ทำทานเพื่ออะไร และทานแบบใดที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง : พระไพศาล วิสาโล

ทำทานเพื่ออะไร และทานแบบใดที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง : พระไพศาล วิสาโล หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องการทำทานมาไม่มากก็น้อย แต่เชื่อว่าหลายคนจะเข้าใจเรื่องการทำทานอย่างถ่องแท้มากขึ้น จะได้ทราบว่า ทำทานเพื่ออะไร ทำแล้วได้อะไร จากทรรศนะของพระไพศาล วิลาโล เพื่อเป็นความประดับสติปัญญาทางธรรม เพื่อให้การทำทานครั้งต่อไปกลายเป็นการทำทานที่แท้จริง เปลือกนอกของศาสนามันก็มีประโยชน์อยู่ แต่อย่าไปยึดติดจนกระทั่งลืมสิ่งที่เป็นสาระ นั่นคือเรื่องการพัฒนาชีวิตจิตใจ แม้แต่การท่องหลักธรรม เช่น อริยสัจ 4 พรหมวิหาร 4 มรรค 8 ฯลฯ หลายท่านไปเน้นตรงนี้ เข้าใจว่าต้องท่องให้ได้ ถึงจะรู้ศาสนา ถึงจะเข้าใจศาสนา ความจริงการท่องหลักธรรมให้ได้นั้น ไม่สำคัญเท่ากับการไปปฏิบัติธรรมหรือเปล่า บางคนท่องไม่ได้ อย่างชาวบ้านคนเฒ่าคนแก่ เขาท่องไม่ได้ แต่ว่าชีวิตของเขาสอดคล้องกับธรรมะ นั่นคือมีการให้ทานเป็นชีวิตจิตใจ ขอทำความเข้าใจคำว่า “ทาน”     เพราะทุกวันนี้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าการ “ทำทาน” ใช้กับพระสงฆ์ไม่ได้ กับพระต้องเรียกว่า “ทำบุญ” ทำทานต้องใช้กับคนจน ใช้กับสัตว์ ก็เกิดจากการเข้าใจกันไปอย่างนี้ จะถวายพระ จะให้สัตว์ ให้คนจน ก็คือทาน ไม่อย่างงั้นไม่มีคำว่า “สังฆทาน” […]

สาธุ! เจ้าอาวาสวัดถ้ำระฆังนำข้าวของจากตักบาตรเทโวแจกผู้ยากไร้ 12 หมู่บ้าน

ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า พระครูโฆษิต บุญโญปถัมภ์ เจ้าอาวาสวัดถ้ำระฆัง และเจ้าคณะตำบลนาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย พร้อมผู้ใหญ่บ้าน อบต. และคณะศิษย์ ช่วยกันขนข้าวสาร อาหารแห้ง ขนม นม น้ำส้ม จำนวนกว่า 3 ตัน ที่ได้รับจากงานบุญครั้งใหญ่ ได้แก่ งานฉลองบันได 649 ขั้น และประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่พระสงฆ์ 108 รูป เดินลงจากยอดเขาถ้ำระฆัง รับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง นำไปแจกจ่ายบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ยากไร้ และผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่ 12 หมู่บ้าน ต.นาขุนไกร พระครูโฆษิต กล่าวว่า ข้าวสารอาหารแห้งทั้งหมดที่ได้รับมาจากญาติโยม หากเอาไว้ที่วัดก็ไม่เกิดประโยชน์มากนัก เพราะพระกินไม่ทันฉันไม่หมด จะเสียของไปเปล่า ๆ จึงรวบรวมมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่ยากจนขัดสน ครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง มีข้าวสารประมาณ 2 ตัน อาหารแห้งกับเครื่องดื่มอีก 1 ตัน แจกให้ญาติโยมครอบครัวละ 4 กระสอบปุ๋ย […]

