“ด้วยรักและเมตตา” รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ

ผมมักสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับความจริงของโลก ชีวิต จิตวิญญาณ ศาสนา และศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตัวเองมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก (นายแพทย์ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ) อาจจะด้วยความที่เป็นเด็กช่างสงสัย ผมจึงไม่เคยหยุดที่จะหาคำตอบหรือยอมเชื่ออะไรง่าย ๆ จนกว่าจะลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ในเรื่องการรู้แจ้งในความจริงของชีวิตก็เช่นกัน ผมจึงลงมือหาคำตอบด้วยการปฏิบัติธรรมตั้งแต่อายุ 12 – 13 ปี โดยฝึกสมาธิทุกวัน รวมทั้งอ่านคัมภีร์ทางศาสนา เช่น มิลินทปัญหา ซึ่งผมอ่านตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมและชอบหนังสือเล่มนี้มาก เพราะได้แสดงให้เห็นการปุจฉา – วิสัชนาอย่างลึกซึ้งตลอดทั้งเล่ม รวมไปถึงหนังสือ กรรมฐาน 40 ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ และหนังสือ คู่มือมนุษย์ ของท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนังสือหลักของผู้ปฏิบัติธรรมทุกคน จากประสบการณ์ในวิปัสสนากรรมฐานทำให้ผมตระหนักรู้ในทุกข์คือตั้งแต่เกิดจนตาย ชีวิตของคนเราคือกองทุกข์ หายใจเข้าไม่หายใจออกก็ทุกข์ หายใจออกแล้วไม่ได้หายใจเข้าก็ทุกข์…ทุกข์นี้คือความจริง แต่ทุกข์นั่นเองที่เป็นเงื่อนไขสำคัญให้จิตพ้นทุกข์ อาจเรียกได้ว่าเป็น “ข้อดี” ของความทุกข์ก็น่าจะได้ เพราะทุกข์เป็นเครื่องช่วยให้เรามีความรักความเมตตาต่อทุกชีวิต และยังช่วยให้แสวงหาทางพ้นทุกข์ด้วยสติปัญญา ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ผมจึงมักจะเฟ้นหาสถานที่ที่สงบเพื่อไปเก็บตัวปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิตามที่ต่าง ๆ หากมีเวลามากหน่อยก็ไปพักฝึกจิตใจที่วัดป่าสัก 3 – 4 วัน ถ้าไม่มีเวลาก็อาศัยการนั่งที่ข้างสระน้ำแถว […]

หลุยส์ แซมเปอรินี “ผู้ที่รอดชีวิตได้เพราะการให้อภัย”

คนที่เคยรู้จัก หลุยส์  แซมเปอรินี (Louis Zamperini) ตอนเด็ก ๆ มักคิดว‹า เขาจะต้Œองโตขึ้นมาเป็นอันธพาลแน่ ๆ‹ เพราะหลุยส์เป็นšเด็กที่เกเรมาก ชอบทะเลาะวิวาท และขี้ขโมย แต่หลุยส์ก็ไม่ได้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ไม่ได้อย่างที่ใครหลายคนคิดไว้ เพราะพี่ชายได้ชักจูงให้เขาหันไปใช้พลังกับการ “วิ่ง” แทน ในปี ค.ศ. 1936 หลุยส์สามารถผ่านการคัดตัวเข้าไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เขาร่วมลงแข่งขันในรายการวิ่ง 5,000 เมตร และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 8 แม้จะไม่ได้ชัยชนะ แต่การเร่งสปีดอย่างรวดเร็วปานพายุในช่วง 56 วินาทีสุดท้ายได้ทำให้หลุยส์กลายเป็นที่จับตามองของคนทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่จริงแล้ว หลุยส์น่าจะคว้าเหรียญทองโอลิมปกิครั้งต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา ทว่าโอลิมปิกปี 1940 กลับถูกยกเลิกเนื่องจากสงคราม หลุยส์ต้องผันตัวเองจากนักวิ่งอาชีพไปเป็นนักบินประจำเครื่องบินทิ้งระเบิด และปฏิบัติการในพื้นที่แถบเกาะฮาวาย วันที่ 27 พฤษภาคม 1943 เครื่องบิน B-24 ที่หลุยส์ประจำการอยู่เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องและตกลงในมหาสมุทร หลุยส์เล่าว่า เขาสำลักน้ำทะเลที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำมัน ควันไฟ และเลือดของตัวเองอย่างแรง มันทำให้เขาทรมานมาก ทว่าเขาก็สามารถพาตัวเองออกมาจากเครื่องบินที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ […]

ทำทุกอย่างเพื่อลูก! คุณพ่อหุ่นอวบยอมลดน้ำหนักเพื่อบริจาคตับให้ลูกน้อย

เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิต คนเราจำเป็นต้องหาสิ่งกระตุ้นสักอย่างเป็นตัวช่วย สำหรับ ฌอน เคลลี่ (Sean Kelley) นั่นคือการช่วยชีวิต หนูน้อยซอว์เยอร์ (Sawyer) ลูกชายวัย 1 ขวบของเขา หลังจากที่ซอว์เยอร์ลงชื่อเข้าคิวรอปลูกถ่ายตับ ฌอนก็ตัดสินใจทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้ตัวเองสามารถบริจาคตับส่วนหนึ่งให้ลูกได้ (บริจาคตับให้ลูกน้อย) ในเดือนตุลาคม 2018 หนูน้อยซอว์เยอร์เกิดมาพร้อมกับ Alagille syndrome ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่สามารถทำลายอวัยวะอย่างเช่นหัวใจและตับได้ และเคสของซอว์เยอร์มีอาการรุนแรง หากไม่ได้รับการปลูกถ่าย หนูน้อยอาจไม่มีโอกาสฉลองวันเกิดอายุ 2 ขวบก็เป็นได้ คุณหมอบอกฌอนและโจซี่ ผู้เป็นภรรยาว่า หากลูกน้อยยังต้องเข้าคิวในรายชื่อรอปลูกถ่ายอยู่แบบนี้ อาจไม่ได้รับบริจาคตับทันเวลา วิธีที่ดีที่สุดคือหาผู้บริจาคที่มีชีวิต (live donor) ดังนั้นระหว่างที่หนูน้อยซอว์เยอร์อยู่ในรายชื่อเข้าคิวรอรับบริจาค ฌอนจึงเช็คดูว่าตับของเขาสามารถเข้ากับลูกได้ไหม ปรากฏว่าเข้ากันได้ เพียงแต่ว่าเขาต้องลดค่าดัชนีมวลกาย (BMI) โดยลดน้ำหนักลง 40 ปอนด์ (ประมาณ 18.14 กิโลกรัม) จากน้ำหนักเดิม 259.5 ปอนด์ให้เหลือ 220 ปอนด์ ฌอนซึ่งเป็นคุณพ่อลูกเจ็ดจากนิวยอร์กเปิดใจว่า คนเป็นพ่อก็ย่อมต้องการเห็นลูกเจริญเติบโต ต้องการเห็นลูกมีความสุข ต้องการมอบโอกาสทั้งหมดทั้งมวลให้ลูกได้ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่พ่อคนหนึ่งสามารถทำได้ และนี่คือโอกาสที่เขาจะได้ทำให้ลูก […]

