ตั๊ก บงกช มอบเจลให้โรงพยาบาลและมูลนิธิ ขอไม่เผยยอดเงินบริจาค

ตั๊ก บงกช มอบเจลให้โรงพยาบาลและมูลนิธิ ขอไม่เผยยอดเงินบริจาค ตั๊ก บงกช  คงมาลัย เป็นอีกหนึ่งคนดังที่ใจบุญชอบช่วยเหลือสังคมเสมอ ล่าสุดได้มอบเจลและบริจาคเงินให้โรงพยาบาลและมูลนิธิต่าง ๆ หลายแห่งที่ขาดแคลนของใช้จำเป็นในการป้องกันดูแลตัวเองในช่วงโรคโควิด-19 กำลังระบาด     ดาราสาวได้โพสต์ภาพเจลล้างมือจำนวน 490 หลอด ที่จัดส่งมอบให้โรงพยาบาลและมูลนิธิต่าง ๆ และระบุข้อความว่า   “ตั๊กขอบริจาคเจลล้างมือ 490 ขวด ขอขอบคุณผู้ร่วมบุญทุกท่านนะคะ หวังว่าทุกโรงพยาบาลจะได้เจลล้างมือของตั๊ก เพราะว่าตั๊กไม่ได้ไปเอง🙏🏻🙂” 1. โรงพยาบาลรามาธิบดี 70 ขวด 2. โรงพยาบาลศิริราช 70 ขวด 3. โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาการุณย์ 70 ขวด 4. โรงพยาบาลเด็ก 70 ขวด 5. โรงพยาบาลสงฆ์ 70 ขวด 6. มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย 30 ขวด 7. มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญาบ้านเฟื่องฟ้า นนทบุรี 55 […]

เจ้าของบ้านใจบุญ วางอาหารแห้งไว้หน้าบ้านเพื่อตอบแทนน้ำใจพนักงานเก็บขยะ

เจ้าของบ้านใจบุญ วางอาหารแห้งไว้หน้าบ้านเพื่อตอบแทนน้ำใจพนักงานเก็บขยะ เจ้าของบ้านใจบุญ จัดอาหารแห้งและเครื่องดื่มไว้เป็นชุด ๆ เพื่อมอบให้กับพนักงานเก็บขยะ โดยวางไว้บนประตูรั้วหน้าบ้าน และวางป้ายที่เขียนข้อความไว้ว่า   “ให้พวกพี่นะคะพนักงานเก็บขยะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ขอตอบแทนน้ำใจพวกพี่ที่ดูแลพวกเรามาเสมอ ช่วงนี้มีโรคระบาดโควิด-19 เศรษฐกิจก็ย่ำแย่มาก ขอให้ดูแลรักษาตนให้ดีให้ปลอดภัย สู้ไปด้วยกัน ปล.นับถือในทุกอาชีพ”   ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ  Phimonwan Silpvisessen  ได้โพสต์ภาพห่ออาหารแห้งและเครื่องดื่มพร้อมป้ายข้อความ โดยระบุว่า   “วันนี้ รถขยะเข้ามาเก็บ เป็นโอกาสดี ที่จะได้ ตอบแทน พวกพี่เค้าบ้าง ที่ผ่านมา อยากเจอ พวกพี่เค้ามาก แต่ตื่นไม่ทันเค้าจริง ๆ ก็พี่เล่นมาซะตี 5 น้องยังนอน…อยู่เลย ขออนุญาต เขียนโน้ต ไว้ให้แล้วกัน เอาชัดชัดให้เห็นเตะตาขอบคุณที่ดูแล พวกเรา มาตลอด เป็นอย่างดี อาชีพนี้ ไม่ใช่ว่าทุกคน จะทำได้ ต้องมีใจด้วย เพราะต้องเสี่ยง กับเชื้อโรค และอะไรหลายอย่าง ทั้งเศษมีด ทั้งเศษแก้ว ไม้เสียบลูกชิ้น […]

ร้านทำป้ายในนครพนม ผลิตหน้ากากใสหมื่นชิ้นมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ฟรี

ร้านทำป้ายในนครพนม ผลิตหน้ากากใสหมื่นชิ้น มอบให้บุคลากรทางการแพทย์ฟรี เหตุเพราะหน้ากากอนามัยหาซื้อยาก เจ้าของร้านนครองค์เจ็ท ร้านทำป้ายสื่อโฆษณาในอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จึงผลิตหน้ากากใสให้ลูกจ้างใส่ในขณะทำงาน ไป ๆ มา ๆ จึงคิดทำแจกหน่วยงานทางการแพทย์ด้วย เจ้าของร้านคือ น.ส.ลัดดาวัลย์ คำสงค์ อายุ 43 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ร้านแห่งนี้เปิดรับทำป้ายทุกชนิดมานาน 10 ปี มีลูกน้อง 18 คน ช่วงที่ไวรัสกำลังแพร่ระบาดในเวลานี้ ทำให้หาซื้อหน้ากากอนามัยได้ยากและมีราคาแพง  ลูกน้องต้องใช้สวมใส่ทำงานในห้องแอร์ทุกวัน มีอยู่วันหนึ่งดูรายการโทรทัศน์เป็นการสาธิตวิธีทำหน้ากากใส จึงปิ๊งไอเดียทำให้ลูกน้องใส่แทนหน้ากากอนามัยที่ขาดแคลนอย่างหนัก     หลังจากนั้นก็มีความคิดว่าเราทำให้ลูกน้องใส่ได้ ก็น่าจะทำแจกลูกค้าที่มาทำป้าย และมีความคิดทำแจกบุคลากรทางการแพทย์ จึงชักชวนลูกน้องใช้เวลาว่างทำหน้ากากใสด้วยเงินทุนของเธอเอง และนำร่องแจกที่โรงพยาบาลศรีสงคราม บ้านเกิดก่อน 50 ชิ้น และทำแจกโรงพยาบาลนครพนม สำนักงานสาธารณสุขนครพนม และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (รพ.สต.) ในพื้นที่ อ.เมืองนครพนม 13 แห่ง สำหรับหน่วยงานหรือร้านค้า ที่ประสงค์จะให้ผลิตหน้ากากใส ทางร้านจะผลิตให้ฟรี แต่ขอให้ซื้อวัสดุอุปกรณ์ เช่น ฟองน้ำชิ้นละ […]

