จากอดีตนักเลงสู่ลูกกตัญญู อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม

จากอดีตนักเลงสู่ลูกกตัญญู อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ผม ( อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ) เคยเป็นนักเลง หาเรื่องมาให้คุณพ่อคุณแม่ปวดหัวอยู่เสมอ จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อครอบครัวอันเป็นที่รัก ครอบครัวของเรามีกัน 4 คน  คุณพ่อ  คุณแม่  พี่ชายและผม  ถ้าคุณพ่อคุณแม่ห้ามไม่ให้ทำอะไร  ผมจะ “ครับ”แต่ก็ทำ ช่วงวัยรุ่นผมเป็นคนโผงผาง ไม่ยอมคน เรียกว่าเป็นนักเลงก็ได้  นักเลงสำหรับผมคือไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเรา แต่ถ้าเราเผลอไปเหยียบเท้าใครก็พร้อมจะขอโทษ วันหนึ่งคุณแม่บอกผมว่า “อย่าออกไปไหนนะลูก  วันนี้แม่จะทำกับข้าวให้กิน” ผมรับคำคุณแม่  แต่ก็เดินไปหลังบ้าน  ปีนกำแพงออกไปขึ้นรถเพื่อนที่จอดรออยู่  เพื่อจะไปแข่งมอเตอร์ไซค์  อย่างที่เรียกกันว่าเด็กแว้น  เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ปิดถนนให้ชาวบ้านเดือดร้อน  ตอนแข่งรถผมไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันตัวอะไรทั้งนั้น  สวมเพียงเสื้อยืด  กางเกงขาสั้น  รองเท้าแตะ  ไม่สวมหมวกกันน็อก  เราแข่งกันระยะทาง 1 กิโลเมตร  ผมขี่รถด้วยความเร็ว 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ขี่ไปได้ 700 เมตรเท่านั้น เพื่อนที่ขี่อยู่เลนนอกก็หักรถมาหาผมที่อยู่เลนใน  ทำให้ผมเสียหลักรถคว่ำ  หน้าและตัวของผมครูดไปกับถนน  ไถลไป จนศีรษะเกือบชนฟุตปาธ ผมเลือดท่วมตัว  โชคดีที่กระดูกไม่หัก กลับไปถึงบ้านคุณแม่ตีซ้ำอีก  แต่สุดท้ายก็มาทำแผลให้ ผมรักษาตัวอยู่สี่เดือน อาการบาดเจ็บครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ผมเข็ด  แค่ทำให้เกรง ๆ เท่านั้น วีรกรรมของผมยังไม่หมดแค่นี้ เพื่อนคนหนึ่งมีเรื่องกับคู่อริจะโดนยิง ผมไปช่วยเพื่อนและโดนปืนจ่อศีรษะ  ตอนนั้นผมไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น  เอามือตบปืนที่จ่ออยู่  ทันทีที่ตบปืน  เสียงปังดังลั่นอยู่ข้างหู  ต้องบอกผู้อ่านตรงนี้ว่ามันไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรเลียนแบบ  จริง ๆ แล้วอันตรายมาก คุณอาจไม่โชคดีเหมือนผมเสมอไป  บางคนตบแล้วปืนลั่นเข้าหัวตัวเองก็มี ในขณะที่ผมเรียน ปวส.  เป็นยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ฐานะที่บ้านเริ่มลำบาก  ธุรกิจของพ่อแย่ลง  พอรู้ว่าที่บ้านลำบาก ผมก็ไม่อยากไปเรียน  เพราะคิดไปเองว่าเพื่อนดูถูกที่ที่บ้านมีปัญหา ผมไม่เข้าเรียนเลย  บางทีไปอยู่บ้านเพื่อนเป็นเดือน ๆ วันหนึ่งผมกลับบ้าน  คิดจะขอเงินคุณพ่อไปเที่ยว  พอไปถึงก็บอกว่าจะขอเงินไปเรียน  คุณพ่อยื่นซองจดหมายสีขาวมาให้พร้อมกับพูดเสียงดังว่า “เขาไล่มึงออกจากโรงเรียนแล้วไม่รู้หรือ” ผมช็อกมากกับสิ่งที่ปรากฏแก่สายตา ท่านตบหน้าผมหนึ่งครั้งแล้วเดินไปที่เตียงนอน เอามือล้วงไปใต้หมอนหยิบปืนออกมา  ผมกลัวว่าท่านจะยิงตัวตายเพราะผมก่อปัญหาไว้มาก  จึงรีบไปกระชากมือท่านเอาไว้และพูดว่า “พ่อ  อาร์ตขอโทษ  อาร์ตจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” หลังเหตุการณ์นี้ผมเริ่มหางานทำ  ไปเป็นพนักงานในผับ  ใช้เวลา 2 - 3 ปี ผมสามารถสร้างบ้านราคา 2 ล้านบาทให้คุณพ่อคุณแม่  ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมเป็นเด็กดี  แต่รู้สึกว่าได้ทำประโยชน์ให้คุณพ่อคุณแม่สบายมากขึ้น หลังจากนั้นผมมีโอกาสเข้าวงการบันเทิงจากการประกวด Male Star Challenge  ผมดูแลครอบครัวได้ดีขึ้น  แต่ก็คิดว่าชีวิตไม่แน่นอน  เราแก่ลงเรื่อย ๆ  เด็กใหม่ ๆ เข้ามาในวงการมากขึ้น  สำหรับงานในวงการบันเทิง ถ้ามีโอกาสก็ยังทำอยู่ และตอนนี้ผมเริ่มทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย  เป็นธุรกิจเกี่ยวกับวิตามินบำรุงร่างกาย  เพราะต้องการวางรากฐานที่ดีในอนาคต ทั้งหมดนี้ก็เพื่อครอบครัวของผมครับ  Secret BOX เมื่อมีโอกาสต้องคว้าไว้  แล้วทำให้ดีที่สุด  ลองทำดูก่อน  ถ้ามันไม่ใช่ อย่างน้อยก็ได้ลองให้รู้ อาร์ต - พศุตม์  บานแย้ม บทความน่าสนใจ ถึงจะเกเรแค่ไหน ผมก็จะทำให้พ่อแม่ภูมิใจให้ได้ เป้ วงมายด์ อันธพาลกลับใจ เรื่องจริงของแก๊งค์ที่เคยยืดติดคำว่า เอาคืน! จากปลายกระบอกปืน คืนสู่แสงสว่างทางธรรม เรื่องจริงของอดีตพ่อค้าอาวุธสงคราม อันธพาลกลับใจ เรื่องจริงของอดีตวายร้าย อันธพาลป่วนเมือง เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ […]

keyboard_arrow_up