จัดสังฆทาน อย่างไร พระได้ใช้ คนได้บุญ

เมื่อพูดถึงสังฆทาน  คนส่วนใหญ่จะนึกถึงถังสีเหลืองที่มีข้าวของหลายอย่างบรรจุไว้ภายใน  แต่ “สังฆทาน”
ที่แท้จริงมีความหมายก

ความเป็นพระอยู่ที่ใจ

ความเป็นพระ อยู่ที่ใจ โดย พระถวิล ฐานุตฺตโม เมื่อถึงวันพระ วันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด เป็นต้น เราตั้งใจไปวัดเพื่อบำเพ็ญบุญกุศล โดยการถวายสังฆทาน ถวายภัตตาหาร หรือถวายจตุปัจจัยไทยธรรมต่าง ๆ ด้วยเพราะเรานั้นมีศรัทธาในความเป็นพระของภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีศีลมีธรรม หรือมีความเชื่อว่าเป็นเนื้อนาบุญที่ดี ความเป็นพระ ความจริงแล้วผู้ที่มีความเป็นพระนั้นมิใช่เพียงเฉพาะภิกษุสงฆ์ แต่ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ใจ ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ว่าคนนั้นปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหรือไม่ และผู้ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานั้นมีผู้ที่มีศีลมีธรรม เป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นผู้ที่มีความหวังดี มีเมตตากรุณา มีความเอาใจใส่ที่จะให้เราเป็นคนที่ดี เป็นคนที่อยู่ในศีลในธรรมหรือไม่ หากลองพิจารณาตามเงื่อนไขเหล่านี้ ก็คงพบได้ไม่ยากว่าคุณพ่อคุณแม่ของเรานั้นแท้ที่จริงนั้นก็คือ “พระในบ้าน” ของเรานั่นเอง พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า คุณพ่อคุณแม่ของเรานั้นเทียบได้กับเป็นพระอรหันต์และพระพรหมประจำบ้าน เป็นผู้ที่มีพระคุณ เป็นผู้ที่เราจะต้องเอาใจใส่เลี้ยงดูท่านด้วยเช่นเดียวกัน เรามาที่วัดนั้นมาถวายสังฆทานหรือมาถวายภัตตาหารให้พระที่วัด โดยการประเคนด้วยมือสองข้างด้วยความเคารพต่อพระสงฆ์ ดังนั้นเมื่อเราอยู่ที่บ้าน หากมีโอกาสที่จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน เช่น ตื่นเช้ามาก็ตักข้าว แล้วก็ยกจานข้าวให้กับคุณพ่อคุณแม่ด้วยความเคารพ คุณพ่อคุณแม่ก็จะรู้สึกปลื้มใจ นี่ก็เป็นบุญอันยิ่งใหญ่ เราสามารถที่จะทำกุศลโดยการมอบปัจจัยให้กับคุณพ่อคุณแม่ อย่างลูกน้องของเราบางคนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ ๆ หากมีความตั้งใจดี […]

กรรมตามทัน เรื่องเล่าผลแห่งกรรมจากการทำร้ายสุนัข

ชดใช้ ” กรรม ” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนได้รับผลจากการกระทำในชาตินี้ บางคนอาจได้รับผลกรรมในอนาคตหรือชาติหน้า Secret มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับกรรมที่ต้องชดใช้

