ฝันเป็นจริง! คนขับอูเบอร์กลายเป็นนักร้องโอเปร่าระดับโลกเพราะคลิปของผู้โดยสาร

ฝันเป็นจริง! คนขับอูเบอร์ กลายเป็นนักร้องโอเปร่าระดับโลกเพราะคลิปของผู้โดยสาร ผู้โดยสารถ่ายคลิป คนขับอูเบอร์ ร้องโอเปร่า ตอนนี้เขากลายเป็นดาราระดับชาติไปแล้ว! ตามปกติ เวลานั่งรถอูเบอร์ก็ไม่ได้มีเรื่องหวือหวาตื่นเต้นอะไร คนขับกับผู้โดยสารคุยกันเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลา พอไปถึงจุดหมายก็ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง จะมีโชเฟอร์บางคนที่อาจโดดเด่นกว่าโชเฟอร์ทั่วไปด้วยความมีน้ำใจ หรืออารมณ์ขันเรียกเสียงหัวเราะจากผู้โดยสาร แต่อย่างไรก็คงแทบไม่มีใครเหมือนโชเฟอร์รายนี้ ที่ทำเอาผู้โดยสารตะลึงด้วยความอัศจรรย์ใจ เมื่อ คิม ดาวีย์ (Kim Davey) เดินทางมาด้วยเรื่องงานที่เมืองเดอร์บัง แอฟริกาใต้ เธอเรียกใช้บริการอูเบอร์โดยไม่ได้นึกอะไร แต่ทันทีที่เธอเริ่มพูดคุยกับคนขับชื่อ เมนซี มังโกมา (Menzi Mngoma) วัย 27 ปี เธอก็รู้ว่าเขามีความพิเศษในตัวอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งเธอก็คิดถูกเสียด้วย! คิมคุยกับเมนซีโดยถามถึงเรื่องราวชีวิตของเขาและอะไรทำให้เขามาขับอูเบอร์ ทำให้คิมได้รู้ว่าเมนซีเคยเรียนดนตรีมานานหลายปี และมีความฝันอยากเป็นนักดนตรีระดับชาติ แต่ในเวลานั้นความก้าวหน้าบนเส้นทางดนตรีช่างริบหรี่ แถมรายได้ก็ยังชักหน้าไม่ถึงหลัง ดังนั้นเขาจึงมาขับอูเบอร์ด้วยความหวังว่าจะได้พบปะผู้คน ได้แสดงความสามารถให้คนอื่นเห็น และหาเส้นสายเข้าสู่อุตสาหกรรมดนตรี คิมขอร้องให้เมนซีโชว์ความสามารถให้เธอเห็น แน่นอนว่าเขาเต็มใจอย่างที่สุด เธอรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างไวเพื่อบันทึกภาพมินิคอนเสิร์ตของเมนซี ทันทีที่เขาเริ่มร้องเพลง คิมถึงกับอึ้งด้วยความอะเมซซิ่งกับความสามารถอันล้นเหลือของเมนซี Menzi Mngoma 由 Kim Davey 发布于 2019年5月23日周四 ต่อมาเธอได้โหลดคลิปลงเฟซบุ๊กของตัวเอง เพียงไม่นานมินิคอนเสิร์ตของเมนซีก็กลายเป็นไวรัลเรียกเสียงฮือฮาในโลกโซเชียล […]

ดนตรีสร้างชีวิต สงกรานต์-รังสรรค์ ปัญญาเรือน

ผมเกิดและเติบโตที่จังหวัดลำปาง พ่อแม่แยกทางกันตอนผมอยู่ ป.1 ในวัยเด็กผมเป็นเพียงเด็กเกเรคนหนึ่งที่มีใจรักการเล่นกีตาร์เท่านั้น รังสรรค์ ปัญญาเรือน ผมเรียนอยู่ที่ลำปางจนถึง ม.5 แล้วย้ายมาอยู่กับน้าที่จังหวัดนครราชสีมา น้าของผมเปิดโรงเรียนสอนดนตรี ผมจึงได้ฝึกเล่นกีตาร์คลาสสิกอย่างจริงจัง โดยน้าคอยสอนคอยชี้แนะให้อย่างใกล้ชิด ผมฝึกซ้อมอย่างหนักจนสุดท้ายก็ฝีมือดีพอจะเป็นครูสอนกีตาร์คลาสสิกให้เด็ก ๆ ในโรงเรียนสอนดนตรีของน้าได้ ช่วงม.ปลาย ผมตั้งวงดนตรีกับเพื่อน เริ่มแกะเพลงไปจนถึงเขียนเพลงเอง แล้ววันหนึ่งผมกลับรู้สึกว่ากีตาร์คลาสสิกไม่ใช่ทางของผม แม้จะรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่เล่นเพลงใหม่ ๆ ได้ แต่ภายในใจกลับรู้สึกว่า “ทำไมเราเครียดจังวะ ทำไมเราเล่นแล้วไม่มีความสุขเลย” วันหนึ่งผมจึงบอกน้าว่าอยากไปเรียนกีตาร์บลูส์ น้าโมโหมาก เพราะเขาสอนกีตาร์คลาสสิกให้ผมมาตั้งแต่แรก จากนั้นเราก็ทะเลาะกันใหญ่โต จนผมออกจากบ้านน้ามาเช่าบ้านอยู่เอง เพียงเพราะคิดว่า “ไม่ว่าเส้นทางชีวิตข้างหน้าจะลำบากแค่ไหน เราก็ขอเลือกอนาคตและความสุขของตัวเอง” จากวันนั้นชีวิตของผมก็เริ่มจากศูนย์ ผมยังคงต้องเรียนเพื่อให้จบม.6 แต่ผมไม่มีเงินติดตัวเลย จึงต้องรับจ้างทำงานทุกอย่างเพื่อให้มีเงินพอกินพอใช้ ช่วงนั้นตอนกลางคืนผมเล่นกีตาร์ที่ร้านอาหารพอให้มีรายได้เลี้ยงตัวเอง หลังจากเรียนจบม.6 มาได้อย่างทุลักทุเล ผมก็เดินหน้าทำงานอย่างจริงจัง โดยหวังว่าสักวันจะต้องทำงานหาเลี้ยงแม่และยายให้ได้ ผมทำงานทุกอย่างตั้งแต่พนักงานขายรองเท้าในห้างสรรพสินค้า เด็กเสิร์ฟ เด็กจัดโต๊ะ ทำขนมรังผึ้งขาย ทอดลูกชิ้นขาย แล้วแต่โอกาสจะพาไป   แต่งานหนึ่งที่ผมทำมาตลอดและไม่เคยทิ้งเลยคือ การเล่นดนตรี อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังทอดลูกชิ้นขาย “มีน” เพื่อนสนิทของผมซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกวงดนตรี […]

