เจสสิก้า ค็อกซ์ เกิดมาไม่มีแขนแต่ใช้เท้าทำแทนได้ทุกอย่างแม้แต่ขับเครื่องบิน!

เราอาจจะรู้ “ขนาด” หัวใจของตัวเองได้ด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการกำมือเข้าหากัน แต่คงไม่มีใครที่จะล่วงรู้ได้ว่า หัวใจของตัวเองแข็งแกร่งมากน้อยเพียงไหน ตราบเท่าที่เขาคนนั้นยังไม่เคยเผชิญหน้ากับความทุกข์หรืออุปสรรคปัญหาจริง ๆ เรื่องราวของ เจสสิก้า ค็อกซ์ (Jessica Cox) หญิงสาวเชื้อสายฟิลิปปินส์ – อเมริกัน คือแบบอย่างคนหัวใจแกร่งที่น่าชื่นชมเป็นที่สุด เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะเอ่ยคำว่า “ทำไม่ได้” แม้ว่าเธอจะเกิดมาโดยปราศจากแขนทั้งสองข้างก็ตาม ย้อนหลังกลับไปราวสามสิบหกปีก่อน ณ เมืองทักสัน รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เจสสิก้าถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะลูกคนที่ 2 ของครอบครัวค็อกซ์ พร้อมด้วยความผิดปกติที่แม้แต่แพทย์ก็ยังไม่ทราบสาเหตุ ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับไม่เป็นอุปสรรคขวางกั้นความรักและกำลังใจจากครอบครัวที่มีให้เธอแม้แต่น้อย เจสสิก้าเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข สดใส ร่าเริงสมวัย จะแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ บ้างตรงที่เธอมีเพื่อนสนิทเป็น “แขนเทียม” แต่กระนั้นเธอก็ตัดสินใจถอดมันออกขณะอายุได้เพียง 13 ปี เมื่อค้นพบว่า ใช่สิ ถึงเราจะไม่มีแขน ไม่มีมือเหมือนใคร ๆ แต่เราก็ยังมีขาและเท้าอยู่นี่ เมื่อตระหนักว่า “สิ่งที่ขาดหายไป” ไม่สำคัญเท่ากับ “สิ่งที่มีอยู่” จากวันนั้นเป็นต้นมาเธอจึงตั้งอกตั้งใจฝึก “ขาและเท้า” คู่นี้ให้มีความยืดหยุ่นคล่องแคล่ว […]

เกรก มอร์เทนสัน พ่อพระผู้เสี่ยงชีวิตช่วยเด็กหญิงปากีสถานให้ได้เรียนหนังสือ

เมื่อไดŒ้ฟั˜งเรื่องราวของ เกรก มอร์เทนสัน (Greg Mortenson) จนจบ คุณจะรูŒ้ว่‹าขีดจำกัดของมนุษย์แท้Œจริงแล้Œว… อยู่‹ที่ไหน เรื่องราวของเกรกเริ่มต้นเมื่อ 26 ปีที่แล้ว… ในปี ค.ศ. 1993 เกรกต้องสูญเสีย คริสตา (Christa) น้องสาวเพียงคนเดียวไปอย่างกะทันหัน เพื่อรำลึกถึงการจากไปของเธอ เกรกจึงตัดสินใจปีนภูเขา K2 ซึ่งมีความสูงเป็นอันดับสองของโลก ทว่าในวันที่ 78 ของการปีนเขา ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นและขาวโพลนไปด้วยหิมะ เกรกในสภาพขาดน้ำและอาหารเดินพลัดหลงจากกลุ่มไปจนถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งชื่อว่า Korphe ซึ่งตั้งอยู่ในเขตประเทศปากีสถาน และได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านจนหายดี วันหนึ่งเกรกออกมาเดินเล่นรอบหมู่บ้าน เขาตกใจมากเมื่อเห็นว่าในสถานที่ที่ชื่อว่าโรงเรียนนั้น มีเด็ก ๆ จำนวน 84 คนออกมานั่งเรียนกลางแจ้ง ใช้กิ่งไม้ต่างดินสอ ใช้พื้นดินต่างสมุด และเด็ก ๆ ต้องเวียนกันใช้กระดานชนวนซึ่งมีอยู่เพียง 7 แผ่น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตราตรึงอยู่ในใจของเกรกไม่ใช่ความยากจนที่เขาเห็นด้วยตา แต่เป็น “ความปรารถนาอันแรงกล้าของเด็ก ๆ ที่อยากเรียนหนังสือ” เกรกสัญญากับตัวเองวา่ เขาจะกลับมาปากีสถานอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อสานต่อภารกิจการปีนเขา […]

