บุญสุดท้ายของคนเก็บของเก่า สั่งเสียให้ญาตินำเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตถวายวัด

ชาวโซเชียลต่างประทับใจเรื่องราวของ ตาต้อย คนเก็บของเก่า อยู่ที่อำเภอบ้านหมี่ ซึ่งเสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา และสั่งเสียญาติไว้ว่าให้นำเงินเหรียญที่ตัวเองเก็บออมไว้ทั้งชีวิตไปบริจาควัด สมาชิกเฟซบุ๊ก เกียรติศักดิ์ เสาที ได้โพสต์เรื่องราวของ ตาต้อย ชายแก่เก็บของเก่า ที่ทำความดีครั้งสุดท้ายด้วยการบริจาคเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตถวายวัดหลังเสียชีวิตไปแล้ว โดยระบุข้อความว่า   “RIP ตาต้อย ชายเก็บของเก่า หน้า 7/11 บ้านหมี่ ถึงแกจะจากไปแกยังให้ญาติ ๆ เอาเงินทั้งหมดที่หามาทั้งชีวิตไปถวายวัด จิตใจแกช่างยิ่งใหญ่จริง ๆ #ดูคนอย่าดูแค่ภายนอก หลับให้สบายนะน้าต้อย”   RIP ตาต้อย ชายเก็บของเก่า หน้า7/11บ้านหมี่ ถึงแกจะจากไปแกยังให้ญาติๆเอาเงินทั้งหมดที่หามาทั้งชีวิตไปถวายวัด… Posted by เกียรติศักดิ์ เสาที on Wednesday, December 25, 2019 เมื่อโพสต์นี้เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาชื่นชมยกย่องจิตใจอันงดงามเป็นกุศลของตาต้อย และขอให้ดวงวิญญาณของตาต้อยไปสู่ภพภูมิที่ดี   ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เกียรติศักดิ์ เสาที Secret Magazine (Thailand) บทความน่าสนใจ ไมเคิล […]

แม้เสียขาสองข้าง คุณตาก็ไม่เคยหยุดปลูกป่าเพื่อให้กลับมาเขียวอีกครั้ง

สำนักข่าวซินหัวได้เผยแพร่เรื่องราวน่าประทับใจของคุณตา หม่าซานเสี่ยว ทหารผ่านศึกวัยชรา ซึ่งถึงแม้เสียขาไปทั้งสองข้าง คุณตาก็ยังมุ่งมั่นลุย ปลูกป่า ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กิจวัตรประจำวันของคุณตาหม่าคือ คุณตาจะตื่นก่อนตีห้า ลุกขึ้นมาสวม “ขาเทียม” แล้วคว้าจอบเสียมมุ่งหน้าขึ้นเขา เพื่อไปปลูกต้นไม้ในหมู่บ้านห่างไกล ที่อยู่ลึกเข้าไปในทิวเขาของมณฑลเหอเป่ย ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน คุณตาหม่าเสียขาทั้งสองข้างจากภาวะโลหิตเป็นพิษ ถึงแม้จะกลายเป็นคนพิการ มีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ทำอะไรอย่างคนปกติไม่ได้ แต่คุณตาก็ไม่เคยท้อแท้ หรืออยู่บ้านเฉย ๆ รอให้คนอื่นมาช่วยเหลือ คุณตาหม่าเริ่มลงมือปลูกต้นไม้บนภูเขาแห้งแล้งใกล้บ้านในปี 2001 ช่วงแรกทำเพียงเพราะจะขายต้นไม้หารายได้ เนื่องจากเป็นหนี้ก้อนใหญ่หลังจากตัดขา แต่เมื่ออาการดีขึ้น บวกกับเงินบำนาญของทหารที่เพิ่มมากขึ้น คุณตาหม่าก็ยังปลูกต้นไม้ต่อไป แต่ไม่ได้ปลูกเพื่อขายหารายได้เหมือนเมื่อก่อน คุณตาปล่อยให้ต้นไม้เติบโตต่อไป เพื่อให้ระบบนิเวศบนภูเขาดีขึ้นกว่าเดิม คุณตาหม่ากล่าวทิ้งท้ายกับผู้สื่อข่าวอย่างน่าฟังว่า “ผมปลูกต้นไม้เพื่อให้ภูเขาต่าง ๆ เขียวขจีกว่าเดิม และอย่างที่เห็น ต้นไม้ที่ปลูกเป็นแนวตรงดูเหมือนเป็นทหารแห่งธรรมชาติในชุดสีเขียวเข้าแถวเรียงกัน”   ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สำนักข่าวซินหัว Secret Magazine (Thailand) บทความน่าสนใจ สามีปลูกต้นไม้นับพันเพื่อรำลึกถึงภรรยาผู้ล่วงลับ 15 ปีต่อมากลายเป็นป่ารูปหัวใจ พาเมลา &  อนิล มัลโฮตรา ซื้อ พื้นที่เสื่อมโทรม […]

