ธารน้ำใจศิลปินดาราสู้ภัยน้ำท่วมอุบลราชธานี

ธารน้ำใจศิลปินดาราสู้ภัย น้ำท่วมอุบลราชธานี ตอนนี้ประเทศไทยกำลังประสบกับภัยน้ำท่วม โดยสถานการณ์หนักคือ น้ำท่วมอุบลราชธานี แม้ปริมาณน้ำจะมากขนาดไหนแต่ดูเหมือนธารน้ำใจจะมากยิ่งกว่ากระแสน้ำท่วมเสียอีก เพราะมีเหล่าศิลปิน ดารา และคนดังหลายคนให้ความช่วยเหลือโดยการลงพื้นที่และบริจาคเงินไปช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ลองมาดูกันค่ะว่ามีใครบ้าง       ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ได้เปิดระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเธอและบรรดาเพื่อนๆ ร่วมมือร่วมใจกันบรรจุถุงยังชีพ และลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย เธอได้โพสต์ความเคลื่อนไหว และความคืบหน้าเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอเสมอ         ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ ดาราสาวอีกคนที่ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้ และยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็น สำหรับผู้ประสบภัยที่ขาดแคลนอาหาร เครื่องนอน และป่วยด้วยอาการเท้าเปื่อย ได๋-ไดอาน่ายังถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่ากำลังเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำให้เห็นถึงปริมาณน้ำที่ท่วมสูง ซึ่งดาราสาวก็ได้ทำการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างสุดกำลัง ทั้งยังพูดให้กำลังใจคนในพื้นที่อีกด้วย       คนในวงการบันเทิงอีกคนที่น่าชื่นชม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เขาได้มีโอกาสลงพื้นที่และสัมผัสกับความทุกข์ของผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพมาอยู่ที่ศูนย์ผู้อพยพ เขาจึงได้เห็นความเดือดร้อนของชาวอุบลราชธานีและรู้สึกเห็นใจจนถึงกับร้องไห้ออกมา เขาสัมผัสได้ถึงความยากลำบากเพราะอยู่กับผู้ประสบภัยที่อำเภอวารินชำราบมาร่วมสัปดาห์ เขาเผยว่า ความเป็นอยู่ของผู้อพยพหนีน้ำท่วมที่นี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ช่วงนี้ฝนตกหนัก ทั้งยังมีลมพัดกรรโชกแรง ทำให้ผู้อพยพนอนไม่ได้ อีกทั้งถุงยังชีพที่เข้าไปมากมาย น่าจะเกินความต้องการด้วย […]

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีกับการสร้างสรรค์พระพุทธรูป

ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี กับการสร้างสรรค์พระพุทธรูป แม้ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี จะก้าวเข้าสู่ปัจฉิมวัยแล้วก็ตาม ท่านยังสร้างสรรรค์ผลงานด้านศิลป์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานประติมากรรม ได้แก่พระราชานุสาวรีย์ และอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ประติมากรรมเหล่านี้ล้วนสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นมานะและอุตสาหะของท่านที่มีต่อการศึกษาและอนุรักษ์ศิลปะของไทย มีเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าท่านรักในความเป็นไทยอย่างแท้จริง เสวต เทศน์ธรรมได้เล่าถึงครั้งยังเป็นนักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปกรอยู่ว่า ตอนที่อาจารย์ศิลป์สอนวิชาองค์ประกอบศิลป์ ท่านหอบรูปภาพสำหรับการสอนมาที่ห้องแล้วบอกว่า     “วันนี้ให้พวกนายออกแบบฉากละคร” เพื่อนคนหนึ่งถามท่านว่า “จะให้ออกแบบเรื่องอะไรครับ สวอน เลค หรือโรมีโอกับจูเลียตครับ”  “ไม่ละนาย เรามันคนไทย ต้องออกแบบเรื่องไทย ๆ ซิ”  ท่านพูดต่อว่า “วรรณคดีไทยเรามีตั้งหลายเรื่อง เช่น สังข์ทอง ไกรทอง พระสุธน มโนราห์” เพื่อนคนนั้นจึงถามว่า “จะให้ออกแบบตอนไหน และเรื่องบางเรื่องก็ไม่รู้ว่าเป็นไงมาไง อย่างเช่นเรื่องพระสุธน” อาจารย์ศิลป์ยิ้มนิดหน่อยแล้วพูดว่า “เอาละ พวกนายนั่งให้เรียบร้อย ฉันจะเล่าให้ฟังเรื่อง พระสุธน… พระสุธนนะ….” เรื่องที่อาจารย์เสวต เทศน์ธรรมเล่าสู่กันฟังคงทำให้ชาวศิลปากรอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ เรียกได้ว่าท่านเป็นฝรั่งหัวใจไทยเลยก็ว่าได้ […]

พระสารีบุตร พระอรหันต์ผู้ อ่อนน้อมถ่อมตน

พระสารีบุตร พระอรหันต์ผู้ อ่อนน้อมถ่อมตน แม้พระสารีบุตรจะเป็นผู้มีปัญญามาก แต่พระสารีบุตรก็ยังคงประกอบด้วยความ อ่อนน้อมถ่อมตน พระสารีบุตรเคารพนอบน้อมต่อพระอัสสชิเป็นอย่างมาก ด้วยท่านถือว่าได้บรรลุธรรมจากการสอนของพระอัสสชิ พระสารีบุตรจึงยกย่องท่านเป็นอาจารย์ จนมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ภิกษุท้้งหลายเห็นว่าพระสารีบุตรสลับสับเปลี่ยนหัวนอนไปทางทิศต่าง ๆ ก็คิดว่าพระอัครสาวกเบื้องขวากลับเป็นคนเคารพนอบน้อมต่อทิศทั้งหลาย อันไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของประชาชนเอาเสียเลย จึงนำความขึ้นกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ที่พระสารีบุตรยังหันศีรษะไปยังทิศต่าง ๆ ก็เพราะว่าทิศนั้นเป็นทิศที่พระอัสสชิอยู่ พระสารีบุตรจึงหันหัวนอนไปทางทิศนั้น ๆ เพื่อแสดงความเคารพยกย่องพระเถระ ผู้เป็นหนึ่งในปัญจวัคคีย์ผู้นี้เป็นอย่างมาก     อีกครั้งคือเมื่อครั้งที่พระสารีบุตรกับพระมหาโมคคัลลานะอยู่กันที่กโปตกันทราวิหาร มียักษ์สองสหายเดินผ่านมาพบพระเถระทั้งสองพอดี ครั้นหันมาบอกเพื่อนว่าจะประหารศีรษะของสมณะผู้นี้เสียเลย แต่เพื่อนไม่เห็นด้วยบอกห้ามถึง 3 ครั้ง แต่ยักษ์ก็ไม่ฟัง ทุบลงไปที่ศีรษะของพระสารีบุตรด้วยกำลังที่รุนแรงขนาดสมารถทุบพญาช้างสูง 7 ศอกให้จมลงไปในดินได้ หรือทำลายยอดภูเขาใหญ่ได้ แต่พระเถระก็ไม่เป็นอะไรเลย แต่ปรากฏว่าแผ่นดินได้แยกออกและสูบยักษ์ผู้ประทุษร้ายพระสารีบุตรลงนรกไปเสีย ฝ่ายพระมหาโมคคัลลานะเห็นยักษ์ทุบศีรษะพระสารีบุตรด้วยตาทิพย์ก็เข้ามาถามไถ่อาการ แต่พระสารีบุตรกลับบอกว่าไม่เป็นอะไร มีแค่รู้สึกศีรษะมึนนิด ๆ เมื่อได้ยินดังนั้นพระมหาโมคคัลลานะก็ชื่นชมในพระสารีบุตรว่า แม้แต่ยักษ์ก็ทำอะไรไม่ได้ พระมหาโมคคัลลานะได้เล่าเรื่องที่ท่านเจอให้พระสารีบุตรฟัง พระสารีบุตรก็ชื่นชมพระมหาโมคคัลลานะกลับเช่นกันว่าเป็นผู้วิเศษที่มีตาทิพย์   ที่มา : พระสารีบุตร มหาสาวกผู้เป็นเลิศด้านปัญญา โดย นทธัญ แสงไชย ภาพ : […]

