5 ความเชื่อผิดๆ ในการ ใช้ชีวิตคู่

บางเรื่องอาจจะดูเหมือนใช่แต่ก่อนจะปักใจ 5 ข้อต่อไปนี้คือความเชื่อเกี่ยวกับการ ใช้ชีวิตคู่ ที่อยากชวนคุณมาทบทวนความแน่ใจอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยคำว่า ”ฟันธง!

ความสำเร็จไม่ใช่ “ปลายทาง” แต่คือ “จุดเริ่มต้น” ของชีวิต ของ ตุ้ย – เกียรติกมล ล่าทา

เมื่อชีวิตดำเนินมาถึงจุดที่เรียกว่า“ความสำเร็จ” (ที่แต่ละคนวางไว้) บางคนอาจจะคิดว่า“นี่แหละคือปลายทางของฉัน” แต่สำหรับผู้ชายคนนี้แล้ว ทุกความสำเร็จที่ได้มากลับหมายถึง “จุดเริ่มต้น” ของชีวิต

เมื่อสิ่งที่เห็นไม่ใช่ความจริง ความเป็นจริงคือสิ่งที่เราไม่เชื่อ – พระอาจารย์ชาญชัย

เรื่อง พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญสิ่งที่เราเห็นหลายอย่างไม่ใช่ความจริง ขณะที่มีความจริงอีกหลายอย่างที่เราไม่เห็นสิ่งที่เราเชื่อหลายอย่างก็ไม่ใช่ความจริง

ชีวิตของลูกเลี้ยง ที่เหมือน ‘ตายทั้งเป็น’