พุทธมนต์เตือนใจให้ไตร่ตรอง ก่อนเชื่อก่อนแชร์ในโลกโซเชียล

หยุดเชื่อ หยุดแชร์ ถ้าไม่ชัวร์ ในยุคที่สมาร์ทโฟนดูจะกลายเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ของร่างกายไปแล้ว เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ข้อดีอย่างหนึ่งคือการเชื่อมโลกทั้งโลก (โลกจริงบ้าง โลกสมมุติบ้าง) ให้มาอยู่ในมือเรา อยากรู้อะไร อยากหาข้อมูลอะไร อยากซื้ออะไร ก็ใช้เวลาไม่กี่วินาที อยากแชร์ หรืออยากประกาศอะไรให้โลก (โซเชียล) รู้ก็ง่ายนิดเดียว (พุทธมนต์เตือนใจให้ไตร่ตรอง ) ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ เพราะนอกจากข้อดี (หากใช้เป็น) แล้ว ข้อเสียก็มีอยู่ไม่น้อย หากว่าเราใช้ผิด ๆ หรือใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น พอได้ข้อมูลอะไรมาก็อ่าน อ่านแล้วก็เชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง แชร์ต่อโดยไม่มีสติ บางครั้งก็ทำตามวิธีนั้น ๆ จนเกิดผลเสียตามมา หรือบางครั้งหลงเชื่อจนไปคอมเมนต์ให้ผู้อื่นเสียหาย หรือแม้ตัวเราเองที่ต้องเสียเงินทองไปก็มี อย่างที่เห็นเป็นคดีความตามสื่อต่าง ๆ กันบ่อย ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะแชร์อะไรง่าย ๆ รวมถึงการคอมเมนต์ต่าง ๆ ต้องมีสติ และใช้ปัญญาไตร่ตรองเสียก่อน ขอแนะนำ บทสวดกาลามสูตร (บางส่วน) ซึ่งเป็นพระสูตรที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยแสดงแก่ชาวกาลามะ ณ […]

คนไข้ลาวเงินหมด คิดกลับไปตายบ้านเกิด หมอไทยช่วยกันลงขันยื้อชีวิตไว้ได้

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวน่าประทับใจในโลกโซเชียล เมื่อทีมแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศไทย ระดมน้ำใจช่วยเหลือ คนไข้ลาว ฐานะยากจน ซึ่งครอบครัวพามารักษาตัวจนเงินหมด เหลือเงินติดตัวแค่ 200 บาท ครอบครัวจึงจะขอพากลับไปตายที่บ้านเกิด คุณหมอเจ้าของไข้เห็นว่าอาการของคนไข้สามารถรักษาให้หายได้ ไม่อยากปล่อยให้คนไข้กลับไปเสียชีวิตที่บ้านเกิด เพราะคนไข้ยังมีลูกเล็ก ๆ หลายคนที่ต้องดูแล จึงขอคำปรึกษาจากเพื่อนหมอด้วยกัน และเกิดการระดมทุนช่วยกันลงขันในกลุ่มเพื่อนหมอ ในที่สุดก็สามารถช่วยชีวิตคนไข้เอาไว้ได้  ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wirat Sawangarom  ได้เผยแพร่เรื่องราวดังต่อไปนี้ เทวดาผู้คืนชีวิต พาพ่อคืนมาให้ลูก ๆ ได้สำเร็จ .. #สายของวันหนึ่ง .. หมอราชันย์ : เอาไงดีพี่ก๊อต คนไข้ลาว ญาติจะเอากลับไปตายที่บ้าน แต่ผมรักษาได้ ผมรักษาหายได้ อายุไม่เยอะ มีลูกเล็ก ๆ หลายคน รักษาจนหมดตัว เหลือแค่ 200 ค่าข้ามกลับไปยังไม่พอ ค่าข้าวกินแทบไม่มี ผม : ให้ทีมช่วยเลยครับ หมอราชันย์ : เอากลับไปเขาตายแน่นอน แต่ค่ารักษาต่อเนื่องอีกครึ่งเดือน แสนกว่าบาท ผม : […]

บทเรียนจากพลทหารเดนตาย ลาซาร์ ปองตีเซลลี

นายลาซาร์ ปองตีเซลลี (Lazzaro Ponticelli) เป็นทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 สัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งเสียชีวิตในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2551 รวมอายุได้ 110 ปี เขาเป็นทหารผ่านศึกฝรั่งเศสคนสุดท้ายที่รอดตายจากสงครามครั้งนั้น สงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2457 – 2461) นั้น เดิมได้รับการขนานนามว่า ””สงครามซึ่งยุติทุกสงคราม”„ มีทหารจากประเทศต่าง ๆ ในยุโรปเข้าร่วมรบกว่า 60 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากสงครามครั้งนี้ทั้งทหารและพลเรือนถึง 40 ล้านคน เป็นสงครามที่โหดเหี้ยมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้นคือ นอกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 จะไม่ใช่สงครามที่ยุติทุกสงครามแล้ว ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย นายปองตีเซลลีเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2440 ที่เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอิตาลีซึ่งอยู่ติดกับชายแดนฝรั่งเศส ครอบครัวของเขายากจนชนิดที่ไม่มีสมบัติอะไรติดตัวเลย และความจนนี่เองที่ทำให้เขาอพยพตัวเองเข้าไปในฝรั่งเศสประเทศที่เขาเรียกว่า ””สวรรค์”„ จนวันสุดท้าย เมื่อสงครามเริ่ม เขาอาสาเข้ารบให้กองทัพฝรั่งเศสและเข้าร่วมในกองทหารต่างด้าวซึ่งคนชาติใดก็เข้าร่วมได้ มีข้อแม้อย่างเดียวคือ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของคนฝรั่งเศส นายปองตีเซลลีเล่าว่า […]

