิ่น ๆ จิตไม่ตั้งมั่น การปฏิบัติธรรมจึงไม่สัมฤทธิผล ทำให้เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า “ปฏิบัติธรรมมาตั้งนานไม่เห็นจะได้อะไรเลย” ยังขี้โกรธเหมือนเดิม ปากมากเหมือนเดิม ชอบนินทาเหมือนเดิม ขี้อิจฉาเหมือนเดิม ยังถือตัวถือตน ดูถูกคนเหมือนเดิม ไปมากไปบ่อย แต่ปฏิบัติจริง ๆ น้อย ก็ได้มรรคได้ผลตามเหตุปัจจัย เช้าวันนั้นพระท่านบิณฑบาตได้อาหารมาไม่มากนัก ครูตักข้าวกับผัดถั่วฝักยาวมารับประทาน […]

จิตวิญญาณบุญชู…ที่เวียดนาม – วิชัย จงประสิทธิ์พร

—-1—- เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ผมยังเป็นเด็กเล็กนัก ผมมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่อง ““บุญชูผู้น่ารัก”” อันเป็นภาคแรกของ “”บุญชู”” (ตอนนี้“บุญชู” มีถึงภาค 9 แล้ว ก็คงพอคาดเดาอายุของผู้เขียนได้!) ฉากที่ประทับใจมากเป็นฉากธรรมดาทั่วไป เป็นมุกตลกผ่าน ๆ และดูเหมือนจะไร้สาระเสียด้วยซ้ำ แต่คนก็ฮากันทั้งโรง และที่สำคัญสารบางอย่างที่อาบัณฑิต ฤทธิ์ถกล ผู้สร้าง ““บุญชู”” ต้องการจะบอกในหนังเรื่องนี้ ได้ฝังอยู่ในตัวของเด็กชายเอก – วิชัยโดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นสำนวนของทันตแพทย์สม สุจีรา ก็ต้องเรียกว่า “”ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก”” ฉากนั้นเป็นตอนที่ “”บุญชู บ้านโข้ง”” หนุ่มสุพรรณฯเข้ามาเมืองกรุงครั้งแรก แล้วตะแกข้ามถนนไม่เป็น ได้แต่เงอะ ๆ งะ ๆ อยู่ริมฟุตปาธ รถราในเมืองกรุงก็อย่างที่รู้ว่าแล่นฉวัดเฉวียนไปมาไม่เกรงใจใคร หนุ่มบุญชูเกิดอาการกลัว ในขณะเดียวกันก็ต้องข้ามไปอีกฝั่งเพื่อทำธุระให้ได้ ร้อนถึงหนุ่มอีสานคนขับรถตุ๊ก ๆ คันหนึ่งแกขับเข้ามาจอดรับบุญชู บุญชูก็งง ๆ แต่ก็ก้าวขึ้นรถไป แล้วรถตุ๊ก ๆ คันนั้นก็พาบุญชูข้ามมาถึงถนนอีกฝั่งหนึ่งจนได้ จำได้ว่าคนดูส่วนใหญ่ซึ่งคงเป็นคนกรุงฮากันลั่นทั้งโรง คงเพราะเป็นภาพแปลกตาที่รถตุ๊ก ๆ คันหนึ่งขับในระยะเวลาและระยะทางอันแสนสั้น เพียงแค่จากฝั่งถนนหนึ่งไปยังอีกฝั่ง […]