ชื่นชมกลุ่มวัยรุ่นช่วยกันเก็บขยะ “งานไหลเรือไฟ” ทำดีถวายพ่อหลวง

เกิดกระแสชื่นชมอย่างล้นหลาม เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chawanpat Suwannawong ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ที่ตนเองและเพื่อน ๆ ช่วยกัน เก็บขยะ จำนวนมากที่เกลื่อนกลาดอยู่บริเวณอัฒจันทร์ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม หลังงานไหลเรือไฟสิ้นสุดลง โดยระบุข้อความว่า “คิดแล้วต้องลงมือทำด้วย เหนื่อยแต่มีความสุข นอนหลับฝันดี” ทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย และยังแชร์ต่อไปอีกเรื่อย ๆ เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว คือ น.ส.ชวัลพชร สุวรรณวงค์ หรือ น้องนุช อายุ 23 ปี บ้านอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ทำงานเป็นพนักงานของโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เธอบอกผู้สื่อข่าวว่า เธอกับเพื่อน และน้อง ๆ ที่รู้จักกันเป็นญาติกัน เดินทางมาจากต่างจังหวัด ได้แก่ น.ส.กมลวลัย ประจักษ์รัตนกุล อายุ 20 ปี น.ส.สมิตา ศรีสวัสดิ์ อายุ 21 ปี นายนวกิจ ชาชม อายุ 20 ปี และ นายศุภคูณ ลิ้มรุ่งเรือง อายุ […]

ชื่นชมหนูน้อยวัย 6 ขวบเก็บกระเป๋าเงินได้ รีบแจ้งตร.ส่งคืนเจ้าของ

เรื่องราวของเด็กดีวันนี้คือ เด็กชายพรเทพ แสงสว่าง วัย 6 ขวบ เก็บกระเป๋าเงินได้ที่ห้องน้ำในห้างสรรพสินค้าแห่งในจังหวัดพิษณุโลก แทนที่จะเก็บเอาไว้เอง หนูน้อยรีบไปบอกคุณยาย คุณยายจึงพาไปแจ้งตำรวจ เพื่อส่งคืนเจ้าของ เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา นางพาสินี แสงสว่าง พาหลานชายคือ เด็กชายพรเทพมายังสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก เพื่อนำเอากระเป๋าเงินสีขาวมาส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามหาเจ้าของมารับคืนไป เนื่องจากมีบัตรและเงินอยู่จำนวนหลายพันบาท   หนูน้อยเล่าว่า ระหว่างที่เข้าห้องน้ำของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองพิษณุโลก ได้พบกระเป๋าเงินร่วงหล่นอยู่ในห้องน้ำ แต่ไม่พบเจ้าของจึงเก็บกระเป๋าเงินแล้วนำมาบอกยาย ให้ช่วยนำส่งคืน คุณยายพาสินีบอกว่า ตนเองกับหลานมาซื้อของที่ห้าง หลานได้ขอเข้าห้องน้ำ เมื่อออกจากห้องน้ำก็ถือกระเป๋าเงินออกมาด้วย ตอนแรกคุณยายก็คิดอะไรไม่ออกว่าจะส่งคืนเจ้าของได้อย่างไร คิดถึงแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงพากันขี่รถจักรยานยนต์มาที่สถานีตำรวจเพื่อติดตามหาเจ้าของมารับคืนต่อไป คุณยายบอกว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่หลานชาย ถึงแม้จะอายุเพียง 6 ขวบ เรียนชั้น ป.1 ก็แสดงตนว่ามีความตั้งใจเป็นเด็กดีตามที่คุณครูแจ๋ว โรงเรียนวัดศรีวิสุทธาราม ได้อบรมสั่งสอนมาตลอด จึงทำให้หลานชายไม่คิดจะเอาทรัพย์สินของคนอื่นมาเป็นของตนเอง และมีความตั้งใจที่จะทำความดี นำส่งกระเป๋าเงินคืนให้เจ้าของโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน   หลังจากมอบกระเป๋าเงินให้ตำรวจ เด็กชายพรเทพและคุณยายก็เดินทางกลับบ้านทันที ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อเจ้าของกระเป๋าเงินให้มาติดต่อขอรับกระเป๋าเงินคืนแล้ว น่าชื่นชมอนาคตของชาติจริง ๆ […]

