ธารน้ำใจศิลปินดาราสู้ภัยน้ำท่วมอุบลราชธานี

ธารน้ำใจศิลปินดาราสู้ภัย น้ำท่วมอุบลราชธานี ตอนนี้ประเทศไทยกำลังประสบกับภัยน้ำท่วม โดยสถานการณ์หนักคือ น้ำท่วมอุบลราชธานี แม้ปริมาณน้ำจะมากขนาดไหนแต่ดูเหมือนธารน้ำใจจะมากยิ่งกว่ากระแสน้ำท่วมเสียอีก เพราะมีเหล่าศิลปิน ดารา และคนดังหลายคนให้ความช่วยเหลือโดยการลงพื้นที่และบริจาคเงินไปช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ลองมาดูกันค่ะว่ามีใครบ้าง       ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ได้เปิดระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเธอและบรรดาเพื่อนๆ ร่วมมือร่วมใจกันบรรจุถุงยังชีพ และลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย เธอได้โพสต์ความเคลื่อนไหว และความคืบหน้าเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอเสมอ         ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ ดาราสาวอีกคนที่ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้ และยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็น สำหรับผู้ประสบภัยที่ขาดแคลนอาหาร เครื่องนอน และป่วยด้วยอาการเท้าเปื่อย ได๋-ไดอาน่ายังถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่ากำลังเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำให้เห็นถึงปริมาณน้ำที่ท่วมสูง ซึ่งดาราสาวก็ได้ทำการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างสุดกำลัง ทั้งยังพูดให้กำลังใจคนในพื้นที่อีกด้วย       คนในวงการบันเทิงอีกคนที่น่าชื่นชม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เขาได้มีโอกาสลงพื้นที่และสัมผัสกับความทุกข์ของผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพมาอยู่ที่ศูนย์ผู้อพยพ เขาจึงได้เห็นความเดือดร้อนของชาวอุบลราชธานีและรู้สึกเห็นใจจนถึงกับร้องไห้ออกมา เขาสัมผัสได้ถึงความยากลำบากเพราะอยู่กับผู้ประสบภัยที่อำเภอวารินชำราบมาร่วมสัปดาห์ เขาเผยว่า ความเป็นอยู่ของผู้อพยพหนีน้ำท่วมที่นี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ช่วงนี้ฝนตกหนัก ทั้งยังมีลมพัดกรรโชกแรง ทำให้ผู้อพยพนอนไม่ได้ อีกทั้งถุงยังชีพที่เข้าไปมากมาย น่าจะเกินความต้องการด้วย […]

รู้ซึ้งในวันที่เรากลายเป็นแม่ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา

รู้ซึ้งในวันที่เรากลายเป็นแม่ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา เมื่อซีเคร็ตถามคุณ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา ว่า “คุณเบนซ์พอจะนิยามความเป็นคุณแม่ในตัวคุณเบนซ์ให้ฟังหน่อยได้ไหม” คำตอบที่ได้คือ “อธิบายไม่ถูกเลยค่ะ”  จบลงด้วยการไร้คำนิยามความเป็นคุณแม่ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของคุณแม่ท่านนี้ กับรอยยิ้มน่ารักสดใสของน้องปริม และน้องปรางที่นั่งอยู่บนตักคุณแม่ไม่ยอมห่าง มารู้จักกับอดีตนางเอกสาวในบทบาทของคุณแม่ลูกสองกันค่ะ   ความสุขที่เกิดขึ้นเมื่อมีน้องอยู่ในท้อง โชคดีที่ตอนท้องเราอารมณ์ดี ไม่ค่อยอยากจะโกรธใคร เพราะอยากให้ลูกมีความสุข และมีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น ปกติเบนซ์เป็นคนแข็ง ๆ ถ้าเมื่อก่อนคุยโทรศัพท์กับพี่มิค ‘ตอนนี้พี่ทำอะไรอยู่’ แต่พอเราท้อง ‘ตอนนี้พี่ทำอะไรอยู่คะ จะกลับหรือยัง’ กลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน และเราอยากให้ลูกเกิดมาเป็นคนดี เบนซ์เลยคิดแต่สิ่งดี ๆ ตลอดเวลา  และอวยพรลูกในท้องตลอดเวลาเช่นกัน จะประคบประหงมลูก พี่มิคคอยระวังและเตือนเสมอ ‘คุณแม่อย่าใส่ส้นสูงนะ อันตราย’ เราดูแลเขาเป็นอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และอีกอย่างที่เราคอยระวังคือเรื่องของอารมณ์ เพราะทุกคนมักพูดว่าตอนที่ท้อง เรามีอารมณ์แบบไหน ลูกก็จะอารมณ์แบบนั้น เช่น ถ้าเราโมโหบ่อย ๆ  ลูกก็กลายเป็นคนขี้โมโห เราเลยทำตัวให้มีความสุขตลอดเวลา เพราะอยากให้ลูกมีความสุขในขณะที่อยู่ในท้องของแม่   เลี้ยงลูกโดยไม่ยึดตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง เบนซ์จะไม่อ่านหนังสือและคู่มือเลี้ยงลูกเลย เพราะกลัวว่าเราจะเครียด […]

ความรักต่อสิ่งที่ทำในปัจจุบัน ของ “แต้ว ณฐพร”

แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ เป็นหนึ่งในนักแสดงมากความสามารถที่สร้างความประทับใจ แต่เบื้องหลังนั้นเธอไม่ต่างจากคนทั่วไปที่มีทั้งความทุกข์ ความเศร้า และความกดดัน

อยากจะสุขแบบ คริส หอวัง …ต้องคิดแบบบวกๆ

คริส – ศิริน หอวัง เป็นนักแสดงสาวฉายาหมวยอินเตอร์หรือสาวหมวยร้อยล้าน เธออธิบายถึงความสุขในแบบของเธอว่า เป็นความสุขง่ายๆ ที่เน้นการอยู่กับปัจจุบัน