ถ้ามีโอกาสเราต้อง “คืนกลับ” สู่สังคม บอย พิษณุ นิ่มสกุล 

ถ้ามีโอกาสเราต้อง ” คืนกลับ ” สู่สังคม บอย พิษณุ การก้าวไปข้างหน้าคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน ไม่ว่าก้าวนั้นจะหมายถึงหน้าที่การงาน  ฐานะทางการเงิน  ชื่อเสียง  หรืออะไรก็ตาม แต่เมื่อไรที่คุณก้าวไปข้างหน้าได้สำเร็จแล้ว  คุณควรต้องหันกลับมามองคนข้างหลังและ “คืนกลับ” สู่สังคมที่คุณเติบโตมาบ้าง…เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี บอย พิษณุ พิษณุ  นิ่มสกุล  หรือ บอย  เอเอฟ นักร้อง  นักแสดง  และพิธีกรหนุ่มอารมณ์ดีเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบหลักคิดเรื่อง “การคืนกลับสู่สังคม”  คล้าย ๆ การทำ CSR ที่องค์กรเอกชนนิยมทำกันทุกวันนี้  จะแตกต่างกันก็ตรงที่ CSR ของบอยไม่จำเป็นต้องมีหลักการใด ๆ มาผูกพัน  และไม่ต้องกำหนดงบประมาณให้วุ่นวาย คนเราต้องเริ่มจากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด  กตัญญูรู้คุณและไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง  จากนั้นเรายังต้องรู้จักคิดถึงคนอื่น ๆ ในสังคมบ้าง  เริ่มต้นง่าย ๆ ตั้งแต่ไม่เอาเปรียบใคร  ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน รู้จักแบ่งปัน  ช่วยเหลือกัน  เพราะพวกเราอยู่ในสังคมเดียวกัน ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ครั้งหนึ่งมีรายการประเภทช่วยเหลือสังคมมาติดต่อผมไปร่วมรายการ  ทางรายการเปิดโอกาสให้ผมเลือกว่า ผมอยากจะทำอะไร อยากไปที่ไหน  ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ในใจ  แต่จำได้ว่าผมตอบไปว่า“ถ้าได้ไปบ้านผู้พิการซ้ำซ้อนก็น่าจะดี เพราะผมยังไม่เคยไปมาก่อน” ทางรายการจึงติดต่อสมาคมรวมปัญญาคนพิการย่านบางบัวทอง  จังหวัดนนทบุรีให้ผม  ในวันนั้นทีมงานเตรียมอาหารและขนมไปแจกน้อง ๆ  ส่วนผมก็ทำหน้าที่เอนเตอร์เทน  เล่นเกม  ร้องเพลง  ฯลฯ ทำทุกอย่างให้เขามีความสุข  วันนั้นกว่าจะทำกิจกรรมเสร็จก็เย็นแล้ว  แต่ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนผมก็มีความรู้สึกว่า “ต้องหาโอกาสกลับมาอีกให้ได้” ไม่ใช่ว่าอยากมาเพราะสงสารหรืออยากทำให้เขามีความสุขเท่านั้น  แต่ผมอยากมาอีกครั้งเพื่อเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากเขามากกว่า  โดยเฉพาะ “หัวใจนักสู้” ที่น้อง ๆ ทุกคนมี ทุกคนพยายามสู้  พยายามช่วยเหลือตัวเองทุกวิถีทางเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด มันสุดยอดมาก ๆ หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้ข่าวว่าพื้นที่ย่านบางบัวทองรวมถึงสมาคมนี้ถูกน้ำท่วมใหญ่  ผลจากน้ำท่วมทำให้สภาพความเป็นอยู่ของน้อง ๆ ในสมาคมที่ค่อนข้างลำบากอยู่แล้วยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก  ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจกลับไปที่สมาคมเร็วขึ้นกว่าที่คิดไว้  ไม่ต้องรอจนถึงวันเกิดของผมแล้ว คราวนี้ผมเริ่มคิดว่า แค่เลี้ยงอาหารอย่างเดียวคงไม่พอ  เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “เงิน”  เพื่อที่ว่าทางสมาคมจะได้นำไปฟื้นฟูความเสียหาย  แต่ลำพังผมคนเดียวคงไม่มีกำลังมากพอ ผมจึงตัดสินใจบอกบุญแฟนคลับดู  ซึ่งก็ได้ผล เพราะพอบรรดาแฟนคลับรู้  พวกเขาก็ช่วยกันระดมทุนเข้ามาไม่ขาดสาย เชื่อไหมครับว่า  ในเวลาไม่ถึงเดือนผมรวบรวมเงินบริจาคได้เกือบแสนบาท! สองสัปดาห์ต่อมา  ผมและแฟนคลับส่วนหนึ่งก็กลับไปที่สมาคมอีกครั้งเพื่อเลี้ยงอาหาร  ขนม และมอบเงินบริจาคที่รวบรวมมาได้  วันนั้นมีน้องคนหนึ่งซึ่งถึงเขาจะไม่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและสมองแต่พอเห็นผม  น้องกลับจำผมได้  เขายิ้มดีใจออกท่าออกทางตีมือใหญ่เลย  เขาดีใจที่ผมกลับมาอีกครั้ง ผมยังจำภาพนั้นติดตามาจนวันนี้ นอกจากที่นี่แล้ว  ผมก็ยังมีโอกาสได้ไปทำบุญอีกหลายที่  เช่น  มูลนิธิบ้านเด็กอ่อน  บ้านคนที่ไร้ที่พึ่งพิง  ซึ่งแต่ละแห่งก็จะให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป  แต่ถ้าสถานที่ที่กินใจผมมาก ๆ ก็คงเป็นบ้านพักคนชราบางแค  เพราะผมเป็นคนที่เซ้นสิทีฟกับคนแก่มากถึงมากที่สุด คงเป็นเพราะสมัยเด็ก ๆ ผมเติบโตมากับยาย  เรียกว่าเป็นหลานคนโปรดของยายก็ว่าได้ ถึงผมจะแสบซนเอาเรื่องอยู่  แต่ผมก็เป็นหลานเพียงคนเดียวที่ยายจะเจียดเงินไปฝากธนาคารออมสินให้ทุกเดือน  เดือนละ 20 บาท  หรือเวลาที่แม่ซื้อของอะไรมาที่บ้าน ยายก็จะเป็นคนแบ่งสันปันส่วน  หรือถ้าจะให้ถูกก็ต้องเรียกว่า “กัน” (หัวเราะ) เสียมากกว่า  ยายจะบอกว่า “นี่ของบอยมันนะ” หลานคนอื่นจะได้ไม่กล้ามายุ่ง พอเก็บของให้บอยบ่อยครั้งเข้า  เชื่อไหมครับว่า  บางทียายก็จำไม่ได้ว่าเก็บอะไรไว้ที่ไหนบ้าง  เรียกว่าเก็บจนลืม นอกจากนี้ยายยังเป็นคนแรกที่พาผมไปวัด  ไหว้พระ  ทำบุญ  สอนผมให้รู้จักการทำบุญ  ทำทาน  และการให้  ซึ่งนิสัยชอบทำบุญของผมก็ได้มาจากยายนี่แหละครับ ด้วยความที่เป็นเด็ก  ผมก็เลยคิดแค่ว่า  ถ้าจะพายายไปกินอาหาร  ไปเที่ยว  หรือจะทำอะไรให้ยายก็ต้องมีเงิน  มีความพร้อมก่อน ผมจึงได้แต่รอเวลาอยู่อย่างนั้น  แต่พอวันที่ผมพร้อม  มีการมีงานทำจริง ๆ  ก็เป็นวันที่ยายจากผมไปแล้ว  นั่นทำให้รู้สึกว่าทำไมเราไม่ทำตั้งแต่ตอนนั้น  ทำเท่าที่มีก็ได้ สุดท้ายเมื่อย้อนอดีตกลับไปไม่ได้ผมจึงคิดว่า  “ถ้ามีโอกาสเมื่อไร  ผมจะต้องช่วยเหลือคนแก่”  นัยว่าเป็นการทดแทนที่ผมยังไม่ได้ตอบแทนยาย ผมขอฝากถึงทุกคนว่า  ถ้าอยากทำความดี ไม่ต้องรอ “ความพร้อม”  ทำอะไรได้เมื่อไร  จงรีบทำ  เพราะเวลาไม่เคยรอใคร ไม่ว่าจะเวลาของเราเองหรือของคนที่เรารัก   ที่มา  นิตยสาร Secret ฉบับที่ 131 เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความที่น่าสนใจ ให้ได้ แม้ไม่มี: กอล์ฟฟี่ แฮร์สไตลิสต์จิตอาสา ปิ่นแก้ว แซ่ลิ้ม จิตอาสาเพื่อคนยากไร้ ผู้ให้ได้แม้ตนไม่มี […]

