รวมทริคแก้อาการสมองตื้อ เราจะทำงานกันแบบสมองไม่ตื้อ

มาหยุดอาการสมองตื้อ ทำงานไม่รอด สมองไม่แล่นกันกับรวมทริคแก้อาการสมองตื้อ ที่จะช่วยทำให้เราสามารถทำงานกันแบบสมองไม่ตื้อ งานไวเสร็จทันกำหนด

ลองมาเช็กกันดีกว่า! 5 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าเรากำลัง “บ้างาน” มากเกินไป

ลองมาเช็กกันดีกว่า! 5 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าเรากำลัง “บ้างาน” มากเกินไป งานถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากๆ ในชีวิต เพราะว่างานก็คือเงิน เงินก็คืองาน แล้วเราก็ต้องการใช้เงินนั้นในการดำรงชีวิตและสร้างความสุขให้กับตัวเอง รวมถึงใช้มันดูแลครอบครัว หลายคนจึงมุ่งมั่นกับมันมากเป็นพิเศษ อยากให้ผลงานออกมาดีเพื่อผลตอบแทนที่ดีและความมั่นคงในหน้าที่การงาน อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องอื่นนอกเหนือจากงานที่มีความสำคัญกับชีวิตของเราเช่นกัน ดังนั้นก็ต้องบาลานซ์มันให้ดี เพราะถ้าบ้านงานจนเกินไปอาจส่งผลเสียให้กับเราได้ งั้นลองมาเช็กกันดีกว่าเรากำลังบ้างานเกินไปอยู่หรือเปล่า และถ้าใครมีอาการแบบนี้อาจเข้าข่ายคนบ้างาน 1.นอนไม่หลับ เฝ้าคิดวนเวียนแต่เรื่องงาน แม้จะทำงานหนักจนเหนื่อยล้าอ่อนแรงแค่ไหน แต่เมื่อกลับไปถึงบ้านก็ยังไม่สามารถตัดงานออกจากความคิดได้ นั่งคิดนอนคิดเรื่องงานไปจนนอนไม่หลับ สุดท้ายก็เกิดความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงควรปล่อยวางเรื่องงานบ้าง แบ่งเวลาพักผ่อนกับเวลางานออกจากกันให้เด็ดขาด ในเวลางานทุ่มเททำอย่างเต็มที่นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าจะดีที่สุดเมื่อถึงเวลาพักก็พักอย่างเต็มที่ด้วย 2.หลงลืมบ่อย สมองเบลอ มัวแต่คิดเรื่องงานจนลืมเรื่องราวรอบกาย ทำให้กลายเป็นคนหลงลืมเรื่องใกล้ตัวอยู่บ่อยๆ เช่น ลืมกุญแจบ้าน กุญแจรถ แบบนี้อาจเป็นสัญญาณจากสมองที่บ่งบอกว่ากำลังอ่อนล้า เพราะมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องงาน จนไม่สนใจเรื่องอื่นในชีวิต ลองหาทางปลดปล่อยความเครียด ด้วยการแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อคลายเครียดก็ดีเหมือนกันนะ 3.ปวดคอ หลัง บ่า ไหล่ ไมเกรนก็ถามหา หากเริ่มมีอาการปวดคอ หลัง บ่า ไหล่ ตามแบบฉบับออฟฟิศซินโดรม หรือปวดกระบอกตาจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์มากเกินไปจนเป็นไมเกรน […]

เที่ยวไปทำงานไป เทรนด์ใหม่ที่เขาเรียกกันว่า Workation

เที่ยวไปทำงานไป เทรนด์ใหม่ที่เขาเรียกกันว่า Workation โควิด-19 ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตที่เราต้องทำตามวิถีใหม่ที่เรียกว่า New Normal ทั้งรักษาระยะห่างระหว่างกัน ใส่แมสก์ และหมั่นล้างมือเพื่อความปลอดภัย รวมไปถึงรูปแบบการทำงานที่หลายบริษัทนำมาปรับใช้อย่างการ Work From Home แต่ความคิดของมนุษย์ไม่เคยหยุดพัฒนา เพราะว่ามีเทรนด์ใหม่ๆ ที่ล้ำกว่าก็คือการ Workation ฉีกกฎเก่าๆ ที่เราคิดว่าการทำงานจะต้องทำที่ออฟฟิศหรือที่บ้านเท่านั้นไปอย่างสิ้นเชิง สำหรับ Workation (“WORK” + “VACATION”) นั้นก็คือการทำงานไปพร้อมกับได้เที่ยวไปในตัว จริงๆ เทรนด์นี้ได้รับความนิยมในต่างประเทศมาสักพักนึงแล้ว แต่ว่าในประเทศไทยเพิ่งมีกระแสขึ้นมาหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้รู้ว่าเราสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้เราเชื่อมถึงกันได้แทบจะไร้รอยต่อ นอกจากนี้ การระบาดของโควิด-19 ยังทำให้เราโหยหาการเดินทางและการท่องเที่ยว เนื่องจากตอนที่ระบาดหนักๆ หลายสถานที่จำเป็นต้องปิดให้บริการ การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำให้เราต้องนั่งทำงานอยู่กับบ้านนานนับเดือนจนรู้สึกเฉาและเบื่อหน่าย เมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายการเปลี่ยนบรรยากาศไปทำงานและพักผ่อนในสถานที่ๆ มีความสวยงามและสะดวกสบายจึงเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย อีกทั้งโรงแรมที่พักส่วนใหญ่ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เช่นกัน เดิมนั้นเคยกวาดรายได้จากการท่องเที่ยว แต่เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวลดน้อยลงจนแทบไม่เหลือก็ต้องเปลี่ยนเป้าหมาย สังเกตได้จากการจัดโปรโมชั่นให้วัยทำงานได้เปลี่ยนบรรยากาศมาทำงานพร้อมกับการพักผ่อน และรับการบริการที่ดี สอดรับกับแนวคิดในปัจจุบันที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปกลายเป็น Work From Anywhere ส่วนใครที่ยังไม่อยากเดินทางไป Workation ไกลถึงต่างจังหวัด ก็ลองมองหาโรงแรมที่พักในกรุงเทพฯ ดูก็ได้ […]