จุ๋ย – วรัทยา นิลคูหา ฝันให้ใกล้ ๆ แล้วพา “ใจ” ไปให้ถึง

ในโลกนี้มีใครบ้างที่ไม่เคย “ฝัน˜ ” ไม่ว่า‹จะฝันในเรื่องการเรียน การงาน ความรัก ความสำเร็จ หรืออะไรก็ตามแต่‹ ความฝั˜นเป็šนสิ่งสำคัญที่ทำให้Œหลายคนก้Œาวเดินไปอย่‹างมีทิศทาง จุ๋ย – วรัทยา นิลคูหา นักแสดงสาวมากความสามารถ เป็นคนหนึ่งที่ฝัน มีเป้าหมายกับทุกช่วงชีวิต เพียงแต่ทุก ๆ ฝันของเธอไม่ได้อยู่ไกลเกินกว่าที่จะมองเห็น ฝันของเธอเป็นฝันระยะใกล้ ๆ ที่พอจะมองเห็น “โอกาสและความเป็นไปได้” อยู่บ้าง เพื่อที่ว่าหากไม่ได้ดังที่ฝันจะได้ไม่ต้องเสียใจหรือฟูมฟายมากมาย เรียกว่า “รู้จังหวะชีวิตและรู้จักเผื่อใจ” ไปในตัว ทุกครั้งที่ฝัน เธอจะมุ่งมั่นตั้งใจกับฝันนั้นอย่างเต็มที่ ให้ใจเต็มร้อย พร้อมจะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคที่ขวางหน้าเพื่อให้ถึงฝั่งฝันในที่สุด เกียรติยศและโอกาส ความที่แวดวงญาติ ๆ ของจุ๋ยเป็นข้าราชการกันเกือบทั้งหมด จุ๋ยจึงซึมซับกลิ่นอายของอาชีพนี้มาด้วย ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ ความมีเกียรติ ความมั่นคง จนเริ่มอยากเป็นข้าราชการกับเขาบ้าง แต่ชีวิตก็พลิกผันเมื่อจุ๋ยได้รับคัดเลือกให้รับบท “พระสุพรรณกัลยา” ในละครเรื่อง กษัตริยา นอกจากจะเป็นละครเรื่องแรกในชีวิตและเป็นละครอิงประวัติศาสตร์แล้ว ในเรื่องนี้จุ๋ยยังได้ร่วมแสดงกับทูลกระหม่อมฯด้วย เรียกว่าเป็นโอกาสสำคัญ เป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิต และเป็นบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่ของจุ๋ยก็ว่าได้ แม้การเข้าฉากกับทูลกระหม่อมฯจะทำให้จุ๋ยเกร็งจนเดินเป็นหุ่นยนต์ ทำอะไรไม่ถูก แต่ด้วยความเมตตาของทูลกระหม่อมฯ ความศรัทธาที่มีต่อพระสุพรรณกัลยา เจตนาที่เราอยากสื่อถึงความรักชาติ […]

ใช้ชีวิตให ้“สนุก” แล้วความสุขก็จะตามมา (เอง) – เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี

เวลาที่ต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ เวลาเจอะเจอปัญหา ชีวิตสะดุด หลายคนมักจะบ่นว่า ทำไมชีวิตมันยากจัง เหนื่อย หนัก น่าเบื่อ ไม่ไหวแล้ว ฯลฯ  เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ทว่าสำหรับผู้ชายคนนี้ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี หนุ่มมาดทะเล้นที่พกความสามารถทางภาพยนตร์มารอบตัว ทั้งการเขียนบทภาพยนตร์ ฝีมือการแสดงที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ชีวิตที่ผ่านมาของเขาแทบจะไม่เคยหยิบยกคำเหล่านี้ขึ้นมาใช้เลย นั่นเป็นเพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ เขาคนนี้จะใช้คำว่า “สนุก” นำหน้าไว้ก่อนเสมอ สนุกกับการเรียน สนุกกับการทำงาน หรือแม้แต่ถ้ามี “ปัญหา” เข้ามา เขาคนนี้ก็จะพยายามเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเรื่องสนุกได้เหมือนกัน…สนุกกับการแก้ปัญหา เมื่อไรที่ใช้ชีวิตอย่างสนุก ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกดดัน…ความสุขก็จะตามมาเอง   แรงบันดาลใจจากขอบสนาม แรกเริ่มทีเดียวผมรู้จัก เรจจี้ มิลเลอร์ (Reggie Miller) ในฐานะสุดยอดนักบาสเอ็นบีเอที่ยิงได้แม่นสุดๆ ยิ่งพอได้รู้ประวัติของมิลเลอร์เข้า ผมก็ยิ่งทึ่งมากขึ้น เพราะเขาเคยเป็นโปลิโอมาก่อน!   ถึงจะเดินไม่ค่อยถนัดเพราะต้องใส่เหล็กช่วยดามขา แต่มิลเลอร์ก็ฝันอยากจะเป็นนักบาสเอ็นบีเอให้ได้ พอเพื่อนๆ รู้เข้า ก็พากันพูดกันว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่มิลเลอร์ก็ไม่สน เขาเริ่มฝึกเดินจนคล่อง […]

