ทำงานอย่างไรให้มีความสุข ธรรมะน่าคิดจาก ท่าน ว.วชิรเมธี

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข ธรรมะน่าคิดจาก ท่าน ว.วชิรเมธี ทำงานอย่างไรให้มีความสุข หลักการมันง่ายนิดเดียว ต้องทำในสิ่งที่เรารัก หรือมิเช่นนั้นก็ต้องรักในสิ่งที่เราทำ ถ้าเราทำในสิ่งที่เรารัก เราไม่ต้องแยกความสุข ออกจากการทำงาน แค่เราได้ทำงานก็มีความสุขแล้ว พระอาจารย์มักจะถูกถามเสมอว่า อะไรคือความสำเร็จในชีวิต พระอาจารย์พูดได้เลยว่า การที่เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เพราะว่าการที่เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก รางวัลมันมาเลย 1. เราจะทำสิ่งนั้นได้เป็นอย่างดีเพราะอะไร เพราะว่ามันเป็นความถนัดส่วนตัวของเราใช่ไหม เพราะมันเป็นความถนัดส่วนตัวของเรา เรารักมัน ฉะนั้นเราจึงทำได้เป็นอย่างดี เหมือนพี่เบิร์ดรักการร้องเพลง พี่เบิร์ดพอทำปุ๊บพี่เบิร์ดก็จะมีความสุขทันที แล้วไม่ต้องขัดเขินด้วย ทำอย่างง่ายดายในขณะที่มันยากสำหรับคนอื่นเพราะเขาไม่รัก แต่สำหรับพี่เบิร์ดมันง่ายมากเพราะพี่เบิร์ดรักมันใช่ไหม ฉะนั้นถ้าเรารักสิ่งไหนสิ่งนั้นจากยากจะกลายเป็นง่ายทันที และ 2. ความสุขจะอยู่ตรงนั้น คุณไม่ต้องไปแยกความสุขออกจากการทำงาน ว่าช่วงนี้เราขอทำงานก่อน เสาร์อาทิตย์ค่อยไปหาความสุขไม่ต้อง ถ้าคุณรักสิ่งใดคุณได้ทำสิ่งนั้น ความสุขจะเป็นฝาแฝดของงานโดยอัตโนมัติ คุณทำในสิ่งที่คุณรัก คุณจะได้รับความสุขเป็นของกำนัล และไม่ต้องรอเวลาถัดไปด้วย เกิดขึ้นตรงนั้นเลย พระอาจารย์เทศน์ทุกวันสอนทุกวันเขียนหนังสือทุกวัน พระอาจารย์มีความสุขทุกวัน ฉะนั้นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของพระอาจารย์ คือ ความสุข พอเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราก็มีความสุข สุขทุกวันที่ได้ทำในสิ่งที่เรารัก ฉะนั้นก็สำเร็จทุกวัน ชีวิตประสบความสำเร็จทุกวัน เพราะเราเอาความสุขเป็นตัวตั้งในการทำงาน แต่ถ้าเรารอว่าเมื่อเราทำงานไปแล้วคนมาให้รางวัล ได้เงินเยอะ […]

อาถรรพ์และคำสาปแช่งมีผลต่อชีวิตจริงหรือไม่  พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

อาถรรพ์และ คำสาปแช่ง มีผลต่อชีวิตจริงหรือไม่  พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ เจริญพรเป็นคำถามที่น่าใจมาก คำสาปแช่ง มีจริงไหม แต่ผลจะเป็นไปตามคำสาปแช่งหรือไม่ ตรงนี้น่าสนใจ ผลก็มาจากเหตุ เช่น การที่คนนั้นถูกรถชน หรือว่าร่ำรวย หรือว่ายากจน หรือว่าเจริญ หรือว่าเสื่อม อันนี้เป็นผลที่เกิดจากการกระทำของเขาเอง ไม่เกี่ยวกับใครจะสาปหรือไม่สาป ใครจะยกย่องหรือไม่ยกย่อง มีกรรม ทำกรรมสิ่งไหนไว้ ก็เป็นเจ้าของแห่งกรรม เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ถ้าเรายกตัวอย่างว่า ในสมัยพุทธกาล ถ้าบุคคลนั้น ประพฤติชั่วทางกาย ทางวาจา ทางใจ ประพฤติชั่ว ประพฤติไม่ดี ต่อให้คนทั้งโลก มาสวดอ้อนวอนขอร้อง ขอให้เขาไปสู่สุคติเถอะ ขอให้เขาไปสวรรค์ สู่นิพพาน เขาคนนั้นจะเป็นไปได้ไหม เพราะเขาประพฤติชั่วทางกาย ทางวาจา ทางใจ ตามกฎธรรมชาติมันผิด มันเป็นไปไม่ได้ ในทางกลับกัน ถ้าบุคคลคนนั้นในช่วงที่มีชีวิตอยู่ เขาเป็นผู้ที่ประพฤติกายสุจริต วาจาสุจริต และวจีสุจริต คือประพฤติดีทางกาย ทางวาจา และใจ ต่อให้คนทั้งโลกมาสาปแช่งเขา ขอให้แกจงชิบหาย ขอให้แกจงชิบหาย […]