นางเอกใจบุญ บริจาคเงินล้านสมทบทุนช่วยโรงพยาบาลสู้ภัยโควิด-19

นางเอกใจบุญ บริจาคเงินล้านสมทบทุนช่วยโรงพยาบาลสู้ภัยโควิด-19 เบลล่า-ราณี แคมเปน นางเอกใจบุญ โพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวเชิญชวนร่วมแคมเปญ #Gowith20 ชวนคนไทยบริจาคเงินคนละ 20 บาทเข้าโครงการเพื่อฮีโร่ไทยสู้โควิด-19 แต่จริง ๆ แล้วเธอยังบริจาคเงินอีก 2,500,000 บาทให้แก่ 5 หน่วยงานทางการแพทย์ ได้แก่ ศิริราชมูลนิธิ (ศิริราชสู้ภัยโควิด) , มูลนิธิรามาธิบดี, มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า, สถาบันบำราศนราดูร  และ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (กองทุนบริจาค)  เพจ WeirBellafamily ครอบครัวเวียร์เบลล่า ได้เปิดเผยเรื่องนี้ โดยโพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า   “#เบลล่าราณี บริจาค 2.5 ล้านบาท ให้หน่วยงานทางการแพทย์ จำนวน 5 ที่ดังนี้ ศิริราชมูลนิธิ (ศิริราชสู้ภัยโควิด) จำนวน 500,000 บาท , มูลนิธิรามาธิบดี จำนวน 500,000 บาท , มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า จำนวน 500,000 […]

ทีมแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลยะลายอมสละเวลากินข้าว นั่งทำชุดป้องกันใช้เอง

ทีมแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลยะลา ยอมสละเวลากินข้าว นั่งทำชุดป้องกันใช้เอง ในขณะที่เชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาด ทำให้บุคคลผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนัก โรงพยาบาลในหลายพื้นที่จึงเริ่มขาดแคลนอุปกรณ์ทำการรักษา และชุดในการปฏิบัติหน้าที่ ล่าสุดได้มีการแชร์ภาพของ ทีมแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลยะลา กำลังนั่งทำชุดป้องกันไว้ใช้เอง ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สุนิสา มาลัยเพชร ได้โพสต์ภาพของทีมแพทย์พยาบาลกำลังช่วยกันทำชุดป้องกันไวรัส โดยระบุข้อความว่า   ในขณะที่พวกคุณสังสรรค์ ไปนั่งร้านชาบูสบายใจ ออกจากบ้านโดยไม่ทำตามคำแนะนำของทีมแพทย์พยาบาล ปกปิดข้อมูลที่แท้จริง พวกเราชาวห้องผ่าตัดเอาเวลาทานข้าวที่มีเพียงน้อยนิด มาช่วยกันทำชุดป้องกันเพื่อช่วยพวกคุณ #มันยุติธรรมแล้วหรือ #เสียสละจนกว่าจะเสียชีวิต     หลังจากนั้นชาวโซเชียลต่างเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจมากมาย และขอบคุณที่ทุกคนทำงานเพื่อประชาชนด้วยความเสียสละ คอมเมนต์ดี ๆ เหล่านี้ทำให้คุณสุนิสาซาบซึ้งใจและได้โพสต์ขอบคุณในเวลาต่อมาว่า   ในนามตัวแทนของเจ้าหน้าที่รพ.ยะลา ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ส่งกำลังใจมาให้ในทุก ๆ รูปแบบ วัตถุประสงค์ของโพสต์เมื่อวานคือ อยากให้ทุกท่านอยู่กับบ้าน ทำตามคำแนะนำของทีมแพทย์ พยาบาล ให้ความร่วมมือในการรักษา ไม่ปกปิดข้อมูลที่แท้จริง สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ตอนนี้เราได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในกระทรวงตลอดค่ะ แต่ก็อย่างที่เราทราบและเห็นว่าแนวโน้มของโรคในระยะเวลาต่อไปข้างนอกมันมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้น หากพี่น้องเราไม่ช่วยกัน ประกอบกับทางทีมห้องผ่าตัดเรามีความยินดี และเต็มใจที่จะช่วยกันผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อช่วยประหยัดงบและเตรียมไว้ใช้ในยามที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ขาดแคลนในภายภาคหน้าค่ะ #โอ๋ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านจากหัวใจที่เข้าใจความเหนื่อยยากและลำบากของคนสาธารณสุข #ขอบคุณที่หยุดอยู่บ้านเพื่อเรา #ขอบคุณที่เสียสละเวลาแห่งความสุขกับเพื่อนฝูงและคนที่คุณรักในการร่วมสังสรรค์ #ขอบคุณที่หยุดพักทานอาหารในร้านอาหารที่ถูกปากถูกใจ […]

