5 ดาราพาลูกเข้าวัด หัดสร้างบุญแต่เล็กแต่น้อย – SECRET

5 ดาราพาลูกเข้าวัด หัดสร้างบุญแต่เล็กแต่น้อย การเข้าวัดทำบุญเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ไม่เว้นแม้แต่เหล่าซุป’ตาร์คนดังที่นอกจากจะมีใจฝักใฝ่ในทางพุทธศาสนาแล้ว ก็ยังพาลูกเข้าวัดทำบุญใส่บาตรเป็นประจำ เรียกว่าหัดให้ลูกปลูกต้นบุญกันตั้งแต่ตัวเล็กตัวน้อยเลยทีเดียว มาดูโมเมนต์การทำบุญเข้าวัดของดาราดังกับลูก ๆ กันค่ะ  ดาราพาลูกเข้าวัด   แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ กับ น้องปีใหม่ เราจะเห็นภาพคุณแม่แอฟสุดสตรองพาน้องปีใหม่เข้าวัดทำบุญเป็นประจำในโอกาสต่าง ๆ มีทั้งไปกับคุณตาคุณยายและญาติ ๆ ด้วย น้องปีใหม่จึงเกิดความเคยชิน สามารถตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปทำวัตรเช้าได้โดยไม่งอแง บางครั้งจะเป็นคนมาปลุกคุณแม่เลยด้วยซ้ำ แถมยังช่วยจัดโต๊ะและเตรียมอาหารถวายเพลอย่างแข็งขัน นอกจากนั้นน้องปีใหม่ยังชอบสวดมนต์อีกด้วย เพราะแม่แอฟสอนให้สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน อย่างไรก็ตามด้วยความเป็นดาราดัง บางครั้งแม่แอฟติดภาระกิจ คุณตาคุณยายก็จะเป็นผู้พาน้องปีใหม่เข้าวัดไหว้พระทำบุญแทน ด้วยความที่น้องปีใหม่เกิดวันที่ 1 มกราคม จึงกลายเป็นธรรมเนียมของครอบครัว คือ ทุกคนจะมาร่วมทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในวันเกิดของน้องปีใหม่ทุกปี ถือเป็นการทำบุญไหว้พระรับพรวันขึ้นปีใหม่พร้อมกันไปเลย ภาพจาก  [email protected]_taksaorn   ชาคริต แย้มนาม กับ น้องโพธิ์ พระเอกชาคริต แย้มนาม มักจะพาน้องโพธิ์เข้าวัดเข้าวาทำบุญทำทานอยู่เสมอ ล่าสุดน้องโพธิ์ทำบุญวันคล้ายวันเกิดของคุณพ่อคุณแม่อย่างมีความสุข โดยพ่อชาคริตเปลี่ยนหลอดไฟในกุฏิ เพื่อเป็นสิริมงคลนำแสงสว่างมาสู่ครอบครัว ซึ่งในวันเกิดของน้องโพธิ์เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา น้องโพธิ์ก็ได้ไปทำบุญเลี้ยงพระเพล ร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ คุณตาคุณยาย […]

Dhamma Daily : ควรทำอย่างไร เมื่ออยาก เปลี่ยนศาสนา แต่เกรงใจครอบครัว

เป็นเรื่องที่น่าคิดหนักเมื่อเราต้องการ เปลี่ยนศาสนา แต่ก็เกรงใจครอบครัว กลัวพวกเขาไม่เข้าใจเหตุผลของเรา พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธีมีคำอธิบายในเรื่องนี้

พระมหากัสสปะ ผู้เลือกเดินบนหนทางสมถะ

เมื่อพบว่าทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์ มิใช่ปัจจัยที่จะเกื้อหนุนให้ชีวิตเดินทางถึงฝั่ง พระมหากัสสปะ จึงขอตัดส่วนเกินเหล่านั้นทิ้ง