สมถะ : แผนสำรองสู้ทุกข์ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

สมถะ : แผนสำรองสู้ทุกข์ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ หลายท่านเคยอ่านหนังสือธรรมะ เคยได้ยินได้ฟังมามาก ก็ถูกต้องทั้งหมดไม่ผิดเพี้ยนเลยนะ แต่ไหนล่ะ ตอนภาวนาจิตมีกำลังพอไหม ไม่มี! รู้ทั้งรู้ก็ยังหายวูบไปหมดเลย แล้วจะซื่อบื้อเจริญปัญญาต่อไหมล่ะ  สมถะ ถ้าความตั้งมั่นไม่พอ สติยังเกิดเองไม่ได้ เมื่อเรารู้ทุกข์แล้วใจก็ย่อมยังไหลไป จมไป โดนดูดไป ใจยิ่งตกต่ำลงเรื่อย ๆ เราต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องใช้ แพลนบี (Plan B) คือใช้แผนสอง ใช้เทคนิคเข้าช่วย ด้วยการเปลี่ยนผัสสะเป็นอะไรก็ได้ หลีกเลี่ยงไปก่อน เพื่อไม่ให้ไหลไปกับสภาพที่เป็นอยู่ สมถะมีประโยชน์ตรงนี้ละ ถึงตอนนี้ให้เราเลือกบริกรรมอะไรสักอย่าง มีอะไรเป็นหลักให้ใจสักอย่าง จะคิดถึงเรื่องที่ดีงาม เรื่องที่ผ่อนคลาย สบาย ไม่ทุกข์ ไม่กดดัน ไม่บีบคั้น หรือจะส่งใจออกนอก เพื่อไปดูอะไรอย่างอื่นก่อนก็ได้ทั้งนั้น ไปรู้ไปดูอะไรที่ไม่ใช่ทุกข์ ส่วนทุกข์ไม่ต้องไปดู ไม่ต้องไปรู้ ไม่ต้องไปทน ไม่ต้องไปท้าชนกับทุกข์เลย ความรู้สึกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสุข ทุกข์ ฟุ้งซ่าน หงุดหงิด ง่วง หรือแม้แต่เบื่อ […]

ความทุกข์ไม่มี ธรรมะก็ไม่มา

เรื่องราวชีวิตของฉันเริ่มจาก  แม่ของฉันอยู่กับพ่อมา 12 ปี  แต่ไม่มีลูก เผอิญวันหนึ่งแม่ได้ยินเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันและเพิ่งจะคลอดลูกคนที่ 5 พูดว่าจะเอาลูกที่เพิ่งคลอดไปทิ้ง  แม่จึงขอรับมาเลี้ยงเป็นลูกของตัวเอง  ความทุกข์ไม่มี ธรรมะก็ไม่มา หลังจากนั้น 3 ปี แม่ก็มีฉันเป็นลูกในสายเลือดแท้ ๆ แต่แม่ก็ยังคงรักและยิ่งสงสารลูกที่ขอมาเลี้ยงซึ่งเป็นพี่สาวฉันมากขึ้น หลายครั้งฉันได้ยินญาติ ๆ และเพื่อนบ้านพูดว่า แม่รักลูกขอมาเลี้ยงมากกว่าลูกแท้ ๆ ซึ่งฉันก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ฉันโตมาพร้อมกับคำพูดเหล่านี้กรอกหูทุกวัน เหมือนเป็นคำที่สะกดจิตฉันว่า “แม่รักลูกลำเอียง” ฉันมีปากเสียงกับแม่บ่อยมาก และฉันก็มีความสุขมากที่ได้โต้เถียงกับแม่ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ถ้าแม่ร้องไห้ด้วยฉันจะดีใจมาก เพราะรู้สึกว่าได้แก้แค้นที่แม่รักลูกไม่เท่ากัน ฉันรู้สึกขาดความรักอย่างรุนแรง แล้วก็เบื่อที่ต้องทะเลาะกับพี่สาวและแม่อยู่เป็นประจำ ฉันแสวงหาความรักจากผู้ชายตั้งแต่อายุได้เพียง 8 – 9 ปี พอโตเป็นวัยรุ่นฉันก็มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายไม่เลือกหน้า ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง จนถึงนายทหารระดับสูง ฉันตั้งท้องและทำแท้งโดยที่ไม่มีคนในครอบครัวรู้เรื่องเลย ในที่สุดฉันก็ได้แต่งงานมีสามีเป็นตัวเป็นตน เราจัดงานแต่งงานใหญ่โต สามีเป็นคนพูดจานิ่มนวลไพเราะ สุภาพอ่อนน้อมกับทุกคน ยกเว้นฉัน เขาเป็นคนดื่มเหล้าจัด ทุก ๆ วันเขาดื่มเหล้าแม่โขง 1 กลม ตบท้ายด้วยเบียร์ 3 ขวด […]

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร : การแสดงธรรมครั้งแรกของพระพุทธเจ้า