ครั้งหนึ่งครอบครัวของฉันเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่หลังจากที่แม่เสียชีวิตและมีผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาในครอบครัวของเรา จึงได้รู้ว่า ชีวิตที่ตายทั้งเป็นนั้นเป็นอย่างไร ชีวิตของลูกเลี้ยง ฉันอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร พ่อมีอาชีพเป็นชาวประมง ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร ฉันมีพี่น้องทั้งหมด 12 คน  ฉันเป็นคนที่ 9 แต่น้อง 3 คนเสียชีวิตตั้งแต่เล็ก ๆ ฉันจึงกลายเป็นลูกสุดท้องไปโดยปริยาย ไม่นานหลังจากแม่เสีย พ่อก็พาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาอยู่ที่บ้าน เธอขายผักอยู่ในตลาด พ่อหลอกว่าอยู่ตัวคนเดียว เมื่อเธอรู้ความจริงว่าพ่อมีลูก 9 คน เธอไม่ได้ว่าอะไร กลับดูแลพวกเราเป็นอย่างดีด้วยซ้ำ ตอนฉันเป็นเด็ก เธอให้กำเนิดลูกชาย 2 คน คนโตส่งไปให้แม่เธอเลี้ยง ส่วนคนเล็กเธอเลี้ยงเอง ชีวิตของฉันดำเนินไปด้วยดี พี่ชายคนโตรับราชการเป็นครู ต่อมาแต่งงานจึงย้ายออกไปอยู่กับครอบครัวของตัวเอง ทุกอย่างในชีวิตมีแต่ความสุข จนกระทั่งวันที่พ่อและบรรดาพี่ชายทุกคนออกเรือไปในทะเลเป็นเวลาแรมเดือน เหลือเพียงฉันและพี่สาว เธอจึงแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา แม่เลี้ยงใช้เราทั้งคู่ทำงานบ้านทุกอย่าง เธอปลุกพวกเราตอนตีสามให้ลุกมาทำงาน ถ้าไม่ลุกจะโดนดึงหู เธอเคยดึงจนหูฉันฉีก ฉันเจ็บมาก อยากไปหาหมอ แต่ไม่มีเงิน เพราะแม่เลี้ยงไม่ให้ไป ฉันทำได้แค่เอาน้ำเกลือมาล้างแผล แม่เลี้ยงใช้แรงงานพวกเราราวกับทาสในเรือนเบี้ย ไม่ได้ดั่งใจก็ทุบตี บางทีก็จับขังไว้ในห้องนอน ให้อดข้าวอดน้ำหลายวัน ระหว่างนั้นพี่สาวของฉันมีชายหนุ่มเข้ามาติดพัน เธอทนที่โดนทำร้ายไม่ไหว จึงหนีตามชายหนุ่มคนนั้นไป เมื่อพ่อกลับมาจากการออกเรือไปหาปลา ฉันเล่าให้พ่อฟังว่าแม่เลี้ยงทำอะไรฉันบ้าง แล้วฉันก็แทบหัวใจสลาย พ่อไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด เพราะถูกแม่เลี้ยงเป่าหู ทุกครั้งที่พ่อออกไปทำงานคือช่วงเวลาที่ฉันถูกทำร้าย นอกจากงานในบ้านที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว แม้แต่เรื่องอาหารก็ได้กินแต่ของเหลือ ๆ อย่างถ้าแม่เลี้ยงซื้อเป็ดมากินกับญาติตัวเอง ก็กินเนื้อเป็ดจนหมดแล้วเหลือกระดูกไว้ให้ฉันกิน พอรองเท้านักเรียนของฉันขาด แม่เลี้ยงก็ไม่ซื้อให้ใหม่ ฉันต้องเก็บเงินซื้อทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าเอง เงินเก็บของฉันมาจากเงินที่แม่เลี้ยงให้วันละบาท ซึ่งให้บ้างไม่ให้บ้าง ถ้าพ่ออยู่เธอให้ห้าบาท ระหว่างเก็บเงิน ฉันต้องเอาถุงพลาสติกสวมแทนรองเท้าและพยายามเดินบนพื้นหญ้าจะได้ไม่ร้อนเท้า ตอนอยู่โรงเรียนฉันประทังความหิวโดยการดื่มน้ำจากแท็งก์น้ำของโรงเรียน เพราะต้องการเก็บเงินไว้ซื้อรองเท้าให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วเงินก็ไม่พอซื้อรองเท้าอยู่ดี หลังจากจบ ป.4 ฉันอยากเรียนต่อ ป.5 จะได้รู้ภาษาอังกฤษ เพราะสมัยนั้นเริ่มสอนภาษาอังกฤษกันตอน ป.5 ฉันอยากมีความรู้ไว้ติดตัวบ้างก็เท่านั้นเอง แต่แม่เลี้ยงตอบว่า “ผู้หญิงเรียนมากก็เหี้_มาก ไม่ต้องเรียนเดี๋ยวผัวก็เลี้ยง” ฉันจึงไม่ได้เรียนต่อ ต้องออกมาทำงานบ้าน เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ และเริ่มมีเงินเก็บพอสมควร ต่อมาแม่เลี้ยงเริ่มเล่นหวยหนักจนเงินหมด ก็มายืมเงินฉันไปเป็นทุนซื้อผักไปขายในตลาด ฉันก็ให้ไปและคิดว่าเดี๋ยวคงได้คืน วันหนึ่งฉันเพิ่งทำงานบ้านเสร็จ เหนื่อยมาก หิวจนตาลาย แต่แม่เลี้ยงไม่ให้กินข้าว ฉันโมโหหิวขว้างจานข้ามหัวพ่อที่กลับมาบ้านพอดี พ่อไม่เคยเห็นฉันเป็นแบบนี้จึงตวาดว่า “นี่มึงทำถึงขนาดนี้เลยหรือ” แล้วพ่อก็ตี ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นเล่าเรื่องที่ถูกแม่เลี้ยงกระทำ “ตอนเขาตีหนู พ่อเคยเห็นบ้างไหม พ่อเคยอยู่ดูแลหนูบ้างหรือเปล่า” ฉันพูดทั้งน้ำตา แล้วก็เล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้พ่อฟังอีกครั้งจนพ่อไปตีแม่เลี้ยง เพราะพ่อเห็นว่าทำกับฉันหนักเกินไป เมื่อพ่อต้องออกไปกับเรืออีกครั้ง แม่เลี้ยงก็แผลงฤทธิ์หนักขึ้น ฉันจึงทวงเงินที่เขายืมไปบ้าง เพราะคิดว่าจะไม่ยอมอีกแล้ว ปรากฏว่าเขาโกรธจัด จับฉันมัดข้อมือไว้กับเพดาน ตัวห้อยต่องแต่งอยู่กลางบ้าน จากนั้นเธอเดินไปหยิบหางกระเบนมาฟาดหลัง ตอนนั้นฉันใส่เสื้อคอกระเช้าบางเฉียบ แรงเหวี่ยงของหางกระเบนที่ฟาดมาทำให้เนื้อแตก หลังจากตีจนสาแก่ใจก็ไปเอาน้ำเกลือหนึ่งกะละมังมาสาดที่แผลสด ๆ ฉันเจ็บแสบทรมานมากจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ วันหนึ่งฉันไปขายผักแทนแม่เลี้ยงที่ตลาดและเจอเพื่อนบริเวณนั้น จึงขอให้เขาช่วยเขียนจดหมายถึงพี่ชายที่เป็นครูให้มารับไปอยู่ด้วยเพราะทนไม่ไหวแล้ว เมื่อพี่ชายได้รับจดหมายจึงรีบมารับทันที โดยที่แม่เลี้ยงก็ขัดขวางไม่ได้เพราะพี่ชายโตแล้ว เธอไม่กล้ายุ่ง เวลาผ่านไปจนฉันอายุ 14 […]

เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ “ฉันทำเพื่อความสุขของตัวเอง”

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่เด็กๆ ทุกคนต้องเจอก็คือ “โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร” เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์  คุณครูของเจี๊ยบ (เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ ) ก็ถามอย่างนี้เหมือนกันค่ะ เพียงแต่เด็กๆ ทุกคนต้องตอบคำถามด้วยภาพวาดค่ะ วันนั้นภาพของเจี๊ยบไม่เหมือนใครในห้องเลย…เพราะเจี๊ยบวาดภาพตัวเองเป็น “พยาธิ” อยู่ในท้องคุณแม่ ตอนเด็กๆ เจี๊ยบขี้เกียจมาก ไม่สนใจการเรียนแม้แต่น้อย ในหัวมีแต่ความคิดว่า “อยากสบาย” ซึ่งคิดไปคิดมาคงไม่มีอะไรดีไปกว่าเป็นพยาธิในท้องคุณแม่! เพราะนอกจากมีอาหารให้กินตลอดๆ แล้ว คุณแม่ยังไม่คิดจะกินยาถ่ายพยาธิอย่างเจี๊ยบออกจากท้องอย่างแน่นอน สุขกว่านี้มีอีกไหม…ความคิดของเจี๊ยบเลิศไหมล่ะ พอขึ้น ม.3 คุณแม่ก็จับเจี๊ยบไปดัดฟัน จำแม่นเลยว่าเวลาไปเปลี่ยนยางสีๆ หมอฟันแค่ใช้คีมบิดๆ ไม่กี่ทีก็ได้เงินเป็นพันแล้ว เจี๊ยบก็เริ่มเกิดความคิดว่า “หมอฟัน” ก็เป็นอาชีพที่ดีนะ งั้นเป็นหมอฟันดีกว่า จากนั้นเจี๊ยบก็ปฏิวัติตัวเองใหม่ หันมาตั้งใจเรียนเพื่อจะสอบเข้าหมอฟันให้ได้ เวลาผ่านไปจน ม.6 เจี๊ยบมีโอกาสได้ไปเข้าโครงการอยากเป็นหมอที่โรงพยาบาลเล็กๆ แห่งหนึ่ง แค่วันแรกที่ก้าวเข้าไปในโรงพยาบาล ภาพผู้คนสีหน้าอมทุกข์ คนนั้นปวดท้อง คนนู้นเจ็บแผล เพราะทุกคนต้องรอหมอที่มีแค่ 2 คน สิ่งที่ได้พบเจอในวันนั้นกระแทกใจเจี๊ยบอย่างแรง อยากช่วยใจจะขาด แต่ติดว่ายังทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ในที่สุดเจี๊ยบตัดสินใจเดินหลบออกไป ใจก็คิดไปพลางว่า จะทำยังไงให้คนเหล่านี้ไม่ต้องทุกข์ […]

