คิลานธรรม กลุ่มพระอาสาเยียวยาจิตใจผู้ป่วยและญาติ : พระวรท ธมฺมธโร

คิลานธรรม กลุ่มพระอาสาเยียวยาจิตใจผู้ป่วยและญาติ : พระวรท ธมฺมธโร คิลานธรรม คือกลุ่มพระจิตอาสาที่แวะเวียนไปเยี่ยมผู้ป่วยตามโรงพยาบาล เพื่อให้คำปรึกษาและเยียวยาจิตใจให้คลายทุกข์ ซีเคร็ตได้มีโอกาสมาพูดคุยถึงความเป็นมาและกิจกรรมของกลุ่มคิลานธรรมกับ พระวรท ธมฺมธโรแห่งวัดญาณเวศกวัน พระอาจารย์รุ่นใหม่หนึ่งในกลุ่มคิลานธรรมที่อุทิศตนเพื่อผู้ป่วยมาตลอด   กลุ่มพระคิลานธรรมเริ่มต้นมาอย่างไร “ กลุ่มคิลานธรรมเริ่มต้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 บุกเบิกโดยพระอาจารย์มหาสุเทพ ธนิกกุล (สุทธิญาโณ) แห่งวัดสังเวชวิศยาราม กับพระครูศรีวิรุฬหกิจ (หรือพระอาจารย์มหาวสันต์ ฐานวโรแห่งวัดอมรคีรี) และกลุ่มพระเพื่อน ๆ ของท่าน เริ่มจากที่พระอาจารย์เป็นพระนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาชีวิตและความตาย ก็ได้เป็นอาสาสมัครไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยตามโรงพยาบาล จากนั้นหนึ่งปีถัดมาก็ตั้งชื่อกลุ่มพระที่เป็นอาสาสมัครว่า ‘คิลานธรรม’ แล้วดำเนินกิจกรรมของกลุ่มมาจนถึงทุกวันนี้ พอเวลาผ่านไปกลุ่มคิลานธรรมจากกลุ่มพระนิสิตก็มีพระจากหลาย ๆ วัดทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดมาร่วมด้วย ”   พระอาจารย์เข้าร่วมในกลุ่มพระคิลานธรรมตั้งแต่เมื่อไร “ เริ่มแรกอาตมาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคิลานธรรมตอนมาอยู่ที่วัดญาณเวศกวัน พระอาจารย์ที่พรรษามากกว่าอย่างพระครูเมธังกร (ปณต คุณวฑฺโฒ) พระครูธรรมรัต (ธนัญชัย เตชปญฺโญ)ท่านรู้จักกับพระอาจารย์มหาสุเทพ ประธานกลุ่มคิลานธรรมมาตั้งแต่สมัยเป็นพระนิสิตมหาจุฬาฯแล้ว ได้ชักชวนอาตมาให้ไปอบรมและเรียนรู้เกี่ยวกับการให้คำปรึกษา และได้ไปลองเยียวยาผู้ป่วยตามโรงพยาบาล ”   เมื่อได้พบผู้ป่วยครั้งแรกรู้สึกอย่างไร “ […]

กรมพระศรีสวางควัฒน เสด็จเป็นองค์ประธานโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่และปฏิบัติธรรม ณ พุทธคยา ในวาระครบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 

กรมพระศรีสวางควัฒน เสด็จเป็นองค์ประธานโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่และปฏิบัติธรรม ณ พุทธคยา ในวาระครบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ สาธารณรัฐอินเดีย : เมื่อเวลา ๑๓.๓๐ น. ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่นำทีมบุคลากรทางการแพทย์มาออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาพระภิกษุ ผู้ปฏิบัติธรรม ตลอดจนประชาชนทั้งชาวไทยและอินเดีย ณ บริเวณหน้าโรงพยาบาลพระพุทธเจ้า ภายในวัดไทยพุทธคยา จากนั้น เสด็จไปยังพระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา ทรงเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีปลงผมนาค โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่และปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระกุศลฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐ ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในการนี้ ทรงขลิบผมนาคจำนวน ๔๔ ราย โดยมีพระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยาและหัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย – เนปาล เป็นผู้กล่าวนำประกอบพิธี จากนั้นพระราชทานพระวโรกาส ให้ นางสาวสวียา สันติพิทักษ์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา เบิกผู้มีจิตศรัทธาที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมวัดไทยพุทธคยาและร่วมบริจาคโดยเสด็จพระกุศลตามพระอัธยาศัย […]

“ชีวิตคือความตาย” ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ

“ชีวิตคือความตาย” ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ เมื่อรู้แจ้งชัดว่าชีวิตและความตายคือสิ่งเดียวกัน ย่อมพ้นจากความกลัวทั้งปวงและเข้าถึงความสุขอย่างยิ่ง การดำเนินชีวิตของปุถุชนล่องลอยไปตามกระแสของสังสารวัฏแห่งการเกิดและการตาย และความน่าสะพรึงกลัวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพราะเราไม่เห็นโทษภัยของสังสารวัฏ จึงมีแต่ปัญหาอันหาที่สุดมิได้ การดำเนินชีวิตของวิสุทธิบุคคลย่อมนำไปสู่ทัศนะที่ถูกต้อง เป็นการเรียนรู้ตนเองที่กำลังดำเนินอยู่ในสังสารวัฏจนเกิดความเข้าใจที่แท้จริงจากประสบการณ์ตรงต่อสัจจะ เข้าใจชีวิต เข้าใจโลก เข้าใจจักรวาลตามที่มันเป็น จนจิตใจเป็นอิสระจากความยึดถือในสิ่งที่เคยสำคัญผิดทั้งปวง สภาวะตามที่รู้แจ้งชัดในขณะบำเพ็ญภาวนาคือประสบการณ์ที่เป็นกัลยาณมิตรอันประเสริฐ เราจึงจำเป็นต้องแสวงหามันเพื่อเป็นประทีปส่องทางของชีวิต ธมุมทีโป ธมฺมสรโณ** (มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นที่พึ่ง) เพื่อสั่งสมบ่มเพาะอริยทรัพย์และความเจริญยิ่งในธรรม เราต้องตระเตรียมพวงแพเพื่อใช้ข้ามสายธารอันเชี่ยวกรากแห่งสังสารวัฏ ด้วยการเจริญจิตตภาวนาโดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นนิกายใด ศาสนาใด ย่อมกำจัดอุปสรรคและขวากหนามทั้งปวงลงได้ คำสอนของพระพุทธองค์ย่อมคงทนต่อการพิสูจน์ด้วยปัญญาญาณ แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาเป็นพัน ๆ ปี แต่ก็ยังคงความมั่นใจมาให้แก่ผู้เข้าถึงความจริงอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้แจ้งชัดว่าชีวิตในทุกขณะที่เรากำลังดำเนินอยู่คือความเป็นพุทธะ (ความสิ้นสุดของอัตตาตัวตน)   **ธมุมทีโป ธมฺมสรโณ (มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมป็นที่พึ่ง) ที่มา : ทีมนิกาย มหาวรรค…ไตร-เล่มที่ 10 ข้อ 93 หน้า 119   ที่มา  ทางสายกลางสู่อิสรภาพแห่งชีวิต โดย หลวงพ่อโพธินันทะ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ Photo by […]

