วอร์เรน บัฟเฟตต์ อัครมหาเศรษฐีตัวจริง

วอร์เรน บัฟเฟตต์ อัครมหาเศรษฐีตัวจริง เมื่อเอ่ยถึง วอร์เรน บัฟเฟตต์ สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือวิธีการสร้างเนื้อสร้างตัวอันแสนเหลือเชื่อ เพราะเขาสามารถทำนายราคาขึ้นลงในตลาดหุ้นได้อย่างแม่นยำจนได้รับฉายาว่า ““เทพพยากรณ์แห่งโอมาฮา”” นี่ยังไม่รวมถึงวิธีการดำเนินชีวิตที่ธรรมดาและเรียบง่ายจนน่าประทับใจ วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) เกิดวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1930 ในครอบครัวชนชั้นกลางในเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา บิดาของเขาทำอาชีพนายหน้าค้าหุ้นและเป็นสมาชิกสภาล่างของสหรัฐอเมริกา ส่วนมารดาเป็นครู ทั้งคู่ร่วมกันปลูกฝังคุณธรรมและความซื่อสัตย์ให้ลูก ๆ ยึดถือเป็นสรณะตลอดชีวิต บัฟเฟตต์กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องของตลาดหุ้นจากบิดา เขาเริ่มซื้อขายหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 11 ขวบ ซึ่งเจ้าตัวบ่นเสียดายว่า“ “ช้าเกินไป!”” เขาต้องกรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษีครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี เพราะมีรายได้จากการส่งหนังสือพิมพ์ เขารวบรวมเงินที่ได้ไปซื้อฟาร์มเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเมื่ออายุเพียง 14 ปี ช่วงวัยหนุ่ม บัฟเฟตต์ตัดสินใจย้ายหน่วยกิตไปเรียนที่โรงเรียนธุรกิจโคลอมเบียเพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของเบนจามิน แกรห์ม เพราะก่อนหน้านั้นเขาได้อ่านตำราของแกรห์มแล้วเกิดความรู้สึกเลื่อมใสจับใจ ภายหลังแกรห์มได้เสนองานตำแหน่งสูงในบริษัทของเขาแก่บัฟเฟตต์ ตลอดสองปีที่ทำงานร่วมกัน บัฟเฟตต์ได้ดูดซับกลยุทธ์และศึกษาวิธีการทำธุรกิจของแกรห์มอย่างละเอียด จนสามารถมองเห็นข้อบกพร่องของแกรห์มได้ บัฟเฟตต์เห็นด้วยที่จะลงทุนในหุ้นที่ราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเท่านั้น แต่ไม่เห็นด้วยที่แกรห์มไม่สนใจองค์ประกอบทางธุรกิจเลย เพราะเขาเชื่อว่า ถ้าหากนำข้อมูลอื่น ๆ […]

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: คำว่า บุญก็ไม่เอา บาปก็ไม่เอา หมายความว่าอะไร

คำว่า บุญก็ไม่เอา บาปก็ไม่เอา หมายความว่าอะไร ถาม: คำว่า “บุญก็ไม่เอา บาปก็ไม่เอา” หมายความว่าอย่างไรคะ แล้วคนที่ทำบุญจะนิพพานได้อย่างไ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : เราจะรู้ได้อย่างไรว่า นรก – สวรรค์ มีจริงหรือไม่

ผู้เฒ่าผู้แก่มักบอกให้เด็กๆ ทำความดีเข้าไว้ ตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์ อย่าทำชั่ว เพราะจะต้องตกนรกทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า “นรก - สวรรค์มีจริงหรือเปล่า”

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: การ ปิดวาจา ขณะปฏิบัติธรรม คืออะไร

การปิดวาจาก็คืองดพูดเพราะว่าพูดแล้วอาจเกิดปัญหา คนเราเวลาพูดกันไม่ได้คุยกันแต่เรื่องของสองคน มักจะพาดพิงถึงคนอื่น ไม่ใช่เรื่องของเรา ถือเป็นการส่งจิตออก

