4 STEPS หยุดปัญหาใช้ยาพร่ำเพรื่อ ลดเชื้อแบคทีเรีย ดื้อยา

4 STEPS หยุดปัญหาใช้ยาพร่ำเพรื่อ ลดเชื้อแบคทีเรีย ดื้อยา อาการ ดื้อยา เกิดได้จากการที่เวลาเราป่วย ไข้หวัดบ้าง เจ็บคอ ปวดหัว นิดหน่อยก็ต้องรีบหายาปฏิชีวนะมากินแล้ว ทั้งที่อาการเหล่านี้ สามารถรักษาตามอาการและหายเองได้โดยไม่ต้องพึ่งยา นอกจากนี้ก็ยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อทำให้เกิดการดื้อยาอีกด้วย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุข ระบุว่า ปัญหาเชื้อแบคทีเรียเป็นปัญหาระดับชาติ สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึงปีละ 46,000ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถหยุดปัญหานี้ได้ วันนี้เราจึงมี 4 วิธีหยุดปัญหานี้มาฝาก ไปดูกันค่ะ 1. ใช้ยาปฏิชีวนะเท่าที่จำเป็น ยกตัวอย่าง  หากเป็นหวัด เราไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะก็ได้ เพราะเป็นโรคที่เกิดจากไวรัส ไม่ได้เกิดจากแบคทีเรีย  หากหนักจริง ๆ หรือทนไม่ไหวก็ให้ไปปรึกษาคุณหมอดูดีกว่าค่ะ   2. กินให้ครบขนาดตามแพทย์สั่ง กรณีที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ห้ามหยุดกินเอง เพราะเชื้อแบคทีเรียจะปรับตัวให้คงทนต่อยาและกลายเป็นดื้อยาต่อไป   3. ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง เพราะมีโอกาสเลือกยาไม่เหมาะสมกับอาการ อาจทำให้เกิดปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยาในที่สุดได้   4. ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ยาแรกในครั้งแรก มักเกิดขึ้นในกรณีที่ซื้อยามาเอง ถ้าทำแบบนี้บ่อย ๆ จนเกิดอาการดื้อยาขึ้นมา […]