ชีวิตที่เต็มไปด้วยความโชคดีของ จูลี่ แอนดรูวส์

เมื่อเอ่ยถึง จูลี่ แอนดรูวส์ หลายคนอาจนึกถึงเสียงของเธอ หรือฮัมเพลง “โด เร มี” ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักเพลงสวรรค์ (The Sound of Music) ที่เธอแสดงนำในปี 1965 ก่อนเป็นอย่างแรก จูลี่เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงด้านการขับร้องอย่างหาตัวจับยากและโลดแล่นอยู่ในวงการฮอลลีวู้ดมานานกว่าครึ่งศตวรรษ เธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ชีวิตของเธอได้พบกับความโชคดีอย่างเหลือเชื่อถึงสามครั้ง แต่ละครั้งเปรียบได้กับการก้าวขึ้นบันไดศิลาอันแข็งแรงที่นำพาให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไป จูลี่ แอนดรูวส์ (Dame Julia Alizabeth Andrews) เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1935 ที่ประเทศอังกฤษ เธอมีภูมิหลังครอบครัวที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง ตรงข้ามกับลักษณะนิสัยที่สุภาพ เรียบง่าย และมองโลกในแง่ดีอย่างที่เธอเป็นมาโดยตลอด จูลี่เคยพูดถึงชีวิตของตัวเองอย่างติดตลกว่า “ฉันเป็นคนที่มีพ่อแม่มากกว่าใครๆ ในโลก” แม่ของจูลี่ให้กำเนิดเธอในขณะที่ยังเป็นภรรยาของ เท็ด เวลส์ ครูสอนวิชาช่างไม้ ทว่าพ่อแท้ๆ ของจูลี่ไม่ใช่เขา หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองปะทุไม่นาน สามี – ภรรยาคู่นี้ก็หย่ากัน ต่างฝ่ายต่างแต่งงานใหม่ พ่อเลี้ยงคนใหม่ของจูลี่มีชื่อว่า เท็ด แอนดรูวส์ เขาเป็นนักร้อง […]

10 ดารากับ 10 วิธีทำบุญ ตาม มรรควิธี 10 ไปดูกัน มีใครบ้าง

10 ดาราตัวอย่าง ที่ทำบุญตาม “ มรรควิธี10 ” ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามความสะดวก และความเหมาะสม ไปดูกันเลยค่ะว่ามีใครบ้าง

ปรับความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน เรื่องราว “การปรับความคิด” ของดาราหนุ่มทั้ง 3 คน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความคิด” ของเรานั้น มีส่วนในการกำหนดชีวิต หากเราลอง ปรับความคิด จากเรื่องเล็ก ๆ น้อยใกล้ตัว ก็จะเริ่มชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

โจอี้ บอย… ผู้ชายมาดร้ายกับ “บางสิ่ง” ที่ซ่อนไว้หลังแว่นดำ

ขาเป็นแร็พเปอร์คนแรกๆ ของประเทศ  ที่อัลบั้ม Fun Fun Fun ของเขามียอดขายเกินล้านชุด

