พระอนุรุทธะ เจ้าชายศากยวงศ์ผู้ไม่เคยปราศจากขนม เพราะบุญจากชาติก่อน

พระอนุรุทธะ เจ้าชายศากยวงศ์ผู้ไม่เคยปราศจากขนม เพราะบุญจากชาติก่อน พระอนุรุทธะ เป็นเจ้าชายพระองค์หนึ่งในศากยวงศ์ เป็นพระญาติผู้ใกล้ชิดของพระพุทธเจ้า ครั้งเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า พระญาติทั้งหลายต่างยกพระโอรสให้บวชเป็นพระภิกษุในสำนักของพระองค์ จนกระทั่งเหลือเจ้าชาย 6 พระองค์ ได้แก่ ภัททิยราชา อนุรุทธะ อานันทะ ภคุ กิมพิละ และ เทวทัต พระญาติทั้งหลายแลเห็นว่าเจ้าชายทั้ง 6 ควรผนวชเป็นพระภิกษุเพื่อติดตามพระผู้มีพระภาคเจ้า เจ้าชายศากยะทั้ง 6 จึงพากันผนวช แต่พระพุทธเจ้ากลับทรงเลือกบวชให้นายอุบาลีก่อน ซึ่งเป็นภูษามาลา เจ้าชายทั้ง 6 พระองค์ สุดท้ายเจ้าชายทุกพระองค์ต่างบรรลุคุณวิเศษ อย่างพระอนุรุทธะได้สำเร็จดวงทิพย์ ต่อมาได้สดับเรื่อง มหาปุริสวิตักกสูตร จึงบรรลุเป็นพระอรหันต์     มีหลายเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าพระอนุรุทธะเป็นผู้สะสมบุญมาดีคือ ครั้งก่อนที่พระองค์จะเสด็จออกผนวช ทรงพนันกีฬาลูกขลุบกับพระญาติทั้งหลายด้วยขนม ปรากฏพระอนุรุทธะแพ้ถึง 3 ครั้ง ทรงต้องเป็นฝ่ายนำขนมมาให้พระญาติทั้งหลายเสวย จนถึงตาที่พระองค์ทรงต้องเสียขนมถาดที่ 4 พระมารดาไม่สามารถทำขนมได้เพราะส่วนผสมหมดจึงส่งคนไปทูลเจ้าชายว่า “ขนมไม่มี” เจ้าชายทรงได้ยินดังนั้นก็ทรงคิดว่าเป็นชื่อขนมชนิดหนึ่งจึงตรัสไปให้นำขนมชื่อนี้มา พระมารดาทรงจำพระทัยส่งถาดว่างไปให้เจ้าชายแทน เทวดาผู้รักษาเมืองทราบว่าในอดีตพระชาติ พระอนุรุทธะเคยถวายภัตแด่พระปัจเจกพุทธเจ้านามว่า “อุปริฏฐะ” จึงได้เนรมิตขนมทิพย์ถวายจนเต็มถาด เจ้าชายทอดพระเนตรขนมแล้วไม่พอพระทัย […]

ทำทุกวันเสมือนวันสุดท้ายของชีวิต ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ทำทุกวันเสมือน วันสุดท้ายของชีวิต ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี มีคนไปถามหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุว่า ทำอย่างไรเราถึงจะเตรียมตัวตายอย่างดีที่สุด ท่านบอกว่า ขอให้เธอใช้ชีวิตเสมือนว่า วันนี้เป็น วันสุดท้ายของชีวิต ทำให้ดีที่สุด หากคิดอย่างนี้ได้ เราจะใช้ชีวิตทุก ๆ ย่างก้าว ทุก ๆ อิริยาบถ ทุก ๆ ลมหายใจเข้าออกด้วยความไม่ประมาท เมื่อเราไม่ประมาท ชีวิตเราก็สมบูรณ์ด้วยความดีงาม อยู่ก็ไม่อาลัย ตายก็ไม่กังวล รอวันเวลาที่ความตายจะมาพรากเราไป เหมือนกับคนงานรอเวลาเลิกงาน ตีระฆังเมื่อไรก็เมื่อนั้น วางงานแล้วก็ไป ไม่อาลัย หรือถ้าจะให้ชัดยิ่งขึ้นมาก จะเจริญมรณัสสติตามแบบแผนก็ได้คือ มีข้อความให้พิจารณา มีคำภาษาบาลีให้ท่องให้บริกรรมด้วย เช่นบริกรรมว่า ธุวัง มรณัง  ความตายเป็นของยั่งยืน อะวัสสัง มะยา มะริตัพพัง  ตัวเราจะพึงตายเป็นแน่แท้ มรณะปริโยสาณัง เม ชีวิตัง  ชีวิตของเรามีความตายเป็นที่สุด ชีวิตัง เม อนิยะตัง  ชีวิตของเราเป็นของไม่เที่ยง มรณัง เม นิยะตัง  แต่ความตายของเราเป็นของเที่ยง […]