เพียงแค่หันไป…ฉันก็ช่วยให้เด็กคนหนึ่งได้มีอนาคตที่สดใส

บางครั้งการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของคนคนหนึ่ง อาจเกิดจากการกระทำที่ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยกับความใส่ใจอีกนิดหน่อย โดยลืมคำว่า “ธุระไม่ใช่” ไปเสียและใครจะรู้…การเปลี่ยนแปลงนั้นอาจส่งผลถึงสังคมส่วนรวมอย่างคาดไม่ถึงเลยก็ได้ เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเด็กน้อยคนนี้… วันนั้นฉันไปซื้ออาหารสุนัขที่ร้านแถวจตุจักร ขณะกำลังเดินกลับมาที่รถ ฉันเห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่กับเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ฉันเดินผ่านเลยไปโดยไม่ได้สนใจ จนกระทั่งได้ยินเสียงดังไล่หลังมาว่า “เด็กคนนี้มันน่าสงสารจริง ๆ พ่อค้ายาบ้าจนติดคุก แม่ก็ไม่ดูแล มันเลยต้องไปขอข้าวบ้านนั้นทีบ้านนี้ที” เมื่อหันกลับไปฉันก็ได้เห็นว่าต้นเสียงคือชายคนดังกล่าว และข้าง ๆ เขาเป็นเด็กผ้ชู ายผิวดำเกรียมอายุประมาณ 5 – 6 ขวบหน้าตาน่าเอ็นดู แต่รูปร่างผอมเกร็ง สวมเพียงกางเกงขาสั้นมอซอกับรองเท้าแตะเก่า ๆ ในมือกำธนบัตรสีเขียวไว้แน่น…ฉันหันไปมองรอบตัว ไม่เห็นใคร ก็เลยแน่ใจว่าชายคนนั้นคงไม่ได้พูดกับคนอื่น ฉันจึงสาวเท้าเข้าไปหา “ดูซิครับคุณ ผมต้องให้มันวันละยี่สิบบาท เพราะมันไม่มีจะกิน วัน ๆ ก็วิ่งอยู่แถวนี้ ผมละกลัวมันจะโดนรถทับ…ป่านนี้ยังไม่ได้เรียนหนังสือกับเขาเลย” ชายคนนั้นบ่นพลางลูบหัวเด็กน้อยด้วยท่าทางเอ็นดู แต่สังคมที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงทำให้ฉันไม่ปักใจเชื่อใครง่าย ๆ ‘อาจเป็นพวกแก๊งขอทานเอาเด็กมาหากินก็ได้’ ฉันคิดก่อนจะดึงตัวเด็กชายออกมาห่าง ๆ และลงมือซักถามเขาด้วยตัวเอง แล้วฉันก็ได้รับคำตอบทุกอย่างตามคำบอกเล่าของชายคนนั้น แต่รู้เพิ่มขึ้นมาว่า “เอก” อาศัยอยู่ใต้สะพานลอย และเขาอยากเรียนหนังสือมาก…เด็กน้อยพูดลงท้ายด้วยคำว่า “ครับ” ทุกประโยค […]

พิยุช เทวารี นักบุกเบิกผู้ปฏิวัติท้องถนนอินเดียให้เป็นสีขาว

“อินเดีย” เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลก ประมาณกันว่า ในทุก ๆ 13 ชั่วโมงจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างน้อย 1 ราย พิยุช เทวารี (Piyush Tewari) เป็นคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียน้องชายไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ พ.ศ. 2550 บนถนนสายหนึ่งในเมืองเดลี แม้การจากไปของเด็กหนุ่มอนาคตไกลคนนี้จะสร้างความโศกเศร้าอาลัยให้ครอบครัวและโรงเรียนอย่างมาก แต่นั่นก็ยังไม่มากเท่ากับความจริงที่ทางโรงพยาบาลเปิดเผยว่า ถ้าเด็กหนุ่มมาถึงมือหมอ “เร็ว” กว่านี้สักนิด ก็ยังพอมีโอกาสรอดอยู่บ้าง เพราะบาดแผลของคนเจ็บไม่ได้หนักหนาอะไร จะมีก็แต่การเสียเลือดมากเท่านั้นที่ทำให้ร่างกายคนเจ็บต้านทานไม่ไหว แรก ๆ เหตุผลนี้ฟังดูคล้ายกับการปัดความรับผิดชอบของทางโรงพยาบาล แต่ทว่าเมื่อพิยุชได้ตรึกตรองถึงการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ประกอบกับประสบการณ์การสัญจรบนท้องถนนอินเดียตลอดชีวิต 26 ปีที่ผ่านมาของตัวเขาเอง จากคำบอกเล่าจากเพื่อนฝูง คนรู้จัก ไม่นานนักเขาก็ได้คำตอบอย่างชัดเจนว่า อินเดียไม่มีหน่วยกู้ภัย ไม่มีหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินเหมือนในอเมริกา ยุโรป หรือเมืองใหญ่ ๆ ในเอเชีย จะมีก็เพียง “ตำรวจจราจร” ที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วที่สุด ทั้งนี้กว่าจะลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาลได้แล้วเสร็จก็ใช้เวลาไปไม่น้อยกว่า 1 – 2 ชั่วโมง “เวลา” จึงมีผลอย่างยิ่งในการชี้เป็นชี้ตายคนเจ็บแต่ละราย ดั่งที่ภาษานักกู้ภัยเรียกกันว่า “ชั่วโมงทอง” เพราะยิ่งได้รับความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากเท่าไร โอกาสที่คนเจ็บจะรอดชีวิตหรือรอดพ้นจากภาวะทุพพลภาพก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น […]