การให้ทานที่ได้ผลสมบูรณ์ โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

ครั้งที่แล้วได้กล่าวถึงการให้ทานอย่างไร จึงจะถือว่าเป็นการทำบุญอย่างสมบูรณ์ คราวนี้เราก็มาตรวจสอบตัวเองว่า ทานของเรา ได้ผลสมบูรณ์ ไหม โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ให้พิจารณาเริ่มตั้งแต่ด้านจิตใจว่าเจตนาของเราดีไหม

“ประตูสู่ธรรม” เมื่อทุกข์และธรรมใกล้ชิดกันราวกับฝาแฝด บทความจาก พระไพศาล วิสาโล

ทุกข์นั้นชวนให้รู้สึกหม่นหมอง ขณะที่ธรรมให้ความรู้สึกโปร่งเบา  สว่างไสว  อยากเข้าใกล้แต่ในความเป็นจริง  ทุกข์กับธรรมนั้นใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง  ราวกับฝาแฝดก็ว่าได้

5 ข้อคิดง่าย ๆ เพื่อเอาชนะใจตนเอง โดย คุณพศิน อินทรวงค์

เอาชนะใจใคร ก็ไม่ยากเท่าเอาชนะใจตัวเองหรอกค่ะ จริงไหม สำหรับผู้ที่ต้องการเอา ชนะใจตนเอง มาดู 5 ข้อคิดนี้ได้เลยค่ะ อ่านจบแล้วอย่าลืมนำไปปรับใช้กับตัวเองนะคะ

“ความดีไม่มีขอบเขต” บทเรียนครั้งสำคัญของ เบนซ์ – พรชิตา ณ สงขลา

“ไม่เอาเปรียบคนอื่น ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน มีน้ำใจกับคนรอบข้าง ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร” เบนซ์ - พรชิตา ณ สงขลา กล่าวถึงการทำความดีในทัศนะของเธออย่างง่ายๆ  ก่อนจะเล่าย้อนกลับไปถึงต้นแบบเรื่องความดีที่ใกล้ตัวเธอที่สุด ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น “คุณแม่” ของเธอนั่นเอง

โปรดิวเซอร์ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ กับ เส้นทางชีวิตพาให้เขาเปลี่ยนแปลง

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร นักดนตรีหนุ่มผู้มุ่งมั่น ดีกรีแชมป์เปียโนระดับโลกและทายาทศิลปินวงแกรนด์เอ็กซ์ เขากลายเป็นหนึ่งในกรรมการอารมณ์ดี

อย่ามัวทุกข์ จนลืมสุขในปัจจุบัน

คนอื่นทำให้เราเจ็บหรือเป็นทุกข์ได้เพียงครั้งเดียว แต่เป็นตัวเราที่ชอบทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยการหวนกลับไปคิดเรื่องเดิมๆ ที่ผ่านมาแล้วในอดีต พระไพศาล วิสาโล ได้พูดถึงการอยู่กับปัจจุบันเอาไว้ว่า คำว่าอยู่กับปัจจุบันมีความหมายหลายแง่มุม อย่างที่พวกเราสวดมนต์คือการไม่ไปหมกมุ่นกับอดีตหรือความทรงจำที่ผ่านไปแล้ว และไม่ไปกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อีกแง่หนึ่งคือการยอมรับสภาพความเป็นจริง ปัจจุบันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบก็ปฏิเสธไม่ได้ ถ้าเราไม่ชอบเราก็จะทุกข์ใจ อย่ามัวทุกข์ จนลืมความสุขในปัจจุบัน

“ซักรองเท้าของเธอซะ” ปริศนาธรรมสำคัญที่จะทำให้คุณหันกลับมามองชีวิตตัวเอง

จำเป็น ปริศนาธรรม ไว้ว่า ซักรองเท้าของเธอซะ ซักแล้วตากทันที อย่าหวังว่าวันพรุ่งนี้จะมีเวลามากพอสำหรับทำโน่นทำนี่เพราะบางทีเราได้แค่หวัง