เคล็ดลับสู่ความไร้เดียงสา ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ

เคล็ดลับสู่ความไร้เดียงสา ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ จิตประภัสสรเปรียบเหมือนกระจกเงาใสที่สะท้อนสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ตรงหน้ามันออกมาตามความเป็นจริง  จิตประภัสสรที่พระพุทธองค์ทรงตรัสนั้นไม่ได้หายไปไหน  เพียงแต่มันถูกละเลยไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน  ความไร้เดียงสาเลยหายไปด้วย  สิ่งที่เราควรทำก็คือขจัดเงื่อนไขต่าง ๆ ที่บดบังไว้ให้หมดสิ้นไป  แล้วความสดใสของชีวิตก็จะกลับคืนมาเหมือนเดิม  เราไม่ได้ค้นพบอะไรใหม่แต่เป็นสิ่งที่เรามีเราเป็นอยู่แล้วตั้งแต่ดั้งเดิม  เคล็ดลับสู่ความไร้เดียงสา เราจะเป็นผู้มีปัญญาญาณเป็นรากฐานของการดำรงอยู่ได้เราจะต้องเรียนรู้จากภายในด้วยตนเอง  ไม่มีใครช่วยเราได้และหาไม่ได้จากระบบการศึกษาทั่วไป  การศึกษาไม่สามารถช่วยเราให้เข้าสู่การเรียนรู้เพื่อความเข้าใจภายในได้  มันมีเคล็ดลับอยู่ตรงที่เราเพียงเฝ้าสังเกตดูความคิดที่เกิดขึ้นเฉย ๆ อย่าไปวิเคราะห์  ตัดสิน  หรือหาวิธีขจัดความคิดนั้น ๆ แค่เฝ้าดูมันก็จะหายไปเอง  เหลือไว้แต่ความว่างและความประภัสสรของธรรมชาติดั้งเดิมที่เป็นหนึ่งเดียวกับความจริงสูงสุด  ตามรักษาธรรมชาติดั้งเดิมหรือจิตประภัสสรนี้ไว้  ปัญญาญาณก็จะเผยตัวแสดงออกร่วมกับการกระทำต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ความไร้เดียงสาไม่ใช่สิ่งที่เราจะต้องสร้างขึ้นมาใหม่  มันมีอยู่แล้วภายใน  มันรอการแสดงออกเมื่อเงื่อนไขต่าง ๆ หมดไปเท่านั้น  การขจัดเงื่อนไขต่าง ๆ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่เราต้องทำความเข้าใจ  เราต้องละทิ้งสิ่งทั้งหลายที่เราสะสมไว้รวมทั้งความรู้ที่มาจากคนอื่นให้หมดสิ้น  แล้วเราก็จะไร้เดียงสาในทันทีทันใด คำสอนต่าง ๆ ของพระพุทธองค์ก็เพื่อช่วยให้เราได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริง  มันอาจทำให้เราเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียทุกอย่างที่สะสมไว้  เพื่อที่ว่าตัวตนที่แท้จริงจะได้แจ่มชัดขึ้น  ดุจกระจกเงาใสที่จะสะท้อนสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง  ยิ่งตัวตนที่แท้บริสุทธิ์ผุดผ่องมากขึ้นเท่าใด  ความจริงในองค์รวมทั้งหมดของชีวิตหรือชีวิตพรหมจรรย์ก็ยิ่งสมบูรณ์ขึ้นเพียงนั้น   ที่มา  เส้นทางที่ไร้ร่องรอย โดย หลวงพ่อโพธินันทะ […]

“นรก – สวรรค์” มีจริงหรือ ไขข้อข้องใจโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

นรก – สวรรค์ มีจริงหรือเปล่าครับ และถ้ามีจริง นรก – สวรรค์ อยู่ที่ไหน คนที่นับถือศาสนาอื่นมีสิทธิ์ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกเหมือนชาวพุทธไหมครับ นรก – สวรรค์มีจริงไหม ถ้าตอบตามหลักฐานที่ปรากฏในพระไตรปิฎกก็คงต้องบอกว่า ““มี”” แน่นอน อยู่ที่ไหน น่าจะอยู่ใน 3 มิติ (1) มิติจิตใจ (2) มิติสถานที่ในชีวิตนี้ (3) มิติหลังจากตายแล้ว นรก – สวรรค์ในมิติจิตใจ คือ สภาวะของจิตใจที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันขณะ เช่น ถ้ากำลังรู้สึกมีความสุข ความปลอดโปร่งโล่งเบา ร่าเริงเบิกบาน ผ่องใส อิ่มอกอิ่มใจ รวมถึงดีใจ อาการอย่างนี้เองคือสภาวะที่เรียกว่าสวรรค์ ทั้งนี้เพราะ สวรรค์แปลว่า ““อารมณ์อันดีเลิศ”” ในทางตรงกันข้าม ถ้ารู้สึกเป็นทุกข์ อึดอัดขัดข้อง เดือดเนื้อร้อนใจ โศกเศร้าโศกาดูร หม่นหมอง ร่ำไห้พิไรรำพัน หวาดผวา วิตก ขมขื่นกลืนกล้ำช้ำใจ อยู่ที่ไหนก็หม่นหมองครองโศกเหมือนแบกของหนักเอาไว้ตลอดเวลา นี่คือสภาวะที่เรียกว่านรก ทั้งนี้เพราะ […]