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร : การแสดงธรรมครั้งแรกของพระพุทธเจ้า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร คำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบแล้วประกาศธรรมนี้ครั้งแรกในวันเพ็ญ เดือน 8 หรือ วันอาสาฬหบูชา วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบถ้วนบริบูรณ์ หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้สำเร็จในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (วันวิสาขบูชา) เมื่อพระองค์ทรงค้นพบสัจธรรมของโลกแล้ว ท้าวสหัมบดีพรหมเห็นคุณของธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบจึงเข้าเฝ้าและทูลอาราธนาให้พระองค์เสด็จออกโปรดเวไนยสัตว์ด้วยธรรมอันประเสริฐนี้   สามารถศึกษาเรื่อง ท้าวสหัมบดีพรหมเพิ่มเติมได้ที่ >>> สหัมบดีพรหม พระพรหมผู้อาราธนาพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดสัตว์   พระองค์ทรงระลึกถึงพระอาจารย์คือ  อาฬารดาบส และอุทกดาบส เมื่อทราบว่าพระอาจารย์ทั้ง 2 ละสังขารไปเกิดเป็นอรูปพรหมแล้ว ทรงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ จึงเสด็จไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (หรือสารนาถ) ทันที     ปัญจวัคคีย์ คือ ผู้ที่เคยติดตามปรนนิบัติพระพุทธเจ้ามาโดยตลอด จนกระทั่งพระพุทธเจ้าทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา ปัญจวัคคีย์จึงพากันทอดทิ้งพระพุทธเจ้าแล้วไปบำเพ็ญเพียรในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน อันเป็นป่าที่พระเจ้าพิมพิสารประทานให้เป็นเขตอภัยทานของกวาง   คลิกเลข 2 ด้านหลัง เพื่ออ่านหน้าถัดไป >>> 

“ก่อนไม้จะผลัดใบ” เรื่องราวของชายผู้เนรมิตชีวิตบั้นปลายให้สวยงาม

คุณตาบอกว่า “ก่อนไม้จะผลัดใบ” ก็สวยงามอย่างนี้แหละ ชีวิตคนก็คล้ายกัน ชีวิตบั้นปลาย ควรเป็นให้ได้อย่างต้นไม้ คือสวยและสง่างามที่สุดเท่าที่ชีวิตเคยเป็นมา 

ผ้าจำนำพรรษา และ ผ้าอาบน้ำฝน แตกต่างกันอย่างไร ถวายแล้วมีอานิสงส์อย่างไรบ้าง

ผ้าจำนำพรรษา และ ผ้าอาบน้ำฝน แตกต่างกันอย่างไร ถวายแล้วมีอานิสงส์อย่างไรบ้าง ใกล้เข้าสู่เทศกาลเข้าพรรษาแล้ว ชาวพุทธนิยมถวาย ผ้าจำนำพรรษา และ ผ้าอาบน้ำฝน แด่พระภิกษุสงฆ์ในช่วงเข้าพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล หลายท่านอาจสับสนว่าผ้าจำนำพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนเป็นสิ่งเดียวกัน เพราะเครื่องไทยทาน (วัตถุที่ถวายพระภิกษุโดยไม่เจาะจง แต่หากเจาะจงหรือพระภิกษุทราบแน่ชัดแล้วว่าถวายสิ่งนี้เฉพาะท่านเท่านั้นจะเรียกว่า “ไทยธรรม“) ทั้งสองนี้ ต่างเป็นที่นิยมถวายในช่วงเข้าพรรษา ซึเคร็ตจึงขอไขข้อสงสัยในเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน     ผ้าจำนำพรรษา คือ ผ้าไตรจีวรที่พุทธศาสนิกชนรีบถวายก่อนออกพรรษา อาจเพราะมีเหตุไม่สะดวกที่จะตระเตรียมผ้าไตรจีวรถวายในช่วงออกพรรษา จึงขอถวายไว้ตั้งแต่ช่วงเข้าพรรษา จึงมีอีกชื่อว่า “อัจเจกจีวร” พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุรับผ้าไตรจีวรนี้ได้ในช่วง 10 วันสุดท้ายของการเข้าพรรษา เหตุที่เรียกว่า ผ้าจำนำพรรษาเพราะเป็นผ้าที่พระภิกษุไม่สามารถใช้ได้ในขณะเข้าพรรษานั่นเอง ต้องรอให้ออกพรรษาเสียก่อนจึงสามารถใช้ได้ ผ้าอาบน้ำฝน คือ ผ้านุ่งสำหรับพระภิกษุในขณะอาบน้ำฝน สามารถศึกษาเรื่องผ้าอาบน้ำฝนเพิ่มเติมได้ที่ >>> นางวิสาขา มหาอุบาสิกา ผู้ให้กำเนิดการถวาย ผ้าอาบน้ำฝน เมื่อคลายความสงสัยกันความสับสนระหว่างผ้าจำนำพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนแล้ว ลองมาฟังเรื่องอานิสงส์ของเครื่องไทยทานทั้งสองนี้กัน คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่อทราบอานิสงส์ถวายผ้าจำนำพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน 