มหัศจรรย์แห่งความกตัญญู

ฉันชอบคํากล่าวที่ว่า “Be wise enough not to trust in miracles but be foolish enough to believe in one.” หรือ “จงฉลาดพอที่จะไม่งมงายในความมหัศจรรย์แต่จงโง่เขลาพอที่จะเชื่อว่ามันมีอยู่จริง” เพราะการที่คนเรามีความเชื่อในอะไรที่อยู่เหนือธรรมชาติ หรือพิสูจน์ไม่ได้ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ก็ทําให้เรามีความหวังว่าจะมีอะไรที่แปลกประหลาดหรือมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับเราได้ โดยเฉพาะเมื่อเรากําลังตกอยู่ในความทุกข์หรือหมดหวังในชีวิต ความกตัญญู ฉันเองเคยอยู่ในภาวะนั้น เมื่อแม่ซึ่งมีสุขภาพแข็งแรงต้องประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนกลายเป็นอัมพาตทั้งตัวภายในชั่วข้ามคืน ฉันพยายามทําทุกวิถีทางที่จะไม่ให้แม่ต้องพิการไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือไสยศาสตร์ ฉันไม่เคยยอมจํานนต่อคําตัดสินของหมอคนไหน และคิดเสมอว่าต้องมีทางอื่นที่เป็นไปได้ ฉันจึงพาแม่ไปรักษาทุกโรงพยาบาลที่ใครบอกว่ามีหมอเก่งทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ทําบุญสะเดาะเคราะห์และอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วทุกหัวระแหง…แต่ปาฏิหาริย์ก็ไม่มีจริงสําหรับแม่ ฉันจึงได้แต่คิดว่าคงเป็นกรรมเก่าที่แม่ทําไว้ชาติที่แล้ว เพราะชาตินี้แม่เป็นคนที่ดีที่สุดในสายตาของทุกคน ถึงแม้จะหมดหวัง แต่ฉันก็ไม่เคยท้อแท้ที่จะดูแลแม่และทําชีวิตที่เหลืออยู่ของแม่ให้มีคุณภาพที่สุด เพราะแม่ยังสมองดีและรับรู้ทุกอย่าง ระยะแรกฉันไปหาแม่ทุกวันที่ทําได้ ไม่ว่าแม่จะต้องไปรักษาตัวอยู่ไกลแค่ไหน บางครั้งฉันต้องขับรถไปถึงต่างจังหวัดเพื่อดูแลแม่ แล้วก็กลับมาเยี่ยมพ่อที่อีกโรงพยาบาลหนึ่ง ในช่วงที่พ่อล้มเจ็บเพราะไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ ฉันต้องทําทุกอย่างคนเดียว เนื่องจากตอนนั้นน้องคนหนึ่งอยู่ต่างจังหวัดและอีกคนอยู่ต่างประเทศ บางวันฉันเหนื่อยจนต้องร้องไห้ขณะขับรถ เพราะไม่อยากให้พ่อแม่เห็นฉันอ่อนแอ แต่ก็ไม่เคยนึกเบึ่อที่จะทําสิ่งเหล่านี้ ตรงกันข้าม ฉันภูมิใจและมีความสุขที่ได้ดูแลคนที่ฉันรักและรักฉันมากที่สุด น่าเสียดายที่พ่อมาด่วนจากฉันเร็วเกินไป ฉันเสียใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อคิดว่าควรจะได้ตอบแทนพระคุณท่านมากกว่านี้ ฉันตั้งใจไว้ว่าจะไม่ให้ตัวเองต้องรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทําอะไรจนสุดความสามารถอีก เมื่อแม่ออกจากโรงพยาบาล ฉันจึงดูแลเอาใจใส่ท่านอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทําได้ พาท่านไปทุกหนทุกแห่งเพื่อให้ท่านคลายทุกข์ ถึงแม้บางแห่งจะลําบากมากสําหรับคนพิการ […]

เชียร์มวย กรรมหนักที่คุณอาจคาดไม่ถึง

เชียร์มวย เป็นความสนุกเพียงชั่วครู่ที่สร้างความเจ็บปวดให้กับนักมวยมาแล้วมากมาย บางครั้งกรรมก็ติดจรวดไล่ตามมาทันโดยที่เราไม่ได้เตรียมใจ

เหตุผลที่เราทุกคนควรมี “ คนข้างๆ ”

แทบทุกคนต้องเคยผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกอ่อนล้า สิ้นหวังในการทำสิ่งใดๆ มาบ้าง เมื่อถึงช่วงเวลานั้นเราแทบทุกคนต่างต้องการกำลังใจจาก คนข้างๆ 