“ปล่อยวางได้ก็เป็นสุข” คารา พลสิทธิ์

คารา  พลสิทธิ์  ในยุคหนึ่งเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงโด่งดัง เธอเป็นนางแบบลูกครึ่งไทย - นิวซีแลนด์ที่ฮอตมาก งานพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์วิ่งเข้ามามากมาย เรียกว่ามีชื่อเสียงพอๆ กับซุปตาร์ในยุคนี้เลยทีเดียว นอกจากเคยเป็นนางแบบสุดฮอตแล้ว เธอยังเคยเป็นพิธีกรรายการ ฟุดฟิดฟอไฟ  ฒ.ไม่เฒ่า  เช้านี้ที่ช่อง 5  ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลพิธีกรดีเด่น  รางวัลโทรทัศน์ทองคำในปี 2544  และรางวัลพิธีกรยอดเยี่ยมจาก Elle Style Awards และผลงานที่ทำให้เธอเป็นที่จดจำมาจนทุกวันนี้คือบท คุณหญิงกีรติ ในภาพยนตร์เรื่อง ข้างหลังภาพ  ซึ่งเธอยังคว้ารางวัลพระสุรัสวดี สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปี 2544  จากการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวในชีวิต ชีวิตของเธอไม่ได้สวยหรูราบรื่นมาตลอด เธอต้องผ่านความผิดหวังและยากลำบากทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะอยางยิ่งในเรื่องความรัก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่อาชีพนางแบบกำลังรุ่งโรจน์ ตอนนั้นคาราได้โกอินเตอร์ รับงานเดินแบบหลายประเทศ จนกระทั่งได้ไปเดินแบบที่ญี่ปุ่น ในเวลานั้นเองที่ความรักของเธอมาถึงจุดพลิกผัน…   หัวใจที่พังทลาย ดิฉันไม่รู้เลยว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนั้นจะเปลี่ยนชีวิตรักของตัวเองอย่างไม่มีวันหวนคืน  เพราะเมื่อกลับมาทำงานเดินแบบต่อที่ประเทศไทย  แฟนหนุ่มสจ๊วร์ดซึ่งเป็นอดีตนายแบบที่คบหาดูใจกันมานานนับปีก็เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป  จนทำให้ดิฉันต้องตัดสินใจทำบางอย่างทั้งน้ำตา หลังจากไปทํางานถ่ายแบบเดินแบบที่ญี่ปุ่นได้ 2 เดือน ดิฉันก็เดินทางกลับเมืองไทยโดยไม่ล่วงรู้เลยว่ามีข่าวที่ทําให้เสียใจรออยู่ แฟนหนุ่มอดีตนายแบบแอบไปคบคนอื่นนานแค่ไหนแล้ว ดิฉันไม่ทราบแต่ทราบอีกทีก็ต่อเมื่อเดินทางกลับจากญี่ปุ่นแล้ว ดิฉันช็อกมากเพราะแม้เราจะไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานกันแต่ดิฉันคิดมาตลอดว่าเขาคือคนที่เราจะใช้ชีวิตด้วย แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้ ดิฉันจําต้องบอกเลิกกับเขาและใช้ชีวิต 2 ปีให้หลังทั้งน้ำตา ร้องไห้ทุกครั้งที่มีใครพูดถึงเขา แถมช่วงนั้นด้วยความเสียใจทําให้ตอบปฏิเสธงานจากเอเจนซี่ญี่ปุ่นที่ติดต่อมาอีกครั้งด้วย ตอนนี้มาย้อนคิด ดิฉันพบว่าการกระทําของตัวเองไร้สาระมาก เสียใจจนไม่เป็นอันทํางานทําการ ทั้งที่ความจริงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเวลาเห็นเขาโดยบังเอิญ ดิฉันก็ยังน้ำตาไหลแต่จะให้ไปรักอีกก็ไม่รักแล้วเพราะเขาก็มีครอบครัวของเขา หลังจากนั้นดิฉันเคยมีแฟนบ้างแต่เลิกรากันไปหมดเพราะดิฉันชอบทําอะไรคนเดียว มีความรู้สึกว่าคล่องตัวมากกว่า ความจริงมีแฟนก็มีความสุขไปอีกแบบแต่สุดท้ายก็รู้สึกอึดอัดไม่สามารถทําอะไรที่อยากทํา อย่างเรื่องง่ายๆ แค่ให้อาหารหมาที่บ้านซึ่งเลี้ยงไว้หลายตัว ดิฉันจะใช้เวลาคลุกข้าวเป็นชั่วโมง พอมีแฟนเขาก็จะรู้สึกว่าทําไมให้อาหารหมานานจัง หรือเขาชอบไปเดินจตุจักรดูคอนเสิร์ต แต่ดิฉันไม่ชอบไปในที่ร้อนๆ หรือที่ที่มีคนเยอะๆ เราเลยไม่ได้ใช้เวลาด้วยกัน ทําให้ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าดิฉันน่าจะไม่เหมาะกับการมีแฟน ไม่ใช่เพราะอกหักเข็ดกับความรักแต่เป็นเพราะมีแฟนแล้วรู้สึกว่าชีวิตไม่ค่อยเป็นอิสระ     ชีวิตสาวโสดที่มีความสุข ทุกวันนี้ดิฉันมีความสุขที่ได้อยู่บ้าน  ได้อยู่กับหมา  แมว […]

การเดินทางเพื่อหาจุดกึ่งกลางของชีวิต ธนากร โปษยานนท์

ถ้าชีวิตที่สมดุลคือชีวิตที่มีจุดกึ่งกลาง ชีวิตของผู้ชายคนนี้ก็คงจัดอยู่ในกลุ่มที่ “สุดขั้ว” เพราะเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ทั้งซ้ายสุดและขวาสุดรวมอยู่ด้วยกัน ไม่ค่อยมีตรงกลาง… ธนากร โปษยานนท์ หรือ อู๋ คือนักแสดงหนุ่มมากความสามารถ ซึ่งแจ้งเกิดจากละครแอ๊คชั่นสุดมันเรื่อง โปลิศจับขโมย ในบทของนายตํารวจมือปราบเมื่อ พ.ศ. 2539 ในบรรดาเครือญาติซึ่งสืบทอดรับราชการมาแต่สมัยรัชกาลที่ 6 อู๋ถือเป็นคนแรกของตระกูลที่พลิกเส้นทางชีวิตเข้าสู่การเป็นนักแสดง ระยะแรกแม้ว่าอู๋จะต้องต่อสู้กับแรงกดดันทั้งด้านการเรียนและการทํางานที่ต้องแบ่งเวลาทําควบคู่กันไป แต่ในที่สุดอู๋ก็คว้าปริญญารัฐศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาครองได้สําเร็จ พร้อมกับก้าวขึ้นสู่ทําเนียบนักแสดงชั้นนําในเวลาต่อมา   เมื่อทะเลไม่มีคลื่น สมัยก่อนผมเป็นคนใจร้อนมาก เรียกว่าถามอะไรไม่พอใจขึ้นมาก็สามารถระเบิดออกได้เดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งหลายครั้งพอคิดย้อนกลับไป ผมก็เสียใจอยู่เหมือนกันว่า “เราไม่น่าทําอย่างนั้น” วันเวลาผ่านไป ด้วยวัยและประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นมีส่วนช่วยให้ผม “ลด” ความใจร้อนลงได้บ้าง โดยเฉพาะช่วงที่ได้บวชเรียน ผมได้ทําและได้เห็นหลายๆ อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เช่น นอนบนผ้าห่อศพที่เต็มไปด้วยคราบเลือดน้ำเหลือง ได้เห็นวาระสุดท้ายของชีวิต เข้าใจความรู้สึกของคนที่ใกล้ตาย นั่นคือหนึ่งในกลวิธีการสอนของพระอาจารย์ว่า “ชีวิตคือความไม่แน่นอน” และ “อย่ายึดติด” เพราะคนเราจะตายวันตายพรุ่งอย่างไรไม่มีใครรู้ ฉะนั้นเราจะเก็บเอาทุกอย่างมาเป็นอารมณ์ทําไม เราจะยึดติดกับสิ่งเหล่านั้นทําไม เพราะแท้จริงแล้วในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราเลย แม้แต่ร่างกายของเรา ตายแล้วเราก็เอาไปด้วยไม่ได้ ผมรู้สึกสงบกับชีวิตในช่วงนั้นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนทะเลที่ไม่มีคลื่น และตั้งใจจะนําความเข้าใจเหล่านี้ไปใช้ในทางโลกให้ได้ (บ้าง)…แม้จะไม่ดีที่สุดแต่จะพยายามทําให้ได้มากที่สุด   ในโลกนี้มี […]