ปล่อยจิตให้เป็นโสด (บ้างเถอะ!) – ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

คนเราทำอะไรต้องมีเป้าหมาย โดยเริ่มจากการตั้งหางเสือ แล้วพุ่งไปที่เป้าหมาย (ปล่อยจิตให้เป็นโสด) …ดังเช่นตัวผมตั้งเป้าที่จะไปนิพพาน ผมจึงปักธงชัยไว้ที่นิพพานแล้วเดินตามเส้นทางแห่งการหลุดพ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อยก็พัก แต่ไม่เคยหยุด ทำให้ไม่ทุกข์ ไม่คาดหวัง แต่ไม่เลิก ฝึกไปเรื่อย ๆ โดยไม่ประมาท ถึงไม่ถึงเป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตน เหมือนการอิ่มข้าว ซึ่งเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ ผมใชัหลักการที่ว่า หากเส้นทางเดินถูกต้องตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงชี้แนะไว้ อย่างไรก็ไม่หลงทาง ตราบใดที่เรามั่นใจในกระบวนการ ซึ่งระหว่างทางก็อาจทำเพื่อโลกบ้าง เพื่อธรรมบ้าง ตราบนั้นเราเดินทางถึงแน่นอน มีคนเคยถามผมว่า ทำไมผมถึงตั้งเป้าเช่นนั้น หากอุปมาก็เหมือนกับคนที่เคยกินมะม่วงแล้วพบว่า อร่อย ก็เลยกินต่อ กับคนเคยกินของบูดเน่าแล้วรู้ว่าไม่อร่อย เลยเข็ดขยาดไม่กินอีก…มะม่วงอร่อยที่กล่าวถึงคือความสุขทางธรรมระดับลึก ๆ ที่เกิดขึ้นกลางใจ ทำให้ใจโล่งโปร่งสบาย ซึ่งยิ่งใหญ่และลึกซึ้งกว่าความสุขแบบโลก (สุขทางเนื้อหนัง วัตถุ สิ่งสมมุติทั้งหลาย) อย่างไม่สามารถเปรียบเทียบได้ ดังนั้นการที่ผมตั้งเป้าหมายที่จะไปนิพพานจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่กระนั้นการที่ผมทำงานเยอะและหลากหลายทำให้ตัวเองไม่ค่อยมีเวลา ผมจึงใช้หลักการ “บวชอยู่กับงาน” ดังที่ท่านพระอาจารย์พุทธทาสเคยสอนว่า “งานคือธรรม ธรรมคืองาน” แทน…ในงานทั้งหลายที่เราจำเป็นต้องทำนั้น มีทั้งโจทย์และแบบฝึกหัดให้ฝึกสติมากมาย ตั้งแต่กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต จนถึงธรรมในธรรม ทุกวินาที ทุกอิริยาบถที่ผ่านไป […]

การเดินทางของจิตดวงสุดท้าย

ทุกข์ใดของแม่ไม่เท่าทุกข์เพราะลูกตาย (จิตดวงสุดท้าย) ความตายของลูกไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน ล้วนโหดร้ายเกินใจแม่จะรับได้ เรื่องที่จะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงจากปากของแม่ผู้สูญเสียลูกด้วยสาเหตุการตายที่เหลือเชื่อ และยากเกินกว่าจะทำใจยอมรับได้ง่าย ๆ แม่ผู้นี้เป็นแม่ชีในพุทธศาสนา ท่านเป็นชาวนิวซีแลนด์และได้บวชมาเป็นพรรษาที่ยี่สิบแล้ว ท่านมีชื่อทางธรรมว่า Ani Kunzang เป็นภาษาทิเบตตามประเพณีการบวชแบบมหายาน แม่ชีเล่าว่า ก่อนปวารณาใช้ชีวิตนักบวช แม่ชีมีครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ลูกชายแม่ชีชื่อ ““ไบรอน”” อายุ 27 ปี เป็นลูกชายคนเดียวในบรรดาลูกห้าคน นอกนั้นเป็นลูกสาว ลูกคนนี้แม่ชีรักมาก ความผูกพันระหว่างแม่ชีกับลูกชายมีความพิเศษลึกซึ้งกว่าลูกคนอื่น ๆ ตอนที่ลูกยังเล็ก แม่ชีใช้ชีวิตอยู่ในฟาร์มที่บ้านนอกที่เกาะเหนือ ประเทศนิวซีแลนด์ สมัยนั้นบ้านแม่ชีไม่มีไฟฟ้าใช้ ค่ำลงแม่ชีก็เล่านิทานให้ลูกฟังก่อนนอน ไบรอนเป็นลูกช่างสงสัยมักถามคำถามเวลาเล่านิทานให้ฟังเสมอ ความผูกพันระหว่างแม่และลูกเหนียวแน่น เพราะไม่ถูกเกมคอมพิวเตอร์แย่งเวลาในครอบครัวเหมือนการเลี้ยงลูกสมัยนี้ ไบรอนมีโรคประจำตัวอย่างหนึ่งที่แก้ไม่หาย คือ โรคนอนละเมอ มีครั้งหนึ่งแม่ชีจำได้ว่า หลังจากที่ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว ทั่วทั้งฟาร์มมืดมิด ตกดึกแม่ชีตื่นขึ้นมามองไม่เห็นลูก (ปกติแม่ชีจะตื่นกลางดึกเป็นประจำเพื่อออกมาดูว่าไบรอนเดินละเมอออกนอกห้องหรือเปล่า) แม่ชีตกใจรีบปลุกสามีขึ้นมาจุดตะเกียงออกเดินตามหาลูก ตอนนั้นไบรอนอายุได้เจ็ดขวบ แม่ชีและสามีออกเดินตามหาไบรอนทั่วฟาร์ม ในที่สุดก็ไปพบลูกนอนหลับสนิทอยู่บนกองฟางข้างบ้านนั่นเอง เวลาผ่านไปยี่สิบปี โรคนี้เป็น ๆ หาย ๆ รักษาเท่าไรก็ไม่หายขาดจนแม่ชีทำใจว่า ถ้าลูกหมดกรรม ลูกคงหาย แต่ถ้าลูกหมดบุญและเกิดอันตรายใด […]