พระอนาคามี : พระอริยบุคคลผู้ไม่กลับมาเกิดอีกต่อไป

พระอนาคามี : พระอริยบุคคลผู้ไม่กลับมาเกิดอีกต่อไป พระอนาคามี เป็นพระอริยบุคคลระดับที่ 3 ในพระพุทธศาสนา “อนาคามี” มีความหมายว่า “ผู้ไม่มาเกิดอีก” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) กล่าวถึงความหมายของพระอนาคามีไว้ว่า หมายถึง พระอริยบุคคลผู้ได้บรรลุอนาคามิผล มี 5 ประเภทด้วยกัน คือ 1. อันตราปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานในระหว่างอายุยังไม่ถึงกึ่ง 2. อุปหัจจปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานเมื่อจวนจะถึงสิ้นอายุ 3. อสังขารปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้ความเพียรนัก 4. สสังขารปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก 5. อุทธังโสโต อกนิฏฐคามี ผู้มีกระแสในเบื้องบนไปสู่อกนิฏฐภพ (ชั้นสูงสุดในพรหมโลก)     ผู้ที่จะเป็นพระอนาคามีต้องละ สังโยชน์ 5 ประการ (กิเลสที่ทำให้สัตว์เวียนว่ายตายเกิด) ได้แก่ สักกายทิฏฐิ (ถือมั่น) วิจิกิจฉา (สงสัยในพระรัตนตรัย) สีลัพพตปรามาส (หลงใหลในศีล) กามราคะ (ติดใจในกามคุณ) และปฏิฆะ (ขุ่นเคือง) ในสมัยพุทธกาลมีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ วิสาขเศรษฐี สามีของนางธัมมทินนา (พระธัมมทินนาเถรี) […]

หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร “เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว” – SECRET

หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์ หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร หรือพระครูนิวาสธรรมขันธ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองโพ เกิดเมื่อวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2403 ที่จังหวัดนครสวรรค์ อุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี พ.ศ. 2423 ตามประเพณีเมื่ออายุ 20 ปี ณ พัทธสีมาวัดเขาแก้ว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีหลวงพ่อแก้ว วัดอินทาราม (วัดใน) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเงิน (พระครูพยุหานุศาสก์) วัดมะปรางเหลือง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีนามฉายาว่า พุทฺธสโร มีความหมายว่า ผู้มีพระพุทธเจ้าเป็นศรชัยแห่งชัยชนะ เมื่ออุปสมบทแล้ว หลวงพ่อเดิมได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองโพ ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ท่านศึกษาวิชาจากทั้งพระและฆราวาสมากมาย เช่น หลวงพ่อแก้ว หลวงตาชม หลวงพ่อมี ฯลฯ ได้รับการยกย่องเป็น “เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว” เพราะเป็นทั้งพระนักพัฒนาและเป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน ท่านมีความเพียรสูง […]

เขมาเขมสรณทีปิกคาถา (แปล)

เขมาเขมสรณทีปิกคาถา เป็นพระสูตรที่สอนให้ชาวพุทธไม่หลงงมงาย เห็นความจริงของสรรพสิ่งตามความเป็นจริง มีความเชื่อในอริยสัจ 4 ที่พระพุทธองค์ทรงสอน