เมตตากรุณา - ยิ่งแบ่งยิ่งได้ เคล็ดลับความสุขความสำเร็จของสหรัถ สังคปรีชา

เมตตากรุณา - ยิ่งแบ่งยิ่งได้ เคล็ดลับความสุขความสำเร็จของ สหรัถ สังคปรีชา ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปีในวงการบันเทิง นอกจากไม่มีข่าวด่างพร้อยแล้วเขายังเป็นที่รักของประชาชนไม่เสื่อมคลาย เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้ ก้อง - สหรัถ สังคปรีชา ผู้ชายอบอุ่นคนนี้ประสบความสำเร็จ วันนี้เขามาเผยเคล็ดลับการใช้ชีวิต การงาน และความรัก รวมถึงพลังของความเมตตากรุณาและการให้   คุณก้องเติบโตมาในครอบครัวแบบไหนคะ ได้ยินว่าตอนเด็ก ๆ ถูกสปอยล์มาไม่น้อย ใช่ครับ ก่อน 10 ขวบผมเติบโตมาในครอบครัวใหญ่คุณตาเป็นเจ้าของบ้าน มีคุณแม่ คุณป้า และคุณน้าอยู่รวมกันผมเป็นหลานคนแรก คุณตาจึงค่อนข้างเห่อและเลี้ยงแบบเอาอกเอาใจ ผมจึงแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะที่บ้านมีคนงานสิบกว่าคน ผมเรียกใช้ได้หมด ตอนนั้นยังไม่รู้หรอกว่าตัวเองเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็เรียกพี่เลี้ยงมาทำให้ ไม่ต้องทำอะไรเอง เคยถึงขนาดหิวแล้วเขวี้ยงจานทิ้ง แต่ตอนนั้นยังเด็กมาก เลยไม่ค่อยรู้ตัว พอย้อนกลับไปคิดแล้วเป็นพฤติกรรมที่น่าเขกกบาลมาก (หัวเราะ) จนผมอายุสิบกว่าขวบ คุณพ่อก็ซื้อบ้านเองและแยกครอบครัวออกมา ผมถึงเลิกเป็นเด็กสปอยล์   คุณพ่อสอนอะไรบ้างคะ คุณพ่อเน้นให้ผมรู้จักทำอะไรด้วยตนเอง พึ่งตัวเองอย่างตอนเป็นเด็กนักเรียน ถ้าวันไหนผมลืมเอาอุปกรณ์เกี่ยวกับชุดลูกเสือไป เช่น พู่ ผ้าพันคอ เข็มขัด คุณพ่อจะไม่ยอมซื้อให้ใหม่ ทั้งที่สามารถซื้อได้และราคาไม่แพงด้วย แต่คุณพ่อปล่อยให้โดนครูตี ท่านสอนว่าไม่ควรลืม ถ้าวันไหนมีเรียนลูกเสือ ก่อนนอนต้องเตรียมอุปกรณ์ชุดลูกเสือไว้ให้พร้อมตั้งแต่นั้นมาผมไม่ลืมอีกเลย นอกจากนั้นคุณพ่อยังสอนให้ทำอะไรเอง ตอนเด็ก ๆผมจึงต้องเป็นลูกมือให้คุณพ่อแทบทุกเรื่อง เช่น ซ่อมรถปลูกต้นไม้ บางครั้งผมก็บ่นว่าทำไมต้องทำ คนใช้ก็มี ทำไมไม่ใช้ เวลาเห็นผมโกรธมาก ๆ คุณพ่อมักบอกว่า “วันหนึ่งก้องจะรู้เองว่าทำไมพ่อต้องทำแบบนี้” พอโตขึ้นมาผมถึงเห็นคำตอบที่พ่อพูดไว้ เพราะเราทำอะไรได้หลายอย่าง ในขณะที่คนอื่นทำไม่เป็น ถ้าวันนั้นคุณพ่อไม่สอน วันนี้ผมคงทำอะไรไม่เป็น   มีวิธีคิดและทำใจกับการสูญเสียคุณพ่อเมื่อไม่นานมานี้อย่างไรคะ คุณพ่อป่วยมาประมาณปีกว่า พอรู้ผมก็พยายามทำใจพาท่านไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หาข้อมูลการรักษา หาอาหารดี ๆ มาให้ท่าน และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้กำลังใจท่าน โชคดีที่คุณพ่อไม่ท้อแท้ ไม่เศร้า เพราะท่านหวังว่าจะกลับมาหายดีอีกครั้งหนึ่ง ช่วง 5 - 6 เดือนหลังมานี้คุณพ่อเดินไม่ได้แล้ว เพราะกล้ามเนื้อขาหมดแรง ขยับไม่ได้ ต้องนอนอยู่แต่บนเตียงและเจ็บปวดทรมานมาก ยิ่งสองเดือนสุดท้ายคุณพ่อยิ่งทรุดหนักเห็นอย่างนี้ผมยิ่งต้องทำใจมากขึ้น การเสียชีวิตของคุณพ่อทำให้ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่าคนเราต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครหนีพ้น นี่เป็นเพียงบทเรียนแรกที่เริ่มเข้ามาในชีวิต และจากนี้ไปผมคงพบการสูญเสียต่อไปเรื่อย ๆ เพราะที่สุดแล้วคนเราก็ต้องล้มหาย-ตายจากกันเป็นธรรมดาของชีวิต พอผมเข้าใจอย่างนี้ได้แล้วจึงทำใจได้ง่ายขึ้น   ทราบว่าสนใจเล่นดนตรีตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเรียนโรงเรียนชายล้วน เวลาเลิกเรียน นักเรียนแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มเล่นกีฬาและกลุ่มเล่นดนตรี ผมเป็นกลุ่มที่ชอบไปห้องซ้อมดนตรี เพราะหลงใหลเสน่ห์ของดนตรี ผมมักไปกับกลุ่มเพื่อนที่เล่นดนตรี จนได้เข้าวงดนตรีกับเพื่อน ช่วงมัธยมต้นเล่นดนตรีป๊อกแป๊ก ๆ พอขึ้นมัธยมปลายถึงเริ่มฟอร์มวงเป็นเรื่องเป็นราว โดยเล่นงานเล็ก ๆ ก่อน เช่นงานวันเกิด งานแต่งงานครู งานห้องสมุด งานโรงเรียนพอเรียนจบ ม.6 เข้าเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ปี 2 ผมเริ่มเล่นเป็นอาชีพตามผับบาร์ มีพี่ชายของเพื่อนเปิดผับก็ไปขอเล่นเลย เงินเดือนเท่าไรก็เอา คือผมไม่ได้สนใจเรื่องเงินเดือนแค่อยากเล่นดนตรีมากกว่า เพราะเป็นความฝันของผม เล่นดนตรีอยู่สัก 2 ปี แกรมมี่ก็จับเซ็นสัญญาทำอัลบั้มนูโว คราวนี้แหละผมได้เล่นดนตรีทั้งชีวิต (หัวเราะ)   รู้สึกอย่างไรบ้างคะที่วันหนึ่งความฝันกลายเป็นจริงขึ้นมา ได้เป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง ผมมีความสุขมาก จำได้ว่าวันที่นูโวได้ออกอัลบั้มครั้งแรกแล้วมีงานคอนเสิร์ต โอ้โห มีความสุขสุดขีด เหมือนกับว่าทั้งชีวิตเราฝันอยากเป็นนักดนตรี พอวันหนึ่งได้เริ่มเล่นอาชีพตามผับตามบาร์ก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จในจุดหนึ่งแล้ว ยิ่งพอได้ออกอัลบั้ม ได้เล่นคอนเสิร์ต ยิ่งรู้สึกเหมือนเราเรียนจบได้ปริญญาตรีมาอีกใบหนึ่ง มีความสุขมาก วันที่รู้ตัวว่าเรามีชื่อเสียงแล้ว คงเป็นวันที่ผมไปเล่นคอนเสิร์ตโลกดนตรี แล้วมีแฟนคลับมาจับมือและร้องไห้แบบคลั่งไคล้ ตอนนั้นผมตกใจมาก เพราะไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นซูเปอร์สตาร์ รู้สึกแค่ว่าเป็นนักดนตรีธรรมดา ๆ ไม่เคยรู้ว่าคนดูมองเราเป็นนักดนตรีที่เขาอยากกรี๊ด อยากจับมือ แค่เห็นก็ร้องไห้แล้ว วันนั้นผมถึงได้รู้ว่าชีวิตมันเปลี่ยนไปแล้ว ไปไหนมาไหน จะเข้าโรงแรมก็ต้องมีการ์ดมากั้น เรียกว่าชีวิตเปลี่ยนไปเลย (ยิ้ม)   ตั้งแต่เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง เจอปัญหาหรือเรื่องที่ไม่ชอบใจบ้างไหมคะ ปัญหาไม่ค่อยมีนะครับ แต่เรื่องที่รู้สึกคงเป็นเรื่องความเป็นส่วนตัวหายไป เพราะเราต้องโดนถ่ายรูปตลอดเวลาบางทีออกจากบ้าน หน้าตาผมเผ้ายังกระเซอะกระเซิงอยู่ พอขับรถไปถึงที่นัดถ่ายทำ ลงจากรถปุ๊บเจอกล้องเป็นสิบ ๆ ตัวมารุมถ่าย ผมจะรู้สึกว่ายังไม่พร้อม เพิ่งตื่น ตายังบวมอยู่เลยคิดว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ หรือเวลาไปต่างจังหวัดพอลงจากเครื่องบินปุ๊บ มีแฟนคลับมารอรับ ขึ้นรถตู้ไปถึงโรงแรมนี่ยิ่งหนักเลย คราวนี้รอเป็นร้อย เปิดรถตู้มา โดนดึงต่างหู โดนดึงสร้อยไป รู้สึกว่าชีวิตส่วนตัวหายไปแล้ว แต่ผมก็เข้าใจนะว่าการมีชื่อเสียงบางครั้งก็ต้องแลกกับการสูญเสียอะไรไปสักอย่างแบบนี้แหละ   มีเคล็ดลับการทำงานอย่างไรที่ทำให้ได้รับความนิยมมานานขนาดนี้คะ ทำให้ดีที่สุด ตั้งใจทำทุกงาน เคารพผู้ร่วมงาน ให้เกียรติผู้ร่วมงานทุกคน ผมคิดว่าทุกอาชีพทำเองคนเดียวไม่ได้เพราะยังต้องมีผู้ร่วมงาน มีฝ่ายอื่น ๆ อีก ดังนั้นถ้าอยากทำงานให้ดีและสมบูรณ์แบบก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นผมยังใช้ “พรหมวิหาร 4” ที่ช่วยให้การทำงานสะดวกสบายขึ้นพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้หมด โดยเฉพาะ 2 ข้อแรกเมตตา คือ ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข กรุณา คือปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ พอเรามีเมตตากรุณาอย่างนี้แล้วคนรอบข้างที่ได้รับความเมตตากรุณาก็จะให้ความรู้สึกดี