ไม่มีใครแก่เกินเรียน เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่ เริ่มหัดอ่านเขียนเมื่ออายุเกือบร้อย

เจมส์ อาร์รูด้า เฮนรี่ (James Arruda Henry) ชาวอเมริกันเชื้อสายโปรตุเกส อายุกว่า 90 เกิดและเติบโตที่รัฐโรดไอแลนด์ เขาเป็นกัปตันเรือจับกุ้งล็อบสเตอร์ ซึ่งเป็นอาชีพที่เป็นหน้าเป็นตาของรัฐนี้ คุณตาเจมส์เป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือชุมชน และมีเพื่อนฝูงมากมาย ทว่าตลอดเวลาเกือบร้อยปีที่ใช้ชีวิตมา…คุณตากลับรู้สึกราวกับว่าตัวเองไม่เคยมีตัวตน เหตุก็เพราะไม่ว่าจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหนกับใคร คุณตาต้องคอยปกปิดความจริงที่ว่าตัวเองเป็นคนไม่รู้หนังสือ เวลาไปร้านอาหาร คุณตาก็จะรอให้คนอื่นสั่งอาหารก่อน ตัวเองจึงค่อยสั่งตาม เมื่อถึงเวลาเช็กบิล ก็จะแกล้งทำเป็นอ่านหนังสือพิมพ์แทนการดูบิลค่าอาหาร และใช้วิธีถามเด็กเสิร์ฟว่ามื้อนี้ราคาเท่าไร แม้จะเซ็นชื่อของตัวเองได้ แต่คุณตาก็รู้สึกทรมานใจทุกครั้งที่ต้องเซ็นชื่อลงบนเอกสารที่ตัวเองอ่านไม่ออก! คุณตามีพ่อที่ติดเหล้า ชอบทุบตี และบังคับให้คุณตาออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุแค่ 9 ขวบ ตั้งแต่นั้นคุณตาก็ต้องทำงานหนักสารพัด แต่อาชีพที่ทำให้ตั้งตัวได้คืออาชีพชาวประมงจับกุ้งล็อบสเตอร์ คุณตาแต่งงานตั้งแต่อายุ 20 ต้น ๆ แต่ยังไม่กล้าบอกภรรยาว่าตัวเองอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จนเวลาผ่านไปสองปี จึงสารภาพกับภรรยา เธอจึงเป็นคนเดียวที่รู้ความลับเรื่องนี้ ตอนหนุ่ม ๆ คุณตาทำงานหนักมากจนไม่ว่างพอจะกลับไปเรียนหนังสือ พอแก่ตัวก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเรียนไหว จึงต้องทนกล้ำกลืนเก็บความลับนี้ไว้กับตัวมาตลอด กระทั่งคุณตาอายุได้ราว 92 ปี ภรรยาก็ล้มป่วยลง หลานสาวคนหนึ่งนำหนังสือเรื่อง Life Is So Good […]

“สติมา…ปัญญาเกิด” – ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

เคยมีคนมาตั้งข้อสังเกตว่าผมเคยโกรธบ้างไหม โดยเฉลี่ย 1 ปีผมจะโกรธจริง ๆ และแสดงออกไม่เกิน 5 ครั้ง แต่มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำได้ไม่ลืม ซึ่งทำให้ผมโกรธจนเกือบ “หลุด” ไปซะแล้ว สิบปีที่แล้วผมเห็นรถของตัวเองโดนกรีดยางจนแบนแต๋ทั้งสองล้อเพราะไปจอดรถทับที่ของคนอื่น ด้วยความที่เราเป็นคนรักรถจึงโกรธมาก…หากเป็นตัวผมเมื่อก่อนที่ยังไม่เคยปฏิบัติธรรมเจริญสติมาก่อนคงโวยวายและคิดหาวิธีการเอาคืน ผมพยายามปลอบใจตัวเองและห้ามความโกรธนั้น แต่ความโกรธไม่ยอมจากไปง่าย ๆ ระดับความโกรธยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ …แต่เพียงไม่เกิน 2 นาที สติก็เข้าไปจัดการโทสะด้วยการเห็นอารมณ์โกรธนั้นวิ่งขึ้นมากลางหน้าอก ไม่นานความโกรธที่มีก็หายวับไป…กลายเป็นความเย็นอกเย็นใจขึ้นมาแทนที่ น่าแปลก…ที่อยู่ดี ๆ ผมเกิดปัญญาขึ้นมาว่า ควรจัดการกับเหตุการณ์นี้อย่างไร ผมฝากให้เลขาฯหาชื่อเจ้าของที่จอดรถตรงนั้นโดยบอกด้วยว่า “หาเจอเมื่อไร รบกวนช่วยหาดอกไม้ให้ผมด้วย ผมจะไปขอโทษเขา” ผมมาทราบทีหลังว่าคนที่กรีดรถผมเป็นคนเยอรมัน เจ้าของบริษัทท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ และทำงานอยู่ในตึกเดียวกับผม ด้วยความที่เยอรมันเป็นชาติที่มีระเบียบวินัยสูง เขาจึงใช้วิธีการกรีดยางเพื่อเป็นการสั่งสอนคนไทยให้รู้จักมีวินัย ไม่จอดรถทับที่เขาอีก พอคนในบริษัทรู้ว่าผมโดนแบบนี้ ทุกคนโกรธแทนผมทันทีพร้อมกับช่วยกันหาวิธีการเอาคืนให้ ยามของบริษัทถึงกับบอกว่า จะเอาไม้ไปทุบรถคันนั้นให้บุบ ผมรีบห้ามไว้ก่อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ผมเอาดอกไม้ไปให้เขาเพื่อขอโทษด้วยตัวเอง แต่เขาไม่ออกมาพบกลับส่งผู้จัดการฝ่ายมาหาผมแทน ผมจึงฝากข้อความให้ไปบอกเจ้านายเขาว่า “เราอยู่ตึกเดียวกันน่าจะคุยกันได้” และอธิบายให้ฟังว่า สาเหตุที่ทำให้ผมต้องไปจอดรถในที่ของเขาก็เพราะผมต้องรีบไปงานศพ เมื่อคุยกันเรียบร้อย ผมก็ขอตัวกลับมาเคลียร์งาน ช่วงเที่ยงวันนั้นทั้งออฟฟิศกรี๊ดกร๊าดกันเกรียวกราว เพราะฝรั่งชาวเยอรมันคนนั้นส่งตะกร้าผลไม้ขนาดใหญ่มาให้พร้อมแชมเปญรวมแล้วราคาคงประมาณ 10,000 บาท […]

