ร้องเสียงเหมือนหมูก่อนตาย วิบากกรรมของพ่อค้าขายหมู

ร้องเสียงเหมือนหมูก่อนตาย วิบากกรรมของพ่อค้าขายหมู ครั้งพระบรมศาสดาประทับ ณ พระเวฬุวัน วัดที่พระเจ้าพิมพิสารถวายไว้ในพระพุทธศาสนา พระองค์ตรัสถึง วิบากกรรมของพ่อค้าขายหมู ที่มีชื่อว่า “จุนทสูกริก” ให้พระภิกษุทั้งหลายฟังว่า มีพ่อค้าขายหมูคนหนึ่งชื่อว่าจุนทสูกริก เขายึดอาชีพขายหมูเลี้ยงชีพ ซึ่งเขาฆ่าหมูเหล่านั้นด้วยมือของเขาเอง เริ่มจากทุบหมูทั้งเป็นด้วยค้อน 4 ครั้ง แล้วทำการสังหารในรูปแบบต่าง ๆ นานาอย่างสยดสยอง เขาทำแบบนี้มาจนกระทั่งอายุได้ 55 ปี อาหารที่เขาเลี้ยงดูบุตรและภรรยาก็เป็นชิ้นเนื้อหมูที่แบ่งมาจากกองเนื้อหมูที่เขาแบ่งไว้ขาย แม้เขาจะทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในกรุงราชคฤห์ ดอกไม้สักกำมือหนึ่งก็ไม่มี ข้าวหนึ่งทัพพีก็ไม่ปรากฏ ไม่ทำบุญสุนทานเลย วัน ๆ อยู่กับการฆ่าหมูที่ตนเลี้ยงมากับมือ     จุนทสูกริกล้มป่วยลง เขารู้สึกร้อนเหมือนตกนรก เขาทรมานมาก และเขาก็ร้องเสียงเหมือนหมู และเดินคลานเหมือนหมูไปทั่วเรือน ครอบครัวพยายามจับตัวเขาไว้ แล้วเอามือปิดปากเขา เพราะเสียงร้องของนายจุนทสูกริกดังไปไกลถึง 7 เรือน ทำให้เพื่อนบ้านไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว สุดท้ายไม่มีใครหยุดพฤติกรรมประหลาดของนายจุนทสูกริกได้ ทำได้แต่ขังเขาไว้ในเรือน ไม่ให้ออกไปไหน พอเข้าสู่วันที่ 8 นายจุนทสูกริกก็สิ้นใจ และไปเกิดชดใช้กรรมในอเวจีมหานรกทันที พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสปิดท้ายเรื่องวิบากกรรมของพ่อค้าขายหมูผู้นี้ว่า เหตุที่เขาได้รับวิบากกรรมนี้ เป็นเพราะเขาประมาทในการเป็นฆราวาส เพิ่งสร้างกรรมชั่ว […]

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : เราจะรู้ได้อย่างไรว่า นรก – สวรรค์ มีจริงหรือไม่

ผู้เฒ่าผู้แก่มักบอกให้เด็กๆ ทำความดีเข้าไว้ ตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์ อย่าทำชั่ว เพราะจะต้องตกนรกทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า “นรก - สวรรค์มีจริงหรือเปล่า”

เข้าใจความหมายของคำว่า “ภูมิ” ผ่านไตรภูมิพระร่วง

เข้าใจความหมายของคำว่า “ภูมิ” ผ่าน ไตรภูมิพระร่วง น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักวรรณคดีไทยน้ำเอกอย่างเรื่อง ” ไตรภูมิพระร่วง ” เป็นพระนิพนธ์แห่งพระยาลิไท มีพระประสงค์เพื่อเทศนาโปรดพระราชมารดา และศึกษาพระอภิธรรม ซึ่งพระอภิธรรม หรืออภิธรรมปิฎกเป็นหนึ่งในคัมภีร์พระพุทธศาสนาที่เรียกว่า พระไตรปิฎก (พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก) ไตรภูมิไม่ใช่เรื่องโลกมนุษย์ นรก และสวรรค์ ไตรภูมิพระร่วง หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เตภูมิกถา เต และ ไตร แปลว่า สาม เหมือนกัน แต่ เต เป็นคำบาลี ส่วน ไตร เป็นคำสันสกฤต จะสังเกตว่าเรามีศัพท์สันสกฤตใช้ในงานเขียนทางพระพุทธศาสนาหลายคำ เช่น ธรรม หรือที่นิยมอ่านว่า “ธรรมะ” เป็นสันสกฤต แต่คำว่าธรรมในบาลี เขียนเป็น “ธัมม” เป็นต้น คงเพราะความไพเราะในการเขียนและอ่านจึงนิยมเรียกว่า “ไตรภูมิ” แทน “เตภูมิ”และพบว่าเป็นพระนิพนธ์พระมหากษัตริย์สมัยสุโขทัย จึงเรียกว่าต่อท้ายด้วยว่า “พระร่วง” ซึ่งเป็นคำเรียกพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้น คนส่วนมากเข้าใจว่า วรรณคดีไทยเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนรกและสวรรค์ ซึ่งถ้าอิงตามชื่อของวรรณคดีจะพบว่าไม่ได้อิงหรือเน้นแต่เรื่องของโลก […]

