รู้จัก “ให้” สุขใจกว่ารู้จัก “รับ” ธรรมะโดย พระมหาสุภา ชิโนรโส (ส. ชิโนรส)

เคยคุยกับพระรูปหนึ่ง ท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านบอกว่า แต่ก่อนนิสัยท่านไม่ดีอย่างหนึ่ง  คือ มักอิจฉาคน เห็นคนอื่นดีกว่าตัวเองจะรู้สึกหมั่นไส้ อิจฉาตาร้อน แต่ไม่ถึงกับลงมือทำอะไรให้เขาได้รับความเดือดร้อน ตัวท่านเองมักจะรู้สึกกระวนกระวายใจ จิตใจไม่สงบเมื่อเกิดความอิจฉา (รู้จัก “ให้”) ท่านรู้ว่าการอิจฉาคนอื่นไม่ดี มีแต่ทำจิตใจให้เร่าร้อนวุ่นวาย พระพุทธองค์ทรงตำหนิ แต่ก็ไม่รู้จะจัดการกับความอิจฉาของตัวเองได้อย่างไร พยายามคิดถึงผลร้ายของความอิจฉาก็ไร้ผล ความรู้สึกอิจฉายังคงลอยนวลอยู่ในใจ วันหนึ่งท่านจึงลองวิธีใหม่ หนามยอกเอาหนามบ่ง ท่านรู้ว่าความอิจฉาเกิดจากการไม่อยากเห็นคนอื่นดีกว่าตัวเอง ท่านจึงทำสิ่งตรงกันข้าม คือ หาสิ่งของไปให้แก่คนที่ท่านอิจฉา ต้องเป็นสิ่งของที่เขาชอบ หรือทำให้เขามีความสุขมากขึ้น ท่านบอกว่า ขณะที่ให้สิ่งของแก่คนที่ท่านอิจฉาไป จิตใจท่านพลันเกิดความสดชื่นเบิกบาน มีความเอิบอิ่มอย่างบอกไม่ถูก จิตใจสงบเยือกเย็นลง ความคิดอิจฉาริษยาที่เคยมีหายไปทันที ไม่กลับมารบกวนจิตใจท่านอีกเลย การให้จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการทำจิตใจให้สงบ เพราะขณะที่ให้ เท่ากับเพิ่มความสำคัญให้แก่คนอื่น ความสำคัญเกี่ยวกับตัวเองจะน้อยลง พลันที่ความสำคัญเกี่ยวกับตัวตนลดลง จิตใจก็จะเปิดกว้างเบิกบานแจ่มใส จิตจะสงบลงอย่างอัตโนมัติ การปฏิบัติตามแนวนี้ ผู้ปฏิบัติควรคำนึงถึงองค์ประกอบ 3 ประการในการให้ ดังนี้ 1. ผู้รับดี ผู้รับมีผลอย่างสูงต่อจิตใจผู้ให้ หากผู้ให้รู้ว่าผู้รับเพียบพร้อมด้วยศีล สมาธิ และปัญญา จิตใจผู้ให้ก็จะมีความเอิบอิ่มมีความสุข และสงบได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีความภูมิใจว่าการให้แก่คนที่มีศีล […]