ปาฏิหาริย์แห่งการเจริญเทวตานุสติ

เวลาประมาณห้าโมงเย็นของวันหนึ่งในปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ผู้เขียนและเพื่อนเดินทางไปกราบสักการะพระอนุสาวรีย์พระราชชายา เจ้าดารารัศมี พระมเหสีองค์หนึ่งในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระตําหนักดาราภิรมย์ ค่ายดารารัศมี อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ การเจริญเทวตานุสติ เมื่อผู้เขียนจุดธูปเทียนบูชาเรียบร้อยแล้วก็นั่งพับเพียบ ยกมือไหว้ พร้อมทั้งครุ่นคิดถึงพระกรณียกิจนานัปการที่พระองค์ทรงมีต่อนครเชียงใหม่ ตั้งแต่ทรงเสียสละอย่างใหญ่หลวงด้วยการจากนครเชียงใหม่ไปถวายตัวรับราชการฝ่ายใน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่มีพระชันษาเพียง 13 ปี ในฐานะองค์สายสัมพันธ์ของสองแผ่นดิน คือ สยามกับนครเชียงใหม่ และประทับ ณ พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 23 ปีเศษ พร้อมทั้งคิดคํานึงถึงพระกรณียกิจทั้งทางด้านศาสนา การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาการเกษตรที่มีต่อนครเชียงใหม่ และแล้วผู้เขียนก็สะดุดตาเมื่อมองเห็นผ้าสไบแบบภาคกลางมีตัวอักษรปักชื่อนายทหารคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้นํามาถวายและห่มพระอนุสาวรีย์ไว้ ผู้เขียนรู้สึกทันทีว่าไม่สมควรและพระองค์จะต้องไม่โปรด เพราะถ้าจะทรงห่มสไบแบบภาคกลางก็คงทรงห่มมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว จากการศึกษาพระประวัติพบว่า พระราชชายาทรงอนุรักษ์การแต่งกายแบบชาวเหนือไว้ตลอดพระชนมชีพ วัฒนธรรมกรุงเทพฯไม่สามารถกลืนความเป็นเจ้านายฝ่ายเหนือผู้ทรงอนุรักษนิยมล้านนาไปได้ ผู้เขียนใคร่ครวญแล้วจึงตัดสินใจขอประทานพระอนุญาตนําสไบออกจากพระอนุสาวรีย์ แล้วนํามาพับวางไว้ใกล้ ๆ กับพระบาท ในตอนนั้นเอง ท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ เกิดมีสายฝนเป็นละอองฝอยโปรยลงมาเบา ๆ ผู้เขียนและเพื่อนหันมามองหน้ากันและเกิดอาการขนลุกน้ำตาไหลคลอที่เบ้าตา ต่างรีบก้มลงกราบแทบพระบาทของพระอนุสาวรีย์ ผู้เขียนรับรู้ด้วยจิตว่า พระองค์ทรงสื่อสารมาถึงเราว่าทําถูกต้องแล้ว และละอองฝนเป็นเสมือนการพรมน้ำมนต์ให้นั่นเอง ที่ผู้เขียนรู้สึกอัศจรรย์ใจมากยิ่งขึ้นก็คือ ขณะนั่งอยู่ที่ลานพระอนุสาวรีย์นั้น […]