วาระสุดท้ายของพระมหากัสสปะ

วาระสุดท้ายของพระมหากัสสปะ พระมหากัสสปะเป็นพระเถระผู้เป็นเลิศในด้านถือธุดงควัตร และยังเป็นพระมหาสาวกที่มีความสำคัญอีกรูปหนึ่งในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่า วาระสุดท้ายของพระมหากัสสปะ เป็นอย่างไร หลังจากใช้เวลาร่วม 7 เดือน ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหาทำการสังคายนา รวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้เป็รหมวดหมู่ชัดเจนแล้ว พระมหากัสสปะได้พำนักอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร โดยยังคงสมาทานธุดงควัตรอย่างเคร่งครัด แม้อายุขัยของท่านจะล่วงเข้าสู่วัยชรา ท่านก็ยังยินดีในการอยู่ป่า ฉันอาหารที่ได้จากการบิณฑบาต และห่มผ้าบังสุกุลเป็นประจำ จวบจนอายุของท่านดำเนินมาถึง 120 ปี พระมหากัสสปะได้ตรวจดูสังขารของตน ทราบว่าเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งวันก็จะถึงคราวที่ต้องสละทิ้งธาตุขันธ์เสียแล้ว ท่านจึงประชุมบรรดาภิกษุผู้เป็นศิษย์เพื่อให้โอวาทเป็นครั้งสุดท้าย โดยเทศนาสั่งสอนภิกษุผู้ยังเป็นปุถุชนมิให้เสียใจกับการจากไปของท่าน ให้พยายามกระทำความเพียรมิให้ขาด ดำรงตนอยู่บนความไม่ประมาท และปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดาอยู่เสมอ     พระมหากัสสปะเข้าไปถวายพระพรลาพระเจ้าอชาตศัตรูจากนั้นท่านพาหมู่ภิกษุไปยังภูเขากุกฏสัมปาตบรรพต ท่านเข้าผลสมาบัติ ก่อนจะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ อธิษฐานจิตขอให้ภูเขาเวภาระสถานที่ทำปฐมสังคายนารวมอยู่ด้วย ด้วยอานุภาพแห่งคุณธรรมที่ท่านน้อมนำปฏิบัติมาชั่วชีวิต พระมหากัสสปะอธิษฐานจิตขอให้สรีระร่างกายของท่านคงอยู่จนถึงศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย เมื่อกาลนั้นมาถึง พระพุทธเจ้าศรีอริยเมตไตรยจะทรงพาหมู่ภิกษุมายังภูเขากุกกกุฏสัมปาตบรรพตนี้ เพื่อประกาศสรรเสริญว่า พระมหากัสสปะเป็นผู้สมาทานธุดงค์เป็นเลิศ แล้วเตโชธาตุก็จะบังเกิดขึ้นเผาสรีระของท่าน ณ บัดนั้น ครั้นสิ้นการอธิษฐานจิต พระมหากัสสปะก็ดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพาน คงเหลือเพียงคุณูปการที่ท่านทำให้แก่พระศาสนา พระมหากัสสปะเป็นบุคคลที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว ละทิ้งความสุขทางกาย ใช้ชีวิตมักน้อย สมถะ เรียนรู้ความจริงอันสูงสุด กระทั่งหลุดพ้นจากวัฏวังวนแห่งทุกข์ ศาสนิกชนชาวพุทธจึงมีท่านเป็นแบบอย่างที่ดีด้านการใช้ชีวิตอย่างสุขสงบ […]

พรพล สุวรรณมาศ : ชีวิตหลังลาสิกขากับทุกลมหายใจนี้เพื่อคุณแม่

พรพล สุวรรณมาศ : ชีวิตหลังลาสิกขากับทุกลมหายใจนี้เพื่อคุณแม่ หลายท่านอาจคุ้นเคยกับภาพของพระพรพล ปสันโน ( พรพล สุวรรณมาศ ) หรือหลวงพี่โบ๊ท พระอาจารย์หนุ่มแห่งวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ปัจจุบันท่านได้สละเพศบรรพชิตแล้ว เพื่อดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัลติเพิลมัยอิโลมา (Multiple myeloma) ซีเคร็ตจึงมาคุยถึงอัพเดทชีวิตหลังสึกของหลวงพี่โบ๊ท และสุขภาพของคุณแม่ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง   หลังจากลาสิกขา ต้องปรับตัวอยู่นานไหมกว่าจะเข้ากับวิถีชีวิตฆราวาส “ ปรับตัวไม่มากเท่าไรครับ เพราะยังอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคย ผมยังแวะเวียนไปที่วัดเพื่อช่วยงานพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก และพระราชญาณกวีอยู่เสมอ ที่บ้านมีแต่ญาติ ๆ ก็ไม่ต้องปรับอะไรกันมาก พอสึกก็ลาออกจากตำแหน่งที่เคยดูแลในตอนที่บวช พระธรรมบัณฑิตท่านก็เมตตา ถึงผมจะเป็นฆราวาสแล้วก็ให้ทำหน้าที่นี้ต่อ โดยแจ้งทางมูลนิธิให้เปลี่ยนจากพระเป็นนายแทน ผมจึงยังบริหารงานทั้ง 4 มูลนิธิต่อคือ มูลนิธิโรจนธรรม มูลนิธิแผ่นดินธรรมในพระสังฆราชูปถัมภ์ มูลนิธิส่งเสริมการบริหารจิตในพระสังฆราชูปถัมภ์ และมูลนิธิส่งเสริมสามเณรในพระสังฆราชูปถัมภ์  และเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐมนตรีและปลัดฯที่กระทรวงแรงงาน เพราะท่านทั้งสองเคยบวชที่วัดพระราม 9 ฯมาก่อน และนับถือผมเป็นอาจารย์ ยังเรียกผมติดปากว่า “พระอาจารย์” อยู่เลย (หัวเราะ) และเวลาที่ผมไปกระทรวงก็มีแต่คนเรียกผมว่า […]