รักตนเหมือนรักคนอื่น ธรรมะโดย ท่าน ส.ชิโนรส

งานศึกษาหลายชิ้นบอกว่า “เด็กอ่อนที่ถูกแม่สัมผัสด้วยความรักอย่างทะนุถนอมจะเจริญเติบโตได้อย่างมีสติปัญญามากกว่าเด็กอ่อนที่ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างเดียวดาย” ความรักจึงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์ ทุกคนจึงโหยหาความรักกันอยู่เสมอ โดยฉพาะอย่างยิ่งการรักตัวเอง “รักตน”จึงเป็นสุดยอดแห่งความรักสำหรับมนุษย์ การสนทนาระหว่างพระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระมเหสีชื่อมัลลิกา สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติข้อนี้ได้เป็นอย่างดี บนปราสาทที่โอ่อ่าสูงลิบลิ่วแห่งหนึ่ง จอมรชันย์ซื่อปเสนทิโกศล จ้าครองแควันโกศล กำลังพร่ำรักอยู่กับหญิงงามบ้านนอกชื่อมัลลิกา หญิงงามนางนี้เป็นลูกสาวชาวบ้านธรรมคาสามัญ ท้าวเธอได้พบนางเข้ายามที่เดินตราทัพไปทำสงครามกับพระเจ้าอชาดศัตรูเจ้าครองแคว้นมดข ต่อมาพระเจ้าปเสนทิโกศลได้อภิเษกนางขึ้นเป็นพระมเหสี เพราะทรงพอพระทัยในความเฉลียวฉลาดและความเป็นกุลสตรีของนาง “ใครหนอคือคนที่น้องพี่รักมากที่สุดในปฐพี” จอมราชันย์เริ่มตันด้วยคำหวานหู พร้อมกับกระหยิ่มอยู่ในพระทัยว่า “ข้านี่แหละคือคนที่นางรักมากที่สุด” เพราะไม่มีพระองค์เสียแล้ว หญิงบ้านนอกอย่างมัลลิกาหรือจะได้เป็นถึงพระมเหสี “อุ๊ย…เสด็จพี่ช่างเขลานัก” มัลลิกาตอบอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม “ผู้ที่น้องรักมากที่สุดนะหรอเพคะ ก็คือตัวน้องน่ะซีคะ แล้วเสด็จพี่ล่ะเพคะ” พอถูกย้อนถามอย่างไม่ตั้งตัวเช่นนี้ พระเจ้าปเสนทิโกศลถึงกับหมดอารมณ์พร่ำรัก เพราะมันไม่ใช่เวลาพูดเรื่องธรรมะธัมโม “อือ…พี่นี่แหละคือสุดที่รักของเสด็จพี่” พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงตอบกลับอย่างมะนาวไม่มีน้ำ แต่เมื่อทรงครุ่นคิดถึงสิ่งที่มัลลิกาพูดอีกที พระองค์ก็ร้องอ๋อว่า “ตัวกูคือสุดที่รักของมนุษย์” เหมือนอย่างมัลลิกาว่า การสนทนาระหว่างพระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระนางมัลลิกาบอกเราว่า “ตัวกูคือยอดแห่งความรักของคน” ความรู้สึกรักตัวรักตนจึงเป็นยอดแห่งความรักทั้งผองของมนุษย์ เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า “เมื่อเหลียวดูทั่วสารทิศ ไม่พบใครอื่นสุดที่รักเท่ากับตน….” ความรักตัวรักตนจึงอยู่เบื้องหลังการแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมค้นความคิด คำพูด หรือการกระทำ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนสะท้อนออกจากความรักตัวรักตนทั้งนั้น แต่การแสดงความรักตัวเองออกมาของมนุษย์มีอยู่ 2 ลักษณะคือ สร้างสรรค์ และ ทำลาย […]