ๆ ให้ความรักคืนกลับมา เรียกว่าให้ไปก่อน เดี๋ยวก็ได้กลับมาเองพอทำแบบนี้บ่อย ๆ เราก็จะมีแต่ความสุข ผมสนใจเรื่องพรหมวิหาร 4 เพราะคุณพ่อชอบให้หนังสือธรรมะ ชอบให้รู้เรื่องธรรมะ พอได้อ่านหนังสือเหล่านี้มันจะค่อย ๆ ซึมซับมาเอง เวลานำเอาไปใช้ผมรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นมีแต่เรื่องดี ๆ วิ่งเข้ามา เช่น เวลาไปไหนก็มีแต่คนคิดดี ๆ กับเรา มีแต่คนชื่นชม ไปไหนคนก็ต้อนรับ ผมรู้สึกว่าการทำบุญเรื่อย ๆ อย่างเวลามีหน่วยงานไหนขอให้ช่วย ผมก็ไม่เกี่ยง ผมเขียนหนังสือเรื่อง Real Kong เงินที่ได้ทั้งหมดก็เอาไปช่วยเด็ก ช่วยคนแก่ ช่วยหมาแมวพอทำดีอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ทำให้ไปไหนมีแต่คนชื่นชม ไม่มีคนเห็นแล้วยี้ ดังนั้นผมคิดว่าการทำดีทำให้เราได้สิ่งดีกลับมาจริง ๆ   รู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นโค้ช The Voice ซึ่งเป็นบทบาทที่ทำหน้าที่ของการเป็นครู ผมคิดว่างานนี้เป็นโอกาสดีอีกเรื่องที่เข้ามาในชีวิตครั้งแรกผมปฏิเสธรายการไป แต่เขาตามผมอยู่เป็นเดือนคือตอนแรกผมไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เกิดมาไม่เคยเป็นโค้ชไม่รู้จะไปสอนคนร้องเพลงอย่างไร จึงปฏิเสธไป จนรายการพยายามเกลี้ยกล่อมขอให้เข้ามาคุยหน่อย บอกถ้าไม่รับ ก็ไม่ตื๊อแล้ว แต่พอได้เข้าไปคุยถึงรู้ว่าไม่ยากอย่างที่คิด เมื่อตัดสินใจไปทำจริง ๆ กลายเป็นเรื่องง่าย เพราะผมมีสิ่งเหล่านี้อยู่เต็มตัวเลย ผมถูก พี่เต๋อ (เรวัต พุทธินันทน์) และพี่ ๆ ในแกรมมี่เคี่ยวเข็ญมาหนักมาก เคยยืนร้องเพลงกับพี่เต๋อมาไม่รู้กี่สิบเพลงร้องกันตั้งแต่บ่าย ๆ ไปเสร็จตอนเช้าอีกวันหนึ่ง ทั้งที่ร้องแค่เพลงเดียว เพราะเราร้องโดยไม่มีเครื่องดนตรี ใช้เสียงร้องอย่างเดียว สมัยนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์ช่วยเรื่องการร้องเพลงเหมือนสมัยนี้ ตอนนี้ร้องผิดร้องเพี้ยนมีคอมพิวเตอร์ช่วยได้สมัยก่อนเป็นเทป จึงต้องร้องจริง ๆ อย่างเดียว ผมโดนขับเคี่ยวมาเยอะมาก ทำให้มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัวไม่รู้ตัว เช่น วิธีการร้องหนัก - เบา สั้น - ยาว การทำงานในห้องอัด ฯลฯ พอวันหนึ่งที่เราต้องมาสอนเด็ก ๆ ร้องเพลงว่าทำอย่างนี้สิ ขึ้นคอนเสิร์ตให้ร้องอย่างนี้นะ จึงสอนได้ ถือว่าโชคดีไป   ที่ผ่านมาคุณก้องทำกิจกรรมช่วยสังคมสม่ำเสมอ เลือกไหมคะว่าต้องทำบุญด้านไหน การทำดีของผมไม่ได้จำกัดเลยว่าจะช่วยใครบ้าง คือช่วยได้ก็ช่วย ทั้งสัตว์ คนแก่ เด็ก คนพิการ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ไม่ได้เหนื่อยนักหนา ผมจะพยายามช่วยบางหน่วยงานให้ผมช่วยพูดรณรงค์บริจาคสิ่งของให้คนแก่เด็กกำพร้า เด็กพิการ ถ้าพอมีคิวว่างผมก็ทำ เพราะคิดว่าเราไม่ได้เสียอะไรมากมาย แค่สละเวลาไปช่วยเหลือ ผมยินดีช่วย ที่ทำอย่างนี้เพราะผมคิดว่าได้สิ่งดี ๆ จากสังคมเยอะมาก ดังนั้นเราควรต้องแบ่งปันกลับไปบ้าง ผมเชื่อว่ายิ่งแบ่งก็ยิ่งได้ อย่างตอนประเทศเนปาลแผ่นดินไหว ผมไปร่วมเล่นคอนเสิร์ตการกุศล หาเงินช่วยเหลือเนปาลมีเพื่อน ๆ ศิลปินไปช่วยกันเยอะ เช่น วงนูโว, พี่ปุ๊ -อัญชลี จงคดีกิจ, โจอี้ บอย, คุณบอย โกสิยพงษ์,แสตมป์ ฯลฯ รวบรวมเงินบริจาคได้ประมาณ 2 ล้านบาทแล้วส่งไปให้เนปาล แม้ไม่ได้มากมาย แต่คงพอช่วยคนได้เป็นร้อยเป็นพันคนโดยที่เราก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก ผมได้เล่นดนตรีที่ชอบและได้หาเงินบริจาคไปช่วยเหลือชาวเนปาลก็รู้สึกประทับใจครับ   เวลาว่างทำอะไรบ้างคะ […]