ใช้ตัวตน… เพื่อลดตัวตน ธรรมะดี ๆ โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ใช้ตัวตน… เพื่อลดตัวตน ธรรมะดี ๆ โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ในท่ามกลางการจากพราก…มีการเกิดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการเกิดที่ท้าทายตัวเองมากว่า… จะอยู่กับอะไร…จะอยู่กับใคร…และ…จะอยู่อย่างไร เพราะการอยู่ในวิถีชีวิตที่ไม่มีความคุ้นเคยอีกต่อไปแล้วนั้น ต้องอาศัยการพิสูจน์ให้ได้ว่า แม้สิ่งที่เรารักหรือคนที่เรารักจะจากไป แต่ความรักในสิ่งนั้น ความรักของคนคนนั้นที่อยู่ในตัวเรายังคงอยู่ จึงทําให้ข้าพเจ้าใช้ชีวิตอย่างเกิดอีกครั้งหนึ่งบนเส้นทางที่เลือก เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นการนําพาชีวิตของตัวเองเข้าไปเรียนรู้ในสิ่งที่แม่เคยอยู่ เคยเป็น นั่นคือการสมัครเข้าเรียนวิชาชีพครู แต่ในที่สุด อาชีพครูก็ไม่ใช่สิ่งที่ได้ทํา เพราะในใจกลายกลับ…และก่อเกิดความใฝ่ฝัน ความทะเยอทะยานอยากที่จะเป็นในสิ่งที่ใจต้องการและต้องเป็นให้ได้ การเกิดอีกครั้งในวงการนางแบบจึงเริ่มขึ้น ก้าวแรกสู่วงการ มันคือความหอมหวาน ความสนุกสนาน มันคือของใหม่ในสถานที่ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย จึงต้องอาศัยการฝึกฝนและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ผู้คนใหม่ ๆ ทั้งหมด ที่สําคัญ…ต้องอยู่ให้ได้ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงมาก แต่ด้วยอุปนิสัยที่แม่บ่มเพาะไว้ให้ คือ การไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร และไม่มีใครควรค่าแก่การเกลียดชัง จึงทําให้ข้าพเจ้าอยู่ในสังคมของการเอาตัวตนออกไปนําเสนอสิ่งต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า แฟชั่น ข้าวของ ได้อย่างมีแต่ละก้าวที่ต้องเรียนรู้กับการชั่งใจตัวเอง ณ ที่นั้น โอกาสมีเสมอสําหรับการก้าว แต่ถ้าก้าวอย่างไม่ระมัดระวัง การก้าวนั้นก็จะผิดพลาด เพราะฉะนั้นการก้าวอย่างมีสติปัญญาจึงเป็นก้าวที่สําคัญมากสําหรับคนที่กําลังจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตัวเอง และต้องตัดสินใจเลือก… และเมื่อตัดสินใจเลือก […]

ร้านโอชินข้าวมันไก่ใจดี ให้คนตกงานจากสถานการณ์โควิด-19 กินฟรี

ร้านโอชินข้าวมันไก่ ใจดี ให้คนตกงานจากสถานการณ์โควิด-19 กินฟรี ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ ทุกคนต่างหันหน้าเข้าหากันและช่วยเหลือกันตามกำลังที่มี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pluethipol Prachumphol ได้ไปพบ ร้านโอชินข้าวมันไก่ ติดป้ายหน้าร้านให้คนตกงานจากสถานการณ์โควิด-19 กินฟรี รู้สึกประทับใจจึงถ่ายรูปและนำมาโพสต์โดยระบุข้อความว่า   “สังคมที่อบอุ่น … สังคมที่เกื้อกูล … สังคมที่เราจะไม่ทิ้งใครให้หมดหนทาง … เราสร้างได้ครับ * ขอให้กุศลผลบุญจากความเมตตาที่ #ร้านโอชินข้าวมันไก่ ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามที่ตกทุกข์ได้ยากนี้ นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรื่องสู่ร้านโอชินข้าวมันไก่สืบไปครับ สาขา พรานนก สาขา ตัดใหม่ราชพฤกษ์-ศิริราช สาขา จรัญสนิทวงศ์ 37 สาขา พาณิชย์ราชดำเนิน สาขา ปั้มบางจาก สาขา ถนนกาญจนาภิเษก สาขา ปิ่นเกล้า”     ชาวโซเชียลต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความมีน้ำใจกันอย่างมากมาย และอวยพรขอให้เจ้าของร้านค้าขายรุ่งเรืองต่อไป ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ   ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก  เฟซบุ๊ก  Pluethipol Prachumphol Secret Magazine (Thailand) […]

ก้อง ห้วยไร่ มอบรถฉุกเฉินให้รพ.ใช้ขนย้ายผู้ป่วยโควิด-19

ก้อง ห้วยไร่ มอบรถฉุกเฉินให้รพ.ใช้ขนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 อีกหนึ่งคนในวงการบันเทิงที่มักจะออกมาช่วยเหลือสังคมเสมอ นักร้องชื่อดัง ก้อง ห้วยไร่ ได้ส่งมอบรถให้โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โดยได้โพสต์รูปภาพและข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า   “ก้าวตามฮอย ซอยบ้านเกิด” โครงการเล็ก ๆ ที่รวมตัวกันเพื่อหารายได้มอบให้โรงพยาบาลทั่วภาคอีสาน วันนี้ได้ส่งมอบรถ AMBULANCE ให้โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย เพื่อใช้ในการขนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ขอบคุณทุกบาทที่ช่วยกันบริจาค ขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้อง จังหวัดต่อไป COVID – 19 หายเมื่อไหร่ เจอกันครับ     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ก้อง ห้วยไร่ ได้บริจาคเงิน 100,000 บาท เพื่อซื้อหน้ากากอนามัยให้กับแพทย์และพยาบาลมาแล้ว สังคมไทยกำลังต้องการความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวช่วยเหลือกันแบบนี้ ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ   ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  เฟซบุ๊ก ก้อง ห้วยไร่ Secret Magazine (Thailand) บทความน่าสนใจ พระวัดราษฎร์ฯ ตัดเย็บหน้ากากอนามัยแจกญาติโยม ป้องกันโควิด-19 วิทยาลัยเทคนิคราชบุรีใจดี ตัดเย็บหน้ากากอนามัยแจกฟรี คนดังโคราชเสนอโรงแรมให้รัฐเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสู้โควิด-19 […]