แรงบันดาลใจทำให้ฝันกลายเป็นจริงได้อย่างไร ธรรมะสร้างแรงบันดาลใจ โดย ท่านชิโนรส

แรงบันดาลใจ ทำให้ฝันกลายเป็นจริงได้อย่างไร ธรรมะสร้างแรงบันดาลใจ โดย ท่านส.ชิโนรส แรงบันดาลใจ ที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวทำให้หนุ่มบ้านนอก ฐานะยากจน กลายเป็นประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา อับราฮัม ลินคอล์น ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหาความรู้ให้ตัวเอง บางครั้งต้องเดินทางไปยังเมืองที่อยู่ไกลเพื่อยืมตำรามาอ่าน ด้วยความพยายามที่ไม่ลดละ เขาก็เรียนจบด้านกฎหมาย ได้เป็นทนายความ ครั้งหนึ่งเขาเห็นชะตากรรมคนผิวสีที่ต้องถูกขายเป็นทาส มีชีวิตตกระกำลำบาก เขาจึงมีแรงบันดาลใจเล่นการเมืองเพื่อปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระ เขาลงเลือกตั้งหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็แพ้แล้วแพ้อีก แพ้อย่างซ้ำซากและจำเจ แต่ด้วยแรงบันดาลใจที่เด็ดเดี่ยวและความมุ่งมั่นที่ไม่ลดละ สุดท้ายลินคอร์นได้ลงสมัครเป็นประธานาธิบดีแล้วก็ได้รับเลือกตั้ง ลินคอล์นกลายเป็นประธานาธิบดีผู้เปลี่ยนโฉมประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ปลดปล่อยคนอเมริกันผิวสีจากการเป็นทาสได้สำเร็จ     มนุษย์ทุกคนต่างก็มีความฝันหรือแรงบันดาลใจ อยากประสบความสำเร็จอย่างที่ตัวเองต้องการ ถ้ามองในแง่พุทธศาสนาแรงบันดาลใจก็คือกรรมทางความคิด หรือ มโนกรรม นั่นเอง แรงบันดาลใจคือจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จทุกอย่าง แต่กระนั้น กว่าจะสำเร็จได้จะต้องมีองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าหนุนแรงบันดาลใจจึงจะกลายเป็นจริงได้ เช่น การศึกษา ครอบครัว บุคลิกหน้าตา ความรู้ความสามารถ และทรัพย์สินเงินทอง แรงบันดาลใจและกำลังหนุนจะต้องไปด้วยกัน คนที่มีแรงบันดาลใจแต่ขาดกำลังหนุนก็ต้องเพียรพยายามต่อไป หากไม่ยอมลดละความเพียรพยายาม สุดท้ายก็ต้องประสบความสำเร็จจนได้ เหมือนอับราฮัม ลินคอล์น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้แรงบันดาลใจกลายเป็นจริงไม่ใช่แรงหนุนภายนอก แต่เป็นแรงหนุนภายในคือความเพียรพยายามและสติปัญญาที่มนุษย์แต่ละคนมีนั่นเอง พระพุทธองค์ทรงตำหนิความขี้เกียจและอ่อนแอ […]

เปลี่ยนความคิดเท่ากับเปลี่ยนกรรม ธรรมะไขข้อข้องใจเรื่องกฎแห่งกรรม โดย ส.ชิโนรส

เปลี่ยนความคิดเท่ากับ เปลี่ยนกรรม ธรรมะไขข้อข้องใจเรื่องกฎแห่งกรรม โดย ส.ชิโนรส “กรรมฉันเอง กรรมฉันเอง” บทสรุปสุดท้ายที่คนพูดให้ได้ยิน เมื่อประสบปัญหาชีวิตที่หนักสุด ๆ การเปลี่ยนความคิดช่วย เปลี่ยนกรรม ได้จริงหรือไม่ ท่าน ส.ชิโนรส จะอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่าง กรรม แปลสั้น ๆ ว่า การกระทำ การกระทำที่คนแสดงออกทางกาย พฤติกรรม บุคลิกลักษณะ ท่าทาง และอากัปกิริยาต่าง ๆ เรียกว่า “กายกรรม” ส่วนการกระทำที่คนแสดงออกทางคำพูด น้ำเสียง ทำนองการพูด ภาษาที่พูด เรียกว่า “วจีกรรม”  ทำ และ พูด หรือกายกรรมและวจีกรรมคือความหมายอย่างหนึ่งของกรรม คนทั่วไปจะวัดว่าความเป็นคน หรือความเป็นมนุษย์ที่คำพูด และการกระทำ หลายคนเชื่อว่า คำพูดและการกระทำ คือหน้าต่างหัวใจ ตัวบ่งชี้บุคลิกและตัวตนของบุคคลผู้นั้น     แม้คำพูดและการกระทำจะวัดค่าคนแต่ละคนได้ก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังมีสิ่งที่ลึกไปกว่าสิ่งที่เราเห็นด้วยตา และได้ยินด้วยหู คือความคิดในใจของแต่ละบุคคล พุทธศาสนาให้ความสำคัญกับความคิดมากกว่าคำพูดและการกระทำ พระพุทธองค์ตรัสไว้ในมงคลสูตรว่า […]