สิ้น ‘หลวงปู่แบน ธนากโร’ เสาหลักพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น

เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา พระภาวนาวิสุทธิญาณเถร หรือ หลวงปู่แบน ธนากโร เจ้าอาวาสวัดดอยธรรมเจดีย์ ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ กุฏิวัดดอยธรรมเจดีย์ สิริอายุ 91 ปี 72 พรรษา โดยมีกำหนดการถวายเพลิงสรีระสังขารองค์หลวงปู่แบน ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคมนี้ ณ วัดดอยธรรมเจดีย์ จ.สกลนคร หลวงปู่แบน ธนากโร เป็นพระเถระสายพระป่าในประเทศไทย ผู้เป็นสหธรรมิกใกล้ชิดกับพระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) และได้รับความวางใจจากหลวงตามหาบัว ให้เป็นเสาหลักของคณะพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น หลวงปู่แบน นามเดิมว่า สุวรรณ กองจินดา เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2471 ณ บ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี บิดาชื่อนายเล็ก มารดาชื่อ นางหลิม กองจินดา มีอาชีพทำสวนทำไร่ ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวจังหวัดจันทบุรี หลวงปู่แบนได้อุปสมบท เมื่อวันที่ […]

มรรคาแห่งเอกภาพ “เอกายโน มคฺโค” ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ

พระรัตนตรัยย่อมยังประโยชน์ต่อสรรพสัตว์เสมอ การบรรลุถึงความเป็นอนัตตา – สุญญตาย่อมพ้นจากสังสารวัฏ (กิเลส กรรม วิบาก) ละเปี่ยมอยู่ด้วยปัญญาญาณที่รู้แจ้งอย่างสมบูรณ์ในความเป็นสุญญตาของสรรพสิ่ง ย่อมเข้าถึงสภาวะแห่งความสุขที่แท้จริง การบำเพ็ญภาวนาบนสัมมาอริยมรรคด้วยการบ่มเพาะบารมีทั้งสิบย่อมได้รับธรรมโอสถ คือ “สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ”* (รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง) ซึ่งเป็นอานิสงส์อันเกิดจากความมั่นใจต่อวิถีทางของการปฏิบัติภาวนาจนบรรลุถึงพระรัตนตรัยอันเป็นที่พึ่งอันเกษม ผู้บรรลุอุภโตภาควิมุตติซึ่งสมบูรณ์ทั้งเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติย่อมสว่างไสวอยู่ด้วยปัญญาญาณ รู้แจ้งอยู่ในความเป็นองค์รวมกับสรรพสิ่งร่วมกับกิจการงานต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และอิ่มเอิบเบิกบานด้วยประสบการณ์ของความเป็นพุทธะ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนา การเข้าถึงธรรมชาติของจิตประภัสสรย่อมไม่กำหนดหมายสิ่งต่าง ๆ อย่างมีเจตนา (มีตัวตนเราเขา) อีกต่อไป สัมมาอริยมรรคที่ดำเนินไปสู่สภาวะแห่งความสุขอย่างยิ่งนั้น ก็คือการบำเพ็ญภาวนาเพื่อลดละปล่อยวางวิญญาณ 6 (การรับรู้อารมณ์)** ให้เป็นอิสรภาพอย่างแท้จริง มรรคาแห่งการหลอมรวมเป็นเอกภาพของสรรพสิ่ง “เอกายนมรรค” ด้วยพลังของปัญญาญาณอันยิ่งใหญ่แห่งสัจจะคือจุดเริ่มต้นของสภาวะจิตที่ไปพ้นจิตสามัญสำนึก (conscious mind) อันเป็น “หนทาง” ของการปฏิบัติภาวนาร่วมกับการงานในชีวิตประจำวัน นิมิตหมายภายในของกิเลสนิวรณ์ทั้งห้าย่อมเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ จนเราเกิดความเข้าใจที่แท้จริง และเกิดการละวางความคิดปรุงแต่งเหล่านั้น ทำให้จิตเป็นอิสระมากยิ่งขึ้น ผู้ที่มิได้เรียนรู้สิ่งเหล่านั้นย่อมถูกจองจำและหมดโอกาสสำหรับความเป็นอิสระหลุดพ้นจากตัณหาอุปทานทั้งปวง (มรรคาแห่งเอกภาพ) *สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ (รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง) ที่มา : อรรถกถาสังยุตตนิกาย…เล่มที่ 11 (สารัตถปกาสินี […]

