แค่กล้าตัดสินใจ “โลกใบใหม่” ก็อยู่แค่เอื้อม “ จินนี่ -ธนิดา กาญจนวัฒน์”

ด้วยความที่ จินนี่ เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงสักเท่าไหร่ ไม่แต่งหน้า ไม่หวาน ชอบแต่งตัวลุย ๆ แล้วก็เดินขากาง ๆ แขนแกว่ง ๆ เพื่อนผู้ชายจึงมักประณามว่า “แมน” อย่างนี้ จะมีแฟนเหมือนคนอื่นเขาไหม ลำพังถ้าได้ยินแค่ครั้งหรือสองครั้งจินนี่คงไม่ติดใจอะไร คิดว่าเพื่อนคงแซวเล่นสนุกปาก แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ เพราะตลอดสองปีที่อยู่เอแบค จินนี่ได้ยินพวกเพื่อนตัวแสบพูดทำนองนี้ใส่หูแทบทุกวัน บ่อยเข้า ๆ ก็ชักหงุดหงิดเหมือนกัน แต่จินนี่ก็พยายามอดทนเพราะรู้ดีว่าพูดไปก็เท่านั้น ถ้าเราไม่อยากฟังก็เดินหนี หรือไม่ก็พิสูจน์ให้เห็นไปเลยว่าจินนี่ก็เป็นผู้หญิงได้ (เหมือนกัน) จินนี่ไม่เพียงแต่เลือกข้อหลังเท่านั้นนะคะ แต่ยังเลือก “ท้าทายตัวเอง” ด้วยการทำในสิ่งที่แตกต่างกับตัวเองแบบสุดขั้ว นั่นก็คือ การประกวดนางงามค่ะ คิดว่าวิธีนี้น่าจะช่วยให้จินนี่ดูเป็นผู้หญิงขึ้นมาได้บ้าง จินนี่จึงตัดสินใจสมัครมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2005 ค่ะ ลองดู เป็นไงเป็นกัน! เพียงแค่วันแรกที่เริ่มกิจกรรมเก็บตัว ชีวิตจินนี่ก็เริ่มเปลี่ยนทันทีค่ะ จากที่ไม่เคยตื่นเช้า (นอกจากเวลาไปปฏิบัติธรรม) คราวนี้ต้องตื่นตีสี่เพื่อแต่งหน้าทำผม กว่าจะเสร็จใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ พอจะออกงานก็ต้องใส่รองเท้าส้นสูงปรี๊ด ซึ่งนั่นถือเป็นงานหนักของจินนี่ที่ต้องหัดเดินบนส้นสูงให้เป็น ที่สำคัญ ต้องเดินหลังตรง ขาชิดด้วย เพราะจินนี่เป็นคนเดินไหล่ห่อ ขากาง จากนั้นก็ต้องฝึกยิ้มด้วย เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นนางงาม […]

อ้วน เด่นคุณ จากเด็กขี้แยสู่พระเอกละคร

ใครจะคิดว่าเด็กขี้แยที่เอาแต่ร้องไห้เวลาถูกเพื่อนแกล้งจะกลายมาเป็นพระเอกละครในวันนี้  อ้วน เด่นคุณ ผมเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมไม่ชอบเดินตามใคร ไม่ชอบทำตามเพื่อน ซึ่งพอไม่ทำตามเพื่อน นอกจากจะไม่มีใครคบแล้ว เพื่อน ๆ ยังรวมหัวแกล้งผมตลอด อย่างตอนพักเที่ยง ผมตักข้าวใส่ถาดเสร็จ เพื่อนเอาดินสอหลาย ๆ แท่งมาปักในข้าวผมแล้วร้องเพลงแฮ็ปปี้เบิร์ธเดย์ ข้าวก็เลอะคราบดินสอ กินไม่ได้ ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว บางครั้งเพื่อนก็เอาถาดใส่ข้าวมายัดใส่กระเป๋าผมตอนเผลอ คือหาเรื่องแกล้งได้ไม่เว้นแต่ละวัน ผมร้องไห้กลับบ้านทุกวัน ผมโกรธนะที่เพื่อนแกล้ง แต่ไม่กล้าตอบโต้เพราะไม่มีพวกเหมือนคนอื่น พอขึ้นมัธยมปลาย ผมไม่อยากถูกแกล้งอีก จึงเริ่มทำตัวกลมกลืนกับเพื่อน เริ่มเลียนแบบเพื่อน จนถึงขั้นเสเพล มีเรื่องท้าตีท้าต่อยไม่เว้นแต่ละวัน แต่ไม่ว่าจะเกเรขนาดไหน ผมก็มีความฝัน นั่นคือการเป็นนักดนตรี ผมเดินตามความฝันก้าวแรกโดยการเป็นนักดนตรีวงโยธวาทิตของโรงเรียน ทุกวันที่ผมเดินเข้าโรงเรียน ผมจะไหว้ศาลหน้าโรงเรียนแล้วขอพรว่า  “สาธุ ขอให้ผมได้เป็นนักดนตรีดัง ๆ ด้วยเถิด”     เวลานั้นเรื่องการเป็นดาราไม่อยู่ในความคิดของผมเลยแม้แต่น้อย มันคือสิ่งที่ห่างไกลกับเด็กต่างจังหวัดมาก เวลาผมดูโทรทัศน์ ผู้หญิงคนนั้นสวยมาก ชอบมากแต่ไม่เคยคิดว่าเราจะไปยืนในจุดนั้น แต่แล้วสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้น วันนั้นภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ สารคาม มาเปิดรับนักแสดงที่โรงเรียน โดยแต่ละห้องต้องส่งตัวแทนเพื่อไปคัดเลือกนักแสดง ผมไม่ได้สนใจเพราะไม่ใช่ทางของผม แต่หัวหน้าห้องส่งชื่อผมไปโดยไม่บอกก่อน พอถึงวันทดสอบการแสดง ซึ่งตรงกับวันเสาร์ ปกติแล้วทุกวันเสาร์ผมจะสอนดนตรีน้อง ๆ ที่บ้าน เพราะแม่ไม่ให้ออกจากบ้านไปไหน แต่ครั้งนี้หัวหน้าห้องมัดมือชก โทร.บอกแม่ว่ามีสอบภาษาไทย แล้วมาบอกผมว่าให้ไปเป็นหน้าเป็นตาให้เพื่อนในห้องหน่อย ผมจึงตกกระไดพลอยโจนต้องไปทดสอบการแสดงในที่สุด เมื่อไปถึงที่ทดสอบการแสดง คนอื่นแต่งตัวกันมาดีมาก แต่ผมไม่คิดจะทำงานเส้นทางสายนี้อยู่แล้วจึงใส่เสื้อผ้าสไตล์ตัวเอง เสื้อขาด ๆ กางเกงยีนตัดขา ไม่น่าเชื่อว่าผมผ่านการคัดเลือกและได้เป็นหนึ่งในนักแสดงภาพยนตร์เรื่องนั้น เพราะทีมงานต้องการคาแร็คเตอร์จน ๆ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไป     เมื่อเริ่มเข้าวงการบันเทิง ชีวิตไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ผมต้องหยุดเรียนไปถ่ายภาพยนตร์ พอกลับมาเรียน สอบตกเกือบทุกวิชา ตอนนั้นเรียน ม.6 แล้ว โชคดีที่โรงเรียนมีระยะเวลาให้นักเรียนสอบซ่อม ผมกลับมาดูหนังสืออย่างหนักจนสอบผ่านทุกวิชาและจบพร้อมเพื่อนในที่สุด เมื่อเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ทำงานในวงการเต็มตัว จากเด็กที่ไม่มีความรับผิดชอบก็รับผิดชอบมากขึ้น แม้การได้เป็นนักแสดงจะเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย แต่เมื่อได้โอกาสแล้วก็ต้องตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ สิ่งที่ผมยึดเป็นหลักในการทำงานมาตลอดคือสติ ต้องมีสติติดตัวอยู่เสมอ เพราะถ้ามีสติ เราจะไม่ทำเรื่องที่ไม่ควรทำ หรือสิ่งใดที่เคยทำแล้วไม่ดี เราก็ไม่ทำอีก ผมเชื่อว่าหากมีสติ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร เราก็สามารถผ่านมันไปได้ครับ   Secret BOX ไม่มีคำพูดใครชี้ชะตาเราได้เท่าเราลงมือทำด้วยตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้ววันหนึ่งถ้าเราทำดีหรือทำชั่ว มันก็มาจากการตัดสินใจของเรา โทษคนอื่นไม่ได้ อ้วน – เด่นคุณ งามเนตร   ที่มา  นิตยสาร Secret ฉบับที่ 183 เรื่อง เด่นคุณ งามเนตร เรียบเรียง อุรัชษฎา ขุนขำ ภาพ ฝ่ายภาพ อมรินทร์พริ้นติ้งฯ Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine

เป็นเช่นนั้นเอง…แล้วมันจะผ่านไป จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม

เป็นเช่นนั้นเอง…แล้วมันจะผ่านไป จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม การมองธรรมะของเธอช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ และสิ่งที่ไม่ธรรมดายิ่งกว่านั้นคือ ปัญหาชีวิตที่เธอเผชิญในฐานะเสาหลักของครอบครัวที่ไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาได้ จนกระทั่งได้รู้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้น…ก็เป็นเช่นนั้นเอง   เขาสอนให้จ๊ะจ๋ารู้จักใจเย็น พี่จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้วเตือนจ๊ะจ๋าว่า “ ใจร้อนไปก็ไม่มีประโยชน์ เวลาที่เราเผลอพูดหรือทำอะไรด้วยอารมณ์ร้อน แทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ที่เสียใจในภายหลัง กับสิ่งที่เราทำไว้กับคนอื่น เพราะว่าเวลาใจร้อน ใจของเราก็อยากทำร้ายคนอื่นเขา ไม่ว่าจะเป็นทางวาจา เช่น การใช้คำพูดหยาบคาย เชือดเฉือน เสียดสี ทิ่มแทง หรือทางการกระทำ เช่นขว้างปาข้าวของ เพื่อให้คนที่เราโกรธรรู้สึกเจ็บปวดที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปเราหายโกรธ และอาจลืมไปแล้วว่าเคยทำอะไรไว้บ้าง อาจมีเหตุให้ต้องกลับมาใช้ของชิ้นนั้นที่เราเคยทำลายด้วยความไม่ตั้งใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือของชิ้นนั้นมีตำหนิไม่สมบูรณ์เหมือนเดิมอีกแล้ว ความรู้สึกของคนก็เช่นกัน การกระทำที่ไม่ดีของเรา อาจกลายเป็นรอยตำหนิในความทรงจำของเขาไปจนวันตายเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าใจร้อน ต้องทำใจเย็น ๆ เมื่อใจเย็นแล้วค่อยว่ากัน ”     0 คำเตือนนี้ของพี่จิ๊บสามารถนำไปใช้ได้กับทุกเหตุการณ์ ทำให้เราใจเย็นขึ้น เพราะจ๊ะจ๋าก็เป็นคนใจร้อน รู้ตัวว่าเรานิสัยไม่ดี ชอบใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ อย่างตอนที่โมโหพี่จิ๊บ เมื่อก่อนจ๊ะจ๋าก็จะต่อว่า แล้วพูดเป็นข้อ […]