พ่อค้าส้มสร้างโรงเรียนแห่งแรกให้หมู่บ้านด้วยเงินออมของตัวเอง

เด็กทุกคนควรได้รับการศึกษาที่ดี แต่สำหรับพื้นที่ยากไร้ขั้นวิกฤตมากมายหลายแห่ง โรงเรียนเปรียบเสมือนความฝันมากกว่าจะเป็นสิ่งปกติทั่วไปของชีวิต ฮาเรกาลา ฮาจับบา (Harekala Hajabba) เติบโตมาโดยไม่ได้เรียนอ่านเขียน เพราะหมู่บ้านนิวพัดปู ประเทศอินเดีย ที่เขาอาศัยอยู่นั้นไม่มีโรงเรียนเลย แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาหยุดที่จะปลี่ยนแปลงชีวิตเด็ก ๆ ในหมู่บ้านไปตลอดกาล! เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ฮาเรกาลายึดอาชีพพ่อค้าหาบเร่ขายส้มอยู่ในเมืองมังกาลอร์ และการได้พบเจอผู้คนที่นี่ทำให้เขามีเป้าหมายชีวิตใหม่ในปี 2000 ฮาเรกาลาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนพิการเพราะไม่ได้เรียนหนังสือ ก็ตอนที่มีชาวต่างชาติมาถามราคาผลไม้เป็นภาษาอังกฤษ แล้วเขาไม่เข้าใจเลยว่าชาวต่างชาติคนนั้นหมายถึงอะไร เขาจึงเกิดไอเดียขึ้นมาว่า จะริเริ่มโรงเรียนประถมสักหนึ่งแห่งเพื่อให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านของเขาจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับเขา ในเวลานั้น ฮาเรกาลาไม่มีเงินที่จะไล่ตามความฝันเพราะเขามีรายได้เพียงวันละ 2.80 เหรียญ (ประมาณ 87 บาท) แต่เขายังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ! ในขั้นต้น เขาตั้งโรงเรียนในมัสยิดของชุมชน มีเด็กนักเรียน 28 คน ต่อมาจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต้องการพื้นที่กว้างขวางขึ้น เขาจึงกู้เงินและใช้เงินก้อนเล็ก ๆ ของตัวเองที่เขากันเอาไว้มาซื้อที่ดินผืนหนึ่ง เพื่อสร้างโรงเรียนประถม ในปีต่อ ๆ มา ฮาเรกาลาขยัน ประหยัดและเก็บออมมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อขยายอาคารเรียนให้รองรับชั้นเรียนที่สูงขึ้นได้ ต้องขอบคุณฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้ามาช่วยสนันสนุนด้านการเงิน โรงเรียนจึงดำเนินการต่อมาได้อย่างราบรื่น […]

“เกาให้ถูกที่คัน” บทความให้แง่คิดโดย ครูหนุ่ย – งามจิต มุทะธากุล

เอดส์ เป็นโรคของระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ซึ่งเกิดการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ทำให้ผู้ป่วยมีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง ปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยเอดส์และผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถชะลอการดำเนินของโรคได้  แต่ยังไม่มีหนทางรักษาให้หายขาด  ไม่มีวัคซีนป้องกัน  ยาต้านไวรัส สามารถลดอัตราการตายและภาวะทุพพล- ภาพได้ดี  แต่ยาเหล่านี้ยังมีราคาแพงมาก  องค์กรสุขภาพต่าง ๆ เห็นว่าการรักษาเอดส์ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก  จึงให้ความสำคัญกับการควบคุมการระบาดของโรคเอดส์  ด้วยการรณรงค์การป้องกันการติดเชื้อผ่านการสนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี ประเทศไทยเราให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก  มีการรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์อย่างต่อเนื่อง  วันหนึ่งครูเห็นข่าวการรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์ทางโทรทัศน์  มีนายแพทย์ท่านหนึ่งพูดว่า “ภรรยาที่ดีต้องเตรียมถุงยางอนามัยไว้ในกระเป๋าสามี 2 อันเป็นประจำ และต้องคอยตรวจเช็กว่าพร่องเมื่อไรก็เพิ่มเข้าไป เพื่อที่ว่าเวลาสามีไปเที่ยวหาความสำราญทางเพศ ซึ่งบางครั้งอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งเป็นคราว สามีจะได้มีความตระหนักฉุกคิดถึงภรรยาแล้วหยิบถุงยางอนามัยออกมาใส่ แทนที่จะนำโรคมาให้ภรรยาที่บ้าน เพราะฉะนั้น ภรรยาที่ดีต้องป้องกันตัวเอง ต้องป้องกันสามีด้วยวิธีอย่างนี้” ได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้วเกิดความรู้สึกทั้งอยากร้องไห้  ทั้งอยากหัวเราะในเวลาเดียวกัน อยากร้องไห้เพราะรู้สึกสงสารภรรยาที่ดีคนนั้นอย่างจับใจ  นึกเห็นภาพภรรยาที่ดีเดินไปซื้อถุงยางอนามัย 2 อันมาใส่ในกระเป๋าของสามี คงไม่มีภรรยาที่ดีคนไหนที่จะยิ้มอย่างเบิกบานมีความสุขขณะที่ทำเช่นนั้น   คงไม่มีภรรยาที่ดีคนไหน  ที่เมื่อพบว่า สามีใช้ถุงยางอนามัยหมดไปทั้ง 2 อัน  แล้วจะยิ้มอย่างเอ็นดู  แล้วรำพึงว่า  “อ้อ… ใช้หมดไปสองอันแล้ว ดีจัง ” แล้วถ้าพ่อสามีตัวดีเกิดพลาดพลั้งติดเอดส์ขึ้นมา  ภรรยาที่ดีคนนั้นอาจจะต้องรู้สึกผิดไปจนตายหรือเปล่า  เพราะบริหารถุงยางอนามัยให้สามีได้ไม่ดีพอ คุณหมอท่านนั้นกำลังกดดันภรรยาที่ดีมากเกินไปหรือเปล่า คุณหมอทำร้ายจิตใจ  […]