อธิษฐานอย่างไรไม่ให้เป็นกิเลส

อธิษฐาน อย่างไรไม่ให้เป็นกิเลส โดย ดร. สนอง วรอุไร ดร. สนอง วรอุไร ได้แสดงทรรศนะในเรื่องของการ “อธิษฐาน” ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ การอธิษฐานที่ถูกธรรม คำว่า “อธิษฐาน” หมายถึง การตั้งจิตปรารถนาให้เข้าถึงความดีงามในกาลข้างหน้า แต่หากอธิษฐานให้เกิดเป็นความชั่วร้าย เช่น อธิษฐานให้คนค้ายาบ้าต้องวิบัติ เช่นนี้เรียกว่า “สาปแช่ง” เรื่องนี้ในครั้งที่ผู้เขียนบวชเป็นภิกษุ ปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดมหาธาตุฯ เคยถามท่านเจ้าคุณโชดกในทำนองที่ว่า ผู้เขียน : ท่านเจ้าคุณอาจารย์ครับ การอธิษฐานให้เข้าถึงพระนิพพานไม่ถือว่าเป็นกิเลสหรือครับ ท่านเจ้าคุณโชดก : การจะเข้าถึงพระนิพพานได้จะต้องมีกิเลสหรือหมดกิเลส เพียงเท่านั้นก็ทำให้ผู้เขียนเข้าใจเรื่องการอธิษฐานได้อย่างถ่องแท้ จึงมิได้ตั้งคำถามเรื่องนี้อีกต่อไป ดังนั้นเมื่อบุคคลได้อธิษฐานแล้ว ต้องทำเหตุให้ถูกตรง หากอธิษฐานเข้าถึงพระนิพพาน เหตุถูกตรงก็คือต้องพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง แล้วใช้ปัญญาเห็นแจ้งกำจัดกิเลสที่ผูกมัดใจทั้งสิบอย่าง (สังโยชน์ 10) ให้หมดไป เมื่อเหตุปัจจัยถึงพร้อมแล้ว ความสมปรารถนาจึงจะเกิดขึ้นได้ ตรงกันข้าม หากอธิษฐานขอให้รวย อธิษฐานขอให้มีบ้านหลังใหญ่ ถือว่าเป็นกิเลส เพราะเป็นการนำจิตเข้าไปผูกติดเป็นทาสของทรัพย์วัตถุ อธิษฐานขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นกิเลส เพราะเป็นการนำจิตเข้าไปเป็นทาสของโลกธรรม ฯลฯ ต่าง […]

คุณยายลุยเก็บขยะชายหาด 52 แห่งใน 1 ปี หลังจากได้ดูสารคดีมลพิษจากพลาสติก

การรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ซึ่งคุณยาย แพท สมิธ (Pat Smith) วัย 70 ปี เป็นคนหนึ่งที่ทุ่มสุดตัวในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา คุณยายตั้งหน้าตั้งตาเก็บขยะบนชายหาดตลอดทั้งปีได้ถึง 52 แห่ง ในเทศมณฑลคอร์นวอลล์ทางชายฝั่งตอนใต้ของอังกฤษ เรียกว่าชายหาดในบริเวณนี้สะอาดสะอ้านงดงามสุด ๆ คุณยายลุยเก็บขยะชายหาด การอุทิศตนในครั้งนี้ทำให้คุณยายแพทได้รับฉายาว่า Action Nan ซึ่งคุณยายเริ่มภารกิจกอบกู้โลกจากมลพิษมาตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว เป็นการตั้งปณิธานเรื่องที่จะทำในปีใหม่ (New Year’s resolution) ของคุณยายว่า จะทำให้ชุมชนของเธอสะอาดและสวยงามขึ้นกว่าเดิมให้จงได้ ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของคุณยายแพท จุดประกายมาจากการได้ดูสารคดีทางโทรทัศน์เกี่ยวกับมลพิษอันร้ายแรงของขยะพลาสติกเมื่อปีก่อน พอดูจบคุณยายก็รู้สึกว่าจะอยู่เฉยไปวัน ๆ ไม่ได้แล้ว คุณยายแพทบอกว่า คนชอบบ่นว่า ทำไมไม่มีใครลงมือทำอะไรสักอย่าง ซึ่ง “ใคร” ที่ว่านี้ก็คือตัวคนพูดนั่นแหละที่ลงมือทำได้ และคุณยายก็รู้สึกขึ้นมาว่า คุณยายต้องการจะเป็น “ใคร” ที่เป็นคนลงมือทำ แต่คุณยายอยากให้คนอื่นคิดแบบนี้เหมือนกัน จะได้มาช่วยกันทำเยอะ ๆ นับแต่นั้นมาโครงการทำความสะอาดชายหาดก็เริ่มขึ้น และตอนนี้คุณยายแพทมีไอเดียจะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมด้านอื่น ๆ อีก ด้วยไฟการทำงานที่มีอยู่เกินร้อย กว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา คุณยายแพททำความสะอาดชายหาดตั้งแต่ […]