“ทำซ้ำ ย้ำให้ได้ดี” ข้อคิดสะกิดใจ โดย พระไพศาล วิสาโล

“ทำซ้ำ ย้ำให้ได้ดี” ข้อคิดสะกิดใจ โดย พระไพศาล วิสาโล กิจวัตรหรือการปฏิบัติที่ซ้ำ ๆ ทุกวัน (ทำซ้ำ) แม้เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ อย่างการเดินจงกรมก็เดินกันเป็นชั่วโมง สร้างจังหวะก็สร้างกันเป็นชั่วโมง ทั้งวันมีแต่การสร้างจังหวะเดินจงกรม สำหรับคนเริ่มต้นใหม่ ๆ ก็อาจรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ มองว่ามันเป็นเรื่องซ้ำซาก แต่ถ้าพิจารณาให้ดีก็จะพบว่า ที่ชีวิตเราเจริญได้ก็เพราะการทำสิ่งซ้ำ ๆ อย่างการหายใจเข้า-ออก ก็ทำซ้ำอยู่แค่นี้แหละทั้งวันทั้งคืน เรามีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะการหายใจเข้า-หายใจออกแค่สองจังหวะเท่านี้แหละ ในทำนองเดียวกัน หัวใจเราก็เต้นแล้วเต้นอีก ก็เต้นซ้ำ ๆ กันไม่รู้กี่ล้านครั้งแล้ว ทีนี้ลองมาคิดเล่น ๆ ดูว่า ถ้ามันเต้นผิดจังหวะ หรือเปลี่ยนจังหวะเพราะมันเบื่อ มันอยากจะเต้นจังหวะใหม่ ๆ บ้าง เรานั่นแหละที่จะเดือดร้อน แม้แต่การเรียนหนังสือของเรา เราจะเขียน ก ไก่ ข ไข่ ได้ ก็เพราะเราทำซ้ำ ๆ นับร้อย ๆ ครั้ง จะท่องศัพท์จะท่องอาขยานก็ต้องท่องซ้ำ ๆ ศัพท์บางตัวกว่าจะจำได้ต้องท่องจำนับร้อย ๆ ครั้ง […]

เมื่อรู้สึกแพ้แล้วใจเป็นทุกข์ควรทำอย่างไร ธรรมะให้ข้อคิดดี ๆ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เมื่อรู้สึกแพ้แล้ว ใจเป็นทุกข์ ควรทำอย่างไร ธรรมะให้ข้อคิดดี ๆ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ บางคนไม่ยอมพ่ายแพ้ คิดแต่จะเอาชนะเพียงอย่างเดียว แต่พอต้องแพ้ขึ้นมา ใจเป็นทุกข์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครที่เป็นแบบนี้แล้วกำลังทุกข์อยู่กับความพ่ายแพ้ อยากให้ลองเปลี่ยนความคิดและมองความพ่ายแพ้เสียใหม่ มันอาจเป็นความโชคดีก็ได้ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญได้กล่าวไว้ดังนี้ ชีวิตไม่ได้มีด้านเดียว บางทีก็ล้มบ้าง แพ้บ้าง อะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องไปชนะตลอด มันมีรสชาติแห่งชีวิต ถ้าชนะตลอด เกรดเอตลอด เกรดสี่ตลอด เกียรตินิยมตลอด ไม่ค่อยมีรสชาติ ไม่ค่อยตื่นเต้นแล้ว บางทีถ้ามองว่าเป็นสีสัน สีสันแห่งการใช้ชีวิต มีแพ้บ้าง ชนะบ้าง แม้แต่นักมวยบางคน เขาชนะมาตลอดบางทีเขารู้สึกว่ามันจืดชืดมากเลย  แต่บางทีพอเจอแพ้บ้าง เขารู้สึกว่ามีแรงบันดาลใจอะไรบางสิ่งบางอย่าง แล้วก็จะได้ประสบการณ์ในความพ่ายแพ้ แล้วก็ได้เห็นจิตเห็นใจอะไรบางอย่าง แต่สุดท้าย ถ้าในแง่อยากฝากสำนวนไว้ก็คือว่า   “ ชนะได้เพราะไม่เอาชนะ บุคคลเมื่อไม่อาจพ่ายแพ้ ใหญ่ไม่พ่ายแพ้หมดจด ถ้าไม่อาจพ่ายแพ้ นั่นนับเป็นความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ ”   เราจะมีความดิ้นรนทางใจอย่างเหลือประมาณที่จะกันทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้พ่ายแพ้ เพื่อรักษาความเป็นเลิศ ความเป็นหนึ่ง เพื่อที่จะต้องชนะ […]

อะไรคือตัวกำหนดการเกิดของสรรพสิ่ง โดย ดร.สนอง วรอุไร

อะไรคือ ตัวกำหนด การเกิดของสรรพสิ่ง โดย ดร.สนอง วรอุไร ทุกการเกิดขึ้นมาของสรรพสิ่งล้วนมีเหตุและผล แต่เคยสงสัยไหมว่า อะไรเป็น ตัวกำหนด ว่าต้องเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา เดรัจฉาน อสูรกาย เปรต และสัตว์นรก ดร.สนอง วรอุไรได้ให้คำตอบไว้ดังนี้ กรรมเป็นตัวกำหนด ลูกทำกรรมดีไม่เบียดเบียน ไม่ฆ่าสัตว์ อย่างหมา อย่าไปขังมัน อย่าไปล่ามมัน อย่าไปทุบตีมัน ปล่อยให้มันเป็นอิสระ อายุจะยืน ถ้าฆ่าสัตว์อายุจะสั้น เบียดเบียนสัตว์ก็เจ็บไข้ได้ป่วย นั่นมันอยู่ที่กรรมทั้งนั้นแหละลูก ไม่มีอะไรบังเอิญสักอย่าง หนูอยากอายุยืน คุณย่า คุณแม่ อายุ 90-100 อะไรอย่างนี้ สาธุ ๆ เลยรักษาไว้ดี ๆ กรรมหมายถึงการกระทำ มนุษย์ทำกรรมไว้ 3 ทาง กาย วาจา และใจ ที่เขาเรียก กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ถ้าเราทำสั่งสมไว้ พอทำแล้วมันจะเก็บสั่งสมในจิต ด้วยเหตุนี้ผู้รู้จึงให้ไปพัฒนาจิตให้มีสติ […]

การเห็นธรรมในธรรมเป็นอย่างไร ธรรมะเข้าใจธรรมชาติจาก หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