ธรรมะทำให้ลดละจากของหวง

ของรักของหวง  บางชิ้นก็ซื้อหามาด้วยราคาแสนแพง (สำหรับกำลังเงินของเรา)  และบางชิ้นถึงแม้ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร  หากแต่มันมีที่มาที่ไปและคุณค่าทางใจ  ที่เราประเมินค่าไม่ได้  แต่ล้ำค่าทางความทรงจำ ก่อนนี้ต้นพุทธก็คิดแบบนี้ จนเมื่อสองวันก่อนได้พบกับเรื่องราวของเสื้อยีนตัวหนึ่งที่ตัวเองเก็บเงินซื้อจากน้ำพักน้ำแรงเมื่อ 12 ปีก่อน กับราคาตอนนั้น 1,250 บาท ซึ่งเรียกได้ว่าแพงที่สุดในชีวิต พี่สาวต้นพุทธเคยเอ่ยปากขอเสื้อยีนตัวนี้ เธอขอกึ่งแซวมาตลอดกว่า 12 ปีว่า เมื่อไหร่ไม่ใช้ พี่ขอ เธอเพียรพยายามขอมาตลอด แต่ต้นพุทธก็บ่ายเบี่ยง แสร้งเงียบ เปลี่ยนเรื่องคุย ฯลฯ กระทั่งล่าสุดเธอขออีกครั้งเมื่อต้นพุทธเอารูปเก่า ๆ ทเี่คยใส่เสื้อตัวนี้ส่งไลน์ไปให้เธอดู เพื่อบอกว่า ดูสิ เมื่อก่อนฉันเคยผอมสวย เธอจำเสื้อยีนตัวนี้ได้และเอ่ยปากขอผ่านไลน์มาอีกครั้ง ต้นพุทธตัดสินใจเขียนจดหมายใส่ในกล่องพร้อมเสื้อยีนตัวนี้ แล้วส่งไปรษณีย์ไปให้เธอที่ทำงาน เนื้อความบอกเหตผุลว่าทำไมที่ผ่านมาถึงไม่ให้เสื้อยีนตัวนี้กับพี่เสียที “จี๊ (แปลว่าพี่สาว) มีเงินเดือนมากกว่าน้อง ทำไมไม่ซื้อเอง (พี่สาวได้เงินเดือนมากกว่า 2 หมื่นค่ะ ในขณะที่ต้นพุทธเป็นแค่ช่างตัดผมที่ร้านเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด เงินเดือนไม่แน่นอน และไม่เคยถึง 2 หมื่นเลยสักเดือน ถึงรู้สึกเยอะ) น้องแลกมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ต้องเก็บหอมรอบริบ จี๊ไม่เคยนึกถึงใจน้องเลยเหรอ สังเกตบ้างไหมว่าทำไมน้องบ่ายเบี่ยงทุกครั้งตลอด 12 ปี […]