ผีเจ้าที่ อยากได้บุญ – เรื่องลึกลับ นิตยสาร Secret

ผีเจ้าที่ อยากได้บุญ – เรื่องลึกลับ นิตยสาร Secret ฉันเป็นคนมีซิกซ์เซนส์มาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงมักเจอเรื่องที่อธิบายไม่ได้เป็นประจำ ผีเจ้าที่ หลายปีก่อนฉันและสามีย้ายไปเช่าบ้านหลังใหม่ วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในตัวบ้าน ก็ได้ยินเสียงดัง “ปัง” มาจากชั้นสอง ลักษณะเหมือนมีใครโยนเฟอร์นิเจอร์หนัก ๆ ลงบนพื้น และมีเสียงคนเดินไปมาทั้งที่ไม่มีใครอยู่บนนั้น ตอนนั้นได้แต่คิดว่าเจอดีเข้าแล้วไง แต่พยายามไม่กลัวและแผ่เมตตาให้เจ้าที่เจ้าทาง หวังว่าเขาจะเมตตาและไม่มารบกวนกันอีก แต่คำภาวนาของฉันไม่เป็นผล เพราะเจอเรื่องแปลก ๆ อยู่ตลอดเวลา ช่วงแรก ๆ ขณะที่ฉันและสามีนั่งเล่นพักผ่อนอยู่ชั้นล่าง มักได้ยินเสียงคนคุยกันบนชั้นสองแทบทุกคืน ตอนแรกคิดว่าขโมยขึ้นบ้าน แต่พอเดินขึ้นไปดูกลับไม่เจออะไร พอได้ยินเสียงปริศนาในบ้านบ่อย ๆ เข้าชักทนไม่ไหว จึงไปหายันต์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากพระอาจารย์ที่นับถือมาติดไว้รอบ ๆ บ้าน ปรากฏว่าได้ผล เพราะเสียงคุยกันนั้นหายไป ฉันสบายใจได้ไม่นานนัก วันหนึ่งขณะที่ฉันกับสามีกำลังนั่งสวดมนต์อยู่ในห้องพระชั้นบน ก็ได้ยินเสียงผู้ชายพูดเสียงดังก้องขึ้นมาในห้องว่า “ร้อน ๆ ๆ” ฉันสะดุ้งตกใจหันไปมองสามีก็พบว่าเขายังนั่งสวดมนต์อยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ยินเสียงนั้นเลย ฉันนึกถึงยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งติดไว้รอบบ้าน จึงพนมมือขึ้นและพูดว่า “หากยันต์นี้ส่งผลกระทบต่อคุณเช่นไร ขอให้มาบอกในฝันด้วยแล้วกัน” ไม่น่าเชื่อว่าตกดึกคืนนั้นฉันฝันเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินปึงปังแบบโกรธ ๆ เข้ามาถามว่า […]

รวยแล้วไม่ลืมกัน เศรษฐีอดีตดาราตกอับกลายเป็นคนเร่ร่อน เปิดบริษัทจ้างงานคนเร่ร่อน

รวยแล้วไม่ลืมกัน เศรษฐีอดีตดาราตกอับกลายเป็นคนเร่ร่อน เปิดบริษัทจ้างงาน คนเร่ร่อน ชีวิตของ ดรูว์ กู๊ดเดลล์ (Drew Goodall) ทุกวันนี้ร่ำรวยสุขสบายด้วยรายได้ปีละ 250,000 ปอนด์ จากความสำเร็จของบริษัท Sunshine Shoeshine ที่เขาก่อตั้งเองมากับมือ และบริษัทนี้รับพนักงานเป็นคนเร่ร่อนและบุคคลพิเศษทั้งหมด ถึงแม้ว่า ณ วันนี้ดูเหมือนดรูว์มีชีวิตน่าอิจฉา แต่เขาไม่เคยลืมวันเวลาที่เคยตกอับ ชีวิตดำดิ่งถึงจุดต่ำสุด คนเร่ร่อน ย้อนอดีตไปตอนที่เขาอายุ 20 กว่า ๆ ดรูว์กำลังไต่เต้าอยู่ในวงการบันเทิง เขาดูจะมีแววไปได้ดีกับอาชีพนักแสดง เพราะได้เล่นหนังดังที่มีรายได้ถล่มทลายอย่าง Snatch และ About a Boy ได้มีโอกาสร่วมงานกับดาราระดับเอ-ลิสต์อย่าง แบรด พิตต์ และ ฮิวห์ แกรนท์ ดรูว์ใฝ่ฝันจะเป็นนักแสดงมืออาชีพให้จงได้ เขาทุ่มเทอย่างหนัก แต่แล้วกลับได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบที่รุนแรงมาก ถึงขั้นทำลายความมั่นใจและทำลายอาชีพการแสดงของเขาจนแทบไม่มีงานเข้ามาเลย ดรูว์จึงรู้สึกว่าเขาไม่มีความสุขกับอาชีพนี้อีกต่อไปแล้วจึงหยุดไม่คิดจะกลับไปแสดงอีก พอไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ครั้นจะให้ดรูว์บากหน้ากลับไปหาพ่อกับแม่ บอกว่าไม่สามารถทำตามความฝันได้ เขาก็ทำไม่ลง ไป ๆ มา ๆ ดรูว์ก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านจึงถูกไล่ออกจากบ้าน […]

