“บุญ…ครั้งสุดท้าย” เรื่องเล่าของหญิงสาว ผู้บริจาคอวัยวะ

ผู้บริจาคดวงตา คนนี้มีเจตนาจะทำบุญครั้งสุดท้าย เธอมาเข้าฝันคุณพ่อ บอกว่า เธอกำลังจะไปเป็นเทวดา ไม่รู้ว่าเพราะบุญครั้งนี้หรือไม่ แต่ผู้เป็นพ่อ เชื่อสุดหัวใจ

“หลุยส์ เบรลล์” เปลวไฟ…ในโลกมืด

ด้วยมือทั้งสอง สมอง และหัวใจ ทำให้หลุยส์ เบรลล์ เปรียบเสมือนเปลวไฟอันโชติช่วงที่ทำให้โลกอันมืดมิดของคนตาบอดทั่วโลก เปิดกว้างด้วยแสงสว่างแห่งปัญญา

วันที่คนตาบอดมองเห็นวิญญาณ เรื่องจริงของ วิกกี้ อัมมิเปจ

วันที่คนตาบอดมองเห็นวิญญาณ เรื่องจริงของ วิกกี้ อัมมิเปจ ต้นไม้เป็นสีเขียว ก้อนเมฆเป็นสีขาว ท้องทะเลเป็นสีคราม แม้แต่รุ้งก็มีเจ็ดสี… หากลองถามเด็กที่วิ่งเล่นกันอยู่คงตอบได้ แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน แม้จะรู้ว่าต้นไม้มีสีเขียว แต่ก็เป็นสีเขียวที่คนอื่นเล่าให้ฟัง ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสีเขียวเป็นอย่างไร ตั้งแต่เกิดมาฉันมองเห็นแต่เพียงสีดำเท่านั้น นานมาแล้วแม่เคยเล่าให้ฟังว่า ฉันเกิดมามีอวัยวะครบ 32 แต่โชคร้ายที่ต้องตาบอด เพราะออกซิเจนในตู้อบเด็กมีปริมาณมากเกินไป ดังนั้นจะพูดว่าฉันตาบอดมาตั้งแต่เกิดก็คงไม่ผิดนัก มันคงเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์มาก ถ้าวันหนึ่งคน “ตาบอด” อย่างฉันจะสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ ฉันชื่อ วิกกี้ อัมมิเปจ (Vicki Umipeg) ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันรู้จักโลกใบนี้ผ่านการบอกเล่าของคนอื่น ฉันจึงได้แต่จินตนาการถึงลักษณะและสีสันของสิ่งต่าง ๆ ว่าเป็นเช่นไร มันจะแตกต่างจาก “สีดำ” มืดมิดของฉันหรือไม่ จนวันนั้นมาถึง วันที่ฉันคิดว่าฉันมองเห็นภาพเป็นครั้งแรก มันคือสีสันแปลกใหม่ที่ทั้งชีวิตของฉันไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน… มันคือภาพของห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ผนังห้องทาด้วยสีขาว มีผู้คนแปลกหน้ามากมายอยู่ในชุดเสื้อคลุมยาวทั้งตัว กำลังยืนล้อมรอบร่างหญิงคนหนึ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง ความรู้สึกแรกที่เห็นสร้างความตกใจให้กับฉัน ฉันจ้องมองร่างที่นอนอยู่ตรงนั้น สัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยอันน่าประหลาด… ฉันรู้สึกว่าผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงนั้นคือตัวฉันเอง ฉันจำแหวนทองที่ใส่บนนิ้วนางนั้นได้ มันมีดอกส้มที่มุมของแหวนวงนั้นด้วย แต่น่าแปลกตรงภาพที่เห็นนั้นเหมือนฉันกำลังมองลงมาจากด้านบน […]

