อธิษฐานที่เป็นจริงได้โดยไม่พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดย ท่านปิยโสภณ 

อธิษฐาน ที่เป็นจริงได้โดยไม่พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดย ท่านปิยโสภณ สมมติว่าเราไป อธิษฐาน ต่อหน้าพระแก้วมรกต มันเป็นสัจจะปฏิญาณนะ สัจจะปฏิญาณ เราไปถือคำสัตย์ ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ส่วนใหญ่แล้ว เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นประจักษ์พยาน อาจจะเป็นรูปเคารพก็ได้ อาจจะเป็นบุคคล เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นพ่อแม่ของเรา หรือเป็นบุคคลที่เราเคารพนับถือ เวลาที่เราจะคืนดีกัน เราไปอธิษฐาน เหมือนกับว่าท่านนั่งดู ท่านเป็นประจักษ์พยานเรา รูปคุณพ่อคุณแม่นั่งอยู่ตรงนี้ ลูกทะเลาะกัน จะคืนดีกันก็ไปอธิษฐานต่อหน้ารูปของคุณพ่อคุณแม่ ว่าลูกจะคืนกันแล้ว จะไม่ทะเลาะกัน พ่อแม่ตายไปนานแล้ว แต่ว่ามีรูปเหลืออยู่เป็นประจักษ์พยาน เราไปอธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เช่นเดียวกัน สิ่งที่เราได้คืออะไร ได้ความรู้สึกว่าเราผิดพลาดไม่ได้ เราผิดไม่ได้ เพราะอะไร เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์จริง เพราะฉะนั้นคำอธิษฐานจะต้องเต็มไปด้วยสติ ด้วยวิริยะ ด้วยอุตสาหะ ด้วยความพากเพียร ด้วยความรอบคอบ นั่นแหละ คือเกราะป้องกัน แต่ถ้าบนบานศาลกล่าว เต็มไปด้วยความเหลิง ระเริงใจ เพราะคิดว่า โอ้โห สบายแล้ว การมีอำนาจดลบันดาลมาช่วยกับการไม่มีอำนาตดลบันดาลมาช่วย ความเป็นมนุษย์จึงต่างกันเลย ทักษะสมรรถนะ หรือจิตใจของมนุษย์ มันจึงแตกต่างกันระหว่างคนทั้งสองนี้ […]

อานิสงส์แห่งการสวดมนต์ โดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

อานิสงส์แห่ง การสวดมนต์ โดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) การสวดมนต์ ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง ในด้านกายภาพเสียงสวดมนต์นั้น ก็จะเป็นเสียงที่ทำให้ระบบประสาทมีความตื่นตัว เราสวดมนต์แล้วจิตใจจะเยือกเย็นตามไปด้วย บางทีเราอาจนึกไม่ออก นึกไม่ถึงว่า ขณะที่เราสวดมนต์เป็นการกระตุ้นให้ระบบประสาทต่าง ๆ ทำงาน เช่น สมอง เสียง เขาบอกว่าภาษามันก็กระตุ้น ภาษาที่เราสวดมนต์เป็นภาษาที่ให้ศีลให้พรแก่ชีวิต แตกต่างจากภาษาที่เราพูดทั่วไป ยิ่งเราสวดกันหลายคน เป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่นคน พลังมันก็จะยิ่งมากเหมือนเราร้องเพลงพร้อม ๆ กัน พลังมากก็กระหึ่มมาก สวดคนเดียวก็ได้ หรือบางคนอาจจะเปิดฟังก็ยังมีผล เป็นการพรมน้ำมนต์ให้แก่เม็ดเลือดและร่างกายของเรา และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการสวดมนต์คือ ทำให้เกิดปีติอย่างรวดเร็ว   การสวดมนต์ช่วยขจัดสิ่งที่ขุ่นมัวในจิตใจ   อาตมาภาพเปรียบการสวดมนต์เหมือนกับสารส้ม น้ำขุ่น ๆ ในแก้วเหมือนกับอารมณ์ที่ขุ่นมัว ปกคลุมจิตใจไม่ให้ส่องแสงสว่าง คิดอะไรก็ไม่ออก เอาแต่หงุดหงิดเหมือนน้ำที่เราตักจากข้างคลอง แล้วก็เอามาตั้งนิ่ง ๆ มันก็ยังไม่ตกตะกอน เราจะต้องมีสารส้ม เอาไปแกว่งนิดนึง เสร็จแล้วมันจะตกตะกอนเร็วขึ้น จากนั้นน้ำข้างบนใสน้ำข้างล่างขุ่น เราก็จะเห็นว่ามีอะไรบ้างขุ่น เราทุกข์ร้อนอะไรมามากมายเลย นั่งสมาธิอย่างเดียวจะฟุ้งซ่าน ยิ่งหลับตายิ่งเห็นมาก […]