5 วิธีอินกับความตาย เข้าใกล้นิพพาน โดย พระไพศาล วิสาโล

5 วิธีอินกับความตาย เข้าใกล้นิพพาน โดย พระไพศาล วิสาโล พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้แนะนำ วิธีอินกับความตาย ซึ่งเป็นการซ้อมตายในโอกาสต่าง ๆ ฝึกใจให้ละวางตัวตน หลุดพ้นจากความหลง ไว้ดังนี้ 1. ซ้อมตายก่อนนอน ก่อนนอนทุกคืนทำใจให้ผ่อนคลาย จินตนาการว่าคืนนี้อาจเป็นคืนสุดท้ายในชีวิตของเรา ลมหายใจของเรากำลังจะหมด ร่างกายแน่นิ่งขยับเขยื้อนไม่ได้ ตัวเริ่มเย็นและแข็ง ใช่แต่เท่านั้น เรายังต้องสูญเสียทุกอย่าง ไม่ว่าคนรัก พ่อแม่ ลูกหลาน ชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ ฯลฯ จากนั้นถามตัวเองว่า “เราพร้อมไหมที่จะไปในคืนนี้…ถ้าไม่พร้อมแล้วทำอย่างไรถึงจะพร้อม” การพิจารณาดังกล่าวจะทำให้เราตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นด้วยความไม่ประมาท และไม่รีรอที่จะสะสางเรื่องราวที่คั่งค้าง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมตายในทุกวินาทีของชีวิต 2. ซ้อมตายก่อนเดินทาง เวลาเดินทางหรือนั่งอยู่ในยวดยานพาหนะ ให้นึกว่าเราอาจประสบอุบัติเหตุกลางทาง ออกจากบ้านแล้วอาจจะไม่ได้กลับเข้ามาอีกก็เป็นได้ นี่อาจเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของเรา จากนั้นถามใจตัวเองว่า ถ้าเกิดเหตุเครื่องบินตก รถชน หรือพลิกคว่ำ ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีสุดท้ายของชีวิต เราจะรู้สึกอย่างไร จะวางใจอย่างไร จะตระหนกตกใจไหม จะกังวลถึงคนข้างหลังหรือไม่… ถ้าคำตอบคือ ตระหนกตกใจ ห่วงหน้าพะวงหลังและยังไม่พร้อมจะตาย เราต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อเผชิญความตายอย่างสงบให้จริงจังมากขึ้น […]

บ่มเพาะความสงบสุขในจิตใจที่ วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์)

สระบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ รวมไปถึงสถานที่สัปปายะอย่าง วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์)

อยากจะสุขแบบ คริส หอวัง …ต้องคิดแบบบวกๆ

คริส – ศิริน หอวัง เป็นนักแสดงสาวฉายาหมวยอินเตอร์หรือสาวหมวยร้อยล้าน เธออธิบายถึงความสุขในแบบของเธอว่า เป็นความสุขง่ายๆ ที่เน้นการอยู่กับปัจจุบัน

สุดยอดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ดอกเตอร์จากกองขยะ

ขยะอาจเป็นที่รังเกียจของคนอื่น แต่มันคือทองคำสำหรับผม ( ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ) และแม่…