work life balance ทำได้ไม่อยาก เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม

work life balance ทำได้ไม่อยาก เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม ร้องอยากได้ work life balance แต่ดันได้ work ” ไร้ ” balance มาแทนซะงั้น คำที่คล้ายกันแต่กลับต่างกันสุดขั้ว ปัญหาสุดเศร้าที่คนวัยทำงานมักเจอ เชื่อว่าทุกคนล้วนอยากจะทำงานที่ไม่กระทบกับชีวิต หรือทำลายชีวิตตัวเอง และคำว่า “work life balance” ก็ได้กลายเป็นคำกำจัดความของชีวิตการทำงานดีๆที่ลงตัวที่ชาวออฟฟิศโหยหาเป็นที่สุด แต่ดูเหมือนว่าชีวิตการทำงานจะมีแต่ความยุ่งยาก ทำงานด้วยความหนักหน่วง แบกรับภาระที่เกินหน้าที่ของตนเอง สะสมงานและปัญหาจนก่อตัวเป็นความเครียดในที่สุด ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละคร ก็ชีวิตการทำงานนี่แหละค่ะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการทำงานในชีวิตจริงมันไม่ได้ราบรื่นไปเสียทุกอย่าง ก็ต้องมีปัญหามาให้เราแก้ไขบ้าง มีเรื่องราวน่าหนักใจให้เราเหนื่อยใจ ท้อแท้กันบ้าง และอาจจะต้องโหมงานหนักในบางเวลา(หรืออาจจะตลอดเวลา) ซึ่งต่อให้อ่านบทความดีๆ หรือพยายามจัดสรรเวลาให้ลงตัว สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแค่ไหน ก็ต้องจบลงด้วยงานที่โถมเข้ามาแบบไม่หยุดไม่งั้น จนกลายเป็นว่าชีวิตการทำงานตอนนี้เป็น work ไร้ balance ไปเสียงั้น แต่เราจะแก้ไข้ปัญหาแบบนี้ได้ยังไงกัน ในเมื่อเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะทำงานหนักไปเพื่อความอยู่รอด หรือจะลาออกแล้วตายเอาดาบหน้า ซึ่งหลายๆคนก็คงจะต้องเลือกเอาตัวรอดต่อไปด้วยการทำงานแบบ work ไร้ balance แล้วจะดีกว่าไหม ถ้าเราจะปรับนิดปรับหน่อย ให้ชีวิตของเราลงตัวมากยิ่งขึ้น […]

4 WAY หลุดพ้นอาการสมองตื้อ คิดงานไม่ออก

4 WAY หลุดพ้นอาการสมองตื้อ คิดงานไม่ออก ช่วงนี้นี้ใครมีอาการสมองตื้อ คิดงานไม่ออก วันนี้ Goodlife ขอแชร์วิธีเล็กๆ น้อยๆ สัก 4 วิธีที่จะช่วยทำให้เราคิดงานออก สมองไหลลื่นกันบ้าง ลองมาทำตามวิธีง่ายๆ เหล่านี้ดูกันนะ เผื่อมันจะช่วยคุณได้! จะมีอะไรบ้างไปดูกัน ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน ใช่ค่ะเราจะเริ่มต้นการทำงานที่ดีด้วยโต๊ะทำงานที่เรียบร้อย พร้อมลุยงานกันไปแบบยาวๆ ซึ่งหากใครที่กำลังไม่มีแรงใจจะทำงานก็ลองเสียเวลาสักนิดมาเก็บโต๊ะให้สะอาด และทุกครั้งหลังทำงานเสร็จก็จัดเก็บให้เรียบร้อยก็จะช่วยทำให้เราพร้อมทำงานมากขึ้นในครั้งต่อๆไป อีกทั้งยังช่วยอาการไม่ยอมทำงาน คิดงานไม่ออก แล้วหันไปเก็บนู่นเก็บนี่ทั่วห้อง ทั่วบ้านไปหมดอีกด้วย ออกไปสูดอากาศภายนอกบ้าง เพราะส่วนมากการทำงานของเรามักจะจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอม หรือตัวหนังสือ ไม่ว่าจะจากหนังสือ หรือเอกสารต่างๆ นานา ก็ทำให้เรามีอาการสมองล้า ตาล้ากันบ้างล่ะ มาเพิ่มออกซิเจนให้สมองด้วยการออกไปสูดอากาศภายนอกเสียบ้าง และอย่าลืมหันไปมองต้นไม้ ใบเขียวๆสักหน่อย จะช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น สดชื่นมากขึ้น และช่วยลดอาการคิดงานไม่ออก พร้อมกับสร้างความกระปรี้กระเปร่าให้กับเรามากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ฟังเพลงก็มีผลนะ อีกหนึ่งวิธีเด็ดๆที่จะช่วยคุณได้ในเวลาที่คิดงานไม่ออกก็คือ หากเราไม่สามารถออกไปไหนได้ ต้องนั่งอยู่ในออฟฟิศ นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานแล้วล่ะก็ การเปิดเพลงฟังก็มีผลนะ เช่นเวลาที่เราง่วงนอน จนสมองตื้อไปหมด ก็อาจจะลองเปิดเพลงมันส์ๆ ช่วยไหนที่เราต้องการหาแรงบันดาลใจก็ลองฟังเพลงที่มีความหมายดีๆดู ก็จะช่วยทำให้เราทำงานได้แบบเพลินๆมากขึ้น แต่หากเรารู้สึกว่าการฟังเพลงมันแอบรบกวนการทำงานของเราแต่ก็ยังอยากจะฟังเพลงอยู่ ก็ลองเลือดเพลงสากล […]