เปิดบุพกรรม ทำไมพระนันทะต้องพลัดพรากจากคนรัก

เปิดบุพกรรม ทำไม พระนันทะ ต้องพลัดพรากจากคนรัก พระนันทะ เป็นพระโอรสของพระนางปชาบดีโคตมี พระน้านางของพระพุทธเจ้าที่ประสูติกับพระเจ้าสุทโธทนะ พระนันทะจึงเป็นพระอนุชาต่างพระมารดาของพระพุทธเจ้า ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเยือนกรุงกบิลพัสดุ์ และได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์จนเหล่าพระญาติเกิดความเลื่อมใส ในช่วงนั้นเจ้าชายนันทะกำลังจะเข้าพิธีสมรสกับเจ้าหญิงศากยวงศ์ผู้มีพระนามว่า “ชนบทกัลยาณี” เหล่าพระญาติอาราธนาพระพุทธองค์พร้อมด้วยพระสาวกมาฉันภัตตาหารในงานพิธีสมรส พระบรมศาสดาได้ฝากบาตรไว้กับเจ้าบ่าว (เจ้าชายนันทะ) แล้วทรงไม่ได้ทวงบาตรคืน เจ้าชายนันทะทูลถามว่า “พระองค์จะทรงรับบาตรหรือไม่” พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เราจะรับบาตรที่หัวบันได ขอฝากไว้ที่เจ้าก่อน”      เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จถึงหัวบันได เจ้าชายนันทะก็ทูลถวายบาตรคืน พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เราขอรับตรงพระลานหลวง ขอฝากบาตรไว้ก่อน” เมื่อพระองค์ดำเนินมาถึงพระลานหลวง เหล่านางกำนัลเห็นว่าเจ้าชายนันทะกำลังติดต่อพระพุทธเจ้าไป จึงทูลเรื่องนี้ให้เจ้าหญิงชนบทกัลยาณีทรงทราบ เจ้าหญิงเกรงว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าจะพาเจ้าชายนันทะไปบวช จึงเปล่งพระสุรเสียงว่า “ข้าแต่พระสวามี พระองค์ทิ้งหม่อมฉันไปไม่ได้นะเพคะ” เจ้าชายนันทะทรงได้ยินก็ทรงเสียพระทัย แต่ไม่สามารถขัดพระพุทธองค์ได้ถึงพระทัยจะอยากกลับไปหาพระชายาก็ตาม พระนันทะติดตามพระพุทธเจ้าจนถึงพระวิหาร พระพุทธเจ้าตรัสว่า “้เธอจักบวชไหมนันทะ” เจ้าชายนันทะทรงไม่กล้าขัดพระพุทธองค์จึงยินยอมบวช   คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป >>> เพื่อทราบวิบากกรรมเรื่องความรักของพระนันทะ 

เมล็ดพันธุ์แห่งการรู้แจ้ง ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ

เมล็ดพันธุ์แห่งการรู้แจ้ง ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ การบำเพ็ญภาวนาด้วยการใส่ใจอยู่กับจิตประภัสสรและตั้งมั่นอยู่ในโพธิจิตอันปราศจากขอบเขต ย่อมสัมผัสถึงสภาวะที่เป็นความสุขอย่างยิ่งที่บังเกิดขึ้น และเป็นไปเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพากเพียรพยายาม ความแจ่มใสแวววาวแห่งจิตที่ปราศจากสิ่งรบกวนทำให้พลังแห่งความเมตตากรุณาแผ่กระจายสู่สรรพสัตว์ทั้งมวลให้ได้ดื่มน้ำอมฤตแห่งพระสัทธรรม ด้วยพลังแห่งความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ที่ประทานคำสอนอันล้ำลึกเกี่ยวกับการปฏิบัติภาวนาบนวิถีของสัมมาอริยมรรค ทำให้เมล็ดพันธุ์แห่งการรู้แจ้งได้งอกงามไพบูลย์ขึ้นในดวงจิตของผู้บำเพ็ญภาวนา จนรู้แจ้งชัดถึงความเป็นมายาลวงของโลกียสุข ทำให้ข้ามพ้นห้วงมหรรณพอันทุกข์ทรมานแห่งสังสารวัฏ ถ้าจิตใจของเราปราศจากม่านมิจฉาทิฏฐิ เราก็สามารถเข้าถึงธรรมชาติของความเป็นเอกภาพของสรรพสิ่งได้ ปัญญาญาณก็จะเปิดเผยข้อเท็จจริงของการเห็น การได้ยิน ฯลฯ จริง ๆ ได้ นั่นคือการบรรลุธรรม ผู้ที่ขาดศรัทธาต่อจิตประภัสสรของตนเองย่อมไม่ประสบความสำเร็จจากการปฏิบัติภาวนา การฝึกฝนภาวนาก็เพื่อขจัดความคิดที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกตัวตนให้สิ้นสุดลง ทำให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างพุทธะและจิตใจเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา มีวิถีทางเดียวที่เราจะเข้าใจธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะได้ นั่นก็คือการฝึกฝนภาวนาบนวิถีจิตหนึ่งเดียว “เอกายนมรรค” จนเกิดอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา รู้แจ้งชัดในความเป็นสุญญตา รู้แจ้งชัดในความเป็นเช่นนั้นเองของสรรพสิ่งในแต่ละขณะ แล้วดำเนินชีวิตอยู่ในความเป็นองค์รวมกับสรรพสิ่งอย่างเป็นเอกภาพ   ที่มา  ทางสายกลางสู่อิสรภาพแห่งชีวิต โดย หลวงพ่อโพธินันทะ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ Photo by Steve Richey on Unsplash Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความน่าสนใจ ผลของการเจริญสติที่ถูกต้อง โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ตำนานกรณียเมตตสูตร โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ตำนานกรณียเมตตสูตร โดย ท่าน ว.วชิรเมธี ตำนานกรณียเมตตสูตร ในพระสูตรเล่าไว้ว่า สมัยหนึ่งพระบรมศาสดาเสด็จประทับยังพระเชตวันมหาวิหารในพระนครสาวัตถี มีภิกษุ 500 รูป เรียนกัมมัฏฐานในพุทธสำนัก แล้วทูลลาจาริกไปในชนบทเพื่อหาสถานที่บำเพ็ญสมณธรรม ผ่านทางไกลไปหลายโยชน์ก็ถึงตำบลใหญ่ตำบลหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากป่านัก ชาวบ้านพากันปฏิสันถารเป็นอันดี แล้วเรียนถามท่านว่า “นี่ พระคุณเจ้า จะพากันไปไหนขอรับ” “หาที่เจริญสมณธรรมให้ผาสุกสักแห่งหนึ่ง อุบาสก” พระอาจารย์ตอบ ท่านผู้ใหญ่บ้านแห่งนั้นจึงเรียนท่านไปว่า “ถ้าพระคุณเจ้าต้องประสงค์สถานที่เช่นนั้นละก็ ไพรสณฑ์เชิงภูผานี้เป็นเหมาะมากเทียวท่าน เพราะไม่ไกลหมู่บ้าน พอมาพอไปหากันได้สะดวก เช่น พระคุณท่านจะมาบิณฑบาตก็ไม่ไกล ผมจะไปนมัสการบ้างก็ไม่ยาก” พอท่านผู้ใหญ่บ้านเว้นระยะคำพูดเพื่อฟังความเห็นจากพระอาจารย์ ผู้ใจบุญหลายท่านก็ช่วยกันเสริมอีกว่า “อย่าลังเลใจเลยพระคุณท่าน นิมนต์อยู่เสียที่นี่แหละ ถ้าพระคุณท่านอยู่ พวกผมจะได้มีโอกาสถวายทาน รักษาศีล และฟังธรรมในสำนักพระคุณท่านบ้าง” เมื่อพูดถูกใจเช่นนั้น พระทุกรูปก็ยินดี ครั้นท่านพระอาจารย์ผู้นำคณะเห็นเพื่อนพระพอใจอยู่เป็นเอกฉันท์ จึงรับนิมนต์ แล้วก็พากันไปอยู่ในไพรสณฑ์ตามความผาสุก ครั้งนั้นเทวดา เจ้าป่า เจ้าเขาในไพรสณฑ์ต่างซุบซิบกันว่า “ภิกษุเหล่านี้เป็นผู้มีศีล เมื่อเข้ามาพำนักอยู่จะทำให้เราลำบากในการย้ายที่ ด้วยเราจะอยู่ข้างบนก็ไม่ควร จะอยู่ข้างล่างก็ลำบาก จะทำอย่างไรดีหนอ” “ท่านไม่อยู่นานหรอกน่า” เทพตนหนึ่งออกความเห็น “คงจะอยู่รับฉลองศรัทธาของชาวบ้านสักวันสองวันก็คงจะไป” เทพตนหนึ่งตัดบทว่า “คอยดูไปก็แล้วกัน […]