เมื่อตำรวจใจดีแบ่งอาหารกลางวันกินกับคนเร่ร่อน กลายเป็นภาพสุดประทับใจ

เมื่อตำรวจใจดีแบ่งอาหารกลางวันกินกับคนเร่ร่อน กลายเป็นภาพสุดประทับใจ เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ แคสซี่ ลี ปาร์เกอร์ (Cassie Lea Parker) พักรับประทานอาหารกลางวันตามปกติ  ก็ได้พบภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งอยู่กับคนเร่ร่อนที่ริมถนน มือไวเท่าความคิด เธอรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพนี้ทันที ซึ่งในเวลาต่อมา ภาพนี้ก็กลายเป็นไวรัลที่แชร์ไปทั่วโลกโซเชียล ภาพที่ว่านี้เป็นภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองโกลด์สโบโร่ รัฐนอร์ทแคโรไลนา กำลังนั่งอยู่บนพื้นหญ้ากับหญิงเร่ร่อนคนหนึ่ง ทั้งคู่กำลังพูดคุยและกินพิซซ่าด้วยกัน     คริส บาร์เนส (Chris Barnes) เพื่อนของแคสซี่ เป็นคนนำภาพนี้มาแชร์ในเฟซบุ๊ก และเขียนคำบรรยายภาพว่า “แคสซี่พักกินข้าวกลางวันและสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโกลด์สโบโร่ผู้แสนดี กำลังกินมื้อกลางวันกับคนเร่ร่อน ผู้รักษากฎหมายนั้นได้ทำเพื่อชุมชนของเรามากมาย โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แต่เราเห็นคุณนะ กรมตำรวจโกลด์สโบโร่ จงทำดีเช่นนี้ต่อไปนะ” กรมตำรวจโกลด์สโบโร่เห็นโพสต์นี้ของคริสและได้แชร์ต่อไปอีก โดยแจ้งให้โลกโซเชียลได้ทราบชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนั้นด้วยคือ เจ้าหน้าที่ ไมเคิล ริเวอร์ส (Michael Rivers) ซึ่งมักมีเรื่องราวของนายตำรวจผู้นี้ลงเป็นเรื่องเด่นในเพจของกรมเสมอ เพราะเขาชอบเข้าไปช่วยเหลือคนในชุมชนเป็นประจำ และภาพนี้เพียงภาพเดียวดึงดูดให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความชื่นชม ทั้งในเฟซบุ๊กของคริสและของกรมตำรวจอย่างล้นหลาม     เพียงเสี้ยววินาทีที่แคสซี่ถ่ายภาพนี้ ก็กลายเป็นภาพแห่งความสุขชวนอบอุ่นใจสำหรับผู้คนมากมาย การปฏิบัติหน้าที่และความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่ริเวอร์สนั้นเป็นแรงบันดาลใจ และช่วยย้ำเตือนว่า การช่วยเหลือผู้อื่นไม่จำเป็นต้องมากมาย เพียงแค่พิซซ่าสักชิ้นก็กลายเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ในความรู้สึกของคนที่ได้พบเห็น หวังว่าเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ริเวอร์สอาจช่วยจุดประกายให้คนในสังคมหันมาช่วยเหลือกันมากขึ้น […]

15 เรื่องราวดี ๆ ความมีน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ในช่วงไวรัสระบาดทั่วโลก

15 เรื่องราวดี ๆ ความมีน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ ในช่วงไวรัสระบาดทั่วโลก การรักษาสติประคองจิตใจให้มองโลกในแง่บวกเอาไว้ในช่วงที่ทั่วโลกกำลังปั่นป่วนอยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ถึงแม้ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดสร้างความหวาดผวาไปทั่ว ก็ยังมีน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ที่ช่วยเหลือกันในยามวิกฤตให้เห็นอยู่ทุกมุมโลก! ถ้าช่วงเวลาอันน่ากลัวนี้จะสอนอะไรบางอย่างให้กับเรา ก็คงเป็นการที่ทำให้เรารู้ว่ายังมีผู้คนที่คอยให้ความช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ซีเคร็ตจึงนำเรื่องราวดี ๆ เพิ่มพลังบวกมาแบ่งปันในยามที่เรากำลังเผชิญวิกฤตร่วมกัน   1. นาธาน นิโคลส์ (Nathan Nichols) เจ้าของอพาร์ตเมนต์ในรัฐเมน สหรัฐอเมริกา ประกาศในเฟซบุ๊กว่า เขาจะไม่เก็บค่าเช่าในเดือนเมษายนเพื่อให้ผู้เช่าไม่ต้องกังวลเรื่องเงินมากเกินไป ในเวลาต่อมาเขาก็มาโพสต์อีกว่า มีเจ้าของอพาร์ตเมนต์รายอื่นเริ่มทำอย่างเขาบ้างแล้ว   2. หญิงสาวและรูมเมทของเธอหายใจหายคอสะดวกขึ้นเมื่อเจ้าของห้องเช่าลดค่าเช่าครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 2 เดือน ใจดีจริง ๆ   3. LVMH เจ้าของแบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton ประกาศปิดไลน์การผลิตน้ำหอมของ 3 แบรนด์ดังในเครือ ได้แก่ Christian Dior, Givenchy และ Guerlain โดยจะเปลี่ยนโรงงานผลิตน้ำหอมมาทำเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแทน และจะไม่วางจำหน่ายทั่วไป เพราะทางบริษัทจะบริจาคให้รัฐบาลฝรั่งเศสและโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั่วยุโรป เนื่องจากหลายแห่งขาดแคลนเจลล้างมืออย่างหนัก   4. […]