ถ้ามีโอกาสเราต้อง “คืนกลับ” สู่สังคม บอย พิษณุ นิ่มสกุล 

ถ้ามีโอกาสเราต้อง ” คืนกลับ ” สู่สังคม บอย พิษณุ การก้าวไปข้างหน้าคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน ไม่ว่าก้าวนั้นจะหมายถึงหน้าที่การงาน  ฐานะทางการเงิน  ชื่อเสียง  หรืออะไรก็ตาม แต่เมื่อไรที่คุณก้าวไปข้างหน้าได้สำเร็จแล้ว  คุณควรต้องหันกลับมามองคนข้างหลังและ “คืนกลับ” สู่สังคมที่คุณเติบโตมาบ้าง…เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี บอย พิษณุ พิษณุ  นิ่มสกุล  หรือ บอย  เอเอฟ นักร้อง  นักแสดง  และพิธีกรหนุ่มอารมณ์ดีเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบหลักคิดเรื่อง “การคืนกลับสู่สังคม”  คล้าย ๆ การทำ CSR ที่องค์กรเอกชนนิยมทำกันทุกวันนี้  จะแตกต่างกันก็ตรงที่ CSR ของบอยไม่จำเป็นต้องมีหลักการใด ๆ มาผูกพัน  และไม่ต้องกำหนดงบประมาณให้วุ่นวาย คนเราต้องเริ่มจากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด  กตัญญูรู้คุณและไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง  จากนั้นเรายังต้องรู้จักคิดถึงคนอื่น ๆ ในสังคมบ้าง  เริ่มต้นง่าย ๆ ตั้งแต่ไม่เอาเปรียบใคร  ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน รู้จักแบ่งปัน  ช่วยเหลือกัน  เพราะพวกเราอยู่ในสังคมเดียวกัน ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ครั้งหนึ่งมีรายการประเภทช่วยเหลือสังคมมาติดต่อผมไปร่วมรายการ  ทางรายการเปิดโอกาสให้ผมเลือกว่า ผมอยากจะทำอะไร อยากไปที่ไหน  ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ในใจ  แต่จำได้ว่าผมตอบไปว่า“ถ้าได้ไปบ้านผู้พิการซ้ำซ้อนก็น่าจะดี เพราะผมยังไม่เคยไปมาก่อน” ทางรายการจึงติดต่อสมาคมรวมปัญญาคนพิการย่านบางบัวทอง  จังหวัดนนทบุรีให้ผม  ในวันนั้นทีมงานเตรียมอาหารและขนมไปแจกน้อง ๆ  ส่วนผมก็ทำหน้าที่เอนเตอร์เทน  เล่นเกม  ร้องเพลง  ฯลฯ ทำทุกอย่างให้เขามีความสุข  วันนั้นกว่าจะทำกิจกรรมเสร็จก็เย็นแล้ว  แต่ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนผมก็มีความรู้สึกว่า “ต้องหาโอกาสกลับมาอีกให้ได้” ไม่ใช่ว่าอยากมาเพราะสงสารหรืออยากทำให้เขามีความสุขเท่านั้น  แต่ผมอยากมาอีกครั้งเพื่อเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากเขามากกว่า  โดยเฉพาะ “หัวใจนักสู้” ที่น้อง ๆ ทุกคนมี ทุกคนพยายามสู้  พยายามช่วยเหลือตัวเองทุกวิถีทางเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด มันสุดยอดมาก ๆ หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้ข่าวว่าพื้นที่ย่านบางบัวทองรวมถึงสมาคมนี้ถูกน้ำท่วมใหญ่  ผลจากน้ำท่วมทำให้สภาพความเป็นอยู่ของน้อง ๆ ในสมาคมที่ค่อนข้างลำบากอยู่แล้วยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก  ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจกลับไปที่สมาคมเร็วขึ้นกว่าที่คิดไว้  ไม่ต้องรอจนถึงวันเกิดของผมแล้ว คราวนี้ผมเริ่มคิดว่า แค่เลี้ยงอาหารอย่างเดียวคงไม่พอ  เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “เงิน”  เพื่อที่ว่าทางสมาคมจะได้นำไปฟื้นฟูความเสียหาย  แต่ลำพังผมคนเดียวคงไม่มีกำลังมากพอ ผมจึงตัดสินใจบอกบุญแฟนคลับดู  ซึ่งก็ได้ผล เพราะพอบรรดาแฟนคลับรู้  พวกเขาก็ช่วยกันระดมทุนเข้ามาไม่ขาดสาย เชื่อไหมครับว่า  ในเวลาไม่ถึงเดือนผมรวบรวมเงินบริจาคได้เกือบแสนบาท! สองสัปดาห์ต่อมา  ผมและแฟนคลับส่วนหนึ่งก็กลับไปที่สมาคมอีกครั้งเพื่อเลี้ยงอาหาร  ขนม และมอบเงินบริจาคที่รวบรวมมาได้  วันนั้นมีน้องคนหนึ่งซึ่งถึงเขาจะไม่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและสมองแต่พอเห็นผม  น้องกลับจำผมได้  เขายิ้มดีใจออกท่าออกทางตีมือใหญ่เลย  เขาดีใจที่ผมกลับมาอีกครั้ง ผมยังจำภาพนั้นติดตามาจนวันนี้ นอกจากที่นี่แล้ว  ผมก็ยังมีโอกาสได้ไปทำบุญอีกหลายที่  เช่น  มูลนิธิบ้านเด็กอ่อน  บ้านคนที่ไร้ที่พึ่งพิง  ซึ่งแต่ละแห่งก็จะให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป  แต่ถ้าสถานที่ที่กินใจผมมาก ๆ ก็คงเป็นบ้านพักคนชราบางแค  เพราะผมเป็นคนที่เซ้นสิทีฟกับคนแก่มากถึงมากที่สุด คงเป็นเพราะสมัยเด็ก ๆ ผมเติบโตมากับยาย  เรียกว่าเป็นหลานคนโปรดของยายก็ว่าได้ ถึงผมจะแสบซนเอาเรื่องอยู่  แต่ผมก็เป็นหลานเพียงคนเดียวที่ยายจะเจียดเงินไปฝากธนาคารออมสินให้ทุกเดือน  เดือนละ 20 บาท  หรือเวลาที่แม่ซื้อของอะไรมาที่บ้าน ยายก็จะเป็นคนแบ่งสันปันส่วน  หรือถ้าจะให้ถูกก็ต้องเรียกว่า “กัน” (หัวเราะ) เสียมากกว่า  ยายจะบอกว่า “นี่ของบอยมันนะ” หลานคนอื่นจะได้ไม่กล้ามายุ่ง พอเก็บของให้บอยบ่อยครั้งเข้า  เชื่อไหมครับว่า  บางทียายก็จำไม่ได้ว่าเก็บอะไรไว้ที่ไหนบ้าง  เรียกว่าเก็บจนลืม นอกจากนี้ยายยังเป็นคนแรกที่พาผมไปวัด  ไหว้พระ  ทำบุญ  สอนผมให้รู้จักการทำบุญ  ทำทาน  และการให้  ซึ่งนิสัยชอบทำบุญของผมก็ได้มาจากยายนี่แหละครับ ด้วยความที่เป็นเด็ก  ผมก็เลยคิดแค่ว่า  ถ้าจะพายายไปกินอาหาร  ไปเที่ยว  หรือจะทำอะไรให้ยายก็ต้องมีเงิน  มีความพร้อมก่อน ผมจึงได้แต่รอเวลาอยู่อย่างนั้น  แต่พอวันที่ผมพร้อม  มีการมีงานทำจริง ๆ  ก็เป็นวันที่ยายจากผมไปแล้ว  นั่นทำให้รู้สึกว่าทำไมเราไม่ทำตั้งแต่ตอนนั้น  ทำเท่าที่มีก็ได้ สุดท้ายเมื่อย้อนอดีตกลับไปไม่ได้ผมจึงคิดว่า  “ถ้ามีโอกาสเมื่อไร  ผมจะต้องช่วยเหลือคนแก่”  นัยว่าเป็นการทดแทนที่ผมยังไม่ได้ตอบแทนยาย ผมขอฝากถึงทุกคนว่า  ถ้าอยากทำความดี ไม่ต้องรอ “ความพร้อม”  ทำอะไรได้เมื่อไร  จงรีบทำ  เพราะเวลาไม่เคยรอใคร ไม่ว่าจะเวลาของเราเองหรือของคนที่เรารัก   ที่มา  นิตยสาร Secret ฉบับที่ 131 เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพ ฝ่ายภาพ อมรินทร์พริ้นติ้งฯ Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความที่น่าสนใจ ให้ได้ แม้ไม่มี: กอล์ฟฟี่ แฮร์สไตลิสต์จิตอาสา ปิ่นแก้ว แซ่ลิ้ม จิตอาสาเพื่อคนยากไร้ […]

ชีวิตหลังม่านของจินตหรา สุขพัฒน์

ชีวิตหลังม่านของ จินตหรา สุขพัฒน์ ถ้าให้คุณนึกถึงนักแสดงหญิงเจ้าบทบาทในวงการบันเทิงไทยสักคนเชื่อแน่ว่าชื่อ จินตหรา สุขพัฒน์ ต้องอยู่ในลิสต์  เธอได้รับการยกย่องจากคนในวงการด้วยกันและคนดูในฐานะนักแสดงที่มีฝีไม้ลายมือและใช้ชีวิตได้อย่าง “น่ามอง” ทั้งในจอและนอกจอ คุณแหม่มใช้ชีวิตในวงการนี้ยาวนาน และเกือบครึ่งชีวิตของเธอมีหลายเรื่องราวที่ไม่ค่อยได้รับการเปิดเผยเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ เธอเข้าสู่วงการในยุคที่นางเอกต้องเก็บตัว และควรมีข่าวน้อยที่สุด อีกส่วนเป็นเพราะเธอเป็นคนรักความสงบ     อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้อยู่ในวงการได้นานขนาดนี้คะ จริงๆไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่เวลาทำงานต้องตั้งใจ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นอะไร อาจเป็นเพราะ ได้รับการปลูกฝังมาจากผู้ใหญ่หลายท่านในวงการ  อาทิ คุณสักกะ  จารุจินดา คุณกอบสุข จารุจินดา รวมถึงคุณดวงดาว  จารุจินดา ท่านสอนว่าต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน และเป็นเด็กต้องมีสัมมาคารวะคนไทยชอบคนอ่อนน้อมถ่อมตนที่สุด ที่สำคัญคือต้องรู้จักกาลเทศะ รวมไปถึงการดูแลตัวเองด้วย เช่นการไม่ไปในที่อโคจร คุณอาพิศมัย วิไลศักดิ์  ซึ่งเป็นแม่แบบในการแสดงอีกคน ก็สอนเสมอว่าต้องรับผิดชอบและรักงานที่ทำ ที่สำคัญต้องไม่ดูถูกคน ดูในการทำงานกับคนหมู่มาก ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าไม่อยากให้คนพูดถึงในแง่ไม่ดี ก็ต้องประพฤติตัวให้ดีเวลาจะทำอะไรแหม่มจะคิดว่าต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมายังไงจะได้ไม่รู้สึกผิดหวังว่าพยายามน้อยไป   อารมณ์ไหนเล่นเหนื่อยที่สุดคะ บทโกรธจะเหนื่อยมาก บางทีบทที่เขาเขียนมาก็ไม่ได้ช่วย ไม่ได้มีเหตุมีผลพอที่จะต้องโกรธขนาดนั้น เราก็ต้องสร้างอารมณ์เอง อย่างบทร้องไห้ก็นึกไปถึงคำพูดที่สะเทือนใจ ซึ่งก็ช่วยได้บางครั้งบางเรื่องบทดีเหลือเกิน […]