ทำงานได้อย่างมด และมีความสุขได้อย่างตั๊กแตน นิทานอีสปสะท้อนความสุขกับปัจจุบัน

ทำงานได้อย่างมด และมีความสุขได้อย่างตั๊กแตน นิทานอีสป สะท้อนความสุขกับปัจจุบัน มี นิทานอีสป ที่รู้จักกันดีเรื่องหนึ่งชื่อ มดกับตั๊กแตน ช่วงฤดูร้อนอันร้อนระอุนั้น เหล่ามดพากันสะสมเสบียงอาหารสำหรับฤดูหนาว อย่างขะมักเขม้น ในขณะเดียวกันตั๊กแตนกลับเอาแต่นอนในระหว่างวันที่ร้อนระอุ พอตกกลางคืนก็สีไวโอลินเพลิดเพลินจำเริญใจ เป็นเช่นนี้อยู่ทุกคืนวัน ครั้นเมื่อฤดูหนาวมาเยือน ตั๊กแตนที่ไม่ยอมทำงานในฤดูร้อนก็ไม่สามารถหาอาหารกินได้ จึงบากหน้าไปขอส่วนแบ่งจากมด พวกมดจึงตำหนิว่า “ตอนฤดูร้อนที่พวกเราทำงานหนักเพื่อเตรียมรับฤดูหนาว เจ้าก็เอาแต่เล่น ไม่ตระเตรียมอะไรเลย ถึงได้แบบนี้” แต่ก็มีน้ำใจแบ่งอาหารให้ตั๊กแตน นิทานเรื่องนี้เสนอให้รู้ว่า ถ้าขี้เกียจคิดถึงอนาคต ถึงวันหนึ่งก็ต้องได้รับผลของมัน การทำงานอย่างเต็มที่ในเวลาที่ต้องทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าเปลี่ยนมุมมองอีกแบบ จะมองว่ามดทำงานเพื่ออนาคตโดยแลกกับปัจจุบัน แต่ตั๊กแตนมีความสุขกับปัจจุบันก็ไม่เหมือนกัน เรื่อง มดกับตั๊กแตน นี้เถียงกันเท่าไหร่ก็ไม่จบครับว่าใช้ชีวิตอย่างไหนถึงจะมีความสุขมากกว่ากัน แต่ผมคิดว่า ถ้าคนไหนสามารถใช้ชีวิตอย่างมดและตั๊กแตนไปพร้อม ๆ กันได้จะมีชีวิตที่มีความสุขที่สุด เพราะสามารถทำงานได้อย่างมด และมีความสุขกับปัจจุบันได้อย่างตั๊กแตนนั่นเอง     ความคิดที่ว่า “ไม่เอาไหนอย่างฉัน” เป็นการเรียกความทุกข์เข้าหาตัว การมีความฝันหรือความหวังคือการเชื่อว่า “อนาคตมีสิ่งดี ๆ รออยู่อย่างแน่นอน” คนเราจึงได้ตั้งใจทำงาน ตั้งใจเรียนเพื่ออนาคต แต่การสละความสุขในปัจจุบันทุกอย่าง หรือปฏิเสธตัวเองในปัจจุบันอย่างสุดโต่งเพื่อให้ได้มาตามที่ฝันหรือหวังไว้นั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง การวาดฝันถึงอนาคตไปพร้อม ๆ กับการยอมให้ตัวเองสนุกกับปัจจุบันต่างหากที่จะทำให้สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ […]

ทำไมคนที่รู้จักปรับตัวจึงเป็นคนที่มีความสุข

ทำไมคนที่รู้จัก ปรับตัว จึงเป็นคนที่มีความสุข เคนอิจิโร่ โมงิ เป็นชายชาวญี่ปุ่นที่ได้ดิบได้ดีที่ต่างประเทศ คือเขาได้ทำงานในสถาบันวิจัยเคมีฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหรัฐอเมริกา ในวัยเด็กของเขาเป็นคนที่เครียดง่าย เลยไม่แปลกที่เขาจะสร้างงานเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา “ฝึกสมองให้มองแต่ความสุข” แต่เรื่องที่น่าสนใจมากคงเป็นเรื่องนี้ ทำไมคนที่รู้จัก ปรับตัว จะมีความสุข แคลิฟอร์เนียมีอากาศอบอุ่น และมีผืนดินที่ปลูกผลไม้ได้ดี พอฟังอย่างนี้แล้วรู้สึกไหมครับว่าคนในแคลิฟอร์เนียน่าจะมีความสุข จากการทำแบบสอบถามในอเมริกาก็พบว่าคนส่วนใหญ่คิดไปเองว่า “คนในแคลิฟอร์เนียมีความสุข” แต่พอมีการเก็บข้อมูลจากคนแคลิฟอร์เนียกลับพบว่า คนที่รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขไม่ได้มีมากมายขนาดนั้นเลย เงื่อนไขที่ทำให้คนส่วนใหญ่มีความคิดเช่นนี้อยู่ที่ “อากาศอบอุ่น” ครับ คนจะจินตนาการไปว่าคนที่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศอบอุ่น แถมฤดูหนาวก็มีแสงแดด เช่นนั้นคงจะมีนิสัยดี สงบสุข และใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจแล้วพบว่า ระดับความสุขนั้นแทบไม่มีความสัมพันธ์กับภูมิอากาศแต่อย่างใดเลย ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ในแผ่นดินอันหนาวเหน็บทางตอนเหนือ หรือคนที่อยู่ในประเทศทางตอนใต้ที่อากาศอบอุ่นก็ตาม แม้จะไม่เชิงเป็นเรื่องทำนองว่า “สนามหญ้าข้างบ้านเขียวกว่าบ้านเรา” (เป็นสำนวนอเมริกัน) นักแต่บ่อยครั้งคนเราก็มักอยากได้อยากมีในสิ่งที่ตัวเองไม่มี ในขณะที่คนที่มีเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่ตนมีนั้นมีความพิเศษพิสดารแต่อย่างใด     ไม่นานมานี้ มีคุณผู้หญิงที่รู้จักหลายคนบ่นว่า “อยากแต่งงานแต่ก็ไม่ได้แต่ง” ที่จริงแล้วคนกลุ่มนี้เองก็มีงาน มีชีวิตที่สนุกสนานอยู่ แต่ดูเหมือนใจจะจดจ่ออยู่กับเรื่อง “ไม่ได้แต่งงาน” เพียงอย่างเดียว ก็เลยหลงคิดกังวลไปว่า “ตัวเองไม่มีความสุข” คนที่อยากจะแต่งงานเพราะโดยรอบข้างกดดันว่า “ปกติอายุ […]