ความงามในแบบของ ออเดรย์ เฮปเบิร์น

หากปรารถนาจะมีริมฝีปากที่ดึงดูดใจ จงกล่าวถ้อยคำอันเปี่ยมด้วยเมตตา ออเดรย์ เฮปเบิร์น หากปรารถนาจะมีดวงตาอันงดงาม จงมองเห็นความดีในตัวผู้อื่น หากปรารถนาจะมีรูปร่างอันงามระหง จงเอื้อเฟื้อแบ่งปันอาหารแก่ผู้หิวโหย หากปรารถนาเส้นผมงามสลวย จงปล่อยให้เด็กน้อยลูบไล้เส้นผมของคุณวันละครั้ง… นี่เป็นบางส่วนจากบทกวี Time Tested Beauty Tips (เคล็ดลับความงามอย่างยั่งยืน) ของ แซม เลอเวนสัน ที่ ออเดรย์ เฮปเบิร์น อดีตเจ้าหญิงแห่งฮอลลีวู้ด ต้นแบบความงามอย่างอ่อนเยาว์แห่งยุคทศวรรษ 1950 มักยกมาสอนลูกๆ และเตือนใจสาวๆ ไม่ให้ยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอกที่มีแต่จะร่วงโรยตามกาลเวลา เพราะความงามอันแท้จริงควรสะท้อนมาจากจิตวิญญาณภายในอันเปี่ยมด้วยความรัก การให ้ และการแบ่งปัน     หลายคนอาจจดจำอดีตดาราสาวเอวบางร่างน้อยผู้นี้ในฐานะหนึ่งในสตรีที่สวยที่สุดในโลกตลอดกาล แต่ใครจะรู้ว่าตัวจริงของเธอนิยมใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เน้นที่สวมสบายไม่เป็นทางการ ชอบใช้ชีวิตอย่างสงบกับครอบครัวในบ้านหลังเล็กๆ มากกว่าในคฤหาสน์ ชอบเลี้ยงสัตว์และอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ เฮปเบิร์นผู้ไม่เคยมองว่าตัวเองมีเสน่ห์ดึงดูดใจเคยให้สัมภาษณ์ว่า ””ใครๆ ก็มีรูปลักษณ์อย่างฉันได้ แค่ตัดผมสั้น สวมแว่นกันแดดอันใหญ่และชุดกระโปรงแขนกุดตัวเล็กๆ„”     เจ้าของรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จาก Roman Holiday (1953) ผู้นี้เป็นคนร่าเริง ขี้เล่น […]