“รู้” ใจ…ได้งาน – ศรันย์ ไมตรีเวช (ดังตฤณ)

สำหรับผมที่เป็น นักเขียน การคิดงานออกและเขียนได้อย่างลื่นไหลสามารถทำให้ผมดีใจได้Œไม่ต่างจากการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ความดีใจที่พูดถึงนี้มักเกิดขึ้นสองแบบ แบบแรก ทำให้ตัวเองเกิดความรู้สึกสนุก กระตือรือร้น เหมือนมีพลังงานคอยผลักดันให้ร่างกายอยากเคลื่อนไหวไปทำงานให้บรรลุเป้าหมาย แบบที่สอง เกิดขึ้นในยามที่มีความคิดต่อเนื่อง ไหลลื่น ไม่ติดขัด อย่างเช่น เมื่อคืนทำงานค้างไว้ถึงตรงไหน วันนี้จะนึกออกและสามารถเขียนต่อได้สบาย ๆ ยิ่งถ้ามีไอเดียที่หลากหลายผุดขึ้นมาทะลวงส่วนเนื้อหาที่ยังติดขัด ยิ่งทำให้เกิดอาการกระหยิ่มใจ หากเป็นสมัยก่อนที่ยังไม่เคยได้ปฏิบัติธรรม ผมก็คงจะยึดติดกับความดีใจนั้นและบังคับตัวเองให้ทำงานต่อไปไม่มีหยุดตามประสาคนบ้างาน แต่การได้เจริญสติ ดูใจตัวเองเป็นประจำทำให้พบว่า ครั้งใดที่ขีดความดีใจเกินลิมิตปกติไป จิตของผมจะมีสัญญาณเตือนให้กลับไปดูรูปอารมณ์ของเจ้าความดีใจที่พุ่งขึ้นสูงแล้วค่อย ๆ แผ่วลง…ดังนั้นพอเราไม่ปล่อยใจไปกับ “ความดีใจ” ที่เกิดขึ้น อาการนั้นก็จะเป็นเหมือนกับลมหายใจ คือแค่เข้ามาและออกไป มีบางครั้งเหมือนกันที่ความดีใจนั้นทำให้ตัวจิตลิงโลดขึ้นมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว…พอไม่รู้ตัว จิตก็จะเกิดการ “ยึด”…ยึดว่าครั้งหน้าจะมีความสุขจากการคิดงานเช่นนี้อีก…หรือครั้งหน้าไอเดียจะแล่นปรู๊ดปร๊าดเหมือนครั้งนี้ ดังนั้นวิธีให้การต้อนรับตัวจิตนี้คือ ให้รู้สึกว่าความดีใจหรือความสุขนี้ “ไม่เที่ยง” โดยการยอมรับว่า การมีอยู่ของความสุข มองเห็นความสุขนั้น และตระหนักรู้ว่า ความสุขนั้นจะคงอยู่…เป็นแค่ไฟไหม้ฟางที่สุดท้ายไฟจะค่อย ๆ มอดดับไป หากเรามีสติในช่วงเวลาทำงาน เราจะพบว่าไม่มีใครทำงานตลอดเวลา จะต้องมีช่วงพัก และช่วงพักนี่แหละคือนาทีทองในการดูลมหายใจและอารมณ์ที่ตกค้างจากสิ่งอื่นหรือคนอื่น เช่น พูดกับคนที่เรามีปฏิกิริยาทางใจอย่างไร ทำงานนี้เราเห็นจิตเป็นอย่างไร ซึ่งถือเป็นการพักกายและสมองไปในตัว   Secret Box อาการของใจที่เปš็นอุปสรรคต‹่อเสŒ้นทางเจริญสติคือการไม่‹ยอมรับความจริง […]

หลวงพี่นักบุญ บิณฑบาตส่งอาหารให้ผู้ป่วยติดเตียง-โรงเรียนมานานกว่า 4 ปี

ในพื้นที่เทศบาลเมืองโพธาราม จ.ราชบุรี มีพระสงฆ์รูปหนึ่งปฏิบัติกิจวัตรประจำวันคือ นำอาหารสดที่ได้จากการบิณฑบาตไปให้กับผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองโพธาราม ซึ่งทำมานานร่วม 4 ปีแล้ว นอกจากนั้นยังนำอาหารแห้งที่ได้จากการบิณฑบาตมาจัดเป็นชุด แล้วนำไปแจกจ่ายให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบจนทราบว่า หลวงพี่นักบุญ รูปนั้นคือ พระชัยวัฒน์ อายุ 59 ปี เป็นพระลูกวัดบ้านวัดดีบอน ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และภายหลังได้ไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมชาติ หมู่ 10 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม พระชัยวัฒน์เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นนักการเมือง เป็นอดีตสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) เมืองโพธาราม จ.ราชบุรี และได้บวชเป็นพระมากว่า 4 ปีแล้ว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง รัชกาลที่ 9 โดยบวชที่วัดดีบอน หลังจากนั้นได้มุ่งมั่นศึกษาหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนจะออกมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมชาติ ช่วงที่ออกบิณฑบาต เห็นว่าบรรดาชาวบ้านมาใส่บาตรมากมาย จนรู้สึกว่าอาหารที่โยมใส่มาให้นั้นมากเกิน จึงได้นำอาหารที่ได้จากการบิณฑบาตไปแบ่งให้กับผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ในพื้นที่ ทำแบบนี้ทุกวัน ส่วนของแห้งประเภท มาม่า นมกล่อง ขนม และน้ำดื่ม ก็จะนำกับไปจัดเป็นชุด เพื่อนำไปบริจาคให้เด็กนักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ ที่ขาดแคลน ส่วนน้ำดื่มก็แจกให้กับหน่วยงานราชการต่าง […]