ถ้ารู้สึกหวาดกลัวอันเนื่องมาจากเหตุการณ์รุนแรงที่โคราช เราควรวางใจอย่างไร

ถ้ารู้สึกหวาดกลัวอันเนื่องมาจาก เหตุการณ์รุนแรงที่โคราช เราควรวางใจอย่างไร โดย พระวรท ธมฺมธโร จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งอาจจะเกิดความรู้สึกหวาดกลัวต่อเหตุการณ์อยู่ แม้ว่าจะกลับมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม แต่เหตุการณ์นั้นก็ยังหลอกหลอนอยู่ในจิตใจของเรา ทำให้ใจเราเกิดความกลัวขึ้น เช่นกลัวสถานที่เกิดเหตุ ทำให้ไม่กล้าที่จะไปสถานที่นั้น ๆ อีกพักใหญ่ หรือกลัวคนที่กระทำความผิดแบบนี้อีก หากเรากลัวสถานที่นั้น ๆ ให้เราทำความเข้าใจว่า ความผิดหรือความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นที่สถานที่โดยตรง แต่เกิดขึ้นที่จิตใจคนต่างหาก ดังนั้นความชั่วร้ายไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่ สถานที่ก็อยู่ของมันอย่างนั้น ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย ในเมื่อความชั่วร้ายเกิดขึ้นที่จิตใจและจิตใจที่มีสภาพอย่างนั้นก็อยู่ในตัวบุคคลที่ชื่อว่าคนร้าย บัดนี้ คนที่ได้ชื่อว่าคนร้าย ก็ได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว เมื่อตัวบุคคลตายจากโลกนี้ไปแล้ว ความชั่วร้ายที่อยู่ในจิตใจคน ๆ นั้นก็สลายหายไปแล้วเช่นกัน และผู้ที่ได้รับวิบากกรรมจากเหตุการณ์นั้น คือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตก็ได้รับไปหมดแล้ว  ไม่มีใครจะต้องได้รับวิบากจากความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นในจิตใจของคนร้ายคนนั้นอีกต่อไป จึงเท่ากับว่าความโกรธแค้น การทำร้าย การฆ่า ที่มาจากคน ๆ นั้นจึงจบสิ้นไปแล้ว ความตายหรือความเจ็บจากเหตุการณ์นั้นจึงจบแล้วเช่นกัน ความจริงในปัจจุบันขณะจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติทันที เมื่อความจริงในปัจจุบันเป็นสภาพปกติแล้ว แต่ที่ยังไม่ปกติกลับกลายเป็นจิตใจของเราเองต่างหาก เมื่อเราไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกลายเป็นอดีตไปแล้ว ใจเราก็เกิดความกลัว ผวา หลอกหลอน เพราะเราปรุงแต่งมันขึ้นมาเอง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นที่ใจเรา ดังนั้นเราจึงต้องแก้​ที่ใจ วิธีแก้คือเราต้องมีสติอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบัน […]

อานิสงส์จากการปฏิบัติธรรมมีจริง

อานิสงส์จากการ ปฏิบัติธรรม มีจริง แม้วันเวลาจะล่วงเลยมาแล้วถึง 17 ปี แต่ผมยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี  (ปฏิบัติธรรม) เช้าวันนั้นผมตื่นนอนประมาณ 6.00 น. รู้สึกแขนขวาชา ความคิดแรกคือ ผมคงจะนอนทับแขนนาน พอลุกจากที่นอนก็หยิบแปรงมาหวีผม ปรากฏว่าแขนขวาไม่มีแรง จึงเดินลงมาชั้นล่างเพื่อถอยรถออกจากบ้าน (บ้านเป็นตึกแถว) พอเหยียบคันเร่ง รถพุ่งออกจากบ้านอย่างแรงจนเกือบชนประตูเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม เนื่องจากขาขวาเหยียบคันเร่งแล้วไม่ยอมถอน ผมลงจากรถแบบงง ๆ เอ…เราเป็นอะไรนี่ เช้านี้รู้สึกแปลก ๆ รีบไปนอนพักบนโซฟาในห้องรับแขก พอสาย ๆ เริ่มพูดไม่ค่อยได้ ลิ้นแข็ง แขนและขาไม่มีแรง มึนศีรษะเล็กน้อย เห็นท่าจะไม่ค่อยดี ผมจึงรีบนั่งแท็กซี่ไปหาหมอ (ไม่กล้าขับรถเอง) พอถึงโรงพยาบาล หมอตรวจอาการแล้วรีบให้ยา พร้อมกับบอกว่าผมเป็นอัมพฤกษ์ ผมใจหายวูบ เป็นไปได้อย่างไร ผมเพิ่งจะอายุ 43 ปีเอง ความคิดสับสนไปหมด หลังจากนั้นหมอเอาผมเข้าตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ผลปรากฏว่ามีเส้นเลือดตีบในสมอง หมอบอกว่า ถ้าผมมาช้าอีกสองสามชั่วโมงเส้นเลือดในสมองที่ตีบอาจแตกได้ โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตก็จะค่อนข้างสูง เจ็ดวันที่อยู่โรงพยาบาล ผมนอนรับยาละลายลิ่มเลือดผ่านทางสายน้ำเกลือ ต้องให้ภรรยาคอยป้อนอาหารและน้ำ ระหว่างอยู่โรงพยาบาล หมอมาตรวจอาการเพิ่มเติม […]