“โชคดี” สร้างได้ …ไม่ต้องรอโชคชะตา

โชคดี สร้างได้ …ไม่ต้องรอโชคชะตา โชคดี สร้างได้ – ผู้คนส่วนใหญ่หากทำอะไรแล้วล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ ก็มักจะ “อ้าง” ว่าเป็นเพราะโชคชะตากำหนด  ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว  โชคจะดีหรือไม่  เราสามารถสร้างหรือกำหนดขึ้นได้ด้วยตัวเอง ศาสตราจารย์ริชาร์ด  ไวส์แมน (RichardWiseman) แห่งสถาบันจิตวิทยา  มหาวิทยาลัยเฮิร์ตฟอร์ดเชียร์ (University of Hertfordshire)  อังกฤษ ผู้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ความโชคดี” มานับสิบปีได้ข้อสรุปว่า “ความโชคดีไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่มักจะเกิดขึ้นกับคนที่มีลักษณะพิเศษ” คนลักษณะพิเศษที่พูดถึง ได้แก่ ผู้ที่มีทักษะในการสร้างโอกาสและมองเห็นโอกาส  ผู้ที่ตัดสินใจอย่างชาญฉลาดโดยไม่ได้อาศัยแค่บรรทัดฐานของตนเองเพียงอย่างเดียว  มีความคาดหวังในด้านบวก และมีทัศนคติที่ยืดหยุ่น  นอกจากนั้นยังพบว่า  ผู้คนที่อับโชคมักเป็นคนเคร่งเครียด มองโลกในแง่ร้าย  ไม่กล้าเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ สนใจแต่เรื่องเดิม ๆ  สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้พวกเขามักจะพลาดโอกาสต่าง ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อศาสตราจารย์ริชาร์ดทดลองให้ผู้คนที่อับโชคเข้ารับการฝึกฝนคุณลักษณะต่าง ๆ ของคนที่โชคดีเป็นเวลาหนึ่งเดือน  ผลการทดลองก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า  อาสาสมัครกว่าร้อยละ 80 รู้สึกว่าตนเองเริ่มโชคดีมากขึ้น 10 อุปนิสัยแห่งความโชคดี ดักลาส  มิลเลอร์ (Douglas Miller)  นักเขียน นักพูด นักฝึกอบรม  และโค้ชด้านอาชีพชื่อดัง  เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งเชื่อว่า  โชคดีไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ เขาเขียนหนังสือ “THE LUCK HABIT” ซึ่งระบุถึงปัจจัยแห่งความโชคดีไว้ดังนี้คือ 1 รู้จักตนเอง รู้ว่าอะไรที่สำคัญกับชีวิตบ้างเพื่อจะได้ทุ่มเทใช้ชีวิตไปให้ถูกทาง 2  มีเป้าหมาย ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้เกิดแรงจูงใจและมีทิศทางในการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน 3  กระตือรือร้น สดชื่นอยู่เสมอ ใส่ใจกับทุกสิ่งที่ทำ อยากรู้อยากเห็นสนใจเปิดรับเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆเสมอ 4 เชื่อมั่น “ทำได้”  และ “จะทำ” การมีความรู้และทักษะต่าง ๆ แม้จะก่อให้เกิดความมั่นใจ  แต่ยังไม่พอ  ต้องสร้างแรงจูงใจว่า “อยากทำ” ด้วย  เพราะความเชื่อมั่นและแรงจูงใจจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิต 5 อย่าขี้เกียจ ต้องทำงานหนัก  การทำงานหนักหมายถึงหมั่น “ตรวจสอบ” ตัวเองอยู่เสมอว่ามีอะไรที่ต้องปรับปรุงหรือพัฒนา  จากนั้นจึงฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ นั้นให้เชี่ยวชาญ 6 อย่ากลัวอย่ากังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิด เพราะความกดดันอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้  คิดไว้เสมอว่า  ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้โดยการจัดการอย่างมีสติและเป็นขั้นเป็นตอน 7 ล้มบ้างก็ได้  แพ้บ้างก็ดี เรียนรู้จากความล้มเหลวหรือความพ่ายแพ้เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำอีก 8 เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น ให้คิดว่าทั้งคำชมและคำวิจารณ์  ถือเป็น “ของขวัญ” และ “โอกาส” ในการพัฒนาตนเอง 9 สัมพันธภาพเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่หมั่น “สร้าง” ให้เพิ่มขึ้น  แต่ต้องหมั่น“รักษา” สิ่งที่มีอยู่ไม่ให้ขาดหาย  ยิ่งคุณรู้จักผู้คนมากเท่าไหร่  ก็ยิ่งเป็นประโยชน์มากเท่านั้น 10 มองเห็นโอกาส ไม่รอให้โอกาสมาหา  แต่ขวนขวายสร้างโอกาสให้ตัวเอง  ขณะเดียวกันต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ อยู่เสมอ  เช่นพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะเพื่อสร้างโอกาสนั้นให้เป็นจริง  อย่าสร้างอุปสรรคปลอม ๆ มาบั่นทอนความมั่นใจของตนเอง เช่น  ฉันทำไม่ได้หรอก  ฉันไม่เก่ง “คนที่มีอุปนิสัยแห่งความโชคดีจะให้ความสำคัญกับการสร้างความโชคดีเสมอ และไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลยอย่างแน่นอน ”   เรื่องจาก : นิตยสาร Secret […]

“มด” ตัวนิด แต่ชีวิตไม่น้อย เรื่องราวกฎแห่งกรรม จากผู้อ่าน

เรื่องราวกฎแห่งกรรม นี้มีอยู่ว่า ถึงแม้ มด จะเป็นเพียงชีวิตเล็กๆ แต่มนุษย์ก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนโลกใบนี้เช่นกัน เราล้วนอยู่ในโลกแห่งกรรม

keyboard_arrow_up