สุดซาบซึ้ง! ชายหนุ่มโพสต์บอกลาวันสุดท้ายของชีวิตลูกจ้างโรงงาน

โลกโซเชียลต่างประทับใจกับโพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ วันชัย จันทา ซึ่งบอกเล่าความในใจเป็นการสั่งลาชีวิต ลูกจ้างโรงงาน วันสุดท้าย ใครอยากได้กำลังใจสู้ชีวิตต้องลองอ่านดูค่ะ   #คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่ผมจะใช้ชีวิตในโรงงานแห่งนี้ เหนื่อยมากครับกับการหาเส้นทางชีวิตของตัวเองมาหลายปี อดทนกับแรงกดดันต่างๆนาๆมาหลายปี ลองผิดลองถูกมาก็เยอะ เก็บเงินลงทุนกับอะไรหลายๆอย่างมาก็เยอะแต่ล้มเหลวหมด กว่าจะลุกขึ้นมาลงทุนได้แต่ละทีก็ต้องใช้เวลานานเหมือนกัน จนบางครั้งต้องก้มหน้าก้มตาทำงานไปร้องให้ไปเพราะสงสารตัวเอง #แต่ชีวิตคนเรา “ยิ่งเจ็บปวดมากเท่าไหร่ ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น” ยิ่งลองผิดลองถูกมามากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นพรสวรรค์ตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตลูกจ้าง ขอบคุณเพื่อนร่วมงาน ขอบคุณหัวหน้างานทุกคน ในวันที่ผมสูญเสีย ในวันที่ผมไม่เหลือใคร พวกคุณยังคอยช่วยกันพยายามดึงสติผมกลับมาได้ทุกครั้ง ขอบคุณความจริงใจที่ทุกคนคอยดูแลผมเสมอมา… ผมตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิด กว่าจะเข้าโรงงานนี้ได้ต้องไปรับจ้างล้างจานในร้านหมูกระทะเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนให้จบ กศน.ม.3 เพราะครอบครัวผมจนมาก เลยไม่มีใครส่งเรียนให้จบ ป.6 แต่กว่าจะเข้าโรงงานนี้ได้มันไม่ได้ง่ายเหมือนที่ผมคิดไว้เลย จบทหารมาเอาใบผ่านศึกกับวุฒ กศน.ไปสมัคร ครั้งแรก เพื่อนที่ไปสมัครด้วยกันถูกเรียกไปหมด ยกเว้นผมคนเดียวที่ไม่ถูกเรียก เดือนที่ 2 ผมกลับไปสมัครใหม่ เขาก็ไม่เรียก เดือนที่ 3 ผมไปสมัครอีก เขาก็ไม่เรียก ผมถึงได้รู้ว่าวุฒ กศน.เขาเอาไว้ท้ายๆ เดือนที่ 4 ผมไปสมัครอีก เขาก็ไม่เรียกเหมือนเดิม เดือนที่ 5 […]

ร้านกาแฟ “คอฟฟี่เมรุ” จิบกาแฟชมเมรุ สอนใจให้ปลงชีวิต

ร้านกาแฟแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร “คอฟฟี่เมรุ” อยู่ภายในบริเวณวัดอุทกเขปสีมาราม ใกล้เมรุเผาศพ ค่ากาแฟแล้วแต่ศรัทธา จุดประสงค์เพื่อให้คนเข้าวัดได้มีการแฟดื่ม ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศของเมรุเผาศพ สอนใจให้ปลงชีวิต ส่วนขนมได้จากการบิณฑบาตของพระลูกวัด วัดอุทกเขปสีมาราม หรือวัดน้ำ ตั้งอยู่ที่ ม.4 ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ได้เปิดร้านกาแฟให้ชาวบ้านกินฟรี แล้วแต่ผู้มีจิตศรัทธาจะหยอดตู้บริจาค ร้านตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามและตกแต่งภายในร้านด้วยเครื่องจักสานและวัสดุเหลือใช้ โดยมีความพิเศษคือ ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเมรุเผาศพ เมนูกาแฟเหมือนร้านทั่วไป แต่ที่แตกต่างจากร้านอื่นคือ ไม่คิดค่าบริการแถมยังมีขนมรับประทานเล่นที่ได้จากการออกบิณฑบาตของพระลูกวัด เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้รับประทานฟรีอีกด้วย ดร.พระชลญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดอุทกเขปสีมาราม เผยว่า ร้านกาแฟ “คอฟฟี่เมรุ” เพิ่งเปิดให้บริการได้เพียง 11 วัน ร้านแห่งนี้เกิดจากแรงศรัทธาของญาติโยมที่ช่วยกันคิดช่วยกันทำ จนมีการตั้งชื่อเรือนการเวกให้เป็นชื่อร้านคอฟฟี่เมรุ เนื่องจากอยู่ใกล้เมรุเผาศพ โดยมีจุดประสงค์ต้องการให้ผู้ที่ผ่านไปมาแวะดื่มกาแฟ ได้รู้สึกถึงการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ว่าเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต และจะทำให้คนหันเข้าหาวัด ธรรมชาติและธรรมะมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นภายในร้านยังได้เตรียมหนังสือธรรมะไว้ให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้อ่าน ทางร้านไม่เน้นเรื่องของรายได้ และในวันข้างหน้าอาจจะมีการเพิ่มเมนูเครื่องดื่ม เช่น ชาน้ำเหลืองและกาแฟเถ้าถ่าน ชมพูนุช ศรีงาม อายุ 23 ปี พนักงานร้านกาแฟ […]