แค่กล้าตัดสินใจ “โลกใบใหม่” ก็อยู่แค่เอื้อม “ จินนี่ -ธนิดา กาญจนวัฒน์”

ด้วยความที่ จินนี่ เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงสักเท่าไหร่ ไม่แต่งหน้า ไม่หวาน ชอบแต่งตัวลุย ๆ แล้วก็เดินขากาง ๆ แขนแกว่ง ๆ เพื่อนผู้ชายจึงมักประณามว่า “แมน” อย่างนี้ จะมีแฟนเหมือนคนอื่นเขาไหม ลำพังถ้าได้ยินแค่ครั้งหรือสองครั้งจินนี่คงไม่ติดใจอะไร คิดว่าเพื่อนคงแซวเล่นสนุกปาก แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ เพราะตลอดสองปีที่อยู่เอแบค จินนี่ได้ยินพวกเพื่อนตัวแสบพูดทำนองนี้ใส่หูแทบทุกวัน บ่อยเข้า ๆ ก็ชักหงุดหงิดเหมือนกัน แต่จินนี่ก็พยายามอดทนเพราะรู้ดีว่าพูดไปก็เท่านั้น ถ้าเราไม่อยากฟังก็เดินหนี หรือไม่ก็พิสูจน์ให้เห็นไปเลยว่าจินนี่ก็เป็นผู้หญิงได้ (เหมือนกัน) จินนี่ไม่เพียงแต่เลือกข้อหลังเท่านั้นนะคะ แต่ยังเลือก “ท้าทายตัวเอง” ด้วยการทำในสิ่งที่แตกต่างกับตัวเองแบบสุดขั้ว นั่นก็คือ การประกวดนางงามค่ะ คิดว่าวิธีนี้น่าจะช่วยให้จินนี่ดูเป็นผู้หญิงขึ้นมาได้บ้าง จินนี่จึงตัดสินใจสมัครมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2005 ค่ะ ลองดู เป็นไงเป็นกัน! เพียงแค่วันแรกที่เริ่มกิจกรรมเก็บตัว ชีวิตจินนี่ก็เริ่มเปลี่ยนทันทีค่ะ จากที่ไม่เคยตื่นเช้า (นอกจากเวลาไปปฏิบัติธรรม) คราวนี้ต้องตื่นตีสี่เพื่อแต่งหน้าทำผม กว่าจะเสร็จใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ พอจะออกงานก็ต้องใส่รองเท้าส้นสูงปรี๊ด ซึ่งนั่นถือเป็นงานหนักของจินนี่ที่ต้องหัดเดินบนส้นสูงให้เป็น ที่สำคัญ ต้องเดินหลังตรง ขาชิดด้วย เพราะจินนี่เป็นคนเดินไหล่ห่อ ขากาง จากนั้นก็ต้องฝึกยิ้มด้วย เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นนางงาม […]