อุบายการพิจารณาด้วยปัญญา ธรรมะโดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

อุบายการพิจารณาด้วยปัญญา ธรรมะโดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ – ขอทำความเข้าใจกับนักปฏิบัติดังนี้ การพิจารณาด้วยปัญญานั้น จะพิจารณาได้ทุกอิริยาบถ จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ก็ใช้ปัญญาพิจารณาได้ทั้งนั้น และก็เป็นอุบายการพิจารณาอย่างเดียวกัน ส่วนอุบายที่นำมาพิจารณานั้นต้องอาศัยเหตุการณ์ที่เป็นหลักความจริงและพิจารณาให้ลงสู่ไตรลักษณ์ทุกครั้งไป การพิจารณากายต้องยกเอาธาตุ 4 ขันธ์ 5 มาเป็นต้นเหตุ และอาศัยสัญญา สมมติเป็นแนวทางของปัญญาไปก่อน ถ้าไม่อาศัยสัญญาและสมมติเป็นเหตุแล้ว การใช้ปัญญาก็จะขยายออกไปไม่ได้ เหมือนกันกับเด็ก ถ้าไม่มีที่เกาะพอพยุงตัวช่วยแล้ว การยืน การเดิน ก็จะล้มตัวได้ง่าย ถ้ามีที่เกาะพอพยุงช่วยตัวเองได้ เด็กก็จะค่อย ๆ ฝึกตัวเองให้ยืนเดินไปได้จนกว่ากำลังกายและความชำนาญพร้อมแล้ว ถึงจะไม่มีสิ่งอื่นช่วยก็ลุกเดินไปได้โดยกำลังตัวเองอย่างคล่องตัวนี้ฉันใด การฝึกปัญญาในช่วงแรกนั้น ก็ต้องอาศัยสัญญาและสมมติมาเป็นหลัก เพื่อเป็นสนามฝึกให้ปัญญาเกิดความเคยชินและชำนาญในการค้นคิดให้ถูกกับความเป็นจริง เรียกว่าจริงสมมติฉันนั้น ถึงจิตยังไม่ยอมรับความจริงตามปัญญาก็ตาม การพิจารณาก็ต้องค้นคิดกันไปอย่างต่อเนื่อง เหมือนเด็กที่เรียนหนังสือในขั้นต้น เด็กยังไม่เข้าใจในหลักการและยังไม่เข้าใจในการสอนของครู แต่ครูก็ต้องสอน อธิบายวิชาต่าง ๆ ให้เด็กฟังอย่างซ้ำ ๆ ซาก ๆ หลายครั้งหลายหนจนเด็กเกิดความเคยชิน ความรู้และวิชานั้น ๆ ครูสอนไปอย่างไร ความเข้าใจของเด็กก็จะค่อยซาบซึ้งเข้าไปในหัวใจเด็กได้นี้ฉันใด การใช้ปัญญาสอนจิตก็ต้องอาศัยความหมั่น […]

“จิตสัมผัส” เมื่อพระพุทธคุณบังเกิดขึ้นในจิต – ครูหนุ่ย งามจิต มุทะธากุล

ครั้งหนึ่งในฤดูหนาว ครูไปเข้ากรรมฐานที่วัดแห่งหนึ่ง พักในกุฏิหลังสุดท้าย ที่วัดนี้รับประทานอาหารมื้อเดียว พอถึงเวลาอาหาร ครูก็เดินไปตักอาหารใส่กะละมังสีขาวรวม ๆ กันไป แล้วก็เดินกลับไปนั่งรับประทานที่กุฏิ เวลาที่ครูไปเข้ากรรมฐาน ครูจะปิดวาจา ไม่พูดไม่คุยกับใคร สำรวมตา ไม่สอดส่ายสายตามองโน่นมองนี่ สำรวมหู ไม่เงี่ยหูฟังเสียงพูดคุยของคนอื่น สำรวมใจ คอยดูจิตไม่ให้ฟุ้งไปตามอารมณ์ เรียกว่า สำรวมอินทรีย์ ให้จิตมีสติรู้อยู่ภายในกายภายในใจของเราเท่านั้น (จิตสัมผัส) การสำรวมอินทรีย์นี้เป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติธรรมมาก แต่ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่มักไม่เคร่งครัดในการนี้ ความจริงสำนักปฏิบัติธรรมที่ดี ๆ ท่านก็บอกไว้แล้วทั้งนั้นว่าให้งดพูด แต่ไม่ค่อยจะปฏิบัติกัน มุ่งแต่การปฏิบัติในห้องกรรมฐานอย่างเดียว พอออกจากห้องกรรมฐานหรือห้องปฏิบัติรวมบ้างก็เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย บ้างก็แอบคุยกัน บ้างก็แอบเขียนแอบจด สติจึงไม่ต่อเนื่อง สมาธิไม่รวม ขาด ๆ วิ่น ๆ จิตไม่ตั้งมั่น การปฏิบัติธรรมจึงไม่สัมฤทธิผล ทำให้เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า “ปฏิบัติธรรมมาตั้งนานไม่เห็นจะได้อะไรเลย” ยังขี้โกรธเหมือนเดิม ปากมากเหมือนเดิม ชอบนินทาเหมือนเดิม ขี้อิจฉาเหมือนเดิม ยังถือตัวถือตน ดูถูกคนเหมือนเดิม ไปมากไปบ่อย แต่ปฏิบัติจริง ๆ น้อย ก็ได้มรรคได้ผลตามเหตุปัจจัย เช้าวันนั้นพระท่านบิณฑบาตได้อาหารมาไม่มากนัก ครูตักข้าวกับผัดถั่วฝักยาวมารับประทาน […]