เมื่อเกิด ” รักสามเส้า ” เราจะก้าวต่อไปอย่างไร ธรรมะดับทุกข์โดย พระไพศาล

ปัญหานอกใจ รักสามเส้า จัดเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนกำลังพบเจอ หลายครั้งปัญหานี้จบลงด้วยน้ำตา อีกหลายคราจบลงด้วยชีวิต พระไพศาล มีคำแนะนำดีๆ มาฝาก

ทุกการฆ่าล้วนเป็นบาป บทความธรรมะดี ๆ โดย ท่านว.วชิรเมธี

การทำเมตตาฆาตเป็นบุญหรือบาป เพราะในการเป็นสัตวแพทย์มีการทำ เมตตาฆาต คือ การทำให้สัตว์ตายโดยสงบอย่างไม่ทรมาน เนื่องจากสัตว์ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย อาการหนัก ระบาดติดสู่คนและสัตว์อื่นได้ เช่น การฆ่า ไก่เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก การฆ่า วัวเพื่อป้องกันโรควัวบ้า ซึ่งการฆ่าสัตว์เลี้ยงที่ป่วยหนักและไม่มีเจ้าของดูแลนั้นในต่างประเทศถือว่าเป็นเรื่องปกติ การค้าขายสัตว์เพื่อบริโภค เพื่อเลี้ยงดู เพื่อใช้แรงงาน เหล่านี้เป็นอาชีพที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้หรือไม่ เพราะเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งกล่าวว่า อาชีพที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามค้าขายสิ่งมีชีวิตนั้นหมายถึงมนุษย์เท่านั้น การฆ่าด้วยเมตตา เรียกว่า “การุณยฆาต” (Mercy Killing) หรือจะเรียกว่าเมตตาฆาตก็ไม่ผิด ทั้งสองคำนี้แปลว่า “การฆ่าด้วยเมตตา” หรือ “การฆ่าด้วยความกรุณา” ตามลำดับ แต่ถ้าจะให้เลือกเอาสักคำหนึ่งก็ควรเป็น “การุณยฆาต” หรือ “การฆ่าด้วยความกรุณา” ในวงการแพทย์หรือวงการชีวจริยธรรม ซึ่งมักตั้งคำถามต่อเรื่องทำนองนี้ก็ใช้คำว่า “การุณยฆาต” มากกว่าเมตตาฆาต เพราะเมตตาเป็นเพียงคุณภาพของจิตที่ปรารถนาจะให้สรรพสัตว์เป็นสุข หรือเป็นการวางจิตให้มีความเป็นมิตรต่อสรรพสัตว์ทั้งโลกในยามปกติ ส่วนกรุณานั้นหมายเอาคุณภาพของจิตที่มุ่งเน้นการ“ช่วยเหลือ” ให้สรรพสัตว์พ้นจากทุกข์ในยามถูกความทุกข์ครอบงำเป็นสำคัญ การฆ่าด้วยความกรุณานั้นมุ่งเน้นการช่วยให้พ้นทุกข์ ดังนั้นการุณยฆาตจึงน่าจะเหมาะสมกว่าเมตตาฆาต แต่เมื่อเราพูดถึงการุณยฆาต ก็หมายรวมถึงเมตตาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะทั้งเมตตาและกรุณาเป็นคุณภาพจิตด้านบวกด้วยกันทั้งคู่ มีอยู่ในจิตของใครคนคนนั้นก็เป็นคนดีที่น่าคบทั้งนั้น ในคัมภีร์พระไตรปิฎกมีเรื่องเล่าว่า คราวหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องความเป็นปฏิกูลของร่างกาย ภิกษุกลุ่มหนึ่งฟังเทศนาเรื่องนี้แล้วเกิดเบื่อหน่ายในชีวิตและร่างกาย จึงจ้างให้เพชฌฆาตสมัครเล่นคนหนึ่งมาปลงชีวิตของตัวเอง ปรากฏว่าคราวนั้นมีภิกษุเต็มใจฆ่าตัวตายจำนวนมาก ความทราบถึงพระพุทธเจ้า […]

9 เคล็ด(ไม่)ลับสร้างความสุข ง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

9 เคล็ดลับสร้างความสุข หลายคนเคยบอกว่า “เงินสามารถซื้อความสุขได้”แต่จะดีแค่ไหนกันล่ะคะ ถ้าหากเราสามารถสร้างความสุขได้ด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้เงิน