สัปเหร่อหญิงใจบุญ ช่วยทำศพ 9 วัด ไม่รับค่าจ้างมานานกว่า 20 ปี

สัปเหร่อหญิงใจบุญ นางสายัณห์ อ่อนละม้าย หรือ “น้ายัณห์” วัย 61 ปี อาสาช่วยชาวบ้านจัดงานศพที่วัดในเขตพื้นที่อำเภอโพธิ์ทอง จ.อ่างทองโดยไม่เคยคิดค่าใช้จ่าย และทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว น้ายัณห์เล่าว่า พ่อเป็นสัปเหร่อมาก่อน เธอได้สืบทอดวิชามาจากพ่อ เวลาพ่อไปช่วยงานศพ ก็จะติดสอยห้อยตามพ่อไปตลอด จนกระทั่งพ่อเสียชีวิต น้ายัณห์จึงสืบทอดเจตนารมณ์ของพ่อ ประกอบกับใจรักในด้านนี้ จึงสานต่อการเป็นสัปเหร่อจากพ่อ โดยไม่ได้คิดว่าเป็นอาชีพ เพราะปกติจะมีอาชีพจักสาน รับสานตะกร้าหวายส่งในตลาดโพธิ์ทอง พอมีงานศพก็จะมีคนมาตามไปช่วย เธอก็ไปทุกงาน ตอนแรกช่วยวัดที่บ้านก่อนคือวัดท่าอิฐ จากนั้นวัดอื่น ๆ ก็ตามมารวม 9 วัด คือ วัดท่าอิฐ วัดน้ำอาบ วัดแม่นาง วัดท่าตลาด วัดโพธิ์เกรียบ วัดศีลขันธาราม วัดสว่าง วัดท่าโขลง และวัดกลางพุฒินิมิต ตั้งแต่ทำมายังไม่เคยเว้นไม่ไปงานไหนเลย ถึงไม่สบายไปไม่ไหวก็จะมีคนมาช่วยพยุงไป แต่พอไปถึงงานเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จากที่เดินไม่ค่อยไหว พอไปถึงกลับมีเรี่ยวมีแรงทำหน้าที่สัปเหร่อจนเสร็จ พอกลับมาบ้านก็ถึงกับล้มนอนต่อ การทำหน้าที่สัปเหร่อไม่ได้มีขั้นตอนอะไรมากมาย แต่ต้องมีพิธีกรรมท่องคาถาตามที่พ่อสอนมา เมื่อมีคนมาแจ้งข่าวงานศพ เธอจะไปช่วยจัดเตรียมพิธีรดน้ำศพ  มัดตราสังศพลงโลง และจัดเตรียมสถานที่เสร็จเรียบร้อย […]

โมโมฟุกุ อันโดะ บิดาแห่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

“”โลกย่อมมีสันติสุข เมื่อผู้คนมีอาหารกินเพียงพอ”” โมโมฟุกุ อันโดะ ผู้กล่าวประโยคนี้สิ้นชีวิตไปในขณะมีอายุได้ 96 ปี เขาเกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวยของไต้หวัน สมัยที่ไต้หวันยังเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรญี่ปุ่น ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของร้านขายผ้า พออายุ 22 เขาจึงทำกิจการโรงงานทอผ้าของตนเองที่กรุงไทเป อีกหนึ่งปีต่อมาก็ขยายสาขาไปที่เมืองโอซะกะในญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่สอง อันโดะย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น เปลี่ยนสัญชาติเป็นญี่ปุ่น และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น พร้อม ๆ กับทำธุรกิจโรงงานทอผ้าไปด้วย เขาถูกจับเข้าคุกไปสองปีด้วยข้อหาเลี่ยงภาษี ซึ่งเขายืนยันว่าที่เขาทำก็แค่จัดสรรเงินให้เป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษา ออกจากคุก เขาล้มลุกคลุกคลานกับธุรกิจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเริ่มตั้งบริษัทนิสชินเพื่อผลิตเกลือสู่ตลาด ขณะนั้นญี่ปุ่นกำลังอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง หลังสงครามโลก รัฐบาลออกมาสนับสนุนให้ประชาชนกินขนมปังที่ทำจากแป้งสาลีจากสหรัฐฯ อันโดะผู้ชอบกินบะหมี่เป็นชีวิตจิตใจเกิดความสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น คำตอบของรัฐคือโรงงานทำบะหมี่เล็กเกินกว่าจะผลิตได้เพียงพอกับความต้องการ อันโดะจึงตัดสินใจจะพัฒนาโรงงานผลิตบะหมี่ด้วยตนเอง แต่สาเหตุที่เกิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้น ก็เพราะคืนอันหนาวเย็นคืนหนึ่งที่เขาต้องเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อซื้อบะหมี่น้ำจากรถเข็น เขาเกิดความคิดเฉียบคมขึ้นว่าต้องหาวิธีทำบะหมี่ที่เกือบสุก ปรุงรสแล้ว เพื่อคนที่ซื้อไปแค่เติมน้ำร้อนก็จะได้ซดบะหมี่ร้อนคล่องคอโดยไม่ต้องเดือดร้อนรอนาน หลังจากลองผิดลองถูกอยู่หลายเดือน วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2501 ขณะมีอายุ 48 ปี อันโดะก็ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสไก่ออกวางขายในตลาดญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ซึ่งกลายเป็นอาหารหรูเพราะราคาแพงกว่าบะหมี่น้ำตามร้านถึงหกเท่า จนปีต่อมาสินค้าของเขาจึงเริ่มเป็นที่นิยม ผลิตได้มากขึ้น ทำให้ราคาลดลงเหลือแค่หนึ่งในสามของราคาบะหมี่น้ำตามร้านค้า หลังจากนั้นก็เกิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติต่าง ๆ ตามออกมา […]