วัดสุทัศนเทพวราราม ดาวดึงส์สวรรค์บนผืนพิภพ

วัดสุทัศนเทพวราราม ดาวดึงส์สวรรค์บนผืนพิภพ วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นพระอารามที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โดยพระองค์ทรงตั้งพระทัยให้มีพระอารามประดิษฐานในพระนคร ในครั้งนั้นพระองค์ตั้งนามวัดว่า “วัดมหาสุทธาวาส” ต่อมาสร้างเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงเปลี่ยนนามวัดนี้ว่า “สุทัศนเทพวราราม” เป็นชื่อเมืองบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วัดแห่งนี้จึงไม่ต่างจากการจำลองดาวดึงส์สวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์       วัดสุทัศนฯ งดงามด้วยความผสมผสานระหว่างศิลปะไทยและจีน คือสถาปัตยกรรมและแผนผังแบบวัดสมัยกรุงศรีอยุธยา เช่น ระเบียงคดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมากมายคล้ายกับวัดพุทไธศวรรย์ที่พระนครศรีอยุธยา และตกแต่งวัดด้วยตุ๊กตาหินจีน หรือ อับเฉา ตัวอย่าง เช่น ถะจีน คือเจดีย์ศิลปะแบบจีนที่วางอยู่รอบพระวิหาร หรือตุ๊กตาขุนพล ขุนนาง สตรีจีน และเทพเซียนในคติศาสนาเต๋า     พอเข้ามาภายในวัดจากประตูที่มาทางเสาชิงช้า จะพบกับเก๋งจีนกับตุ๊กตาจีนหน้าพระวิหาร เมื่อเข้ามาภายในพระวิหารจะพบกับพระประธานองค์ใหญ่นามว่า “พระศรีศากยมุนี” รัชกาลที่ 2 ทรงอาราธนามาจากสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องอดีตพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ ชาดก รวมทั้งความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจากวรรณคดีเรื่อง “ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา”  เช่น สวรรค์ เทวดา สัตว์หิมพานต์ นรก […]

เมื่อหลวงปู่ดูลย์รอดตายจากสัตว์ร้ายในป่า

เมื่อ หลวงปู่ดูลย์ รอดตายจากสัตว์ร้ายในป่า ตามปกติ หลวงปู่ดูลย์ จะพำนักในเขตอารามเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น หากเป็นช่วงออกพรรษา ท่านมักพาคณะภิกษุสามเณรออกธุดงค์ไปในป่าลึกที่มีสัตว์ป่าชุกชุม โดยเฉพาะป่าเทือกเขาพนมดงรักทางตอนใต้ของจังหวัดสุรินทร์ บางครั้งธุดงค์ไปไกลถึงขั้นเข้าเขตแดนประทศกัมพูชาเลยทีเดียว ครั้งหนึ่งท่านพาลูกศิษย์ที่เป็นสามเณร คือสามเณร์โชติกับสามเณรทอน ออกธุดงค์ไปตามเทือกเขาพนมดงรัก มุ่งหน้าไปยังเขาพระวิหาร เข้าเขตจอมกระสานในประทศกัมพูชา การเดินทางเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะต้องเดินฝาปารกที่มีสัตว์ร้ายชุกชุม พระธุดงค์ เสือ หมี ช้าง และควายป ต่างต้องใช้ส้นทางของป่าร่วมกัน และมีโอกสประจันหน้ากันได้ทุกนาที ขณะที่หลวงปู่เดินนำหนห่างจากสามณรทั้งสองพอควรเหตุการณ์ระทึกขวัญก็เกิดขึ้น ควายป่าตัวใหญ่ท่ทางดุร้ายวิ่งผ่านมาด้วยความตื่นตระหนก ภัยร้ายมาถึงสมณะทั้งสามโดยมิทันได้ตั้งตัว สามเณรทั้งสองรีบปืนขึ้นต้นไม้ด้วยอากาศตกใจและรอดจากเขาโง้งคมกริบหวุดหวิด ทว่าขณะเหนี่ยวกิ่งไม้หนีภัยอยู่นั้น กลับต้องเห็นภาพที่น่าอกสั่นขวัญแขวน ควายป่าควบเท้าวิ่งเข้าหาร่างของหลวงปู่ดุลย์อย่างมุ่งร้าย มันขวิดเข้าเต็มกำลังจนท่านกระเด็นล้มลง หนำซ้ำยังเข้าไปขวิดร่างที่ห่มจีวรนั้นซ้ำอีกหลายตลบก่อนที่จะวิ่งเตลิดหายไปในราวป่า จิตใจของสามเณรทั้งสองไม่ค่อยสู้ดีนักเมื่อเห็นเศษจีวรของหลวงปู่ขาดป่นไม่มีชิ้นดี แต่เมื่อลงจากต้นไม้เดินเข้าไปดูใกล้ ๆ  ก็ใจชื้นเมื่อเห็นว่หลวงปู่ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้เพียงเล็กน้อย เขาควายป่าอันแหลมคมคลาดจากร่างกายของท่านไปอย่างน่าอัศจรรย์ สามเณรโชติและสามเณรทอนต่างดีใจ แต่ก็ประหลาดใจจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต่อมาเมื่อสามเณรเล่าเหตุการณ์น่าระทึกนี้ ให้ญาติโยมฟัง ทุกคนต่างเล่าลือว่าหลวงปู่ดูลย์มีเครื่องรางหรือ คาถากันภัยสุดขลัง แต่ท่านยืนยันว่า “อาตมามิได้มีปาฏิหาริย์” หากจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดคุ้มครองให้หลวงปู่ดูลย์รอดพ้นจากภัยที่อาจถึงแก่ชีวิตนั้นมาได้ ก็คงจะเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระธรรมที่ท่านศึกษาและปฏิบัติมาตลอด ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า “ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม”   ที่มา : หลวงปู่ดูลย์ อริยสงฆ์ผู้เป็นบิดาแห่งการภาวนาจิต […]