ภพชาติ…มีจริง บทความจากพระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 

ภพชาติ มีจริง ชีวิตมีอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ภพชาติก็มีทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ภพชาติเกิดจากการเดินทางของจิตโดยพลังงานของกรรมที่เกิดจากทำ พูด คิดบรรจุไว้

สภาวะจิตของคนคิดสั้น บทความที่อ่านแล้ว จะทำให้เข้าใจคนจิตตก

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ คนคิดสั้น เราจะไม่ถาม เพราะต่างคนมีเหตุผล แต่สิ่งที่อยากตั้งคำถาม ก็คือ สภาวะจิตคนคิดสั้น จะมีลักษณะอย่างไร

” คนทำชั่วได้ดีมีจริงไหม ” ตอบคำถามที่หลายคนสงสัย โดย ท่านปิยโสภณ

คนทำชั่วได้ดีมีจริงไหม พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) ตอบว่า ไม่มีแน่นอน และทำดีได้ชั่วก็ไม่มี มันอยู่ที่คำจำกัดความของคำว่า “ดี” ว่าใครพูด

โชคร้ายของมนุษย์ คือไม่รู้ว่าตัวเองโชคดี บทความดีๆ จากท่านปิยโสภณ

มนุษย์ส่วนใหญ่ชอบพูดว่าตน โชคร้าย และคิดตลอดเวลาว่า ตนเกิดมาไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่น แม้คนในครอบครัวเดียวกันเป็นญาติพี่น้องกันแท้ ๆ

3 วิธี เปลี่ยนสู่ชีวิตใหม่ ที่ใช้ได้ตลอดปีและตลอดไป โดย ท่านปิยโสภณ

3 วิธี เปลี่ยนสู่ชีวิตใหม่ ที่ใช้ได้ตลอดปีและตลอดไป โดย ท่านปิยโสภณ ใครที่เคยทำอะไรผิดพลาดซ้ำซากอยากหนีวิถีชีวิตเดิมๆ แต่ไม่มีแรงจะผลักดันตนเองออกจากวงจรนั้นข้าพเจ้าขอแนะนำข้อคิดในการ เปลี่ยนชีวิต ของท่าน ดังนี้

กังวลใจเรื่องใดก็เป็นทุกข์ในเรื่องนั้น ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร

กังวลใจ เรื่องใดก็เป็นทุกข์ในเรื่องนั้น ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) กล่าวว่า ทุกข์ของมนุษย์ส่วนใหญ่อยู่ที่ ความกังวลใจ กังวลใจ เรื่องอะไรก็เป็นทุกข์ในเรื่องนั้น แม้แต่เรื่องความรักซึ่งเป็นสิ่งประเสริฐสุดที่มนุษย์ต้องการ ตะเกียกตะกาย แสวงหาให้สมปรารถนามากที่สุด แต่เวลากังวลใจในรักก็มักจมอยู่ในรักนั้นอย่างลุ่มหลงมากที่สุด จนหาทางออกไม่พบ ปราชญ์ท่านจึงบอกว่า รักมากดูเหมือนสุขมาก ความจริงรักมากคือทุกข์มากนั่นเอง อารมณ์รักเป็นอารมณ์ที่ไม่เป็นจริง เป็นอารมณ์ปรุงแต่ง แม้แต่คำพูดหรือกวีที่เขียนพรรณนาความรักด้วยบทเพลงหรือกลอน ล้วนแต่เป็นเรื่องเกินจริงทั้งสิ้น ผู้ไม่ได้ใช้ชีวิตตามความเป็นจริง แต่ใช้อย่างละเมอเพ้อฝัน เขาจะประทับใจในช่วงเวลานั้น แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ในชีวิตจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ หนุ่มสาวที่มีความรัก จึงมักเพ้อฝันเกินจริง แต่พอได้อยู่ร่วมชีวิตกันจริง ๆ เห็นสภาพที่แท้จริงของชีวิตแล้ว ความกังวลใจย่อมเกิดขึ้น ข้าพเจ้ากำลังบอกท่านผู้อ่านว่า ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรักก็คือการพลัดพราก เพราะไม่มีอะไรจะทำให้เราโศกเศร้าเสียใจได้เท่ากับการพลัดพรากจากคนรัก คนที่เราผูกพันมายาวนาน ฉะนั้น เวลามีรักท่านจึงสอนให้ทำใจไว้ด้วย เพราะวันหนึ่งจะต้องมีการพลัดพรากจากกัน ข้าพเจ้ามีประสบการณ์ มิใช่คนรัก แต่เป็นของรัก ข้าพเจ้าชอบสะสมปากการาคาแพงยี่ห้อดัง มีความสุขมากเมื่อได้เห็น ได้หยิบ ได้ใช้ แต่ก็ชั่วขณะเดียวเท่านั้น แค่รู้สึกดีใจว่ามีเท่านั้นเอง วันหนึ่งปากกาทั้งหมดเกือบ 100 ด้ามหายไป เพราะถูกขโมย ปรากฏว่ามีบรรยากาศหนึ่งเกิดขึ้นในชีวิตคือ เสียใจแวบหนึ่ง แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกโปร่ง โล่ง เบาสบายอย่างบอกไม่ถูก คิดว่าหายไปเสียได้ก็ดีเหมือนกัน คนอื่นจะได้ใช้ประโยชน์ อยู่กับเรามาตั้งนานก็ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไร เขียนก็ไม่ได้เขียน ใช้ก็ไม่ได้ใช้ ยังต้องดูแลรักษาอีก เขาเอาไป ก็อาจใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ ขายก็ได้เงิน เขียนก็ได้สาระ คิดอย่างนี้ก็เลยหายกังวลใจ    ตั้งแต่นั้นมา เมื่อเวลาเกิดรักอะไร ก็นึกถึงการพลัดพรากเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใจ ที่มา : นิตยสารซีเคร็ต ภาพ : www.pexels.com บทความน่าสนใจ กินโพรไบโอติก แก้กังวลใจ Dhamma Daily: เพราะเหตุใดคนเราจึงมัก กังวลเรื่องความตาย อยู่ตลอดเวลา สารพัดสมุนไพรคลาย วิตกกังวล การพลัดพราก ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรัก วิธีเช็ค โรคผื่นผิวหนังอักเสบ เสี่ยงมะเร็ง