คุณป้าเสียงมหัศจรรย์ ป่วยเป็นมะเร็ง ใช้บทเพลงบำบัดจิตใจ

คุณป้าเสียงมหัศจรรย์ ป้าจอย – อารยา รุ่งเรือง เธอเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ช่อง One 31 หลังจากโชว์พลังเสียงเธอก็ได้สร้างความประทับใจให้ทุกคน แม้แต่นักดนตรีในรายการยังลุกขึ้นปรบมือให้ ทุกคนทึ่งในความสามารถของเธอ เนื่องจากเธอเป็นเพียงแม่ค้าในตลาดนัด ไม่เคยขึ้นเวทีร้องเพลงที่ไหนมาก่อน และไม่มีความรู้ด้านดนตรีเลย นอกจากพรสวรรค์ในการร้องเพลงแล้ว เรื่องราวชีวิตของป้าจอยยังน่าสนใจ และเป็นพลังบวกให้คนทั่วไป เพราะป้าจอยใช้เสียงเพลงช่วยเยียวยาจิตใจเมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง ป้าจอยเล่าถึงตัวเองไว้ในรายการว่า “เป็นคนอุบลค่ะ แต่มาทำมาหากินอยู่ที่ศรีสะเกษ ขายเคสโทรศัพท์ ขายพวกอุปกรณ์ เช่น สายชาร์จแบตโทรศัพท์ ตามตลาดนัด ก็พอได้เงินมาผ่อนค่ารถค่าบ้าน “มาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมตอนปีที่แล้วเมื่อประมาณเดือนเมษายน เป็นระยะสาม เป็นเนื้อร้ายก็เลยต้องตัดนมข้างขวาไปข้างหนึ่ง อยู่โรงพยาบาลศรีสะเกษ “ตอนรักษากินยาหมอก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าก็ใช้เสียงเพลงบำบัดตัวเอง มันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวหรอก เราต้องสู้ เราก็ร้องเพลงนี่แหละสู้เอา เพราะว่ามันอยู่ที่ใจเรา บางทีก็สงสารคนที่เค้าเป็นเหมือนกัน ขอให้สู้ไปนะคะ ถ้าไม่สู้ก็ไม่รู้ โรคมะเร็งมันไม่น่ากลัวหรอกค่ะ มันอยู่ที่ใจเรา อยากให้มาฟังเพลงที่ร้อง มันรักษาโรคนี้ได้สบายมากเลยค่ะ” ป้าจอยเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ร้องเพลงไว้สั้น ๆ ว่า “เริ่มต้นร้องเพลงจากข้างบ้านมีตู้เพลง เค้าเปิดร้านขายลาบ เป็นร้านเพื่อน […]

หมอฟันใจบุญ เดินสายช่วยทำฟันฟรีให้ผู้ยากไร้ทั่วโลกได้ยิ้มสวยอีกครั้ง

คนเราไม่ว่าอาชีพใด สามารถเป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้ทุกวัน อย่างเช่น เฟลิเป้ รอซซี่ (Felipe Rossi) ทันตแพทย์ชาวบราซิลผู้นี้ ซึ่งก่อตั้งองค์กรไม่แสวงกำไร NGO Por1sorriso และออกเดินทางทั่วโลก เพื่อนำรอยยิ้มสดใสคืนสู่ใบหน้าของบรรดาผู้ยากไร้บนโลกใบนี้ฟรี ๆ โดยที่คนไข้ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว  (หมอฟันใจบุญ) เฟลิเป้ รอซซี่ อายุ 38 ปี เป็นทันตแพทย์ด้านความงาม เขาก่อตั้ง NGO Por1sorriso ขึ้นในปี 2016 และยังเป็นผู้อำนวยการฝ่ายระดมทุนอีกด้วย เฟลิเป้ต้องการจะช่วยผู้ยากไร้และผู้มีรายได้น้อยในชุมชนของเขา ในประเทศของเขา และเผื่อแผ่ไปทั่วโลกด้วย ความตั้งใจที่จะทำสิ่งดี ๆ ของเขาได้ทำให้เกิดผลในทางบวกอันยิ่งใหญ่กับชุมชนผู้ที่มีรายได้ต่ำทั้งหลาย ไม่เพียงแต่ในบราซิลบ้านเกิดเท่านั้น แต่รวมไปถึงเคนยา โมซัมบิก และที่อื่น ๆ อีกมากมาย ปรัชญาการทำงานของเฟลิเป้คือ ช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีปัจจัยในการดูแลตัวเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่คิดค่าใช้จ่ายกับคนที่เขาทำฟันให้เลย ซึ่งเฟลิเป้เขียนไว้ในอิสตาแกรมส่วนตัวว่า โครงการของเขาจะแตกต่างกับโครงการแจกแปรงสีฟันและยาสีฟันฟรี  โดยตัวเขาและทีมงานจะออกตระเวนไปทั่วโลก เพื่อช่วยผู้ยากไร้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบทันตกรรม ทำศัลยกรรมแก้ไขและตบแต่งฟัน เพื่อให้คนเหล่านี้ได้มีรอยยิ้มที่สวยงามอีกครั้ง ถึงแม้จะต้องขนย้ายอุปกรณ์ทำฟันที่มีน้ำหนักมากประมาณ 2 ตันไปทั่วทุกมุมโลก แต่ด้วยความมุ่งมั่น และการช่วยเหลือของเหล่าอาสาสมัครในแต่ละพื้นที่กว่า 4,000 […]

