พุทธจิตวิทยา สู่ความงามสง่าที่แท้จริง

พุทธจิตวิทยา สู่ความงามสง่าที่แท้จริง จิตวิทยาเป็นศาสตร์ที่สอนด้วยเรื่องการสร้างบุคลิกภาพให้งามสง่า และพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาที่สอนเรื่องจิตของมนุษย์ ก็มีคำสอนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็น พุทธจิตวิทยา ที่จะส่งเสริมสร้างความงามภายนอก ภายใน เพื่อผสานสู่ความงามสง่าที่แท้จริง   “การได้เกิดมาเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนานี้  เป็นโชคดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้แล้ว เพราะฉะนั้น ขอให้มีความสนใจในพุทธศาสนาให้มาก” – พุทธทาสภิกขุ   ผู้เขียน รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่มีความสนใจในพระพุทธศาสนา ซึ่งผู้เขียนศึกษาโดยตรงจากพระไตรปิฎก และคำสอนจากท่านพุทธทาสภิกขุ ผู้เขียนยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่เลือกเรียนปริญญาโททางด้านจิตวิทยา เพราะจิตวิทยาเป็นวิชาที่สนุกมาก มีการทดลองเพื่อพิสูจน์ และทดสอบสมมติฐานอย่างเป็นขั้นตอน บางครั้งมีผลการวิจัยที่น่าแปลกใจ และชวนให้เกิดจินตนาการ เพราะการจินตนาการ เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนา และการต่อยอดความคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอส่งต่อความโชคดีแบบสองชั้นนี้ มอบแด่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อส่งเสริมงานพุทธจิตวิทยาร่วมกัน ในการดับทุกข์ และประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์     การที่หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างเต็มรูปแบบ  ผู้คนให้ความสนใจเรื่องสุขภาพและความงามมากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ จึงขอแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านความงามและคุณภาพชีวิต ด้วยการใช้หลักพุทธจิตวิทยา โดยในฉบับนี้จะขอนำเสนอเคล็ดลับความงามสง่า ที่จะช่วยจุดประกาย เปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ ได้ภายในเสี้ยววินาที! […]

นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน

นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน   เทพเทวดาย่อมคุ้มครองผู้รักษาศีล ไม่เพียงแต่เป็นมนุษย์เท่านั้น แต่ยังคุ้มครองแม้สัตว์เดรัจฉานอย่าง กระต่ายผู้ทรงศีล อีกด้วย   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกระต่ายอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและมีแม่น้ำล้อมรอบ โดยมีสัตว์เป็นเพื่อนกันอีก 3 ตัว คือ ลิง สุนัขจิ้งจอก และนาก สัตว์ทั้ง ๔ เป็นสัตว์มีศีลธรรม ทุกเย็นจะมาพบกันและฟังโอวาทของกระต่ายเสมอ วันหนึ่ง กระต่ายมองดูพระจันทร์ก็รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันอุโบสถ จึงให้โอวาท ว่า ” วันพรุ่งนี้ พวกเราจงรักษาศีล ให้ทานกันเถิด เพราะมีผลบุญกุศลมาก ดังนั้นพวกเราจงเตรียมอาหารไว้แบ่งปันให้คนขอทานเถิด” สัตว์ทั้งสามจึงกลับไปยังที่อยู่ของตน ครั้นรุ่งขึ้นมีนายพรานคนหนึ่งตกเบ็ดได้ปลาตะเพียน 7 ตัว จึงนำไปฝังทรายเอาไว้แล้วก็ข้ามแม่น้ำต่อไป นากออกหาอาหารได้กลิ่นปลาเหล่านั้นจึงร้องขึ้น 3 ครั้ง ไม่มีใครปรากฎตัวแสดงความเป็นเจ้าของ จึงคาบปลาทั้งหมดกลับไปยังที่อยู่ของตน แล้วนอนรักษาศีล ส่วนลิงเข้าไปในป่าได้มะม่วงมาก็กลับที่อยู่ของตนเพื่อนอนรักษาศีล เจ้ากระต่ายรักษาศีลอยู่ในที่อยู่ของตนไม่ได้ออกไปหาอาหารมาไว้ให้ทาน โดยคิดที่จะสละชีวิตให้ทานว่า ” ถ้ามีคนมาขออาหาร งา และข้าวสาร เราก็ไม่มีให้ ถ้าเช่นนั้นเราจะให้เนื้อของเราแก่เขาก็แล้วกัน” คิดแล้วก็นอนรักษาศีลอยู่ ด้วยอานุภาพแห่งศีลของกระต่ายเป็นเหตุให้บรรลังก์ของท้าวสักกะเร่าร้อน […]

ให้ทานอย่างไรให้เป็นทานแท้ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง – ว.วชิรเมธี

ถ้าจะให้ ทานแท้ โดยเฉพาะวัตถุทานให้ถูกต้อง เราต้องให้เพื่อกำจัดความตระหนี่ถี่เหนียว ตั้งเจตนารมณ์ให้เป็นบุญเป็นกุศลแล้วให้ทาน

หลังให้ทาน ต้องอธิษฐานอย่างไร | การอธิษฐานที่ถูกต้อง ฉบับท่าน ว.วชิรเมธี

ท่าน ว.วชิรเมธี อธิบายเรื่อง การอธิษฐาน ไว้ในบทความตอนหนึ่งว่า การอธิษฐานเพื่อให้ได้ดวงตาเห็นธรรมหรืออธิษฐานเพื่อให้ได้เป็นพระโสดาบัน เป็นวิธีที่ถูกต้อง

keyboard_arrow_up