พุทธชัยมงคลคาถา กับเส้นทางสู่ความสำเร็จของ ดร. ธนากร ศรีชาพันธุ์

พุทธชัยมงคลคาถา กับเส้นทางสู่ความสำเร็จ – ดร. ธนากร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักกีฬาเทนนิสทีมชาติ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการลูกสักหลาดมากว่า 30 ปี ทั้งในฐานะนักกีฬาและโค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬาทีมชาติ และนักกีฬาอาชีพ ปัจจุบันเป็นประธานสาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เขาเริ่มสนใจธรรมะตั้งแต่ยังเป็นนักกีฬาเทนนิส และพบว่าหลักธรรมสามารถนำมาปรับใช้กับการฝึกซ้อมและแข่งขันเทนนิสได้ เมื่อมาทำงานในฐานะโค้ชผู้ฝึกสอน จึงได้น้อมนำ “พุทธชัยมงคลคาถา” หรือ “คาถาพาหุงมหากา” บทสรรเสริญชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ มาเป็นบทสวดมนต์สำหรับสร้างสมาธิและประยุกต์เป็นหลักในการพัฒนานักกีฬาเทนนิสให้ก้าวสู่ความสำเร็จ จากการศึกษาพุทธประวัติและการสวด “พุทธชัยมงคลคาถา” ทั้ง 8 บท เกิดเป็นหลักสำคัญ 8 ข้อดังนี้ 1. มีจิตใจแน่วแน่ ไม่ย่อท้อต่อการฝึกซ้อม และลงแข่งขันด้วยจิตใจที่อดทนมุ่งมั่น ไม่ว่าสถานการณ์ในเกมจะเป็นอย่างไร ต้องมีสติและจิตใจอันแน่วแน่ที่จะมุ่งสู่ความสำเร็จ ดังเช่นที่พระพุทธองค์ทรงตั้งสัตยาธิษฐานที่จะไม่ยอมลุกจากบัลลังก์ใต้ต้นโพธิ์จนกว่าจะบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในครั้งนั้นพระพุทธองค์ทรงชนะพญามารพร้อมด้วยเสนามารได้ โดยมิได้หวั่นไหวแม้แต่น้อย 2. รู้เขารู้เรา นักกีฬาที่ดีต้องศึกษาวิเคราะห์คู่แข่ง เพื่อวางแผนการเล่นตอบโต้ได้ตรงจุด และเป็นฝ่ายได้เปรียบโดยไม่ต้องออกแรงในเกมมากเกินไป ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสเป็นฝ่ายชนะได้ในที่สุด ดังเช่นที่พระพุทธองค์ทรงเลือกวิธีปราบอาฬวกยักษ์ด้วยการใช้พระปัญญา และทรงได้รับชัยชนะอย่างไม่ต้องเสียพละกำลังแม้แต่น้อย 3. มีเมตตาและมีน้ำใจนักกีฬา นอกเหนือจากฝีมือแล้ว การมีมารยาทที่ดีในเกมการแข่งขัน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ หรือแม้แต่การน้อมรับการตัดสินจากกรรมการ […]