คิดบวก คือคิดอย่างไร ธรรมะดี ๆ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

คิดบวก คือคิดอย่างไร ธรรมะดี ๆ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี เดี๋ยวนี้ได้ยินแต่คำว่า “คิดบวก” อยู่บ่อย ๆ เลยอยากทราบว่าการคิดบวกคือคิดอย่างไร การคิดบวกจะทำให้เราไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงใช่หรือไม่ ในสถานการณ์อย่างไรจึงจะใช้การคิดบวก บางคนก็ประณามการคิดบวกว่าเป็นวิธีคิดของคนสิ้นคดิ ความจริงเป็นอย่างไรกันแน่ครับ จากนักศึกษาไทยในออกซฟอร์ด การคิดบวกอาจอนุโลมเรียกว่าเป็นวิธีคิดอย่างหนึ่งในพุทธธรรมได้เหมือนกัน โดยมีชื่อเรียกว่า “อุปปาทกมนสิการ” แปลว่า “การคิดให้เกิดกุศลธรรม” หรือ “การคิดเพื่อให้เกิดประโยชน์” หลักทั่วไปมีอยู่ว่า ให้เรารู้จักมองหาแง่ดี แง่งาม แง่ที่เป็นประโยชน์ของสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราให้พบ แล้วพยายามใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นให้ได้ ขั้นตอนของการคิดบวกมีอยู่สองขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 เป็นการมองสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง แล้วพยายามแก้ปัญหาบนพื้นฐานของความเป็นจริงให้ได้อย่างถึงที่สุดก่อน แต่ถ้าหากพยายามทุกวิถีทางแล้วก็ยังไม่อาจแก้ปัญหาอะไรได้เลย จึงมาถึงขั้นตอนที่ 2 คือเริ่มใช้การคิดบวกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ขั้นตอนที่ 2 คือ เมื่อพยายามแก้ปัญหาตามความเป็นจริงจนสุดความรู้ความสามารถแล้ว แต่กลับพบว่าเหตุปัจจัยที่ขวางอยู่ตรงหน้านั้นใหญ่โตหรือยากเย็นเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้ แทนที่เราจะเป็นฝ่ายยอมจำนน หรือยอมรับสภาพอย่างจนมุมและอยู่กับปัญหาแบบหมดอาลัยตายอยาก เรากลับลุกขึ้นมา ปรับวิธีคิดและปรับมุมมองของเราใหม่ เพื่อที่จะเผชิญกับความเป็นจริงในเชิงสร้างสรรค์ พูดง่าย ๆ ว่า […]

ซินเนสทีเซีย ปรากฏการณ์ประสาทสัมผัสมหัศจรรย์

ซินเนสทีเซีย ปรากฏการณ์ประสาทสัมผัสมหัศจรรย์ แม้ “สมอง” จะเป็นก้อนเนื้อเล็ก ๆ แต่มีหน้าที่ความรับผิดชอบแสนยิ่งใหญ่ระดับ ผบ.รก. (ผู้บัญชาการร่างกายสูงสุด) หน้าที่หลักของสมองคือ ควบคุมการทํางานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้เป็นไปตามกลไกที่ธรรมชาติสร้างมา (ซินเนสทีเซีย ) อย่างไรก็ดี มีคนบางกลุ่มที่สมองของพวกเขามีความสามารถกํากับดูแลการทํางานของประสาทสัมผัสทั้งห้าที่เราทุกคนมีเหมือน ๆ กันได้มากกว่าปกติ…มากจนกลายเป็นความมหัศจรรย์ที่ยากจะอธิบายให้เข้าใจได้โดยง่าย ความมหัศจรรย์ที่ว่านี้แม้จะเกี่ยวโยงกับ “ประสาทสัมผัสทั้งห้า” แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ดวงตา ของคนเหล่านี้จะมองเห็นภาพได้ชัดเจนกว้างไกลดั่งนกอินทรี หู และ จมูก จะแยกแยะเสียงและกลิ่นได้ว่องไวเหมือนสุนัข หรือ ผิวกาย จะอ่อนไหวและไวต่อการสัมผัสเหมือนอย่างต้นไมยราบ หากแต่เมื่อพบกับสิ่งเร้า ประสาทสัมผัสของคนเหล่านี้ตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปจะเกิดการรับรู้พร้อม ๆ กันในเวลาเดียวกัน! บางคนอาจเรียกอาการประหลาดนี้ว่า ประสาทสัมผัสหลอน แต่ในทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า ซินเนสทีเซีย (Synesthesia หรือ Synaesthesia) ตัวอย่างของอาการที่ว่านี้ อย่างเช่น เมื่อ ดวงตา มองเห็นสิ่งใด ลิ้น ก็จะพลอยรับรู้รสชาติของสิ่งน้ันไปด้วย เช่น เวลาที่อ่านหนังสือก็จะมีความรู้สึกถึงรสเปรี้ยว หวาน ฯลฯ โดยที่ในขณะนั้นไม่ได้กินอะไรเลย เมื่อ […]