ความสุขที่ไม่เคยหายไป – ประสบการณ์ชวนให้มองความสุขใกล้ตัวที่ไม่ต้องซื้อหา

ผมมีแรงบันดาลใจอยากเป็นอาสาสมัครมาตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งหลังจากที่ได้เข้าไปทำจริง ๆ ก็ส่งผลให้ผมได้เห็นโลกที่กว้างขึ้นกว่าสังคมของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเพียงสังคมเดียว ความสุขที่ไม่เคยหายไป แต่ยังมีอีกหลายสังคมที่ผมยังไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ กลายเป็นความอยากรู้อยากเห็น รวมทั้งอยากเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ได้สัมผัสชีวิตคน ทำให้รู้ว่าทุกที่ย่อมมีปัญหา หากแต่ปัญหาก็สามารถแก้ไขได้ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความจริงใจ ผ่านมาหลายปีจนถึงวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมยังยึดมั่นอยู่เสมอก็คือการแบ่งเวลาส่วนหนึ่งให้การเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม ในขณะที่ยังคงทำงานในสายอาชีพที่อยู่ในวงโคจรธุรกิจแบบสุดโต่ง เพื่อบอกกับตัวเองว่าเงินไม่ใช่ความสุขทั้งหมด หากความสุขจากการให้นั้นต่างหากที่จีรัง การได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง ช่วยกล่อมเกลาจิตใจได้บางส่วน แม้จะไม่ทั้งหมด แต่ก็สร้างความรู้สึกดี ๆ กลับคืนมา ทำให้เรามองโลกเชิงบวก ไม่ได้มีมุมมองที่หวังแต่จะเอาประโยชน์อย่างเดียว และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ผมอยากเป็นคนเล็ก ๆ ที่จุดประกายให้คนอื่น ๆ ได้เห็นว่า ความดี ความรัก ความจริงใจต่างหากที่สังคมเราต้องการไม่ใช่เงิน ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสอีกเสี้ยวหนึ่งของชีวิตเล็ก ๆ ในมุมที่น้อยคนนักจะได้เจอ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการเข้าไปสัมผัสชีวิตของผู้ป่วยเรื้อรังระยะสุดท้าย ถ้าไม่ใช่ญาติหรือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ป่วยเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เป็นเหล่าเด็กน้อยซึ่งชีวิตยังเปี่ยมไปด้วยความฝัน ที่นั่น…ตึก สก 16 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผมได้รู้จักน้อง ๆ ที่น่ารักกลุ่มหนึ่งในโครงการดูแลผู้ป่วยเด็กเรื้อรังระยะสุดท้าย น้อง ๆ กลุ่มนี้ก็เหมือนกับเด็ก ๆ ทั่วไปที่ยังคงคุยสนุก หัวเราะเสียงดัง ชอบวาดภาพ […]