สมาทานศีลที่ใจใช่วาจา และทำบุญให้ได้บุญ

สมาทานศีล ที่ใจใช่วาจา และทำบุญให้ได้บุญ คนไทยเป็นคนใจบุญสุนทาน  ชอบเข้าวัดทำบุญ  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี  เพราะในฐานะพุทธศาสนิกชนหรืออุบาสกอุบาสิกา  เราควรร่วมกันสืบพระบวรพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ฉันสังเกตเห็น จากคนรอบข้างแล้วแปลกใจสงสัยคือ พวกเขาเข้าใจคำว่า “ศีล” และ “บุญ” มากน้อยแค่ไหน เพื่อนบ้านของฉันคนหนึ่งมักไปเข้าวัดทำบุญทุกวันพระ เธอชวนฉันไปด้วยบ่อย ๆ แต่ฉันไปด้วยไม่ได้เนื่องจากไม่มีคนเฝ้าร้านให้ ก็ได้แต่อนุโมทนาไปกับเธอ วันหนึ่งเธอมาถามฉันว่า “มีเคล็ดลับอะไรดี ๆ ก็บอกกันบ้างสิ” ฉันงงว่าเรื่องอะไร เธอก็บอกว่า “ใครเขาบอกมาล่ะว่ารับเลี้ยงหมาแมวจรจัดเยอะ ๆ แล้วจะมีโชคลาภ” ฉันจึงได้ถึงบางอ้อ คงเพราะเธอเห็นว่าร้านของฉันคนเข้าเยอะ กิจการดำเนินไปได้ด้วยดี คงเกิดจากการที่ฉันรับเลี้ยงสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก ฉันบอกไปตามตรงว่าไม่มีใครบอก ที่ทำไปเพราะความสงสารล้วน ๆ เธอทำหน้าเหมือนคลางแคลงใจ แต่ก็ไม่พูดอะไร หลายวันต่อมา เธอร้องไห้โฮมาหาฉันที่บ้านแล้วถามว่า เธอจะบาปไหมที่เธอทำหมาตายไปหนึ่งตัว เนื่องจากมีลูกหมาหลงตัวหนึ่งมายืนอยู่หน้าบ้านเธอ ด้วยความที่เธอไม่ชอบสัตว์ จึงกระทืบพื้นเสียงดังไล่ลูกหมา ลูกหมาตัวนั้นตกใจวิ่งออกถนนแล้วถูกรถทับ ตายไปต่อหน้าต่อตาเธอ ฉันไม่รู้จะปลอบอย่างไร ได้แต่บอกว่า ฉันเข้าใจว่าคนเราไม่ได้รักสัตว์กันทุกคน แต่อย่างน้อยเราก็ควรมีเมตตา เมตตาธรรมค้ำจุนโลก เราโชคดีที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ไม่ควรไปเบียดเบียนเดียรัจฉาน เพราะเขาเกิดมาใช้กรรมมากพอแล้ว […]