การ เห็นธรรมในธรรม เป็นอย่างไร ธรรมะเข้าใจธรรมชาติจาก หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก เราอาจเคยได้ยินคำว่า ” เห็นธรรมในธรรม ” ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในการปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 ในขั้นที่ 4 คือ “ธัมมานุปัสสนา” อยากชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจการเห็นธรรมในธรรม เพื่อให้เข้าใจแนวทางการปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 มากยิ่งขึ้น โดยหลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก การเห็นธรรมในธรรมว่าธรรมนี้เป็นอนิจจัง เป็นอนัตตา เป็นสัญญตา ว่างจากตัวตน นี่มีแต่ว่างทั้งนั้นเลย ทีนี้เราจะเห็นว่า คน ๆ หนึ่ง มีธาตุสี่ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และธาตุลม ตายแล้วไปไหน ดินก็กลับไปสู่ดิน อย่างเราเห็นเวลาตายแล้ว แล้วเป็น ๆ ทำไมเราไม่เห็น ที่เรากินอาหารเข้าไปมันดินทั้งนั้นแหละ มันเกิดมาจากดิน แล้วมันตายลงไปกลายเป็นดิน เหงื่อไคลอะไรที่มันออกไปก็เป็นดินทั้งนั้น เรามองไม่เห็น ทั้งที่จริง เข้าไปแล้วก็ออกมาเป็นดิน ที่เป็นน้ำเข้าไปก็ออกมาเป็นน้ำ ออกซิเจน คาร์บอน มันเข้าไปออกมา นี่มันเป็นลม […]

ปัญหาธรรม : ถ้าไม่กรวดน้ำ ญาติจะได้บุญหรือไม่ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ปัญหาธรรม : ถ้าไม่ กรวดน้ำ ญาติจะได้บุญหรือไม่ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ การ กรวดน้ำ เป็นเพียงแค่รูปแบบ แล้วก็เป็นรูปธรรมที่มันสามารถมองเห็นได้โดยตาว่า บัดนี้กำลังจะมีการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล โดยวิธีการเทน้ำ เป็นรูปแบบที่เห็น อันนี้เป็นรูปแบบภายนอก ซึ่งมันพอเห็นได้ด้วยตา แต่ถ้าเราไปเน้นเรื่องรูปแบบ หรือสิ่งที่เป็นภายนอกมากเกินไป มันอาจจะขาดสาระของภายใน คือเจตนาที่จะอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลน้อมนึกถึงบรรดาญาติทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้ว อย่างนี้ ท่านมักจะได้รูปแบบเทน้ำ จ๊อก ๆ ๆ ๆ ๆ เท ๆ ๆ ๆ ๆ ไป เทมาเทไป ก็ตามองนู่นมองนี่ไป หรือไม่ก็เล่นไลน์ไปด้วย เทไป พระก็ยถาวาริวะหา ก็เทไปอะไรอย่างนี้ มันก็ได้แค่รูปแบบ แต่ถ้าเราไม่ต้องไปเน้นตรงนี้มากเกินไปอะไรอย่างนี้ เน้นที่ว่าเรานึกน้อมไปถึงบรรดาญาติที่ล่วงลับไปแล้ว เราเป็นเครื่องระลึกนึกถึงกัน แล้วก็มีการทำคุณงามความดี แล้วก็อุทิศส่งไปให้ เมื่อเขารับทราบโดยวิธีใดวิธีหนึ่งแล้ว ปกติถ้าเขาทราบก็จะมีการอนุโมทนาอยู่แล้วว่า ญาติก็ไม่ลืมเรานะ ยังนึกถึงเรา เขาก็อนุโมทนาเป็นกุศล เมื่อจิตเขามีกุศลเขาก็เลยเสวยโสมนัสเวทนาหรือสุขเวทนา เขาก็บรรเทาคลาย มันก็ตัดตอนในช่วงที่เขาเสวยอารมณ์หรือความสุขที่เป็นทุกข์ เป็นโทมนัสในอบายภูมิ […]

“ยึกยือ” ศิลปะภาวนาพัฒนาจิต ดร.พลเดช วรฉัตร

“ยึกยือ” ศิลปะภาวนาพัฒนาจิต ดร.พลเดช วรฉัตร ดร.พลเดช วรฉัตร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ที่ใช้เวลาหลังวัยเกษียณกับการภาวนาด้วยงานศิลปะที่ตนเองค้นพบ ลายเส้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามของทะเลมัลดีฟส์ ซึ่งท่านเรียกว่า “ยึกยือ” งานศิลปะนี้ช่วยให้ผู้วาดพัฒนาจิตได้อย่างไร   การปฏิบัติธรรมคือเครื่องมือพัฒนาจิต การพัฒนาจิตต้องรู้วิธีการเหมือนกับเราเรียนวิทยาศาสตร์ คือต้องมีเครื่องมือและวิธีการแต่ที่เป็นอยู่คือการปฏิบัติธรรม เช่น นั่งสมาธิ หรือวิปัสสนา บางทีเป็นเรื่องยากและหลายคนเข้าใจผิดว่าการปฏิบัติธรรมต้องเข้าวัดไปนั่งสมาธิหลับตา ที่จริงแล้วการปฏิบัติธรรมคือการพัฒนาจิต เป็นการปฏิบัติกับจิต ก็มักจะนั่งสมาธิเพราะเห็นพระพุทธรูปอยู่ในท่านั่งมากที่สุดก็จริงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ก็อยู่ในท่านั่ง แต่ที่จริงแล้วพระพุทธรูปในท่าเดิน ท่ายืน ท่านอนมีไหม ก็มี ดังนั้นไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน ล้วนทำสมาธิได้หมด การปฏิบัติธรรมจริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องไปวัดอย่างเดียวเท่านั้นเพราะเราปฏิบัติที่ใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถสอดแทรกในชีวิตประจำวันได้เสมอ     บวชที่ใจ ครั้งหนึ่งผมเคยนึกเกลียดความทุกข์ เกลียดกิเลส มองว่าเป็นความไม่ดีของมนุษย์ เคยคิดจะบวช ถ้าไม่เจอวิปัสสนาก็คงจะบวชไปแล้ว ตอนนั้นคิดว่าจะหนีความทุกข์ หนีภัยสังคม ไปบวชดีกว่า แต่ก็พบว่าชีวิตของพระก็มีความทุกข์ มีกิเลสแบบพระไม่ต่างจากฆราวาส พอได้ฝึกวิปัสสนาทำให้มีสติรู้ว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ จะอยู่ในสถานะใดก็ทำตรงนั้นให้ดีด้วยสติได้ ก่อนหน้านั้นเคยตระเวนไปศึกษาและอ่านเรื่องพลังจิต ไปแสวงหาอาจารย์จากที่ต่าง […]