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ หรือคำถามต่าง ๆ ที่ถูกตั้งขึ้นด้วยความสงสัยในหลักคำสอนเรื่องภพชาติในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าคำถามนี้ยังคงเป็นปัญหาโลกแตกที่ยังถูกตั้งเป็นคำถามอยู่ ในคัมภีร์พุทธศาสนาเล่าถึงอดีตชาติของพระพุทธเจ้าและพระสาวกไว้มากมาย หรือการปฏิบัติจนได้ญาณล่วงรู้อดีตชาติ และอนาคต เราลองมาฟังความเห็นเรื่องชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว ได้แก่ เชอร์รี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ และ กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ กันเถอะ   เข็มอัปสร สิริสุขะ เชอรี่เชื่อว่า เหตุที่คนเราเกิดมาแตกต่างกัน ก็เพราะเราเคยเกิดมาแล้วคนละหมื่น ๆ ชาติ บุญกรรมจากชาติที่ผ่าน ๆ มาจะสั่งสมมาเรื่อย ๆ และมีผลต่อชาติภพเพศอาชีพครอบครัวรวมทั้งนิสัยของเรา อย่างชาตินี้ เชอรี่เกิดเป็นดารา หลายคนอาจจะมองว่ามีบุญ แต่จริง ๆ แล้วเชอรี่ว่าการเกิดมาหน้าตาดีก็เป็นกรรมอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะมักจะถูกยั่วยุถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว ถูกตัดสินด้วยรูปลักษณะก่อนที่จะตัดสินด้วยจิตใจ แต่ชาติที่แล้วเชอรี่คงจะเกิดเป็นคนที่ทําบุญมามากพอสมควร ชาตินี้จึงได้มีโอกาสพบพระพุทธศาสนา ได้เรียนรู้คําสอนของพระพุทธเจ้า คิดว่าชาติหน้าหากไม่ได้เกิดเป็นคนก็คงไม่อยากเกิดอีกแล้ว   เขมนิจ จามิกรณ์ […]

10 ดารากับ 10 วิธีทำบุญ ตาม มรรควิธี 10 ไปดูกัน มีใครบ้าง

10 ดาราตัวอย่าง ที่ทำบุญตาม “ มรรควิธี10 ” ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามความสะดวก และความเหมาะสม ไปดูกันเลยค่ะว่ามีใครบ้าง

ปรับความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน เรื่องราว “การปรับความคิด” ของดาราหนุ่มทั้ง 3 คน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความคิด” ของเรานั้น มีส่วนในการกำหนดชีวิต หากเราลอง ปรับความคิด จากเรื่องเล็ก ๆ น้อยใกล้ตัว ก็จะเริ่มชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

ฟิล์ม – ธนภัทร หรือ บอสวศิน จากเมีย 2018 ถ่ายปฏิทินปีใหม่ หารายได้บริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก 

ฟิล์ม – ธนภัทร หรือ บอสวศิน จากเมีย 2018 ถ่ายปฏิทินปีใหม่ หารายได้บริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ฟิล์ม – ธนภัทร กาวิละ ถ่ายปฏิทิน 2019 เพื่อหารายได้บริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ได้ใหญ่-อมาตย์, หนุ่ม-อภิวัฒน์ และ โต้ง-ชัชวิน กูรูสายแฟชั่นและการถ่ายภาพร่วมปั้นโครงการการกุศลครั้งนี้ให้กลายเป็นจริง พระเอกหนุ่ม ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ ขึ้นแท่นเป็นสามีแห่งชาติ หลังจากแจ้งเกิดในบทของบอสวศิน จากละครเรื่อง เมีย 2018 และมีผลงานการแสดงล่าสุดเป็นพระเอกในละครเรื่องหน้ากากแก้ว ฉายออนแอร์ทางช่องวัน     ฟิล์ม ธนภัทร จัดทำปฏิทิน “ฟิล์ม 2019” ขึ้นเพื่อเป็นของขวัญส่งท้ายปีต้อนรับปีใหม่แก่แฟนคลับที่คอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้มาโดยตลอด ทั้งนี้ยังจำหน่ายปฏิทินฟิล์ม 2019 แล้วนำรายได้บริจาคให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก โครงการงานการกุศลนี้ได้รับเกียรติจาก 3 กูรูของวงการแฟชั่นและบันเทิง เช่น  ใหญ่ – อมาตย์ มากดชัตเตอร์ถ่ายภาพให้ภาพของหนุ่มฟิล์มออกมาหล่อเหลา หนุ่ม-อภิวัฒน์ เป็น Stylist&Costume และ […]

3 คนดังสุดน่ารัก กตัญญูรู้คุณ ต่อบุพการีและผู้อื่น

3 คนดังสุดน่ารัก กตัญญูรู้คุณ ต่อบุพการีและผู้อื่น 3 คนดังแห่งวงการบันเทิงโพสต์ภาพและเขียนแคปชั่นแสดงการมีความ กตัญญูรู้คุณ บางท่านอาจกล่าวถึงหรือแสดงกตัญญูต่อผู้อื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ ซึ่งแสดงออกถึงการเป็นผู้รู้คุณผู้อื่น   หนึ่ง จักรวาล เสาธงยุติธรรม หลายคนอาจรู้จักและคุ้นกับคุณหนึ่งในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินจากรายการ I Can See Your Voice หรือ รายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีในวงการเพลงมานงนาน ล่าสุดได้โพสต์ภาพและเขียนแคปชั่นในไอจีว่า     jakkawal_1บ้านเราใกล้เสร็จแล้วนะแม่ ถึงแม้วันนี้พ่อไม่ได้อยู่กะเรา นู๋จะดูแลแม่เองนะ❤️😊😊😊🙏🏻 #หนึ่งจักรวาล #1jakkawal #ภูมิใจ #รักแม่นะ     เป็นข้อความแคปชั่นที่น่ารักและประดับใจมาก แสดงถึงความเป็นบุตรที่ดี บำรุงอุปถัมภ์พระในบ้าน (คุณแม่) ทั้งยังระลึกถึงบุพารีอีกท่านที่จากไปคือ คุณพ่อ แสดงให้เห็นว่าแม้บุพการีอีกท่าน ถึงจะจากไปแล้ว ลูกคนนี้ก็ยังระลึกถึงท่านอยู่เสมอเพราะมีคุณความดีต่อกัน พร้อมกับบ้านหลังใหม่ที่จะนำพระในบ้าน (คุณแม่) มาเลี้ยงดูและอยู่ร่วมกันที่กำลังจะเสร็จในไม่ช้านี้   ขอบคุณภาพและข้อมูลจากไอจี หนึ่ง จักรวาล   […]

โจว เหวินฟะ “เงินทองเป็นของนอกกาย ไม่ใช่สมบัติที่แท้จริง”