4 นิสัยที่คนทำงานเก่ง ควรมีเพื่อเป็นคนที่ทำงานต้องการ

4 นิสัยที่คนทำงานเก่ง ควรมีเพื่อเป็นคนที่ทำงานต้องการ หากเราอยากเป็นคนที่มีความสำคัญในบริษัท มีผลงานที่ดี ทำงานเก่ง และรอบรู้อยู่เสมอ เราควรเพิ่ม 4 นิสัยนี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับตัวเราเองแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเราให้ดีขึ้นอยู่เสมออีกด้วย พัฒนาตนเองอยู่เสมอ หากเราอยากเป้นคนที่ “ดีขึ้น” มากกว่าเมื่อวาน เราต้องหมั่นพัฒนาตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางทึ่ดีขึ้นอยู่เสมอ ลองย้อนกลับมามองดูตัวเราว่าเราเป็นคนยังไง มีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง เราสามารถเพิ่มข้อดี หรือ จุดเด่นของเราให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง และเราสามารถปรับปรุง แก้ไขข้อเสียของเราให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง หมั่นเติมความรู้ อ่านหนังสือ ดูสารคดี เสพสื่อดีๆ เพื่อเติมความรู้ให้สมองของเราบ้าง เพียงเท่านี้ เราในวันพรุ่งนี้ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ชีวิตต้องอย่าหยุดนิ่ง อย่าปล่อยให้ชีวิตของเราหยุดอยู่กับที่ เพราะสาวๆ เก่ง และมั่นใจอย่างเราต้องสวย เลิศ และก้าวไปพร้อมกับโลกใบนี้อย่างสวยๆ อยู่เสมอ เริ่มจากการอ่านข่าวให้มากขึ้น ติดตามข่าวสาร เหตุการณ์บ้านเมืองทั้งในไทย และต่างประเทศอยู่เสมอ อัพเดตเทรนด์ใหม่ๆ หมั่นเติมความรู้ให้ตัวเอง เพื่อไม่ให้ตัวเราตกยุค ตกข่าว ล้าสมัย มนุษยสัมพันธ์ดี มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต่อให้เราเป็คนที่เก่ง ดี มีความสามารถขนาดไหน […]

ระวังเอาไว้! “นั่งนาน” เกินไป นอกจากปวดบ่า ไหล่ หลัง แล้วยังทำให้ชีวิตสั้นลง

นั่งอยู่หน้าคอมฯไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นการ “นั่งนาน” จนเกินไป ผลที่ตามมาแน่นอนว่าสิ่งแรกมักเป็นอาการปวดตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะคอ แขน หลัง บ่า ไหล่ ซึ่งเป็นอาการทั่วไปของออฟฟิศซินโดรม แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากอาการปวดเหล่านี้ ยังมีผลเสียต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ จนอาจจะเกิดโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรงได้

5 วิธีผ่อนคลายความเครียด ให้ตัวและหัวใจได้พักผ่อนในวันหยุด

5 วิธีผ่อนคลายความเครียด ให้ตัวและหัวใจได้พักผ่อนในวันหยุด หลายคนลุยงานตั้งแต่วันจันทร์ ลากมายาว 5 วัน จนร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้า ใช้สมองคิดเรื่องงานไปต่างๆ นาๆ จนเกิด “ความเครียด” ไหนๆ วันพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที เลยอยากให้ทุกคนในที่นี้ลองพักสมอง ปล่อยเรื่องงานที่ไม่จำเป็นทิ้งเอาไว้ ให้ตัวและหัวใจได้ผ่อนคลาย ด้วยการทำกิจกรรมง่ายๆ ที่ทำได้ที่บ้านตามสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงนี้ 1.พักผ่อนด้วยการนอน ถ้ารู้สึกเหนื่อยล้า คงไม่มีอะไรจะดีกว่าการนอนพักยาวๆ จากปกติที่ต้องรีบตื่นขึ้นมาแต่เช้า ล้างหน้า แปรงฟัน กินข้าว ให้ตัวเองพร้อมสำหรับการทำงาน ในวันหยุดก็ลองนอนให้นานกว่าเดิมสักหน่อย ฟื้นฟูร่างกายให้เต็มร้อยและสดชื่น แต่ก็ต้องระวังอย่าให้นอนหลับนานเกินไปนักเพราะอาจจะทำให้ปวดหัวได้นะ 2.จัดห้องใหม่ให้น่าอยู่ การจัดบ้านหรือจัดห้องใหม่ให้น่าอยู่ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยคลายเครียดได้ดีเหมือนกันนะ แถมได้เปิดโลกใหม่ไปกับการช็อปปิ้งของแต่งทางห้องออนไลน์ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สนุกที่สุดเลยหละ อาจจะหาผ้าปูที่นอนหรือปลอกหมอนลายใหม่ โคมไฟ สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ มาประดับตกแต่งบรรยากาศให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่น่าเบื่อ 3.สนุกไปกับหนังหรือซีรีส์ดีๆ ในช่วงนี้มีหนังและซีรีส์ดีๆ ออกมามากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะมาจากแพลตฟอร์มที่หลายคนรู้จักกันดีอย่าง Netflix, Disney+ Hotstar หรือว่า HBO Go นอกจากนี้ยังมีหนังและซีรีส์สายจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีอย่าง iQIYI, WeTV และ […]