The Hottest แบคทีเรียดื้อยา ภัยคุกคามมนุษยชาติ

แบคทีเรียดื้อยา ภัยคุกคามมนุษยชาติ แบคทีเรียดื้อยา ปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องใส่ใจ เพราะทุกวันนี้คนไทยซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาต้านแบคทีเรียมาใช้ทั้งกับตนเอง พืช และสัตว์ โดยไม่มีมาตรการควบคุมที่รัดกุมเพียงพอจนนำไปสู่ภาวะเชื้อดื้อยา ณ ขณะนี้มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาดังกล่าวและมีทางออกอย่างไร ชีวจิต เร่งรุดไปตรวจสอบข้อมูลและสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญมาเสนอเช่นเคย แบคทีเรียดื้อยา ปัญหาของมนุษยชาติ เมื่อปี ค.ศ. 2014 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่า ผู้คนทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเชื้อ แบคทีเรียดื้อยา และยอมรับว่าปัญหานี้คือปัญหาหลักที่คุกคามสุขภาพของมวลมนุษยชาติในยุคปัจจุบันหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ในปีค.ศ.2013 องค์การอนามัยโลกแจ้งตัวเลขประมาณการว่า ร้อยละ 20.5ของผู้ป่วยวัณโรคเดิม และร้อยละ 3.5 ของผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกติดเชื้อวัณโรคชนิดดื้อยา หรือ Multidrug-resistant Tuberculosis (MDR-TB) เชื้อชนิดนี้ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูง เนื่องจากยาต้านแบคทีเรียที่ใช้อยู่เริ่มใช้กับเชื้อดังกล่าวไม่ได้ผล และมีการรายงานว่าพบปัญหาเชื้อวัณโรคชนิดดื้อยาในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก นอกจากเชื้อวัณโรคดื้อยาแล้วยังมีปัญหาเชื้อ แบคทีเรียดื้อยา ชนิดอื่น ๆ อีก เช่น เชื้อ Neisseria gonorrhoeae ที่ทำให้เกิดโรคหนองในเชื้อ Staphylococcus ที่ทำให้เกิดฝีการติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดบวม อาหารเป็นพิษ เป็นต้น ที่ผ่านมาการติดเชื้อในโรงพยาบาลจนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยซึ่งเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานานต้องเสียชีวิตในที่สุด มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง นายแพทย์เคอิจิ ฟุกุดะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายหลักประกันสุขภาพขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า “หากไม่มีการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคเพื่อปรับปรุงการป้องกันการติดเชื้อ เปลี่ยนแปลงวิธีการผลิต การสั่งจ่ายยา และการใช้ยาเกิน โลกจะเข้าสู่ ‘ยุคหลังยาต้านแบคทีเรีย’ (Post-antibiotic Era) ซึ่งหมายถึง จากที่เคยรักษาการติดเชื้อธรรมดาๆ หรือการมีแผลเปิดเพียงเล็กน้อยด้วยยาต้านแบคทีเรียได้ ซึ่งใช้ได้ผลดีมานานหลายทศวรรษ กลายเป็นไม่สามารถจัดการเชื้อโรคเหล่านี้ได้และเชื้อโรคจะหวนกลับมาคร่าชีวิตมนุษย์อีกครั้ง” รับทราบสถานการณ์ปัญหานี้ในระดับโลกไปแล้ว เรามาดูสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศกันบ้างดีกว่าครับ สถานการณ์เชื้อ แบคทีเรียดื้อยา ในประเทศไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์กำธร มาลาธรรม ประธานคณะกรรมการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เริ่มต้นอธิบายว่า “คำว่าซูเปอร์บั๊ก (Superbug) หมายถึงเชื้อที่ดื้อยารุนแรง ถึงจะเปลี่ยนชนิดยาก็ได้ผลการรักษาไม่ค่อยดี ขณะนี้เชื้อดื้อยาในบ้านเราคือเชื้อแบคทีเรียเอบอม (A-bomb : Acinetobacter baumannii) ซึ่งยาตัวใหม่ ๆ ที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังฆ่าเชื้อไม่ได้ ตามมาด้วยเชื้อแบคทีเรียอีกตัวหนึ่งชื่อเอ็นดีเอ็ม - วัน (NDM-1 :New Delhi Metallo-beta-lactamase-1) “ทุกวันนี้ปัญหาเชื้อเอบอมที่เราพบในโรง-พยาบาลก็หนักอยู่แล้ว ส่วนเอ็นดีเอ็ม-วันก็พบเพิ่มขึ้น ๆ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เชื้อเอ็นดีเอ็ม-วัน จะทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดด กลายเป็นปัญหาหนักเหมือนกับเชื้อเอบอมทุกวันนี้” นายแพทย์กำธรเชื่อมโยงถึงการหาทางออกในระดับโลกว่า ในปี ค.ศ. 2010 หน่วยงานระดับสากล เช่น องค์การอนามัยโลก สมาคมโรคติดเชื้อ ประเทศสหรัฐอเมริกา และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหภาพยุโรป ได้ทำงานร่วมกัน โดยประกาศโครงการ Bad Bugs Need Drugs 10 X 20: Ten New Antibiotics by 2020 ซึ่งหมายถึงการคิดค้นยาต้านแบคทีเรียชนิดใหม่อีก 10 ชนิดภายในปี ค.ศ. 2020 ทว่าในปัจจุบันแพทย์ซึ่งเปรียบเสมือนแนวหน้าในสมรภูมิต่อสู้กับเชื้อดื้อยาแทบไม่มีอาวุธใหม่ ๆ ให้เลือกใช้เลย ซึ่งนายแพทย์กำธรแสดงความเป็นห่วงว่า “เราต้องยอมรับว่า ณ ขณะนี้ยาต้านเชื้อแบคทีเรียที่ใช้ได้ผลลดจำนวนลงเรื่อย ๆดูได้จากจำนวนยาต้านแบคทีเรียที่องค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศให้ใช้ทุก ๆ 5 ปีนั้นลดลงครึ่งหนึ่งทุกรอบ เช่น ปี ค.ศ. 1980 มีเป็น 10 ชนิดเลยพอปี ค.ศ. 1985  เหลือ 5 ชนิด  พอปี ค.ศ. 1990 ก็ลดลงไปอีก ปัจจุบันนี้เรามียาแค่ 3 ชนิดเอง เหลือเวลาอีก 5 ปีจะคิดค้นยาใหม่ ๆ ได้ตามเป้าหมายนั้นไหม ผมคิดว่าค่อนข้างยากนะครับ” ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเชื้อ แบคทีเรียดื้อยา ที่พบมี 2 ข้อ ดังนี้ • มาตรการควบคุมไม่รัดกุมพอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายเสริมถึงปัจจัยที่ทำให้ปัญหานี้ในประเทศไทยมีช่องโหว่และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ว่า “เหตุที่เชื้อแบคทีเรียดื้อยาทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการใช้ยาต้านแบคทีเรียในคนมากเกินความจำเป็น อีกทั้งมีการขายยาต้านแบคทีเรียโดยไม่มีการควบคุม จึงซื้อขายยาได้ง่ายและไม่มีการตรวจสอบติดตามที่มาที่ไปของยา (Drug Tracing) ที่รัดกุม “จากการลงพื้นที่สำรวจของเราทำให้ทราบว่า เพียงชาวบ้านเดินไปร้านชำหน้าปากซอย ซึ่งไม่ใช่ร้านขายยาโดยตรง เขาก็สามารถซื้อยาต้านแบคทีเรียได้แล้วขณะที่ในต่างประเทศ ยาเหล่านี้ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และมีใบสั่งยากำกับทุกครั้ง” • ประชาชนขาดความรู้เรื่องการใช้ยา ต่อมานายแพทย์กำธรอธิบายถึงความรุนแรงของปัญหานี้และสถานการณ์ในประเทศไทยว่า “ทุกวันนี้คนไทยใช้ยาเกินความจำเป็น เช่น เมื่อเป็นหวัดและรู้สึกเจ็บคอก็ไปร้านขายยาเพื่อซื้อ ‘ยาแก้อักเสบ’ ซึ่งก็คือยาปฏิชีวนะหรือยาต้านแบคทีเรียมากิน ทั้งที่จริง ๆ แล้วอาการเจ็บป่วยเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านแบคทีเรียเลย” […]