มาจัดการกระเป๋าเงิน ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นกันเถอะ

มา จัดการกระเป๋าเงิน ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นกันเถอะ การ จัดการกระเป๋าเงิน ช่วยลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ ถ้าเราใช้บริการร้านกาแฟร้านใดร้านหนึ่งเป็นประจำจะได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้นและเร็วขึ้น และถ้าจัดการบัตรสมาชิกต่าง ๆ ให้ดีก็จะไม่พลาดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่นกัน ถ้าตอนนี้เราใช้บัตรเครติคอยู่หลายใบ ควรใช้โอกาสนี้ยกเลิกอย่างน้อยสักหนึ่งใบ เพราะการใช้บัตรเครติคเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราใช้เงินอย่างสิ้นเปลืองและเปล่าประโยชน์ “รู้สึกว่าไม่ค่อยได้ใช้เงินเท่าไร แต่กลับติดลบตลอด พอมาดูรายการใช้จ่ายต่าง ๆ ก็เป็นเราที่ใช้เองจริง  ๆ” นี่คือคำพูดของคุณตอนตามหาความสุข ตัวผมเองเวลาดูรายการใช้จ่ายผ่านบัตรเครติคของตัวเองก็ตกใจเหมือนกัน เพราะความจริงที่ว่าเงินจำนวนน้อยได้กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ และเราก็เป็นคนใช้เงินพวกนั้นเอง ซึ่งหากเราไม่คำนึงว่าเงินจำนวนน้อยเมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นเงินจำนวนมาก เราก็จะไม่คำนึงว่าเงินจำนวนน้อยเมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นจำนวนมาก เราก็จะไม่คำนึงเช่นกันว่าค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเมื่อรวมกันแล้ว จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่เราจะต้องรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้คนจำนวนมากจึงใช้เงินเยอะจนอันตราย แต่ก็ยังไม่ยอมใช้ได้น้อยลงและใช้ชีวิตสบาย ๆ แบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ     บัตรเครติคเป็นตัวการหลักที่สร้างนิสัยการบริโภคที่ผิด นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังประเมินว่าบัตรเครติคเป็นระเบิดนิวเคลียร์ ที่สร้างความเสียหายต่อสถานะการเงินของครอบครัว ดังนั้น ถ้าตอนนี้มีบัตรเครติคอยู่หลายใบก็เท่ากับว่ามีระเบิดอยู่ในกระเป๋าเงินหลายลูก คนเรามี “การแปลสิ่งเร้าผิดว่าควบคุมได้” ซึ่งเป็นการประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินความจริง และเข้าใจผิดว่าตนสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ใช้ผ่านบัตรเครติคได้ ซึ่งความเชื่อมั่นในตัวเองจนเกินไปนั้นทำให้เราไม่รอบคอบ ไม่เคลือบแคลงใจว่าเราอาจเข้าใจผิดเรื่องการใช้จ่าย ทำให้เกิดการบริโภคเพิ่มมากขึ้นและยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครติคจึงมักออกมาสูงกว่าที่เราคิดไว้เสมอ นอกจากนี้คนเรามักจะจำรายการและจำนวนเงินที่ตนใช้ผ่านบัตรเครติคไม่ค่อยได้ เมื่อซื้อของผิดจึงไม่รู้สึกเสียใจเท่าการซื้อมาด้วยเงินสด และแม้ว่าค่าบัตรเครติคจะออกมาสูง แต่หากสามารถจ่ายได้ก็จะเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดและความเสียใจว่าตนได้ใช้เงินเกินความจำเป็น ซึ่งหากเราต้องจ่ายค่าบัตรเครติคจำนวนมากทุก ๆ เดือนแบบนี้ […]

คุณลุงรปภ.ใส่ใจคนรอบข้าง รักทุกคนเหมือนญาติ  ทำงานด้วยใจแบบนี้มาร่วม 10 ปี 

คุณลุงรปภ.ใส่ใจคนรอบข้าง รักทุกคนเหมือนญาติ  ทำงานด้วยใจ แบบนี้มาร่วม 10 ปี ไทยรัฐนำเสนอข่าวซึ่งเป็นเรื่องดี ๆ เรื่องหนึ่ง อาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่บอกได้เลยว่าสิ่งที่คุณลุง รปภ.จิตอาสาคนนี้ทำนั้นช่างยิ่งใหญ่มาก เพราะ ทำงานด้วยใจ คุณลุงจะพาผู้สูงอายุและผู้ป่วยข้ามถนนหน้าโรงพยาบาลสทิงพระมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว เขาคิดเพียงอย่างเดียวว่าทุกคนเป็นเหมือนญาติพี่น้อง เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ที่โรงพยาบาลสทิงพระ ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา มีเรื่องราวดี ๆ น่าประทับใจเกิดขึ้นที่นี่คือ เรื่องราวของคุณลุงรปภ.คนหนึ่งของโรงพยาบาลสทิงพระที่มีแต่ผู้คนชื่นชมและประทับใจ เป็นเพราะอะไรลองมาดูกัน     คุณลุงรปภ.ผู้นี้คือ คุณธวัช โชติบัณ หรือบังธวัช อายุ 58 ปี ผู้มีจิตใจเอื้ออารีกับทุกคน คุณลุงเล่าว่า ตัวเองเป็นคนจากอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มาพบรักกับภรรยาที่ตำบลจะทิ้งพระ เลยลงหลักปักฐานอยู่ที่บ้านภรรยาเสียเลย คุณลุงทำงานในตำแหน่ง รปภ.ของโรงพยาบาลสทิงพระ มาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว หน้าที่หลักคือ ดูแลความเรียบร้อยในโรงพยาบาล คุณลุงบอกว่า […]

