Dhamma Daily : เมื่อพระสงฆ์บริจาค ร่างกาย แต่นักศึกษาที่เรียนจากร่างท่านไปเป็นแพทย์ไร้จรรยาบรรณ

Dhamma Daily : เมื่อพระสงฆ์บริจาค ร่างกาย แต่นักศึกษาที่เรียนจากร่างท่านไปเป็นแพทย์ไร้จรรยาบรรณ ถาม : เมื่อพระสงฆ์บริจาค ร่างกาย (ตัวอย่างเช่น หลวงพ่อคูณ) แล้วนักศึกษาที่ไปเรียนจากร่างท่านกลับนำความรู้ที่ได้ไปเป็นแพทย์ที่ไร้จรรยาบรรณ เป็นแพทย์พาณิชย์ เห็นแก่เงินมากกว่าชีวิตคนไข้ นักศึกษาเหล่านั้นจะบาปกว่าที่ศึกษาจากร่างคนธรรมดาที่ไม่ใช่พระสงฆ์หรือไม่ ตอบ : คนตายไปแล้วไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือเป็นฆราวาสล้วนเป็นซากศพทั้งนั้น เป็นสภาพขันธ์ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟที่แตกสลายไปเหมือนกันหมด ร่างกายของอาจารย์ใหญ่ทั้งหมดถือว่ามีคุณค่าทางจิตใจของผู้บริจาคที่มีแต่ความสุขในการสร้างทานบารมีและน้ำใจอันงดงาม อันประกอบไปด้วยกรุณาธรรมในการช่วยเหลือชีวิตของเพื่อนมนุษย์ ส่วนนักศึกษาแพทย์อาศัยร่างของอาจารย์ใหญ่ในการศึกษาเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นร่างของพระสงฆ์หรือฆราวาสก็ตาม แล้วนำความรู้นั้นไปใช้ในทางเอารัดเอาเปรียบคนไข้ซึ่งตกอยู่ในสภาพที่ต้องทนทุกข์กับอาการป่วยไข้นั้น ถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะแพทย์เป็นความหวังของคนไข้ เป็นประดุจดังเทวดาผู้มีฤทธิ์ที่สามารถขจัดปัดเป่าโรคภัย หากจะมีแพทย์แบบนี้อยู่ในสังคมซึ่งคิดว่ามีเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ก็คงต้องอยู่ที่จิตสำนึกหรือจรรยาบรรณของแพทย์เอง ดังนั้นที่ถามว่า การอาศัยร่างของพระจะบาปมากกว่าร่างของฆราวาสหรือไม่ คำตอบก็คือ ล้วนเป็นบาปกรรมทั้งสิ้น จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ศึกษาเองว่า จะสำนึกในบุญคุณแล้วนำความรู้นั้นไปทำประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยน้ำใสใจจริง มุ่งผลแห่งการรักษาให้หายจากโรคนั้น ๆ เป็นประเด็นหลัก ส่วนค่าจ้างหรือผลตอบแทนภายนอกนั้นให้ถือว่าเป็นผลพลอยได้   ดร.พระมหาบวรวิทย์ รตนโชโต : พระอาจารย์ผู้ไขปัญหา ภาพ : palungjit Secret Magazine (Thailand) หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ [email protected] บทความน่าสนใจ Dhamma Daily : พยายาม ช่วยแมว โดนยาเบื่อ แต่ไม่สำเร็จแมวตาย อย่างนี้บาปไหม อุทาหรณ์บาป! เมื่อหมดเวลาของ “บุญ”  ก็คือเวลาของ “กรรม” บุญ-บาปในทรรศนะของ 3 ดาราดัง Dhamma […]

keyboard_arrow_up