“ชีวิตผมเหมือนเป็นหนี้พระพุทธศาสนา” ฤทธิพร อินสว่าง (จบ)

“ชีวิตผมเหมือนเป็นหนี้พระพุทธศาสนา” ฤทธิพร อินสว่าง (จบ) ทุกวันนี้การเขียนหนังสือเป็นงาน อีกอย่างหนึ่งที่ผม (ฤทธิพร อินสว่าง) รัก แม้ว่ารูปแบบจะแตกต่างจากการทำเพลงที่เป็นงานหลัก แต่ความปีติที่ได้รับนั้นไม่ต่างกันเลย ผมเชื่อว่า “การเขียนหนังสือคือการเขียนชีวิต” ที่ต้องมุ่งมั่นทุ่มเทในการถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ ซึ่งในปี พ.ศ. 2554 นี้ ผมเขียนหนังสือออกมาสองเล่ม คือ “สุขอย่างมีศิลป์” และ“ธรรมะทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไป” นอกจากนี้ ผมยังให้กำลังใจผู้คนผ่าน www.ritthiporn.com โดยในเว็บไซต์นี้ผมได้รวบรวมผลงานที่ผ่านมาของผมเอาไว้ รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้แฟนเพลงซึ่งทุกข์หนักเครียดจัด ท้อแท้กับชีวิต ตั้งคำถามหรือสื่อสารถึงผมได้โดยตรงที่[email protected] อาจกล่าวได้ว่าชีวิตผมเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากการลองผิดลองถูก รวมถึงใช้ความทุกข์เป็นเครื่องพัฒนาปัญญา พระพุทธศาสนาสอนให้ไม่ยึดติด แต่ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพที่ชัดเจน ชีวิตผมก็เหมือนเป็นหนี้พระพุทธศาสนาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้พระพุทธศาสนาสอนให้ผมรู้จักการดำเนินชีวิตแบบใหม่ วิธีการทำงานแบบใหม่ และท่าทีที่ถูกต้องในจิตใจ นำมาซึ่งความสุขอันวิเศษที่ไม่พึ่งวัตถุภายนอกเกินจำเป็น ยิ่งผมเห็นธรรมก็ยิ่งเห็นโลกและเห็นการแบกโลกเป็นเรื่องน่าขัน ความเจียมตัวช่วยชีวิต แม้จะมีชื่อเล่นเป็นฝรั่งว่า “บ็อบ” ที่น่าจะเรียกกันเล่นๆ ตามชื่อนักฟุตบอลอังกฤษที่โด่งดัง บ็อบบี ชาร์ลตัน และ บ็อบบี มัวร์ แต่แท้จริงแล้วผมไม่ใช่ลูกครึ่งฝรั่งที่ไหน เป็นลูกสุพรรณเต็มตัว เกิดและเติบโตบนผืนแผ่นดินที่งดงามในชุมชนตลาดเก่าริมแม่น้ำท่าจีน แม้จะภูมิใจที่เกิดเป็นคนสุพรรณ แต่ผมก็เจียมตัวอยู่ลึกๆช่วงแรกที่เข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯนั้น […]