วิธีการทรมานสัตว์นรกที่เคยทำบาปแบบต่าง ๆ

วิธีการทรมาน สัตว์นรก ที่เคยทำบาปแบบต่าง ๆ คนที่ชอบลักทรัพย์ของผู้อื่น โดยเฉพาะของสาธารณะและของในพระพุทธศาสนา เช่น ขโมยสายไฟฟ้า ขโมยพระ ขโมยกระดาษชำระ ก็จะต้องไปรับกรรมในยมโลกขุมที่ชื่อว่า อสิขนรก ที่ซึ่งสัตว์นรกจะได้รับความทรมานจากการทำร้ายตัวเอง โดยสัตว์นรกจะมีเล็บมือเล็บเท้าที่ยาวและแหลมคมงอกออกมา แล้วแรงบาปจะบีบคั้นให้สัตว์นรกใช้เล็บที่แหลมคมนั้นตะกุยเนื้อหนังของตัวเองกินเป็นอาหาร คนค้าขายที่ไม่ซื่อสัตย์ คดโกง หลอกลวงให้ผู้อื่นเสียเงินแล้วได้ของไม่ดี หรือขายแล้วบริการไม่ดีอย่างที่ตนพูดไว้ ก็จะถูกทรมานในยมโลกขุมที่ชื่อว่า ธุสนรก ที่มีสระน้ำใสสะอาด พอสัตว์นรกที่หิวโหยเห็นก็จะกระโดดลงไปเพื่อดื่มกิน แต่ทันทีที่กลืนลงไป น้ำจะกลายเป็นแกลบที่ลุกเป็นเปลวไฟ แล้วไหม้ปาก ไหม้คอ ไหม้ลำไส้ ให้ได้รับความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส คนที่บอกบุญผู้อื่นแล้วนำมาใช้ส่วนตัว รวมถึง พระ ชี เณร ไวยาวัจกร เด็กวัดที่กินหรือใช้ของสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหมู่สงฆ์ หรือนำของในพระพุทธศาสนามาใช้ส่วนตัว จะถูกทรมานในนรกขุมที่มีก้อนเหล็กที่เผาจนแดงอยู่เต็มนรก โดยสัตว์นรกที่หิวโหยจะถูกกรรมบีบคั้นให้มองเห็นก้อนเหล็กเป็นอาหาร จึงรีบวิ่งเข้าไปแย่งกันกิน แต่เมื่อกลืนลงไปก้อนเหล็กก็ไหม้ปาก คอ และอวัยวะภายในจนขาดกระจุยกระจาย คนที่ชอบหลอกลวงประชาชนจำนวนมาก ต้องถูกทรมานในนรกที่จะฝังสัตว์นรกในหลุมถ่านเพลิงซึ่งจะเผาไหม้ร่างกายสัตว์นรกให้เป็นจุณ คนที่ชอบทุบตีคู่ครองและคนที่ชอบมีชู้ จะถูกทรมานในยมโลกขุมที่ชื่อว่า ยันตปาสาณนรก ที่จะมีภูเขา 2 ลูกเคลื่อนที่เข้าหากันเหมือนปรบมือ โดยนายนิรยบาลจะโยนสัตว์นรกลงไปตรงกลางระหว่างภูเขา 2 ลูกนี้ เพื่อให้สัตว์นรกถูกภูเขาบดจนแหลกละเอียด […]