วีซ่าเพื่อชีวิต ของ ชิอุเนะ สึกิฮาร่า

ชิอุเนะ สึกิฮาร่า (Chiune Sugihara) กงสุลใหญ่ญี่ปุ่นประจำประเทศลิทัวเนีย จำได้ดีว่า เช้าวันหนึ่งปลายเดือนกรกฎาคม ปี 1940 จู่ ๆ ก็มีชาวยิวมายืนล้อมรอบกำแพงสถานกงสุลเต็มไปหมด คนเหล่านี้มาหาชิอุเนะด้วยเหตุผลเดียว นั่นคือ ต้องการให้เขาออกวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวให้ ทว่าแท้จริงแล้วมันไม่ใช่วีซ่าเพื่อการพักผ่อนอย่างที่ระบุไว้ในเอกสาร แต่เป็นวีซ่าเพื่อการรอดชีวิต ช่วงเวลานั้นมีชาวลิทัวเนียและชาวโปแลนด์เชื้อสายยิวจำนวนมากต้องการอพยพหนีออกนอกประเทศ เพราะลิทัวเนียตกอยู่ในอาณัติของสหภาพโซเวียตและถูกบีบบังคับให้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง ลิทัวเนียต้องรับมือในการสู้รบกับกองทัพนาซีที่แข็งแกร่งและกำลังจะพ่ายแพ้ ซึ่งถ้าแพ้ก็หมายความว่าชาวยิวในลิทัวเนียจะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และหากไม่มีวีซ่าพวกเขาก็จะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศอย่างปลอดภัยได้เป็นอันขาด “แม้แต่นายพรานก็ยังไม่สังหารนกที่บินมาหลบภัย” สุภาษิตของซามูไรบทนี้ปรากฏชัดขึ้นในใจของชิอุเนะซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้ตัวว่าเขาคือนายพรานที่ฝูงนกบินมาพักอาศัย ชิอุเนะโทรเลขปรึกษากระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเพื่อขออนุญาตออกวีซ่าให้ชาวยิวเป็นกรณีพิเศษถึง 3 ครั้ง เพราะชาวยิวส่วนใหญ่ไม่มีเอกสาร ไม่มีพาสปอร์ต และไม่มีแม้แต่เงินค่าเดินทาง….แต่ทุกครั้งได้รับการปฏิเสธ…เวลาหนีเหลือน้อยลงทุกที ผู้คนมาเข้าแถวรอหน้าสถานกงสุลมากขึ้นเรื่อย ๆ ชิอุเนะจึงปรึกษายูกิโกะ ภรรยาของเขา ในที่สุดก็ตัดสินใจว่า เขาจะออกวีซ่าให้ชาวยิวทุกคน แม้ไม่ได้รับอนุญาตก็ตาม! ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม – 28 สิงหาคม ปีนั้น ชิอุเนะและภรรยาช่วยกันออกวีซ่าซึ่งต้องเขียนด้วยมือตามระเบียบของกระทรวงฯ วันละ 18 – 20 ชั่วโมง และทั้ง ๆ ที่โซเวียตสั่งให้สถานทูตทุกแห่งปิด แต่ชิอุเนะก็ทำเรื่องขอเปิดดำเนินการต่ออีก […]

“สติช่วยชีวิต” มณฑิชา จิรพัฒนาการ

ดิฉัน (มณฑิชา จิรพัฒนาการ) เชื่อว่า ตราบใดที่เรามี สติ ในชีวิตประจำวัน พอมีอะไรเกิดขึ้นเราจะตั้งสติได้ทัน ดังนั้นดิฉันจึงพยายามเจริญสติให้ได้ตลอดเวลา และสวดมนต์ นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง ด้วยความที่ดิฉันทำงานในร้านอาหาร ดังนั้น ทุกครั้งที่ดิฉันหั่นหัวหอม ปอกเปลือกแครอท หรือทำอาหารอะไรก็ตาม ดิฉันจะเจริญสติโดยการระลึกรู้สึกตัวไปด้วยตลอด หั่นหัวหอมคือหั่นหัวหอม มือซ้ายจับหัวหอม มือขวาจับมีด ไม่วอกแวกไปคิดนู่นคิดนี่ จากที่มีดเคยบาดมือบ่อย ๆ จึงแทบไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย ด้วยเหตุที่ดิฉันเจริญสติอยู่เป็นประจำนี่เอง ทำให้ดิฉันได้ประจักษ์ว่า สติสามารถช่วยชีวิตของเราและผู้อื่นได้จริง ๆ ดังเช่นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในนิวซีแลนด์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ดิฉันจำได้ไม่รู้ลืม… 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ในขณะที่ดิฉันกำลังเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าอยู่ในร้านและพ่อครัวกำลังทำอาหารอยู่ที่เตา อยู่ดี ๆ พื้นที่ดิฉันกำลังยืนอยู่ก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง (ทราบภายหลังว่าเกิดแผ่นดินไหว ความรุนแรงมากกว่า 6.3 ริกเตอร์) จานชามที่อยู่บนชั้นวางของตกลงมาบนพื้นแตกกระจายหมด น่าแปลกที่ในตอนนั้นดิฉันไม่ได้มีความกลัวหรือตื่นตกใจจนสติกระเจิดกระเจิงตามคนอื่น ๆ แต่กลับยืนมองดูความเป็นไปที่เกิดขึ้นในร้านอย่างสงบ การมีสติทำให้ดิฉันทราบว่าสิ่งใดที่สำคัญและสมควรทำก่อน เมื่อทุกอย่างเริ่มสงบ ดิฉันเรียกสติพนักงานภายในร้านโดยการบอกให้ทุกคนเก็บข้าวของโดยเร็ว สั่งพ่อครัวให้ปิดแก๊ส และเอาจานชามที่เสียหายไปทิ้ง เผื่อใครมาเหยียบโดนจะเป็นอันตราย จานชามที่เหลือทั้งหมดก็ให้จัดชิดข้างฝาไว้ […]

หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร “เราเกิดมาเพื่อสร้างความดี”

หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร หรือพระพรหมมงคลญาณ วิ. พระราชาคณะ​เจ้าคณะ​รองชั้นหิรัญ​บัฏและเจ้าอาวาส วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนทวิหาร เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2463 ณ สถานีรถไฟปากเพรียว จังหวัดสระบุรี บรรพชาเป็นสามเณรในปี พ.ศ. 2478 เมื่ออายุ 15 ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกายในปี พ.ศ. 2484 ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่กงมาและหลวงปู่มั่น ท่านเคยร่วมธุดงค์ร่วมกับพระอาจารย์ทั้งสอง ท่านมีพลังจิตสูง เชี่ยวชาญในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน มีชื่อเสียงทั้งด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการสอนวิปัสสนากรรมฐานให้แก่ประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ท่านยังมีผลงานด้านการสร้างและการสนับสนุนสาธารณสมบัติจำนวนมาก เช่น วัด ศาสนสถาน สถานปฏิบัติธรรม วิทยาลัยสงฆ์ สถาบันพลังจิตตานุภาพ โรงพยาบาล ที่ว่าการอำเภอ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานศึกษาต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา   เรื่องเล่า “รวมบันทึกธรรมหลวงปู่มั่นเล่มแรก” หลวงพ่อวิริยังค์เป็นพระอุปัฏฐากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อยู่ถึง 4 ปี ปรนนิบัติตั้งแต่การปูที่นอน กางกลด ซักผ้า เทกระโถน […]