“ฉันคือ มาลาลา ยูซาฟไซ” สาวน้อยผู้หาญกล้าท้าทายกลุ่มตาลีบัน

“ฉันคือ มาลาลา ยูซาฟไซ” สาวน้อยผู้หาญกล้าท้าทายกลุ่มตาลีบัน มาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) คือเด็กสาววัย 15 ปีชาวปากีสถานที่ถูกกลุ่มตาลีบันจ่อยิงสังหารเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2012 เนื่องจากความพยายามในการรณรงค์ด้านสิทธิการศึกษาของเด็กผู้หญิงในประเทศของเธอ ในวันเกิดเหตุ ขณะที่มาลาลากำลังนั่งรถโรงเรียนกลับบ้านพร้อมกับเพื่อน ๆ ตามปกติ มือปืนคนหนึ่งก็บุกขึ้นมาบนรถและตะโกนถามว่า “ใครคือมาลาลา…มาลาลาอยู่ไหน ถ้าไม่บอกจะยิงทุกคนที่อยู่บนรถ” อันที่จริงการหาตัวมาลาลาบนรถที่มีพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่ายดายมาก เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ไม่สวมผ้าคลุมหน้า และทันทีที่มาลาลาพูดว่า “ฉันคือมาลาลา” มือปืนก็กราดกระสุนใส่เธอทันที กระสุนพุ่งเข้าสู่ร่างกายของมาลาลาทางด้านซ้ายของศีรษะ ทะลุผ่านลำคอ และสุดท้ายพลังการทำลายล้างก็สิ้นสุดลงที่บริเวณไหล่ แม้บาดแผลจะสาหัสมาก แต่ทว่ามาลาลาก็ไม่ได้ตายอย่างที่ผู้ลอบสังหารใจโหดต้องการ     หนึ่งเดือนต่อมา คณะแพทย์ผู้ทำการรักษาเปิดเผยว่า มาลาลาสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว คณะแพทย์มีความหวังว่าเธอจะไม่ได้รับอันตรายจนร่างกายเกิดความเสียหายถาวรใด ๆ ข่าวนี้ทำให้คนทั่วโลกที่สวดมนต์อธิษฐานเอาใจช่วยให้มาลาลาหายป่วยรู้สึกสบายใจขึ้น เพราะเด็กสาวคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อที่น่าสงสารเท่านั้น แต่ยังเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่ของประเทศของเธอเอง และเป็นความหวังของคนทั้งโลก มาลาลาเกิดและเติบโตในหุบเขาสวัต เมืองมิงโกรา แคว้นไคเบอร์ ปัคห์ตุนควา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานเพียงแค่ 247 กิโลเมตรเท่านั้น แต่ทว่าภูมิประเทศที่งดงามแห่งนี้กลับกลายเป็นเขตที่ตกอยู่ใต้อำนาจทางทหารของกลุ่มตาลีบันตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. […]

“อย่ายอมให้คอร์รัปชัน กลายเป็นวัฒนธรรมของชาติ” ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

“อย่ายอมให้ คอร์รัปชัน กลายเป็นวัฒนธรรมของชาติ” ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี ถาม : ดิฉันทำงานอยู่แผนกจัดซื้อในโรงพยาบาลของรัฐ โดยมีหัวหน้าแผนกและพนักงานขายร่วมกันทุจริตในการซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์มานานแล้ว ดิฉันรู้เห็น แต่ไม่เคยมีส่วนได้เสียเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ เพราะแม้แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็ยังมีส่วนแบ่ง ดิฉันไม่ทราบจะไปร้องเรียนที่ไหน หรือว่าจะลาออกดี แต่อายุขนาดนี้แล้วก็ไม่รู้จะไปทำงานอะไร รู้สึกบาปมากค่ะ ตอบ : ในฝ่ายพระสงฆ์ของเรานั้นว่ากันว่า ถ้าเห็นผู้อื่นทำผิดวินัยแล้วเราเฉย ๆ ก็เท่ากับว่าเราเองกำลังมีส่วนผิดด้วย เพราะความเสียหายที่คนอื่นทำนั้น บางทีไม่ได้เกี่ยวกับเราก็จริงอยู่ แต่มันเกี่ยวกับประโยชน์ส่วนรวมของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งการที่เราเฉยก็เหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วย ไม่ทราบว่าคุณเคยได้ยินคำกล่าวทำนองนี้บ้างหรือไม่ “หากเราไม่ร่วมแก้ปัญหา เราก็คือส่วนหนึ่งของปัญหา” แต่อย่างไรก็ตาม บางครั้งมนุษย์เราก็มีปัญหาเรื่อง “ความมั่นคง” ของชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในกรณีของคุณก็เช่นกัน บางทีการพูดออกไปก็หมายถึงอันตรายที่จะเกิดกับตัวเอง แต่หากเฉยไว้ ๆ ประเทศชาติก็เสียหายจากปัญหาทุจริตไม่จบไม่สิ้น ทางสายกลางในเรื่องนี้ก็คือ ควรหาทางแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเรื่องการทุจริตนี้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวเองก็ได้ โดยวิธีนี้คุณเองก็ปลอดภัย และยังสามารถแก้ปัญหาได้อีกด้วย ซึ่งการทำเช่นนี้คือการแก้ปัญหา ส่วนการอยู่เฉย ๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น นั่นแหละคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ “คนชั่วยังคงลอยนวล” อยู่ทั่วไป และทำให้ การคอร์รัปชันกลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลักของสังคมไทยที่แตะไปยังวงการไหนก็มีเหมือนกันหมด หากเราคนไทยยังคงเย็นชากับปัญหา […]