แปรความสูญเสียให้เป็นพลังอย่าง ฟอจา ซิงห์

ภาพของชายชราที่กำลังวิ่งเข้าเส้นชัยสร้างความฮือฮาปนลุ้นระทึกให้กับผู้ชมทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าใครก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาคนนี้มีอายุถึง 100 ปีแล้ว! ฟอจา ซิงห์ (Fauja Singh) ชาวอินเดีย สัญชาติอังกฤษ วัย 108 ปีผู้นี้ มาจากเมืองอิลฟอร์ด ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของลอนดอน วันนี้เขาได้รับการบันทึกชื่อลงในกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดในฐานะ “นักวิ่งมาราธอนที่อายุมากที่สุดในโลก” เรียบร้อยแล้ว หลังเข้าร่วมการแข่งขันโทรอนโต วอเตอร์ฟรอนท์ มาราธอน 2011 ที่แคนาดา ด้วยเวลา 8 ชั่วโมง 25 นาที 16 วินาที อันที่จริงเขาเกือบถอดใจยอมแพ้ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 35 แล้ว แต่กลับกัดฟันฮึดสู้ขึ้นมาใหม่ แล้ววิ่งต่ออีก 2 ชั่วโมง จนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 3,850 เอาชนะผู้เข้าแข่งขันคนอื่นที่อายุน้อยกว่า (มาก) ไปได้ถึง 5 คน! ก่อนหน้านี้เขาเคยครองสถิติโลกนักวิ่งมาราธอนประเภทอายุ 90 ปีขึ้นไป จากการแข่งขันรายการเดียวกันเมื่อปี พ.ศ. 2546 ด้วยเวลา 5 ชั่วโมง 40 นาที […]

การมีคู่แข่งเยอะไม่ใช่ปัญหา ถ้าคุณวิ่งเร็วกว่าคนอื่น! โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