อ้วน เด่นคุณ จากเด็กขี้แยสู่พระเอกละคร

ใครจะคิดว่าเด็กขี้แยที่เอาแต่ร้องไห้เวลาถูกเพื่อนแกล้งจะกลายมาเป็นพระเอกละครในวันนี้  อ้วน เด่นคุณ ผมเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมไม่ชอบเดินตามใคร ไม่ชอบทำตามเพื่อน ซึ่งพอไม่ทำตามเพื่อน นอกจากจะไม่มีใครคบแล้ว เพื่อน ๆ ยังรวมหัวแกล้งผมตลอด อย่างตอนพักเที่ยง ผมตักข้าวใส่ถาดเสร็จ เพื่อนเอาดินสอหลาย ๆ แท่งมาปักในข้าวผมแล้วร้องเพลงแฮ็ปปี้เบิร์ธเดย์ ข้าวก็เลอะคราบดินสอ กินไม่ได้ ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว บางครั้งเพื่อนก็เอาถาดใส่ข้าวมายัดใส่กระเป๋าผมตอนเผลอ คือหาเรื่องแกล้งได้ไม่เว้นแต่ละวัน ผมร้องไห้กลับบ้านทุกวัน ผมโกรธนะที่เพื่อนแกล้ง แต่ไม่กล้าตอบโต้เพราะไม่มีพวกเหมือนคนอื่น พอขึ้นมัธยมปลาย ผมไม่อยากถูกแกล้งอีก จึงเริ่มทำตัวกลมกลืนกับเพื่อน เริ่มเลียนแบบเพื่อน จนถึงขั้นเสเพล มีเรื่องท้าตีท้าต่อยไม่เว้นแต่ละวัน แต่ไม่ว่าจะเกเรขนาดไหน ผมก็มีความฝัน นั่นคือการเป็นนักดนตรี ผมเดินตามความฝันก้าวแรกโดยการเป็นนักดนตรีวงโยธวาทิตของโรงเรียน ทุกวันที่ผมเดินเข้าโรงเรียน ผมจะไหว้ศาลหน้าโรงเรียนแล้วขอพรว่า  “สาธุ ขอให้ผมได้เป็นนักดนตรีดัง ๆ ด้วยเถิด”     เวลานั้นเรื่องการเป็นดาราไม่อยู่ในความคิดของผมเลยแม้แต่น้อย มันคือสิ่งที่ห่างไกลกับเด็กต่างจังหวัดมาก เวลาผมดูโทรทัศน์ ผู้หญิงคนนั้นสวยมาก ชอบมากแต่ไม่เคยคิดว่าเราจะไปยืนในจุดนั้น แต่แล้วสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้น วันนั้นภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ สารคาม มาเปิดรับนักแสดงที่โรงเรียน โดยแต่ละห้องต้องส่งตัวแทนเพื่อไปคัดเลือกนักแสดง ผมไม่ได้สนใจเพราะไม่ใช่ทางของผม แต่หัวหน้าห้องส่งชื่อผมไปโดยไม่บอกก่อน พอถึงวันทดสอบการแสดง ซึ่งตรงกับวันเสาร์ ปกติแล้วทุกวันเสาร์ผมจะสอนดนตรีน้อง ๆ ที่บ้าน เพราะแม่ไม่ให้ออกจากบ้านไปไหน แต่ครั้งนี้หัวหน้าห้องมัดมือชก โทร.บอกแม่ว่ามีสอบภาษาไทย แล้วมาบอกผมว่าให้ไปเป็นหน้าเป็นตาให้เพื่อนในห้องหน่อย ผมจึงตกกระไดพลอยโจนต้องไปทดสอบการแสดงในที่สุด เมื่อไปถึงที่ทดสอบการแสดง คนอื่นแต่งตัวกันมาดีมาก แต่ผมไม่คิดจะทำงานเส้นทางสายนี้อยู่แล้วจึงใส่เสื้อผ้าสไตล์ตัวเอง เสื้อขาด ๆ กางเกงยีนตัดขา ไม่น่าเชื่อว่าผมผ่านการคัดเลือกและได้เป็นหนึ่งในนักแสดงภาพยนตร์เรื่องนั้น เพราะทีมงานต้องการคาแร็คเตอร์จน ๆ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไป     เมื่อเริ่มเข้าวงการบันเทิง ชีวิตไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ผมต้องหยุดเรียนไปถ่ายภาพยนตร์ พอกลับมาเรียน สอบตกเกือบทุกวิชา ตอนนั้นเรียน ม.6 แล้ว โชคดีที่โรงเรียนมีระยะเวลาให้นักเรียนสอบซ่อม ผมกลับมาดูหนังสืออย่างหนักจนสอบผ่านทุกวิชาและจบพร้อมเพื่อนในที่สุด เมื่อเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ทำงานในวงการเต็มตัว จากเด็กที่ไม่มีความรับผิดชอบก็รับผิดชอบมากขึ้น แม้การได้เป็นนักแสดงจะเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย แต่เมื่อได้โอกาสแล้วก็ต้องตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ สิ่งที่ผมยึดเป็นหลักในการทำงานมาตลอดคือสติ ต้องมีสติติดตัวอยู่เสมอ เพราะถ้ามีสติ เราจะไม่ทำเรื่องที่ไม่ควรทำ หรือสิ่งใดที่เคยทำแล้วไม่ดี เราก็ไม่ทำอีก ผมเชื่อว่าหากมีสติ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร เราก็สามารถผ่านมันไปได้ครับ   Secret BOX ไม่มีคำพูดใครชี้ชะตาเราได้เท่าเราลงมือทำด้วยตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้ววันหนึ่งถ้าเราทำดีหรือทำชั่ว มันก็มาจากการตัดสินใจของเรา โทษคนอื่นไม่ได้ อ้วน – เด่นคุณ งามเนตร   ที่มา  นิตยสาร Secret ฉบับที่ 183 เรื่อง เด่นคุณ งามเนตร เรียบเรียง อุรัชษฎา ขุนขำ ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine

เป็นเช่นนั้นเอง…แล้วมันจะผ่านไป จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม

เป็นเช่นนั้นเอง…แล้วมันจะผ่านไป จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม การมองธรรมะของเธอช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ และสิ่งที่ไม่ธรรมดายิ่งกว่านั้นคือ ปัญหาชีวิตที่เธอเผชิญในฐานะเสาหลักของครอบครัวที่ไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาได้ จนกระทั่งได้รู้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้น…ก็เป็นเช่นนั้นเอง   เขาสอนให้จ๊ะจ๋ารู้จักใจเย็น พี่จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้วเตือนจ๊ะจ๋าว่า “ ใจร้อนไปก็ไม่มีประโยชน์ เวลาที่เราเผลอพูดหรือทำอะไรด้วยอารมณ์ร้อน แทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ที่เสียใจในภายหลัง กับสิ่งที่เราทำไว้กับคนอื่น เพราะว่าเวลาใจร้อน ใจของเราก็อยากทำร้ายคนอื่นเขา ไม่ว่าจะเป็นทางวาจา เช่น การใช้คำพูดหยาบคาย เชือดเฉือน เสียดสี ทิ่มแทง หรือทางการกระทำ เช่นขว้างปาข้าวของ เพื่อให้คนที่เราโกรธรรู้สึกเจ็บปวดที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปเราหายโกรธ และอาจลืมไปแล้วว่าเคยทำอะไรไว้บ้าง อาจมีเหตุให้ต้องกลับมาใช้ของชิ้นนั้นที่เราเคยทำลายด้วยความไม่ตั้งใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือของชิ้นนั้นมีตำหนิไม่สมบูรณ์เหมือนเดิมอีกแล้ว ความรู้สึกของคนก็เช่นกัน การกระทำที่ไม่ดีของเรา อาจกลายเป็นรอยตำหนิในความทรงจำของเขาไปจนวันตายเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าใจร้อน ต้องทำใจเย็น ๆ เมื่อใจเย็นแล้วค่อยว่ากัน ”     0 คำเตือนนี้ของพี่จิ๊บสามารถนำไปใช้ได้กับทุกเหตุการณ์ ทำให้เราใจเย็นขึ้น เพราะจ๊ะจ๋าก็เป็นคนใจร้อน รู้ตัวว่าเรานิสัยไม่ดี ชอบใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ อย่างตอนที่โมโหพี่จิ๊บ เมื่อก่อนจ๊ะจ๋าก็จะต่อว่า แล้วพูดเป็นข้อ […]