ปัญหาธรรม : เราควรวางใจอย่างไร? กรณีมีคนหยิบของในตู้ปันสุขไปจนหมด

ปัญหาธรรม : เราควรวางใจอย่างไร? กรณีมีคนหยิบของในตู้ปันสุขไปจนหมด “เวลานี้คนกำลังสนใจวิธีการให้โดยการตั้ง “ตู้ปันสุข” ให้คนที่สามารถแบ่งปันได้ นำอาหาร หรือของใช้จำเป็นมาใส่ไว้ในตู้ เพื่อให้คนที่ขาดแคลนมาหยิบไป แต่มีข่าวออกมาว่ามีคนตั้งใจมาโกยเอาของในตู้ปันสุขไปจนหมด ไม่เหลือให้คนอื่น เราควรวางใจอย่างไรกับเรื่องนี้ 1. ในฐานะของผู้ที่ติดตั้งตู้ 2. คนที่นำของมาบริจาคใส่ตู้ 3. คนทั่วไปที่อ่านข่าวนี้” พระครูธรรมรัต (ธนัญชัย เตชปัญโญ) แห่งวัดญาณเวศกวัน ได้ตอบปัญหาธรรมดังนี้   เราควรวางใจอย่างไร? ในกรณีมีคนตั้งใจมาโกยเอาของในตู้ปันสุขไปจนหมด ไม่เหลือให้คนอื่น   ในฐานะ ผู้ติดตั้งตู้ปันสุข นั้น ก็ต้องชัดในเจตนาของตนเอง ถ้าตั้งเจตนาไว้ถูกต้องสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นทุกข์กังวลใจอะไร (เจตนาแบ่งปัน มีผู้มารับสิ่งที่แบ่งปัน) ถ้าการตั้งตู้ปันสุขคือการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนที่มีกำลังทรัพยากรในการดำรงชีวิตมาก มีโอกาสได้เกื้อกูลแบ่งปันกับผู้ที่กำลังเผชิญความทุกข์ยากขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค ตู้ปันสุขก็ได้ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นแล้ว แต่ในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามใด ๆ ก็ตามมักจะมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นได้เสมอ ฉะนั้นเจตนาดีอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะผลที่ต้องการจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีเหตุปัจจัยถูกต้องเหมาะสม จึงต้องใคร่ครวญคิดค้นวิธีการด้วยปัญญา ซึ่งยังหมายรวมถึงความรู้เท่าทันสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นภายใต้เหตุปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่อาจควบคุมได้ด้วย ในกรณีนี้ ผู้ตั้งตู้ปันสุขก็ต้องรู้เท่าทันว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้าหากไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ก็ต้องหาวิธีการป้องกันต่อไปเพื่อให้เจตนาหรือความตั้งใจดีนั้นสมประสงค์ เช่น หาวิธีการที่จะทำให้เกิดความละอายใจแก่ผู้ที่คิดจะมากอบโกย กักตุน […]

จะนึกถึงคนตาย หรือนึกถึงความตาย ก็ต้องทำใจให้ถูก

จะนึกถึงคนตาย หรือนึกถึงความตาย ก็ต้องทำใจให้ถูก ธรรมะโดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตโต) การที่เรามาระลึกถึงท่านผู้ล่วงลับไปแล้ว หรือเรียกง่าย ๆ ว่าระลึกถึงคนตายนี้ ก็น้อมจิตให้ระลึกต่อไปถึงความตายด้วย สองสิ่งนี้เป็นเรื่องที่เนื่องถึงกัน สำหรับการระลึกถึงคนตายนั้น ถ้าจะปฏิบัติให้ถูกต้องก็คือระลึกถึงความดีของท่านที่จะทำให้เราโน้มนำเอาความดีนั้นมาเตือนใจ โดยเฉพาะสำหรับบุตรธิดาก็คือการระลึกถึงความดีที่พ่อแม่ได้บำเพ็ญก็ตาม หรือความดีงามที่ท่านสั่งสอน หรือแม้แต่สั่งเสียไว้ก็ตาม เมื่อมีโอกาสก็พยายามรำลึกถึงและนำมาปฏิบัติตาม การทำอย่างนี้ถือว่าเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งในการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา และเป็นประโยชน์ในการระลึกถึงคนตาย ในการระลึกถึงคนตายนั้น ถ้าระลึกไม่ถูกต้องก็ทำให้เกิดแต่เพียงความเศร้าโศกเสียใจ แต่ถ้าระลึกถูกต้องพอระลึกถึงแล้วก็โยงต่อไปหาธรรมด้วย คือระลึกแล้วจิตไม่ตัน ถ้าระลึกถึงคนตายแล้วมัวแต่ระลึกถึงตัวท่าน แล้วเกิดความเศร้าโศกเสียใจ จิตก็ตันไม่มีทางออก แต่พอโยงไปหาธรรม ก็ระลึกถึงความดีของท่าน ระลึกถึงคุณของท่าน นึกถึงสิ่งที่ท่านได้ทำไว้ และสิ่งที่ท่านได้สั่งสอนไว้ จิตก็มีทางออก เห็นทางที่จะไป และเกิดผลเป็นประโยชน์ อันนี้ก็เป็นเรื่องของการระลึกถึงคนตาย แต่ดังที่กล่าวแล้วอีกสิ่งหนึ่งก็คือ การะลึกถึงคนตายนั้นจะโยงไปหาการระลึกถึงความตายต่อไป การระลึกถึงความตายก็เป็นสิ่งสำคัญ ความตายนั้นเป็นความจริงของชีวิต ท่านเรียกว่าเป็นคติธรรมดาคือคนเราเกิดมาแล้วก็ต้องตาย ชีวิตมีการเริ่มต้นก็ต้องมีที่สิ้นสุด การเริ่มตันของชีวิตเราเรียกว่าการเกิด การสิ้นสุดของชีวิตเราเรียกว่าความตาย เกิดกับตายนี้เป็นของคู่กันและต้องตามกันมาแน่นอน เมื่อระลึกถึงความตายก็คือระลึกถึงความจริงของชีวิต ซึ่งจะทำให้เราเกิดความรู้เท่าทัน แต่ก็เช่นเดียวกันต้องระลึกให้ถูกต้อง ถ้าระลึกไม่เป็น เรียกว่าทำในใจไม่แยบคาย ก็จะทำให้เกิดโทษได้ คนที่ระลึกถึงความตายโดยทำใจไม่แยบคาย เรียกว่าระลึกไม่เป็น […]