Dhamma Daily: หัวหน้า ไม่ให้โบนัส กลุ้มใจ ทำอย่างไรดี

หัวหน้า ไม่ให้โบนัส กลุ้มใจ ทำอย่างไรดี ถาม: ดิฉันทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งค่ะ ทุกปีจะมีการประเมินผลเพื่อปรับขึ้นเงินเดือนและพิจารณาโบนัส ดิฉันเคยถามหัวหน้าถึงข้อบกพร่องของตนเอง ที่ไม่ได้รับโบนัสและไม่ได้ปรับเงินเดือนมาตลอด หัวหน้า แจ้งว่า ไม่ควรอยากได้เงินของคนอื่น มันบาป ท่านมีความคิดอย่างไรในเรื่องนี้คะ ท่าน ว.วชิรเมธี ได้ตอบคำถามเรื่องนี้ไว้ว่า คำตอบของหัวหน้าคุณฟังดูไร้สาระมาก ๆ ถ้าคุณยังเชื่อว่านั่นคือเหตุผลที่แท้จริง คุณก็คงไร้สาระตามไปด้วยอีกคนหนึ่ง (ขออภัยที่ใช้คำแรงไปหน่อย แต่อยากให้คิดให้ถี่ถ้วน) เพราะในทางปฏิบัติแล้ว การที่เราทำงานก็มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะได้รับผลแห่งการทำงานนั้นอยู่แล้ว ถ้าใช้เหตุผลอย่างที่หัวหน้าของคุณบอกว่าการอยากได้ค่าตอบแทนเท่ากับเป็นการอยากได้เงินของคนอื่น ถ้าคุณยินดีเชื่อตามตรรกะนี้ ทุกคนในบริษัทก็ล้วนแต่กำลังอยากได้เงินของคนอื่นกันอยู่ทั้งนั้น ในทางที่ถูกแล้ว คุณไม่ควรจะเชื่อหากหัวหน้าโยนคำตอบตื้น ๆ เช่นนี้มาให้ แต่คุณควรถามต่อไปว่า คุณกับหัวหน้ามีปัญหาส่วนตัวอะไรกันอยู่หรือเปล่า ทำไมเขาจึงไม่พิจารณาปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนให้คุณ การที่ใครคนหนึ่งทำงานให้บริษัท ก็ย่อมมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะได้รับเงินเดือน หรือการเลื่อนขั้นเงินเดือนตามความรู้ความสามารถและความรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวกับบาปหรือไม่บาป นี่เป็นข้อตกลงทางกฎหมาย ไม่ใช่ข้อตกลงทางจริยธรรม ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เหตุผลที่หัวหน้าให้คุณนั้นเป็นเพียงเหตุผลแบบเด็ก ๆ เท่านั้น คุณควรถามหาเหตุผลที่จริงจังมากกว่านี้จากหัวหน้า มิเช่นนั้นแล้วก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมากไปกว่าที่เป็นอยู่ แล้วจะทำอย่างไรดี? หากที่ทำงานมีเรื่องการเมืองเยอะมาก  อีกคำถามหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ทำงานและเจ้านาย คือ ถาม: ในที่ทำงานของผม มีการเมืองเยอะมาก เก้าอี้ไม่มั่นคง […]

3 เทคนิคเริ่มต้น ชีวิตใหม่ สำหรับคนที่เคยทำผิดพลาด

ใครที่เคยทำอะไรผิดพลาดซ้ำซาก อยากเริ่มต้น ชีวิตใหม่ อยากหนีวิถีชีวิตเดิมๆ แต่ไม่มีแรงจะผลักดันตนเองออกมาจากวงจรนั้น ซีเคร็ตมีวิธีแนะนำ

เหงาใช่ไหม บทความธรรมะดีๆ จากพระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

ข้าพเจ้าตั้งคำถามกับท่านผู้อ่านว่า “ เหงาใช่ไหม ” เพื่อกระตุกความคิดของคนกลุ่มสำคัญที่มีความผันผวนทางอารมณ์นั่นคือวัยรุ่นวุ่นรักและวัยชราเงียบเหงา

“สงครามโลกพรากเราจากกัน” 75 ปีต่อมาคู่รักได้กลับมาพบกันอีกครั้งอย่างหวานชื่น

“สงครามโลก พรากเราจากกัน” 75 ปีต่อมาคู่รักได้กลับมาพบกันอีกครั้งอย่างหวานชื่น คุณยายชาวฝรั่งเศสได้กลับมาพบกับคนรักชาวอเมริกันที่ไม่ได้เจอเจอะมานานถึง 75 ปี ตั้งแต่เมื่อครั้งตกหลุมรักกันในช่วง สงครามโลก ครั้งที่ 2 นายทหารหนุ่มชาวอเมริกัน เค.ที. ร็อบบินส์ (K.T. Robbins) และสาวฝรั่งเศสแสนสวย จีนนายน์ กานาเย (Jeannine Ganaye) ตกหลุมรักกันตอนที่ร็อบบินส์ไปประจำการในฝรั่งเศสเมื่อ 75 ปีที่แล้ว แต่ความรักของทั้งคู่นั้นช่างแสนสั้น ร็อบบินส์อายุ 24 ปี จีนนายน์อายุ 18 ปี เขารับราชการให้กับกองทัพสหรัฐฯ และถูกส่งไปประจำการที่หมู่บ้านของเธอซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ทั้งสองปลูกต้นรักกันอย่างหวานชื่นตามประสาหนุ่มสาวท่ามกลางบรรยากาศสงครามอันร้อนระอุ แต่แล้วความรักก็ต้องสะดุดเมื่อร็อบบินส์ถูกส่งไปอยู่แนวหน้าทางฝั่งตะวันออก เขาจึงมีเวลาบอกลาสาวคนรักอย่างปัจจุบันทันด่วน ทั้งสองคุยกันเรื่องที่เขาจะกลับมาหาเธอ และเขาถ่ายรูปเธอไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย หลังจากวันนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย ร็อบบินส์ถูกส่งกลับอเมริกาทันทีหลังสงครามสงบ เขาแต่งงานมีครอบครัวและเปิดร้านขายฮาร์ดแวร์ ส่วนจีนนายน์ก็เดินหน้าต่อไปเช่นกัน เธอแต่งงานและมีลูก 5 คนอยู่ในฝรั่งเศส จริง ๆ แล้วในช่วงที่สงครามยังไม่สงบ ทั้งคู่ยังมีความคิดที่จะกลับมาเจอกันอีก จีนนายน์ถึงขนาดเริ่มเรียนภาษาอังกฤษเพราะหวังว่าร็อบบินส์จะกลับมาในวันใดวันหนึ่ง แต่เมื่อเส้นทางชีวิตแยกไปคนละทาง ความหวังทุกอย่างจึงจบลง แล้วยิ่งต่างฝ่ายต่างแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ก็ยิ่งยากที่จะกลับมาเจอกันอีก […]