สัจธรรมชีวิตให้คิดถึงความตาย…จากใบโพธิ์ที่ปลิดปลิว

ตอนเด็ก ๆ บ้านของผมอยู่ใกล้ต้นโพธ์ิขนาดใหญ่ (สัจธรรมชีวิต) ใต้ต้นโพธิ์เป็นที่ตั้งของศาลขนาดย่อม ศาลแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของคนในชุมชนละแวกนี้อย่างมาก จึงมีผู้คนแวะเวียนมาสักการะไม่ขาดสาย เสียงเขย่าเซียมซีที่ดังอยู่เกือบตลอดวันและกลิ่นควันธูปที่ลอยโขมงไปทั่ว รบกวนชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบ ๆ ต้นโพธิ์ไม่น้อย แต่ไม่มีใครกล้าโวยวาย เพราะต่างก็ทราบแก่ใจดีว่า ใครขืนโวยวายอาจถึงขั้นถูก ‘อัปเปหิ’ หรือขับไล่ออกนอกพื้นที่อย่างแน่นอน ยิ่งนานวัน เสียงบ่นกระปอดกระแปดยิ่งเริ่มดังสอดประสานกับกลิ่นควันและเสียงที่ยิ่งเพิ่มขึ้น ในสภาวการณ์เช่นนี้ คนอื่นอาจอยู่ยาก แต่น่าแปลกที่ผมกลับรู้สึกเฉย ๆ ส่วนเรื่องที่ไม่มีใครบ่นถึงเลย ผมกลับรู้สึกหงุดหงิด นั่นคือ ใบโพธิ์ที่ร่วงลงมาเกลื่อนพื้นทุกวัน ที่หงุดหงิดเพราะต้องคอยปัดกวาดอยู่ตลอด มิฉะนั้นใบโพธิ์อาจท่วมมิดบ้านภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 – 3 วัน ใบโพธิ์ที่ร่วงลงมานั้นส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำตาล ใบโพธิ์ที่ร่วงรองลงมาเป็นสีเหลือง ใบโพธิ์ที่ร่วงลงมาน้อยที่สุดคือสีเขียว   การที่ต้องสู้รบปรบมือกับใบโพธิ์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้จิตของผมจดจ่ออยู่กับใบโพธิ์โดยไม่รู้ตัว และเริ่มมองเห็นบางสิ่งในนั้น   ใบโพธิ์สีน้ำตาลนำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้ ต้องกวาดทิ้งทั้งหมด ส่วนใบสีเหลืองกับใบสีเขียว ถ้าเราคัดใบที่สมบูรณ์มาทับไว้ในหนังสือ พอแห้งนำไปเคลือบพลาสติกสักหน่อย เอาไว้คั่นหนังสือก็ได้ หรือจะทำเป็นของที่ระลึกแจกเพื่อน ๆ ก็ได้ หรือถ้าจะให้วิจิตรกว่านั้น ต้องแช่น้ำทิ้งไว้สักคืน แล้วค่อย ๆ รูดเอาเปลือกของใบออก จนเหลือแต่เส้นใยบาง […]

บรูคทาวิท ทิกาบู ครูผู้เป็นดั่ง “ไม้ขีดไฟ” ส่องนำทางให้แก่เด็ก ๆ ในเอธิโอเปีย

“ขีดจำกัด” ของคนอยู‹่ที่ตรงไหน หลายคนอาจจะตอบว‹่า ทักษะความสามารถ – รูปร‹่างหนŒ้าตา – สถานภาพทางการเงิน – ระยะเวลา หรือบทบาทหนŒ้าที่การงาน ฯลฯ ทว่าสำหรับคุณครูสาวชาวเอธิโอเปียวัย 28 ปี บรูคทาวิท ทิกาบู (Bruktawit Tigabu) ดูเหมือนคำว่า “ขีดจำกัด” ไม่มีอยู่ในสารบบชีวิตเธอด้วยซ้ำ จริงหรือไม่อย่างไร เรื่องราวต่อไปนี้คือคำตอบ ความเป็นครูของบรูคทาวิทไม่ได้จำกัดอยู่แค่เช้าจรดเย็นในห้องเรียนเล็ก ๆ หรือในรั้วโรงเรียนประถมที่เธอสังกัดในกรุงแอดดิส อาบาบา (Addis Ababa) เมืองหลวงของเอธิโอเปีย แต่ความเป็นครูของเธอยังเผื่อแผ่ออกไปยังเด็ก ๆ ทั่วทั้งเอธิโอเปียด้วยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง โดยปราศจากคำสั่งหรือการบีบบังคับจากใคร รายงานของกระทรวงสาธารณสุขฉบับหนึ่งระบุว่า “ทุก ๆ ปีเด็กเอธิโอเปียอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวนกว่า 400,000 คน มักป่วยเป็นโรคท้องร่วง มาลาเรีย ปอดอักเสบ หัด และตกอยู่ในภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งเกือบ 280,000 คนในจำนวนนี้มักจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา” รายงานฉบับนี้ตรงเข้ากระแทกใจคนเล็ก ๆ อย่างบรูคทาวิทเข้าอย่างจัง […]