เพศมีผลต่อการปฏิบัติธรรมหรือไม่ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เพศมีผลต่อ การปฏิบัติธรรม หรือไม่ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ บางคนก็สงสัยไปถึงขั้นว่า ถ้าไม่บวชจะบรรลุธรรมได้ไหม ถ้าเป็นฆราวาส คฤหัสถ์เป็นเครื่องเนิ่นช้า เครื่องขัดขวางใน การปฏิบัติธรรม รวมถึงการบรรลุธรรมหรือเปล่า ถ้าเรามองประเด็นที่ว่า ในสมัยพุทธกาล เขาบรรลุธรรมก่อนบวช ลองนึกประเด็นนี้ดูบ้างสิ สมัยพุทธกาล บรรลุธรรมก่อนบวช บรรลุธรรมเสร็จแล้วจึงขอบวช เป็นส่วนมากเป็นส่วนใหญ่ ถ้าอย่างนั้นอย่างนี้แล้ว เราจะได้คลายไปเยอะกับเพศภาวะ เราเป็นคฤหัสถ์ ฆราวาส เราก็ปฏิบัติตามคำสอน ตามวิธี เมื่อปฏิบัติตามแล้ว ผลของการปฏิบัติก็เกิดขึ้น แล้วถ้าเราปฏิบัติอย่างนี้ เราไม่มีเครื่องกีดขวาง หรือแรงเสียดทานในใจว่า เราเป็นคฤหัสถ์ เป็นชาวบ้าน เป็นคน ไม่ใช่นักบวช ไม่ได้บวช มันจะกลายเป็นเครื่องเนิ่นช้าหรือไม่ ตรงนี้กลับกลายเป็นเครื่องเนิ่นช้าเสียเอง ความลังเล ความสงสัย หรือความคิด ความตริ ความตรึก ความดำริอย่างนี้ กลายเป็นแรงเสียดทาน เครื่องเนิ่นช้าจึงไม่ใช่เพศภาวะแล้ว ไม่ใช่รูปแบบภายนอก เช่น เสื้อผ้าอาภรณ์ กลายเป็นข้างในของคุณเอง คิดอย่างนี้มันจึงเป็นเครื่องเนิ่นช้า มันจึงไม่ก้าวหน้า จึงไม่บรรลุธรรม เพราะคิดอย่างนี้ […]

ฝึกใจอย่างไรให้เรารู้สึกพอใจในสิ่งที่มี ธรรมะสบายใจจากพระไพศาล วิสาโล

ฝึกใจอย่างไรให้เรารู้สึก พอใจ ในสิ่งที่มี ธรรมะสบายใจจากพระไพศาล วิสาโล เราจะฝึกจิตฝึกใจอย่างไรเมื่อทราบว่าคนอื่นได้ดีกว่าเรา เราจะสร้างความ พอใจ ขึ้นมาได้อย่างไร ลองเปรียบเทียบกับคนที่ยังไม่มีสิ สมมติเราได้โบนัสมาห้าหมื่น แต่เราถูกหวยมาหนึ่งแสนบางคนยังไม่ถูกเลย หรืออย่างมีเด็กคนหนึ่งเขาร้องไห้ที่ว่ารองเท้าเขาไม่สวย และแม่ไม่ยอมซื้อรองเท้าใหม่ให้ แต่พอเขาเห็นเด็กคนหนึ่งซึ่งขาขาดกำลังขอทานอยู่ เขาหยุดร้องเลย เขารู้สึกว่าเขายังโชคดีที่ยังมีรองเท้า และเขายังมีขา ปัญหาคนสมัยนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าตัวเองมีเท่าไร แต่อยู่ที่ว่าเพื่อนมีเท่าไร เรามีมากกว่าเขาหรือเปล่า มีน้อยก็จะเป็นทุกข์ เราอย่าไปมองเขา เราต้องรู้จักชื่นชมสิ่งที่เรามี พอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้ แล้วหยุดเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งอันนี้เรียกว่าสันโดษ ประการที่สองคือรู้จักปล่อยรู้จักวาง สิ่งที่เรายึด และทำให้เราทุกข์ ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และสองเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เช่น เงินหาย โทรศัพท์มือถือหาย มันผ่านไปแล้ว ให้เงินเพื่อนยืมแล้วเพื่อโกงไป มันเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เรายังไปยึดมัน เราจะไม่เสียแค่เงินแล้ว เราจะเสียใจ แล้วถ้าเราเสียใจมาก ๆ สุขภาพเราก็จะเสีย แล้วถ้าเราเสียใจมาก ๆ งานการเราก็จะเสีย แทนที่คนฉลาดจะเสียอย่างเดียวคือเสียเงิน หรือเสียโทรศัพท์มือถือ แต่ไม่ยอมเสียใจ ไม่ยอมเสียสุขภาพ ไม่เสียงานการ   ถอดความ […]