“ไม่ยึด ไม่ทุกข์” อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

“ถ้าเราไม่ยึดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของของเรา…แล้วเราจะทุกข์ได้อย่างไร” เมื่อคิดได้ดังนี้ ไม่ว่าภายนอกจะเจอสิ่งใดมากระทบ ภายในของผม (ประเสริฐ อุทัยเฉลิม) ก็ไม่กระเทือน ดังเหตุการณ์ต่อไปนี้… วันนั้นผมขับรถไปทำธุระพร้อมกับกัลยาณมิตรท่านหนึ่งซึ่งนั่งอยู่คู่กันในรถ ขณะที่รถติดไฟแดงอยู่นั้น อยู่ดี ๆ มอเตอร์ไซค์ก็พุ่งเข้ามาชนท้ายรถเสียงดัง “โครม!” มอเตอร์ไซค์ที่ชนท้ายรถล้อเบี้ยว คนขับจึงรีบไถรถให้เข้าไปจอดข้างทาง เมื่อรถสามารถเคลื่อนตัวได้ แทนที่ผมจะจอดเข้าข้างทางเพื่อลงไปคุยกับคนที่ชนท้ายรถเรื่องค่าเสียหาย ผมเลือกที่จะขับรถต่อไป จนคนที่นั่งข้าง ๆ ผมอดที่จะถามไม่ได้ว่า “อาจารย์ไม่จอดรถหรือคะ” ผมบอกว่าไม่เป็นไรหรอก เขารีบถามต่อด้วยความร้อนใจ “แล้วถ้ารถเราเสียเยอะล่ะคะ…เขาเป็นคนชนท้ายเรา เขาผิดนะคะ” ผมตอบว่า “เราเบรกทัน แต่เขาเบรกไม่ทัน…แล้วรถของเขาก็เสียหายเยอะด้วย…ส่วนรถเราถ้าเสียเยอะค่อยซ่อมกันอีกที” ตอนนั้นเราทั้งคู่ยังไม่ทันได้ลงไปดูรถว่าเสียหายที่ใดบ้าง เมื่อสบโอกาสผมจึงเลี้ยวรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อลงมาดูว่าสภาพท้ายรถเสียหายแค่ไหน ปรากฏว่ากันชนฉีกและไฟแตก คนที่นั่งไปกับผมถามว่า อาจารย์รู้สึกอย่างไรบ้างที่รถไฟแตก ดูค่าซ่อมน่าจะเป็นหมื่น ผมก็ตอบไปอย่างไม่มีอารมณ์โกรธเคืองคนที่ชนท้ายรถผมเลยว่า “ถ้าไม่มีตังค์ก็ไม่เป็นไร ไว้ก่อน…มีตังค์แล้วค่อยซ่อม แล้วเราทั้งคู่ก็ขึ้นรถขับไปต่อ ระหว่างทาง เราคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ เมื่อเวลาผ่านไปพักหนึ่ง ผมจึงย้อนถามคนที่นั่งข้าง ๆ ว่า “ตอนนี้ไฟท้ายยังแตกอยู่ไหม” เขาตอบว่า “แตก” ผมถามเขาต่อว่า “แล้วเมื่อกี้ตอนที่เราคุยกัน…ในใจของคุณมีเรื่องไฟแตกไหม” เขาส่ายหน้าแล้วบอกว่าไม่มี ผมจึงถือโอกาสนี้กล่าวกับเขาว่า “ไฟแตกไปแล้ว ‘ข้างนอก’ […]

มองโลกผ่านการ์ตูนชุด SF คอลเล็คชั่น ของ “ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ”

ยานอวกาศของผมตกลงบนดาวอินน็อกซ์ ที่ดาวดวงนี้ คนที่หน้าตาเหมือนมนุษย์โลกมีฐานะเป็นเพียงสัตว์เลี้ยง ที่สำคัญ มิโนอา สาวสวยที่ผมหลงรักกำลังจะถูกสังเวยในงานบวงสรวง ผมต้องหยุดยั้งพิธีนี้ให้ได้! โขะอิเขะ โช ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เขาอยากมีพลังเหมือน ซูเปอร์แมน เพื่อพิทักษ์ความถูกต้อง จู่ ๆ เขาก็พบว่าเขามีพละกำลังมหาศาล เหาะได้ มีตาทิพย์และมีพลังจิต แล้วอย่างนี้โลกจะปลอดภัยมากขึ้นจริงหรือ อาจารย์ ทะระโตะ นักทำนายไพ่ทาโรต์ที่แม่นยำมากกำลังล้มป่วยพราะกลัดกลุ้มกับภาพอนาคต อยากรู้จริง ๆ ว่าอาจารย์ทะระโตะมองเห็นอะไร ทั้งสามเรื่องข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของการ์ตูนชุด Sukoshi Fushigi (แปลเป็นไทยว่า แปลกเล็กน้อย) หรือ SF ผลงานของ ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ (Fujiko F. Fujio) นักวาดการ์ตูนผู้เป็นที่รักของนักอ่านทั่วโลก และเป็นหนึ่งในสองผู้ให้กำเนิดการ์ตูนเรื่อง โดราเอมอน อันโด่งดัง ฟูจิโกะ หรือนามจริงว่า ฟูจิโมโตะ ฮิโรชิ ได้เริ่มวาด โดราเอมอน ในช่วงทศวรรษ 1970 แต่เขาต้องรอถึงสิบปีกว่าที่ โดราเอมอน จะติดตลาด […]

keyboard_arrow_up