สองพี่น้องเด็กหญิงยอดกตัญญูขายก๋วยเตี๋ยวสูตรตัวเองเลี้ยงคุณย่า

สองหนูน้อยเด็กหญิงวัยประถม ช่วยกันทำก๋วยเตี๋ยวหารายได้ เลี้ยงคุณย่า ซึ่งร่างกายไม่แข็งแรง นอกจากขยันขันแข็งตัวเป็นเกลียวแล้ว ยังคิดสูตรก๋วยเตี๋ยวต้มยำเฉพาะของตัวเองที่อร่อยถูกปากลูกค้า เป็นที่ร่ำลือปากต่อปาก ร้านของสองหนูน้อยคือ ร้านบะหมี่ เกี้ยว และ ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น ตั้งอยู่ริมถนนอัมรินทร์ กลางตลาด ในเขตเทศบาลเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นร้านรถเข็น ติดไฟสีเหลือง มองเห็นชัดเจน ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าร้านศรีภัณฑ์อัมรินทร์ ตรงข้ามร้านทองมังกรคู่ ร้านนี้จะมีลูกค้ามานั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวอย่างไม่ขาดสาย เพราะติดใจในรสชาติที่อร่อยถูกปาก และมาช่วยอุดหนุน 2 แม่ค้าหนูน้อย ที่ช่วยกันทำก๋วยเตี๋ยวและบริการให้กับลูกค้าอย่างแข็งขัน จนมีลูกค้าประจำมากมาย ย่าติ๋ว หรือ นางประทิน บุญประเสริฐ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นคุณย่าของเด็กหญิงทั้ง 2 เปิดเผยว่า หลานคนโตคือ ด.ญ.สุภัคนันท์ บุญประเสริฐ หรือ น้องอุ้ม อายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้น ป. 5 /2 และหลานคนเล็กคือ ด.ญ.กชพรรณ บุญประเสริฐ หรือ […]

เรื่องราวน่ารักเมื่อหญิงสาวเรียกใช้หนุ่มหูหนวกขับแกร็บไบค์ ประทับใจบริการเยี่ยม

หญิงสาวแชร์เรื่องราวดี ๆ ที่เธอได้มีโอกาสใช้บริการแกร็บไบค์ ซึ่งคนขับเป็นผู้พิการทางการได้ยิน บอกเล่าถึงความประทับใจในการให้บริการของแกร็บไบค์รายนี้ โดยเธอโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Suwimol White Khunnathamsakul ระบุข้อความว่า ไปเรียนสายยยยย แต่มีเรื่องให้ยิ้มตั้งแต่เช้าาาาาา 😂 ครั้งแรกในชีวิตที่ได้นั่ง #grabbike โดยคนขับที่เป็นผู้พิการทางการได้ยิน คนขับน่ารักมากกกก มาถึงก็ยื่นกระดาษแผ่นนี้มาให้เลือกจิ้มเลยว่าจะให้ขับด่วน หรือ ช้า เราเลือก ‘ด่วน’ ระหว่างขับ เค้าก็เช็คตลอดว่าเราโอเคไหม เราเลยเขียนโน๊ตส่งกลับไปว่า ‘ไม่เป็นไรค่ะ ทันอยู่ c: ’ ป.ล. ศัพท์เขียนไม่ถูก เราเลยขอแก้ให้เค้า จาก deat เป็น deaf (หูหนวก) 😉 #ขออนุญาตชี้แจง จากที่หลายคนสงสัยเรื่องความปลอดภัย เราได้ไปตรวจสอบข้อมูลแล้ว พบว่า คนพิการหูหนวกก็สามารถทำใบขับขี่ได้ อยู่ที่การพิจารณาของแพทย์และเจ้าหน้าที่ เช่น คนนี้อาจจะหูหนวกในระดับที่ยังพอได้ยินเสียงแตรบ้าง https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10214294249339829&set=a.2874671075582&type=3&theater ชาวเน็ตต่างเข้ามาชื่นชมมากมายกับเรื่องราวที่น่ารัก และประทับใจการสู้ชีวิตทำงานหาเลี้ยงชีพของหนุ่มแกร็บไบค์ หลังจากนั้นหญิงสาวจึงโพสต์เพิ่มเติมอีกว่า เมื่อวานที่เราโพสต์ คุณชอบเรื่อง grab bike ให้โอกาสคนพิการ จริง […]