โจว เหวินฟะ “เงินทองเป็นของนอกกาย ไม่ใช่สมบัติที่แท้จริง” โจว เหวินฟะ (Chow Yun-fat) นักแสดงชาวฮ่องกงที่คนไทยรู้จักกันดีจากละครโทรทัศน์เรื่อง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ เขาก้าวไปไกลถึงฮอลลีวู้ด มีชื่อเสียงโด่งดังระดับเดียวกับ บรู๊ซ ลี และ เฉินหลง แถมยังถูกเปรียบเทียบว่าคล้ายคลึงกับ แครี่ แกรนท์ นักแสดงฮอลลีวู้ดระดับตำนาน แต่ดูบึกบึนและจัดจ้านกว่า นักแสดงวัย 61 ผู้นี้มีวัยเด็กที่ยากไร้ เขาเกิดที่เกาะลัมมา นอกชายฝั่งของเกาะฮ่องกง มารดาเป็นพนักงานทำความสะอาดและเกษตรกรปลูกผัก พ่อทำงานอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทเชลล์ ทุกวันเขาต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาช่วยแม่ขายเฉาก๊วยและฮะเก๋าอยู่ริมถนน ตอนบ่ายก็ไปทำงานในไร่ ครอบครัวเขาย้ายมาอยู่เกาลูนตอนเขาอายุ 10 ขวบ พออายุ 17 เขาลาออกจากโรงเรียน เพื่อมาทำงานเจือจุนครอบครัว โดยทำงานสารพัด เช่น เบลล์บอย บุรุษไปรษณีย์ เซลส์ขายกล้องถ่ายรูป และคนขับแท็กซี่ ชีวิตถึงจุดพลิกผันเมื่อเขาส่งใบสมัครไปตามประกาศในหนังสือพิมพ์ และได้รับคัดเลือกเป็นนักแสดงฝึกหัดในบริษัททีวีบีหลังจากนั้นก็ไต่เต้าขึ้นมาเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท กระทั่งไปโด่งดังในฮอลลีวู้ดจนทุกวันนี้ แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกซึ่งทำให้มีเงินทองจำนวนมหาศาล แต่โจว เหวินฟะ ก็ยังทำตัวธรรมดาเหมือนคนทั่วไป มีชีวิตเรียบง่ายไม่หวือหวา เป็นคนสมถะ เก็บตัว และมัธยัสถ์ แม้เป็นนายแบบเสื้อสูทแบรนด์หรู […]

กิ๊ก มยุริญ พักงานวงการบันเทิงลาไปบวชชีศึกษาธรรมะที่พม่า

กิ๊ก มยุริญ พักงานวงการบันเทิงลาไปบวชชีศึกษาธรรมะที่พม่า คุณ กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ นางร้ายอันดับต้น ๆ ของวงการบันเทิงไทย ที่แจ้งเกิดจากละครเรื่องนิรมิตเมื่อ 2540 สนใจศึกษาและปฏิบัติในเส้นทางธรรมนี้มาร่วม 20 ปี ได้เปิดใจในรายการเลิศเลอเพอร์เฟคและรายการคุยแซ่บ Show ที่ผ่านมาว่า กิ๊กวางแผนบวชชีที่พม่า มาร่วม 2 ปี แต่ยังบวชไม่ได้ เพราะต้องเคลียร์งานในวงการให้เรียบร้อยก่อน แต่ปีนี้ 2561 กิ๊กเคลียร์เรียบร้อยแล้ว คิดว่าจะโกนผมประมาณวันที่ 26-27 กรกฎาคม 2561 ก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน แล้วบวชชีที่พม่าเป็นระยะเวลา 7 เดือน สึกในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เพราะอยากปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เคยปฏิบัติได้มากสุดก็ 55 วัน จึงคิดว่าเมื่อเคลียร์งานได้ก็อยากปฏิบัตินาน ๆ ตอนนี้ได้เตรียมชุดแม่ชีแบบพม่าไว้แล้ว เป็นชุดผ้าสีชมพู เพราะแม่ชีที่นั่นจะแต่งกายแบบนี้ สาเหตุที่ไปบวชชีที่พม่า เพราะพระอาจารย์ที่สอนวิปัสสนาท่านเป็นพระพม่า จึงอยากให้พระอาจารย์ท่านบวชให้ การไปบวชครั้งนี้ตั้งใจมากว่าจะปิดวาจา แล้วสื่อสารกับคนอื่นด้วยการเขียนบอก จะปิดมือถือด้วย ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างเด็ดขาด […]

โอสถธรรม… ทำให้สุข กิ๊ก- มยุริญ ผ่องผุดพันธ์

“โอสถธรรม…ทำให้สุข” กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ นิยามความสุขของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน บ้างพอใจในวัตถุ เงินทอง ชื่อเสียง บ้างขอเน้นสุขทางใจเป็นพิเศษ สำหรับผู้หญิงคนนี้… ความสุขของ กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ เกิดจากการค้นพบยาขนนเอกที่เรียกว่า “ธรรมโอสถ” เมื่อหลายปีก่อน มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ หรือ กิ๊ก มีชื่ออยู่ในทำเนียบนางร้ายอันดับต้น ๆ ของวงการบันเทิงจากการพลิกบทบาทการแสดงครั้งสำคัญแบบสุดขั้ว จากบทกุลสตรีสู่นางร้าย ในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “นิรมิต” เมื่อ ปี 2540 ความสำเร็จทางโลกของกิ๊กในวันนี้ เริ่มด้วยการคว้าปริญญาบัตรมาให้ครอบครัวได้ชื่นใจถึง 2 ฉบับ ได้แก่ ศิลปศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามติดด้วยการได้ทำในสิ่งที่เธอรักคือการเป็นนักแสดง ซึ่งเธอได้รับการตอบรับที่ดีเสมอ ล่าสุดกิ๊กยังสนุกกับความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยการเป็นคอลัมนิสต์ วิทยากรบรรยายธรรม และหัวหน้าเครือข่ายบุญ MLM ที่เธอและผองเพื่อนกัลยาณมิตรพร้อมใจกันจัดขึ้นเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยใจจริง   เปลวเทียนเปลี่ยนชีวิต นอกจากคุณพ่อคุณแม่ (คุณปริญญา – […]

กลับตัวทัน ในวันที่เกือบจะสาย ท็อป – เทวินทร์ สุรเชิดเกียรติ

กลับตัวทัน ในวันที่เกือบจะสาย ท็อป – เทวินทร์ สุรเชิดเกียรติ 0 ผม ( ท็อป – เทวินทร์ สุรเชิดเกียรติ ) เคยเป็นเด็กเกเร วู่วาม กล้าได้กล้าเสีย ทําตัวเละเทะมาตลอดจนวันหนึ่งที่เห็นน้ําตาแม่ไหลครั้งแรกในชีวิต ผมรู้ทันทีว่าจะใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไป 0 ชีวิตเกเรของผมเริ่มตั้งแต่ตอนเรียนชั้นประถมศึกษา ผมเป็นหัวโจกยกพวกไปตีกับเด็กห้องอื่นอยู่เสมอ พอเข้าเรียนชั้นมัธยมต้น นอกจากเรื่องเกเรแล้ว ผมเริ่มโดดเรียน เอาเวลาไปเล่นเกม เพราะมันสนุก 0 พอขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ความไม่กลัวใครของผมทําให้ผมยกพวกไปตีกับรุ่นพี่ ม.6 และยังมีวีรกรรมอีกมากมาย จึงโดนเรียกไปพบอาจารย์ฝ่ายปกครองเป็นว่าเล่น แม้ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผมยังคงเกเรอย่างสม่ําเสมอ เรื่องโดดเรียนก็เช่นกัน ผมโดดเรียนจนติดศูนย์ 35 ตัว เมื่อแม่เห็นผลการเรียน ท่านก็นิ่งไป จนกระทั่งผมมีเรื่องชกต่อยกับรุ่นน้อง ฝ่ายปกครองเรียกคุณแม่ไปพบผมยืนรอด้านนอก พลางคิดในใจว่าคงไม่โดนทําโทษอะไรมาก เดี๋ยวก็จบม. 6 แล้ว อาจารย์คงไม่ใจร้ายกับเราหรอก สักพักหนึ่งคุณแม่เดินออกมาจากห้องปกครองน้ําตาไหลเป็นทาง ผมตกใจมาก เพราะไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้ ผมถามว่าเป็นอะไรท่านตอบสั้น ๆ […]