คนระลึกชาติและมีญาณหยั่งรู้ได้อย่างไร พระพุทธเจ้ามีคำตอบ

คน ระลึกชาติ และมีญาณหยั่งรู้ได้อย่างไร พระพุทธเจ้ามีคำตอบ หลายคนอาจคุ้นเคยกับความเชื่อเรื่อง “ ระลึกชาติ ” จากคำบอกเล่าของคนระลึกชาติผ่านรายการและหนังสือธรรมะ หรือหนังสือแนวเหนือธรรมชาติ เช่น คนที่สามารถบอกชื่อ บอกจุดที่ตนเองตายได้ บ้านเกิด พ่อแม่ครอบครัวในชาติก่อนได้อย่างแม่นยำ พระพุทธศาสนากล่าวถึงการระลึกชาติไว้เช่นกัน หลักฐานที่เด่นชัดคือ ชาดก เป็นเรื่องเล่าในอดีตพระชาติของพระพุทธเจ้านั่นเอง ในคัมถีร์อรรถกถาส่วนท้ายของชาดก พระพุทธเจ้าจะตรัสว่าใครเกิดร่วมพระชาติกับพระองค์บ้าง ตัวอย่างเช่น เวสสันดรชาดก พระเวสสันดรคือพระพุทธเจ้า พระนางมัทรีคือพระนางพิมพา พระชาลีคือพระราหุล พระกัณหาคือพระอุบลวรรณาเถรี ชูชกคือพระเทวทัต เป็นต้น ซึ่งพระอรรถกถาจารย์เรียกว่า “ประชุมชาดก”     เรื่องการระลึกชาติกลายเป็นที่สนใจของชาวตะวันตกด้วย เสฐียรพงษ์ วรรณปกได้กล่าวว่า มีชาวต่างชาติอยู่ 2 คนที่ศึกษาเรื่องการระลึกชาติ คือ ดร.เอียน สตีเวนสัน กับ ดร.ฟรานซิส สโตรี่  เขาจะทำการตามไปเก็บข้อมูลคนที่สามารถระลึกชาติได้ ซึ่งทั้งสองท่านก็ได้เดินทางไปทั่วโลก แล้วรวบรวมจนสามารถตีพิมพ์เป็นหนังสือได้ เสฐียรพงษ์บอกว่า การที่จะระลึกชาติได้มีด้วยกัน 3 สาเหตุ 1. รู้เรื่องราวเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก 2. […]

วิธีขุดรากถอนโคน แก้ความโกรธ ที่ได้ผลดีที่สุด สูตรท่าน ว.วชิรเมธี

การที่ความโกรธเกิดขึ้นง่าย ๆ ก็เพราะมันมีเชื้ออ่อน ๆ อยู่แล้วในใจของเรา นี่เป็นวิธีขุดรากถอนโคน แก้ความโกรธ ที่ได้ผลดีที่สุดที่ท่าน ว.วชิรเมธีแนะนำ

ฤาจะถึงกาล? 5 อนาคตภัยของ ศาสนาพุทธ ที่พระพุทธเจ้าทรงเตือนเอาไว้

พระพุทธองค์ทรงเตือนเอาไว้ว่า ในอนาคตศาสนาพุทธจะมี อนาคตภัย 5 ประการ หากเราทุกคนคิดว่าตัวเองเป็นชาวพุทธที่แท้ ก็ควรลุกขึ้นมาช่วยกันป้องกัน