อานิสงส์การสวดภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก

อานิสงส์การสวดภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ไว้สำหรับสวดภาวนาทุกเช้าค่ำ เพื่อความสวัสดีเป็นสิริมงคลแก่ผู้สาธยาย อันเป็นบ่อเกิด มหาเตชัง มีเดชมาก มหานุภารัง มีอานุภาพมาก และมีลาภยศ สุขสรรเสริญ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย อุปัทวันตรายและความพินาศทั้งปวง ตลอดทั้งหมู่มารร้าย และศัตรูคู่อาฆาตไม่อาจแผ้วพานได้ อานิสงส์การสวดภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง เป็นต้น ถ้าสาธยายหรือภาวนาแล้วจะนำมาซึ่งลาภยศ สุขสรรเสริญ และปราศจากอันตรายทั้งปวง ตลอดทั้งเป็นการระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า เป็นการเจริญพระพุทธานุสติวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นแดนเกิดของสมาธิอีกด้วย อะระหันตัง สะระณัง คัจฉามิ เป็นต้น เมื่อสาธยายหรือภาวนาแล้ว เป็นการมอบกายถวายชีวิตไว้กับองค์พระพุทธเจ้าหรือเอาองค์พระพุทธเจ้าเป็นตาข่ายเพชรคอยปกป้อง คุ้มครองรักษาชีวิตให้ปราศจากเวรภัย อิติปิ โส ภะคะวา รูปะขันโธ เป็นต้น เมื่อสาธยายหรือภาวนาแล้ว ขออาราธนาบารมีธรรมของพระพุทธองค์สิงสถิตในเบญจขันธ์ของเรา เพื่อให้เกิดพระไตรลักษณาญาน อันเป็นทางของพระนิพพานสืบต่อไป อิติปิ โส ภะคะวา ปะฐะวีธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน เป็นต้น เมื่อสาธยายหรือภาวนา ขออำนาจสมาธิญาณของพระพุทธองค์เป็นไปในธาตุ ในจักรวาล ในเทวโลกหรือในกามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ […]

“มิจฉาทัศน์” สาเหตุทุกข์ โดย พระมหาสุภา ชิโนรโส (ส.ชิโนรส)

“มิจฉาทัศน์” สาเหตุทุกข์ โดย พระมหาสุภา ชิโนรโส (ส. ชิโนรส) สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้เห็นกระแสเกิด-ดับ และดับ-เกิด คือ การเจาะเข้าไปถึงสาเหตุที่แท้จริงของทุกข์ หรือ มิจฉาทัศน์ ที่ฝังลึกอยู่ในจิตสันดานของมนุษย์แต่ละคนมาชั่วกัปชั่วกัลป์ มิจฉาทัศน์ที่ว่ามี 4 อย่าง ดังนี้ 1. เชื่อว่าสรรพสิ่งเที่ยงแท้ (สัสสตทิฏฐิ) ความเห็นผิดเช่นนี้ เชื่อว่าจะมีรูปแบบชีวิตที่จีรังยั่งยืนตลอดไป มีสุขสมหวัง-มั่งคั่งร่ำรวย-มีอำนาจวาสนาตลอดไป หรือเมื่อตายไปแล้วก็เกิดในมิติที่เป็นอมตะตลอดไป ความเชื่อว่าสรรพสิ่งเที่ยงแท้เกิดจากศาสนาต่าง ๆ ที่สอนให้เชื่อพระเจ้า ศาสนาเหล่านี้สอนมนุษย์มาหลายพันปีว่า ชีวิตเริ่มจากจุดที่สร้างโดยพระเจ้า แล้วจะพัฒนาไปจนถึงจุดที่สมบูรณ์ที่สุด เที่ยงแท้ชั่วนิรันดร์ ไม่เกิดไม่ตายอีก ความเชื่อเหล่านี้จึงฝังลึกอยู่ในจิตสันดานของมนุษย์อย่างไม่รู้ตัว คอยบงการจิตใจมนุษย์ให้แสวงหารูปแบบชีวิตที่เที่ยงแท้ หรือความสุขสมหวังที่ยั่งยืนอย่างใดอย่างหนึ่งตลอดไป เมื่อผู้ปฏิบัติเห็นการเกิด-ดับของสรรพสิ่งในรูปกระแส ความเชื่อดังกล่าวก็ถูกท้าทายทันที เพราะเมื่อสรรพสิ่งเป็นกระแสเกิด-ดับอย่างนั้น จะมีสิ่งที่เที่ยงแท้เป็นอมตะค้ำฟ้าได้อย่างไร 2. เชื่อว่าสรรพสิ่งสูญ (อุจเฉททิฏฐิ) ความเห็นผิดเช่นนี้ เชื่อว่าชีวิตตายแล้วสูญ ชีวิตโลกหน้าไม่มีอีกต่อไป เคยได้ยินบางคนพูดว่า “ชีวิตเกิดหนเดียว ตายหนเดียว” นั่นคือความคิดที่สะท้อนออกจากความเชื่อว่า สรรพสิ่งสูญ นักวิทยาศาสตร์วัตถุนิยมก็เชื่อเช่นเดียวกันว่า สรรพสิ่งสูญ ความจริงมีเพียงแค่วัตถุ เมื่อวัตถุแตกสลาย […]