ทำไมสมัยนี้จึงไม่มีคนบรรลุธรรมจากการฟังธรรม โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ทำไมสมัยนี้จึงไม่มีคนบรรลุธรรมจากการ ฟังธรรม โดย ท่าน ว.วชิรเมธี อาตมาคิดว่าเป็นเพราะยุคนั้นเขา ฟังธรรม กับพระพุทธเจ้าโดยตรง คือเมื่อเราไปเรียนกับพระองค์ท่านโดยตรง มันมีบรรยากาศของความศักดิ์สิทธิ์ ลองจินตนาการดู ถ้าเราได้คุยกับบุคคลสำคัญโดยตรง ไม่ผ่านคนอื่น เราจะรู้สึกบรรยายกาศมันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แล้วถ้าบุคคลนั้นเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จิตใจของเรามันพร้อมที่จะเชื่อพร้อมที่จะเสื่อมใสอยู่แล้ว แล้วพระองค์ก็อยู่ตรงนั้นเป็นประจักษ์พยานให้เราเห็นด้วยว่าผู้ที่บรรลุธรรมผู้ที่มีธรรมะด้วยนั้นเป็นผู้ที่มีความสุขแค่ไหนอย่างไร เรียกว่าสภาพแวดล้อมมันเอื้อ เหมือนเราลองเดินไปในโบสถ์ในวิหารที่มันเงียบดูสิ เราก็จะเงียบโดยอัตโนมัติ บางทีเราเดินเข้าไปในวัดป่าที่มีต้นไม้สูงใหญ่ระหง เรายังไม่เจอพระเลยเราเงียบกริบโดยอัตโนมัติ ฉะนั้นถ้าเราเดินเข้าไป แล้วพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมอยู่ตรงนั้น กายเราก็พร้อมใจเราก็พร้อม วาจาเราก็พร้อมที่จะฟังพระองค์ เราแทบไม่ต้องบอกตัวเองนะว่าตั้งใจ ฉะนั้นเราพร้อมที่จะทุ่มเทความสนจิตสนใจไปตรงนั้นเต็มที่ นี่เรียกว่าสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย แล้วก็มีพระพุทธองค์ซึ่งเป็นผู้ค้นพบธรรมะมาแสดงโดยตรง แล้วตัวเราเองก็เป็นผู้ที่ถึงพร้อม ด้วยความเชื่อความเลื่อมใส และประเด็นสุดท้ายก็คือการที่เราหรือบุคคลเหล่านั้น มาเกิดร่วมยุคกับพระพุทธเจ้า แสดงว่าบารมีนั้นสุกงอมแล้ว มีเหตุอย่างน้อย 4 ประการนี้บวกกัน ก็ทำให้คนบรรลุธรรมกันได้ง่าย ๆ   ถอดความ :  สัมมาทิฏฐิ รู้ถูกต้อง สัมมาปฏิบัติรู้ถูกต้อง ปฏิบัติธรรมก็จะได้ผล | สุขทุกวัน7วัน7กูรู |13ธ.ค.61 ภาพ : www.pexels.com บทความน่าสนใจ อย่ายอมให้อัตตาครองใจ […]

ความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไร ธรรมะสร้างสุขจากพระอาจารย์มานพ อุปสโม

ความสุขที่แท้จริง เป็นอย่างไร ธรรมะสร้างสุขจากพระอาจารย์มานพ อุปสโม ความสุขที่แท้จริง ก็คือ ต้องเป็นสุขข้างในใจ เป็นสุขที่เยือกเย็น เป็นสุขที่ใจของเรานั้นไม่เร่าร้อน เป็นสุขที่ใจของเราไม่ดิ้นรน ไม่กวัดแกว่ง ไม่ซัดสาด อันนี้เป็นความสุขที่แท้จริง เราไม่ต้องทำอะไรเลย ความสุขจะสามารถเกิดขึ้นได้ แก่ตัวเราได้ตลอดเวลาเลย เพียงแต่เรามองเข้าไปในใจของตัวเราทันเท่านั้น มองเข้าไปในความรู้สึกของตัวเราทัน พอเรามองเข้าไปในความรู้สึกแล้ว สิ่งที่เราจะได้รับก็คือ เราไปเห็นความเป็นจริงของความรู้สึกของเรา แต่ละความรู้สึก พอไปเห็นความเป็นจริง จิตของเรานั้นจะรู้สึกเฉย ๆ ถ้ามองหาใจตัวเองเจอ เราจะพบความสุขที่แท้จริง มองเข้าไปในใจของตัวเราได้ แล้วใจตรงนั้น ไม่จำกัดว่ามันจะเป็นใจประเภทไหน ใจประเภทบวกก็ได้ ใจปะเภทลบก็ได้ เพราะใจของคนเรามันมีทั้งบวก ทั้งลบ บวกภาษาธรรมะ เขาเรียกว่า กุศล ถ้าลบ เขาเรียกว่าอกุศล ฉะนั้นจิตกำลังเป็นกุศลอยู่เรามอง เราก็ทำให้เกิดความสงบนิ่ง แม้แต่จิตเป็นอกุศล เราเข้าไปมองมันก็สงบนิ่ง พอไปรอบรู้แล้วก็เกิดอาการสงบนิ่ง มันสงบนิ่งได้อย่างไร ที่เราเป็นทุกข์ ที่เราเร่าร้อนนั้น เพราะใจของเรามันไปเกาะอยู่กับเรื่อง มันมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเรา แล้วเราก็คิดถึง ไม่หยุดไม่หย่อน วาระสุดท้ายเราก็ต้องได้รับความทุกข์ ทุกข์ก็เกิดขึ้นตามมา ฉะนนั้นถ้าเราต้องการที่จะแสวงหาสุขที่แท้จริง ก็จะต้องเลือกเอาสุขที่เป็นสันติสุข […]