ก้าวผ่านทุกข์ ด้วย 7 คำสอนหลวงปู่ขาว อนาลโย พระนักวิปัสสนาสายหลวงปู่มั่น

แม้ท่านจะละสังขารไปกว่า 30 ปีแล้ว หากแต่ คำสอนหลวงปู่ขาว ยังคงอยู่ในความทรงจำ สร้างศรัทธาในหมู่ชาวพุทธรุ่นแล้วรุ่นเล่าและเป็นความจริงอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย

ไม่มีใครสามารถชดใช้กรรมแทนกันได้ บทเรียนจากพระเจ้าวิฑูฑภะ

ไม่มีใครสามารถชดใช้กรรมแทนกันได้ บทเรียนจาก พระเจ้าวิฑูฑภะ ดังคำพูดหนึ่งที่ว่า “มนุษย์ต่างมีกรรมเป็นของตน” ท่าจะเป็นเรื่องจริง ไม่มีใครสามารถชดใช้กรรมแทนกันได้  แม้พระพุทธเจ้าจะทรงพยายามห้ามปรามวิบากกรรมของพระญาติแล้วก็ทรงไม่สำเร็จ ดังเรื่องราวของ พระเจ้าวิฑูฑภะ ที่จะเล่าต่อไปนี้ ครั้งพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ในกรุงสาวัตถี พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงปรารถนาเกี่ยวดองเป็นพระญาติกับพระพุทธเจ้า จึงส่งทูตไปสู่ขอพระธิดาศากยวงศ์มาสถาปนาเป็นพระอัครมเหสี ครั้งทูตเดินทางไปถึงกรุงกบิลพัสดุ์ซึ่งปกครองโดยพระเจ้ามหานามะ พระอนุชาแห่งพระเจ้าสุทโธทนะ ได้ส่งพระราชสาส์นขอเจ้าหญิงศากยวงศ์ไปอภิเษกสมรสกับพระเจ้าปเสนทิโกศล     เจ้าศากยวงศ์เห็นว่าสายโลหิตของพระเจ้าปเสนทิโกศลไม่เสมอกับสายโลหิตศากยวงศ์ที่บริสุทธิ์ จึงลงมติว่าจะส่งพระธิดาของพระเจ้ามหานามะที่เกิดจากนางทาสี มีนามว่า “วาสภขัตติยา” ไปถวายพระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงดีพระทัย รักใคร่พระนางวาสภขัตติยาเป็นอย่างมาก มีพระดำริว่านับจากนี้ไปพระองค์ได้เป็นพระญาติกับพระผู้พระภาคเจ้า พระสาวกและพระสาวิกาที่เป็นเจ้าศากยวงศ์จะได้ไม่มองว่าพระองค์ทรงเป็นคนอื่นคนไกล พระนางวาสภขัตติยาให้ประสูติพระโอรสที่มีผิวพรรณดั่งทองคำ พระนางตั้งพระนามพระโอรสว่า “วัลลภา” แต่ตรัสด้วยพระสุรเสียงอันเบามาก เพราะทรงเหน็ดเหนื่อยจากการให้ประสูติ อำมาตย์ได้ยินเฟี้ยนจึงถวายพระนามพระกุมารว่า “วิฑูฑภะ”     พระวิฑูฑภกุมารเจริญวัยเป็นหนุ่ม ไม่เคยเห็นพระญาติฝ่ายพระมารดามาเยี่ยมเยือน พระนางวาสภขัตติยาได้แต่ตรัสว่า กรุงกบิลพัสดุ์อยู่ไกลมาก เหล่าพระญาติจึงไม่สะดวกเสด็จมาเยี่ยม เจ้าชายหนุ่มดื้อดึงจะไปเยี่ยมพระญาติ พระนางวาสภขัตติยาจึงส่งพระราชสาส์นไปแจ้งเจ้าศากยวงศ์ให้ทราบว่า เจ้าชายวิฑูฑภะจะเสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์ เมื่อเจ้าศากยวงศ์ได้พระราชสาส์น ทราบว่าเจ้าชายวิฑูฑภะ ผู้มีเชื้อสายนางทาสีจะทำให้กรุงกบิลพัสดุ์มัวหมอง จึงจัดแจงส่งเจ้าศากยวงศ์ที่มีพระชนมายุน้อยไปประทับที่ชนบท เจ้าชายหนุ่มเสด็จมาถึงกรุงกบิลพัสดุ์พร้อมพลทหารจำนวนหนึ่ง เจ้าชายทรงแปลกพระทัยว่าพระญาติทั้งหลายต่างกระทำตนอย่างห่างเหิน […]