7 วิธีสร้างสุขใน “การทำงาน” ไม่ต้องมีเคล็ดลับอะไร แค่เริ่มง่ายๆ ที่ตัวเรา

7 วิธีสร้างสุขใน “การทำงาน” ไม่ต้องมีเคล็ดลับอะไร แค่เริ่มง่ายๆ ที่ตัวเรา หากเราไม่มีความสุขกับ “การทำงาน” แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของงาน และเมื่อทำงานออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่สุดท้ายก็จะเกิดความเครียด หมดไฟ ไม่กระตือรือร้นที่จะมาทำงาน หรือไม่ก็ทำแค่ให้มันผ่านพ้นไปและรอเอนจอยกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เพียงเท่านั้น คิดว่าถ้าใครกำลังเป็นแบบนี้อยู่คงไม่ดีเท่าไหร่ ให้ลองมองหาต้นเหตุดีไหมว่าทำไมเราไม่มีความสุข และลองเอา 7 วิธีสร้างสุขในการทำงานที่ GL เอามาแชร์กันในวันนี้ไปใช้กัน 1.มองโลกในแง่บวก ลองเปิดใจมองโลกให้กว้างขึ้นและมองอย่างเข้าใจ คิดบวกเข้าไว้แล้วจะมีแต่สิ่งดีๆ ตามมา บางทีการทำงานมันก็ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้น ปัญหาที่เข้ามาก็คิดว่าเป็นการทดสอบและฝึกฝนตัวเองให้ยกระดับความสามารถไปอีกขั้น 2.มีอารมณ์ขัน แม้จะอยู่ในช่วงเวลางานเราก็หาจังหวะปล่อยมุกพูดจากับเพื่อนร่วมงานที่สนิทบ้างก็ได้นะ การสร้างอารมณ์ขันหรือหยอกล้อกับเพื่อน ๆ สายฮา ก็ช่วยให้บรรยากาศในการทำงานมีความสุขมากขึ้น 3.ยึดหลัก Ergonomics สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราไม่มีความสุขในการทำงานนั่นก็คืออาการเจ็บ ปวด เหนื่อย เมื่อยล้าต่างๆ ของร่างกาย ดังนั้นก็ควรปรับโต๊ะปรับเก้าอี้ให้เหมาะสม และหัดลุกออกไปยืดเส้นยืดสายซะบ้าง 4.ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนพอใจเรา เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะทำให้ทุกคนพอใจและเข้าใจ บางทีเจอกับคนที่น่าปวดหัวก็ไม่ต้องพยายามไปฝืนเอาใจเขามากนัก ช่างมันและถอยออกมาอยู่กับเพื่อนร่วมงานที่ทำให้เรามีความสุขและรอยยิ้มดีกว่า 5.อย่าเก็บปัญหามาคิดมากจนเกินไป เมื่อเกิดปัญหาในการทำงาน ไม่ผิดอะไรถ้าเราจะคิดไตร่ตรองและหาทางออก แต่ก็ต้องเว้นช่วงให้สมองได้พักจากเรื่องเครียดบ้าง หลังเลิกงานก็พยายามลบมันออกจากหัวไปซะ แล้วกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง 6.เลิกบ่นแล้วลงมือทำ มุ่งมั่นที่เป้าหมาย หากเรามัวเอาแต่บ่นว่าไอ้นี่ไม่ดีอย่างนั้น ไอ้นั่นไม่ดีอย่างนี้ […]