อย่าดูหมิ่นว่าเป็นการทำบุญที่เล็กน้อย

อย่าดูหมิ่นว่าเป็น การทำบุญ ที่เล็กน้อย ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี อันเป็นอารามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวายไว้ในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่อง การทำบุญ และอานิสงส์ที่ส่งผลให้ผู้ทำทานได้สมบัติ 2 ประการ คือ โภคสมบัติ และบริวารสมบัติ พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเรื่องนี้ไว้ว่า “อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย คนที่ทำทานแล้วไม่ชักชวนผู้อื่นให้ทำทาน ย่อมได้โภคสมบัติเพียงอย่างเดียว บางคนไม่ยอมทำทาน และไม่ชักชวนผู้อื่นให้ทำทาน เขาย่อมไม่ได้สมบัติอะไรเลย ชาติต่อไปจะเกิดเป็นขอทาน เที่ยวขอเศษอาหารจากผู้อื่นกินประทังชีวิต แต่หากเป็นคนที่ทำทาน และชักชวนผู้อื่นให้ทำทาน สมบัติทั้งสอง (โภคสมบัติและบริวารสมบัติ) ย่อมเกิดขึ้นแก่คนผู้นั้น”  (สามารถศึกษาเรื่องกรรมที่ทำให้เกิดเป็นขอทานได้ที่ >>> อานนทเศรษฐี คนรวยผู้กลับชาติมา เกิดเป็นขอทาน) ในบรรดาสาธุชนที่กำลังฟังธรรมอยู่นั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งเกิดปรารถนาอยากได้ซึ่งโภคสมบัติและบริวารสมบัติอย่างแรงกล้า จึงทูลนิมนต์พระบรมศาสดาและพระภิกษุทั้งหมดในพระเชตวันไปฉันภัตตาหารที่บ้านของตนในวันพรุ่งนี้ พระพุทธองค์ทรงรับนิมนต์ เพราะทรงทราบว่าชายหนุ่มผู้นี้ได้เข้าใจในคำสอนของพระองค์ ชายหนุ่มได้ชักชวนให้ชาวเมืองมาร่วมถวายภัตตาหารพระพุทธเจ้าและพระสาวกที่บ้านตนในวันพรุ่งนี้ หรือจะฝากวัตถุทานให้ตนเป็นตัวแทนถวายให้ก็ได้ เศรษฐีคนหนึ่งได้ยินเสียงชายหนุ่มเชิญชวนคนให้ไปทำบุญที่บ้านของตน ก็บังเกิดความเกลียดชังชายหนุ่มว่าเป็นคนที่ไม่ประมาณตน เขาไม่ได้เป็นคนร่ำรวยอะไรเลย แต่ทำไมถึงกล้านิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้า และพระภิกษุทั้งหมดมาฉันภัตตาหารที่บ้าน เมื่อชายหนุ่มเดินผ่านหน้าร้านของเศรษฐี เศรษฐีร้องขอให้เขาหยุด แล้วตนก็หยิบข้าวสาร ถั่วเขียว ธัญพืช น้ำอ้อย ข้าวยาคู อย่างละหยิบมือใส่ในภาชนะแล้วมอบให้กับชายหนุ่ม […]

“แม้ข้าวเพียงทัพพีเดียวก็เป็นบุญ” พระพุทธเจ้าสอนญาติพระสารีบุตรเรื่องการทำบุญ

“แม้ข้าวเพียงทัพพีเดียวก็เป็นบุญ” พระพุทธเจ้าสอนญาติ พระสารีบุตร เรื่องการทำบุญ ครั้งพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน ในกรุงราชคฤห์ พระสารีบุตร พระอัครสาวกผู้เป็นยอดในด้านเป็นผู้มีปัญญามากได้พำนักอยู่ ณ อารามแห่งนี้ด้วย พระสารีบุตรมาจากตระกูลพราหมณ์ ทั้งยังเป็นผู้สนใจศึกษาสัจธรรม และปรารถนาแสวงหาความหลุดพ้น จึงชักชวนเพื่อนสนิทคือพระมหาโมคคัลลานะสละเรือนออกบวชในสำนักสัญชัยเวลัฏฐบุตร เมื่อท่านได้พบกับพระอัสสชิแล้วเกิดความเลื่อมใสจึงเข้ามาบวชเป็นพระภิกษุในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมกับพระมหาโมคคัลลานะ เมื่อพระสารีบุตรบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้ว ญาติผู้มีศักดิ์เป็นลุงได้แวะมาเยี่ยมท่านยังพระเวฬุวัน พระสารีบุตรก็ได้ถามไถ่ญาติว่า “ท่านพราหมณ์ ท่านได้ประกอบกุศลอะไรบ้าง” “ทำสิขอรับพระคุณเจ้า กระผมทำทานทุกเดือนเลยขอรับ” “ดีแล้ว ท่านพราหมณ์ได้ให้ทานแก่ผู้ใด” “นักบวชนิครนถ์ขอรับพระคุณเจ้า” “การทำทานของท่าน หวังอานิสงส์อย่างไร” “กระผมหวังได้อุบัติในพรหมโลกขอรับพระคุณเจ้า” “แต่การทำทานแก่นิครนถ์ใช่หนทางที่จะพาท่านไปสู่พรหมโลกหรือ” “อาจารย์ของกระผมสอนมาอย่างนี้ขอรับ” “อาจารย์ของท่านพราหมณ์ไม่รู้หนทางที่จะไปสู่พรหมโลกหรอก พระศาสดาของเราทรงรู้ และเราจะพาท่านไปพบพระองค์” พระสารีบุตรได้พาญาติไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระสารีบุตรได้ทูลเรื่องราวทั้งหมดถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า และทูลขอให้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงหนทางที่นำไปสู่พรหมโลกแก่ญาติของตน พระบรมศาสดาตรัสขึ้นว่า “ท่านทราบมาดังนี้หรือท่านพราหมณ์” “ใช่แล้วขอรับพระสมณโคดมผู้เจริญ” “การจ้องมองจริยวัตรอันดีงามแห่งสาวกของเราแล้วเกิดปีติเพียงชั่วครู่เดียว หรือการตักข้าวเพียงหนึ่งทัพพีให้แก่สาวกของเรามีอานิสงส์มากกว่าทานที่ท่านพราหมณ์ทำเสียอีก”   ที่มา : อรรถกถา ธรรมบท เรื่องพราหมณ์ผู้เป็นลุงของพระสารีบุตรเถระ ภาพ : https://pixabay.com บทความน่าสนใจ พระสารีบุตร พระอรหันต์ผู้ […]