เมื่อผมพาแม่ไปปฏิบัติธรรม

วันนี้จะขอพาพี่ ๆ เพื่อน ๆ มาวัดที่จังหวัดบ้านเกิดผม ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หลาย ๆ คนอาจจะนึกว่าวัดหลวงพ่อโสธร แต่ไม่ใช่ครับ วัดนี้เป็นวัดที่ไม่ได้โด่งดังด้านความศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นวัดที่มีความสําคัญในการพัฒนาจิตใจเราให้ดีขึ้น พาแม่ไปปฏิบัติธรรม นี่คือ ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดผาณิตาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา สถานที่นี้เป็นบ้านอีกแห่งหนึ่งของผมเช่นกัน ที่ผมพูดแบบนี้เพราะว่า ถ้าผมหมุนเวลาย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน นาฬิกาชีวิตย้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่ผมได้เริ่มทํางานที่แรกกับการเป็นเซลส์ รายได้อู้ฟู่ไม่ใช่น้อย ใช้ชีวิตแบบสุรุ่ยสุร่าย หมดเงินไปกับสิ่งที่เรียกว่าแฟชั่น ค่านิยมจํานวนมาก จนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แม่เริ่มไม่สบาย ปวดขา และต้องมารักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เวลาที่ผมไปหาลูกค้าเสร็จ ช่วงเย็นผมต้องมาเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล อาการที่ขาของแม่ก็ไม่ดีขึ้นเลย ผมมักจะซื้อของที่แม่ชอบมาให้แม่กินประจํา ผมนั่งมองดูแม่หลับ น้ำตาผมจะไหล แต่มันไหลไม่ได้ ผมอยากให้แม่หายไว ๆ เมื่อก่อนเวลาที่แม่บ่นแม่ว่า ผมไม่เคยสนใจท่านเลย ผมไม่เคยกอดแม่นานมากแล้ว…จําได้ครั้งล่าสุดที่กอดคือวันที่รถตู้โรงเรียนสมัยมัธยมถูกสิบล้อชน แม่มาที่โรงเรียนและวิ่งเข้ามากอดผม แม่นึกว่าผมอยู่ในรถคันนั้น ผมเดินออกจากโรงพยาบาลในตอนค่ำอย่างอ่อนล้า ท่ามกลางแสงไฟและแสงสีในกรุงเทพฯ ผมเคยเป็นเหมือนแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ หลงแสงสี หลงรัก หลงทาง หาทางออกไม่เจอ วันนี้ผมไม่ต้องออกตลาด เพราะผมต้องประชุมและเคลียร์งานอยู่ที่ออฟฟิศแถวชิดลม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พ่อโทรศัพท์มาบอกว่า […]

