ทำไมเราจึงควรแบ่งงานและ “ทำงานเป็นทีม” มากกว่าการเก็บงานไว้ทำคนเดียว

ทำไมเราจึงควรแบ่งงานและ “ทำงานเป็นทีม” มากกว่าการเก็บงานไว้ทำคนเดียว เวลาได้รับมอบหมายงานใหญ่สักชิ้นหนึ่งมา เชื่อว่ามีหลายคนที่ชอบลุยงานคนเดียวไปก่อนโดยไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร อาจจะด้วยความที่มีความรับผิดชอบสูงหรือบางทีก็อาจเป็นคนขี้รำคาญ ไม่อยากไปยุ่งวุ่นวายกับใครให้ปวดหัว และคิดว่าทำเองคนเดียวน่าจะดีและเร็วกว่าเยอะ จนสุดท้ายต้องแบกงานนั้นไว้คนเดียวกว่าจะทำเสร็จก็ห่อเหี่ยวทั้งร่ายกายและจิตใจ สำหรับใครที่ชอบทำงานด้วยตัวเอง เพราะคิดว่าทำเร็วกว่า ปัญหาน้อยกว่า ไม่มีเรื่องกวนใจ อาจจะเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ อยากให้งานออกมาดีที่สุดและถูกใจเรามากที่สุด ถึงขั้นไม่เชื่อใจและไม่ไว้ใจให้คนอื่นๆ มาหยิบจับงานชิ้นนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่องานมันใหญ่เกินตัวของเราไปการกระจายงานให้ทีมย่อมมีประโยชน์มากกว่า เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ การทำอะไรด้วยตัวคนเดียวอาจจะมีข้อจำกัด บางทีการรับฟังความคิดเห็นจากทีมอาจจะได้ไอเดียที่หลากหลายมากกว่า การยอมแบ่งงานหรือยอมให้คนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าก็ได้ ดังนั้น สิ่งที่ควรทำเมื่องานใหญ่เกินตัวไป ก็คือการแบ่งงานตามความถนัดและหน้าที่ของแต่ละคน นอกจากจะช่วยเฉลี่ยงานไม่ให้หนักที่ใครคนใดคนหนึ่งจนเกินไปแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพในการทำงานของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่อีกด้วย แต่ในโลกนี้ก็ยังมีบางคนที่โชคร้ายอยู่ ที่ถึงแม้ว่าจะอยากแบ่งงานแค่ไหน ก็ไม่มีใครยอมเข้ามาช่วยแบ่งเบา ตรงนี้เราก็ขอเอาใจช่วยให้รอดวิกฤติการณ์งานล้นมือไปได้แล้วกันนะ อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  “โง่! แต่อวดฉลาด” Dunning-Kruger Effect อคติเชิงการรับรู้ คนไม่เก่ง ชอบคิดว่าตัวเองเก่ง วิธีบริหารเวลา ให้ทำงานเต็มที่-พักอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสูตร 52/17 “แต่งโต๊ะทำงาน” ให้สวยถูกใจ เพิ่มไฟในการ Work from Home WFH ยังไงให้เหมือนทำงานที่ออฟฟิศ ไม่เสียงาน ไม่เสียเวลา ไม่มีพัง […]

keyboard_arrow_up