ถ้ามีโอกาสเราต้อง “คืนกลับ” สู่สังคม บอย พิษณุ นิ่มสกุล 

ถ้ามีโอกาสเราต้อง ” คืนกลับ ” สู่สังคม บอย พิษณุ การก้าวไปข้างหน้าคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน ไม่ว่าก้าวนั้นจะหมายถึงหน้าที่การงาน  ฐานะทางการเงิน  ชื่อเสียง  หรืออะไรก็ตาม แต่เมื่อไรที่คุณก้าวไปข้างหน้าได้สำเร็จแล้ว  คุณควรต้องหันกลับมามองคนข้างหลังและ “คืนกลับ” สู่สังคมที่คุณเติบโตมาบ้าง…เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี บอย พิษณุ พิษณุ  นิ่มสกุล  หรือ บอย  เอเอฟ นักร้อง  นักแสดง  และพิธีกรหนุ่มอารมณ์ดีเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบหลักคิดเรื่อง “การคืนกลับสู่สังคม”  คล้าย ๆ การทำ CSR ที่องค์กรเอกชนนิยมทำกันทุกวันนี้  จะแตกต่างกันก็ตรงที่ CSR ของบอยไม่จำเป็นต้องมีหลักการใด ๆ มาผูกพัน  และไม่ต้องกำหนดงบประมาณให้วุ่นวาย คนเราต้องเริ่มจากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด  กตัญญูรู้คุณและไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง  จากนั้นเรายังต้องรู้จักคิดถึงคนอื่น ๆ ในสังคมบ้าง  เริ่มต้นง่าย ๆ ตั้งแต่ไม่เอาเปรียบใคร  ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน รู้จักแบ่งปัน  ช่วยเหลือกัน  เพราะพวกเราอยู่ในสังคมเดียวกัน ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ครั้งหนึ่งมีรายการประเภทช่วยเหลือสังคมมาติดต่อผมไปร่วมรายการ  ทางรายการเปิดโอกาสให้ผมเลือกว่า ผมอยากจะทำอะไร อยากไปที่ไหน  ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ในใจ  แต่จำได้ว่าผมตอบไปว่า“ถ้าได้ไปบ้านผู้พิการซ้ำซ้อนก็น่าจะดี เพราะผมยังไม่เคยไปมาก่อน” ทางรายการจึงติดต่อสมาคมรวมปัญญาคนพิการย่านบางบัวทอง  จังหวัดนนทบุรีให้ผม  ในวันนั้นทีมงานเตรียมอาหารและขนมไปแจกน้อง ๆ  ส่วนผมก็ทำหน้าที่เอนเตอร์เทน  เล่นเกม  ร้องเพลง  ฯลฯ ทำทุกอย่างให้เขามีความสุข  วันนั้นกว่าจะทำกิจกรรมเสร็จก็เย็นแล้ว  แต่ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนผมก็มีความรู้สึกว่า “ต้องหาโอกาสกลับมาอีกให้ได้” ไม่ใช่ว่าอยากมาเพราะสงสารหรืออยากทำให้เขามีความสุขเท่านั้น  แต่ผมอยากมาอีกครั้งเพื่อเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากเขามากกว่า  โดยเฉพาะ “หัวใจนักสู้” ที่น้อง ๆ ทุกคนมี ทุกคนพยายามสู้  พยายามช่วยเหลือตัวเองทุกวิถีทางเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด มันสุดยอดมาก ๆ หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้ข่าวว่าพื้นที่ย่านบางบัวทองรวมถึงสมาคมนี้ถูกน้ำท่วมใหญ่  ผลจากน้ำท่วมทำให้สภาพความเป็นอยู่ของน้อง ๆ ในสมาคมที่ค่อนข้างลำบากอยู่แล้วยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก  ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจกลับไปที่สมาคมเร็วขึ้นกว่าที่คิดไว้  ไม่ต้องรอจนถึงวันเกิดของผมแล้ว คราวนี้ผมเริ่มคิดว่า แค่เลี้ยงอาหารอย่างเดียวคงไม่พอ  เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “เงิน”  เพื่อที่ว่าทางสมาคมจะได้นำไปฟื้นฟูความเสียหาย  แต่ลำพังผมคนเดียวคงไม่มีกำลังมากพอ ผมจึงตัดสินใจบอกบุญแฟนคลับดู  ซึ่งก็ได้ผล เพราะพอบรรดาแฟนคลับรู้  พวกเขาก็ช่วยกันระดมทุนเข้ามาไม่ขาดสาย เชื่อไหมครับว่า  ในเวลาไม่ถึงเดือนผมรวบรวมเงินบริจาคได้เกือบแสนบาท! สองสัปดาห์ต่อมา  ผมและแฟนคลับส่วนหนึ่งก็กลับไปที่สมาคมอีกครั้งเพื่อเลี้ยงอาหาร  ขนม และมอบเงินบริจาคที่รวบรวมมาได้  วันนั้นมีน้องคนหนึ่งซึ่งถึงเขาจะไม่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและสมองแต่พอเห็นผม  น้องกลับจำผมได้  เขายิ้มดีใจออกท่าออกทางตีมือใหญ่เลย  เขาดีใจที่ผมกลับมาอีกครั้ง ผมยังจำภาพนั้นติดตามาจนวันนี้ นอกจากที่นี่แล้ว  ผมก็ยังมีโอกาสได้ไปทำบุญอีกหลายที่  เช่น  มูลนิธิบ้านเด็กอ่อน  บ้านคนที่ไร้ที่พึ่งพิง  ซึ่งแต่ละแห่งก็จะให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป  แต่ถ้าสถานที่ที่กินใจผมมาก ๆ ก็คงเป็นบ้านพักคนชราบางแค  เพราะผมเป็นคนที่เซ้นสิทีฟกับคนแก่มากถึงมากที่สุด คงเป็นเพราะสมัยเด็ก ๆ ผมเติบโตมากับยาย  เรียกว่าเป็นหลานคนโปรดของยายก็ว่าได้ ถึงผมจะแสบซนเอาเรื่องอยู่  แต่ผมก็เป็นหลานเพียงคนเดียวที่ยายจะเจียดเงินไปฝากธนาคารออมสินให้ทุกเดือน  เดือนละ 20 บาท  หรือเวลาที่แม่ซื้อของอะไรมาที่บ้าน ยายก็จะเป็นคนแบ่งสันปันส่วน  หรือถ้าจะให้ถูกก็ต้องเรียกว่า “กัน” (หัวเราะ) เสียมากกว่า  ยายจะบอกว่า “นี่ของบอยมันนะ” หลานคนอื่นจะได้ไม่กล้ามายุ่ง พอเก็บของให้บอยบ่อยครั้งเข้า  เชื่อไหมครับว่า  บางทียายก็จำไม่ได้ว่าเก็บอะไรไว้ที่ไหนบ้าง  เรียกว่าเก็บจนลืม นอกจากนี้ยายยังเป็นคนแรกที่พาผมไปวัด  ไหว้พระ  ทำบุญ  สอนผมให้รู้จักการทำบุญ  ทำทาน  และการให้  ซึ่งนิสัยชอบทำบุญของผมก็ได้มาจากยายนี่แหละครับ ด้วยความที่เป็นเด็ก  ผมก็เลยคิดแค่ว่า  ถ้าจะพายายไปกินอาหาร  ไปเที่ยว  หรือจะทำอะไรให้ยายก็ต้องมีเงิน  มีความพร้อมก่อน ผมจึงได้แต่รอเวลาอยู่อย่างนั้น  แต่พอวันที่ผมพร้อม  มีการมีงานทำจริง ๆ  ก็เป็นวันที่ยายจากผมไปแล้ว  นั่นทำให้รู้สึกว่าทำไมเราไม่ทำตั้งแต่ตอนนั้น  ทำเท่าที่มีก็ได้ สุดท้ายเมื่อย้อนอดีตกลับไปไม่ได้ผมจึงคิดว่า  “ถ้ามีโอกาสเมื่อไร  ผมจะต้องช่วยเหลือคนแก่”  นัยว่าเป็นการทดแทนที่ผมยังไม่ได้ตอบแทนยาย ผมขอฝากถึงทุกคนว่า  ถ้าอยากทำความดี ไม่ต้องรอ “ความพร้อม”  ทำอะไรได้เมื่อไร  จงรีบทำ  เพราะเวลาไม่เคยรอใคร ไม่ว่าจะเวลาของเราเองหรือของคนที่เรารัก   ที่มา  นิตยสาร Secret ฉบับที่ 131 เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความที่น่าสนใจ ให้ได้ แม้ไม่มี: กอล์ฟฟี่ แฮร์สไตลิสต์จิตอาสา ปิ่นแก้ว แซ่ลิ้ม จิตอาสาเพื่อคนยากไร้ ผู้ให้ได้แม้ตนไม่มี […]