“คิดดีแล้วเหรอ ธุรกิจนี้คู่แข่งเยอะนะ” “วงการนี้ช้ำแล้ว ไม่มีหวังหรอก” “อย่าทำเลย มีคนทำเต็มไปหมดแล้ว” (ถ้าคุณวิ่งเร็วกว่าคนอื่น) คำพูดที่หวังดีเหล่านี้บางครั้งก็ออกมาจากปากคนรอบข้างเรา แต่หลายครั้งก็เป็นคำพูดที่วนอยู่ในสมองของเราเอง ซึ่งคอยหยุดยั้งไม่ให้เราเริ่มต้นใหม่ ไม่ให้เราก้าวต่อหรือไม่ให้เราประสบความสำเร็จอย่างที่ใฝ่ฝัน ฟังดูผิวเผินก็น่าจะจริง เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าในธุรกิจสายงานหรือวงการใดก็ตามที่มีคนทำเยอะอยู่แล้วย่อมมีคู่แข่งมาก ทำให้เรา“เกิดและโตยาก” ฉะนั้นคนฉลาดจะเลือกแข่งในสนามที่มีคู่แข่งน้อยเสมอจริงไหม ไม่จริงครับ! หากคุณเลือกจะทำธุรกิจหรืออาชีพที่ไม่เหมือนใคร ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร และยังรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญของคุณด้วยซ้ำ แต่ความจริงที่หลายคนไม่ทราบก็คือ ยิ่งวงการไหนมีคู่แข่งเยอะ บางครั้งกลับยิ่งดี! เพราะนั่นคือเครื่องบ่งบอกว่าในสายงานหรือธุรกิจนั้นมี “Demand” (ความต้องการของผู้บริโภค) มาก ฉะนั้นคุณแทบไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่มีลูกค้า แต่ข้อแม้สำคัญก็คือ คุณต้องหาทาง “ตอบโจทย์” ผู้บริโภคให้ดีกว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง คุณจำได้ไหมว่า Facebook มาทีหลัง Hi5, Friendster และ myspace ตั้งหลายปี ส่วน Google ก็มาทีหลัง Yahoo, AltaVista และ “เว็บไซต์ค้นหา” (Search Engine) อีกเกือบ 10 เว็บไซต์ เมื่อพูดถึง Alibaba […]

“คุกจำลอง” เมื่อคนดีๆ เปลี่ยนเป็นปีศาจร้ายในชั่วข้ามคืน

คุณคิดว่าตัวเองจะสามารถทำร้ายคนอื่นอย่างเลือดเย็นได้หรือไม่ ปี 1971 ดร.ฟิลิป ซิมบาร์โด (Philip Zimbardo) อาจารย์หนุ่มดาวรุ่งแห่งภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ต้องการเสาะหาว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการทำทารุณกรรมในเรือนจำ เขาและทีมงานจึงได้ดัดแปลงพื้นที่ชั้นล่างของตึกคณะจิตวิทยาให้เป็นห้องขัง อาสาสมัครที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 24 คนมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน คือ เป็นนักศึกษาเพศชาย ผิวขาว มาจากครอบครัวฐานะปานกลาง สุขภาพแข็งแรง และมีประวัติขาวสะอาด หลังการคัดเลือก ดร.ซิมบาร์โดได้ให้อาสาสมัครโยนเหรียญเพื่อแบ่งกลุ่มเป็นผู้คุมกับนักโทษ เช้าวันอาทิตย์ที่เงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงไซเรนที่ดังจนแสบแก้วหู ตำรวจจากโรงพักเมืองแพโลแอลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย บุกเข้าจับตัวเด็กหนุ่มที่เป็นนักโทษถึงบ้านพัก ตำรวจแต่ละนายแสดงได้สมบทบาท มีการสั่งให้เด็กหนุ่มแยกขา แนบหน้าติดกับรถเพื่อค้นอาวุธและใส่กุญแจมือ หลังจากนั้นจึงนำตัวไปฝากขังที่โรงพัก พวกเขาถูกแจ้งข้อหา พิมพ์ลายนิ้วมือ และอื่น ๆ ก่อนที่จะถูกปิดตาและย้ายไปอยู่ที่ “คุกจำลอง” ดร.ซิมบาร์โดมีที่ปรึกษาที่เคยใช้ชีวิตหลังลูกกรงมานานกว่า 17 ปีคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพจิตใจของนักโทษ และแนะนำวิธีลัดที่จะทำให้อาสาสมัครรู้สึกว่าพวกเขาเป็นนักโทษจริง ๆ เช่น ให้สวมหมวกคลุมผมที่ทำจากถุงน่องไนลอน ให้ใส่โซ่ตรวนขนาดใหญ่ที่ข้อเท้าขวาตลอดเวลา และเรียกนักโทษด้วยหมายเลข ฯลฯ ส่วนผู้คุมได้รับคำสั่งว่า สามารถทำอะไรก็ได้ในขอบเขตของกฎหมายเพื่อรักษาระเบียบ ผู้คุมจะสวมชุดฟอร์มสีกากี ห้อยนกหวีดที่คอ มีกระบองเป็นอาวุธ และสวมแว่นตาดำ สถานการณ์ในคุกจำลองทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นลำดับ […]

keyboard_arrow_up