อุดมการณ์กับความจริงเป็นสิ่งสวนทาง…จริงหรือ?

“อุดมการณ์ กับความจริงเป็นสิ่งที่สวนทาง” คือคำพูดของใครคนหนึ่งที่ฉันจำได้ขึ้นใจ และเชื่อมั่นอย่างนั้นมาตลอด ตั้งแต่เด็ก ฉันคิดเสมอว่าอาชีพครูอย่างพ่อเป็นอาชีพกิน อุดมการณ์ ทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพื่อแลกกับเงินเดือนอันน้อยนิด ฉันเคยรบเร้าให้พ่อเลิกสอนหนังสือ แล้วรีบ ๆ เออร์ลี่รีไทร์ จะได้ไม่ต้องทำงานตัวเป็นเกลียวให้เสียสุขภาพ เพราะฐานะทางบ้านเราก็พอมีพอกินอยู่แล้ว แต่พ่อไม่เคยคิดจะเลิก พ่อบอกเสมอว่า มันคือหน้าที่ บ่อยครั้งฉันนึกน้อยเนื้อต่ำใจที่พ่อทำงานหนักเสียจนไม่มีเวลาพาไปเที่ยววันหยุดเหมือนครอบครัวคนอื่น พ่อเอาแต่บอกว่า “เหนื่อยแล้ว อยากนอนพักผ่อนอยู่เฉย ๆ ที่บ้าน” และตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันมักมองพ่อด้วยความไม่เข้าใจ ฉันนั่งจ้องพ่อขณะพ่อกำลังขับรถพาฉันและแม่กลับบ้านในเวลาเลิกงาน คิ้วพ่อขมวดติดกัน สีหน้าเคร่งเครียด ไม่พูดไม่จา เป็นภาพที่ฉันเห็นจนชินตา คงเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการสอนเด็กนักเรียนมาทั้งวัน ปีนี้พ่อดูแก่ขึ้นมาก ผมของพ่อเริ่มมีสีดอกเลาแซมขึ้นจนเห็นชัดเจน แขนที่ใช้จับชอล์กเขียนกระดานวันนี้ดูเหี่ยวลงถนัดตา สภาพร่างกายพ่อโรยรากว่าที่ฉันเคยสังเกตเห็น ฉันทำลายความเงียบบนรถด้วยการถามพ่อถึงเด็ก ๆ ที่โรงเรียน…รอยย่นที่ชิดติดกันบนหน้าผากพ่อคลายออก พ่อยิ้มตาหยีเล่าเรื่องเด็กให้ฟังด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ… เจ้าตัวแสบ เด็กนักเรียนหลังห้องที่พ่อสู้อุตส่าห์เคี่ยวเข็ญมานมนาน วันนี้สอบติดมหาวิทยาลัยได้ตามที่วาดฝันไว้แล้ว สร้างความปลื้มใจให้ครอบครัวได้ไม่น้อย แม่น้องหิ้วขนมนมเนยมาเต็มมือเพื่อมาขอบคุณพ่อฉันถึงที่โรงเรียน…พ่อบอกกับฉันว่า พ่อไม่เคยต้องการสิ่งตอบแทนอะไรจากเด็ก เพียงแค่ได้ส่งเขาไปให้ถึงฝั่งฝันเท่านั้นก็ถือว่าพ่อได้ทำหน้าที่ของครูอย่างเต็มกำลังแล้ว…พ่อเงียบไปพร้อมทิ้งรอยยิ้มเล็ก ๆ ไว้ที่มุมปาก อารมณ์ที่เปลี่ยนไปมาของพ่อแบบนี้ทำให้หลายครั้งฉันเองก็อดแปลกใจไม่ได้ จนกระทั่งไม่นานมานี้ ฉันมีโอกาสได้ไปสอนพิเศษที่สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่ง ไม่ปฏิเสธว่าเหตุผลเดียวที่ไปสอนก็เพียงเพื่อ “เงิน” ฉันไม่เคยหาเงินได้มากเท่านี้มาก่อนในชีวิต เหนื่อยแสนเหนื่อย แต่ยังดีที่ได้ค่าตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ […]