ออกกำลังกายอย่างมีสติ : เมื่อสามารถเจริญสติได้ในขณะทำสิ่งที่ชอบ

ออกกำลังกายอย่างมีสติ : เมื่อสามารถเจริญสติได้ในขณะทำสิ่งที่ชอบ จะมีอะไรดีไปกว่าการที่สามารถเจริญสติได้ในขณะทำในสิ่งที่เราชอบ ซีเคร็ตหวังว่าบทความเรื่องนี้ที่นำเนื้อส่วนหนึ่งของหนังสือธรรมะที่มีความเป็นวัยรุ่นเล่มนี้ “ฝึกให้สงบ เปลี่ยนความเครียดให้เป็นความสงบสุข” จะช่วยให้เกิดสติขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ลองมา ออกกำลังกายอย่างมีสติ กันค่ะ คุณออกกำลังกายอย่างไร ไม่ต่อเนื่อง กระตือรือร้นเกินไป สามารถแข่งขันได้ หรือไม่ออกกำลังเลย  ถ้าคุณไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็ควรจะเริ่มต้นได้แล้ว เพราะการออกกำลังกายจะช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งความสงบสุขให้คุณได้ในระหว่างวัน นี่คือวิธีที่ดีเยี่ยมซึ่งช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยปรับสมาธิ ซึ่งก่อให้เกิดความสงบในแต่ละวันได้มากที่สุด ทั้งนี้ทางเลือกในการออกกำลังกายอาจไม่สำคัญเท่ากับวิธีออกกำลังกาย ข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องเลือกออกกำลังแบบโยคะ หรือไทชิแทนการเล่นกีฬาที่ชอบ แต่คุณสามารถฝึกความสงบด้วยการอยู่กับปัจจุบันในขณะที่ออกกำลังกาย     ความใส่ใจ โยคะและการออกกำลังกายที่เป็นศาสตร์เฉพาะทาง (Esoteric Exercise) มักจะเน้นความรู้สึกตัวแม้กระทั่งก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนไหว ดังนั้นคุณจึงตระหนักถึงความรู้สึกตัว ซึ่งเป็นการรับรู้ภายในถึงสิ่งที่คุณต้องการให้การกระทำบรรลุผล นี่คือกระบวนการตั้งสติลงมือทำโดยมีภาพผลลัพท์ที่ชัดเจนอยู่ในใจว่าอยากให้ออกมาเป็นเช่นไร แล้วลงมือทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ ในการทำเช่นนี้ คุณต้องทำใจให้ว่างจากทุกสิ่งเหลือเพียงจุดที่มุ่งเน้น โดยสนใจแต่สิ่งที่ต้องการทำและวิธีที่จะทำ แจ๊ค นิคลอส แชมเปี้ยนกอล์ฟมืออาชีพกล่าวว่า “ผมไม่เคยตีลูกกอล์ฟโดยไม่มีภาพที่ชัดเจนในหัว แม้กระทั่งในการฝึก เริ่มแรกผมเห็นลูกกอล์ฟไปอยู่ในจุดที่ต้องการ ลูกกอล์ฟสีขาวสวยวางสูงเด่นอยู่บนสนามหญ้าสีเขียวชอุ่ม แล้วภาพนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผมเห็นลูกกอล์ฟเคลื่อนไปที่นั่น เห็นเส้นทาง ทิศทางการหมุน และรูปทรง เห็นแม้กระทั่งลีลาที่ลูกลงหลุม แล้วภาพก็ค่อย […]

