พระโกกาลิกะ ผู้ไปสู่ขุมนรกเพราะอาฆาตพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้า

พระโกกาลิกะ ผู้ไปสู่ขุมนรกเพราะอาฆาต พระอัครสาวก ของพระพุทธเจ้า เหตุใดพระโกกาลิกะจึงอาฆาตพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ ผู้เป็น พระอัครสาวก ของพระพุทธเจ้า ด้วยการกล่าวหาพระอรหันต์ผู้ประเสริฐที่ทำให้พระเถระรูปนี้ต้องตกมหานรกอย่างไม่ทันตั้งตัว เรื่องราวของพระภิกษุรูปหนึ่งมีชื่อว่า “โกกาลิกะ”  พระภิกษุรูปนี้กล่าวหาว่าพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเป็นผู้กล่าวลามก พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตักเตือนไม่ให้พระโกกาลิกะกล่าวเช่นนั้นถึง 3 ครั้งด้วยกัน แต่ทันใดนั้นเองแผ่นดินได้แยกออก (ในอรรถกถา ธรรมบทใช้คำว่า “แผ่นดินได้ให้ช่องแล้ว” หมายถึงแผ่นดินได้แยกเป็นช่อง อาจตรงกับธรณีสูบ) พระโกกาลิกะจึงตกลงไปสู่มหานรกที่มีชื่อว่า “ปทุมนรก”  ทันที หลังจากนั้นบรรดาพระภิกษุที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์พระโกกาลิกะตกนรกพากันจับกลุ่มสนทนาถึงเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาจึงตรัสถามบรรดาพระภิกษุว่า “พวกเธอทั้งหลายจับกลุ่มสนทนาด้วยเรื่องอะไรกัน” พระภิกษุตอบพระองค์ว่า “กำลังสนทนาถึงเรื่องกรรมของพระโกกาลิกะพระเจ้าข้า”     พระพุทธองค์จึงตรัสถึงอดีตชาติของพระโกกาลิกะว่า ครั้งพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเกิดเป็นหงส์ทองอาศัยอยู่บนภูเขามีชื่อว่า “จิตตกูฎ” หงส์ทองสองตัวนี้มักไปหาอาหารที่สระน้ำแห่งหนึ่งในหิมวัตประเทศ (ป่าหิมพานต์) ซึ่งสระน้ำแห่งนั้นมีเต่าตัวหนึ่งอาศัยอยู่ หงส์ทั้งสองสนิทสนมกับเต่าตัวนี้มาตั้งแต่เด็กทำให้กลายเป็นเพื่อนกัน หงส์ทองทั้งสองอยากพาเต่าไปเที่ยวบ้านของตน จึงให้เต่าคาบกิ่งโดยหงส์ทั้งสองจะคาบกิ่งไม้คนละข้างแล้วบินพาเต่าไปยังเขาจิตตกูฎ เด็ก ๆ เห็นเต่าคาบกิ่งไม้โดยมีหงส์สองตัวคาบไม้ตัวละข้างก็พยายามตามคนอื่นมาดู เจ้าเต่าไม่พอใจจึงกล่าวว่าเด็ก ๆ ว่า “เจ้าเด็กเวร ไม่เคยเห็นเต่ากันหรืออย่างไร” ปรากฏว่าขณะที่เต่าต่อว่าเด็ก ๆ อยู่นั้น ปากก็ปล่อยออกจากกิ่งไม้ ทำให้มันร่วงตกลงมาตายในที่สุด     เรื่องของพระโกกาลิกะทำให้เห็นว่านอกจากพระเทวทัต […]

ธรรมเทพบุตร เทวดาผู้ยกย่องคุณแห่งความไม่โกรธ

ธรรมเทพบุตร เทวดาผู้ยกย่อง คุณแห่งความไม่โกรธ ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร หลังจากพระเทวทัตทำให้เกิดสังฆเภท และพระบาทของพระพุทธองค์ห้อพระโลหิต ได้ถูกธรณีสูบลงไปสู่อเวจีมหานรก พระพุทธเจ้าทรงเมตตาตรัสถึงอดีตพระชาติครั้งเสวยพระชาติเป็น ธรรมเทพบุตร ผู้ยกย่อง คุณแห่งความไม่โกรธ ว่า ครั้งพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นเทพบุตร ผู้มีบริวารเป็นเทพธิดาถึงหนึ่งพันนาง  มีนามว่า “ธรรม” ถึงจะเกิดเป็นเทวดา สุขสบายไปด้วยสมบัติอันเป็นทิพย์ และวิมานทองคำ แต่กลับท่องเที่ยวชักชวนให้มนุษย์ทั้งหลายประพฤติในการทำความดี นับว่ามีจิตวิสัยแห่งความเป็นพระโพธิสัตว์โดยแท้     เทพบุตรประทับราชรถทิพย์พร้อมด้วยเทพธิดาจากวิมานมุ่งไปสู่ชมพูทวีป ในเวลาหลังจากมนุษย์รับประทานอาหารมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว เทพบุตรและบริวารจะปรากฏขึ้นท่ามกลางอากาศ แล้วชักชวนให้ชนทั้งหลายประพฤติในกุศลกรรมบถ 10  (คำสอนว่าด้วยเรื่องหนทางแห่งการทำความดี 10 ประการ) และสุจริตธรรม 3 ได้แก่การเคารพนับถือบิดามารดา สมณะชีพราหมณ์ (นักบวช) และญาติผู้ใหญ่ในตระกูล เพราะเป็นหนทางไปสู่สวรรค์     แดนสวรรค์นอกจากจะมีเทวดาผู้มีธรรมอย่างธรรมเทพบุตรแล้ว ยังมีเทวดามิจฉาทิฏฐินามว่า “อธรรมเทพบุตร” เทพบุตรองค์นี้จะชักชวนให้มนุษย์กระทำสิ่งตรงข้ามกับธรรมะที่ธรรมเทพบุตรสั่งสอนคือ “อกุศลกรรมบถ 10” เพื่อทำให้มนุษย์เพลิดเพลินอยู่ในกิเลส เทพบุตรทั้งสองต่างชักชวนให้มนุษย์ดำรงชีวิตด้วยคำสอนของตน ทั้งสองต่างขับราชรถไปในทิศต่าง ๆ ของชมพูทวีป ไม่มีทีท่าว่าจะได้โคจรพบกัน จนกระทั่งวันหนึ่งขบวนของธรรมเทพบุตรขับผ่านเส้นทางที่ขบวนของอธรรมเทพบุตรที่กำลังขับกลับมาพอดี […]

keyboard_arrow_up