Mondays at Racine – โปรเจ็กต์ใจดี เสริมสวยฟรีให้ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็ง

Mondays at Racine – โปรเจ็กต์ใจดี เสริมสวยฟรีให้ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็ง แม้ความสูญเสียจะทำให้ชีวิตเสียศูนย์ไปบ้าง แต่บ่อยครั้งที่หลายคนสามารถนำประสบการณ์ความสูญเสียในอดีตมาผลักดันให้เกิด “แรงบันดาลใจ” ในการ “เริ่มต้น” สิ่งใหม่ ๆ หลังจากสองพี่น้อง ราเชล เดโมลเฟตโต (Rachel Demolfetto) อดีตสุดยอดเมคอัพอาร์ติสท์ของชาเนล และ ซินเทีย ซานโซเน (Cynthia Sansone) กูรูเกี่ยวกับความงาม ต้องสูญเสียคุณแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยโรคมะเร็งเต้านมเมื่อ ค.ศ. 1989 สองพี่น้องก็พยายามประคับประคองชีวิตอันทุกข์เศร้าจนสามารถเปิดร้าน “ราซีน ซาลอน แอนด์ สปา – Racine Salon and Spa” ได้สำเร็จที่เมืองไอสลิป (Islip) นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในอีกห้าปีต่อมา     ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่สองพี่น้องมีอย่างเต็มเปี่ยม จึงทำให้ราซีนเป็นอาณาจักรความงามที่มีนวัตกรรม รวมถึงมีแนวคิดการคืนกำไรสู่สังคมที่เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร ทั้งยังไม่มีเงื่อนไขใด ๆ และเต็มใจให้บริการด้วยความสามารถที่ทั้งสองมีจริง ๆ ขณะที่ราเชลและซินเทียขบคิดกันอยู่ว่า “จะทำอะไรคืนให้สังคมดี” […]

Lupita Nyong’O …ราตรีนี้มีแสงดาว

Lupita Nyong’O …ราตรีนี้มีแสงดาว ในงานประกาศรางวัลออสการ์ รางวัลเชิดชูเกียรติสูงสุดที่ทุกคนในวงการแสดงใฝ่ฝันจะได้รับ ลูปิต้า นยองโอ (Lupita Nyong’O) นักแสดงสาวเชื้อสายแอฟริกัน ยืนอยู่บนพรมแดงในชุดสีฟ้าสดใส ตัวแทนสีท้องฟ้าของไนโรบี เมืองในเคนยาที่เธอเติบโตขึ้น พร้อมกับความฝันที่จะเป็นนักแสดงระดับโลก   ก่อนวันประกาศผลรางวัลออสการ์เพียงไม่กี่วัน ลูปิต้าได้ขึ้นกล่าวบนเวทีในงานเลี้ยงประจำปีผู้หญิงผิวสีแห่งฮอลลีวู้ด ซึ่งเธอได้รับการยกย่องในฐานะนักแสดงที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมแห่งปี เธอได้เล่าถึงมุมมองความงามในอดีตของตัวเอง ซึ่งเป็นอุทาหรณ์อย่างดีแก่บรรดาเด็กผิวสีทั้งหลาย ผู้ร่วมงานทุกคนที่ได้ฟังความในใจของเธอต่างรู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก ลูปิต้าเล่าว่า ในวัยเด็กเธอเคยขอพรจากพระเจ้าทุกคืนให้เธอตื่นขึ้นมาแล้วมีผิวขาวสวยเหมือนกับคนที่เธอเห็นในโทรทัศน์ ทุกเช้าเธอตื่นมาด้วยความหวัง และจะรีบวิ่งไปดูตนเองที่หน้ากระจก แต่ก็ต้องผิดหวังอยู่ร่ำไป เมื่อพระเจ้าไม่ยอมให้ผิวของเธอขาวขึ้นแม้สักนิด ไม่ว่าเธอจะพยายามต่อรองโดยสัญญาจะเป็นเด็กดีก็แล้ว ไม่แอบกินขนมก็แล้ว พรของเธอก็ยังไม่เป็นผล จนเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ลูปิต้าไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเอง และเริ่มสะสมความเกลียดชังตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าแม่ของเธอจะพร่ำบอกว่าเธอสวยเพียงใดแต่นั่นก็ไม่ทำให้ลูปิต้าปักใจเชื่อได้เลย จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเธอเห็นนางแบบผิวสีชื่อ อเลค เวค (Alek Wek) ปรากฏตัวบนหน้าจอทีวี สีผิวของเธอมืดสนิทเหมือนท้องฟ้ายามราตรีไม่ต่างจากลูปิต้า แต่ โอปราห์ วินฟรีย์ (Oprah Winfrey) ก็ยังชมว่าเธอเป็นคนที่สวยที่สุดคนหนึ่งที่พิธีกรชื่อดังคนนี้เคยพบเจอ สิ่งนี้เองที่เปลี่ยนความคิดลูปิต้าให้มั่นใจว่า เธอเองก็สามารถสวยได้ในแบบที่เป็นอยู่โดยไม่ต้องมีผิวขาวเหมือนใคร ในห้องจัดงาน ทุกคนเงียบสงัด เพราะความจริงเหล่านี้ซ่อนอยู่เบื้องลึกในจิตใจของคนผิวสีทุกคน ไม่เว้นแม้แต่โอปราห์ซึ่งร่วมฟังอยู่ด้วย  ช่วงที่สร้างความประทับใจให้ทุกคนคือตอนที่เธอกล่าวว่า […]