วัดอยู่ที่ดวงใจคน พระธรรมเทศนาโดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

วัดอยู่ที่ดวงใจคน พระธรรมเทศนาโดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ศาสนาคืออะไร ศาสนาคือคำสั่งสอน ท่านสอนอะไร ก็สอนกายสอนวาจาสอนใจของคน ท่านไม่ได้สอนอื่น สอนเพื่ออะไรกายวาจาใจของคน ท่านให้ละความชั่วทางกายทางวาจาทางใจ ความชั่วไม่ได้อยู่ที่อื่น อยู่ที่กายที่วาจาที่ใจของคน ท่านสอนให้ละความชั่วเพราะกลัวเราทุกข์กลัวเรายาก กลัวเราลำบากรำคาญ กลัวเราอดเราจน ตกทุกข์ได้ยาก ท่านสอนอย่างนี้ก็ดูเอาซี เชื่อหรือไม่เชื่อ ว่าทุกข์ยาก อะไรทุกข์ล่ะ หรือข้าวของเงินทองทุกข์ยาก หรือฟ้าอากาศทุกข์ยาก การงานทุกข์ยาก ไม่มี มีแต่หัวใจคนมันทุกข์ยาก หัวใจคนวุ่นวายเดือดร้อน นี่แหละให้ดูเอา นี่แหละบาป นี่แหละนรก เมื่อจิตใจเป็นอย่างนี้แล้ว เวลาเราดับขันธ์ จิตนั้นก็นำเราไปทุคติ เวลานี้มันก็ทุกข์อยู่แล้ว บางคนมาคำนึงดู อดีตมันเป็นมายังไง ปัจจุบันเป็นยังไง อนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง ดูซิอนาคตข้างหน้าท่านไม่ให้คำนึงคิดถึง อดีตล่วงมาแล้วท่านไม่ให้คำนึงคิดถึง ปัจจุปันนัญจะโยธัมมัง ตัตถะ ตัตถะ วิปัสสติ ท่านให้ดูในปัจจุบันนิ่งอยู่นี้ เวลานี้จิตของเราเป็นยังไง จิตเรามันสุข หรือมันทุกข์มันยากวุ่นวายเดือดร้อน ถ้าจิตเป็นอย่างนี้แล้ว อนาคตก็ร้อนอย่างนี้ อนาคตก็ทุกข์อย่างนี้ พิจารณาดูซิ ถ้าจิตเราสงบ จิตเราดี มีความสุขความสบาย […]

ชีวิตที่ถูกใช้กับชีวิตที่ได้ใช้ต่างกันอย่างไร ธรรมนำทางชีวิตจาก ท่าน ว.วชิรเมธี

ชีวิตที่ถูกใช้ กับชีวิตที่ได้ใช้ ต่างกันอย่างไร ธรรมนำทางชีวิตจาก ท่าน ว.วชิรเมธี ชีวิตที่ถูกใช้ ก็หมายความว่า ตื่นมาก็ถูกหน้าที่การงาน ดึงดูดเข้าสู่โลกของการทำงาน โดยที่เราแทบจะไม่สามารถบริหารจัดการชีวิตได้ คือตื่นมาก็รู้แล้วว่ามีภาระอยู่ที่คอ เหมือนมีแอกอยู่ที่คอ ตื่นมาปั๊ปก็ถูกดึงดูดไปแล้ว เคยเห็นชาวนาเขาไถนาไหม มันจะมีแอกสวมอยู่ที่คอควาย แล้วก็จะมีเชือกอยู่ซ้ายอยู่ขวา ชาวนาก็จะคอยกระตุกเชือกนั้นแหละ ให้ควายเดินไปข้างหน้า หรือว่าจะให้เลี้ยวขวาหรือจะให้เลี้ยวซ้าย เพราะฉะนั้นก็จะมีแอกค้ำอยู่ที่คอควาย คืนตื่นมาคุณมีชีวิตที่ถูกใช้ ถูกบริษัทใช้หรือ ถูกกิเลสมันกระตุ้นมันเร้า ทำให้เราต้องวิ่ง เพื่อคอยที่จะสนองกิเลส แล้วก็เป็นอย่างนี้ชั่วนาตาปีโดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย แท้ที่จริงเรามีชีวิตจริง ๆ หรือเปล่า เราได้ใช้ชีวิตไหม หรือแท้ที่จริงเราถูกชีวิตมันใช้ตลอด แทบไม่มีวันหยุด แทบไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ตื่น..ไม่ว่าจะเป็น ตอนตื่นตอนหลับ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นงาน เช่น บางคนตื่นปั๊ป อาบน้ำให้เร็วที่สุด เพราะเดี๋ยวไปสาย รถติด พอไปสายแล้วรถติด เดี๋ยวไม่ทันประชุม พอเลิกมาปั๊ปกินข้าวก็กินอย่างลวก ๆ ซื้อกับข้าวที่ปากซอย แล้วก็กินอย่างลวก ๆ ก็ลูกก็หลับไปแล้ว ลูกก็นอนก่อน สามีก็อาจจะนอนก่อน เราก็นอนที่หลัง ในระหว่างที่นอนนั้น มันยังไม่หลับ […]

“คนที่ไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก” พระธรรมเทศนาโดย หลวงปู่คำดี ปภาโส