“วิ่ง” แม้ไม่เห็นเส้นชัย แรงบันดาลใจจากผู้พิการทางสายตา มาร์ลา รันยัน

หลายคนยอมแพ้ต่อโชคชะตา เพราะมองว่าข้อบกพร่องทางร่างกายคืออุปสรรคของความสําเร็จ แต่ มาร์ลา รันยัน (Marla Lee Runyan) ชาวแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เป็นเช่นนั้น 1 มาร์ลาเกิดมาเหมือนเด็กหญิงทั่วไป เริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่อายุได้เพียง 3 ปี เช่น ยิมนาสติก ว่ายน้ํา และฟุตบอล กระทั่งอายุได้ 9 ปี มาร์ลากลับป่วยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม (Stargardt Disease) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาในวัยเด็ก ผู้ป่วยโรคนี้จะค่อย ๆ มองเห็นน้อยลงจนบอดสนิท ซึ่งพบได้เพียง 1 ใน 10,000 คนเท่านั้น ครอบครัวของมาร์ลาและแพทย์ต่างคิดว่าอนาคตของมาร์ลาคงริบหรี่เสียแล้ว เพราะโรคนี้ไม่มีทางรักษา มีแต่จะทรุดหนักยิ่งขึ้น แต่เด็กหญิงมาร์ลาก็ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เธอพยายามใช้ชีวิตเช่นคนทั่วไปและบอกครอบครัวอยู่เสมอว่า อาการของเธอไม่ได้น่าเป็นห่วงอย่างที่ทุกคนหวาดกลัว 2 ยิ่งนานวันอาการยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น มาร์ลามองเห็นเลือนรางจนมองไม่เห็นลูกฟุตบอล แม้ต้องเลิกเล่นกีฬาที่เธอรัก แต่ความผิดปกติทางสายตาก็ไม่ทําให้เธอย่อท้อ เธอหันมาทุ่มเทให้การวิ่งแทน และฝึกซ้อมอย่างหนักจนได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับชาติหลายรายการ ในที่สุดมาร์ลา รันยัน ก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้พิการทางสายตาคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้ลงแข่งโอลิมปิกเกมส์ปี 2000 สนามเดียวกับนักวิ่งปกติ ปัจจุบันมาร์ลาผันตัวเองมาเป็นนักอรรถบําบัด ช่วยบําบัดรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติด้านการพูด […]

อัลลัน เฮนเนสซี ผู้ลี้ภัยตาบอด คว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากเคมบริดจ์

อัลลัน เฮนเนสซี ผู้ลี้ภัยตาบอด คว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากเคมบริดจ์ อัลลัน เฮนเนสซี (Allan Hennessy) ผู้ลี้ภัยตาบอด ซึ่งพิการทางสายตาตั้งแต่กำเนิด เขาเกิดมาในครอบครัวชนชั้นกลางชาวอิรัก พ่อของเขายอมขายทุกสิ่งทุกอย่างทั้งบ้านและที่ดินเพื่อรักษาดวงตาของลูกชาย ดังนั้นเมื่อต้องอพยพมายังอังกฤษในช่วงหลังสงครามอ่าวสิ้นสุดลง ครอบครัวของอัลลันจึงมีทรัพย์สินติดตัวมาเพียงเล็กน้อย อัลลันมีโอกาสผ่าตัดดวงตาข้างซ้ายให้มองเห็นได้เพียงบางส่วน แต่เขาก็พยายามทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ในฐานะผู้ลี้ภัยชาวอิรัก อัลลันเติบโตมาในแฟลตที่รัฐบาลจัดไว้ให้ผู้มีรายได้น้อย แต่อัลลันไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เขามุ่งมั่นตั้งใจเรียนจนในที่สุดสามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ตอนนี้อัลลันอายุ 22 ปีแล้ว เขาเป็นคนมั่นใจในตัวเอง ขี้เล่น สนุกสนาน ชอบเข้าสังคม เขาบอกว่าเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ด้านกฎหมายจากเคมบริดจ์ถือเป็นการวางรากฐานให้ชีวิต แต่ในฐานะผู้ลี้ภัยมุสลิมตาบอดที่อาศัยในอังกฤษ ณ วันนี้เขายังต้องทำอะไรอีกเยอะ การเดินทางเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ใครที่กำลังท้อแท้ท้อถอยขอให้ดูอัลลันเป็นตัวอย่างนะคะ   ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 222 เรียบเรียง : ชนาฉัตร ภาพ : bbc.com บทความน่าสนใจ สงสัยไหม คนตาบอดอ่าน-เขียนหนังสือได้อย่างไร เช็ก […]