โจรลักทรัพย์ในพระเชตวันได้เป็นพระโสดาบัน

โจรลักทรัพย์ในพระเชตวันได้เป็น พระโสดาบัน โจรอาจเป็นอาชีพที่ไม่สุจริตตามทรรศนะของพระพุทธเจ้า แต่โจรคนนี้คงมีบุญเก่าอยู่ เมื่อได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วบรรลุเป็น พระโสดาบัน เรื่องของโจรกลับใจที่ได้บรรลุธรรม ตอนที่เข้ามาขโมยของที่พระเชตวัน ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน พุทธกิจหลักของพระองค์คือการแสดงโปรดสาธุชนที่แวะเวียนเข้ามาฟังธรรมเสมอ ท่ามกลางมหาชนที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เพราะเลื่อมใสในคำสอนของพระบรมศาสดา กำลังจะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น โจร 2 คนเป็นเพื่อนกัน ได้วางแผนจะลักทรัพย์ของสาธุชนที่เข้ามาฟังพระธรรมเทศนาในพระเชตวัน ด้วยกรุงสาวัตถีเป็นนครมหาอำนาจ ปกครองโดยพระเจ้าปเสนทิโกศล ทั้งยังเป็นชุมทางการค้าจึงมีมหาเศรษฐีอยู่หลายคน อย่างที่รู้จักและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากก็คืออนาถบิณฑิกเศรษฐี กับ นางวิสาขามหาอุบาสิกา จึงเป็นเมืองแห่งความมั่งคั่ง     พระบรมศาสดาประทับอยู่ที่เมืองแห่งนี้นานถึง 25 พรรษา จะสังเกตได้ว่าในพระสูตรหลายเรื่องมักกล่าวว่า ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี เป็นต้น นับว่าเมืองแห่งนี้เป็นอีกเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพุทธกาล โจรคนที่หนึ่งพยายามขโมยถุงเงินจากอุบาสกคนหนึ่ง ซึ่งเงินจำนวนนี้เขาต้องใช้เป็นค่าอาหารของคนในครอบครัว ขณะนั้นเองพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรม โจรคนที่สองที่กำลังดูต้นทางได้มีใจโน้มไปในกระแสแห่งพระธรรมเทศนาก็บรรลุโสดาปัตติผล เมื่อโจรเป็นพระโสดาบันก็เกิดความละอายใจ เลิกเฝ้าต้นทางให้เพื่อนโจรด้วยกัน คิดเลิกเป็นโจรอย่างเด็ดขาดและขอนับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งจนกว่าชีวิตจะหาไม่  เพื่อนโจรรู้ว่าเพื่อนเลิกเป็นโจรก็ขำคิดว่าเพื่อนตนนั้นโง่เขลาเสียเหลือเกิน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณ จึงตรัสขึ้นว่า “บุคคลใดรู้ว่าตนเองโง่ ย่อมถือได้ว่าเป็นบัณฑิต (รู้ว่าตนเองโง่เขลาเพื่อหาทางแก้ไขจากความโง่เขลา) แต่บุคคลใดโง่เขลาแต่กลับคิดว่าตนเองเป็นบิณฑิต บุคคลแบบนี้เรียกได้ว่าคนที่โง่ยิ่งกว่า”   ที่มา […]

อานนทเศรษฐี คนรวยผู้กลับชาติมา เกิดเป็นขอทาน

อานนทเศรษฐี คนรวยผู้กลับชาติมา เกิดเป็นขอทาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงเรื่องการ เกิดเป็นขอทาน ไว้ว่า ในกรุงสาวัตถีมีเศรษฐีคนหนึ่งมีชื่อว่า “อานนทเศรษฐี” ซึ่งมีบุตรชื่อว่า “มูลสิริ” เศรษฐีคนนี้เป็นคนที่ร่ำรวยมาก เขามักสอนบุตรชายของตนว่า “เจ้าจงทำให้ทรัพย์เพิ่มพูน และห้ามยกทรัพย์ให้ใคร” ซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องการทำบุญทำทานอีกด้วย อานนทเศรษฐีมีขุมทรัพย์ถึง 5 แห่ง แต่กลับไม่บอกใครเลยแม้กระทั่งบุตรชายที่ตนไว้วางใจให้สืบทอดการค้าต่อจากตน จนกระทั่งสิ้นบุญลงก็ไปเกิดในท้องของนางจัณฑาลคนหนึ่ง จากนั้นพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงแต่งตั้งให้มูลสิริเป็นเศรษฐีต่อจากอานนทเศรษฐี เมื่ออานนทเศรษฐีปฏิสนธิในท้องของหญิงจัณฑาล ทำให้สามีและคนในครอบครัวไม่มีใครจ้างทำงาน แถมยังไม่ได้รับทานแม้ข้าวสักหนึ่งก้อน ทำให้ทุกคนลงความเห็นว่านางและลูกในท้องเป็นกาลกิณีจึงขับไล่ออกไป เมื่อนางจัณฑาลต้องอดทนอุ้มท้องอย่างยากลำบาก เมื่อคลอดลูกน้อยออกมาเด็กน้อยก็มีรูปลักษณ์ที่น่าเกลียดน่ากลัวเหมือนภูตผีที่ตัวเต็มไปด้วยฝุ่น แม้ลูกน้อยของนางจะน่าเกลียดน่ากลัวอย่างไรนางก็ไม่ทอดทิ้ง แต่วิบากกรรมที่เป็นคนตระหนี่มาแต่อดีตชาติส่งผลให้ถ้าหญิงจัณฑาลพาลูกไปทำงานด้วยจะไม่มีใครจ้างนาง แม้ข้าวสักหนึ่งก้อนก็ไม่ตกถึงท้อง หากนางไม่พาลูกมาด้วย นางกลับมีงานเข้ามาและได้รับทานกินจนอิ่มท้อง     เมื่อเด็กน้อยโตขึ้นพอที่จะเดินได้แล้ว หญิงจัณฑาลได้มอบจานกระเบื้องใบหนึ่งแก่ลูกและบอกว่าให้ใช้จานใบนี้รับทานจากโรงทานที่ตั้งอยู่ในกรุงสาวัตถี หรือจากผู้ที่อยากให้ทาน เด็กน้อยจึงยึดอาชีพเป็นขอทานและมุ่งหน้าสู่กรุงสาวัตถี เมื่อเดินผ่านเรือนของมูลสิริเศรษฐีก็จำได้ว่าตนเคยเป็นเจ้าของเรือนนี้เมื่อในอดีตชาติ เมื่อบุตรของอานนทเศรษฐีเห็นเด็กน้อยก็พากันร้องไห้ด้วยความกลัว และขับไล่เด็กน้อยออกไปให้พ้นเรือน พระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังบิณฑบาตพร้อมด้วยพระอานนท์ พระองค์ทอดพระเนตรเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งยังทรงเห็นด้วยพระญาณว่าเด็กน้อยคนนี้คืออานนทเศรษฐีผู้ขี้ตระหนี่กลับชาติมาเกิด พระองค์ทรงให้พระอานนท์ไปตามมูลสิริเศรษฐีออกมาจากเรือน เมื่อมูลสิริเศรษฐีมาถึงเบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทูลถามว่า “พระสมณโคดมให้ข้าพเจ้าลงมาจากเรือนด้วยเรื่องอะไร” พระพุทธองค์ตรัสว่า “ท่านรู้จักเด็กน้อยผู้นี้หรือไม่” มูลสิริเศรษฐีตอบว่า “ไม่รู้จักพระเจ้าข้า” พระพุทธองค์ตรัสต่อว่า “เด็กน้อยผู้นี้คือบิดาของท่านที่กลับชาติมาเกิด” มูลสิริเศรษฐีถึงกับอึ้งไป พระพุทธองค์กล่าวว่า […]