ความเป็นพระอยู่ที่ใจ

ความเป็นพระ อยู่ที่ใจ โดย พระถวิล ฐานุตฺตโม เมื่อถึงวันพระ วันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด เป็นต้น เราตั้งใจไปวัดเพื่อบำเพ็ญบุญกุศล โดยการถวายสังฆทาน ถวายภัตตาหาร หรือถวายจตุปัจจัยไทยธรรมต่าง ๆ ด้วยเพราะเรานั้นมีศรัทธาในความเป็นพระของภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีศีลมีธรรม หรือมีความเชื่อว่าเป็นเนื้อนาบุญที่ดี ความเป็นพระ ความจริงแล้วผู้ที่มีความเป็นพระนั้นมิใช่เพียงเฉพาะภิกษุสงฆ์ แต่ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ใจ ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ว่าคนนั้นปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหรือไม่ และผู้ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานั้นมีผู้ที่มีศีลมีธรรม เป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นผู้ที่มีความหวังดี มีเมตตากรุณา มีความเอาใจใส่ที่จะให้เราเป็นคนที่ดี เป็นคนที่อยู่ในศีลในธรรมหรือไม่ หากลองพิจารณาตามเงื่อนไขเหล่านี้ ก็คงพบได้ไม่ยากว่าคุณพ่อคุณแม่ของเรานั้นแท้ที่จริงนั้นก็คือ “พระในบ้าน” ของเรานั่นเอง พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า คุณพ่อคุณแม่ของเรานั้นเทียบได้กับเป็นพระอรหันต์และพระพรหมประจำบ้าน เป็นผู้ที่มีพระคุณ เป็นผู้ที่เราจะต้องเอาใจใส่เลี้ยงดูท่านด้วยเช่นเดียวกัน เรามาที่วัดนั้นมาถวายสังฆทานหรือมาถวายภัตตาหารให้พระที่วัด โดยการประเคนด้วยมือสองข้างด้วยความเคารพต่อพระสงฆ์ ดังนั้นเมื่อเราอยู่ที่บ้าน หากมีโอกาสที่จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน เช่น ตื่นเช้ามาก็ตักข้าว แล้วก็ยกจานข้าวให้กับคุณพ่อคุณแม่ด้วยความเคารพ คุณพ่อคุณแม่ก็จะรู้สึกปลื้มใจ นี่ก็เป็นบุญอันยิ่งใหญ่ เราสามารถที่จะทำกุศลโดยการมอบปัจจัยให้กับคุณพ่อคุณแม่ อย่างลูกน้องของเราบางคนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ ๆ หากมีความตั้งใจดี […]

ความดี … ทำง่าย?

“การทำความดีไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป” ใครสักคนเคยพูดไว้เช่นนั้น ตอนได้ยินฉันนึกแย้งในใจว่า “ไม่จริงมั้ง ข้ออ้างหรือเปล่า…ถ้าคนเราจะทำ ความดี เสียอย่างไม่มีอะไรยากหรอก” จนกระทั่งตัวเองได้ประสบกับเหตุการณ์หนึ่งซึ่งส่งผลให้ต้องกลับมาคิดอีกครั้งว่า บางทีคำกล่าวนี้อาจจะเป็นจริงก็ได้… ฉันเป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด ก่อนจะย้ายมาใช้ชีวิตและทำงานที่จังหวัดพังงา บ่ายวันหนึ่งฉันขับรถตู้โกโรโกโสของบริษัทไปทำธุระที่ธนาคาร (รถคันนี้มีชื่อเล่นว่า “น้องแหบ”) เมื่อออกจากธนาคารกำลังจะขับพาน้องแหบกลับบริษัท เห็นสามีภรรยาชาวต่างชาติคู่หนึ่งเดินตรงมาที่รถ ฉันจึงเปิดหน้าต่างลง มาดามยื่นแผนที่ในมือให้ดูพลางชะเง้อมองชื่อบริษัทที่หน้าอกเสื้อพนักงานของฉันด้วย เธอถามว่าจุดขึ้นรถของโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งในเขาหลักอยู่ที่ไหน เธอและสามีต้องการจะกลับโรงแรม ฉันตอบคำถามของเธอไม่ได้เพราะไม่ใช่คนแถวนี้ แต่พอดีมองไปเห็นวัยรุ่นชายคนหนึ่งกำลังกวักมือเรียกฝรั่งทั้งคู่ให้ไปขึ้นรถแท็กซี่สองแถวของเขา ฉันถามเขาว่าจุดขึ้นรถกลับโรงแรม…อยู่ที่ไหน เขาตอบว่าไม่รู้ จากนั้นก็หันไปตั้งหน้าตั้งตาเรียกฝรั่งคู่นั้นมาขึ้นรถต่อไป ตัวฉันเองเคยไปใช้ชีวิตในต่างแดนและเคยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือแบบนี้มาก่อน ครั้งใดที่ได้รับความเอื้อเฟื้อจากเจ้าของประเทศจะรู้สึกดีมาก ตอนนั้นฉันก็แค่อยากให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองไทยรู้สึกแบบเดียวกัน จึงบอกพวกเขาว่าจะไปส่งที่โรงแรมให้เอาไหม มาดามถามว่าจะคิดตังค์เท่าไร ฉันตอบว่า ไม่คิดเงินหรอก พวกเขาดีใจมาก รีบเปิดประตูน้องแหบขึ้นมานั่งทันที แต่เหตุการณ์ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อวัยรุ่นเจ้าถิ่นพยายามห้ามไม่ให้ฉันออกรถ เขาพูดซ้ำ ๆ ว่า “พี่เอาแขกไปไม่ได้” ฉันจึงหันไปพูดกับแขกบ้านแขกเมืองทั้งสองว่าผู้ชายคนนี้อยากให้คุณไปกับรถของเขา คุณต้องการอย่างนั้นไหม แขกตอบพร้อมกันว่า “ไม่!” ขณะนั้นฝนเพิ่งซาเม็ดและร้อนอบอ้าวจากไอแดดที่สาดแสงลงมา หากพวกเขาไม่ไปกับรถโลคัลแท็กซี่คันนี้ก็คงต้องพากันเดินฝ่าไอแดดไปเรื่อย ๆ และระยะทางจากตรงนี้ไปโรงแรมก็ไม่ใช่ใกล้ ๆ ฉันไม่ฟังเสียงทัดทานขณะที่คนขับรถรับจ้างเจ้าถิ่นยังไม่ยอมหยุดแผ่นเสียงตกร่องของเขา “พี่เอาแขกไปไม่ได้ ๆ” มันเพิ่มความรำคาญมากขึ้นทุกขณะ ฉันจึงตัดความรำคาญโดยตะโกนออกไปว่า “มีอะไรให้ไปเคลียร์ที่บริษัท” […]

การทำความดีไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ใบปริญญา เรื่องจริงจากหนุ่มผู้ที่ไม่รับปริญญา

การทำความดีไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ใบ ปริญญา เรื่องจริงจากหนุ่มผู้ไม่รับปริญญา ผมไม่เชื่อหรอกว่า ใบ ปริญญา จะสามารถวัดคุณค่าของคนได้จริง…อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งละที่เชื่อแบบนี้ ผมเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง บ้านเราเช่าตึกแถวหนึ่งห้องสำหรับทำมาหากินและอยู่อาศัย ชั้นล่างแม่เปิดเป็นโรงงานเย็บผ้าขนาดย่อม โดยรับชิ้นส่วนผ้าที่ตัดเรียบร้อยแล้วมาเย็บเป็นชุด พร้อมกับชักชวนคนรู้จักในหมู่บ้านของแม่ที่เดินทางจากภาคอีสานมาหางานทำในกรุงเทพฯมาช่วยเป็นลูกมือราว 10 คน รวมถึงพ่อที่เมื่อก่อนเคยเป็นช่างไม้ก็ออกมาช่วยแม่ทำงานที่ร้านอย่างเต็มตัว ส่วนชั้นสองของบ้านนั้น ห้องหนึ่งครอบครัวเราใช้อยู่อาศัย ส่วนห้องที่เหลือก็ให้ลูกจ้างอยู่ พ่อแม่ของผมเรียนหนังสือไม่สูง แต่ก็สามารถส่งผมเข้าเรียนโรงเรียนเอกชนที่มีคุณภาพในกรุงเทพฯได้ ชีวิตครอบครัวเราเหมือนจะไปได้สวย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เหมือนมาปล้นบรรยากาศดี ๆ ภายในครอบครัวของผมไป สมัยนั้นผมยังเรียนอยู่ชั้น ป.5 แต่ก็โตพอจะรู้ว่าเศรษฐกิจช่วงนั้นไม่ค่อยดีนัก บรรดาลูกจ้างที่เคยช่วยงานในร้านพากันกลับไปสร้างเนื้อสร้างตัวที่ต่างจังหวัดหมด ทำให้กิจการของเราไปต่อไม่ได้ แม่ค่อย ๆ ทยอยขายจักรทิ้งไปทีละตัวเพื่อนำเงินมาหมุนเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ส่วนพ่อก็หันไปทำอาชีพเมสเซนเจอร์แทน วิกฤติครั้งนี้ ภาระหนักทั้งหมดตกอยู่ที่พ่อ ท่านต้องคอยขับรถส่งของให้เหล่าคุณหญิงคุณนาย โดยนำมอเตอร์ไซค์บุโรทั่งคันเดียวที่มีในบ้านไปใช้ แต่เพราะงานของพ่อเป็นอาชีพอิสระ ทำให้รายได้ไม่ค่อยแน่นอน เราจึงต้องอยู่กันอย่างกระเบียดกระเสียร ไม่เพียงเท่านั้น ครอบครัวของเรายังมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มมาอีกหนึ่งคนด้วย ทุกครั้งที่กลับถึงบ้านหลังโรงเรียนเลิก ผมจะมองลอดเข้าไปในประตูเหล็กยืดหน้าบ้าน ภาพที่เห็นซ้ำ ๆ จนชินตาคือ ภาพของแม่กำลังนอนแผ่หลาอยู่บนเสื่อน้ำมันท่ามกลางความมืดมิดภายในบ้าน ซึ่งนั่นเป็นเพราะแม่ไม่มีงานทำ และบ้านเราก็ไม่มีเงินพอแม้แต่จะจ่ายค่าไฟ ทุกวันผมต้องเดินกำเงิน 20 บาทไปซื้อข้าวผัดมาหนึ่งกล่อง แล้วแบ่งกันกินกับแม่คนละครึ่ง เป็นเพราะบ้านเรามีเงินไม่พอแม้แต่จะซื้อข้าวมาหุง […]

เจเจ เด็กม.3 ชาวสุราษฎร์ธานี ปั้มหัวใจ ช่วยชีวิตผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น

เจเจ เด็กม.3 ชาวสุราษฎร์ธานี ปั้มหัวใจ ช่วยชีวิตผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์แชร์คลิปสั้นที่มีเด็กม.3คนหนึ่งกำลังทำ CPR คือ การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน หรือ การ ปั้มหัวใจ ให้ผู้ป่วยที่หมดสติกลับมาหายใจได้อีกครั้ง เด็กชายในคลิปที่กำลังทำ CPR การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน หรือ ปั้มหัวใจช่วยชีวิตคนอยู่นั้นคือ น้อง “เจเจ” ด.ช.ธราเทพ บุญหาญ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี อายุ 14 ปี โลกโซเซียลชื่นชมในการทำความดีของน้องเจเจ ที่สามารถปั้มหัวใจช่วยชีวิตผู้ชายคนหนึ่งที่หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ขณะที่กำลังออกกำลังกายภายในบริเวณสนามฟุตบอลหญ้าเทียมแห่งหนึ่งใน อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จนพ้นขีดอันตรายได้สำเร็จ       ด.ช.ธราเทพ บุญหาญ หรือน้องเจเจ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวไทยว่า ชอบช่วยเหลือสังคม อีกทั้งพ่อกับแม่เป็นอาสาสมัครของมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี และเริ่มทำงานอาสามาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เรียนรู้และผ่านการฝึกอบรมการช่วยเหลือชีวิตด้วยการทำ CPR จากศูนย์กู้ชีพ ส่วนวันเกิดเหตุกำลังเดินทางกลับบ้านที่แยกบางใหญ่หลังเลิกเรียน […]

คนทำดี ต้องบอกต่อ : น้องรปภ.ชาวกัมพูชากับพี่สาวชาวไทย ช่วยตามหาเจ้าของกระเป๋าเงิน

ทำดีต้องบอกต่อ เพราะซีเคร็ตอยากให้ทุกคนมีจิตสำนึกที่ดี ร่วมกับทำความดี แม้เพียงเล็กน้อย อย่างน้องรปภ.ชาวกัมพูชา และผู้หญิงไทยคนนี้

keyboard_arrow_up