เรื่องจริงจากเรือนจํา ความในใจของผู้ต้องขังผู้ใช้บทสวดมนต์กล่อมเกลาจิตใจ

ในช่วงชีวิตคนเรา ผมเชื่อแน่ว่าหลายท่านคงจะประสบพบเจอ “ปัญหา” แทบทุกวัน แต่ปัญหาของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป บางท่านเมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนั้นคือ “หนีปัญหา” แต่สิ่งที่จะตามมาจากการหนีปัญหาคือ “ตัวปัญหา” ซึ่งเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ไม่อยากพบเจอ แต่ถ้าเราใช้สติในการแก้ รับรองว่า “ปัญหา” ก็จะไม่เกิดขึ้น เรื่องจริงจากเรือนจำ เรื่องราวที่ผมจะเล่าต่อไปนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ผมอยากให้คุณผู้อ่านได้อ่าน เผื่อว่าจะมีประโยชน์ในยามที่คุณต้องพบเจอ “ปัญหา” และต้องการหาทางแก้ไข เช้าวันนั้นเป็นวันที่ 17 กันยายน ผมจะต้องออกไปติดต่องานกับลูกค้าตามปกติ ผมตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมด้วยภารกิจที่จะต้องปฏิบัติทุกวัน คือการไปส่งลูกที่โรงเรียน โดยมีภรรยาของผมเป็นผู้ช่วยที่แสนดี เวลาไปส่งลูกที่โรงเรียน ผมจะกอดลูกแล้วจูบลูกที่หน้าผากทุกครั้ง ในวันนั้นฝนตกหนักมาก เหมือนจะเป็นลางบอกเหตุ แถมภรรยาของผมยังพูดอีกว่า “วันนี้ฝันไม่ค่อยดีเลย ฝันว่าฟันหัก และลูกบอกด้วยว่าลูกตกเหว ไม่มีใครช่วยเลย” ผมฟังแล้วก็ไม่ได้ฉุกคิดอะไร วันนั้นฝนตกทั้งวัน ทําให้น้ำท่วมทางเข้าหมู่บ้าน การสัญจรเข้าออกลําบากมาก พอได้เวลาเลิกเรียนผมต้องขับรถไปรับลูกที่โรงเรียน แต่วันนั้นฝนที่ตกลงมาทําให้น้ำท่วมทางเข้าโรงเรียนของลูกสูงมาก ด้วยความเป็นห่วงลูก ผมตัดสินใจฝ่าน้ำที่ท่วมสูงเกือบครึ่งคันรถเข้าไป ผมขับรถไปถึงหน้าโรงเรียนของลูก วินาทีนั้นผมถูกตํารวจชุดสืบสวนขับรถมาประกบและขอตรวจค้น ผมไม่ได้ขัดขืนอะไร สิ่งแรกที่ผมได้ยินจากปากเจ้าหน้าที่ตํารวจคือ “คุณมีหมายจับ” ในเวลานั้นเป็นเวลาที่ลูกของผมเลิกเรียนพอดี วินาทีนั้นผมรู้ถึงปัญหาที่ผมเคยก่อไว้ และผมก็หนีปัญหานี้มาตลอด […]

อินทรา นูยี ซีอีโอมาตรฐานโลก

ด้วยความที่ อินทรา นูยี (Indra Nooyi) เป็นผู้บริหารสูงสุดของอาณาจักรเป๊ปซี่โค (PepsiCo) ที่มีพนักงานกว่า 185,000 ชีวิตอยู่ในความรับผิดชอบ อีกทั้งยังเคยได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ตารางงานของเธอจึงแน่นมากถึงมากที่สุด แต่เมื่อสิ้นวัน นูยีไม่เคยลืมที่จะทบทวนตัวเองว่า เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาผู้มีบทบาทเป็นแม่และภรรยาคนหนึ่งเท่านั้น อินทรา กฤษณมูรตี นูยี (Indra Krishnamurthy Nooyi) เกิดวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1955 ที่เมืองมาทราส (ปัจจุบันคือเจนไน) ประเทศอินเดีย เธอใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กว่าจะต้องตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกาให้ได้ ดังนั้นแม้ว่าเธอจะมีปริญญาในมือแล้วถึงสองฉบับ และมีอนาคตการทํางานที่รุ่งโรจน์ในบ้านเกิด นูยีในวัย 23 กลับเลือกที่จะไปเรียนต่ออีกครั้งที่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเยล เพื่อทําตามความฝันของเธอ ในปี ค.ศ. 1978 หลังจากนูยีเดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกาได้ไม่กี่เดือน เธอก็ตกอยู่ในสภาพชักหน้าไม่ถึงหลัง จึงต้องเร่งหางานพิเศษทํา แต่ ณ วันนั้นสูทราคาประหยัดกับบู๊ตสีส้มสดที่เธอมีอยู่ทําให้เธอดูแตกต่างจากอเมริกันชนคนอื่น ๆ จนดูคล้ายตัวประหลาด นูยีจึงต้องเดินน้ำตาตกออกจากห้องสัมภาษณ์ แม้ว่าจะมีประสบการณ์การทํางานที่ดีเยี่ยมมาจากประเทศอินเดียบ้านเกิดของเธอก็ตาม ด้วยเหตุนี้นูยีจึงตัดสินใจขอรับคําปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ด้านการพัฒนาอาชีพของมหาวิทยาลัย เธอเล่าว่า คําแนะนําของเจ้าหน้าที่ทําให้เธอตาสว่าง […]

keyboard_arrow_up