“คนที่ไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก” พระธรรมเทศนาโดย หลวงปู่คำดี ปภาโส ความตอนหนึ่งในพระธรรมเทศนาของ หลวงปู่คำดี ปภาโส วัดถ้ำผาปู่ จ.เลย ได้กล่าวถึง “คนที่ไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก” ไว้ดังนี้ ในปัจจุบันนี้มีพระและฆราวาสจำนวนมากที่ไม่เชื่อว่า ผู้ที่ปฏิบัติแล้วจะสามารถสำเร็จเป็นพระอริยเจ้าขั้นใดขั้นหนึ่งได้ ท่านเหล่านั้นถือว่าหมดยุค หมดสมัยแล้ว สำหรับเรื่องนี้แล้ว ถ้าไม่ประพฤติปฏิบัติเองแล้ว ก็จะไม่สามารถรู้ได้ ผู้ที่จะรู้ได้ เห็นได้จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติแล้วก็จะเห็นเอง พระพุทธเจ้ายังตรัสกับพระอานนท์ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จปรินิพพานว่า “แม้ว่าตัวตถาคตจะปรินิพพานไปแล้ว แต่ธรรมคำสั่งสอนของตถาคตยังอยู่ ถ้าผู้ใดประพฤติปฏิบัติตาม ก็จะสามารถสำเร็จมรรคผลได้เหมือนกัน” นี่แสดงให้เห็นแล้วว่า ในปัจจุบันนี้ก็สามารถสำเร็จเป็นพระอริยเจ้าขั้นใดขั้นหนึ่งได้เหมือนกัน สำหรับผู้ที่ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้ เราก็ไม่สามารถไปตำหนิติเตียนอะไรได้ เพราะเรื่องบุญเรื่องวาสนานี้ไม่สามารถจะแข่งกันได้ เรื่องที่ว่ามีบุคคลที่ไม่เชื่อนั้น อย่าว่าแต่ในสมัยปัจจุบันเลย แม้แต่ในสมัยพุทธกาลก็ยังมีเหมือนกัน คือในสมัยพุทธกาลนั้นยังมีบุคคลที่ไปด่าพระพุทธเจ้าอยู่ มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีผู้ไปด่าพระพุทธเจ้าอย่างมาก พระอานนท์เลยกราบทูลพระพุทธเจ้าให้หลีกหนีไปที่อื่น พระพุทธเจ้าทรงถามพระอานนท์ว่า “เมื่อหนีไปถึงบ้านหน้า เขายังด่าอยู่อีกจะทำอย่างไร” พระอานนท์ก็กราบทูลว่า “ถ้าด่าอีกก็หนีอีก” พระพุทธเจ้าทรงเตือนพระอานนท์ว่า “อย่าเข้าใจเขาด่าอานนท์ เขาด่าเราตถาคตต่างหาก และอีกประการหนึ่งเราจะต้องแก้ที่นี่ ถ้าเราไม่แก้ที่นี่ เราจะต้องหนีไม่มีที่สิ้นสุด” ในโลกมนุษย์นี้ เราจะหลบหนีจากคำตำหนิติเตียนไม่ได้ แม้แต่พระพุทธเจ้าเองซึ่งเป็นจอมปราชญ์ทั้งหลาย ก็ยังถูกโลกติเตียนอยู่ […]

ทุกข์-สุขเกิดขึ้นจากอะไร ธรรมะคลายใจจาก พระอาจารย์มานพ อุปสโม

ทุกข์-สุขเกิดขึ้นจากอะไร ธรรมะคลายใจจาก พระอาจารย์มานพ อุปสโม ไม่มีใครที่ไม่รู้จักกับความทุกข์และความสุข แต่เหมือนว่าคนเราเลือกที่มีความสุขมากกว่าความทุกข์ หากเรารู้ว่า ทุกข์-สุขเกิดขึ้นจากอะไร เราอาจจะรู้วิธีการกำจัดความทุกข์ก็เป็นได้ พระอาจารย์มานพ อุปสโมได้แสดงธรรมเรื่องนี้ไว้ว่า สุขที่บอกว่ามันเป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาหนึ่งขณะจิต แล้วมันดับลงทันที สุขตรงนี้มันเกิดมาจากอะไร สุขหรือทุกข์ก็ได้ สุขก็ได้ ทุกข์ก็ได้ แต่ที่เกิดมันมีสาเหตุ เกิดมาจากอะไร เกิดมาจากความรู้สึก ความสุขมาจากความรู้สึก ความทุกข์ก็เหมือนกัน มันมาจากความรู้สึก คือมันเกิดจากการรับรู้ รับรู้เรื่อง การรับรู้เรื่องของคนเรามันมีกระบวนการรับรู้เรื่อง หรือมันมีทางรับรู้เรื่อง รับรู้เรื่องทางไหนบ้าง การรับรู้เรื่องก็คือ รับรู้เรื่องทางตา รับรู้เรื่องทางหู รับรู้เรื่องทางจมูก รับรู้เรื่องทางลิ้น รับรู้เรื่องทางกาย และรับรู้เรื่องทางใจ พอเข้าไปรับรู้เรื่องแล้ว คราวนี้ก็จะเกิดก็จะเกิดความรู้สึกตามมา อย่างใดอย่างหนึ่ง ในความรู้สึกสามประการ เป็นความรู้สึกสบายใจ หรือบางครั้งรับรู้เรื่องแล้วก็ไม่สบายใจ แต่บางครั้งไปรับรู้เรื่องแล้วเกิดความรู้สึกเฉย ๆ ตัวรู้สึกสบายใจ รู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกเฉย ๆ ตรงนี้เขาเรียกว่า “เวทนา” สุขก็คือเวทนาตัวหนึ่ง ทุกข์ก็เป็นเวทนาตัวหนึ่ง ถ้าเฉย ๆ เขาก็เรียกว่า “อุเบกขาเวทนา” […]

keyboard_arrow_up