ทำงาน เป็นหน้าที่ ส่วนความดีให้คนชม บทความให้ข้อคิดจากท่านปิยโสภณ

 ทำงาน เป็นหน้าที่ ส่วนความดี ให้คนชม คนที่มักพูดว่า ตนดีอย่างไร ทำอะไรบ้าง เหนื่อยเหลือเกิน ต้องแบกรับภาระหนัก ทำงาน ตัวเป็นเกลียว เจอใครก็พูด พบใครก็บอก ส่วนใหญ่มักเป็นผู้เรียกร้องความสนใจ แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ก็มาก ข้าพเจ้าเห็นว่า การทำงานเป็นหน้าที่ ส่วนความดีของเรา ให้คนอื่นเขาป่าวประกาศจะดีกว่า การคุยโอ้อวด หรือแม้เป็นความจริง ว่าเราดีกว่าใคร เป็นเรื่องน่าละอาย ผู้ดีมักไม่ยกยอตนเอง บางคนขณะยกย่องตนเอง ก็ด่าว่าทับถมคนอื่นจนเสียหาย ทำให้ถูกมองไปว่า ตนเองสูงขึ้นมาได้เพราะเหยียบไหล่คนอื่นไป การที่สังคมไทยของเรา ต่างฝ่ายต่างก็อวดดีใส่กัน มิได้ตั้งใจทำดีให้ความดีปรากฏอย่างจริงใจ จึงมักมีภาพโฆษณาประชาสัมพันธ์ความดีของตนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใช้สื่อโฆษณา ตีพิมพ์ แทนที่งานจะเด่น กลับกลายเป็นคนเด่นกว่างาน ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตให้ท่านผู้อ่านทราบว่า คนประเภทนี้ มักขึ้นต้นประโยคสนทนากับเราด้วยคำว่า ผม/ดิฉัน มิได้ขึ้นด้วยคำว่า พวกเรา ใครก็ตามชอบพูด ผม หรือ ดิฉัน คือผู้ทำ คนอื่นไม่เคยช่วย และตำหนิผู้อื่นไปด้วย คนนั้นจะขาดมิตร แทนที่เขาจะได้ใจคนฟัง กลับทำให้คนฟัง ต้องทนฟังเพราะเกรงใจ […]

เกิด แก่ เจ็บ ตาย การเดินทางของชีวิต บทความชวนคิด จากท่านปิยโสภณ

ชีวิตของมนุษย์อยู่ในวังวนการเดินทาง เกิด แก่ เจ็บ ตาย…แล้วก็เกิด แก่ เจ็บ ตาย…แล้วก็เกิด แก่ เจ็บ ตาย หมุนเวียนไปอย่างนี้

เกิดมาทำไม บทความน่าคิด โดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

เกิดมาทำไม จะต้องช่วยกันหาคำตอบที่ถูกต้องให้ได้ คือควรให้เป็นไปในเชิงบวกมากกว่าลบ ข้าพเจ้าจึงอยากให้ทุกคนหมั่นคิดเสมอว่า เราเกิดมาสร้างบุญบารมี

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: โดนใส่ร้าย นินทา จนคนอื่นเข้าใจเราผิด ควรทำอย่างดี

หากมีการ นินทา ใส่ร้าย เราควรชี้แจงว่าความจริงเป็นอย่างไร แต่ใครจะเชื่อนั้นเป็นเรื่องสุดวิสัย เราไม่ควรทุกข์ใจ เพราะเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาใส่ร้าย

keyboard_arrow_up