นกแขกเต้าผู้ทำให้ วิมานพระอินทร์ สั่นไหว

นกแขกเต้าผู้ทำให้ วิมานพระอินทร์ สั่นไหว ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันวิหารในกรุงสาวัตถี ได้ทรงเทศนาเรื่อง วิมานพระอินทร์ หรือท้าวสักกะเทวราชสั่นไหว เพราะนกแขกเต้าเพียงตัวเดียว ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ลองมาฟังไปพร้อมกันค่ะ ก่อนที่พระบรมศาสดาจะทรงเล่าเรื่องราวของนกแขกเต้าตัวนี้ ได้เกิดเรื่องน่าประทับใจขึ้นในกรุงสาวัตถีจนเป็นที่เลื่องลือไปในหมู่พระภิกษุทั้งหลาย เป็นเรื่องของพระภิกษุที่มีชื่อว่า “นิคมติสสะ” ท่านมักไปบิณฑบาตที่บ้านญาติของตนทุกวันไม่มีขาด แม้จะพำนักอยู่ที่พระเชตวันวิหารในกรุงสาวัตถี ซึ่งมีพระเจ้าปเสนทิโกศลและอนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นผู้อุปถัมภ์ก็ตาม ด้วยกิจวัตรของพระนิคมติสสะที่มุ่งมั่นไปบิณฑบาตที่บ้านของญาติอยู่เป็นนิจก็กระจายไปในหมู่พระภิกษุทั้งหลาย จนกระทั่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเรื่องนี้เข้า พระองค์ทรงมีรับสั่งให้พระนิคมติสสะเข้าเฝ้าทันที พระบรมศาสดาทรงถามว่า “นิคมติสสะ ทำไมเธอจึงเลือกไปบิณฑบาตเฉพาะที่บ้านญาติเท่านั้น” พระนิคมติสสะถามถวายว่า “พระภิกษุในกรุงสาวัตถีได้รับการอุปถัมภ์อย่างประเสริฐสุดจากพระเจ้าปเสนทิโกศลและอนาถบิณฑิกเศรษฐี แต่ข้าพพระองค์ต้องการรับทานที่ไม่ต้องประณีต หรือประณีตก็ได้อันมาจากศรัทธาของบุคคลทั่วไป ไม่ว่าทานนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ล้วนหล่อเลี้ยงร่างกายของข้าพเจ้าได้ทั้งนั้น”     การตอบของพระนิคมติสสะแสดงให้เห็นว่าพระภิกษุรูปนี้ไม่เลือกที่จะได้รับทานอันประณีตบรรจง แต่ท่านต้องการทานตามมีตามเกิดของคนทั่วไป ซึ่งมีอยู่ในเขตอันเป็นหมู่บ้านที่ท่านเกิดนั่นเอง พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสขึ้นว่า “ดีแล้ว ๆ ความมักน้อยเป็นกิจและเป็นประเพณีของเรา” จากนั้นพระเถระทั้งหลายจึงพากันสาธุการและสรรเสริญพระนิคมติสสะ และแล้วพระบรมศาสดาตรัสขึ้นว่า “ครั้งในอดีตกาลนานมา มีนกแขกเต้าตัวหนึ่ง อาศัยอยู่บนต้นมะเดื่อต้นหนึ่งในป่าใกล้แม่น้ำคงคา แล้วกินผลมะเดื่อบนต้นนั้นเป็นอาหาร เวลากระหายก็จะบินมากินน้ำที่แม่น้ำคงคาเป็นประจำ จนกระทั่งต้นมะเดื่อหักโค้นลง นกแขกเต้าก็ไม่ยอมไปไหน  เพราะมีความผูกพันกับต้นมะเดื่อ นกตัวนี้เป็นพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีมาหลายภพหลายชาติจึงทำให้วิมานของพระอินทร์สั่นไหว พระอินทร์พร้อมด้วยพระนางสุชาดาต้องลงมายังโลกมนุษย์เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้วิมานสั่นไหว จนทราบว่ามีนกแขกเต้ากำลังหิวโหยอย่างน่าเวทนา พระอินทร์และพระนางสุชาดาได้สนทนาธรรมกับนกแขกเต้าจนเป็นพอพระทัย พระอินทร์จึงเนรมิตให้ต้นมะเดื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง” นกแขกเต้าตัวนั้นต่อมาคือพระสมณโคดมพุทธเจ้าพระองค์นี้นี่เอง […]

โต๊ะทำงานวัดประสิทธิภาพของการทำงานได้อย่างไร

โต๊ะทำงาน วัดประสิทธิภาพของการทำงานได้อย่างไร เราขอถามคุณว่า “บน โต๊ะทำงาน ของคุณสะอาดและเป็นระเบียบไหม หน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณมีไฟล์งานรกเต็มหน้าจอหรือไม่” คำถามนี้เป็นคำถามที่คุณคีม มูกีจะถามผู้สมัครงานอยู่เสมอ เขาเห็นอะไรจากการที่โต๊ะทำงานต้องสะอาด หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน ความสามารถจัดระเบียบเป็นสิ่งกำหนดประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพของงานที่บุคคลนั้นทำค่อนข้างมาก สิ่งที่เรามักมองข้ามกันคือความสามารถจัดระเบียบแสดงให้เห็นความจริงว่า ประสิทธิภาพการทำงานของคนนั้นมีมากหรือน้อยแค่ไหนนั่นเอง คนที่โต๊ะทำงานไม่สะอาด ส่วนใหญ่ลิ้นชักโต๊ะจะไม่มีระเบียบรวมไปถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วย คนประเภทนี้มักทำใบเสร็จหาย และบางทีจำไม่ได้ว่าบันทึกงานเก็บไว้ในโฟลเดอร์ไหนบ้าง ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นมักกรอกตัวเลขในเอกสารผิดพลาด     ในทางกลับกัน คนที่โต๊ะทำงานสะอาด ส่วนใหญ่จะดูแลลิ้นชักโต๊ะ หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่รกไปด้วยโฟลเดอร์ เขาจะจัดโฟลเดอร์เป็นระเบียบเรียบร้อย คนประเภทนี้จะจัดระเบียบแม้กระทั่งวิธีคิดและข้อมูลต่าง ๆ ทำให้ดึงเอาข้อมูลที่จำเป็นออกมาใช้ได้ทันท่วงที ลองสังเกตจากขอให้เพื่อนที่มีลักษณะคนประเภทนี้ค้นไฟล์งานให้ดูสิ เขาจะค้นเจออย่างรวดเร็วราวกับดีดเปียโน และสามารถดึงไฟล์จากโฟลเดอร์ออกมาได้อย่างไม่งงว่าเอาเก็บไว้ที่ไหน แค่นี้ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงานของเขาแล้ว ว่ารวดเร็วและละเอียดลอออย่างไร สิ่งที่น่ามหัศจรรย์สำหรับคนประเภทนี้คือ เมื่อให้เลือกร้านอาหารสักร้าน เขาจะหาข้อมูลไว้ล่วงหน้า ต่อให้เดินหลงทางก็จะเสียเวลาไม่มาก แถมไม่ต้องเสียเวลาเปิดระบบจีพีเอสค้นหาอีกด้วย     เรื่องนี้ผมสัมผัสได้จากเพื่อนชาวแคนาดาเชื้อสายสิงคโปร์คนหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวไตหว้นกับผม และเขาเองก็จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับไต้หวันได้เป็นอย่างดี หาข้อมูลละเอียดมากแม้แต่ว่าจะกินที่ไหนดี รวมไปถึงการวางแผนกินอาหารมื้อเช้า กลางวัน และเย็น เมื่อผมได้กินอาหารในร้านที่เพื่อนพาไปกินก็พบว่าอาหารในแต่ละร้านล้วนอร่อย แสดงว่าเพื่อนคนนี้ใส่ใจรายละเอียดมาก แม้จะเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นตอนที่ผมไปอยู่ที่อินเดียแล้วนัดเพื่อนชาวเยอรมันกินข้าว […]