ความสุขพอเพียง เรียบง่าย ไม่สิ้นเปลือง โดย พระอาจารย์ยุทธนา เตชปัญฺโญ

เราสามารถมี ความสุขพอเพียง ไม่เบียดเบียนใคร เรียบง่ายและไม่สิ้นเปลืองได้อย่างไร พระอาจารย์ยุทธนา เตชปัญฺโญ ได้ชี้แนะไว้ดังนี้ มีคนกล่าวถึงความพอเพียงไว้หลายรูปแบบ ในหลายศาสตร์สำหรับการดำเนินชีวิตด้วยความพอเพียงแล้วต้องมีความสุขด้วย เป็นศิลปะของการใช้ชีวิตชั้นเลิศ เพราะในการดำรงชีวิตทุกวันต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ถ้าท่านไม่ขวนขวายหาความสุขความสงบให้ชีวิต นับว่าเป็นการใช้ชีวิตที่สูญเปล่า ขาดเป้าหมายไร้ประสิทธิภาพ การยืนอยู่บนความพอเพียง หมายถึงใช้ทรัพยากรเงินทองไม่เกินตัว ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น รวมทั้งต้องใช้ให้คุ้มค่าอีกด้วย มีสมดุลทั้งรายรับและรายจ่าย หาเลี้ยงชีพด้วยความสุจริต ไม่หวังกำไรสูงสุด แต่มีเป้าหมายเพื่อการเติบโตมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ดูแล้วก็เหมือนสิ่งที่พระพุทธศาสนาสอนให้เรายึดถือแนวทางสันโดษ ไม่เบียดเบียน ลองมาใช้ชีวิตพอเพียงอย่างมีความสุข สงบ เรียบง่าย และไม่สิ้นเปลือง จัดสรรเวลามาปฏิบัติดู ตื่นเช้าด้วยความเบิกบาน ตั้งใจทำความดี อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดวัน ออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง จิตใจเบิกบาน มีภูมิคุ้มกันโรคภัยไข้เจ็บ เอาใจตัวเองบ้าง เช่น ไปดูหนัง ฟังเพลง เสริมสวย เล่นกีฬา เดินช็อปปิ้ง คุยกับเพื่อน นอนกลางวัน ฯลฯ แต่อย่าลืมเรื่องความสมดุลของรายรับ รายจ่ายด้วย เสียสละเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น หยุดรถให้คนข้าม ให้คันอื่นไปก่อน […]

หนูน้อยกตัญญูสู้ชีวิต ตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง ต้องคอยดูแลตายายเพียงลำพัง

เรื่องราวของ หนูน้อยกตัญญูสู้ชีวิต นี้ ถูกถ่ายทอดลงในเฟซบุ๊กชื่อ Poramet Misomphop หรือ คุณปรเมศร์ มีสมภพ ผู้ดำเนินรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ บอกเล่าชีวิตของหนูน้อยโอปอ หรือ เด็กหญิงวิศรุตรา เหมือนจีน อายุ 10 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันน้องโอปอต้องเจ็บปวดทรมานจากการรักษา แต่น้องก็ยังไม่ท้อ สู้อดทนต่อความเจ็บปวดเพราะต้องดูแลคุณตาที่เป็นผู้พิการ และคุณยายที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง กิจวัตรของน้องโอปอคือ ทุกวันก่อนไปโรงเรียน น้องโอปอจะตื่นแต่เช้ามาหาข้าว หายา เปลี่ยนผ้าอ้อมและดูแลยายที่นอนป่วย แล้วจึงไปโรงเรียน ในระหว่างที่น้องโอปอไปโรงเรียน คุณตาซึ่งเจ็บป่วยหลายโรค และพิการข้อเท้าผิดรูปจะคอยช่วยดูแลยาย พอเลิกเรียนน้องโอปอจะรีบกลับมาบ้านเพื่อดูแลคุณยาย ส่วนคุณแม่ของน้องโอปอนั้นไม่ได้พักอยู่ด้วยกัน เพราะต้องทำงานเป็นลูกจ้างร้านโลงศพอยู่ที่อื่น แต่ก็ยังไป ๆ มา ๆ เพื่อมาดูแลน้องโอปอ คุณปรเมศร์บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของน้องโอปอดังนี้ ” ลมหายใจของหนูที่เหลืออยู่ “ หนูจะต้องไม่เป็นอะไร หนูจะต้องหาย หนูอยากให้ยายหาย หนูจะอดทนให้มากที่สุด ถึงแม้หนูจะอยู่ได้อีกไม่นาน…. ถ้าคุณจำได้ ตอนคุณอายุ 10 ขวบ ตอนนั้นคุณกำลังทำอะไร บ้างคน […]

เชิญชวนสร้างกุศลบริจาคอวัยวะ บริจาค 1 คน ช่วยผู้ป่วยได้ถึง 8 ชีวิต

กระทรวงสาธารณสุข เชิญชวนประชาชนร่วม บริจาคอวัยวะ ให้ชีวิตใหม่เพื่อนมนุษย์ ลดความพิการแก่ผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยผู้บริจาค 1 คนจะช่วยผู้ป่วยได้ถึง 8 คน นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสภากาชาดไทย จัดทำโครงการบริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 รณรงค์ให้ประชาชนร่วมแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา เพื่อช่วยชีวิตและลดความพิการแก่ผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งผู้บริจาค 1 คน จะช่วยผู้ป่วยได้ถึง 8 คน นายแพทย์สุขุมกล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญในการดำเนินงานระบบบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะให้มีความเข้มแข็งพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ ร่วมมือกับสภากาชาดไทยจัดตั้งศูนย์รับบริจาคอวัยวะในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ และพัฒนาทีมจัดเก็บอวัยวะในทุกเขตสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัด มีโอกาสเข้าถึงบริการปลูกถ่ายอวัยวะที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว โดยเฉพาะการปลูกถ่ายไตและดวงตา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2562 มีผู้ป่วยที่ลงทะเบียนรอรับการ บริจาคอวัยวะ จำนวน […]

keyboard_arrow_up