นกแขกเต้าผู้ทำให้ วิมานพระอินทร์ สั่นไหว

นกแขกเต้าผู้ทำให้ วิมานพระอินทร์ สั่นไหว ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันวิหารในกรุงสาวัตถี ได้ทรงเทศนาเรื่อง วิมานพระอินทร์ หรือท้าวสักกะเทวราชสั่นไหว เพราะนกแขกเต้าเพียงตัวเดียว ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ลองมาฟังไปพร้อมกันค่ะ ก่อนที่พระบรมศาสดาจะทรงเล่าเรื่องราวของนกแขกเต้าตัวนี้ ได้เกิดเรื่องน่าประทับใจขึ้นในกรุงสาวัตถีจนเป็นที่เลื่องลือไปในหมู่พระภิกษุทั้งหลาย เป็นเรื่องของพระภิกษุที่มีชื่อว่า “นิคมติสสะ” ท่านมักไปบิณฑบาตที่บ้านญาติของตนทุกวันไม่มีขาด แม้จะพำนักอยู่ที่พระเชตวันวิหารในกรุงสาวัตถี ซึ่งมีพระเจ้าปเสนทิโกศลและอนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นผู้อุปถัมภ์ก็ตาม ด้วยกิจวัตรของพระนิคมติสสะที่มุ่งมั่นไปบิณฑบาตที่บ้านของญาติอยู่เป็นนิจก็กระจายไปในหมู่พระภิกษุทั้งหลาย จนกระทั่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเรื่องนี้เข้า พระองค์ทรงมีรับสั่งให้พระนิคมติสสะเข้าเฝ้าทันที พระบรมศาสดาทรงถามว่า “นิคมติสสะ ทำไมเธอจึงเลือกไปบิณฑบาตเฉพาะที่บ้านญาติเท่านั้น” พระนิคมติสสะถามถวายว่า “พระภิกษุในกรุงสาวัตถีได้รับการอุปถัมภ์อย่างประเสริฐสุดจากพระเจ้าปเสนทิโกศลและอนาถบิณฑิกเศรษฐี แต่ข้าพพระองค์ต้องการรับทานที่ไม่ต้องประณีต หรือประณีตก็ได้อันมาจากศรัทธาของบุคคลทั่วไป ไม่ว่าทานนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ล้วนหล่อเลี้ยงร่างกายของข้าพเจ้าได้ทั้งนั้น”     การตอบของพระนิคมติสสะแสดงให้เห็นว่าพระภิกษุรูปนี้ไม่เลือกที่จะได้รับทานอันประณีตบรรจง แต่ท่านต้องการทานตามมีตามเกิดของคนทั่วไป ซึ่งมีอยู่ในเขตอันเป็นหมู่บ้านที่ท่านเกิดนั่นเอง พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสขึ้นว่า “ดีแล้ว ๆ ความมักน้อยเป็นกิจและเป็นประเพณีของเรา” จากนั้นพระเถระทั้งหลายจึงพากันสาธุการและสรรเสริญพระนิคมติสสะ และแล้วพระบรมศาสดาตรัสขึ้นว่า “ครั้งในอดีตกาลนานมา มีนกแขกเต้าตัวหนึ่ง อาศัยอยู่บนต้นมะเดื่อต้นหนึ่งในป่าใกล้แม่น้ำคงคา แล้วกินผลมะเดื่อบนต้นนั้นเป็นอาหาร เวลากระหายก็จะบินมากินน้ำที่แม่น้ำคงคาเป็นประจำ จนกระทั่งต้นมะเดื่อหักโค้นลง นกแขกเต้าก็ไม่ยอมไปไหน  เพราะมีความผูกพันกับต้นมะเดื่อ นกตัวนี้เป็นพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีมาหลายภพหลายชาติจึงทำให้วิมานของพระอินทร์สั่นไหว พระอินทร์พร้อมด้วยพระนางสุชาดาต้องลงมายังโลกมนุษย์เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้วิมานสั่นไหว จนทราบว่ามีนกแขกเต้ากำลังหิวโหยอย่างน่าเวทนา พระอินทร์และพระนางสุชาดาได้สนทนาธรรมกับนกแขกเต้าจนเป็นพอพระทัย พระอินทร์จึงเนรมิตให้ต้นมะเดื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง” นกแขกเต้าตัวนั้นต่อมาคือพระสมณโคดมพุทธเจ้าพระองค์นี้นี่เอง […]

เรื่องเล่าวัน พระพุทธเจ้าลอยถาด ลงในแม่น้ำก่อนตรัสรู้

บทความเตือนสติ จากหนังสือพุทธประวัติสำหรับเด็ก เล่าเหตุการณ์ไว้ตอนหนึ่งว่า ก่อนที่พระโพธิสัตว์สิทธัตถะจะได้ตรัสรู้นั้น พระองค์ทรงกลับมาเสวยพระกระยาหาร