พระพุทธิวงศมุนี มอบหมายให้เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

พระพุทธิวงศมุนี มอบหมายให้เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นอีกหนึ่งข่าวที่น่ายินดีและอนุโมทนาเมื่อพุทธบุตร ผู้ถือธงไชยแห่งพระอรหันต์ได้ร่วมกันช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม พระพุทธิวงศมุนี (บำรุง ฐานุตตโร ปธ.7) พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และรองเจ้าคณะภาค 5 มอบหมายให้ พระราชรัตนสุธี (ขวัญรัก มหาวายาโม) ปธ.8 ดร. เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก และ พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (สุเทพ สุเทวเมธี) ปธ.6 ดร. เลขานุการรองเจ้าคณะภาค 5 จัดตั้งโรงครัวหลวงพ่อพระพุทธชินราชขึ้น ที่วิทยาลัยสงฆ์พระพุทธชินราช  หมู่ 6 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมีพระภิกษุ สามเณร และคณาจารย์วิทยาลัยสงฆ์ พร้อมด้วยชาวบ้านช่วยกันทำอาหารกล่อง และจัดเตรียมข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่มสะอาด และยาทากันยุง เพื่อแจกจ่ายผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก         พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (สุเทพ สุเทวเมธี ) ปธ.6 ดร. เลขานุการรองเจ้าคณะภาค 5 […]

โรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นจากการคิดว่าห้องเป็นเพียงที่ซุกหัวนอน

โรคซึมเศร้า ที่เกิดขึ้นจากการคิดว่าห้องเป็นเพียงที่ซุกหัวนอน ปัจจุบันนี้มีคนป่วยเป็น โรคซึมเศร้า มาขึ้น คงเนื่องมาจากความกดดันของสังคมที่มีการแข่งขันกันสูง เรื่องที่ซีเคร็ตนำมาเสนอต่อไปนี้ เป็นเรื่องจากคุณเคโซ ยะโน เจ้าของงานเขียนเรื่อง “แค่ปรับปรุงบ้าน ชีวิตทุกด้านก็สำเร็จ” การปรับปรุงที่อยู่อาศัยเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า บอกได้เลยว่าเกี่ยวค่ะจากเรื่องที่คุณเคโซ ยะโน สถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์เรื่องบ้านมาอย่างยาวนาน และนี่คือประสบการณ์ที่คุณเคโซอยากแชร์ คุณเคโซเล่าว่า มีผู้ชายคนหนึ่งอายุ 30 ปีต้น ๆ ทำงานอยู่ในบริษัทโฆษณาขนาดกลางแห่งหนึ่ง ในระหว่างที่เขากำลังมองหาบ้านใกล้ที่ทำงานเพราะงานเยอะและต้องกลับบ้านดึกทุกวัน เขาก็เจอห้องหนึ่งที่อยู่ชั้นใต้ดิน ราคาถูกกว่าที่อื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงกว่า สองหมื่นเยน เขาคิดว่า “เอาเถอะ ยังไงก็มีไว้แค่ซุกหัวนอน” จึงทำสัญญาและย้ายเข้ามาอยู่ในห้องนั้น แต่หลังจากย้ายเข้ามาได้ 1-2 เดือนก็รู้สึกได้ว่าสุขภาพแย่ลงเรื่อย ๆ ตอนเช้าก็ตื่นไม่เต็มตา แม้จะตื่นแล้วก็ยังรู้สึกเพลีย และถึงจะนอนต่อก็ยังรู้สึกเหนื่อย อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนส่งผลกระทบกับงาน เขาขาดสมาธิจนทำงานผิดพลาด ประสิทธิภาพในการทำงานที่ค่อนข้างดีกลับลดลง ถึงเขาจะคิดได้ว่า “ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” แต่สภาพร่างกายของเขาก็ไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมแม้แต่น้อย ความเครียดและความอ่อนล้าเริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ความกระฉับกระเฉงก็ค่อย ๆ หายไป กระทั่งปีต่อมาเขาเข้าโรงพยาบาลและได้รับยารักษาโรคซึมเศร้า เขาสร้างกำลังใจให้ตัวเองให้ทำงานและกินยาสม่ำเสมอ […]

“จะอยู่ดูแลกันไปตลอด” ความรักที่ไม่ยอมทอดทิ้งกันของคุณลุงบอดกับภรรยาที่เป็น ผู้ป่วยนอนติดเตียง 