เจ้าชายลูกทุ่ง ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ บริจาคเงิน 6 แสน เพื่อช่วยสังคม

เจ้าชายลูกทุ่ง ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ บริจาคเงิน 6 แสน เพื่อช่วยเหลือสังคม ปลาบปลื้มกับนักร้องลูกทุ่งเจ้าของฉายา เจ้าชายลูกทุ่ง ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ บริจาคเงินที่ได้จากพวงมาลัยของแฟนคลับเป็นจำนวน 6 แสนบาท เพื่อช่วยเหลือสังคม     อีกหนึ่งนักร้องลูกทุ่งเสียงคุณภาพแห่งวงการเพลงลูกทุ่งไทย ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ  ถึงอายุจะมากขึ้นแล้ว แต่ความหล่อเหลาในคราบเจ้าชายลูกทุ่งยังไม่เลือนหายไป แถมยังชอบทำบุญเช่นเดิม     เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 (ที่ผ่านมา) ก๊อท จักรพันธ์นำเงินจากพวงมาลัยที่แฟนคลับมอบให้ด้วยความรักที่มีต่อกัน นำมาเป็นกองทุนสำหรับช่วยเหลือสังคมในนาม “กองทุนหน้าเวที” เจ้าชายลูกทุ่งโพสต์ข้อความพร้อมกับรูปถ่ายลงในอินสตาแกรมส่วนตัว got_jakraphun ว่า “ยอดเงินรางวัลที่แฟนๆ มอบให้หน้าเวทีได้รับมาตามนี้นะครับ ได้เวลาส่งผ่านทำประโยชน์เพื่อสังคมแล้ว ถึงแม้ปีที่ผ่านมาจะรับงานจำนวนน้อย แต่ความรักที่แฟนคลับแฟนเพลงมอบให้ไม่เคยน้อยลงเลย จะผ่านเวลามากี่ปีจากครั้งแรกที่เราเจอกัน แฟนๆ ยังคงติดตามและให้กำลังใจผมอย่างต่อเนื่องเสมอมา คนที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน แต่รักผมได้ขนาดนี้ ผมโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาเจอแฟนๆ ทุกคน ขอให้ความรักและสิ่งดีๆ ที่มอบให้ผมนี้จงกลับไปหาแฟนๆ เป็นร้อยเท่าพันเท่านะครับ […]