โรคกระทำแน่ หรือแค่อุปาทานกระทำ บทความจาก ท่าน ว.วชิรเมธี

ว.วชิรเมธี กล่าวไว้ว่า เมื่อเราป่วย เราควรถามตัวเองว่าเราป่วยกายหรือป่วยใจกันแน่  หากวินิจฉัยได้ถูกต้อง  ก็จะส่งผลต่อการเยียวยารักษาอย่างมีนัยสำคัญ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: พระธาตุ ต่าง ๆ เป็นของแท้ที่ควรแก่การสักการบูชาหรือไม่

อยากทราบว่า พระธาตุ ที่มีอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ เป็น พระธาตุ ของพระพุทธเจ้าจริง ๆ หรือเปล่าคะ แล้วควรแก่การสักการบูชาจริงๆ หรือไม่

เปิดประวัติ 4 พระอาจารย์ฝรั่งลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโท เลื่อนสมณศักดิ์

เปิดประวัติ 4 พระอาจารย์ฝรั่งลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโท เลื่อนสมณศักดิ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นิมนต์พระสงฆ์ 74 รูป เข้ารับพระราชทานสถาปนา เลื่อน และแต่งตั้งสมณศักดิ์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 ซึ่งมี พระอาจารย์ฝรั่งลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโทรวมอยู่ด้วย 4 รูป 4 พระอาจารย์ฝรั่ง ที่ได้เลื่อนขั้นสมณศักดิ์มีรายนามดังนี้ (1) พระพระราชสุเมธาจารย์ (สุเมโธภิกขุ) เป็น พระเทพญาณวิเทศ วิ. (2) พระโพธิญาณวิเทศ (ปสันโนภิกขุ) เป็น พระราชโพธิวิเทศ วิ. (3) พระวิเทศพุทธิคุณ (อมโรภิกขุ) เป็น พระราชพุทธิวรคุณ วิ. และ (4) พระชยสาโรภิกขุ […]

ปัญหามีทั้งแก้ไขได้และแก้ไม่ได้ ธรรมะโดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

ปัญหา มีทั้งแก้ไขได้และแก้ไม่ได้ ธรรมะโดย ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านพุทธทาสภิกขุได้กล่าวถึงการรับมือกับ ปัญหา ชีวิตไว้ดังนี้ เราถือว่าปัญหามีอยู่ 2 ชนิดอย่างนี้ คือปัญหาที่แก้ไขได้ กับปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ ที่แก้ไขได้ก็แก้ไขให้ดีที่สุด ที่แก้ไขไม่ได้ก็ทำให้มันดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ไม่ใช่เป็นการแก้ไข ก็ยังมีหน้าที่อยู่นั่นเอง เราจะไม่ปล่อยให้คนไข้ที่ต้องตายแน่ ตายไปอย่างไม่ได้รับการช่วยเหลือให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับเราจะไม่ปล่อยให้ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้นี้ไปตามบุญตามกรรม ตามอะไรของมันเกินไป ต้องทำให้มันดีที่สุด คือให้มันมีเรื่องร้ายน้อยที่สุดนั่นแหละ อย่าให้การแก้ไขไม่ได้นั้น มาทำอันตรายเรามากนัก แม้นี้ก็เป็นกฎธรรมชาติ ที่ว่าบางอย่างแก้ไขได้ บางอย่างแก้ไขไม่ได้ แต่เราก็เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติอยู่นั่นเอง เพราะสิ่งทั้งปวงขึ้นอยู่กับความลับข้อนี้ ถ้าถือเอาตามหลักของพุทธศาสนา สิ่งทั้งปวงนี้มันเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ เป็นไปตามกฎของเหตุปัจจัย เป็นไปตามกฎของกรรม นี่อย่างน้อยจะต้องรู้ไว้ใน 3 อย่างนี้ ว่าสิ่งทั้งปวงต้องไปตามธรรมชาติ ไปตามเหตุปัจจัยซึ่งเป็นกฎของธรรมชาติ เป็นไปตามกรรม ซึ่งก็เป็นกฎของธรรมชาติ แล้วเราไปดื้อไปดันทุรังจะฝืนกฎเหล่านี้ ก็ไม่ใช่ผู้ที่จะแก้ปัญหาก็ได้ เพราะจะเป็นผู้ที่สร้างปัญหาให้มากขึ้น สร้างความยุ่งยากลำบากให้มากขึ้น ถ้าจะเป็นผู้ที่แก้ปัญหา ก็ต้องทำให้มันเข้ารูปเข้ารอยกันกับสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหา คือกฎของธรรมชาติ เช่น ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างนี้ เป็นปัญหาแก่มนุษย์ มาจากธรรมชาติก็ต้องแก้ไขให้เข้ารูปเข้ารอยกับธรรมชาติกับกฎของธรรมชาติ […]