กู่เทียนเล่อ ซูเปอร์สตาร์ใจบุญ ผู้ไม่เคยหยุดปิดทองหลังพระ

กู่เทียนเล่อ ซูเปอร์สตาร์ใจบุญ ผู้ไม่เคยหยุดปิดทองหลังพระ   กู่เทียนเล่อ (Louis Koo) เป็นหนึ่งในนักร้อง – นักแสดง และนักสร้างภาพยนตร์ชาวฮ่องกงที่คนไทยรู้จักกันดี เขาเรียนจบชั้นมัธยมปลายและเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 15 ปี เขาทำงานหลายอย่าง ตั้งแต่เป็นพนักงานขายของในซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน พนักงานทำความสะอาดที่ร้านฟาสต์ฟู้ด ลูกมือกุ๊กในร้านอาหาร พนักงานขายเสื้อผ้าแบรนด์เนมในห้างสรรพสินค้า พนักงานเดินเอกสารในออฟฟิศ จนกระทั่งเขาได้ไปเล่นเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอในคาราโอเกะจึงคิดเข้าสู่วงการบันเทิง โดยการไปสมัครทดสอบบทเอี้ยก้วยในละครเรื่องมังกรหยก ของสถานีโทรทัศน์ทีวีบีเมื่อปี พ.ศ. 2538 ปรากฏว่าเขาได้รับคัดเลือก จากนั้นเป็นต้นมาอาชีพนักแสดงของเขาก็รุ่งโรจน์จนกลายเป็นพระเอกหมายเลขหนึ่งของทีวีบี ปัจจุบันซูเปอร์สตาร์คนนี้อายุ 47 ปี มีผลงานมากมายทั้งทางโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และยังเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์อีกด้วย เขาเคยได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมของทีวีบี 2 ครั้ง ได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฮ่องกง และเป็นแอมบาสเดอร์ของงานเทศกาลหนังนานาชาติฮ่องกงมาตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน เขาตั้งบริษัท One Cool Film Production Limited ซึ่งสร้างภาพยนตร์มาแล้ว 14 เรื่อง นั่นเป็นประวัติที่คนทั่วไปรู้จักเขา แต่เรื่องที่ไม่ค่อยมีคนรู้คือ เขาบริจาคเงินสร้างโรงเรียนให้เด็ก ๆ ในประเทศจีนเกือบร้อยแห่งโดยไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย ความใจบุญของกู่เทียนเล่อกลายเป็นข่าวดังในปี […]

คิดได้เมื่อสายเสียแล้ว ใหม่ – พิศาล ศรีมั่นคง

คิดได้เมื่อสายเสียแล้ว ใหม่ – พิศาล ศรีมั่นคง 0 ผม ( ใหม่ – พิศาล ศรีมั่งคง ) เคยละเลยคนใกล้ตัว เพราะมัวแต่คิดว่าเขาอยู่ใกล้และไม่จากไปไหน จนเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิต ความคิดของผมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 0 สามมีพี่น้อง 4 คน ผมเป็นคนที่ 3 ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านตามใจน้องคนเล็กมาก และผมชอบคิดว่าแม่รักน้องมากกว่า ทําให้ผมไม่ชอบน้อง ตีกับน้องบ่อย ๆ แต่พอเวลาผ่านไป ผมและน้องโตขึ้นความคิดก็เปลี่ยน เราพูดคุยกันมากขึ้นคุยกันแทบทุกเรื่องกลายเป็นพี่น้องที่รักกันมาก เวลาน้องอยากได้อะไร ไปขอคุณแม่แล้วท่านไม่ให้เขา ก็จะมาขอผม สิ่งใดที่น้องขอแล้วผมให้ได้ผมก็ยินดีจะหามาให้ 0 ช่วงที่ผมอยู่ต่างประเทศระหว่างจบปริญญาตรี กําลังจะเรียนต่อปริญญาโท น้องโทรศัพท์มาหาผมบอกว่าอยากได้นาฬิกา ผมรับปากว่าจะซื้อให้และน้องอยากให้ผมกลับเมืองไทยช่วงปีใหม่ เพราะเขาอยากใส่นาฬิกาใหม่ตอนปีใหม่ ผมไม่รับปากว่าจะกลับช่วงนั้น พอน้องฟังคําตอบเขาบอกว่า 0 “ถ้าอย่างนั้นผมไม่รอแล้วนะ” ได้ยินดังนั้นผมจึงตอบน้องกลับไปแค่ว่า “ไม่รอก็ไม่เป็นไร ก็ไม่ต้องเอา” 0 ปากพูดไปอย่างนั้น แต่ผมก็ซื้อนาฬิกาเก็บไว้ให้น้อง ช่วงปีใหม่ผมไม่ได้กลับบ้านเพราะมัวแต่ไปเที่ยวกับเพื่อนส่วนนาฬิกา คิดว่าเอากลับไปให้น้องทีหลังก็ได้ […]

สติชนะทุกสิ่ง อาโป – ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์

สติชนะทุกสิ่ง อาโป – ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ 0 จากที่ไม่เคยเต็มใจสักครั้งเวลาต้องไปวัดและไม่เข้าใจคําสอนใดๆ ของศาสนาพุทธ แต่ปัจจุบัน อาโป – ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ กลับเป็นคนที่ซึมซับธรรมะ จนสามารถนํามาปรับใช้ในชีวิตจริงได้เป็นอย่างดี 0 อาโปเล่าถึงเส้นทางชีวิตก่อนจะสนใจ ธรรมะอย่างจริงจังว่า 0 “ผมมีพี่น้อง 3 คน มีพี่สาวและน้องชาย ผมเป็นคนกลาง คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงพวกเราแบบให้อิสระ 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 50 เปอร์เซ็นต์คุณต้องเข้าวัด โดยเฉพาะช่วง วันหยุดนักขัตฤกษ์ ปีใหม่ สงกรานต์ ฯลฯ เวลาต้องไปวัดผมไม่ชอบเลย เพราะติดเกมอยากอยู่บ้านเล่นเกมมากกว่า จนคุณพ่อคุณแม่ต้องเอาคอมพิวเตอร์ไปไว้ในห้องนอนของท่าน แล้วจํากัดเวลาในการเล่น เพื่อไม่ให้ผมติดเกมมากจนเกินไป 0 ” ตอนเด็ก ๆ ผมไม่เคยเต็มใจไปวัดสักครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งผมอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไปวัดที่ครอบครัวไปเป็นประจํา คือ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ขากลับนั่งอยู่บนรถ คุณแม่บอกว่าอยากให้ผมบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ผมตอบทันทีว่าไม่บวช คุณแม่พยายามโน้มน้าวอย่างไรผมก็ยืนกรานปฏิเสธจนท่านร้องไห้ […]