มองใจให้ถูก ใจจึงจะดับทุกข์ได้ ธรรมะโดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม

มองใจต้องมองให้ถูกตัว ใจจึงจะดับทุกข์ได้ หากมองไม่ถูกก็ไม่หายทุกข์ เวลามีคนมาตำหนิแล้วเราทุกข์ นั่นเป็นเพราะเราไม่ได้มองความรู้สึกที่กำลังทุกข์ขณะนั้น แต่เราไปมองคนที่ตำหนิเราแทน เราก็เลยทุกข์ไม่หยุด เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ คนที่ทำให้เราทุกข์อยู่ข้างนอก ใจที่ทุกข์อยู่ข้างใน ดูใจทุกข์ต้องดูข้างใน ถ้าดูถูก ตัวทุกข์ก็ดับ แต่ถ้าเราส่งใจออกข้างนอกไปดูคนนั้นต่อ ความทุกข์ก็จะดำเนินต่อไปเช่นกัน แบบนี้เขาเรียกว่าดูผิดตัว  (มองใจให้ถูก) อาการดูผิดตัวเกิดขึ้นเพราะเรามองไม่เห็นความเป็นจริง ความเป็นจริงถูกซ่อนไว้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “อวิชชา” อวิชชา คือ สิ่งปิดบังใจ ไม่ให้ใจของเราได้รับรู้ความจริง พูดง่าย ๆ ว่า อวิชชาคือความไม่รู้  เพราะเราไม่รู้ความจริง จึงเข้าใจผิดว่า สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้หมดไปไหน ยังมีอยู่ตลอดไปชั่วกาลนาน ตรงนี้เองเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหา ทำให้เกิดความยินดียินร้ายตามมา ที่สำคัญก็คือ เป็นการยินดียินร้ายที่ผิดฝาผิดตัวเสียด้วย ที่เราทุกข์ใจจึงไม่ใช่อื่นไกลเลย แต่ทุกข์เพราะรักผิดตัว เกลียดผิดตัว สิ่งที่เราเห็นเราไม่ชอบ แต่เราไปชอบใจในสิ่งที่เราไม่ได้เห็น ปัญหาใจจึงเกิดขึ้นง่าย ๆ เท่านี้เอง ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว ผิดตัวอย่างไร ตาเป็นอายตนะภายใน รูปเป็นอายตนะภายนอก ตากับรูปต้องกระทบกัน จากนั้นใจก็รับรู้ เมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นมาแล้ว รูปที่กระทบตานั้นก็จบไป […]

ซีเคร็ตรีวิว : งานสมโภช “ศุภมงคลสมัย 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม”

ซีเคร็ตรีวิว : งานสมโภช “ศุภมงคลสมัย 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามจัดงานสมโภช “ศุภมงคลสมัย 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” ชวนไหว้สักการะพระพุทธอังคีรส พระพุทธประทีปวโรทัย และพระพุทธรูปปางนาคปรกศิลปะลพบุรี ชมความงามของสถาปัตยกรรมที่เกิดจากพระราชศรัทธาของพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ที่มีต่อพระพุทธศาสนา         วันนี้แอดมินมาชมงานศุภมงคลสมัย 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามโดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 ภายในเขตพุทธาวาส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเป็นพระอารามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาและมีพิธีก่อพระฤกษ์เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2412 หลังจากเสด็จขึ้นครองราชสมบัติได้ 1 ปี คำว่า “ราชบพิธ” หมายความว่า “พระราชาทรงสร้าง”       สิ่งแรกที่น่าตื่นตาตื่นใจคือ ความงดงามของพระอุโบสถและพระวิหาร ถึงด้านนอกจะงดงามอย่างไทย  ด้วยใบระกาหางหงส์ และกระเบื้องรูปเทพนมแล้ว ภายในพระอุโบสถตกแต่งด้วยศิลปะยุโรปแบบโกธิก เอกลักษณ์ของพระอุโบสถคือลวดลายของดอกไม้ร่วงบนพื้นสีเขียว       […]

ทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์ ลูกฆ่าพ่อแม่ เกิดขึ้น

ทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์ ลูกฆ่าพ่อแม่ เกิดขึ้น เรื่อง ลูกฆ่าพ่อแม่ มีมานานแล้ว ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ยุคสมัยนี้เท่านั้น อย่างในสมัยพุทธกาลก็มีเรื่องพระเจ้าอชาตศัตรูปองพระชนม์พระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นพระบิดา ก่อนหน้านี้ในราชสกุลนี้ก็มีปิตุฆาตกันมานานแล้ว เป็นเรื่องของกงเกวียนกำเกวียน ในช่วงที่พระพุทธเจ้าทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ยังไม่สามารถห้ามไม่ให้พระเจ้าอชาตศัตรูปองพระชนม์พระบิดาได้ มันเป็นเรื่องของบุพกรรม ถ้าจะถามเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่สำหรับคนที่พลาดทำไปแล้ว เรื่องของเขาจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับผู้ดูข่าว   ถ้าเราขาดสติ กิเลสจะเข้ามาครอบงำจิตใจ เราจะสามารถทำได้ทุกอย่าง แม้สิ่งที่ไม่เป็นธรรม   เราจะเห็นได้จากสื่อข่าวต่าง ๆ ที่ฆ่าพ่อแม่ ล้วนเกิดจากกิเลสเข้าครอบงำทั้งสิ้น ถ้าเราไม่อยากเป็นอย่างนั้น เราต้องกลับมาดูตัวเองว่าเรามีสติดีหรือยัง มีสติตั้งมั่นดีหรือยัง หรือสติเรายังอ่อนอยู่ไหม   ถ้าสติขาด สติยังไม่เกิด โอกาสที่จะเป็นเหมือนเขา ก็ยังมีอยู่ คิดได้อย่างนั้นเราก็จะไม่ประมาท    สำหรับคนที่ทำไปแล้วควรทำอย่างไรดี ตามหลักธรรมท่านว่า เวลาที่ทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ทำบกพร่องไปแล้ว ท่านว่าให้กระทำคืน คือการขอขมา หรือขออโหสิกรรม ว่าเราจะไม่ทำอีก อันนี้ไม่เป็นการซ้ำเติมตัวเองให้ตราบาปค้างคาในจิตใจ ต่อไปก็จะสำรวมระวังในการกระทำ ถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพง แต่ถ้าไม่เจริญสติ หรือฝึกสติก็มีสิทธิ์กลับไปทำอย่างนี้ได้อีก ซึ่งอาจไม่ใช่แค่คุณพ่อ หรือคุณแม่ อาจเป็นคุณคนนั้น คุณคนนี้ กลายเป็นกรรมที่ไม่มีที่สิ้นสุด […]