4 เหตุผลง่ายๆ ทำให้ หมดพลัง ได้ระหว่างวันโดยไม่รู้ตัว

4 เหตุผลทำคุณ ” หมดพลัง ” ระหว่างวัน เชื่อว่าหลายคนต้องเคยประสบกับความเหนื่อยหน่าย หมดเรี่ยวแรง หมดพลัง ทำงาน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไรหนักๆ เลย บางคนรู้สึกขาดความกระตือรือร้น ความคิดสร้างสรรค์ถดถอย แบบหาเหตุผลไม่ได้ วันนี้เราจึงหยิบยกสาเหตุง่ายๆ ที่คุณอาจไม่รู้ ว่าสิ่งเหล่านี้แหละ ตัวการดูดพลังชีวิตทำให้เหน็ดเหนื่อย ไร้พลังได้เหมือนกัน อ้างอิงจากเว็บไซต์ Livestrong.com ดื่มกาแฟมากเกินไป แทนที่คาเฟอีนจะช่วยให้ตื่นตัว กะปรี้กะเปร่า กลายเป็นว่าไปเพิ่มฮอร์โมนคอร์ติซอล ทำให้เกิดความเครียดระหว่างวันได้ จ้องหน้าจอมาเกินไป ทำให้ตาล้า ปวดศีรษะ ร่างกายโดยรวมเหนื่อยล้าได้ แสงสีฟ้าจากหน้าจอยังส่งผลต่อปัญหาการนอนหลับด้วย ดื่มน้ำไม่พอ การดื่มน้ำไม่พอให้ร่างกายใช้ในการหล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ในร่างกาย ส่งผลให้รู้สึกขาดพลัง และไม่มีสมาธิ กินแป้งและน้ำตาลมากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเหวี่ยง (สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และตกลงอย่างรวดเร็ว) ทำให้ง่วงซึม เหนื่อยล้า แล้วต้องทำอย่างไร ก่อนอื่นหากเป็นคนติดกาแฟ ควรลดปริมาณให้ไม่เกิน 2-3 แก้วต่อวัน การดื่มมากไปทำให้เครียด ความเครียดทำให้หมดพลังได้ไม่ใช่น้อย ต่อมาพยายามพักสายตาบ่อยๆ หลายคนมักพักสายตาทุก 1 ชั่วโมง […]

3 เทคนิคดีๆ ที่ทำให้คุณ ประสบความสำเร็จในการทำงาน

เทคนิคดีๆ ที่ทำให้คุณ ประสบความสำเร็จในการทำงาน ด้วยคำ 3 คำ เทคนิคดีๆ ที่ทำให้คุณ ประสบความสำเร็จในการทำงาน ด้วยคำ 3 คำ จาก คุณสุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ ประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายสร้างสรรค์แห่ง บีบีดีโอ กรุงเทพ จำกัด ผู้เคยฝากข้อคิดดีๆ ในการทำงานเอาไว้อย่างน่าสนใจ บนเวที TED x Chiangmai ในหัวข้อว่า “ทำไมเราจึงควรทิ้งพื้นที่สุขสบาย” หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า พื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) นั่นเอง   ::: ตั้งเป้าหมาย ::: ขั้นตอนเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือ การตั้งเป้าหมายกับตัวเราเอง พิจารณาดูว่าเราอยากทำอะไร เราชอบทำอะไร อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ เมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว เราจึงจะสามารถวางแผนเพื่อก้าวไปยังเป้าหมายที่เราต้องการนั้นได้   ::: ตั้งคำถาม ::: ตั้งคำถามต่อสิ่งเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย หรือ ทำเป็นประจำจนเคยชิน ว่าเราสามารถที่จะในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมได้หรือไม่ […]

เรียนรู้จากความผิดพลาด ข้อแตกต่างระหว่างคน ทำงาน เร็ว กับ คนทำงานช้า

เรียนรู้จากความผิดพลาด ข้อแตกต่างระหว่างคน ทำงาน เร็ว กับ คนทำงานช้า “ความผิดพลาด”ไม่ว่าใครก็น่าจะเคยพบเจอ แต่คนแต่ละคนต่างก็มีวิธีการรับมือกับความผิดพลาด และ เรียนรู้จากความผิดพลาด ที่แตกต่างกันไป เชื่อหรือไม่ว่า การรับมือกับความผิดพลาดของแต่ละคน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของเราด้วย จึงเกิดเป็นความแตกต่างระหว่างคนที่ ” ทำงาน เร็ว” กับ คนที่ “ทำงานช้า” คนทำงานเร็วเปลี่ยนความผิดพลาดเป็นบทเรียน คนทำงานช้ามัวแต่กังวลและหวาดกลัว ความผิดพลาด คือ ขั้นตอนแห่งการลองผิดลองถูกที่ตามมาด้วยผลสำเร็จ หากเราลองใช้วิธีไหนแล้วไม่ได้ผล แสดงว่าวิธีนั้นเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม ควรเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า และมีประสิทธิภาพดีกว่า ในการแข่งขันกีฬา จะมีการวิเคราะห์กลยุทธ์การเล่น ทั้งของฝ่านตนเองและฝ่ายตรงข้ามอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่ตะสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นเพื่อรับมือ และเปิดศึกรุกไปยังฝ่ายตรงข้ามจนสามารถเอาชนะในที่สุดได้ การทำงานก็เช่นเดียวกัน หากเรามองให้ดี การผิดพลาดนั้น แท้จริงคือ “การคาดการณ์พลาด” ซึ่งจะนำไปสู่ “โอกาสในการมองเห็นปัญหาให้ชัดเจนขึ้น” เมื่อแรกเริ่มที่เราลองทำอะไรสักอย่าง เราคาดหวังผลลัพธ์เอาไว้ในใจ แต่เมื่อทำออกมาจริงๆ กลับพบว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ นี่คือโอกาสที่เราจะได้ตรวจสอบว่า “เหตุใดผลลัพธ์จึงต่างไปจากที่เราคิด และ คราวหน้าเราต้องทำอย่างไร จึงจะป็นไปตามที่คาดการณ์” ดังนั้น ความผิดพลาดแต่ละครั้งจึงเป็นโอกาสให้เราได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคิดได้ดังนี้ เราก็ไม่ตำเป็นต้องกลัวความผิดพลาดจนเกินไป และไม่จำเป็นต้องคิดมากเมื่อเผชิญกับความผิดพลาด คนที่ทำงานช้าจะไม่สามารถยอมรับวงจรนี้ได้ […]