นางสุชาดา : อุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา

นางสุชาดา : อุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา นางสุชาดา สตรีผู้ถวายอาหารมื้อแรกแด่พระพุทธเจ้า โดยที่นางเองก็ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้คือพระพุทธเจ้า นางเป็นอุบาสิกาที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้เป็นเอตทัคคะ ผู้เป็นเลิศในการเข้าถึงสรณะเป็นคนแรก     เหตุที่ทำให้นางสุชาดาเป็นอุบาสิกาคนแรก นางสุชาดานับว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่มีโอกาสได้ถวายอาหารแด่พระพุทธเจ้าก่อนตรัสรู้ จึงกลายเป็นผู้ที่เข้าใกล้สรณะ (ที่พึ่ง) ก่อนอุบาสิกาคนอื่น ทำไมนางสุชาดาจึงได้รับโอกาสที่พิเศษนี้ ในอรรถกถาอุบาสิกาที่กล่าวถึงเรื่องของอุบาสิกา 10 นาง กล่าวถึงสาเหตุที่นางสุชาดาได้สิทธิ์เป็นผู้ถวายอาหารมื้อแรกแด่พระพุทธเจ้าว่า ครั้งสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า “พระปทุมตตรพุทธเจ้า” มีสตรีนางหนึ่งเกิดในตระกูลเศรษฐีแห่งนครหังสาวดี นางมีโอกาสฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า แล้วได้เห็นพระพุทธเจ้าประทานตำแหน่งเอตทัคคะแก่สตรีนางหนึ่ง ให้เป็นผู้เข้าถึงสรณะเป็นคนแรกก่อนอุบาสิกาทั้งหลาย นางปรารถนาจะตำแหน่งเอตทัคคะนี้ หลังจากนั้นนางก็เวียนว่ายตายเกิดระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์เป็นเวลาถึงแสนกัป จนกระทั่งมาถึงสมัยของพระสมณโคดมพุทธเจ้า นางเกิดเป็นนางสุชาดา ธิดาของเศรษฐีมีนามว่า “เสนียเศรษฐี”   ธิดาเศรษฐีบนบานต้นไทร พอถึงคราวเจริญวัยเป็นสาวงาม นางจึงบนบานต่อต้นไทร เพื่อขอสามีที่มีฐานะเสมอกัน และให้บุตรคนแรกเป็นผู้ชาย หากได้ตามที่นางขอจะพลีกรรมถวายรุกขเทวดา ครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับใต้ต้นไทรนี้ นางปุณณทาสี สาวใช้ของนางสุชาดาผ่านมาเห็นพอดีก็เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าเป็นรุกขเทวดาที่สถิตในต้นไทร ออกมาปรากฏกายให้เห็น นางจึงรีบไปหานางสุชาดาผู้เป็นนายหญิง นางสุชาดาซึ่งกำลังเตรียมทำข้าวมธุปายาสเพื่อถวายรุกขเทวดาอยู่พอดี เมื่อทราบว่ารุกขเทวดาปรากฏกายแล้ว นางรู้สึกปีติและเชื่อว่ารุกขเทวดาปรากฏออกมารอรับเครื่องบูชาจากนางอย่างแน่นอน     คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป >>>

เรื่องเล่าของ พระอินทร์ กับ 7 หลักปฏิบัติของคนดี

เรื่องเล่าของ พระอินทร์ กับ 7 หลักปฏิบัติของคนดี พระอินทร์ หรือนามในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเรียกว่า “ท้าวสักกเทวราช” ในคติพระพุทธศาสนาเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นพระราชาแห่งเทวดาบนสวรรค์ชั้นที่สองคือ “ดาวดึงส์” มีความหมายว่า “สามสิบสาม” เพราะสวรรค์ชั้นนี้พระอินทร์ทรงปกครองสวรรค์ร่วมกับเทวดาที่เป็นพระสหายอีก 32 พระองค์ แล้วเวลาเสด็จไปไหนพร้อมกับพระสหายจะประทับบนช้างเอราวัณ ช้างสวรรค์เชือกนี้ไม่ใช่ช้างธรรมดา แต่เป็นเทพบุตรที่จำแลงกายเป็นช้างให้พระอินทร์และพระสหายทรงเวลาเดินทางไปในที่ต่าง ๆ     พระอินทร์มีผิวกายสีเขียวมรกต สถิตในปราสาทนามว่า “ไพชยนตปราสาท” ภายในดินแดนที่พระอินทร์ปกครอง คือ “เมืองสุทัศน์” ประกอบด้วยอุทยาน 6 แห่ง ได้แก่ อุทยานนันทวัน อุทยานปารุสกวัน อุทยานจิตรลดาวัน อุทยานมิสกวัน อุทยานมหาวัน และอุทยานปุณฑริกะ ล้วนแต่เป็นอุทยานที่รื่นรมย์ เป็นที่พักผ่อนหย่อมใจของเหล่าเทวดาและนางฟ้า ทรงมีพระแท่นศิลาเป็นบัลลังก์ชื่อว่า “บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์” และมีต้นดอกทิพย์ที่เกิดจากบุญของพระองค์คือ “ต้นปาริชาติ” มีคุณวิเศษคือ หากผู้ใดได้กลิ่นของดอกปาริชาติผู้นั้นจะสามารถระลึกชาติได้ พระองค์ทรงมีพระมเหสีทั้งหมด 4 นาง ได้แก่ สุธรรมา สุจิตรา สุนันทา และสุชาดา ล้วนแต่มีรูปงามไม่แพ้กัน   […]

keyboard_arrow_up