คำถามจาก พระยายม คำถามที่ทุกคนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คำถามจาก พระยายม คำถามที่ทุกคนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พระพุทธเจ้าตรัสถึงวิธีการพิพากษาของ พระยายม ไว้ในพระสูตรที่มีชื่อว่า เทวทูตสูตร ซึ่งทำให้เห็นว่าพระยายมเป็นเทวดาผู้ทรงธรรม และพยายามช่วยให้วิญญาณเข้าใจในสัจธรรมชีวิต ไม่ได้เป็นเทวดาที่โหดร้ายอย่างที่ใคร ๆ คิด   พระยายมในจินตนาการของคนส่วนใหญ่อาจมองว่าพระองค์มีความโหดร้าย น่ากลัว แต่หากอ่านพระยายมในพระสูตรนี้แล้ว จะเห็นภาพของพระยายมในอีกรูปลักษณ์หนึ่ง คือเป็นเทวดาผู้ทรงธรรม มีวาจาที่ไพเราะ และเข้าใจในเรื่องการเกิด-ดับเป็นอย่างดี   ครั้งพระพุทธเจ้าประทับยังพระเชตวัน อารามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย พระองค์ทรงเล่าขั้นตอนการพิพากษาของพระยายมให้พระสาวกทั้งหลายฟังว่า   ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลนำดวงวิญญาณเข้าเฝ้าพระยายมแล้วทูลพระยายมว่า “ข้าแต่พระองค์ วิญญาณดวงนี้ไม่ปฏิบัติดีต่อบิดามารดา สมณะ พราหมณ์ ไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในครอบครัว ขอพระองค์โปรดลงทัณฑ์เถิด”   จากนั้นพระยายมตรัสปลอบโยนดวงวิญญาณเป็นอย่างดี แล้วถามวิญญาณนั้นด้วยข้อที่ 1 ว่า “พ่อมหาจำเริญ ท่านไม่เคยเห็นเทวทูตที่ 1 ตอนที่ยังเป็นมนุษย์เลยเหรอ”   หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น พระยายมจะถามต่อว่า “เดี๋ยวก่อน ท่านไม่เคยเห็นเด็กที่เพิ่งเกิดตัวแดง ๆ เลยหรือ ซึ่งออกมาจากท้องของแม่ เนื้อตัวเปื้อนด้วยคูถของตน”   เมื่อดวงวิญญาณเข้าใจแล้วจึงตอบทันทีว่า “เคยเห็นเจ้าข้า” […]

ภพภูมิหลังความตาย ที่สัตว์โลกทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิด

ภพภูมิหลังความตาย ที่สัตว์โลกทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิด เมื่อตายแล้วในชาตินี้ สัตว์โลกทั้งหลายย่อมไปสู่ภพภูมิใหม่ตามอำนาจของกรรมที่เคยทำไว้ ซึ่ง ภพภูมิหลังความตาย ที่สัตว์โลกทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิดกันนั้น ในทางพระพุทธศาสนาแสดงไว้ 31 ภพภูมิด้วยกัน ได้แก่ สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย และมนุษย์ อย่างละ 1 ภพภูมิ เทวดา 6 ภพภูมิ และพรหม 20 ภพภูมิ ทั้ง 31 ภพภูมินี้สามารถแบ่งออกเป็นสภาพความเป็นอยู่ได้เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 ทุคติภูมิ หรืออบายภูมิ เป็นภพภูมิที่มีชีวิตอยู่โดยมีความทุกข์เป็นส่วนมาก มีความสุขน้อย ได้แก่ สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต และอสุรกาย กลุ่มที่ 2 สุคติภูมิ  เป็นภพภูมิที่มีชีวิตอยู่โดยมีความสุขเป็นส่วนมาก ได้แก่ มนุสสภูมิ สวรรค์ และพรหมโลก หนทางไปของจิตหลังความตายนั้นมีด้วยกัน 5 สาย ได้แก่   ทางสายที่ […]

พระอรหันต์ฉุดช่วยให้พ้นจากการตกนรก

พระอรหันต์รูปนี้สมแล้วที่เป็นเนื้อหาบุญแห่งโลก ท่านเมตตาโปรดหญิงสาวนางหนึ่ง เพราะนางมีวิบากกรรมรุนแรงติดตามมา หากสิ้นบุญก็ไม่พ้น ตกนรก

ทำไมพุทธทาสภิกขุถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด

ทำไม พุทธทาสภิกขุ ถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด พุทธทาสภิกขุ อาจเป็นพระประเภทสุขวิปัสสโก คือผู้บรรลุธรรมด้วยสมาธิขั้นพื้นฐาน เจริญปัญญาโดยไม่มีอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ไม่มีคุณวิเศษอื่นนอกจากหมดกิเลส จึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด เคยมีลูกศิษย์เรียนถามท่านตรง ๆ ว่า “เขากล่าวหาท่านว่าสอนเรื่องไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์ หรือแม้เรื่องหลังความตายจริงหรือ” ท่านตอบคำถามนี้ไว้ชัดเจนว่า “เราไม่ได้พูดว่าไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์ หรือแม้แต่หลังจากตายแล้ว เราว่ามีทั้งสองอย่าง นรกสวรรค์ต่อตายแล้วก็ว่าไปตามเดิม ไม่ไปแตะต้องขา นรกสวรรค์ที่นี่และเดี๋ยวนี้ นี่ยืนยันมากใต้ตรงตามพุทธประสงค์ นรกสวรรค์อยู่ที่อายตนะทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นอันว่ามันมีนรกชนิดนี้ก็มี นรกสวรรค์ต่อตายแล้วไม่ได้ไปแตะต้องเขา ไม่ได้ไปวิพากษ์วิจารณ์เขา ขอให้เก็บไว้ แต่ควบคุมได้ โดยที่จัดนรกสวรรค์เดี๋ยวนี้ให้ถูกต้อง มันควบคุมถึงไปได้ถึงสวรรค์ต่อตายแล้ว เป็นอันว่ามีนรกสวรรค์ทั้งสองชนิด ทั้งสองประเภท ไม่ได้ยกเลิกชนิดไหนเลย” ข้อมูลจาก : ๑๐๐ พระสงฆ์ ๑๐๐ เรื่องเล่า ๑๐๐ คำสอน ผู้เขียน : สันติ […]

ตั้งโปรแกรมจิต เลือกภพก่อนตาย…ทำได้จริงหรือไม่?

พระพุทธองค์ตรัสว่า เมื่อเวลาขณะจะสิ้นใจตาย จิตของบุคคลจะยึดอยู่ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง หากอยาก ตั้งโปรแกรมจิต เลือกภพก่อนตาย ทำได้ไหม พระอาจารย์มีคำตอบ

พระแมนเกือบลง นรก กว่าจะพบผ้าเหลือง!

พระแมนเกือบลง นรก กว่าจะพบผ้าเหลือง! …ชีวิตของอาตมา (เกือบ) ลง นรก เพราะยาเสพติด! ตั้งแต่เด็ก อาตมาเป็นเด็กดี เรียนดีกีฬาเด่น ได้เป็นประธานนักเรียนตอนอยู่ป.5 – ป.6 จนกระทั่งย้ายไปเรียนที่โรงเรียนชายล้วนอันดับหนึ่งของจังหวัด จึงเริ่มมีสังคมใหม่เพื่อนใหม่ที่ต่างจากเดิม อาตมารักเพื่อนและติดเพื่อนมาก ช่วงม.2 พอเพื่อนเริ่มสูบบุหรี่ ดูดกัญชา ดมกาว จึงขอลองกับเขาด้วย เพราะกลัวเพื่อนจะไม่ให้เข้ากลุ่ม พอหนักเข้าก็เริ่มไม่เข้าเรียน ไม่ทำการบ้าน เรียกว่าจบ ม.3 มาได้แบบทุลักทุเล หลังจากนั้นอาตมาย้ายไปเรียน ปวช. และเริ่มคบกับโยมภรรยาซึ่งเขาเป็นเด็กเรียนดี ต่อมาเราจึงตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ชีวิตของอาตมาผ่านไปแบบปกติธรรมดา จนอายุเข้าวัย 30 ภรรยาอาตมาเข้ารับราชการ ส่วนอาตมากลับมาเปิดร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ที่บ้านเกิดตัวเอง และนั่นเป็นการย้อนกลับมาเดินบนเส้นทางสีเทา ซึ่งข้องเกี่ยวกับอบายมุขอีกครั้ง เพราะจริง ๆ แล้วร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์นั้น อาตมาเปิดไว้บังหน้าธุรกิจหวยใต้ดิน ซึ่งโยมพ่อและโยมแม่ทำให้เห็นมาตั้งแต่เด็ก และธุรกิจนี้เองที่ชักนำให้อาตมากลับมาคบกับเพื่อนกลุ่มเดิมที่เคยสำมะเลเทเมามาด้วยกัน …จากที่เคยดูดแค่กัญชา ยาเสพติด ก็เริ่มย่างกรายเข้ามาในชีวิต… เพื่อนเริ่มแนะนำให้รู้จักกับยาม้ายาบ้า ซึ่งอาตมา “เล่น” โดยเอายาใส่ในกระดาษฟอยล์แล้วจุดไฟลนเพื่อสูดควันของยา จำได้ว่าครั้งแรกที่เล่นยา อาตมาใจสั่นอย่างรุนแรง คึกจนนอนไม่หลับ […]

keyboard_arrow_up