ม้านำทาง ช่วยผู้บกพร่องทางสายตาตัวแรกของอังกฤษ

ม้านำทาง ช่วยผู้บกพร่องทางสายตาตัวแรกของอังกฤษ ขอแนะนำให้รู้จักกับ ดิกบี้ (Digby) ม้านำทาง ตัวแรกของอังกฤษ ซึ่ง เคที สมิธ (Katy Smith) จากเมือง Northallerton อังกฤษ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้ฝึกสอนให้รู้จักช่วยเหลือผู้บกพร่องทางร่างกาย แถมยังช่วยทำงานบ้านทั่วไปได้ด้วย ดิกบี้เป็นม้าแคระพันธุ์ American Miniature สีเชสต์นัท อายุ 7 สัปดาห์ ที่เฉลียวฉลาดและเรียนรู้ไว เคทีฝึกดิกบี้เหมือนกับฝึกสุนัขนำทางทั่วไป ดิกบี้ทำงานบ้านได้มากมายหลายอย่าง เช่น สามารถเอาขนมปังออกจากห่อแล้วดันเข้าไปในเครื่องปิ้งขนมปังได้ ดิกบี้ยื่นหัวเข้าไปในเครื่องซักผ้าแล้วคาบผ้าออกมาได้ แม้ว่าในสหรัฐอเมริกาเคยมีม้านำทางมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว แต่เคทีผุดไอเดียฝึกม้าแคระนำทางขึ้นมาหลังจากที่เธอประสบอุบัติเหตุหลังหักเมื่อห้าปีก่อน และเมื่อรู้ถึงเรื่องม้านำทางในสหรัฐอเมริกา จึงตัดสินใจเพาะพันธุ์ม้าของเธอเองให้เป็น Therapy Horse ช่วยเหลือผู้บกพร่องทางการมองเห็น ตอนนี้ดิกบี้กำลังถูกฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ และเมื่อจบการฝึกแล้วดิกบี้ก็จะเป็นม้านำทางตัวแรกของอังกฤษ ซึ่งเคทีภูมิใจนำเสนอสุด ๆ สุนัขนำทางมีคู่แข่งแล้วสิ   ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 220 เรียบเรียง : ชนาฉัตร ภาพ […]

ดีเร็ก ราเบโล นักเซิร์ฟ มืออาชีพตาบอด หนึ่งเดียวในโลก

ดีเร็ก ราเบโล นักเซิร์ฟ มืออาชีพตาบอด หนึ่งเดียวในโลก ดีเร็ก ราเบโล (Derek Rabelo) นักเซิร์ฟ ชาวบราซิล เป็นต้อหินตั้งแต่กำเนิด ทำให้เขาตาบอดสนิท เออร์เนสโต้ พ่อของดีเร็กชื่นชอบกีฬาเซิร์ฟมาก ถึงขนาดตั้งชื่อลูกชายตาม ดีเร็ก โฮ (Derek Ho) แชมป์โลกโต้คลื่นชาวฮาวายคนแรก ดีเร็กยังมีลุงคนหนึ่งที่เป็นนักกีฬาเซิร์ฟมืออาชีพ เออร์เนสโต้ซึ่งเป็นนักโต้คลื่นเช่นกันมีความฝันอยากให้ลูกชายเป็นนักเซิร์ฟที่เก่งกาจเหมือนลุง และเขาเชื่อว่าไม่มีอะไรมาหยุดยั้งหนทางสู่การเป็นนักเซิร์ฟของลูกได้ แม้ว่าดวงตาของดีเร็กจะบอดสนิทก็ตาม เมื่ออายุ 2 ขวบ ดีเร็กได้จับกระดานโต้คลื่นเป็นครั้งแรก นับแต่นั้นชายหาด Guarapari ในบราซิลก็กลายเป็นสวนหลังบ้านของเขาไปเลย ดีเร็กมีความสุขเมื่ออยู่ในน้ำ เขาเริ่มโต้คลื่นจริงจังเมื่ออายุ 17 ปี โดยพ่อสอนพื้นฐานต่าง ๆ ให้ พร้อมทั้งคอยกระตุ้นให้เขาฝึกซ้อมโดยพาลูกชายไปฝึกโต้คลื่นในมหาสมุทรทุกเช้า ต่อมาเขาไปเข้าโรงเรียนสอนโต้คลื่น ถึงแม้ดีเร็กจะมองไม่เห็น แต่ใช้การฟังเสียงคลื่นและใช้มือสัมผัสคลื่น ทำให้รู้ว่าคลื่นจะไปทางไหน ปัจจุบันดีเร็กอายุ 24 ปีแล้ว เขาสามารถพิชิตคลื่นยักษ์อันตรายที่มีชื่อเสียงของฮาวายได้ และก้าวขึ้นเป็นนักเซิร์ฟอาชีพ เรื่องราวของเขาถูกนำไปทำสารคดีโดยบิลลาบอง (Billabong) เป็นสปอนเซอร์ออกค่าใช้จ่ายให้ดีเร็กเดินทางทั่วโลกไปโชว์การโต้คลื่นเจ๋ง ๆ และสร้างแรงบันดาลใจเรื่องความมุ่งมั่นเพื่อไปสู่จุดหมายของชีวิต ความเพียรคือปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนเรื่องที่ดูเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ […]

keyboard_arrow_up