ผลของการเจริญสติที่ถูกต้อง โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ผลของการเจริญสติที่ถูกต้อง โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ก. ผลคือสะอาด ดังนั้น การทำบุญให้ทานรักษาศีล การทำสมถกรรมฐานและการเจริญวิปัสสนา ต่างก็เป็นการกระทำเพื่อเอามาทำลายกิเลส คือ ความโลภความโกรธความหลง การทำลายกิเลสได้นี่แหละคือตัวบุญแท้ ๆ เป็นยอดบุญ ถ้าเป็นสวรรค์ก็เป็นสวรรค์แท้ ๆ เป็นแก่นของสวรรค์ เป็นยอดแท้ของสวรรค์ ถ้าเทียบกับพระนิพพานก็เป็นพระนิพพานแท้ เป็นแก่นเป็นยอดของนิพพาน ความหมดไปของกิเลส ก็คือ สะอาด นิพพานแปลว่าความดับเย็นลง คือเราไม่ร้อนอกร้อนใจเพราะกิเลสดับเย็นลง ถ้าขณะนี้เราไม่มีความทุกข์มันก็เป็นนิพพานในขณะนี้เอง เมื่อเรามีนิพพานในขณะนี้แล้ว ก็ต้องได้ไปนิพพานแน่ ๆ เราควรจะรู้จักสวรรค์ที่ในใจของเรา ความไม่มีทุกข์นั่นแหละเป็นสวรรค์คือจิตใจเราร่าเริงเบิกบาน เราดูจิตดูใจเราอยู่มันเป็นเมืองสวรรค์ เมื่อเรามีสวรรค์อยู่ที่ใจอย่างนี้แล้ว พอตายไปจะได้ไปเกิดเมืองสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย ข. ผลคือสว่าง หากใครไม่รู้จักเมืองสวรรค์ ก็ไม่สามารถไปเมืองสวรรค์ได้หรอก ตัวอย่างเช่น ในบ้านของเรามีไฟฟ้า เราอยากได้แสงสว่างแต่เอามือไปจับที่หลอดไฟแสงไฟก็จะไม่มี เมื่อเราได้เรียนรู้ว่าจะเปิดไฟต้องเปิดที่สวิตช์ไฟ เราก็ไปเปิดสวิตช์ ไฟก็ไปสว่างอยู่ที่หลอด นี่ก็เหมือนกัน วิธีที่จะจัดการกับความโลภความโกรธความหลงนั้น เราไม่ต้องไปคิดหาว่าความโกรธความโลภความหลงอยู่ที่ไหน เราเพียงกลับเข้ามาดูจิตดูใจของเราก็จะทำลายความโกรธความโลภความหลงได้เอง พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า พระองค์ตรัสรู้ได้โดยการบำเพ็ญทางจิต เราก็ต้องมาดูจิตดูใจของเรา การดูจิตใจนี้แหละ เป็นการเปิดไฟฟ้าโดยจับที่สวิตช์ไฟฟ้า เมื่อเราทำบ่อย […]

การเจริญสติที่ทำให้เกิดปัญญา โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

การเจริญสติ ที่ทำให้เกิดปัญญา โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ สำหรับอาตมา มีประสบการณ์ว่า การเจริญสติ ไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตา หลวงพ่อเคยทำวิธีหลับตามาแล้ว แต่ไม่เกิดปัญญา พอมาทำวิธีใหม่ วิธีของหลวงพ่อนี้มันเกิดปัญญา ทำให้รู้สึกว่าถูกต้องกับตำรับตำราของคนสมัยใหม่ วิธีของหลวงพ่อนี้ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นของใหม่ก็ได้ เพราะยังไม่เคยได้ยิน แต่ความจริงแล้วเป็นของเก่าตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าสอนนั่นแหละ ก. ปลุก “ตัว” ให้รู้สึกและตื่นอยู่เสมอ การเจริญสติที่อาตมาทำมาและกำลังเล่าให้ฟังอยู่นี้ทำดังนี้ สมมติว่าเรากำลังนั่งพับเพียบ หรือกำลังนั่งเก้าอี้หรือกำลังนอนหรือยืนก็ได้ ให้เอาสติมาจับความเคลื่อนไหวของมือ พลิกมือขึ้น คว่ำมือลง ยกมือขึ้น เอามือลง ให้มีสติรู้ทุกอิริยาบถ ทำอย่างนี้บ่อย ๆ นี่เป็นการเจริญสติอย่างหยาบ ๆ พูดง่าย ๆ คือ ให้มีสติอยู่ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่งนอนยืนเดิน จะทำอะไรอยู่ก็ตามให้รู้สึก การทำวิธีนี้ใคร ๆ ก็ทำได้ จะนับถือศาสนาอะไรก็นำเอาไปทำทั้งนั้น ไม่ว่าชนชาติใดก็ทำได้ เพราะทุกคนมีกายกับใจด้วยกันทั้งนั้น ทุกศาสนาก็สอนเหมือนกันหมดคือให้ละความชั่วทำความดี ข. ปลุก “ใจ” ให้รู้สึกและตื่นอยู่เสมอ เมื่อเจริญสติจนชำนาญแล้ว ให้เอาสติเข้าไปจับความรู้สึกของจิตใจ คือรู้ตามอารมณ์ […]