“ชนะใจ” ลูกน้องทันที…ที่ “ไม่โกรธ” – พิทยากร ลีลาภัทร์

เชื่อไหมว่า ผมเป็นคนโทสะแรงมาก ก่อนที่ผมจะฝึกเจริญสติเมื่อหลายปีก่อน แค่คนขับรถปาดหน้าก็จะลงจากรถเข้าไปต่อยเขาแล้ว ไม่เคยกลัวใคร ตายเป็นตาย! แต่หลังจากเริ่มดูกายดูใจตัวเองเป็น โทสะที่เคยแรงมากก็ลดระดับลงแทบไม่เหลือ อย่างเมื่อวันก่อนกำลังยืนต่อแถวเพื่อจ่ายสตางค์ในห้างดัง อยู่ ๆ ก็มีคนเดินมาแซงคิวแบบเนียน ๆ ผมก็ขัดใจ แต่รู้ทันและมีสติพิจารณาบอกได้ว่า เราไม่รีบ การได้จ่ายเงินช้าลง 1 – 2 นาที คงไม่ได้เปลี่ยนชีวิตเราขนาดนั้น แต่บางครั้งหากโกรธมาก ๆ เราพิจารณาไม่ทัน ก็ต้องให้สติเข้ามาช่วย อย่างเช่นเหตุการณ์ดังต่อไปนี้… หลังจากผมพบว่าลูกน้องทำงานผิดพลาดในสิ่งที่ไม่ควรผิด รับปากอะไรแล้วไม่ดำเนินการให้เรียบร้อย ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ในฐานะผู้จัดการ ผมเรียกเขาเข้ามาคุยและตักเตือน แต่ลูกน้องคนนั้นกลับมีข้ออ้างและข้อแก้ตัวแบบเดิม ๆ ที่ใช้มาแล้วหลายรอบ และไม่เคยแก้ไขตัวเองเลย ผมเริ่มโมโหจนหน้าแดง ใจเต้นแรง มือสั่น หายใจถี่ รู้สึกเหมือนอยากจะต่อว่าลูกน้องคนนั้นแรง ๆ ให้สะใจ ซึ่งหากไม่เคยฝึกสติดูจิตดูใจ ปฏิบัติธรรมมาก่อน ผมอาจต่อยอดจากการต่อว่าเป็นการกระโดดเข้าไปต่อยลูกน้องแล้วก็ได้ วินาทีนั้นรู้สึกเหมือนภายในตัวมีแรงดันคล้ายกับท่อที่มีน้ำร้อน ๆ กำลังพลุ่งขึ้นมา จิตของผมคล้ายมีทางแยกเป็นสองทาง ทางแรกคือ ด่าลูกน้องออกไปแรง ๆ อีกทางคือ บอกกับตัวเองว่าถ้าพูดออกไปตอนนี้จะเป็นการใช้อารมณ์ […]

การกระทำของ ” ไอซ์ หีบเหล็ก ” เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมหรือไม่

การกระทำของ ” ไอซ์ หีบเหล็ก ” เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมหรือไม่ ข่าว ไอซ์ หีบเหล็ก กำลังเป็นที่สนใจและถูกตั้งคำถามต่อการกระทำของเขา ซีเคร็ตจึงเกิดข้อสงสัยเรื่องพฤติกรรมและการกระทำของไอซ์ หีบเหล็ก รวมไปถึงการหาทางแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกด้วยธรรมะ ซีเคร็ตจึงได้ขอความเมตตาจากพระครูธรรมรัต (ธนัญชัย เตชปญฺโญ) แห่งวัดญาณเวศกวัน ช่วยตอบปัญหาธรรมนี้ ” การกระทำของไอซ์ หีบเหล็กถือว่าเป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมหรือไม่ และถ้าเราเป็นไอซ์ หีบเหล็ก จะทำอย่างไรให้หลุดพ้นจากวิบากกรรมที่ต้องฆ่ากันไปฆ่ากันมาเช่นนี้ แล้วถ้าเราตกเป็นเหยื่อของฆาตกร ควรทำตัวอย่างไรให้รอดจากการถูกฆ่า และคดีนี้สอนหรือเตือนใจเราอย่างไรบ้างคะ พระอาจารย์ ”  พระอาจารย์ไขปัญหาธรรมดังนี้ : ก่อนตอบคำถาม ผู้เขียนขอชื่นชมผู้ถามสักเล็กน้อยว่า มีความเป็นนักศึกษาที่ดีที่สนใจใคร่ธรรมและรู้จักน้อมนำมาสู่วิถีชีวิต ชาวพุทธผู้ได้ชื่อว่า เป็นผู้ตื่น รู้ เบิกบาน ต้องเป็นนักศึกษาชนิดที่ใฝ่รู้ใฝ่สร้างสรรค์อย่างนี้ และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในความรู้ ชาวพุทธต้องจับหลักให้ได้ โดยเฉพาะหลักกรรม ซึ่งเป็นหลักสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตของมวลมนุษยชาติ แต่ก็ต้องเตือนตนบ่อยๆ ด้วยว่า แม้หลักกรรมจะสำคัญแต่ก็ยังมีหลักอื่นๆ ที่ต้องระลึกเสมอ ไม่เช่นนั้นจะเหมารวมไปหมดว่าอะไรๆ ที่เป็นไปนั้นเป็นเพราะกรรมเสียหมด อย่างนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นความเห็นผิดชนิดหนึ่ง ผู้สนใจพึงศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง นิยาม ๕ (ได้ในพจนานุกรมพุทธศาสน์ […]

