ทำงานอย่างไรให้มีความสุขทั้งทางโลกและทางธรรม โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ 

ทำงาน อย่างไรให้มีความสุขทั้งทางโลกและทางธรรม โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เรื่องการทุ่มเททำงานจนสุดชีวิต มันก็ต้องมีสติด้วย หนึ่ง เจ้านายคุณชั่วร้ายหรือเปล่า คุณไปทุ่มชีวิตนี้เพื่อคน ๆ หนึ่ง แล้วสุดท้ายเจ้านายคุณออกไปตัดต้นไม้ ทำลายป่า ขนเงินออกต่างประเทศ หรือว่าสร้างบาปมากมาย ผมว่าคุณ ทำงาน ให้ผิดคนแล้ว อันที่สอง คุณบอกคุณทำงานสุดชีวิตเลย งานของคุณเป็นกุศลหรือเป็นอกุศล งานของคุณทำร้ายใครบ้าง งานของคุณ สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ใครหรือเปล่า อันที่สาม ถ้างานของคุณเป็นงานกุศล งานดี มีประโยชน์ แล้วคุณทุ่มสุดชีวิตเลย ต้องถามว่ามีสติหรือเปล่า เคยมองไหมว่ามนุษย์เราต้องการความสมดุล คุณประสบความสำเร็จในการทำงาน บนน้ำตาของลูกเมียของคุณ คุณว่ามันใช่หรือเปล่า คุณประสบความสำเร็จบนสุขภาพที่ย่ำแย่ ตอนแก่คุณเอาเงินไปไหน คุณรู้ไหม คุณทำงานหาเงินเพื่อเอาเงินก้อนนี้ ไปจ่ายให้โรงพยาบาล ถามว่าคุณใช่หรือเปล่า ต่อมาคุณทำงานเต็มที่เลย พ่อแม่เคยไปเยี่ยมหรือยัง ติดนิสัยสันดาน คนอกตัญญู บ้าแต่งาน คุณลืมพ่อ ลืมแม่คุณได้ไง พ่อเฒ่าแม่แก่ คุณเอาพ่อเฒ่าแม่แก่คุณไปขังไว้ในหมู่บ้านจัดสรร แล้วคุณก็นึกว่าคนแก่เขาจะอยู่ได้เหรอ คนแก่เขากินความรักเป็นอาหาร ถูกไหม คุณไปเห่อลูกคุณ ถ่ายลงFacebook […]

ทำไมคนเราถึงอยากไปนิพพานทั้งที่ไม่รู้จัก โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ 

ทำไมคนเราถึงอยากไป นิพพาน ทั้งที่ไม่รู้จัก โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ  อันแรกต้องบอกก่อนว่าคนเรามันไม่เหมือนกัน คนบางคนเป็นคนที่เขามีศรัทธา ศรัทธาก็หมายความว่า ไม่เคยเห็น แต่เขาเชื่อว่ามันมี คนกลุ่มนี้ก็จะมีหลายแบบอีก ไม่เคยเห็นแต่เชื่อว่ามี แล้วก็เชื่อสักอย่างนั้น ไม่รู้เรียกงมงายหรือเปล่า ไม่อยากเรียกว่างมงาย เรียกว่าเขาเชื่อของเขาอย่างนั้น เราก็ว่าเขาไม่ได้ อาจจะเป็นบุญชาติก่อนเขาทำดีมากก็ได้ เขาเลยเชื่อ ไอ้พวกไม่เชื่อ นิพพาน นี่อาจจะบุญน้อย ทำมาน้อยก็ได้ แต่บางคน แต่บางคนเขาไม่ใช่อย่างนั้น บางคนเขามีความเห็นว่า ถ้าพระพุทธเจ้าที่เขาศรัทธาเชื่อ ในหลวงที่เขาศรัทธาเชื่อ ผู้หลักผู้ใหญ่คนฉลาดในบ้านเมืองเชื่อ เขาเชื่อตามด้วยก็โอเค เขาเป็นคนที่บริหารความเสี่ยง พวกคุณอยู่กับวงการที่ไม่เชื่อนิพพาน คุณเคยเข้าวงการเชื่อนิพพานหรือยัง ในเมื่อคุณยังยืนอยู่ฝั่งที่ไม่เชื่อนิพพาน ปากคุณก็ตะโกนโวยวายว่า นิพพานไม่มีจริง คุณไม่ลอง ไม่ลองเสี่ยงเหรอ เขาเรียกว่า บริหารความเสี่ยง คุณไม่รู้จักคำว่า “Risk Management” หรอ ทำไมชีวิตนี้คุณต้องทื่อสักขนาดนั้น พอมีคนบอกไปทางนี้ ลึก ๆ ในจิตใจของคนพวกนี้ กลัว เสียดายความชั่วที่ทำมา ใช่ไหม เพราะฉะนั้นมันก็ตอบยาก ผมไม่ใช่เป็นคนพุทธมาก่อน […]

ปล่อยจิตให้เป็นโสด (บ้างเถอะ!) – ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