ศิลปะของการภาวนา โดย หลวงพ่อโพธินันทะ

ศิลปะของการภาวนา โดย หลวงพ่อโพธินันทะ ผู้ที่ไม่ได้ตระหนักถึงมหันตภัยแห่งสังสารวัฏย่อมไม่อาจสละโลกียทรัพย์ทั้งปวงได้ ย่อมถูกตัณหา ราคะ ครอบงำ การกระทำต่าง ๆ ย่อมออกนอกวิถีทางของมัชฌิมาปฏิปทา และล่วงสู่สายธารอันเชี่ยวกรากแห่ง โลกธรรม 8 ประการ  ศิลปะของการภาวนา จงเฝ้าเรียนรู้กระบวนการความคิด และตรวจตราดวงจิตอยู่เสมอ จนรู้แจ้งชัดถึงเอกสภาวะของสรรพสิ่งที่อยู่เหนือความสุดโต่งทั้งสอง เหมือนปล่อยโคกินหญ้าในทุ่งกว้าง นาน ๆ ขึ้นยอดไม้ดูสักครั้ง ความเข้าใจตนเองย่อมแจ่มชัดขึ้น ในการปฏิบัติภาวนา หากไม่สามารถลดละปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนได้ ก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการปฏิบัติภาวนา การบรรลุพุทธภาวะเป็นศิลปะของการดำเนินชีวิตอย่างยิ่ง มีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะเข้าถึงได้ ก็คือการดำเนินชีวิตไปตามปกติธรรมดา หิวก็กิน ง่วงก็นอน ร้อนก็อาบน้ำ บนประสบการณ์ของการตื่นเห็นแจ้งธรรมชาติที่แท้ (จิตประภัสสร อันติมสัจจะ) แห่งความเป็นพุทธะภายในตน เป็นการรู้แจ้งถึงบางสิ่งที่มีในตนอยู่แล้วตลอดเวลา เมื่อเห็นแจ้งสิ่งนี้ ตัวตนแห่งความยึดถือก็จะสิ้นสุดลง ตัวตนแห่งจิตสำนึกที่เป็นบ่อเกิดแห่งปัญหาจะถูกขจัดด้วยปัญญาญาณ ตัวตนที่แท้ มนุษย์ที่แท้ อันติมสัจจะก็จะเผยตัวมันออกมา เพียงลืมตาต่อจิตประภัสสรของเราเท่านั้น ความคิดปรุงแต่งที่เกิดจากอวิชชาก็จะสิ้นสุดลง ธรรมชาติที่แท้ที่เป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่งก็จะแสดงตัวของมันเองออกมาร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเรา ความเป็นพุทธะก็จะฉายแสงออกมา นี่คือศิลปะของการปฏิบัติภาวนา   ที่มา  ทางสายกลางสู่อิสรภาพแห่งชีวิต โดย หลวงพ่อโพธินันทะ […]

ธาตุกรรมฐาน : กำจัดตัวตนด้วยการพิจารณารูปขันธ์เป็นมหาภูตรูป 4

ธาตุกรรมฐาน : กำจัดตัวตนด้วยการพิจารณารูปขันธ์เป็น มหาภูตรูป 4 ธาตุกรรมฐาน เป็นหนึ่งใน 40 กรรมฐาน มีอีกชื่อว่า “จตุธาตุววัฏฐาน” เป็นกรรมฐานที่พิจารณาร่างกายตามคุณลักษณะของธาตุ 4 ร่างกายของมนุษย์อันเป็นที่อยู่ของจิต เกิดขึ้นจากการรวมตัวจนกลายเป็นรูปของธาตุ 4 จึงเรียกว่า “มหาภูตรูป” เพื่อให้เข้าใจกรรมฐานประเภทนี้ และมีปัญญาแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น จึงขออัญเชิญธรรมบรรยายของสมเด็จพระญาณสังวร เรื่องธาตุกรรมฐาน ซึ่งพระองค์อธิบายไว้ดีแล้วว่า ” โดยปกติคนเราย่อมมีความยึดถือร่างกายอันนี้ว่าเป็นเรา เป็นตัวตนของเรา เมื่อมาพิจารณาโดยความเป็นธาตุ คือแยกออกไปว่า ส่วนที่แข็งก็เป็นธาตุดิน ส่วนที่เอิบอาบก็เป็นธาตุน้ำ ส่วนที่อบอุ่นก็เป็นธาตุไฟ ส่วนที่พัดไหวก็เป็นธาตุลม และส่วนที่เป็นช่องว่างก็เป็นอากาสธาตุ เมื่อเป็นเช่นนี้ ตนหรือของตนที่ยึดถืออยู่นี้ ก็กลายเป็นธาตุ และถ้าลองพิจารณาแยกธาตุเหล่านี้ออกไปทีละอย่าง คือเมื่อพิจารณาดูส่วนที่แข็งอันเรียกว่าเป็นธาตุดิน แยกเอาธาตุดินออกไปเสียจากร่างกายอันนี้ ก็จะเหลืออยู่แต่ธาตุน้ำเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุน้ำออกไปเสียอีก ก็จะเหลืออยู่แต่ธาตุไฟเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุไฟออกเสีย ก็จะเหลือแต่ธาตุเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุลมออกไปเสียอีก ก็จะเหลือแต่ช่องว่างไปทั้งหมด ”  จากการอธิบายลักษณะของมหาภูตรูป (ร่างกายมนุษย์) แล้ว ทำให้เห็นว่าร่างกายของมนุษย์มีลักษณะของธาตุ 4 เช่น จุดที่แข็งเป็นธาตุดิน ได้แก่ […]

