ทำบุญอย่างไรให้ได้ ผลบุญมาก (และอาจได้เกิดเป็นเทวดาด้วย)

ทำบุญอย่างไรให้ได้ ผลบุญมาก (และอาจได้เกิดเป็นเทวดาด้วย) คนทั่วไปมักมีคำถามว่า ทำบุญอย่างไรจึงจะได้ ผลบุญมาก และหวังว่าผลบุญนั้นอาจส่งผลให้ไปเกิดเป็นเทวดา ส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจกันว่าต้องทำบุญแก่พระผู้ปฏิบัติดี ความเชื่อนี้มีอิทธิพลมากทีเดียว บางคนยอมทิ้งงานทิ้งการ ทิ้งบ้านไปตามหาพระอรหันต์เพื่อจะทำบุญแล้วจะได้บุญทันตาเห็นและได้บุญมาก แต่หากลองศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเทวดาจากคัมภีร์ ก็จะพบว่าเทวดาส่วนใหญ่ไปเกิดในสวรรค์เพราะผลของทาน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะทานหรือการให้เป็นการทำบุญสำคัญที่ปรากฏในพุทธศาสนาเป็นอันดับแรก ๆ เพราะเป็นวิธีเบื้องต้นที่สอนให้คนเรารู้จักการละวางหรือบรรเทาความรักตัวเอง ให้รู้จักถ่ายโอนความรักตัวเองไปยังผู้อื่น จึงเป็นเรื่องที่อภิปรายกันอยู่เสมอว่า “ทำทานอย่างไรให้ได้ผลมากกว่า” พระพุทธเจ้าทรงอธิบายถึงผลของทานหลายประการ เช่นว่า ผู้ให้ของที่ดีย่อมได้ของที่ดี ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ผู้ให้ย่อมผูกมิตรไว้ได้ ผลของทานทำให้มีพร้อมด้วยของกินของใช้และบริวาร เมื่อตายไปแล้วผลของทานยังส่งให้เกิดในสวรรค์ และสูงที่สุดคือทำให้บรรลุมรรคผล ทานที่มีผลมากต้องประกอบด้วยองค์ 3 คือ 1. ไทยธรรมหรือของที่ให้ทานต้องเป็นของที่ีบริสุทธิ์ ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการทำงานหรือประกอบอาชีพที่สุจริต 2. ผู้ให้มีเจตนาบริสุทธิ์ มีศรัทธาแน่วแน่ ปราศจากความตระหนี่หรือความลังเลสงสัย 3. ผู้รับก็บริสุทธิ์ มีศีล มีคุณธรรม ทำประโยชน์แก่สังคม ในคัมภีร์ยกพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก แต่ก็อาจขยายความไปถึงคนดีทั่วไปได้ด้วย ยังมีการอธิบายเพิ่มเติมว่า “…ใช่แต่ไทยธรรมที่บริสุทธิ์เท่านั้นที่ทำให้ทานมีผลมาก แท้จริงแล้วผู้ให้ยังต้องประกอบด้วยจิตเลื่อมใส และผู้รับมีคุณธรรมพร้อม เพราะฉะนั้นแม้จะเป็นข้าวสุกสักกำมือ ผ้าเก่าสักชิ้น เพียงหญ้าเครื่องปูลาด เพียงใบไม้เครื่องปูลาด เพียงสมอดองด้วยน้ำปัสสาวะ ที่ถวายในทักขิไณยบุคคลด้วยจิตที่เลื่อมใส ก็จักมีผลมาก […]

ตัวอย่างของ การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ – ข้อคิดดี ๆ ที่ชาวพุทธควรรู้

ตัวอย่างของ การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ ข้อคิดดี ๆ ที่ชาวพุทธควรรู้   สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) ได้ทรงแสดงทรรศนะเกี่ยวกับ การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ พร้อมกับทรงยกตัวอย่างไว้ดังนี้ การทำทานนั้น จะได้บุญมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเจตนาว่าบริสุทธิ์หรือไม่ หากเจตนาไม่บริสุทธิ์ แม้วัตถุทานจะมากหรือทำมาก ก็ย่อมได้บุญน้อย วัตถุทานจะมากหรือน้อย เป็นของเลวหรือประณีตไม่สำคัญ เมื่อเราได้ให้ทานไปตามกำลังทรัพย์ที่เรามีอยู่ย่อมใช้ได้ แต่มีข้ออันควรระวังอยู่ก็คือ การทำทานนั้น อย่าได้เบียดเบียนตนเอง เช่นมีน้อย แต่ฝืนทำให้มาก ๆ จนเกินกำลังของตนที่จะให้ได้ เมื่อได้ทำไปแล้วตนเองและสามี ภรรยา รวมทั้งบุตรต้องลำบาก ขาดแคลน เพราะไม่มีจะกินจะใช้ เช่นนี้ย่อมทำให้จิตเศร้าหมอง เจตนานั้นย่อมไม่บริสุทธิ์ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของ การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ คือ ตัวอย่างที่ 1 ทำทานเพราะอยากได้ ทำเอาหน้า ทำอวดผู้อื่น เช่น สร้างโรงเรียน โรงพยาบาลใส่ชื่อของตน ไปยืนถ่ายภาพลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ เพื่อให้ได้รับความนิยมยกย่องนับถือ โดยที่แท้จริงแล้วตนมิได้มีเจตนาที่จะมุ่งสงเคราะห์ผู้ใด เรียกว่าทำทานด้วยความโลภ ไม่ได้ทำเพื่อขจัดความโลภ ทำทานด้วยความอยากได้ คืออยากได้หน้า ได้เกียรติ ได้สรรเสริญ […]

ทำทานอย่างไรให้ได้บุญ แนวทางเพื่อการทำทาน

วันนี้ ซีเคร็ต ขออาสาพาผู้อ่านไปรู้จัก เบื้องหลังที่ว่า  พร้อมทั้งแนะนำวิธีทำทาน ให้ได้บุญแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเรื่องบุญเรื่องทานนั้นอยู่ในสายเลือด ของคนไทยเลยก็ว่าได้ – ทำทาน

“ทำทานเหมือนการอาบน้ำ” คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ

คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ ได้เปรียบการทำทาน  3  แบบ เหมือนการอาบน้ำ  3  ชนิด มีอะไรไปดูกัุนเลยค่ะ นอกจากนี้การทำทานยังมีอานิสงค์ตามความเชื่อของคนไทย

keyboard_arrow_up