ทำงานอย่างไรให้มีความสุขทั้งทางโลกและทางธรรม โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ 

ทำงาน อย่างไรให้มีความสุขทั้งทางโลกและทางธรรม โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เรื่องการทุ่มเททำงานจนสุดชีวิต มันก็ต้องมีสติด้วย หนึ่ง เจ้านายคุณชั่วร้ายหรือเปล่า คุณไปทุ่มชีวิตนี้เพื่อคน ๆ หนึ่ง แล้วสุดท้ายเจ้านายคุณออกไปตัดต้นไม้ ทำลายป่า ขนเงินออกต่างประเทศ หรือว่าสร้างบาปมากมาย ผมว่าคุณ ทำงาน ให้ผิดคนแล้ว อันที่สอง คุณบอกคุณทำงานสุดชีวิตเลย งานของคุณเป็นกุศลหรือเป็นอกุศล งานของคุณทำร้ายใครบ้าง งานของคุณ สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ใครหรือเปล่า อันที่สาม ถ้างานของคุณเป็นงานกุศล งานดี มีประโยชน์ แล้วคุณทุ่มสุดชีวิตเลย ต้องถามว่ามีสติหรือเปล่า เคยมองไหมว่ามนุษย์เราต้องการความสมดุล คุณประสบความสำเร็จในการทำงาน บนน้ำตาของลูกเมียของคุณ คุณว่ามันใช่หรือเปล่า คุณประสบความสำเร็จบนสุขภาพที่ย่ำแย่ ตอนแก่คุณเอาเงินไปไหน คุณรู้ไหม คุณทำงานหาเงินเพื่อเอาเงินก้อนนี้ ไปจ่ายให้โรงพยาบาล ถามว่าคุณใช่หรือเปล่า ต่อมาคุณทำงานเต็มที่เลย พ่อแม่เคยไปเยี่ยมหรือยัง ติดนิสัยสันดาน คนอกตัญญู บ้าแต่งาน คุณลืมพ่อ ลืมแม่คุณได้ไง พ่อเฒ่าแม่แก่ คุณเอาพ่อเฒ่าแม่แก่คุณไปขังไว้ในหมู่บ้านจัดสรร แล้วคุณก็นึกว่าคนแก่เขาจะอยู่ได้เหรอ คนแก่เขากินความรักเป็นอาหาร ถูกไหม คุณไปเห่อลูกคุณ ถ่ายลงFacebook […]

นัดใครทีไรก็ล่มทุกที นัดหมายอย่างไร ไม่ให้ ถูกเท

นัดใครทีไรก็ล่มทุกที มาดูเทคนิคการนัดหมายเพื่อไม่ให้ ถูกเท ถูกเท คำง่ายๆ แต่ความหมายสุดลึกล้ำ Goodlifeupdate เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนน่าจะเคยมีประสบการณ์การถูกเทคมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขอยกเลิกนัด ทั้ง ๆ ที่ใกล้ถึงเวลานัดหมาย การถูกยกเลิกนัดทั้ง ๆ ที่ถึงเวลานัดหมายแล้ว การเนียนเทหายตัวไป ไลน์ไม่ตอบ ติดต่อไม่ได้ ล้วนแล้วแต่สร้างความรู้สึกลำบากใจ แถมยังเสียเวลาอันมีค่าของเรามาก ๆ อีกด้วย วันนี้ Goodlifeupdate จึงขอแนะนำเทคนิคการนัดหมายอย่างไรไม่ให้ถูกเท หรือ ถูกเทน้อยที่สุดมาฝากทุกคนกันค่ะ   ::: ขอคิววันเวลาที่ผู้ถูกนัดหมายสะดวก ::: ถามผู้ที่เราต้องการพูดคุยด้วย ว่าเขาสะดวกในวันและเวลาไหนบ้าง มีวันไหนที่ติดธุระไม่สะดวก มีช่วงเวลาไหนที่ไม่ต้องการรับนัดบ้างหรือไม่ เช่น สามารถนัดได้เฉพาะวันทำงานเท่านั้น ไม่สะดวกให้นัดในวันหยุด เป็นต้น แล้วนำคิวที่เขาสะดวกมาเปรียบเทียบกับวัน และ เวลาที่เราสะดวก แล้วติดต่อไปสอบถามเพื่อขอนัดหมายวันและเวลาที่แน่นอน   ::: ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ::: ในขั้นตอนการพูดคุยเพื่อขอนัดหมาย เราอาจติดต่อผ่านทางช่องทางต่างๆ ที่ทั้งเราและเขาสะดวก เช่น โทรศัพท์ แต่สุดท้ายแล้ว […]