เมื่อหลวงปู่หลุย จันทสาโรเจอพลังแห่งบุพเพสันนิวาส 

เมื่อ หลวงปู่หลุย จันทสาโรเจอพลังแห่งบุพเพสันนิวาส หลวงปู่หลุย ได้ออกธุดงค์แสวงหาความวิเวกในแถบจังหวัดเลย และจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างนี้ท่านก็ได้พบกัลยาณมิตรคือ พระขาว อนาลโย และพระชอบ ฐานสโม ในการธุดงค์นั้นท่านได้พบความสงัดแห่งป่าเขาลำเนาไพรอันเหมาะสมแก่การภาวนา การเดินแต่ละก้าวในป่าใหญ่ยิ่งทำให้ใจใกล้ชิดกับความสงบยิ่ง พระหลุยทำความเพียรท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มเย็นจนกระทั่งได้ข่าวว่าบ้านญาติของท่านคนหนึ่งที่หล่มสักมีงานศพ ท่านจึงรับนิมนต์ไปสวดพระอภิธรรมในงานนั้นด้วย     หากแต่งานนี้กลับทำให้ท่านถูกบุพเพสันนิวาสที่มีมาแต่อดีตชาตินั้นเล่นงาน ในวันงาน พระหลุยได้สวดพระอภิธรรมตามปกติ ระหว่างการหยุดพักสวด ทางเจ้าภาพก็นำน้ำปานะมาถวาย ในขณะนั้นเองสายตาของท่านก็ไปสบสายตาคู่งามของสตรีผู้หนึ่ง เพียงแค่สบตาเท่านั้น ท่านก็แทบจะสิ้นสติสมประดีถึงกับจะล้มลงที่เดียว แต่โชคดีที่พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาดโม เข้ามาประคองท่านไว้ทันราวกับทราบวาระจิตของท่านล่วงหน้า ส่วนฝ่ายหญิงเองก็สิ้นสติล้มลงจนญาติผู้ใหญ่ต้องเข้ามาช่วยประคองไว้เช่นกัน เหตุการณ์นี้ทำให้พระหลุยทราบว่า ท่านเคยตั้งปรารถนาพุทธภูมิไว้ และสตรีผู้นั้นคือคู่บารมีที่ได้ร่วมสร้างบุญบารมีร่วมกันมายาวนานหลายภพหลายชาติ     สตรีผู้นั้นเป็นกุลสตรีที่ได้รับการศึกษาและการอบรมมาอย่างดี จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสตรีที่มีชื่อทางภาษาต่างประเทศ ขี่ม้าเก่ง รูปงาม แต่งตัวสวยแบบสาวชาวกรุง และมีชื่อเสียงในวงการหนังสือ จากเหตุการณ์นี้ทำให้พระหลุยแทบสิ้นสติ พระอาจารย์สิงห์จึงรีบพาท่านออกมาเพื่อหลีกภัยแห่งพรหมจรรย์อย่างเร็วที่สุด และทำให้เห็นว่าภพชาติที่ทำให้คนเราต้องเกี่ยวเนื่องกับบุคคลอื่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สิ้นสุด การไม่สิ้นภพชาติจึงถือเป็นภัยอย่างยิ่ง   ที่มา : หลวงปู่หลุย จันทสาโร อริยสงฆ์ผู้มักน้อย สันโทษ โดย พรชนก ชาติชำนิ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ […]

“พลังบวร” เมื่อวัดหันมาดูแลคนรอบวัด 

“พลังบวร” เมื่อวัดหันมาดูแล คนรอบวัด การทำให้วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนถือว่า เป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา และในปัจจุบันมีหลายวัดได้ดำเนินการเข้าไปดูแล “ คนรอบวัด ”  เช่น การเยี่ยมเยียมผู้สูงอายุ, ดูแลผู้ป่วยติดเตียง หรือแม้กระทั่งซ่อมบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อย ที่อาศัยอยู่รอบหรือใกล้เคียงกับวัด วัดยานนาวา เห็นความสำคัญจึงจัดกิจกรรม “พลังบวร” ขึ้นมาโดยให้วัดสามารถที่เป็นที่พึ่งพิงของชุมชนรอบและใกล้เคียงวัดได้ ซึ่งทางวัดเองได้จัดกิจกรรมนี้มาอย่างต่อเนื่อง     เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา  สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ได้เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่สาธุชนชุมชนเขตสาทรและชุมชนใกล้เคียง     โดยกิจกรรมในครั้งนี้ วัดยานนาวา ร่วมกับ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ นำบุญ โดย คุณประจักษ์ – คุณละออ ตั้งคารวคุณ และครอบครัว พร้อมกัลยาณมิตร ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคและปัจจัยขวัญถุง เป็นจำนวน 1,000 […]

