ข่าวดราม่า ทำป่วยโรคซึมเศร้า

ดราม่า หนักเสี่ยงกระตุ้นซึมเศร้ากำเริบ จิตแพทย์ย้ำเสียชีวิตได้ ดราม่า ในโลกออนไลน์ชั่งหอมหวานมาก อาจถูกจริตใครหลายๆคน เเต่ทว่าเสพย์ หรืออินจัดมากไป อาจทำให้เรามีอารมณ์ร่วม ราวกับว่าตัวเองอยู่ในเรื่องราวนั้น ไม่วายนานๆเข้าอาจมีอาการซึมเศร้าได้ หรือคนที่เป็นโรคซึมเศร้าอยู่เเล้วยิ่งกระตุ้นอาการให้รุนเเรงขึ้น ซ้ำร้ายอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิต จากการเสพย์ข่าวดราม่าได้ กระเเสโลก(โรค)ซึมเศร้า องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดประมาณว่าโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่ทำให้เกิดความสูญเสียเป็นอันดับ 2 ในปัจจุบัน รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด และคาดว่าปี 2030 โรคซึมเศร้าจะทำให้เกิดการสูญเสียสูงขึ้นเป็นอันดับที่หนึ่ง รองศาสตราจารย์ นพ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี สาขาวิชาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงกรณีการนำเสนอข่าวการฆ่าตัวตายผ่านทางสื่อต่างๆ ว่าหลังจากมีการเผยแพร่ข่าวการฆ่าตัวตายทางสื่อออกไปก็มักจะมีข่าวการฆ่าตัวตายเหมือนเป็นพฤติกรรมเลียนแบบตามมาในช่วงเวลานั้นๆ ความจริงการเสนอข่าวการฆ่าตัวตายคงไม่ได้ทำให้ทุกคนที่ติดตามข่าวเกิดความคิดฆ่าตัวตาย แต่อย่างน้อยก็ทำให้เกิดผลกระทบทางจิตใจ เช่น ความรู้สึกเศร้าหมอง หดหู่ เป็นต้น และจะมีผลกระทบมากต่อบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิตอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากโรคหนึ่ง โดยทั่วไปพบได้ถึงร้อยละ 3-5 ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง คนที่เป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงมักจะมีความคิดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายอยู่แล้ว เมื่อได้รับรู้ข่าวการฆ่าตัวตายในโทรทัศน์ หรือหนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะการเสนอข่าวในลักษณะที่กล่าวว่าการฆ่าตัวตายสามารถจบปัญหาต่างๆ ได้ ก็อาจไปกระตุ้นให้เขาตัดสินใจฆ่าตัวตายเพียงอารมณ์ชั่ววูบได้มากขึ้น สื่อจึงไม่ควรออกข่าวหรือพาดหัวข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายแนวดราม่า (สะเทือนใจ) หรือเสนอข่าวเกียวกับวิธีการฆ่าตัวตายโดยละเอียด โดยเฉพาะไม่ควรเสนอข่าวในลักษณะว่าการฆ่าตัวตายสามารถจบปัญหาต่างๆ ในชีวิตได้ […]

keyboard_arrow_up