” เป็นสุขเมื่อมองสิ่งที่มี ” บทความดี ๆ จาก พระไพศาล วิสาโล

หวาง เหม่ยเหลียน เป็นโรคสมองพิการแต่กำเนิดนอกจากมีปัญหาในการเคลื่อนไหวแล้ว เธอยังพูดไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ…บทความดี ๆ จากพระไพศาล

4 วิธีการอันไม่บริสุทธิ์ในการปฏิบัติธรรม โดย พระอาจารย์ นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

4 วิธีการอันไม่บริสุทธิ์ในการปฏิบัติธรรม โดย พระอาจารย์ นวลจันทร์ กิตติปัญโญ สิ่งที่สะอาดเท่านั้นจึงจะสามารถไปทำให้สิ่งอื่นสะอาดได้  วิธีการอันไม่บริสุทธิ์ในการปฏิบัติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะทำให้สิ่งอื่นบริสุทธิ์ขึ้นได้ ถ้าตัวของตัวเองสกปรกเปรอะเปื้อนอยู่ แล้วจะไปทำให้สิ่งอื่นสะอาดหมดจดได้อย่างไร รังแต่จะเพิ่มความสกปรกเลอะเทอะให้กับสิ่งนั้น ๆ เท่านั้นเอง การปฏิบัติธรรมก็เหมือนกัน วิธีการ กระบวนการ หลักการ และปฏิบัติการในการปฏิบัติต้องขาวสะอาด ฉะนั้นการที่กิเลสเกิดขึ้น แล้วเราไปมีกิเลสกับกิเลส ไปมีอารมณ์กับอารมณ์ ไปมีเรื่องกับเรื่อง คือไปมีอะไรกับอะไร สุดแท้แต่ โดยเฉพาะวิธีการที่จะเข้าไปฆ่ากิเลส ไปดับอารมณ์ ไปทำอะไรให้เป็นอะไร เป็นต้น วิธีการอย่างนี้จัดได้ว่า เป็นวิธีการที่ “ไม่บริสุทธิ์” เรากำลังเล่นสกปรกเสียแล้ว ใช้วิชามารเสียแล้ว ไม่ Fair Play เสียแล้ว นี่คือสาวกของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่บริสุทธิ์หมดจดไปจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย แต่เหตุไฉนเล่า เหล่าบรรดาสาวกสาวิกาทั้งหลายจึงมีสภาพจิตใจเป็นเช่นนี้ หรือเป็นแค่เพียง “มือถือสากปากถือศีล” เท่านั้น เป็นผู้ดีจอมปลอมเท่านั้น เบื้องหน้าดูเหมือนทำดีมีคุณธรรม แต่เบื้องหลังกลับทำไม่ดี เล่นสกปรก (กับกิเลส) และถ้าเราใช้วิธีการที่ไม่บริสุทธิ์ แล้วเราจะเข้าถึงความสะอาดบริสุทธิ์หมดจดได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้หรอกท่าน เริ่มต้นก็ทำบาปทำอกุศลกรรมเสียแล้ว หลักคำสอนในโอวาทปาฏิโมกข์ที่พระศาสดาตรัสไว้ว่า […]