ชีวิตหลังม่านของจินตหรา สุขพัฒน์

ชีวิตหลังม่านของ จินตหรา สุขพัฒน์ ถ้าให้คุณนึกถึงนักแสดงหญิงเจ้าบทบาทในวงการบันเทิงไทยสักคนเชื่อแน่ว่าชื่อ จินตหรา สุขพัฒน์ ต้องอยู่ในลิสต์  เธอได้รับการยกย่องจากคนในวงการด้วยกันและคนดูในฐานะนักแสดงที่มีฝีไม้ลายมือและใช้ชีวิตได้อย่าง “น่ามอง” ทั้งในจอและนอกจอ คุณแหม่มใช้ชีวิตในวงการนี้ยาวนาน และเกือบครึ่งชีวิตของเธอมีหลายเรื่องราวที่ไม่ค่อยได้รับการเปิดเผยเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ เธอเข้าสู่วงการในยุคที่นางเอกต้องเก็บตัว และควรมีข่าวน้อยที่สุด อีกส่วนเป็นเพราะเธอเป็นคนรักความสงบ     อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้อยู่ในวงการได้นานขนาดนี้คะ จริงๆไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่เวลาทำงานต้องตั้งใจ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นอะไร อาจเป็นเพราะ ได้รับการปลูกฝังมาจากผู้ใหญ่หลายท่านในวงการ  อาทิ คุณสักกะ  จารุจินดา คุณกอบสุข จารุจินดา รวมถึงคุณดวงดาว  จารุจินดา ท่านสอนว่าต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน และเป็นเด็กต้องมีสัมมาคารวะคนไทยชอบคนอ่อนน้อมถ่อมตนที่สุด ที่สำคัญคือต้องรู้จักกาลเทศะ รวมไปถึงการดูแลตัวเองด้วย เช่นการไม่ไปในที่อโคจร คุณอาพิศมัย วิไลศักดิ์  ซึ่งเป็นแม่แบบในการแสดงอีกคน ก็สอนเสมอว่าต้องรับผิดชอบและรักงานที่ทำ ที่สำคัญต้องไม่ดูถูกคน ดูในการทำงานกับคนหมู่มาก ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าไม่อยากให้คนพูดถึงในแง่ไม่ดี ก็ต้องประพฤติตัวให้ดีเวลาจะทำอะไรแหม่มจะคิดว่าต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมายังไงจะได้ไม่รู้สึกผิดหวังว่าพยายามน้อยไป   อารมณ์ไหนเล่นเหนื่อยที่สุดคะ บทโกรธจะเหนื่อยมาก บางทีบทที่เขาเขียนมาก็ไม่ได้ช่วย ไม่ได้มีเหตุมีผลพอที่จะต้องโกรธขนาดนั้น เราก็ต้องสร้างอารมณ์เอง อย่างบทร้องไห้ก็นึกไปถึงคำพูดที่สะเทือนใจ ซึ่งก็ช่วยได้บางครั้งบางเรื่องบทดีเหลือเกิน […]