6 เทคนิค สร้างสมาธิ สติไม่หลุด จดจ่อได้นาน ทำงานมีประสิทธิภาพ

เทคนิค สร้างสมาธิ ให้ทำงานมีประสิทธิภาพ หลายคนประสบปัญหา ไม่สามารถโฟกัสกับงานได้นานๆ หรือบางทีรู้สึกไม่มีสมาธิ ทำให้งานที่ทำอยู่ไม่ประสบผลสำเร็จเสียที วันนี้เราจึงมีเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วย สร้างสมาธิ ให้จดจ่อได้นานและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ เมื่อมนุษย์จดจ่อได้ลดลง บริษัท Microsoft เผยแพร่ผลสำรวจว่า คนยุคปัจจุบันมีสมาธิจดจ่อสั้นลงจาก 12 วินาทีเหลือเพียง 8 วินาที จนหลายครั้งไม่สามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้ ชีวจิตจึงขอเสนอวิธีสร้างสมาธิมาฝาก ดังนี้ • หยุดเช็กโทรศัพท์ก่อนเข้านอน – หลังตื่นนอน โปรดสงวนเวลานั้นไว้ให้สมองและจิตใจของคุณค่อยๆ ผ่อนคลายลงจนเข้าสู่ห้วงนิทราหรือตื่นรับวันใหม่ด้วยความสงบ • เพิ่มเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง การออกไปเดินเล่นในสวนใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เปิดโอกาสให้ประสาทสัมผัสทุกระบบของคุณได้ทำงานตามธรรมชาติ ควรฝึกอย่างน้อยวันละ 20 – 30 นาที • กำมือ – คลายมือ วิธีง่ายๆ อย่างกำมือเข้าแล้วคลายฝ่ามือออกช้าๆ โดยกำหนดลมหายใจไปด้วย การขยับมือต่อเนื่องอย่างน้อยครั้งละ 2 – 3 นาที จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย • เปิดแท็บทำงานบนคอมพิวเตอร์เพียง 2 – […]

ข้อควรระวังในการทำงาน ทำแบบนี้อาจโดน เพื่อนร่วมงานเกลียด

7 นิสัยยอดแย่ ที่นอกจากจะทำให้ เพื่อนร่วมงานเกลียด แล้ว ยังทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพอีกด้วย คุณกำลังมีนิสัยและพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก ไม่น่าทำงานด้วย ไปจนถึงขั้นทำให้ เพื่อนร่วมงานเกลียด อยู่หรือไม่ ลองเช็คตัวเองกับ 7 นิสัยยอดแย่ ที่หัวหน้าเอือมระอา เพื่อนร่วมงานไม่อยากเข้าใกล้ จนอาจทำให้การทำงานของคุณไม่มีประสิทธิภาพกันเถอะค่ะ ::: เข้างานสาย ::: อาจฟังดูเหมือนเป็นพฤติกรรมที่ใครๆ เขาก็ทำกัน ที่ทำงานหลายๆ แห่งจึงออกมาตรการป้องกันและลงโทษพนักงานที่มาสาย เช่น ตัดเงินเดือน ไม่ให้ผ่านประเมิน เป็นต้น หากที่ทำงานของคุณไม่เคร่งครัดเรื่องเวลาเข้า-ออกงาน และงานที่คุณทำอยู่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่นนอกจากตัวคุณเอง หากการมาสายของคุณไม่ทำให้งานของคุณสะดุดหรือไม่เกิดผลกระทบ งานของคุณยังสามารถเสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้ตามปกติ การเข้างานสายก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าหากการมาสายของคุณทำให้งานและเพื่อนร่วมงานของคุณได้รับผลกระทบไปด้วย เช่น ทำให้งานไม่เดิน เพราะทุกคนต้องรอคุณมาถึงจึงจะเริ่มงานได้ หรือทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพเพราะเหลือเวลาในการทำงานลดน้อยลง พฤติกรรมเช่นนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเลยค่ะ   ::: สร้างภาพ ::: พอหัวหน้าอยู่ก็ทำเป็นขยันขันแข็ง ทำงานหนัก รีบพรีเซนต์ตัวเองว่าทำอะไรไปบ้าง ต้องเหนื่อยยากลำบากในการทำงานแค่ไหนบ้าง แต่พอหัวหน้าไม่อยู่ ก็กลับมาอู้งานตามเดิม นิสัยแบบนี้ทำให้เพื่อนร่วมงานเอือมระอาจนไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับคุณ   ::: ขี้เกียจ เกี่ยงงาน หนักไม่เอา […]

“รู้” ใจ…ได้งาน – ศรันย์ ไมตรีเวช (ดังตฤณ)