“ด้วยรักและเมตตา” รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ

ผมมักสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับความจริงของโลก ชีวิต จิตวิญญาณ ศาสนา และศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตัวเองมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก (นายแพทย์ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ) อาจจะด้วยความที่เป็นเด็กช่างสงสัย ผมจึงไม่เคยหยุดที่จะหาคำตอบหรือยอมเชื่ออะไรง่าย ๆ จนกว่าจะลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ในเรื่องการรู้แจ้งในความจริงของชีวิตก็เช่นกัน ผมจึงลงมือหาคำตอบด้วยการปฏิบัติธรรมตั้งแต่อายุ 12 – 13 ปี โดยฝึกสมาธิทุกวัน รวมทั้งอ่านคัมภีร์ทางศาสนา เช่น มิลินทปัญหา ซึ่งผมอ่านตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมและชอบหนังสือเล่มนี้มาก เพราะได้แสดงให้เห็นการปุจฉา – วิสัชนาอย่างลึกซึ้งตลอดทั้งเล่ม รวมไปถึงหนังสือ กรรมฐาน 40 ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ และหนังสือ คู่มือมนุษย์ ของท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนังสือหลักของผู้ปฏิบัติธรรมทุกคน จากประสบการณ์ในวิปัสสนากรรมฐานทำให้ผมตระหนักรู้ในทุกข์คือตั้งแต่เกิดจนตาย ชีวิตของคนเราคือกองทุกข์ หายใจเข้าไม่หายใจออกก็ทุกข์ หายใจออกแล้วไม่ได้หายใจเข้าก็ทุกข์…ทุกข์นี้คือความจริง แต่ทุกข์นั่นเองที่เป็นเงื่อนไขสำคัญให้จิตพ้นทุกข์ อาจเรียกได้ว่าเป็น “ข้อดี” ของความทุกข์ก็น่าจะได้ เพราะทุกข์เป็นเครื่องช่วยให้เรามีความรักความเมตตาต่อทุกชีวิต และยังช่วยให้แสวงหาทางพ้นทุกข์ด้วยสติปัญญา ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ผมจึงมักจะเฟ้นหาสถานที่ที่สงบเพื่อไปเก็บตัวปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิตามที่ต่าง ๆ หากมีเวลามากหน่อยก็ไปพักฝึกจิตใจที่วัดป่าสัก 3 – 4 วัน ถ้าไม่มีเวลาก็อาศัยการนั่งที่ข้างสระน้ำแถว […]

เทวดาตกนรกเพราะกรรมริษยา 

เทวดาตกนรก เพราะกรรมริษยา เคยสงสัยไหมว่า เทวดามีสิทธิ์ตกนรกเหมือนมนุษย์หรือไม่ ซีเคร็ตบอกได้ค่ะว่ามีสิทธิ์ไม่ต่างจากมนุษย์ ขอยกเรื่องเล่า เทวดาตกนรก มาเล่าสู่กันฟังจากหนังสือเรื่อง “เปลี่ยนเจ้ากรรมนายเวรให้เป็นมิตร” มาฝากค่ะ ในศาสนาของพระพุทธเจ้ากัสสปะ ซึ่งอุบัติก่อนหน้าศาสนาของพระพุทธจ้าองค์ปัจจุบัน มีพระสาวก 2 รูปอยู่จำพรรษาด้วยกัน รูปหนึ่งเป็นมหาถระ (พระผู้ใหญ่ที่บวชตั้งแต่ 20 พรรษาขึ้นไป) และอีกรูปหนึ่งเป็นพระอนุเถระ (พระผู้น้อย บวชได้ 10 พรรษา แต่ไม่ถึง ๒ พรรษา) ทั้งสองรูปต่างคุ้นเคยสนิทสนมเอื้ออาทรเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน แต่เมื่อทวดาองค์หนึ่งรู้เห็นวัตรปฏิบัติของท่านกลับเกิดจิตริษยา จึงหาโอกาสทำให้ท่านทั้งสองแตกกัน เจตนาร้ายของเทวดสำเร็จลงในวันอุโบสถหรือวันพระใหญ่ ขณะที่พระมหาเถระและพระอนุถระกำลังเดินทางไปยังวัตแห่งหนึ่ง เพื่อฟังการสวดพระปาติโมกข์ ซึ่งเป็นสังฆกรรมที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ให้พระสาวกทำร่วมกัน ระหว่างทางพระอนุเถระเกิดปวดปัสสาวะ ท่านจึงบอกพระมหาเถระให้คอยอยู่ข้างทางก่อน ส่วนตัวท่านเองหลบเข้าไปถ่ายปัสสาวะริมพุ่มไม้ เทวดาเจ้าริษยาติดตามพระเถระทั้งสองรูปมาตลอดทาง เมื่อเห็นโอกาสที่จะทำลายความสามัคคีได้ จึงเนรมิตกายทิพย์ให้เป็นกายหยาบ แล้วแปลงกายเป็นหญิงสาวเดินตามหลังพระอนุเถระออกมาจากริมพุ่มไม้ที่ท่านเข้ไปถ่ายปัสสาวะ พร้อมทั้งแสดงกิริยาอาการจัดมวยผมและจัดผ้านุ่ง ส่อไปในทางที่ทำให้พระมหาเถระที่คอยอยู่เข้าใจผิดว่พระอนุถระกับเธอได้ทำสิ่งบัดสีด้วยกัน จากนั้นเทวดาจอมริษยาก็หายวับไป ปล่อยให้พระเถระทั้งสองมีเรื่องขัดใจกันอย่างรุนแรง “ท่านศีลขาดแล้ว…” สิ้นเสียงต่อว่าของพระมหาเถระ พระอนุถระก็รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด จึงย้อนถามอย่างมึนงงว่า “ทำไมหลวงพี่พูดอย่างนั้นเล่าครับ” “ก็เห็นทนโท่ว่ามีหญิงสาวเดินตามท่านออกมาจากพุ่มไม้ แถมยังจัดผ้าจัดผมยุ่งเหยิงไปหมด” พระมหาเถระยังคงเสียงแข็ง แม้พระอนุเถระจะพยายามพูดชี้แจงอย่างไร แต่พระมหาเถระก็ไม่ยอมเข้าใจ […]

keyboard_arrow_up