เมตตากรุณา - ยิ่งแบ่งยิ่งได้ เคล็ดลับความสุขความสำเร็จของสหรัถ สังคปรีชา

เมตตากรุณา - ยิ่งแบ่งยิ่งได้ เคล็ดลับความสุขความสำเร็จของ สหรัถ สังคปรีชา ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปีในวงการบันเทิง นอกจากไม่มีข่าวด่างพร้อยแล้วเขายังเป็นที่รักของประชาชนไม่เสื่อมคลาย เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้ ก้อง - สหรัถ สังคปรีชา ผู้ชายอบอุ่นคนนี้ประสบความสำเร็จ วันนี้เขามาเผยเคล็ดลับการใช้ชีวิต การงาน และความรัก รวมถึงพลังของความเมตตากรุณาและการให้   คุณก้องเติบโตมาในครอบครัวแบบไหนคะ ได้ยินว่าตอนเด็ก ๆ ถูกสปอยล์มาไม่น้อย ใช่ครับ ก่อน 10 ขวบผมเติบโตมาในครอบครัวใหญ่คุณตาเป็นเจ้าของบ้าน มีคุณแม่ คุณป้า และคุณน้าอยู่รวมกันผมเป็นหลานคนแรก คุณตาจึงค่อนข้างเห่อและเลี้ยงแบบเอาอกเอาใจ ผมจึงแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะที่บ้านมีคนงานสิบกว่าคน ผมเรียกใช้ได้หมด ตอนนั้นยังไม่รู้หรอกว่าตัวเองเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็เรียกพี่เลี้ยงมาทำให้ ไม่ต้องทำอะไรเอง เคยถึงขนาดหิวแล้วเขวี้ยงจานทิ้ง แต่ตอนนั้นยังเด็กมาก เลยไม่ค่อยรู้ตัว พอย้อนกลับไปคิดแล้วเป็นพฤติกรรมที่น่าเขกกบาลมาก (หัวเราะ) จนผมอายุสิบกว่าขวบ คุณพ่อก็ซื้อบ้านเองและแยกครอบครัวออกมา ผมถึงเลิกเป็นเด็กสปอยล์   คุณพ่อสอนอะไรบ้างคะ คุณพ่อเน้นให้ผมรู้จักทำอะไรด้วยตนเอง พึ่งตัวเองอย่างตอนเป็นเด็กนักเรียน ถ้าวันไหนผมลืมเอาอุปกรณ์เกี่ยวกับชุดลูกเสือไป เช่น พู่ ผ้าพันคอ เข็มขัด คุณพ่อจะไม่ยอมซื้อให้ใหม่ ทั้งที่สามารถซื้อได้และราคาไม่แพงด้วย แต่คุณพ่อปล่อยให้โดนครูตี ท่านสอนว่าไม่ควรลืม ถ้าวันไหนมีเรียนลูกเสือ ก่อนนอนต้องเตรียมอุปกรณ์ชุดลูกเสือไว้ให้พร้อมตั้งแต่นั้นมาผมไม่ลืมอีกเลย นอกจากนั้นคุณพ่อยังสอนให้ทำอะไรเอง ตอนเด็ก ๆผมจึงต้องเป็นลูกมือให้คุณพ่อแทบทุกเรื่อง เช่น ซ่อมรถปลูกต้นไม้ บางครั้งผมก็บ่นว่าทำไมต้องทำ คนใช้ก็มี ทำไมไม่ใช้ เวลาเห็นผมโกรธมาก ๆ คุณพ่อมักบอกว่า “วันหนึ่งก้องจะรู้เองว่าทำไมพ่อต้องทำแบบนี้” พอโตขึ้นมาผมถึงเห็นคำตอบที่พ่อพูดไว้ เพราะเราทำอะไรได้หลายอย่าง ในขณะที่คนอื่นทำไม่เป็น ถ้าวันนั้นคุณพ่อไม่สอน วันนี้ผมคงทำอะไรไม่เป็น   มีวิธีคิดและทำใจกับการสูญเสียคุณพ่อเมื่อไม่นานมานี้อย่างไรคะ คุณพ่อป่วยมาประมาณปีกว่า พอรู้ผมก็พยายามทำใจพาท่านไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หาข้อมูลการรักษา หาอาหารดี ๆ มาให้ท่าน และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้กำลังใจท่าน โชคดีที่คุณพ่อไม่ท้อแท้ ไม่เศร้า เพราะท่านหวังว่าจะกลับมาหายดีอีกครั้งหนึ่ง ช่วง 5 - 6 เดือนหลังมานี้คุณพ่อเดินไม่ได้แล้ว เพราะกล้ามเนื้อขาหมดแรง ขยับไม่ได้ ต้องนอนอยู่แต่บนเตียงและเจ็บปวดทรมานมาก ยิ่งสองเดือนสุดท้ายคุณพ่อยิ่งทรุดหนักเห็นอย่างนี้ผมยิ่งต้องทำใจมากขึ้น การเสียชีวิตของคุณพ่อทำให้ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่าคนเราต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครหนีพ้น นี่เป็นเพียงบทเรียนแรกที่เริ่มเข้ามาในชีวิต และจากนี้ไปผมคงพบการสูญเสียต่อไปเรื่อย ๆ เพราะที่สุดแล้วคนเราก็ต้องล้มหาย-ตายจากกันเป็นธรรมดาของชีวิต พอผมเข้าใจอย่างนี้ได้แล้วจึงทำใจได้ง่ายขึ้น   ทราบว่าสนใจเล่นดนตรีตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเรียนโรงเรียนชายล้วน เวลาเลิกเรียน นักเรียนแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มเล่นกีฬาและกลุ่มเล่นดนตรี ผมเป็นกลุ่มที่ชอบไปห้องซ้อมดนตรี เพราะหลงใหลเสน่ห์ของดนตรี ผมมักไปกับกลุ่มเพื่อนที่เล่นดนตรี จนได้เข้าวงดนตรีกับเพื่อน ช่วงมัธยมต้นเล่นดนตรีป๊อกแป๊ก ๆ พอขึ้นมัธยมปลายถึงเริ่มฟอร์มวงเป็นเรื่องเป็นราว โดยเล่นงานเล็ก ๆ ก่อน เช่นงานวันเกิด งานแต่งงานครู งานห้องสมุด งานโรงเรียนพอเรียนจบ ม.6 เข้าเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ปี 2 ผมเริ่มเล่นเป็นอาชีพตามผับบาร์ มีพี่ชายของเพื่อนเปิดผับก็ไปขอเล่นเลย เงินเดือนเท่าไรก็เอา คือผมไม่ได้สนใจเรื่องเงินเดือนแค่อยากเล่นดนตรีมากกว่า เพราะเป็นความฝันของผม เล่นดนตรีอยู่สัก 2 ปี แกรมมี่ก็จับเซ็นสัญญาทำอัลบั้มนูโว คราวนี้แหละผมได้เล่นดนตรีทั้งชีวิต (หัวเราะ)   รู้สึกอย่างไรบ้างคะที่วันหนึ่งความฝันกลายเป็นจริงขึ้นมา ได้เป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง ผมมีความสุขมาก จำได้ว่าวันที่นูโวได้ออกอัลบั้มครั้งแรกแล้วมีงานคอนเสิร์ต โอ้โห มีความสุขสุดขีด เหมือนกับว่าทั้งชีวิตเราฝันอยากเป็นนักดนตรี พอวันหนึ่งได้เริ่มเล่นอาชีพตามผับตามบาร์ก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จในจุดหนึ่งแล้ว ยิ่งพอได้ออกอัลบั้ม ได้เล่นคอนเสิร์ต ยิ่งรู้สึกเหมือนเราเรียนจบได้ปริญญาตรีมาอีกใบหนึ่ง มีความสุขมาก วันที่รู้ตัวว่าเรามีชื่อเสียงแล้ว คงเป็นวันที่ผมไปเล่นคอนเสิร์ตโลกดนตรี แล้วมีแฟนคลับมาจับมือและร้องไห้แบบคลั่งไคล้ ตอนนั้นผมตกใจมาก เพราะไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นซูเปอร์สตาร์ รู้สึกแค่ว่าเป็นนักดนตรีธรรมดา ๆ ไม่เคยรู้ว่าคนดูมองเราเป็นนักดนตรีที่เขาอยากกรี๊ด อยากจับมือ แค่เห็นก็ร้องไห้แล้ว