เส้นทางของผู้มีบุญที่แท้จริงเป็นอย่างไร โดย ส.ชิโนรส

เส้นทางของ ผู้มีบุญ ที่แท้จริงเป็นอย่างไร โดย ส.ชิโนรส ท่าน ส.ชิโนรส หรือ พระอาจารย์มหาสุภา ชิโนรโส ได้บอกเล่าถึง ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เข้าใจเรื่อง ผู้มีบุญ ผิด ซึ่งท่านได้ให้ความกระจ่างเรื่องเส้นทางของผู้มีบุญพึงเป็นอย่างไร หน้าที่การงานเครื่องบ่งชี้ความเป็นผู้มีบุญ ขอเรียกว่า “ท่าน” ท่านเคยรับราชการอยู่ในกรมกรมหนึ่ง ตำแหน่งสูงสุดคือ เลขานุการกรม ช่วงอยู่ในตำแหน่งนั้น มีบารมีมาก ลูกน้องบริวารมากมาย การเงินคล่องตัว ชีวิตช่างมีความสุข ท่านเล่าให้ฟังว่า เคยเป็นประธานทอดกฐินและผ้าป่าหลายครั้ง คงเป็นเพราะบุญกุศลนี้กระมัง จึงทำให้ได้นั่งตำแหน่งเลขานุการ ชีวิตมนุษย์ไม่มีเหตุบังเอิญ ความสำเร็จและสุขล้วนเกิดจากบุญที่เคยทำไว้ บุญที่มนุษย์แต่ละคนเคยทำเป็นผู้เปิดสะพานให้มนุษย์เดินไปสู่จุดสูงสุดที่ตนต้องการ   เส้นทางของผู้มีบุญเป็นอย่างไร เส้นทางของผู้มีบุญเป็นดังนี้ มีผู้หนุนให้เข้าสู่วงการที่ทำให้แจ้งเกิดได้ วงการส่งเสริมความสามารถของบุคคลผู้นั้นให้เป็นที่ประจักษ์ เขาได้พบปะและคลุกคลีกับคนที่เป็นมืออาชีพในวงการนั้น ได้รับการศึกษาและอบรมจากผู้รู้หรือกูรูในวงการที่อยู่ จนกระทั่งมีความสามารถและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ ประสบความสำเร็จด้านต่าง ๆ เช่น การเงิน ชื่อเสียง และอื่น ๆ     เส้นทางประสบความสำเร็จของผู้มีบุญทั้งทางโลกและทางธรรม เส้นทางผู้ที่เคยทำบุญไว้ดังกล่าว เป็นเส้นทางประสบความสำเร็จทางโลก ส่วนเส้นทางธรรมสำหรับผู้เคยทำบุญไว้ก็คล้าย ๆ […]

“ลมหายใจ” จัดการความเครียด โดย ท่าน ส. ชิโนรส

“ลมหายใจ” จัดการความเครียด โดย ท่าน ส. ชิโนรส นักวิทยาศาสตร์บอกว่า แต่ละวันมนุษย์คิดกว่า 60,000 ความคิด จริงแท้อย่างไรไม่สำคัญเท่ากับการรู้จักจัดการความคิด ลมหายใจ จัดการความคิด คือ คิดได้อย่างถูกต้อง เป็นระบบระเบียบเมื่อต้องการใช้ความคิด หยุดคิดพักจิตให้สงบได้เมื่อต้องการหยุดพักผ่อน ผู้ที่ไม่รู้จักจัดการความคิด คือผู้ที่คิดไม่รู้จักหยุด หรืออยากหยุดแต่ก็หยุดไม่ได้ จิตใจเตลิดเปิดเปิงไปกับอารมณ์ต่าง ๆ วางอารมณ์ไม่ลง เกิดปัญหาทางจิต เรียกว่า “ความเครียด” (Stress) ภาษาพระเรียกความเครียดว่า “ปปัญจสัญญา” แปลตามศัพท์ว่า “สัญญาเป็นเหตุให้เนิ่นช้า” หรือ “ความคิดฟุ้งซ่านรำคาญต่าง ๆ ที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง พร่ามัว ไม่ปลอดโปร่งแจ่มใส” ความเครียดเป็นทุกข์อย่างหนึ่ง เกิดแก่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัย มนุษย์ยุคปัจจุบันเหมือนจะมีความเครียดมากกว่ามนุษย์ยุคอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มีมากกว่ามนุษย์ยุคก่อน แต่ความเครียดไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย แต่กลับมีมากขึ้นกว่าเดิม   มนุษย์แต่ละคนต่างมีวิธีแก้เครียดไม่เหมือนกัน บางคนกินยาแก้เครียด บางคนไปเที่ยวพักผ่อน บางคนหันไปพึ่งพาไสยศาสตร์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้ว ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ แต่หลงไปแก้อาการของความเครียดมากกว่า […]

keyboard_arrow_up