พุทธจิตวิทยา สู่ความงามสง่าที่แท้จริง

พุทธจิตวิทยา สู่ความงามสง่าที่แท้จริง จิตวิทยาเป็นศาสตร์ที่สอนด้วยเรื่องการสร้างบุคลิกภาพให้งามสง่า และพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาที่สอนเรื่องจิตของมนุษย์ ก็มีคำสอนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็น พุทธจิตวิทยา ที่จะส่งเสริมสร้างความงามภายนอก ภายใน เพื่อผสานสู่ความงามสง่าที่แท้จริง   “การได้เกิดมาเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนานี้  เป็นโชคดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้แล้ว เพราะฉะนั้น ขอให้มีความสนใจในพุทธศาสนาให้มาก” – พุทธทาสภิกขุ   ผู้เขียน รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่มีความสนใจในพระพุทธศาสนา ซึ่งผู้เขียนศึกษาโดยตรงจากพระไตรปิฎก และคำสอนจากท่านพุทธทาสภิกขุ ผู้เขียนยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่เลือกเรียนปริญญาโททางด้านจิตวิทยา เพราะจิตวิทยาเป็นวิชาที่สนุกมาก มีการทดลองเพื่อพิสูจน์ และทดสอบสมมติฐานอย่างเป็นขั้นตอน บางครั้งมีผลการวิจัยที่น่าแปลกใจ และชวนให้เกิดจินตนาการ เพราะการจินตนาการ เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนา และการต่อยอดความคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอส่งต่อความโชคดีแบบสองชั้นนี้ มอบแด่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อส่งเสริมงานพุทธจิตวิทยาร่วมกัน ในการดับทุกข์ และประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์     การที่หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างเต็มรูปแบบ  ผู้คนให้ความสนใจเรื่องสุขภาพและความงามมากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ จึงขอแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านความงามและคุณภาพชีวิต ด้วยการใช้หลักพุทธจิตวิทยา โดยในฉบับนี้จะขอนำเสนอเคล็ดลับความงามสง่า ที่จะช่วยจุดประกาย เปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ ได้ภายในเสี้ยววินาที! […]

นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน

นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน   เทพเทวดาย่อมคุ้มครองผู้รักษาศีล ไม่เพียงแต่เป็นมนุษย์เท่านั้น แต่ยังคุ้มครองแม้สัตว์เดรัจฉานอย่าง กระต่ายผู้ทรงศีล อีกด้วย   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกระต่ายอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและมีแม่น้ำล้อมรอบ โดยมีสัตว์เป็นเพื่อนกันอีก 3 ตัว คือ ลิง สุนัขจิ้งจอก และนาก สัตว์ทั้ง ๔ เป็นสัตว์มีศีลธรรม ทุกเย็นจะมาพบกันและฟังโอวาทของกระต่ายเสมอ วันหนึ่ง กระต่ายมองดูพระจันทร์ก็รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันอุโบสถ จึงให้โอวาท ว่า ” วันพรุ่งนี้ พวกเราจงรักษาศีล ให้ทานกันเถิด เพราะมีผลบุญกุศลมาก ดังนั้นพวกเราจงเตรียมอาหารไว้แบ่งปันให้คนขอทานเถิด” สัตว์ทั้งสามจึงกลับไปยังที่อยู่ของตน ครั้นรุ่งขึ้นมีนายพรานคนหนึ่งตกเบ็ดได้ปลาตะเพียน 7 ตัว จึงนำไปฝังทรายเอาไว้แล้วก็ข้ามแม่น้ำต่อไป นากออกหาอาหารได้กลิ่นปลาเหล่านั้นจึงร้องขึ้น 3 ครั้ง ไม่มีใครปรากฎตัวแสดงความเป็นเจ้าของ จึงคาบปลาทั้งหมดกลับไปยังที่อยู่ของตน แล้วนอนรักษาศีล ส่วนลิงเข้าไปในป่าได้มะม่วงมาก็กลับที่อยู่ของตนเพื่อนอนรักษาศีล เจ้ากระต่ายรักษาศีลอยู่ในที่อยู่ของตนไม่ได้ออกไปหาอาหารมาไว้ให้ทาน โดยคิดที่จะสละชีวิตให้ทานว่า ” ถ้ามีคนมาขออาหาร งา และข้าวสาร เราก็ไม่มีให้ ถ้าเช่นนั้นเราจะให้เนื้อของเราแก่เขาก็แล้วกัน” คิดแล้วก็นอนรักษาศีลอยู่ ด้วยอานุภาพแห่งศีลของกระต่ายเป็นเหตุให้บรรลังก์ของท้าวสักกะเร่าร้อน […]

ให้ทานอย่างไรให้เป็นทานแท้ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง – ว.วชิรเมธี

ถ้าจะให้ ทานแท้ โดยเฉพาะวัตถุทานให้ถูกต้อง เราต้องให้เพื่อกำจัดความตระหนี่ถี่เหนียว ตั้งเจตนารมณ์ให้เป็นบุญเป็นกุศลแล้วให้ทาน

หลังให้ทาน ต้องอธิษฐานอย่างไร | การอธิษฐานที่ถูกต้อง ฉบับท่าน ว.วชิรเมธี

ท่าน ว.วชิรเมธี อธิบายเรื่อง การอธิษฐาน ไว้ในบทความตอนหนึ่งว่า การอธิษฐานเพื่อให้ได้ดวงตาเห็นธรรมหรืออธิษฐานเพื่อให้ได้เป็นพระโสดาบัน เป็นวิธีที่ถูกต้อง

keyboard_arrow_up