ด่วน!! พบอกไก่ – ตับไก่ มีสารตกค้างยาปฏิชีวนะ เสี่ยงดื้อยา

อกไก่ – ตับไก่ ตรวจพบสารตกค้างยาปฏิชีวนะ อกไก่ – ตับไก่ อาจเป็นเมนูโปรดของใครหลายๆคน โดยเฉพาะคนที่ต้องการโปรตีน และเเร่ธาตุสูง ในหนุ่มสาวที่อยากมีกล้ามเนื้อ หุ่นลีน รูปร่างสวยๆ การเลือกซื้อไก่สด ตับสด ในท้องตลาดมาปรุงเป็นอาหาร โดยไม่ทราบเเหล่งผลิตที่เเน่นอน อาจจะส่งผลเสียเจอสารพิษ ยาปฏิชีวะนะจากการเลี้ยงได้ ข่าวล่าสุด นิตยสารฉลาดซื้อ เผยผลทดสอบ “เนื้อไก่สดและตับไก่สด พบกว่าร้อยละ 40 มีการตกค้างของยาปฏิชีวนะ หากกินอาหารที่ปนเปื้อนยาปฏิชีวนะบ่อยครั้งอาจทำให้เกิดการดื้อยาในคนได้” เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุม 2 สำนักงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) นิตยสารฉลาดซื้อ โครงการเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ร่วมมือกับเครือข่ายผู้บริโภคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จัดงานแถลงข่าวผลทดสอบ‘การตกค้างจากยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ในเนื้อ อกไก่ และตับไก่สด’ โดยสุ่มเก็บตัวอย่างจากห้างสรรพสินค้า ตลาดสด และห้างออนไลน์ ระหว่างวันที่ 9 – 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561 จำนวนทั้งสิ้น 62ตัวอย่าง แบ่งเป็น อกไก่ […]

6 ยาปฏิชีวนะ ธรรมชาติ กินสยบเชื้อดื้อยา

การกิน ยาปฏิชีวนะ พร่ำเพรื่ออาจเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะเชื้อดื้อยา ประกาศเตือนจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ทุกประเทศทั่วโลก

keyboard_arrow_up