จอห์น หว่อง กับพลังแห่งการรักษาอันน่าอัศจรรย์

จอห์น หว่อง กับพลังแห่งการรักษาอันน่าอัศจรรย์ จอห์น หว่อง เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพชาวสิงคโปร์ ในปี ค.ศ. 2005 ขณะที่เขากำลังอยู่บนจุดสูงสุดของอาชีพการงาน จู่ๆ จอห์นก็ล้มป่วยด้วยโรคประหลาด เขาเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมา หนำซ้ำยังมองไม่เห็น พูดไม่ได้ ผิวหนังไม่รับรู้ความรู้สึกใด ๆ กลายเป็นคนทุพพลภาพโดยสิ้นเชิง และแม้ว่าหมอจะไม่สามารถระบุได้ว่าเขาเป็นโรคอะไรกันแน่ แต่ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันเป็นโรคที่รักษาไม่หาย และเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกลับมายืนหรือมองเห็นได้อีกครั้ง เวลานั้นมีเพียงแม่ของเขาคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงเชื่อว่าจอห์นจะหายได้ในที่สุด แม่ของจอห์นและกลุ่มเพื่อนของเธอจึงมาสวดมนต์ให้จอห์นที่โรงพยาบาลทุกวัน ระหว่างที่นอนอยู่บนเตียง จอห์นมักจะครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานาด้วยความสงสัย บางครั้งความคิดก็เจือด้วยความโกรธแค้นว่าเหตุใดเขาจึงต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยิ่งตั้งคำถาม จอห์นก็ยิ่งได้เรียนรู้บางสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน จอห์นเริ่มมองเห็นว่า ผู้คนในสังคมทุกวันนี้ต่างก็ต่อสู้เพื่อตำแหน่งหน้าที่การงาน เงินทอง ความสัมพันธ์ ฯลฯ และต้องเป็นทุกข์กับการแก้ปัญหาเหล่านั้น แต่ตอนนี้…ตอนที่เขาป่วยจนไม่สามารถจะสู้เพื่อเรื่องใด ๆ ได้ เขากลับมองเห็นความจริงว่า เรื่องที่คนทั้งหลายพยายามแสวงหากันนั้นเป็นเรื่องไม่สำคัญเลย จิตใจต่างหากที่สำคัญที่สุด ถ้าเขาหายเขาจะไม่นำปัญหาเหล่านี้มาเป็นสาระสำคัญอีก…ถ้าหาย เขาจะช่วยผู้อื่นให้เข้าใจความจริงข้อนี้ด้วย ใช่แล้ว! ทั้งที่ทุพพลภาพขนาดนั้น จอห์นก็ยังเชื่อมั่นว่าเขาจะหาย จอห์นเชื่อว่าพลังแห่งการรักษาไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย แต่มีอยู่ในตัวเราเองนี่แหละ และจอห์นยังเชื่อว่ามนุษย์คือส่วนหนึ่งของกันและกัน เราทุกคนสามารถเชื่อมโยงถึงกันในระดับจิตวิญญาณซึ่งเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถสร้างความมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งการให้ความรักและการสวดมนต์เป็นวิธีหนึ่งที่เข้าถึงการเชื่อมโยงนั้น ทุก […]

ใบหน้าที่สวยงามของ เคที ไพเพอร์

ใบหน้าที่สวยงามของ เคที ไพเพอร์ เคที ไพเพอร์ (Katie Piper) เป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามมาตั้งแต่เด็ก ๆ เธอจากบ้านในชนบทเพื่อมาเป็นนางแบบในกรุงลอนดอนตั้งแต่อายุแค่ 17 – 18 หลายปีต่อมาเคทีเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น เธอได้เป็นนางแบบโฆษณา เป็นโฆษกขายสินค้าทางทีวี ฯลฯ เคทีทำงานหนักแต่ก็มีความสุข และมีความฝันว่าจะโด่งดังกว่าที่เป็นอยู่ ปี ค.ศ. 2008 ในขณะที่อายุได้ 25 ปี เคทีก็ได้รับแจ้งข่าวว่า เธอผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมรายการเรียลิตี้เกี่ยวกับนางแบบรายการหนึ่ง เคทีรู้ดีว่า โอกาสนี้กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเธอให้ดีขึ้น ทว่านางแบบสาวก็ไม่เคยได้เข้าร่วมรายการที่ว่า เพราะช่วงนั้นเองเธอได้ขอเลิกรากับแฟนหนุ่มอารมณ์ร้าย เขาทั้งทำร้ายร่างกายและข่มขืนเธอ อีกทั้งยังข่มขู่จนเคทีขวัญผวา และเพียงสามวันหลังจากนั้น เขาก็จ้างเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาทำร้ายเธอด้วยการสาดน้ำกรด! น้ำกรดทำให้เคทีสูญเสียจมูก เปลือกตา และใบหูข้างซ้ายไปครึ่งหนึ่ง มันทำให้ตาซ้ายของเธอมืดบอดในทันที หน้าของเธอละลายจนเหมือนจะมารวมอยู่กับคอ น้ำกรดทำลายลิ้น มือ เท้า ซอกคอ ร่องอก…เคทีต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 60 ครั้งในช่วง 2 วันแรก และเพียงแค่ 12 วันเท่านั้น น้ำหนักของเธอก็ลดลงถึง 38 กิโลกรัม […]

keyboard_arrow_up