โรคกายหรือโรคใจ เป็นอย่างไหนกันแน่นะ

“อโรคยา ปรมาลาภา” การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เป็นประโยคที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี โรคที่ว่านี้ไม่ใช่แค่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่แสดงออกทางร่ายกายเท่านั้น แต่ยังรวมอาการแฝงอีกอย่างหนึ่งซึ่งก็คือโรคใจเข้าไปด้วย ลองมาดูซิว่าเราเป็นโรคกายหรือโรคใจอย่างไหนกันแน่นะ

อานิสงส์ที่ทำให้ สุเมธดาบส ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

อานิสงส์ที่ทำให้ สุเมธดาบส ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต สุเมธดาบส เป็นอดีตพระชาติหนึ่งของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ได้สร้างมหากุศลคือสละกายเป็นสะพานให้อดีตพระพุทธเจ้า ผู้มีพระนามว่า “ทีปังกรพุทธเจ้า” และพระสาวกทั้งหลายข้ามพ้นจากเปือกตม ครั้งพระโพธิสัตว์ถือกำเนิดในตระกูลพราหมณ์ มีชื่อว่า สุเมธบัณฑิต แม้ว่าจะเป็นพราหมณ์ที่มั่งคั่ง มีสมบัติสะสมอยู่มากมาย ทั้งยังเป็นผู้คงแก่เรืยน เชี่ยวชาญในพระเวท คัมภีร์ และศาสตร์ต่าง ๆ  เมืองอมรวดี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระโพธิสัตว์มีความรื่นรมย์ไม่ต่างจากแดนสวรรค์ แต่พระโพธิสัตว์กลับเบื่อหน่ายทางโลก ปรารถนาพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด จึงออกจากเรือนไปบำเพ็ญภาวนาในป่าหิมพานต์ ท้าวสักกะเทวราชทรงทราบว่าพระดาบสตนนี้คือพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีมาหลายภพชาติ จึงมอบหมายให้พระวิษณุกรรมเนรมิตอาศรมถวาย สุเมธดาบสบำเพ็ญภาวนาจนบรรลุอภิญญา และมีความสุขจากการทำสมาบัติ     ในตอนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งได้ถืออุบัติขึ้นบนโลก พระองค์ทรงเป็นเจ้าชายแห่งรัมมนครมีพระนามว่า “ทีปังกร” เป็นพระราชโอรสแห่งพระเจ้าสุเทวะกับพระนางสุเมธา มีพระชายานามว่า พระนางปทุมา และพระโอรสนามว่า อุสภักขันธกุมาร พระองค์ทรงเห็นนิมิต 4 ประการ (เทวทูต 4) ทำให้ทรงเบื่อหน่ายทางโลก ปรารถนาแสวงหาความหลุดพ้นจึงเสด็จออกผนวช พระองค์ทรงใช้เวลาเพียง 10 เดือนจึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ภายใต้ต้นเลียบ (ต้นมะกอก) หลังจากทรงประกาศพระธรรมแล้ว ทรงมีพระอัครสาวกคือ พระสุมังคลเถระ และ พระติสสเถระ ทรงมีพระอัครสาวิกาคือ […]

keyboard_arrow_up