“ชีวิตผมเหมือนเป็นหนี้พระพุทธศาสนา” ฤทธิพร อินสว่าง (1)

“ชีวิตผมเหมือนเป็นหนี้พระพุทธศาสนา” ฤทธิพร อินสว่าง (1) ในยามที่ท้อแท้ขอเพียงแค่คนหนึ่ง จะคิดถึงและคอยห่วงใย ในยามที่ชีวิตหม่นหมองร้องไห้ ขอเพียงมีใครปลอบใจสักคน ในวันที่โลกร้างความหวังให้วาด มันขาด มันหาย ใครจะช่วยเติมเพิ่มพลังใจให้ฉันได้เริ่มต่อสู้อีกครั้ง บนหนทางไกล …กำลังใจจากใครหนอ ขอเป็นทานให้ฝันให้ใฝ่ ให้ชีวิตได้มีแรงใจ ให้ดวงใจลุกโชนความหวังกำลังใจจากใครหนอ ขอเป็นทานให้ฉันได้ไหม ดั่งหยาดฝนบนฟากฟ้าไกล ที่หยาดรินสู่พื้นดินแห้งผาก… ในช่วงที่ประเทศไทยประสบกับภาวะวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ ผม (ฤทธิพร อินสว่าง) ได้มีโอกาสสนทนากับหลายคนผ่านเว็บไซต์ของผม (www.ritthiporn.com) ทำให้ทราบว่าบทเพลง “กำลังใจ” ที่ผมแต่งและมีศิลปินหลายท่านนำไปขับร้อง เช่น วงโฮป อี๊ด – วงฟลาย อรวี สัจจานนท์ เสาวลักษณ์ ลีละบุตร สุนารี ราชสีมา ฯลฯ ได้ช่วยพลิกฟื้นจิตใจของพวกเขาจากความท้อแท้สิ้นหวัง แม้ว่าบางครั้งฟังแล้วอาจมีน้ำตา แต่เป็นน้ำตาที่เต็มไปด้วยกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตอีกครั้ง ในการทำงานที่ผ่านมา ผมมีสถานะเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรี และกวี แต่หลายปีมานี้ ผมใช้ชีวิตอย่างสันโดษจนทำให้หลายคนคิดว่าผมออกจากวงการบันเทิงไปแล้ว ความจริงคือผมไม่ได้ออกจากวงการบันเทิงเสียทีเดียว เพียงแต่ว่าเลือกพบสื่อมวลชนหรือออกสู่สังคมในโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้น “ศิลปิน” ยังเป็นบทบาทหนึ่งของผม […]

ถ้าอยากคว้าดาว เราต้อง “ก้าว” ไปข้างหน้า ” นิว-จิ๋ว “

ถ้าอยากคว้าดาว เราต้อง “ก้าว” ไปข้างหน้า ” นิว-จิ๋ว “ ไม่บ่อยนักที่วงการเพลงบ้านเราจะมีนักร้องดูโอหญิงระดับคุณภาพที่ครองใจแฟนเพลงมายาวนานนับสิบปี แต่ นิว-จิ๋ว นภัสสร ภูธรใจ กับ ปิยนุช เสือจงพรู ก็ทำได้ หลังทั้งสองแจ้งเกิดบนเวทีเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 1 กว่าจะมีวันนี้ นิว-จิ๋ว ต้องผ่านอะไรมามากมาย ทั้งความกลัว ความผิดหวัง หรือแม้แต่เคยคิดล้มเลิกความตั้งใจที่จะเป็นนักร้องมาแล้ว แต่ในที่สุดทั้งสองก็ “เปลี่ยนความคิด” และมุ่งมั่นที่จะเดินบนเส้นทางสายนี้อย่างจริงจัง วันนี้ นิว-จิ๋ว จะมาถ่ายทอดเรื่องราวที่ผ่านมาให้ชาว Secret ฟังกันแบบสด ๆ ไม่มีกั๊ก จับไมค์ขึ้นเวทีครั้งแรก นิว : จำได้ว่าขึ้นไปลิปซิงค์เพลงตั้งแต่อยู่อนุบาล ไม่มีอาการสั่นนะคะคุณ ปากขยับไปตามเพลง ตัวโยกน้อย ๆ ตามจังหวะ แต่ตาก็คอยมองหาพ่อหาแม่ ประมาณว่าพ่ออยู่ไหน แม่อยู่ไหน เป็นกำลังใจให้นิวหน่อย จิ๋ว : ตอนอายุ 9 ขวบ จิ๋วเห็นเพื่อนไปประกวดร้องเพลงในร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า […]

keyboard_arrow_up