“จะอยู่ดูแลกันไปตลอด” ความรักที่ไม่ยอมทอดทิ้งกันของคุณลุงบอดกับภรรยาที่เป็น ผู้ป่วยนอนติดเตียง สองสามี-ภรรยาที่ต้องอยู่อย่างยากลำบากที่บ้านเลขที่ 9/3 ม.10 ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง โดยสามีคือนายพาสน์ เพชรอินทร์ หรือ ลุงบอด อายุ 62 ปี เป็นผู้พิการตาบอดโดยข้างขวาบอดสนิท ส่วนข้างซ้ายนั้นเห็นภาพเลือนลาง ส่วนภรรยาคือนางสาววรรณา จิตรเที่ยง อายุ 53 ปี เป็น ผู้ป่วยนอนติดเตียง ซึ่งอยู่ในสภาพนี้มานานถึง 5 ปีแล้ว โดยได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้อาศัยพึ่งญาติและเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือเป็นครั้งคราว คุณป้าวรรณามีลักษณะแขนขาลีบทั้งสองข้าง ร่างกายผ่ายผอม ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีเพียงคุณลุงบอดที่คอยดูแลไม่ห่าง ถึงแม้จะมีหน่วยงานต่าง ๆ นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมามอบให้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอ สามี-ภรรยาคู่นี้ยังต้องลำบากอยู่เหมือนเดิม     คุณลุงบอดเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ตนเองอยู่กินกับภรรยามานานประมาณ 40 ปี มีลูกชายด้วยกัน 3 คน ตอนนี้ก็เติบโตและแยกย้ายกันไปมีชีวิตทำมาหากินกันหมดแล้ว นาน ๆ จึงจะกลับมาเยี่ยมสักครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยได้หยิบยื่นเงินทองให้พ่อแม่เพราะลูก ๆ ก็ยังทำงานไม่เป็นหลักแหล่งหาเช้ากินค่ำ […]

ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน นิทานที่เขาแต่งขึ้นคือชีวิตจริงของเขา

ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน นิทานที่เขาแต่งขึ้นคือชีวิตจริงของเขา ไม่มีเด็กคนไหนบนโลกใบนี้ที่จะไม่เคยฟังนิทานของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน  หรืออาจไม่รู้เลยว่านิทานที่เคยอ่านหรือที่คุณแม่เล่าให้ฟังก่อนนอนทุกคืนนั้นฮันส์ คริสเตียนเป็นผู้แต่ง เขาคือราชาแห่งโลกเทพนิยายที่ไม่ได้มีชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ และเขาคงไม่คิดฝันด้วยว่านิทานของเขาจะกลายเป็นสิ่งที่เด็กทั่วโลกชื่นชอบ     เขาเกิดในสลัม คุณพ่อเป็นช่างทำรองเท้า ซึ่งด่วนจากเขาไปตั้งแต่ฮันส์ยังเด็ก ส่วนคุณแม่มีอาชีพรับจ้างซักผ้า ชีวิตของเขาช่างไม่ต่างจากนิทานเรื่องหนึ่งที่เขาแต่งเลย นั่นคือ “ลูกเป็ดขี้เหร่” เพราะเขามีรูปลักษณ์ที่ประหลาด (อาจเรียกว่าขี้เหร่ก็น่าจะได้) จึงกลายเป็นที่ขบขันของเพื่อน ๆ ซ้ำร้าย เมื่อหนุ่มน้อยฮันส์เอาจริงเอาจังกับการเป็นนักเขียนบทละคร แล้วความสามารถไปเข้าตา โจนาส คอลลิน ผู้กำกับและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง โจนาสจึงรับเลี้ยงและส่งเสียฮันส์เรียนจนจบ แต่ระหว่างที่ฮันส์เรียนหนังสือเขาต้องอดทนต่อการล้อเลียนจากเพื่อนร่วมชั้น เพราะเห็นว่าฮันส์มีอายุมากกว่าเพื่อนในระดับชั้นเดียวกัน สุดท้ายเขาก็เรียนจนจบระดับมหาวิทยาลัย การที่โจนาส คอลลินส่งเสริมฮันส์จนเรียนจบไม่ต่างจากการติดปีกความฝันและจินตนาการให้กับเขา ช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ อาจเป็นโอกาสที่ฮันส์ได้บ่มเพาะและมีคลังความรู้กักเก็บไว้ และพร้อมที่จะระเบิดกลายเป็นความคิดสร้างสรรค์ในภายภาคหน้า กว่าฮันส์จะค้นพบว่าตนเองมีพรสวรรค์ในการแต่งนิทาน เขาต้องลองผิดลองถูกอยู่นานบนเส้นทางน้ำหมึก เขาได้ทำหนังสือรวมนวนิยายเล่มแรกของเขาขึ้นมา แต่ได้รับคำวิจารณ์ไปในเชิงลบ พลอยทำให้เส้นทางการเขียนบทละครของเขากลับไม่รุ่งไปด้วย แต่ท้ายที่สุดเขาก็ให้กำเนิดนิทานออกมาหลายเรื่อง  เป็นนิทานมีทั้งแนวชีวิตและแนวแฟนตาซี หรือบางเรื่องก็ผสมสองแนวนี้ไว้ด้วยกัน นิทานของเขาทรงคุณค่าข้ามกาลเวลามาได้อย่างไรจะขอยกตัวอย่างนิทานเอกของเขามาดังนี้     หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ เชื่อว่าเด็กหลายคนต้องเสียน้ำตาให้เด็กหญิงคนนี้ ขนาดเธอเป็นเพียงเด็กน้อย แต่ต้องทำงานหาเงินให้พ่อบังเกิดเกล้า […]

เจ้าคณะจังหวัดพะเยาและผู้ใจดีร่วมกันมอบบ้านให้สองแม่ลูกได้มีบ้านที่ปลอดภัยพักอาศัย

เจ้าคณะจังหวัดพะเยา และผู้ใจดีร่วมกันมอบบ้านให้สองแม่ลูกได้มีบ้านที่ปลอดภัยพักอาศัย ไทยรัฐได้นำเสนอข่าวว่า พระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยผู้ใจดีร่วมกันมอบบ้านให้สองแม่ลูกได้มีบ้านที่ปลอดภัยพักอาศัย หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมมา หลังจากมีการแชร์เรื่องราวของนางสาวกุหลาบ สองสีใส อายุ 32 ที่ประสบกับปัญหาสุขภาพ เพราะเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว และการมองเห็น ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งยังต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่มีสภาพบ้านที่ไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่อการถูกลักขโมยอีกด้วย จนกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562 พระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา นำคณะสงฆ์จังหวัดพะเยา พร้อมด้วยนายอัครา พรหมเผ่า ประธานกรรมการฮักบ้านเกิด และตัวแทนมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศล และทีมงานร่วมกันมอบบ้านฮอมบุญ และทุนยังชีพแก่นางบุญรอด สองสีใส และนางสาวกุหลาบ สองสีใส บ้านเลขที่ 138 หมู่ 14 บ้านเปื๋อยเปียง ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา และมอบทุนสมทบค่าซ่อมบ้าน ให้ทางผู้นำหมู่บ้าน  โดยมีผู้ใหญ่บ้านเปื๋อยเปียง นายกเทศมนตรีตำบลหย่วน และประชาชนในหมู่บ้านร่วมพิธีมอบบ้านฮอมบุญอย่างอบอุ่น     พระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา กล่าวว่า เรื่องของมนุษยธรรมที่ไม่ควรดูดาย หากมีโอกาสหรือความสามารถที่พอจะช่วยเหลือ แบ่งปันก็ควรหยิบยื่นทันที […]

keyboard_arrow_up