คนเราทำอะไรต้องมีเป้าหมาย โดยเริ่มจากการตั้งหางเสือ แล้วพุ่งไปที่เป้าหมาย (ปล่อยจิตให้เป็นโสด) …ดังเช่นตัวผมตั้งเป้าที่จะไปนิพพาน ผมจึงปักธงชัยไว้ที่นิพพานแล้วเดินตามเส้นทางแห่งการหลุดพ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อยก็พัก แต่ไม่เคยหยุด ทำให้ไม่ทุกข์ ไม่คาดหวัง แต่ไม่เลิก ฝึกไปเรื่อย ๆ โดยไม่ประมาท ถึงไม่ถึงเป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตน เหมือนการอิ่มข้าว ซึ่งเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ ผมใชัหลักการที่ว่า หากเส้นทางเดินถูกต้องตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงชี้แนะไว้ อย่างไรก็ไม่หลงทาง ตราบใดที่เรามั่นใจในกระบวนการ ซึ่งระหว่างทางก็อาจทำเพื่อโลกบ้าง เพื่อธรรมบ้าง ตราบนั้นเราเดินทางถึงแน่นอน มีคนเคยถามผมว่า ทำไมผมถึงตั้งเป้าเช่นนั้น หากอุปมาก็เหมือนกับคนที่เคยกินมะม่วงแล้วพบว่า อร่อย ก็เลยกินต่อ กับคนเคยกินของบูดเน่าแล้วรู้ว่าไม่อร่อย เลยเข็ดขยาดไม่กินอีก…มะม่วงอร่อยที่กล่าวถึงคือความสุขทางธรรมระดับลึก ๆ ที่เกิดขึ้นกลางใจ ทำให้ใจโล่งโปร่งสบาย ซึ่งยิ่งใหญ่และลึกซึ้งกว่าความสุขแบบโลก (สุขทางเนื้อหนัง วัตถุ สิ่งสมมุติทั้งหลาย) อย่างไม่สามารถเปรียบเทียบได้ ดังนั้นการที่ผมตั้งเป้าหมายที่จะไปนิพพานจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่กระนั้นการที่ผมทำงานเยอะและหลากหลายทำให้ตัวเองไม่ค่อยมีเวลา ผมจึงใช้หลักการ “บวชอยู่กับงาน” ดังที่ท่านพระอาจารย์พุทธทาสเคยสอนว่า “งานคือธรรม ธรรมคืองาน” แทน…ในงานทั้งหลายที่เราจำเป็นต้องทำนั้น มีทั้งโจทย์และแบบฝึกหัดให้ฝึกสติมากมาย ตั้งแต่กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต จนถึงธรรมในธรรม ทุกวินาที ทุกอิริยาบถที่ผ่านไป […]

ซีเคร็ตชวนอ่าน : ฝึกใจง่าย ๆ เก่งได้อีก หนังสือธรรม Mindfulness ที่ใคร ๆ ก็ต้องอ่าน 

ซีเคร็ตชวนอ่าน : ฝึกใจง่าย ๆ เก่งได้อีก หนังสือธรรม Mindfulness ที่ใคร ๆ ก็ต้องอ่าน เมื่อทราบว่าสำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะกำลังออกผลงานเล่มใหม่ของดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ชื่อว่า “ ฝึกใจง่าย ๆ เก่งได้อีก ” หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า “Mindfulness in Action” เป็นหนังสือธรรมะสำหรับองค์กร แล้วคนที่ไม่ได้ทำงานในองค์กรหรือบุคคลทั่วไปสามารถอ่านได้ไหม ขอบอกได้เลยว่าหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบลงก็ทำให้รู้สึกว่า สิ่งที่ดร.วรภัทร์บอกว่าสามารถพัฒนาองค์กรได้คือ “Mindfulness” หรือ “การเจริญสติ” เป็นสิ่งสำคัญต่อคนรุ่นปัจจุบันมาก เพราะการเจริญสติจะทำให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตเร่งรีบ ทำงานด้วยความกดดัน และทำงานหนักมากขึ้น การเจริญสติจึงเป็นทางออกที่ช่วยลดความเครียดได้ อย่างคำที่พูดว่า “สติมาปัญญาเกิด” แต่ทว่าหนังสือธรรมะเล่มนี้นอกจากพนักงานออฟฟิศและผู้บริหารที่ควรอ่านแล้ว บุคคลทั่วไปก็ควรที่จะอ่าน เพราะดร.วรภัทร์กล่าวถึงการเจริญสติที่ดีควรบ่มเพาะตั้งแต่เด็ก ซึ่งผู้ปกครอง หรือคุณครูผู้สอนวิชาศีลธรรม หรือพระพุทธศาสนา ควรนำวิธีการเจริญสติในหนังสือเล่มนี้ไปประยุกต์กับนักเรียนได้ เพราะการเจริญสติไม่ได้มีแค่การนั่งสมาธิเท่านั้น ผู้ปกครองก็สามารถนำการเจริญสติมาบ่มเพาะลูกได้ เพื่อให้เขามีภูมิต้านความเครียดด้วยการรู้สึกตัวและกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ     บทแรก ดร.วรภัทร์กล่าวเรื่องปัญหาในออฟฟิศได้ถูกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสวมหน้ากากเข้าหากัน ซุบซิบนินทา ไม่กล้าแสดงความคิดในที่ประชุม ไม่กล้าคิดนอกกรอบ […]

ความหมายของการทำงาน ความหมายของการมีชีวิตอยู่ หรือ อิคิไก โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

ความหมายของการทำงาน ความหมายของการมีชีวิตอยู่ หรืออิคิไก เป็นปรัชญาของชาวโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น

keyboard_arrow_up