“ดมกลิ่นดอกไม้” สุขง่าย ๆ ของผู้หญิงที่จะทำให้มุมมองความสุขของคุณเปลี่ยนไป

เรื่องเรียบง่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้พบได้เจอในชีวิตประจำวันเหล่านี้ เป็น สุขง่าย ๆ ที่เราควรเปิดใจรับ ลองมองโลกในแง่มุมใหม่ ๆ ความสุขก็จะปรากฏขึ้นได้ในทันที

อย่าริอาจคิดจองเวร วิบากกรรมจะติดตามคุณไปทุกชาติ

อย่าริอาจคิด จองเวร วิบากกรรมจะติดตามคุณไปทุกชาติ เมื่อพูดถึงเรื่องการ จองเวร หลายคนคงจะสันหลังวาบ หรือขนลุกพอง ชวนสยองเกล้า อารมณ์เหมือนความเชื่อเรื่องเจ้ากรรมนายเวร ที่มักมีภาพแทนเป็นผีเหมือนในภาพยนตร์เรื่องชัตเตอร์ที่อนันดาแสดงเป็นพระเอก ทำให้เราไม่เจริญรุ่งเรือง แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ จะทำให้เห็นถึงโทษของการคิดจองเวรต่อกัน เพราะมันจะทำให้ต้องจองเวรข้ามภพข้ามชาติอย่างไม่รู้ที่สิ้นสุด มีนางยักษ์ตนหนึ่งชื่อ “กาลี” ในอรรถกถาคาถาธรรมบทเรียกนางยักษ์ว่า “กาลียักษิณี” อาจหมายถึงนางยักษ์ที่มีผิวดำก็เป็นได้ นางยักษ์ตนนี้เป็นบริวารของท้าวเวสสุวรรณ เทวดาผู้เป็นเจ้าแห่งยักษ์และภูตผีทั้งปวง เป็นหนึ่งในเจ้าสวรรค์ชั้นจาตุงมหาราชิกา     ครั้งนางมีหน้าที่ตักน้ำจากสระอโนดาตในป่าหิมพานต์ไปถวายท้าวเวสสุวรรณ เมื่อนางว่างก็จะออกจับมนุษย์กินเป็นอาหาร จนวันหนึ่งนางได้กินทารกซึ่งเป็นบุตรของกุลธิดานางหนึ่งในกรุงสาวัตถี เมื่อใดที่กุลธิดาคลอดบุตร นางยักษ์ก็จะจำแลงร่างเป็นเพื่อนสนิทของกุลธิดา แสดงว่ามามาเยี่ยมแล้วจับทารกกินทันทีเป็นครั้งที่สอง พอกุลธิดาท้องลูกครั้งที่สามจึงขอสามีกลับไปคลอดที่บ้านเกิด เพื่อเป็นการรักษาชีวิตของบุตรไว้ นางยักษ์ก็ตามไปที่บ้านของกุลธิดาเพื่อจะจับทารกกินเป็นอาหาร กุลธิดาทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นที่พึ่งเดียวของนางและลูกในเวลานี้ เพราะพระองค์ทรงเป็นครูแห่งมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย นางจึงพาบุตรไปยังพระเชตวันมหาวิหารของอนาถบิณฑิกเศรษฐี และถวายบุตรของเธอแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า “พระองค์ผู้เจริญโปรดรับบุตรของดิฉันและคุ้มครองบุตรของดิฉันด้วยเถิด” เมื่อนางยักษ์ติดตามมาถึงพระเชตวันมหาวิหาร เทวดานามว่า “สุมนเทพบุตร” ขว้างไม่ให้นางยักษ์เข้าพระวิหาร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้พระอานนท์พานางยักษ์เข้ามา พระองค์ทรงแสดงธรรมต่อนางยักษ์ จนนางเข้าใจแล้วว่าหากนางทำเช่นนี้ต่อไป ในชาติต่อไปกุลธิดาก็จะมากินลูกของนางอีก ชาติต่อไปนางยักษ์ก็จะตามกินลูกของกุลธิดาเป็นแบบไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด จากนั้นนางก็สำเร็จเป็นพระโสดาบัน จากนั้นนางก็ร้องไห้ แล้วทูลถามว่าหากนางมีจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัยและถือศีล ไม่อาจจับมนุษย์กินได้อีกต่อไป แล้วนางจะกินอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต   คลิกเลข 2 […]

keyboard_arrow_up