สำหรับผมที่เป็น นักเขียน การคิดงานออกและเขียนได้อย่างลื่นไหลสามารถทำให้ผมดีใจได้Œไม่ต่างจากการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ความดีใจที่พูดถึงนี้มักเกิดขึ้นสองแบบ แบบแรก ทำให้ตัวเองเกิดความรู้สึกสนุก กระตือรือร้น เหมือนมีพลังงานคอยผลักดันให้ร่างกายอยากเคลื่อนไหวไปทำงานให้บรรลุเป้าหมาย แบบที่สอง เกิดขึ้นในยามที่มีความคิดต่อเนื่อง ไหลลื่น ไม่ติดขัด อย่างเช่น เมื่อคืนทำงานค้างไว้ถึงตรงไหน วันนี้จะนึกออกและสามารถเขียนต่อได้สบาย ๆ ยิ่งถ้ามีไอเดียที่หลากหลายผุดขึ้นมาทะลวงส่วนเนื้อหาที่ยังติดขัด ยิ่งทำให้เกิดอาการกระหยิ่มใจ หากเป็นสมัยก่อนที่ยังไม่เคยได้ปฏิบัติธรรม ผมก็คงจะยึดติดกับความดีใจนั้นและบังคับตัวเองให้ทำงานต่อไปไม่มีหยุดตามประสาคนบ้างาน แต่การได้เจริญสติ ดูใจตัวเองเป็นประจำทำให้พบว่า ครั้งใดที่ขีดความดีใจเกินลิมิตปกติไป จิตของผมจะมีสัญญาณเตือนให้กลับไปดูรูปอารมณ์ของเจ้าความดีใจที่พุ่งขึ้นสูงแล้วค่อย ๆ แผ่วลง…ดังนั้นพอเราไม่ปล่อยใจไปกับ “ความดีใจ” ที่เกิดขึ้น อาการนั้นก็จะเป็นเหมือนกับลมหายใจ คือแค่เข้ามาและออกไป มีบางครั้งเหมือนกันที่ความดีใจนั้นทำให้ตัวจิตลิงโลดขึ้นมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว…พอไม่รู้ตัว จิตก็จะเกิดการ “ยึด”…ยึดว่าครั้งหน้าจะมีความสุขจากการคิดงานเช่นนี้อีก…หรือครั้งหน้าไอเดียจะแล่นปรู๊ดปร๊าดเหมือนครั้งนี้ ดังนั้นวิธีให้การต้อนรับตัวจิตนี้คือ ให้รู้สึกว่าความดีใจหรือความสุขนี้ “ไม่เที่ยง” โดยการยอมรับว่า การมีอยู่ของความสุข มองเห็นความสุขนั้น และตระหนักรู้ว่า ความสุขนั้นจะคงอยู่…เป็นแค่ไฟไหม้ฟางที่สุดท้ายไฟจะค่อย ๆ มอดดับไป หากเรามีสติในช่วงเวลาทำงาน เราจะพบว่าไม่มีใครทำงานตลอดเวลา จะต้องมีช่วงพัก และช่วงพักนี่แหละคือนาทีทองในการดูลมหายใจและอารมณ์ที่ตกค้างจากสิ่งอื่นหรือคนอื่น เช่น พูดกับคนที่เรามีปฏิกิริยาทางใจอย่างไร ทำงานนี้เราเห็นจิตเป็นอย่างไร ซึ่งถือเป็นการพักกายและสมองไปในตัว   Secret Box อาการของใจที่เปš็นอุปสรรคต‹่อเสŒ้นทางเจริญสติคือการไม่‹ยอมรับความจริง […]

มองตัวตนผ่านกระจกแห่งสติ บทความธรรมะเตือนสติจากท่านว.วชิรเมธี

มองตัวตนผ่าน กระจกแห่งสติ บทความธรรมะเตือนสติท่านว.วชิรเมธี มนุษย์มีตัวตนอยู่ 3 ตัวตน การส่องกระจกธรรมดาไม่สามารถมองเห็นทั้งสามตัวตนได้ จะต้องใช้ กระจกแห่งสติ จึงจะมองเห็นตัวตนทั้งสามด้าน ประกอบด้วย 1. ตัวตนที่เราเป็นอยู่ทุก ๆ วัน เป็นอย่างที่เป็น เป็นอย่างที่เห็น มนุษย์ทุกคนมีตัวตนอย่างที่เป็น บางคนก็มีตัวตนอย่างที่ใคร ๆ เห็นก็ชื่นใจ บางคนก็มีตัวตนอย่างที่ใครเห็นก็หวาดกลัว เพราะตัวตนนี้ก็คือผลของบุคลิกภาพที่เราสั่งสมมาอย่างยาวนานนั่นแหละ ตัวตน อย่างนี้ก็คือตัวตนที่เป็นธรรมชาติของทุกคน (ฉันเป็นฉันเอง) 2. ตัวตนที่เราอยากให้สังคมมองเห็น ตัวตนเช่นนี้ก็คือตัวตนที่เกิดจากการเสแสร้งแสดงนั่นเอง อยู่ที่บนเป็นแบบหนึ่ง เข้าสังคมเป็นอีกแบบหนึ่ง และวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อนก็เป็นอีกแบบหนึ่ง อย่างนี้เรียกว่า ตัวตนที่เกิดจากการเสแสร้งแสดง (ฉันเป็นอย่างที่เธอเห็น) 3. ตัวตนที่เราต้องการไปให้ถึงในอนาคต เรียกว่า ตัวตนในอุดมคติ ตัวตนนี้จะชัดมาก ถ้าไปถามดารานักร้องซูเปอร์สตาร์ทั้งหลาย ก็จะได้คำตอบชัดเจน คือมีความคาดหวังว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคต ถ้าไปไม่ถึงก็อยู่ที่ตัวตนเดิม ๆ ไปก่อน (ฉันเป็นอย่างที่ควรจะเป็น)     มนุษย์มีตัวตนสามตัวตนอย่างนี้ตลอดไป และเมื่อเราไม่เคยฝึกสมาธิ ไม่เคยฝึกตัวตน เราก็ไม่รู้ว่าตัวตนไหนที่กำลังออกโรงแสดงอยู่และกำลังพาเราโลดแล่นไปในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนั้น คนเราโดยมากแสดงผิดแสดงถูกอยู่ตลอดเวลา […]

keyboard_arrow_up