ชีวิตที่ใช้ “ใจ”นำทางของ ธนากร ศรีชาพันธุ์

ชีวิตที่ใช้ “ใจ”นำทางของ ธนากร ศรีชาพันธุ์ การเป็น “นักกีฬาทีมชาติ” นำพาทั้งชื่อเสียงและเงินทองเข้ามาในชีวิตมากมาย แต่ที่สุดแล้วผม ( ธนากร ศรีชาพันธุ์ ) กลับหันหลังให้สิ่งเหล่านี้ และขอเดินตามทางอุดมการณ์ที่ตั้งใจไว้ ผมฝึกเล่นเทนนิสมาตั้งแต่ 10 ขวบ เพราะคุณพ่อชักชวน เมื่อฝึกเล่นไปได้สักพัก ท่านเห็นว่าฝีมือเข้าท่าจึงส่งเสริมให้เล่นจริงจัง ส่วนตัวผมก็ชอบกีฬานี้ จึงตั้งความหวังว่าจะต้องเอาดีทางนี้ให้ได้ เมื่อฝีมือการเล่นของผมพัฒนาขึ้น คุณพ่อก็พาไปตระเวนแข่งขันรายการต่าง ๆ อายุ 13 ปีผมได้เหรียญทองแดงจากการแข่งขันกีฬาระดับเขตพื้นที่การศึกษาภาคอีสาน อายุ 14 ปีได้เป็นแชมป์เยาวชนแห่งประเทศไทยและติดเยาวชนทีมชาติ คุณพ่อเห็นว่าฝีมือการเล่นของผมดีขึ้นเรื่อย ๆ จึงคิดว่าถ้าได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯน่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า ผมจึงย้ายจากจังหวัดขอนแก่นเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯคนเดียวตั้งแต่อายุ 16 ปี ชีวิตช่วงนั้นมีแต่การเรียนและการฝึกซ้อมเทนนิส ช่วงแรกผมยังปรับตัวไม่ได้จึงต้องย้ายกลับไปอยู่ที่ขอนแก่นอีก จนคุณพ่อยอมลาออกจากงานประจำเพื่อมาดูแลผม ต่อมาคุณแม่และน้องชายอีก 2 คนก็ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯด้วยกันทั้งครอบครัว ผมเดินตามเส้นทางการเป็นนักกีฬาเทนนิสมาตลอด ติดทีมชาติชุดใหญ่ตอนอายุ 17 ปี ได้ลงแข่งกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 13 (พ.ศ. 2528) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และก้าวสู่การแข่งขันระดับนานาชาติอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน การเป็น “นักกีฬาทีมชาติ” ทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโครงการคัดเลือกนักศึกษาผู้มีความสามารถดีเด่นทางด้านกีฬา ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ซึ่งผมเลือกเรียนสาขาวิชาที่ชอบและคิดว่าถนัดที่สุดคือ คณะครุศาสตร์ เอกพลศึกษา เพราะ อยากจะกลับไปพัฒนากีฬาเทนนิสให้กับเด็ก ๆ ที่บ้านเกิด ในขณะที่เป็นนักกีฬาทีมชาติ ผมมีรายได้จำนวนมาก ทั้งเบี้ยเลี้ยงเงินรางวัล เงินอัดฉีดจากสปอนเซอร์ จนสามารถเลี้ยงครอบครัวให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ชื่อเสียงของผมยังปูทางให้น้องชายทั้งสองคน ก้าวสู่วงการลูกสักหลาดด้วย แม้ใคร ๆ มองว่าผมมีชีวิตที่สุขสบายแล้ว แต่เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของผมกลับไม่ใช่ชื่อเสียงเงินทองเหล่านี้เลย หลังจากเรียนจบปริญญาโท มีบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ สปอร์ตคลับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานราชการหลายแห่งเสนอให้ผมไปทำงานด้วย แต่ผมกลับปฏิเสธโอกาสดี ๆ ที่จะนำพาทั้งชื่อเสียงและรายได้มหาศาลมาให้ในภายภาคหน้า ผมเลือกหันหลังให้โอกาสเหล่านี้ เพราะต้องการทำตามอุดมการณ์ที่ตั้งใจไว้ นั่นคือการกลับไปพัฒนากีฬาเทนนิสให้เยาวชนที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าทำแล้วจะมีความสุขมากกว่า ผมจึงสมัครเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โชคดีที่ทางคณะมีตำแหน่งว่าง และท่านคณบดีก็เห็นความสำคัญของการพัฒนากีฬาเทนนิสให้แก่นักศึกษา ผมจึงมีโอกาสเข้าไปเป็นอาจารย์ และเมื่อการเตรียมลู่ทางเพื่อกลับไปอยู่ที่ขอนแก่นพร้อมแล้ว ผมก็เข้าไปขออนุญาตคุณพ่อว่า “พ่อครับ ผมขอกลับไปสอนหนังสือที่ขอนแก่นนะครับ” “ทำไมอยากจะกลับไปล่ะ อยู่กรุงเทพฯเถอะ ที่นี่เรามีทุกอย่างพร้อมแล้ว” คุณพ่อพยายามเปลี่ยนความคิดของผม “ที่ผ่านมาผมไม่เคยขออะไรคุณพ่อเลย แต่ครั้งนี้ผมต้องขอขัดใจสักครั้ง ผมอยากกลับไปอยู่ที่ขอนแก่นจริง ๆ” เมื่อคุณพ่อเห็นว่าผมตั้งใจจริงและมีงานที่ดีรออยู่จึงยอมให้กลับขอนแก่น ผมสร้างสนามเทนนิสซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นสถาบันที่มุ่งหวังพัฒนาฝีมือให้เยาวชนที่สนใจกีฬาเทนนิส มีรายได้พอเลี้ยงตัว ไม่ได้มุ่งหวังว่าจะต้องเป็นธุรกิจที่ทำกำไร นอกจากนั้นผมยังไปสอนเทนนิสให้เยาวชนในหลายจังหวัด โดยเป็นวิทยากรให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ส่งเสริมกีฬาเทนนิส ทุกงานที่ทำในวันนี้ผมได้ทั้งความสุขและความภูมิใจ เพราะเส้นทางชีวิตที่ผมเลือกนั้นให้ความ “สุขใจ” มากกว่าสิ่งอื่นใด  Secret BOX ความสุขใจเกิดขึ้นจากความรู้สึก“พอเพียง” และ “พอดี” ธนากร ศรีชาพันธุ์ เรื่อง:ธนากร ศรีชาพันธุ์ เรียบเรียง:เชิญพร คงมา ภาพ:วรวุฒิ วิชาธร ผู้ช่วยช่างภาพ:พิชญา สิทธิโชควงกมล บทความน่าสนใจ ความรักรสบาร์บีคิว ของ “ครูอารี” ฝรั่งคนเก่งขับซาเล้งขายบาร์บีคิว น้องโอ เด็กดี ผู้มีมานะ ขายข้าวไข่เจียวเลี้ยงตนและน้อง สานฝันเรียนให้จบดั่งใจหวัง […]

keyboard_arrow_up