วันนั้นผมถึงได้รู้ว่าชีวิตมันเปลี่ยนไปแล้ว ไปไหนมาไหน จะเข้าโรงแรมก็ต้องมีการ์ดมากั้น เรียกว่าชีวิตเปลี่ยนไปเลย (ยิ้ม)   ตั้งแต่เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง เจอปัญหาหรือเรื่องที่ไม่ชอบใจบ้างไหมคะ ปัญหาไม่ค่อยมีนะครับ แต่เรื่องที่รู้สึกคงเป็นเรื่องความเป็นส่วนตัวหายไป เพราะเราต้องโดนถ่ายรูปตลอดเวลาบางทีออกจากบ้าน หน้าตาผมเผ้ายังกระเซอะกระเซิงอยู่ พอขับรถไปถึงที่นัดถ่ายทำ ลงจากรถปุ๊บเจอกล้องเป็นสิบ ๆ ตัวมารุมถ่าย ผมจะรู้สึกว่ายังไม่พร้อม เพิ่งตื่น ตายังบวมอยู่เลยคิดว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ หรือเวลาไปต่างจังหวัดพอลงจากเครื่องบินปุ๊บ มีแฟนคลับมารอรับ ขึ้นรถตู้ไปถึงโรงแรมนี่ยิ่งหนักเลย คราวนี้รอเป็นร้อย เปิดรถตู้มา โดนดึงต่างหู โดนดึงสร้อยไป รู้สึกว่าชีวิตส่วนตัวหายไปแล้ว แต่ผมก็เข้าใจนะว่าการมีชื่อเสียงบางครั้งก็ต้องแลกกับการสูญเสียอะไรไปสักอย่างแบบนี้แหละ   มีเคล็ดลับการทำงานอย่างไรที่ทำให้ได้รับความนิยมมานานขนาดนี้คะ ทำให้ดีที่สุด ตั้งใจทำทุกงาน เคารพผู้ร่วมงาน ให้เกียรติผู้ร่วมงานทุกคน ผมคิดว่าทุกอาชีพทำเองคนเดียวไม่ได้เพราะยังต้องมีผู้ร่วมงาน มีฝ่ายอื่น ๆ อีก ดังนั้นถ้าอยากทำงานให้ดีและสมบูรณ์แบบก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นผมยังใช้ “พรหมวิหาร 4” ที่ช่วยให้การทำงานสะดวกสบายขึ้นพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้หมด โดยเฉพาะ 2 ข้อแรกเมตตา คือ ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข กรุณา คือปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ พอเรามีเมตตากรุณาอย่างนี้แล้วคนรอบข้างที่ได้รับความเมตตากรุณาก็จะให้ความรู้สึกดี ๆ ให้ความรักคืนกลับมา เรียกว่าให้ไปก่อน เดี๋ยวก็ได้กลับมาเองพอทำแบบนี้บ่อย ๆ เราก็จะมีแต่ความสุข ผมสนใจเรื่องพรหมวิหาร 4 เพราะคุณพ่อชอบให้หนังสือธรรมะ ชอบให้รู้เรื่องธรรมะ พอได้อ่านหนังสือเหล่านี้มันจะค่อย ๆ ซึมซับมาเอง เวลานำเอาไปใช้ผมรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นมีแต่เรื่องดี ๆ วิ่งเข้ามา เช่น เวลาไปไหนก็มีแต่คนคิดดี ๆ กับเรา มีแต่คนชื่นชม ไปไหนคนก็ต้อนรับ ผมรู้สึกว่าการทำบุญเรื่อย ๆ อย่างเวลามีหน่วยงานไหนขอให้ช่วย ผมก็ไม่เกี่ยง ผมเขียนหนังสือเรื่อง Real Kong เงินที่ได้ทั้งหมดก็เอาไปช่วยเด็ก ช่วยคนแก่ ช่วยหมาแมวพอทำดีอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ทำให้ไปไหนมีแต่คนชื่นชม ไม่มีคนเห็นแล้วยี้ ดังนั้นผมคิดว่าการทำดีทำให้เราได้สิ่งดีกลับมาจริง ๆ   รู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นโค้ช The Voice ซึ่งเป็นบทบาทที่ทำหน้าที่ของการเป็นครู ผมคิดว่างานนี้เป็นโอกาสดีอีกเรื่องที่เข้ามาในชีวิตครั้งแรกผมปฏิเสธรายการไป แต่เขาตามผมอยู่เป็นเดือนคือตอนแรกผมไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เกิดมาไม่เคยเป็นโค้ชไม่รู้จะไปสอนคนร้องเพลงอย่างไร จึงปฏิเสธไป จนรายการพยายามเกลี้ยกล่อมขอให้เข้ามาคุยหน่อย บอกถ้าไม่รับ ก็ไม่ตื๊อแล้ว แต่พอได้เข้าไปคุยถึงรู้ว่าไม่ยากอย่างที่คิด เมื่อตัดสินใจไปทำจริง ๆ กลายเป็นเรื่องง่าย เพราะผมมีสิ่งเหล่านี้อยู่เต็มตัวเลย ผมถูก พี่เต๋อ (เรวัต พุทธินันทน์) และพี่ ๆ ในแกรมมี่เคี่ยวเข็ญมาหนักมาก เคยยืนร้องเพลงกับพี่เต๋อมาไม่รู้กี่สิบเพลงร้องกันตั้งแต่บ่าย ๆ ไปเสร็จตอนเช้าอีกวันหนึ่ง ทั้งที่ร้องแค่เพลงเดียว เพราะเราร้องโดยไม่มีเครื่องดนตรี ใช้เสียงร้องอย่างเดียว สมัยนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์ช่วยเรื่องการร้องเพลงเหมือนสมัยนี้ ตอนนี้ร้องผิดร้องเพี้ยนมีคอมพิวเตอร์ช่วยได้สมัยก่อนเป็นเทป จึงต้องร้องจริง ๆ อย่างเดียว ผมโดนขับเคี่ยวมาเยอะมาก ทำให้มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัวไม่รู้ตัว เช่น วิธีการร้องหนัก - เบา สั้น - ยาว การทำงานในห้องอัด ฯลฯ พอวันหนึ่งที่เราต้องมาสอนเด็ก ๆ ร้องเพลงว่าทำอย่างนี้สิ ขึ้นคอนเสิร์ตให้ร้องอย่างนี้นะ จึงสอนได้ ถือว่าโชคดีไป   ที่ผ่านมาคุณก้องทำกิจกรรมช่วยสังคมสม่ำเสมอ เลือกไหมคะว่าต้องทำบุญด้านไหน การทำดีของผมไม่ได้จำกัดเลยว่าจะช่วยใครบ้าง คือช่วยได้ก็ช่วย ทั้งสัตว์ คนแก่ เด็ก คนพิการ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ไม่ได้เหนื่อยนักหนา ผมจะพยายามช่วยบางหน่วยงานให้ผมช่วยพูดรณรงค์บริจาคสิ่งของให้คนแก่เด็กกำพร้า เด็กพิการ ถ้าพอมีคิวว่างผมก็ทำ เพราะคิดว่าเราไม่ได้เสียอะไรมากมาย แค่สละเวลาไปช่วยเหลือ ผมยินดีช่วย ที่ทำอย่างนี้เพราะผมคิดว่าได้สิ่งดี ๆ จากสังคมเยอะมาก ดังนั้นเราควรต้องแบ่งปันกลับไปบ้าง ผมเชื่อว่ายิ่งแบ่งก็ยิ่งได้ อย่างตอนประเทศเนปาลแผ่นดินไหว ผมไปร่วมเล่นคอนเสิร์ตการกุศล หาเงินช่วยเหลือเนปาลมีเพื่อน ๆ ศิลปินไปช่วยกันเยอะ เช่น วงนูโว, พี่ปุ๊ -อัญชลี จงคดีกิจ, โจอี้ บอย, คุณบอย โกสิยพงษ์,แสตมป์ ฯลฯ รวบรวมเงินบริจาคได้ประมาณ 2 ล้านบาทแล้วส่งไปให้เนปาล แม้ไม่ได้มากมาย แต่คงพอช่วยคนได้เป็นร้อยเป็นพันคนโดยที่เราก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก ผมได้เล่นดนตรีที่ชอบและได้หาเงินบริจาคไปช่วยเหลือชาวเนปาลก็รู้สึกประทับใจครับ   เวลาว่างทำอะไรบ้างคะ […]

keyboard_arrow_up