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ หรือคำถามต่าง ๆ ที่ถูกตั้งขึ้นด้วยความสงสัยในหลักคำสอนเรื่องภพชาติในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าคำถามนี้ยังคงเป็นปัญหาโลกแตกที่ยังถูกตั้งเป็นคำถามอยู่ ในคัมภีร์พุทธศาสนาเล่าถึงอดีตชาติของพระพุทธเจ้าและพระสาวกไว้มากมาย หรือการปฏิบัติจนได้ญาณล่วงรู้อดีตชาติ และอนาคต เราลองมาฟังความเห็นเรื่องชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว ได้แก่ เชอร์รี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ และ กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ กันเถอะ   เข็มอัปสร สิริสุขะ เชอรี่เชื่อว่า เหตุที่คนเราเกิดมาแตกต่างกัน ก็เพราะเราเคยเกิดมาแล้วคนละหมื่น ๆ ชาติ บุญกรรมจากชาติที่ผ่าน ๆ มาจะสั่งสมมาเรื่อย ๆ และมีผลต่อชาติภพเพศอาชีพครอบครัวรวมทั้งนิสัยของเรา อย่างชาตินี้ เชอรี่เกิดเป็นดารา หลายคนอาจจะมองว่ามีบุญ แต่จริง ๆ แล้วเชอรี่ว่าการเกิดมาหน้าตาดีก็เป็นกรรมอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะมักจะถูกยั่วยุถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว ถูกตัดสินด้วยรูปลักษณะก่อนที่จะตัดสินด้วยจิตใจ แต่ชาติที่แล้วเชอรี่คงจะเกิดเป็นคนที่ทําบุญมามากพอสมควร ชาตินี้จึงได้มีโอกาสพบพระพุทธศาสนา ได้เรียนรู้คําสอนของพระพุทธเจ้า คิดว่าชาติหน้าหากไม่ได้เกิดเป็นคนก็คงไม่อยากเกิดอีกแล้ว   เขมนิจ จามิกรณ์ […]

10 ดารากับ 10 วิธีทำบุญ ตาม มรรควิธี 10 ไปดูกัน มีใครบ้าง

10 ดาราตัวอย่าง ที่ทำบุญตาม “ มรรควิธี10 ” ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามความสะดวก และความเหมาะสม ไปดูกันเลยค่ะว่ามีใครบ้าง

ปรับความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน เรื่องราว “การปรับความคิด” ของดาราหนุ่มทั้ง 3 คน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความคิด” ของเรานั้น มีส่วนในการกำหนดชีวิต หากเราลอง ปรับความคิด จากเรื่องเล็ก ๆ น้อยใกล้ตัว ก็จะเริ่มชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

ฟิล์ม – ธนภัทร หรือ บอสวศิน จากเมีย 2018 ถ่ายปฏิทินปีใหม่ หารายได้บริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก 

ฟิล์ม – ธนภัทร หรือ บอสวศิน จากเมีย 2018 ถ่ายปฏิทินปีใหม่ หารายได้บริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ฟิล์ม – ธนภัทร กาวิละ ถ่ายปฏิทิน 2019 เพื่อหารายได้บริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ได้ใหญ่-อมาตย์, หนุ่ม-อภิวัฒน์ และ โต้ง-ชัชวิน กูรูสายแฟชั่นและการถ่ายภาพร่วมปั้นโครงการการกุศลครั้งนี้ให้กลายเป็นจริง พระเอกหนุ่ม ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ ขึ้นแท่นเป็นสามีแห่งชาติ หลังจากแจ้งเกิดในบทของบอสวศิน จากละครเรื่อง เมีย 2018 และมีผลงานการแสดงล่าสุดเป็นพระเอกในละครเรื่องหน้ากากแก้ว ฉายออนแอร์ทางช่องวัน     ฟิล์ม ธนภัทร จัดทำปฏิทิน “ฟิล์ม 2019” ขึ้นเพื่อเป็นของขวัญส่งท้ายปีต้อนรับปีใหม่แก่แฟนคลับที่คอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้มาโดยตลอด ทั้งนี้ยังจำหน่ายปฏิทินฟิล์ม 2019 แล้วนำรายได้บริจาคให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก โครงการงานการกุศลนี้ได้รับเกียรติจาก 3 กูรูของวงการแฟชั่นและบันเทิง เช่น  ใหญ่ – อมาตย์ มากดชัตเตอร์ถ่ายภาพให้ภาพของหนุ่มฟิล์มออกมาหล่อเหลา หนุ่ม-อภิวัฒน์ เป็น Stylist&Costume และ […]

3 คนดังสุดน่ารัก กตัญญูรู้คุณ ต่อบุพการีและผู้อื่น

3 คนดังสุดน่ารัก กตัญญูรู้คุณ ต่อบุพการีและผู้อื่น 3 คนดังแห่งวงการบันเทิงโพสต์ภาพและเขียนแคปชั่นแสดงการมีความ กตัญญูรู้คุณ บางท่านอาจกล่าวถึงหรือแสดงกตัญญูต่อผู้อื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ ซึ่งแสดงออกถึงการเป็นผู้รู้คุณผู้อื่น   หนึ่ง จักรวาล เสาธงยุติธรรม หลายคนอาจรู้จักและคุ้นกับคุณหนึ่งในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินจากรายการ I Can See Your Voice หรือ รายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีในวงการเพลงมานงนาน ล่าสุดได้โพสต์ภาพและเขียนแคปชั่นในไอจีว่า     jakkawal_1บ้านเราใกล้เสร็จแล้วนะแม่ ถึงแม้วันนี้พ่อไม่ได้อยู่กะเรา นู๋จะดูแลแม่เองนะ❤️😊😊😊🙏🏻 #หนึ่งจักรวาล #1jakkawal #ภูมิใจ #รักแม่นะ     เป็นข้อความแคปชั่นที่น่ารักและประดับใจมาก แสดงถึงความเป็นบุตรที่ดี บำรุงอุปถัมภ์พระในบ้าน (คุณแม่) ทั้งยังระลึกถึงบุพารีอีกท่านที่จากไปคือ คุณพ่อ แสดงให้เห็นว่าแม้บุพการีอีกท่าน ถึงจะจากไปแล้ว ลูกคนนี้ก็ยังระลึกถึงท่านอยู่เสมอเพราะมีคุณความดีต่อกัน พร้อมกับบ้านหลังใหม่ที่จะนำพระในบ้าน (คุณแม่) มาเลี้ยงดูและอยู่ร่วมกันที่กำลังจะเสร็จในไม่ช้านี้   ขอบคุณภาพและข้อมูลจากไอจี หนึ่ง จักรวาล   […]

keyboard_arrow_up