นายพรานกุกกุฏมิตร บรรลุโสดาปัตติผลด้วยอานิสงส์แห่งการปรนนิบัติเจดีย์

นายพรานกุกกุฏมิตร บรรลุโสดาปัตติผลด้วยอานิสงส์แห่งการปรนนิบัติเจดีย์ – ในเมืองราชคฤห์ มีธิดาสาวสวยของเศรษฐีคนหนึ่งอาศัยอยู่ในปราสาท นางได้รับการเอาใจใส่เลี้ยงดูอย่างดียิ่ง มีคนรับใช้คอยปรนนิบัติตลอด ไม่ยอมให้นางออกไปนอกปราสาทเลย วันหนึ่งนางยืนรับลมอยู่ริมหน้าต่าง บังเอิญมองเห็นนายพรานคนหนึ่งกำลังขับเกวียนนำเนื้อไปขายที่ตลาด ด้วยบุพเพสันนิวาส เธอจึงมีจิตปฏิพัทธ์นายพรานผู้นั้น และสั่งให้หญิงคนใช้นำบรรณาการไปให้นายพราน แล้วถามถึงเวลาที่เขาจะเดินทางกลับ นายพรานบอกหญิงรับใช้ว่า เมื่อเขาขายเนื้อหมดแล้วจะกลับออกไปในวันรุ่งขึ้นตอนเช้ามืด เมื่อทราบดังนั้น ธิดาเศรษฐีเตรียมเก็บของเท่าที่จำเป็น นุ่งผ้าเก่า ๆ ถือหม้อน้ำไปที่ท่าน้ำแต่เช้าตรู่ เมื่อเห็นนายพรานขับเกวียนออกมา เธอก็เดินตามไป นายพรานผิดสังเกตจึงกล่าวว่า “ฉันไม่รู้จักท่านว่าเป็นลูกใคร อย่าตามฉันไปเลย” นางตอบว่า “ท่านมิได้เรียกฉันมา ฉันมาของฉันเอง” นายพรานขับเกวียนไปได้หน่อยหนึ่ง เห็นนางยังเดินตามมา จึงขอร้องให้นางกลับไปหลายครั้ง แต่นางพูดว่า “ธรรมดาคนมีปัญญาย่อมไม่ปฏิเสธสิริที่มาถึงตน” นายพรานได้ฟังดังนั้นก็เข้าใจโดยแจ่มแจ้งว่านางมาเพื่อตน จึงอุ้มนางขึ้นเกวียนแล้วขับออกไป บิดามารดาของนางเข้าใจว่าธิดาของตนตายเสียแล้ว จึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ นางได้อยู่กินกับนายพรานจนมีบุตร 7 คน วันหนึ่งเวลาใกล้รุ่ง เมื่อพระศาสดาได้ทรงตรวจดูอุปนิสัยของนายพรานกุกกุฏมิตรพร้อมทั้งบุตรและสะใภ้แล้ว จึงเสด็จไปโปรด ทรงแสดงรอยพระบาทไว้ที่ใกล้บ่วงของนายพราน แล้วหลีกไปประทับใต้ร่มไม้ต้นหนึ่ง วันนั้นนายพรานกุกกุฏมิตรออกไปดูบ่วงแต่เช้าตรู่ ก็ไม่เห็นเนื้อติดบ่วงเลย เห็นแต่รอยพระบาทพระศาสดาอยู่ในบริเวณใกล้เคียง นายพรานเดินต่อไป เห็นพระศาสดาประทับอยู่ที่โคนไม้ต้นหนึ่ง จึงคิดว่า “คงจะเป็นสมณะรูปนี้แน่ที่ปล่อยเนื้อของเรา” ว่าแล้วจึงโก่งธนูมุ่งจะยิง พระศาสดาทรงบันดาลอิทธาภิสังขาร […]

keyboard_arrow_up