เจ. เค. โรว์ลิ่ง แม่มดใจบุญแห่งเกาะอังกฤษ

ใครจะนึกว่าวรรณกรรมเด็กในศตวรรษที่ 20 อย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ จะโด่งดังเทียบชั้นวรรณกรรมคลาสสิกได้สำเร็จ แถมตัวผู้เขียนยังกลายเป็นคนที่มั่งคั่งที่สุดบนเกาะอังกฤษไปแล้ว เจ. เค. โรว์ลิ่ง เจ. เค. โรว์ลิ่ง มีชื่อจริงว่า โจแอนน์ โรว์ลิ่ง (Joanne Rowling) แม้พ่อแม่จะเป็นชาวลอนดอนโดยกำเนิด แต่เพราะการที่แม่อุ้มท้อง 5 เดือนเข้าโบสถ์ไม่ใช่สิ่งที่คนยุค 60 ยอมรับได้ พ่อซึ่งเป็นราชนาวีจึงจำใจลาออก และย้ายครอบครัวมาตั้งรกรากในแถบชนบทแทน แม้จุดเริ่มต้นจะไม่สวย ฐานะไม่ร่ำรวย แต่ครอบครัวโรว์ลิ่งก็อบอุ่น พ่อแม่ให้ความสำคัญกับการศึกษา และชอบอ่านนิทานให้ ””โจ”„ และ ””ได”„ ลูกสาวฟัง เจ. เค. ในวัยเด็กมีบุคลิกเคร่งขรึม ชอบยกมือตอบในห้องเรียนไม่ต่างจากตัวละครเฮอร์ไมโอนี่ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ช่างฝันและร่าเริงเมื่ออยู่กับเพื่อนสนิท เจ. เค. ชอบแต่งนิยายที่มีเพื่อน ๆ เป็นตัวเอก ซึ่งแสดงถึงพรสวรรค์ด้านการเขียนซึ่งเป็นอาชีพในฝันของเธอ ขณะเรียนมหาวิทยาลัย เจ. เค. เลือกเรียนภาษาฝรั่งเศสตามคำแนะนำของพ่อ และตัดสินใจละทิ้งเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่มาชั่วชีวิตหลังจากเรียนจบ เธอพยายามมองหาโลกใบใหม่ของตัวเองที่เมืองแมนเชสเตอร์และลอนดอน แต่แล้วก็พบว่าต้องใช้ชีวิตลุ่ม ๆ […]

“สาโรจน์ ตั้งตฤษณกุล” จิตรกรไร้มือ เขาคือแรงบันดาลใจของทุกคน

สาโรจน์ ตั้งตฤษณกุล จิตรกรไร้มือ เขาคือแรงบันดาลใจของทุกคน สาโรจน์ ตั้งตฤษณกุล ครูสอนศิลปะ และจิตรกรไร้มือ เขาคือไอดอลของผู้พิการ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีร่างกายปกติอีกด้วย เขาคือบทพิสูจน์ว่าความพิการไม่ใช่อุปสรรค ปัจจุบันเขาเป็นศิลปินฝีมือเยี่ยม และสามารถสร้างผลงานมีมูลค่าถึงหลักแสนบาท อ.สาโรจน์พิการมาแต่กำเนิด ตอนเด็ก ๆ อ.สาโรจน์ ไม่ได้ชอบศิลปะเป็นพิเศษ พอเรียนจบ ม.3 ต้องเลือกเส้นทางว่าจะไปสายอาชีพหรือสายสามัญ แต่เนื่องจากร่างกายเป็นตัวบังคับ ทำให้ไม่สามารถเรียนพิมพ์ดีด หรือเรียนช่างเทคนิคพวกนั้นได้ จึงตัดสินใจเรียนศิลปะเพราะคิดว่า สามารถทำได้ดีกว่าทางเลือกอื่น ๆ เนื่องจากปกติต้องใช้สองมือเขียน จึงคิดว่าสำหรับการวาดรูปก็น่าจะใช้สองมือเขียนได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเรียนศิลปะ เมื่อมาเข้าเรียนที่วิทยาลัยอาชีวะลำปาง อ.สาโรจน์เรียนได้ที่โหล่ เพราะเรียนสู้คนอื่นไม่ได้ แรก ๆ ใช้ปลายแขนเขียนรูป แต่เพราะช่วงแขนสั้นทำให้ใบหน้าและสายตาไปชิดกับกระดาษเกินไป ภาพจึงออกมาไม่ดี เขาจึงหาวิธีเขียนด้วยมือข้างเดียว โดยใช้อุปกรณ์ช่วย คือเอาหนังยางรัดด้ามพู่กันกับเนื้อบริเวณปลายแขน เพราะใช้นิ้วเดียวถือพู่กันไม่ได้ หลังจากนั้นผลการเรียนจากอันดับบ๊วยก็ขึ้นมาติด 1 ใน 10 ของโรงเรียน จนได้เป็นตัวแทนของวิทยาลัยมาแข่งวาดภาพที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้นก็เป็นตัวแทนภาคเหนือมาแข่งที่กรุงเทพฯ แต่ก็ยังไม่ได้รางวัล จนกระทั่งขึ้นปี 3 ได้เป็นตัวแทนภาคเหนือมาแข่งอีกครั้ง คราวนี้ได้ที่ […]

keyboard_arrow_up